<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75611</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2020 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2020 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิจัยงบฯการศึกษาชาติ 10ปี พบรายหัวเด็กเท่ากัน แต่ผลลัพธ์ปลายทางไม่เท่ากัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26ส.ค.63-นายชัยยุทธ ปัญญสวัสดิ์สุทธิ์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และหัวหน้าโครงการวิจัยพัฒนาระบบบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ (National Education Accounts: NEA) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวถึงผลการวิเคราะห์โครงการวิจัยพัฒนาระบบบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ ช่วงระยะเวลา 10 ปี ว่า รายจ่ายด้านการศึกษาของประเทศไทยระหว่างปี พ.ศ. 2551-2561 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรายจ่ายด้านการศึกษาของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2551 มีจำนวนเงิน 560,479 ล้านบาท ต่อมาในปี พ.ศ.2561 ประเทศไทยมีรายจ่ายด้านการศึกษาเพิ่มขึ้นเป็น 816,267 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 45 ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา โดยรายจ่ายด้านการศึกษาของภาครัฐเริ่มมีแนวโน้มลดลงจาก 684,497 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2559 เป็น 620,452 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2561 หรือคิดเป็นอัตราการลดลงเฉลี่ยร้อยละ 4.79 ต่อปี โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากอัตราการเกิดของประชากรที่ลดลงทุกปี ทำให้จำนวนนักเรียนทั้งหมดของประเทศไทยมีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง จากเมื่อปี พ.ศ. 2553 มีนักเรียนทั้งหมดจำนวน 11,750,727 คน ในปี พ.ศ.2561 เหลือจำนวน 10,763,607 คน หรือลดลงมาเกือบหนึ่งล้านคนในระยะเวลา 8 ปี จากข้อมูลการจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการจัดการศึกษาภาคบังคับให้แก่เยาวชนในประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2561 สพฐ. มีโรงเรียนในสังกัดจำนวน 29,839 แห่ง โดยมีงบประมาณรายจ่ายด้านการศึกษาทั้งหมด 286,743 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยยุทธ กล่าวต่อว่า แม้ว่าปัจจุบันรัฐบาลจะมีนโยบายเรียนฟรี 15 ปี ที่จัดสรรผ่านงบบุคลากร งบลงทุน งบดำเนินงาน และมีงบรายหัวที่จัดสรรให้เด็กแต่ละคนเท่ากัน แต่ในทางปฏิบัติแล้วเมื่อติดตามผลการจัดสรรงบประมาณในหมวดต่างๆ เหล่านี้ไปถึงปลายทางในพื้นที่ และถึงตัวผู้เรียนแล้วจะพบว่า นักเรียนแต่ละคนในพื้นที่ต่างๆ จะได้รับงบประมาณรวมเฉลี่ยต่อคนไม่เท่ากัน ซึ่งเกิดจากหลากหลายปัจจัย เช่น จำนวนเด็กนักเรียนในแต่ละพื้นที่ จำนวนครูในโรงเรียนขนาดเล็กหรือโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดารที่ยังขาดครูไปสอนไม่ครบชั้นเรียน ทำให้งบบุคลากร งบลงทุนที่ได้รับการจัดสรรลงไปให้แก่นักเรียนในพื้นที่และสถานศึกษาเหล่านี้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าโรงเรียนขนาดกลาง ใหญ่ และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ โดยผลการวิจัย พบว่า ในปีงบประมาณ 2561 ภูมิภาคที่มีรายจ่ายด้านการศึกษา มากที่สุดคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 119,153 ล้านบาท รองลงมาคือภาคกลาง จำนวน 72,231 ล้านบาท &amp;nbsp;ภาคเหนือ จำนวน 54,280 ล้านบาท ในขณะที่ภาคใต้ เป็นภูมิภาคที่มีรายจ่ายด้านการศึกษาน้อยที่สุดจำนวน 41,077 ล้านบาท หรือประมาณหนึ่งในสามของรายจ่ายด้านการศึกษาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีสาเหตุอันเนื่องมาจากปัจจัยสภาพแวดล้อมในพื้นที่ และจำนวนครูและบุคลากรในสถานศึกษาข้างต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าโครงการวิจัยฯ กล่าวอีกว่า เมื่อพิจารณาผลกระทบจากโควิด-19 ทุกพื้นที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้นทางออกด้านหนึ่งในการจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษาปี 2564 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในมิติการศึกษาได้อย่างยั่งยืน คือ ภาครัฐควรให้ความสำคัญกับการปฏิรูปกระบวนการจัดสรรงบประมาณเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (Equity-based Budgeting) ซึ่งไม่ใช่การจัดสรรด้วยสูตรเดียวกันทั้งประเทศ แต่ใช้หลักการนำข้อมูลความจำเป็นของผู้เรียน และสถานศึกษา รวมทั้งบริบทเฉพาะในแต่ละพื้นที่ มาคิดคำนวณอยู่ในสูตรการจัดสรรงบประมาณด้วย สิ่งนี้จะช่วยให้ระบบการศึกษาไทยสามารถบรรลุเป้าหมายทั้งด้านประสิทธิภาพ และความเสมอภาคไปพร้อมกันได้ เพราะนอกจากผู้เรียน โรงเรียนจะได้รับการจัดสรรทรัพยากรที่สอดคล้องกับความจำเป็นเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาแล้ว รัฐบาลจะสามารถประหยัดเงินงบประมาณได้จำนวนมากจากรายจ่ายที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการได้ด้วย&amp;quot;หัวหน้าโครงการ NEA&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; ในเดือนกันยายนนี้ จะมีการเปิดตัวฐานข้อมูลบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาออนไลน์ ในชื่อฐานข้อมูล iNEA ผ่านโปรแกรม Business Intelligence (BI) เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้เห็นถึงภาพรวมและรายละเอียดของข้อมูลรายจ่ายด้านการศึกษาของประเทศไทยย้อนหลัง ซึ่งตนเชื่อว่าฐานข้อมูลนี้จะช่วยให้ผู้ออกแบบนโยบาย เข้าใจโครงสร้างรายจ่ายด้านการศึกษาของประเทศมากขึ้น และสามารถกำหนดผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรของภาครัฐในแต่ละพื้นที่ได้อย่างเป็นธรรม&amp;quot;นายชัยยุทธกล่าว .
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75611</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสศ., งบประมาณการศึกษาชาติ, ชัยยุทธ ปัญญสวัสดิ์สุทธิ์, เรียนฟรี, โครงการวิจัยพัฒนาระบบบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200826/image_big_5f4628bf46574.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40229</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2019 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2019 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่ากะลาแลนด์&#039;อั้ม เนโกะ&#039;ออกทะเล อ้างเผด็จการใช้ความยากจนโจมตี&#039;จ่านิว&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.62- &amp;nbsp;อั้ม เนโกะ&amp;rdquo; หรือ นายศรัณย์ ฉุยฉาย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Aum Neko ว่าพูดถึงเรื่องหนี้ กยศ. จ่านิว ทำให้อั้มย้อนคิดว่าตลอดระยะเวลาที่อั้มเรียน ป.ตรี ที่ฝรั่งเศส หลักสูตรเดียวกับเด็กฝรั่งเศสจนจบได้เกียรตินิยม (avec mention) มาไม่เคยมีครั้งไหนที่ต้องเป็นหนี้เพราะเรียนหนังสือเลย รัฐบาลฝรั่งเศสจ่ายค่าเทอมให้ไม่พอยังให้ค่าขนมรายเดือน 10 เดือนต่อปีอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญคือไม่ต้องไปใช้หนี้คืนรัฐบาล เพราะสำหรับที่นี้แล้วการลงทุนในด้านการศึกษาคือการลงทุนกับการเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพตัวบุคคลของพลเมือง แม้ว่าหลักการต่างๆ จะหายไปพร้อมๆ กับรัฐบาลโปรนายทุน แต่ทั้งนี้อั้มเองก็ถือได้ว่าเรียนมาได้เพราะทุนรัฐบาลเหมือนที่เด็กฝรั่งเศสคนอื่นๆ ได้กัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในประเทศกะลาที่การศึกษาเป็นเรื่องของคนมีตังค์ โอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรจึงถูกจำกัดอยู่เพียงในครอบครัวคนรวยที่มีต้นทุนสูงกว่าคนอื่น คนอย่างจ่านิวที่ต่อสู้กับระบบการกดขี่ทั้งทาง การเมือง สังคม และ เศรษฐกิจ จนมาได้ถึงทุกวันนี้ล้วนเป็นบุคคลที่น่ายกย่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความยากจนที่ถูกใช้มาเป็นเครื่องมือในการโจมตีนิวเป็นวิธีการที่น่ารังเกียจของตัวระบบสังคมนี้ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องหันมาต่อสู้กับระบอบเผด็จการนี้ที่ไม่ได้กดขี่เราเพียงแค่ในเรื่องการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่มันกดขี่เราให้ยากจนค้นแค้นไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม อั้ม เนโกะ ไม่ได้พูดถึงอัตราการเสียภาษี และฐานการจัดเก็บภาษีที่แตกต่างกันอย่างมากระหว่างฝรั่งเศสกับไทย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40229</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่านิว, ยากจน, อั้มเนโกะ, เรียนฟรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190705/image_big_5d1eb623e4b45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2019 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2019 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรียนฟรีทำได้จริง&#039;อนาคตใหม่&#039;จะจัดงบให้กระทรวงศึกษาฯ1แสนล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ม.ค.62 - ที่โรงแรมเอเชีย น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ร่วมเสวนาในหัวข้อ &amp;ldquo;รัฐกับการสร้างความมั่นคงในชีวิตของผู้หญิง วันนี้และวันหน้า&amp;rdquo; จัดโดยเครือข่ายผู้หญิงเพื่อความก้าวหน้าและสันติภาพ ร่วมกับขบวนผู้หญิงปฏิรูปประเทศ &amp;nbsp;โดย น.ส.พรรณิการ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันในสภานิติบัญญัติแห่งชาติมีผู้หญิงอยู่ในสภาเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น แตกต่างจากรัฐสภาในช่วงรัฐธรรมนูญปี 2540 รัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนมีผู้หญิงอยู่ในสภามากที่สุด เรื่องนี้สะท้อนได้เป็นอย่างดีว่า ยิ่งประเทศไทยมีประชาธิปไตยมากเท่าไร พื้นที่สำหรับผู้หญิงและกลุ่มคนหลากเพศในรัฐสภาก็จะมีมากเท่านั้น พวกเขาเหล่านี้ก็จะเป็นส่วนสำคัญในการร่างกฎหมายเพื่อส่งเสริมบทบาทความเท่าเทียมทางเพศในประเทศไทยมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พรรณิการ์ กล่าวอีกว่า สำหรับว่าที่ ส.ส. บัญชีรายชื่อ 20 อันดับแรกของพรรคอนาคตใหม่ มีผู้หญิงและกลุ่มคนหลากเพศถึง 8 คน สะท้อนว่า พรรคอนาคตใหม่ให้ความสำคัญกับการให้ผู้หญิงและคนหลากเพศเป็น ส.ส. เพื่อร่างกฎหมาย พรรคอนาคตใหม่มีนโยบายเพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตของผู้หญิงด้วยแนวคิดรัฐสวัสดิการ ให้สิทธิลาคลอด 180 วัน จ่ายเงินเต็มเดือน โดยจ่ายครึ่งหนึ่งของเงินเดือนบวกกับ 7,500 บาท ครึ่งหนึ่งของเงินเดือนขั้นต่ำ เพิ่มเงินอุดหนุนเด็ก 0-6 ปี เป็น 1,200 บาทต่อเดือน ขอยืนยันว่า นี่ไม่ใช่เรื่องประชานิยม แต่เป็นสิทธิพึงได้ของประชาชนในฐานะผู้เสียภาษีและเจ้าของประเทศ ยืนยันประเทศไทยทำได้หากจัดสรรงบประมาณโดยคำนึงถึงสวัสดิภาพของประชาชนมากกว่าการซื้อยุทโธปกรณ์&amp;rdquo; รองโฆษกพรรคอนาคตใหม่กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; นอกจากนี้ พรรคอนาคตใหม่จะสร้างความมั่นคงในชีวิตผู้หญิงในสถาบันครอบครัว จัดสรรงบประมาณเพื่อสร้างศูนย์เด็กเล็กสำหรับบุตรใกล้สถานที่ทำงาน ให้แม่ได้อยู่ใกล้ลูก พัฒนาโรงเรียนในต่างจังหวัดให้มีคุณภาพเท่ากันทั่วประเทศ แม่จะได้ไม่ต้องส่งลูกไปเรียนหนังสือห่างไกลจากครอบครัว สนับสนุนนโยบายหลักของพรรคให้คนเท่าเทียมกัน ไทยเท่าทันโลก และท้ายที่สุดเมื่อพูดถึงการเรียนฟรีจะต้องเรียนฟรีจริง ไม่มีการเสียเงินในส่วนอื่น ๆ ที่โรงเรียนเรียกเก็บ ยืนยันว่า นโยบายเหล่านี้ทำได้โดยการจัดสรรงบประมาณในกระทรวงศึกษาธิการใหม่ทั้งหมดเพื่อส่งเสริมคุณภาพการศึกษา 3 ปี หนึ่งแสนล้านเพื่อทำให้นโยบายนี้เกิดขึ้นได้จริง&amp;quot; น.ส.พรรณิการ์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26715</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, พรรคอนาคตใหม่, เรียนฟรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190116/image_big_5c3ebdcaede02.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23329</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2018 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2018 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำให้เป็นลัทธิ!&#039;ส้มหวาน&#039;ชูระบบการศึกษาเสรีนิยมใหม่ เรียนฟรีมีเงินเดือนระหว่างเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:เฟซบุ๊ก&amp;nbsp;Sustarum Thammaboosadee&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ธ.ค.61-นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี อาจารย์ประจำวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว Sustarum Thammaboosadee ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่เห็นด้วยกับระบบนี้ มันทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำมากขึ้นและยิ่งทำให้การศึกษากลายเป็นสินค้า และอุดด้วยเครดิต ที่ไม่ต่างจากระบบ &amp;#39;ทุนการศึกษา&amp;#39; ปัจจุบันที่ต้องมาพิสูจน์ความ &amp;#39;เก่ง&amp;#39;ให้ตรงกับกลไกตลาดที่ควบคุมโดยกลุ่มทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางแก้ของระบบการศึกษาที่ง่ายมากคือการทำให้ เรียนฟรี และมีคุณภาพ เป็นมิตรกับผู้เรียน นานถึงที่สุด มีเงินเดือนระหว่างเรียน แบบถ้วนหน้าไม่เกี่ยวกับความเก่งหรือยากจนร่ำรวย คุณจะวัดได้อย่างไรว่าใครเก่งกว่าใครในยุคนี้ ทางออกต่อการศึกษาแบบเสรีนิยมใหม่ คือทำให้มันเป็นสิทธิ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งบประมาณใช้เพิ่มเล็กน้อย แต่เลิกเถียงได้แล้วว่าใครควรได้สิทธิบ้าง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับระบบที่นายนายษัษฐรัมย์ไม่เห็นด้วย คือประเด็นที่สืบเนื่องจาก คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต แนะใช้ &amp;#39;คูปองการศึกษา&amp;#39; คนที่มีฐานะไม่ดีแต่มีศักยภาพสามารถกู้เงินมาลงทุนการศึกษาได้ เพิ่มสวัสดิการการศึกษาเด็กในครอบครัวยากจนโดยให้ &amp;#39;แต้มต่อ&amp;#39; ด้วยมาตรการ CCT (Conditional Cash Transfer) ให้เงินโอนที่มีเงื่อนไขให้เด็กได้เรียน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23329</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี, พรรคอนาคตใหม่, รัฐสวัสดิการ, เรียนฟรี, ให้เงินเดือนระหว่างเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181203/image_big_5c04991cc1e26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15621</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2018 21:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2018 21:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มหาวิทยาลัยนิวยอร์กให้ทุน นศ.แพทย์เรียนฟรีทุกคน แก้ปัญหาหนี้ท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;quot;เอ็นวายยู&amp;quot; มหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำในนิวยอร์ก ประกาศจะให้นักศึกษาแพทย์ทุกคนทั้งในปัจจุบันและอนาคต เรียนโดยไม่ต้องเสียค่าเทอม หวังจะแก้ปัญหาหนี้สินจากการกู้เรียนและกระตุ้นให้มีนักศึกษาสมัครเข้าเรียนแพทย์มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เอ็นวายยูคุยว่าเป็นวิทยาลัยแพทยศาสตร์ใน 10 อันดับแรกของสหรัฐ เพียงแห่งเดียวที่เสนอให้ทุนเรียนฟรีแก่นักศึกษาแพทย์ทุกคน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศของมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก (เอ็นวายยู) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาระบุว่า นักศึกษาแพทย์ทุกคนจะได้รับการลดค่าธรรมเนียมการศึกษารายปี ซึ่งตกคนละ 55,018 ดอลลาร์ (1,829,000 บาท) โดยมหาวิทยาลัยจะใช้เงินจากทรัสตี, ศิษย์เก่า และมิตรของมหาวิทยาลัย มาเป็นทุนในส่วนนี้ โดยไม่คำนึงคุณสมบัติทั้งด้านการเงินและทางวิชาการ แต่นักศึกษายังจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนค่าครองชีพและค่าดำเนินการต่างๆ เอง ซึ่งเฉลี่ยปีละ 27,000 ดอลลาร์ (ราว 897,000 บาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.โรเบิร์ต กรอสแมน อธิการบดีคณะแพทยศาสตร์ของเอ็นวายยู กล่าวว่า ผู้ที่ใฝ่ฝันจะเป็นหมอและศัลยแพทย์ไม่ควรถูกขัดขวางจากการประกอบอาชีพนี้ เพียงเพราะภาระหนี้สินล้นพ้นตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงเอ็นวายยูกล่าวถึงภาระหนี้ท่วมของนักศึกษาว่าส่งผลให้นักศึกษาแพทย์ไม่อยากเลือกเรียนแพทย์เฉพาะทางที่ทำเงินน้อยกว่า ซึ่งรวมถึงกุมารเวชศาสตร์, สูติศาสตร์ และนรีเวชศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากสมาคมวิทยาลัยแพทยศาสตร์อเมริกาเผยว่า หนี้เฉลี่ยของนักศึกษาแพทย์ในสหรัฐอยู่ที่รายละ 202,000 ดอลลาร์ (ราว 6,716,000 บาท) ส่วนแพทย์ 21% ที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยเอกชนเช่นเอ็นวายยู มีหนี้สินจากการกู้ยืมเรียนรายละกว่า 300,000 ดอลลาร์ (ราว 9,974,000 บาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคนเนธ แลงโกนี ประธานคณะกรรมการทรัสตีของเอ็นวายยูแลงโกนีเฮลธ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมีความหวังและคาดหวังว่า การขยายโอกาสเปิดรับผู้สมัครเข้าเรียนแพทย์มากขึ้นจะเป็นตัวเร่งให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาด้านการแพทย์ทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศนี้เป็นเซอร์ไพรส์ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีมอบเสื้อกาวน์แก่นักศึกษาแพทย์ที่จะเริ่มต้นการฝึกวิชาชีพปีแรกเมื่อวันพฤหัสบดี ตามโครงการนี้ จะมีนักศึกษาแพทย์ 93 คนได้รับทุนเรียนฟรีพร้อมนักศึกษาใหม่อีก 350 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15621</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักศึกษาแพทย์, มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก, เรียนฟรี, เอ็นวายยู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180817/image_big_5b76dc033d6f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
