<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26992</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2019 15:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2019 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จท.ตรวจเรือคลองแสนแสบรับมือสถานการณ์ค่าฝุ่นละออง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19ม.ค.62-นายสมศักดิ์ ห่มม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า(จท.)เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ท่าเรือคลองแสนแสบ สั่งการเร่งด่วนเพื่อรับมือสถานการณ์ ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐาน โดยผนึกกำลังร่วมกับหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงคมนาคม ตามนโยบายกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp; &amp;ldquo;One Transport ปลอดฝุ่น PM 2.5 คมนาคมร่วมใจลดฝุ่น เพื่อความสุข สุขภาพที่ดีของประชาน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเกินมาตรฐาน กรมเจ้าท่าได้กำหนดนโยบายและมาตรการเพื่อสนับสนุนการบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้น โดยแจ้งให้ผู้ประกอบการเรือ ทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ไส้กรองอากาศ หัวฉีด บำรุงรักษาเครื่องยนต์เรือ เพื่อลดการปล่อยควันดำ และได้สั่งการให้ สำนักมาตรฐานเรือ จัดส่งผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคและวิศวกรรม ร่วมกับสำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ กรมเจ้าท่า ออกตรวจสอบและให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการเรือในการปรับปรุงและการแก้ไขปัญหามลพิษจากท่อไอเสีย ตั้งแต่เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม 2562

ทั้งนี้โดยตั้งเป้าหมายตรวจเรือโดยสารสาธารณะ เรือด่วนเจ้าพระยา เรือคลองแสนแสบ เรือภัตตาคาร เรือลากจูง กลุ่มเรือโดยสารท่องเที่ยว (เรือทัวร์ เรือแท็กซี่ และเรือหางยาว) และเรือราชการทุกลำ ที่ใช้ในกรุงเทพมหานคร ปทุมธานี และสมุทรปราการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน ซึ่งขณะนี้ได้ตรวจสอบเรือที่ผ่านมา ตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการทำการตรวจเรือประเภทต่างๆ ไปแล้วจำนวนทั้งสิ้น 95 ลำ และสั่งการให้เรือจำนวน 10 ลำ หยุดการใช้งานจนกว่าจะทำการปรับปรุงให้แล้วเสร็จ เป็นตามที่เจ้าพนักงานของกรมเจ้าท่ากำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามกรมเจ้าท่าอยู่ระหว่างร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในการพัฒนาเรือไฟฟ้าต้นแบบเพื่อลด ควัน คลื่น และเสียง สำหรับนำมาใช้ทดแทนเรือแบบเดิม ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวก แก่ประชาชน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ท้ายนี้ อธิบดีกรมเจ้าท่า ขอเชิญชวนให้ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ด้วยการเดินทางโดยการใช้ขนส่งทางน้ำสาธารณะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สังคมไทย เป็นสังคมที่ปลอดฝุ่นควัน อย่างที่ทุกคนคาดหวังไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26992</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, กรมเจ้าท่า, ค่าฝุ่นละออง, สมศักดิ์ ห่มม่วง, เรือคลองแสนแสบพร้อมให้บริการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190119/image_big_5c42e1633f746.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  เรือคลองแสนแสบพร้อมให้บริการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังจากรัฐบาลเดินหน้าเร่งรัดโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าในพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลตามนโยบายของรัฐบาล เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี, สายสีเหลือช่วงลาดพร้าว-สำโรง และสายสีชมพูแคราย-มีนบุรี ทำให้การจราจรในเส้นทางถนนรามคำแหง, ลาดพร้าว และศรีนครินทร์ นี่ยังไม่นับในเส้นทางต่างๆ ที่มีรถไฟฟ้ากระจายในหลายพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อดูจากข้อมูลการจราจรในแต่ละวันจะพบว่าถนนรามคำแหงและถนนลาดพร้าวมีการจราจรหนาแน่นมากหลังจากมีการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า พูดได้เลยว่าในการเดินทางแต่ละวันต้องลุ้นว่าปริมาณการจราจรจะคล่องตัวหรือจะติดจนเป็นอัมพาต ดังนั้นในการออกเดินทางแต่ละวันประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนจะต้องวางแผนการเดินทาง หาเส้นทางลัดเลาะ เพื่อให้ถึงจุดหมายปลายทางให้ทันเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดได้ว่าในส่วนของระบบขนส่งสาธารณะที่มารองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงที่มีการจราจรติดขัดถือเป็นปัจจัยสำคัญที่มาช่วยเสริมในเวลาดังกล่าว ที่ไม่ใช่ทางบก นั้นคือทางน้ำนั้นเอง คงหนีไม่พ้นเรือคลองแสนแสบ ซึ่งเป็นบริการเรือด่วนในคลองแสนแสบ และมหานาค มีเส้นทางระหว่างท่าน้ำวัดศรีบุญเรือง ในเขตบางกะปิจนถึงท่าสะพานผ่านฟ้าลีลาศเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย โดยมีจุดต่อเรือที่ท่าปะตูน้ำ รวม 28 ท่าเรือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีสั่งการในที่ประชุม ครม.ปรับปรุงแก้ไขการเดินเรือในคลองแสนแสบ เนื่องจากปัจจุบันพบมีเสียงค่อนข้างดัง เวลาวิ่งเกิดคลื่นขนาดใหญ่กระแทกตลิ่ง และพัดโคลน ตะกอนขึ้นมาส่งกลิ่นเหม็น ให้ลองหาวิธีการปรับเปลี่ยนใช้เครื่องยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นเครื่องยนต์ไฟฟ้า ทำให้กำลังเบาลง ไม่เกิดคลื่นกระแทกตลิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเรื่องดังกล่าวท่านนายกฯ ขอให้เร่งดำเนินการแก้ไข และในช่วงแรกต้องช่วยเหลือผู้ประกอบการ อย่างค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนเครื่องยนต์ รวมถึงดูเรื่องสัมปทาน เพราะถ้าให้สัมปทานระยะสั้นไม่คุ้มต่อการเปลี่ยนเครื่องยนต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลาต่อมา นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมเจ้าท่า(จท.) ได้ลงพื้นที่บริเวณท่าเรือประตูน้ำ ติดตามตรวจสอบผลการควบคุมเรือโดยสารในคลองแสนแสบ โดยมีนายเชาวลิต เมธยะประภาส (ลุงถั่ว) เจ้าของบริษัทครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด ผู้ให้บริการเรือด่วนคลองแสนแสบ ชี้แจงการดำเนินงานปรับปรุงระดับเสียงและความเร็วให้เป็นไปตามที่กรมเจ้าท่ากำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ จท.ออกมาตรการระยะเร่งด่วนควบคุมการเดินเรือในคลองแสนแสบ เรื่องมาตรฐานระดับเสียงไม่เกิน 100 เดซิเบล และความเร็วไม่เกิน 20 กม.ต่อ ชม.นั้น พบว่าเรือแสนแสบได้ดำเนินการควบคุมระดับเสียงในห้องเครื่องโดยใช้อุปกรณ์กรองเสียงเครื่องยนต์ และติดตั้งฝาครอบไอดีแบบใหม่ทำให้ระดับเสียงที่ออกมาจากห้องเครื่องลดลง 15-20% อยู่ในระดับ 90 เดซิเบล แต่ จท.ขอให้ปรับปรุงอุปกรณ์กรองเสียงให้เสียงลดลงเหลือ 85 เดซิเบล โดยให้เรือจัดทำระบบน้ำไหลผ่านท่อไอเสียมากขึ้นกว่าเดิม (น้ำไหลผ่านท่อพร้อมกับไอเสีย) ซึ่งจะช่วยให้ระดับเสียงที่ปลายท่อไอเสียลดลง 10-15%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การควบคุมมลภาวะทางเสียงและความเร็วนั้นกรมเจ้าท่าจะติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งต้องยอมรับว่าการเดินทางโดยเรือจะช้าลงประมาณ 10 นาที แต่เพื่อทำให้มลภาวะลดลงและไม่เกิดผลกระทบต่อประชาชนทั้ง 2 ฝั่งคลอง นอกจากนี้ จท.กำลังจัดทำโครงการเสนอกระทรวงพลังงานในการใช้เงินกองทุนอนุรักษ์พลังงานมาวิจัยและทำต้นแบบเรือไฟฟ้าลดมลพิษที่เหมาะสมกับคลองแสนแสบ ลดเสียงและลดคลื่น คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค.นี้ และจะนำมาทดลองวิ่งในคลองแสนแสบ และคลองอื่นๆ ในกรุงเทพฯ ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของผู้ให้บริการเรือคลองแสนแสบ ก็ยอมรับว่าเวลานี้ตัวเลขผู้โดยสารในคลองแสนแสบเพิ่มขึ้น 4-5% จากเดิมที่ใช้บริการวันละเกือบ 6 หมื่นคน เพิ่มอีกวันละประมาณ 5-6 พันคน ซึ่งเป็นผลมาจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าในหลายเส้นทางทำให้ถนนถูกลดเลน ส่งผลให้รถติดมาก คนจึงหันมาใช้บริการเดินทางโดยเรือเป็นทางเลือกแทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะว่าไปแล้วเรือคลองแสนแสบที่ให้บริการทุกวันก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ใช้บริการ ดังนั้นในสถานการณ์ที่ปัญหาจราจรคับคั่ง หากเปลี่ยนจากขับรถยนต์ส่วนตัวแล้วมานั่งเรือแทนก็ไม่เสียหาย เนื่องจากขณะนี้ผู้ให้บริการได้มีการปรับเปลี่ยนทั้งตัวเรือให้ทันสมัยมากขึ้น และเตรียมทยอยดำเนินการปรับปรุงการให้บริการตามที่นายกฯ ได้สั่งการมา ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการใช้บริการเรือคลองแสนแสบไม่น่ากลัวอย่างที่คิด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กัลยา ยืนยง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15563</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, เรือคลองแสนแสบพร้อมให้บริการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
