<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80240</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2020 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2020 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เลขาสพฐ&quot;ลั่นรร.อย่าหวงงบฯรายหัวนักเรียน ต้องส่งต่อ เด็กไปเรียนสายอาชีพ เพื่อการมีงานทำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12ต.ค.63-นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมีนโยบายขับเคลื่อนการผลิตผู้เรียนสายอาชีพให้เป็นกำลังหลักสำคัญของการพัฒนาประเทศ รองรับการลงทุนจากต่างชาติในอนาคตนั้น สำหรับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เราได้มีการวางแผนเตรียมความพร้อมของผู้เรียน เพื่อจะส่งต่อให้ไปเรียนในสายอาชีวศึกษาไว้ด้วยเช่นกัน ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการพัฒนาประเทศด้วยการทำให้คนมีงานทำ ดังนั้น ช่องทางที่จะสร้างอาชีพและตอบโจทย์การมีงานทำมากที่สุด คือ การเรียนอาชีวศึกษา เพราะเป็นการเรียนในสายอาชีพต่างๆ รวมถึงเมื่อจบการศึกษาแล้วผู้เรียนสามารถปฏิบัติงานได้ทันที นอกจากนี้ สพฐ.จะเตรียมปรับแผนการเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นให้ตอบโจทย์การเรียนสายอาชีพ โดยเฉพาะจะมีการสร้างความร่วมมือกับอาชีวศึกษา เช่น โรงเรียนแห่งไหนที่มีที่ตั้งใกล้กับวิทยาลัยอาชีวศึกษา ก็ให้มีการสร้างห้องเรียนสายอาชีพขึ้น เป็นต้น เพื่อทำให้เด็กได้เรียนรู้ รสมถึงเป็นการสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนสายอาชีพให้แก่เด็กได้มากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัมพร กล่าวต่อว่า &amp;nbsp; ส่วนประเด็นที่หลายฝ่ายมอง ว่า การที่ผู้เรียนในสายอาชีพ จำนวนไม่เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ไม่ยอมปล่อยเด็กให้มาเรียนสายอาชีพ เพราะห่วงเรื่องเงินอุดหนุนรายหัวนั้น ตนขอย้ำว่าจากนี้ไปนโยบายการขับเคลื่อนผู้เรียนให้ไปศึกษาต่อสายอาชีพเปลี่ยนไปแล้ว โดยโรงเรียนทุกแห่งต้องเลิกหวงเงินอุดหนุนรายหัว ซึ่งจะต้องยึดประโยชน์และผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ต้องทำให้เด็กได้เรียนได้มีงานทำ เพราะโรงเรียนมีหน้าที่จัดการศึกษาให้นักเรียนอย่างเหมาะสมตามความถนัดของเด็กแต่ละคน ดังนั้นหากเด็กมีศักยภาพตามความถนัดด้านไหนโรงเรียนควรส่งเสริมอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ไปปิดกั้นโอกาสของเด็กในการเรียนต่อ สำหรับขณะนี้มีโรงเรียนหลายแห่งปรับแผนการเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายให้ตอบโจทย์อาชีพและการมีงานทำ จะส่งผลกระทบกับการส่งต่อผู้เรียนสู่สายอาชีพหรือมานั้น เรื่องนี้ไม่สร้างผลกระทบอย่างแน่นอน เพราะเป็นการปรับแผนการเรียนคนละรูปแบบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80240</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., อัมพร พินะสา, เรียนสายอาชีพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201005/image_big_5f7ae024d52cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38586</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2019 21:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2019 21:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอศ.-สพฐ. หาริอทำแผนปฎิบัติการสร้างสะพานเชื่อมสายสามัญกับอาชีวะ ทำลายกำแพงกีดกั้นในอดีต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14ทิ.ย.62-ที่โรงแรมอัมรินทร์ลากูน จังหวัดพิษณุโลก - สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้จัดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการสะพานเชื่อมโยงการจัดศึกษาขั้นพื้นฐานกับการจัดการอาชีวศึกษา โดย นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ เป็นการประชุมเพื่อบูรณาการ การทำงานเพื่อเป็นสะพานเชื่อมโยงการจัดการศึกษาระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เพื่อร่วมกันกำหนดนโยบายและเป้าหมายในการผลิตและพัฒนากำลังคนในการศึกษาขั้นพื้นฐานและระดับอาชีวศึกษาร่วมกัน ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ และเป็นแนวทางในการศึกษาต่อในสายอาชีพ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างอนาคตให้เยาวชนของประเทศ ซึ่งเป้าหมายสำคัญ คือ การทำให้เด็กค้นพบตัวตนได้เร็วที่สุด เพราะที่ผ่านมาเด็กระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่มีโอกาสนั้น แต่ในระยะ 2-3 ปีมานี้ สพฐ.ได้วางพื้นฐานให้เด็กไว้แล้ว โดยทำหลักสูตรระยะสั้น หรือ short course ให้เด็กเลือกเรียนเพื่อค้นหาตัวตน ดังนั้นหลังจากการประชุมครั้งนี้ขอให้ประธานอาชีวศึกษาจังหวัด (อศจ.) เป็นเจ้าภาพเชิญ ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาทั้งประถมศึกษาและมัธยมศึกษามาประชุมทำหลักสูตรระยะสั้น หรือหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ร่วมกัน ทั้งนี้ขอให้เชิญศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) มาร่วมด้วยเพื่อจะได้นำเสนอต่อคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.)ให้การสนับสนุนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในรายจังหวัด จากนั้นจะมีการคัดเลือกจังหวัดที่จะเป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนอย่างน้อยภาคละ 1 จังหวัดเพื่อขยายผลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แนวทางในการปฏิบัติเพื่อให้เกิดการยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ เราจะมีการทำสะพานเชื่อมโยง แบ่งเป็น 5 สาย คือ สะพานระหว่างฝ่ายบริหารของ สพฐ.และ สอศ. 2.สะพานระหว่างครูขั้นพื้นฐานและครูอาชีวะ 3.สะพานระหว่างนักเรียน 4.สะพานผู้ปกครอง ที่เราจะต้องสื่อสารให้เกิดความรับรู้ว่าการเรียนสายอาชีพ หรือสายสามัญไม่ได้มีอะไรที่ดีกว่าหรือเหนือกว่ากัน แต่การเลือกเรียนควรขึ้นอยู่กับตัวตนของเด็กและความสนใจ และ 5.สะพานระหว่างชุมชนกับสถานประกอบการ ซึ่งการขับเคลื่อนในลักษณะนี้ แม้ว่าผมและนายสุเทพ จะเกษียณอายุราชการแล้ว การส่งต่อภารกิจก็จะง่ายและเกิดการดำเนินการที่ยั่งยืน เพราะประโยชน์ที่เกิดขึ้นคือการตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ&amp;rdquo;ปฏิบัติหน้าที่เลขาฯ กอศ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า การศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นรากฐานสำคัญของการจัดการอาชีวศึกษา ความร่วมมือครั้งนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งที่ส่วนราชการได้บูรณาการทำงานร่วมกันโดยมีโจทย์ใหญ่คือปัญหาประเทศต้องได้รับการแก้ไข ซึ่งการศึกษามีส่วนสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหาได้ ดังนั้น สพฐ.และสอศ. ต้องรีบดำเนินการ และต้องทำต่อเนื่องในการผลิตพัฒนานักเรียนสายอาชีพ ดังนั้น สพฐ.ต้องวางรากฐานการเรียนสายอาชีพให้นักเรียน ซึ่งการแนะแนวให้นักเรียนไปเรียนอาชีวะ เป็นการแก้ไขปัญหาปลายเหตุไม่ได้เพิ่มผู้เรียนอย่างจริงจัง สพฐ.และสอศ. ต้องทำลายกำแพงที่กั้นการศึกษาระหว่างกัน และสร้างสะพานเชื่อมโยงการศึกษาร่วมกัน ‬เพื่อตอบโจทย์ของประเทศ ว่าประเทศต้องการกำลังคนอาชีวะจำนวนมาก ทั้งนี้สพฐ. และสอศ.ต้องร่วมมือกันปรับทัศนคติทำความเข้าใจให้ตรงกัน เปลี่ยนค่านิยมของเด็กและผู้ปกครองโรงเรียนต้องไม่หวงเด็ก ต้องปล่อยเด็กให้ไปเรียนสายอาชีพ ซึ่งหากสามารถเอาจริงเอาจังได้อย่างนี้จะสามารถแก้ปัญหาการศึกษาของชาติได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38586</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ครูอาชีวะ, นายสุเทพ ชิตยวงษ์, บุญรักษ์  ยอดเพชร, สายสามัญ, เรียนสายอาชีพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190614/image_big_5d03ac19e8cb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6303</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แรงงานไทยใกล้ริบหรี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ต่อไปนี้ประเทศไทยจะเดินหน้าด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อพัฒนาให้ก้าวทันประเทศผู้นำ และเป็นศูนย์กลางของอาเซียนในอุตสาหกรรมต่างๆ &amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของคนในประเทศดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;rdquo; คำพูดเหล่านี้คงได้ยินมาจากคนที่มีชื่อเสียงหลายๆ ขึ้นมาออกความคิดเห็น แสดงเจตนารมณ์ให้เห็นถึงทิศทางของประเทศไทยว่าจะเดินหน้าไปได้อย่างไรในอนาคตอันใกล้นี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศกำลังพัฒนามาไม่รู้กี่สิบปี ซึ่งยังไม่มีใครที่จะทำให้ไทยก้าวหน้าไปสู่ประเทศพัฒนาแล้วได้สักที เนื่องจากปัญหาต่างๆ ที่คอยผูกมัด ฉุดดึงให้ก้าวไปข้างหน้าลำบาก แต่เท่าที่ประเมินจากสถานการณ์ในปัจจุบัน ต้องยอมรับว่ารัฐบาลชุดนี้ค่อนข้างเอาจริงเอาจังกับการพัฒนาประเทศ แต่ถ้าถามว่าจะไปได้ไกลสักเท่าไหร่ คงต้องให้ฝีมือและเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม การจะเดินหน้าประเทศด้วยนวัตกรรมอย่างคำอ้างที่เคยได้ยินมา ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นไปไม่ได้ เพราะปัจจุบันประเทศไทยยังได้ความร่วมมือจากกลุ่มประเทศที่เข้ามาเสนอแนวทางการผลักดันในด้านต่างๆ ทั้งให้ความร่วมมือ ให้คำปรึกษา แม้กระทั่งให้เทคโนโลยีด้วย ทั้งนี้การดำเนินงานที่หลายๆ ประเทศเริ่มจะตื่นตัวและหันมาทำกันมากแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่การจะพัฒนาด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีก็มีหลายอย่างที่เป็นข้อจำกัดของประเทศไทย โดยเฉพาะแรงงาน เนื่องจากต้องยอมรับว่าไทยยังขาดแรงงานที่มีทักษะอยู่สูงมาก และการเรียนจบของเด็กรุ่นใหม่ก็ไม่ได้ช่วยตอบสนองกับการพัฒนาอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากส่วนใหญ่เทรนด์ของเด็กสมัยนี้ต้องเรียนจบปริญญาตรีซะมากกว่าการที่จะไปเรียนสายอาชีพหรืออาชีวะที่สอนตรงสายการทำงาน เพราะต้องยอมรับอีกแล้วว่าสายอาชีพในประเทศไทยบางแห่งยังมีหลักสูตรที่ไม่ตรงกับความต้องการของตลาด รวมถึงโรงเรียนที่รองรับยังน้อยกว่าสายสามัญ อีกทั้งความคิดของคนในสังคมยังมองเด็กอาชีวะเป็นพวกที่ไม่ตั้งใจเรียนอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาแรงงานโดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรมจึงยังมีปัญหาจนถึงทุกวันนี้ แต่กลับส่งปัญหาให้กับเด็กที่จบปริญญาแต่ไม่มีงานทำ ทั้งนี้จากสำนักงานสถิติแห่งชาติได้เปิดเผยผลสำรวจภาวะการมีงานทำของประชากรไทย ซึ่งมีจำนวนประมาณ 65.75 ล้านคน แยกอยู่ในวัยแรงงานจำนวน 56.05 ล้านคน เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในอาเซียน น่าจะอยู่ในลำดับที่ 3 รองจากอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ซึ่งทุกวันนี้ประเทศไทยยังไม่สามารถใช้ประโยชน์จากประชากรวัยแรงงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระทรวงศึกษาธิการใช้งบประมาณมากกว่า 20.3% ของงบประมาณรายจ่ายทั้งประเทศ เพื่อหวังว่าจะผลิตบุคลากรจบการศึกษาอย่างมีคุณภาพ แต่คุณภาพของผู้เรียนที่ผ่านมาจนทุกวันนี้ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ เป็นผลจากการที่คุณภาพการศึกษาตกต่ำมาเป็นเวลานาน นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของความล้มเหลวของการศึกษาไทยที่ส่งต่อผู้คนเข้าสู่ตลาดแรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งเท่าที่ผ่านมาก็เห็นมีหลายฝ่ายเร่งเดินหน้าช่วยเหลือในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ประเทศไทยมีความเข้มแข็งทางด้านแรงงานเพิ่มขึ้น เพราะการพัฒนาอุตสาหกรรมต้องใช้แรงงานที่มีทักษะ และเป็นแรงงานที่ตรงสายเพื่อไม่ให้เสียเวลาในการมาฝึกฝนกันอีก และก็จะเป็นเรื่องดีหากนักเรียนที่จบมาและมีความพร้อมที่จะทำงานได้เลย เป็นการแสดงความพร้อมให้กับเอกชนที่จะเข้ามาลงทุนว่าจะมีแรงงานเพียงพอ หากเกิดการลงทุนที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างเช่นโครงการจัดตั้งศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา 6 ภาค ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ ที่จะเร่งดำเนินการจัดตั้งให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ โดยมีหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนสถานศึกษาผลิตและพัฒนากำลังคนในสายวิชาชีพให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน บูรณาการร่วมกันทั้งภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น ถ้าจะให้คาดประมาณไปในปี 2561 ว่าจะเป็นปีที่สดใสของตลาดแรงงงานหรือไม่ ขอตอบได้เลยว่าอาจจะลำบาก แต่ที่จริงแล้วรัฐบาลยุคนี้ก็ได้ทำอะไรไปมากในการปรับโครงสร้างทางการศึกษา ให้สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งยังไม่มีรัฐบาลก่อ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ณัฐวัฒน์ หาญกล้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6303</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ณัฐวัฒน์ หาญกล้า, ประเทศไทย, อาชีวะ, อาเซียน, อุตสาหกรรม, เทคโนโลยีสมัยใหม่, เรียนสายอาชีพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
