<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรียนรู้รับมือเมื่อ COVID-19 ลงปอด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ยังคงเป็นเรื่องที่น่าห่วง โดยเฉพาะหากเชื้อไวรัสลงปอดแล้วปล่อยทิ้งไว้หรือไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นการรู้เท่าทันเพื่อเตรียมรับมือให้ถูกวิธีหากต้องเผชิญกับปัญหานี้จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผศ.นพ.อรรถภูมิ สู่ศุภอรรถ ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก และผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ กล่าวว่า เชื้อไวรัส COVID-19 เป็นเชื้อไวรัสที่มีความรุนแรงสูง การทำงานของเชื้อตัวนี้จะเริ่มจากการที่เชื้อเข้าไปในร่างกายแล้วไปเกาะในอวัยวะต่างๆ อาทิ ปอด หัวใจ หลอดเลือด ลำไส้ และหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงไต หลังจากนั้นเชื้อไวรัส COVID-19 จะแทรกซึมเข้าไปในเซลล์และเพิ่มจำนวนในเซลล์ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเพิ่มจำนวนถึงระดับหนึ่งแล้วจะทำลายเซลล์ แล้วแตกตัวออกมาเป็นไวรัสจำนวนมากเพื่อไปแทรกซึมในอวัยวะข้างเคียงอื่นๆ ต่อไป ซึ่งการทำลายเซลล์ที่เกิดขึ้นจะถูกกระทบเป็นลูกโซ่อย่างต่อเนื่องจนกระทั่งอวัยวะนั้นๆ ได้รับความเสียหายและไม่สามารถทำหน้าที่ได้อีกต่อไป ในกรณีของปอด เมื่อปอดถูกทำลายไปมากแล้วย่อมไม่สามารถแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ตามปกติ ระดับออกซิเจนในเลือดของคนไข้ก็จะต่ำลง ทำให้เนื้อปอดไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเชื้อไรวัส COVID-19 ลงปอดแล้ว กลุ่มผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงที่สุดคือ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ผู้ที่มีโรคอ้วน BMI มากกว่า 30 และผู้ที่มีโรคแทรกซ้อนต่างๆ เมื่อเชื้อไวรัส COVID-19 แทรกซึมลงไปถึงปอดแล้วจับกับเซลล์ในปอดจำนวนมาก จะทำให้เกิดการทำลายเซลล์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนส่งผลกระทบต่อการทำงานของปอดโดยตรง ซึ่งเซลล์ที่ถูกทำลายในจำนวนมากนี้จะส่งผลให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายขึ้นเพื่อต่อต้านเชื้อไวรัส COVID-19 และต่อต้านปฏิกิริยาต่างๆ ที่ผิดปกติในร่างกาย กระบวนการนี้จะเกิดการทำลายเนื้อปอดซ้ำซ้อน จนทำให้เนื้อปอดแย่ลงอย่างรวดเร็ว และจะทำให้อาการรุนแรงขึ้นถ้าไม่รีบรักษา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การรักษาโรค COVID-19 เมื่อลงปอดแล้วสามารถทำได้ด้วยการให้ยาต้านไวรัส ซึ่งจะเข้าไปฆ่าเชื้อไวรัสเพื่อหยุดยั้งไม่ให้เชื้อแบ่งตัวเพิ่มขึ้นและทำลายเซลล์ นอกจากนี้แพทย์จะจ่ายยาต้านการอักเสบเพื่อลดกระบวนการอักเสบในร่างกายร่วมกับการให้ยารักษาตามอาการควบคู่กันไปด้วย ในกรณีที่อาการหนัก เนื้อปอดบวมน้ำมาก เนื้อปอดเสียหายมาก แพทย์จำเป็นจะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและใส่ท่อช่วยหายใจเพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนในเนื้อปอด ซึ่งจะทำให้ปริมาณออกซิเจนในเลือดสูงพอที่จะสามารถไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ได้ แต่ในบางกรณีที่เครื่องช่วยหายใจไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ก็จำเป็นจะต้องใช้อุปกรณ์พิเศษที่เรียกว่า ECMO (Extracorporeal Membrane Oxygenation) เครื่องช่วยพยุงการทำงานของหัวใจและปอด ซึ่งทำงานโดยการนำเลือดจากร่างกายคนไข้มาฟอก แล้วเติมออกซิเจนก่อนที่จะคืนกลับเข้าไปในร่างกายของคนไข้อีกครั้ง เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับคนไข้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งที่ควรคำนึงถึงและสำคัญที่สุดในการดูแลปอดช่วง COVID-19 คือ หลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการติดเชื้อ ซึ่งทำได้ด้วยการใส่หน้ากากอนามัย ล้างมืออย่างสม่ำเสมอ การเว้นระยะห่าง หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่แออัด เลี่ยงการสัมผัสหรือใกล้ชิดผู้ที่มีความเสี่ยงสูง. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103920</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, เรียนรู้รับมือเมื่อ COVID-19 ลงปอด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210523/image_big_60aa6886de443.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
