<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ยุทธพงศ์’จับผิด ทร.ซื้อเรือดำน้ำทำไมจ่ายภาษีจ่อชงพรรคเปิดอภิปราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;17 ต.ค.2564-นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย(พท.) แถลงถึงกรณีการจัดซื้อเรือดำน้ำว่า ได้ข้อมูลเชิงลึกที่กองทัพเรือ ต้องตอบมาเกี่ยวกับเรือดำน้ำลำที่ 1 ที่ไทยซื้อไปแล้วว่าเรือดำน้ำลำที่ 1 ต้องใช้เครื่องยนต์ที่เยอรมันเป็นผู้ผลิต ปรากฎว่าทางเยอรมันเขาไม่ขายเครื่องยนต์ให้ เรื่องนี้กองทัพเรือต้องแจง เรือดำน้ำไม่มีเครื่องยนต์แบบนี้จะดำอย่างไร นอกจากนี้ยังจะต้องติดตามกรณีการซื้อเรือดำน้ำที่ ทร.อ้างว่าเป็นการจัดซื้อแบบจีทูจี แต่กลับมีเอกสารหลักฐานการจ่ายภาษี VAT 7% ให้กรมสรรพากร กระทรวงการคลังโดยตรง แทนบริษัท CSOC จำนวน 24,794,392 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 820 ล้านบาท ทั้งที่การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย ขณะที่บริษัท CSOC อย่างไรก็ไม่ใช่รัฐบาลจีนแน่นอน เป็นเพียงบริษัทนายหน้าที่เข้ามาทำจีทูจีเก๊&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo;เมื่อเปิดสภาผมเตรียมเสนอพรรคเพื่อไทย ให้เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 จะเสนอให้พรรคอภิปรายพล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นบิดาแห่งเรือดำน้ำไทย และผมจะเป็นผู้อภิปรายพล.อ.ประวิตรเอง แต่ระหว่างนี้ที่สภายังไม่เปิด จะไปยื่นเรื่องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยว่า มีความไม่ชอบมาพากล และจะไปร้องให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง และอธิบดีกรมสรรพากร เรื่องการจ่าย VAT นอกจากนี้ วันนี้มีการเปลี่ยนผู้บัญชาการทหารเรือคนใหม่ ผมก็จะไปยื่นเรื่องให้ ผบ.ทร. คนนี้ตรวจสอบถึงความไม่โปร่งใสต่างๆ และให้ตอบด้วยว่าเรือดำน้ำนี้ไม่มีเครื่องยนต์จริงหรือไม่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119975</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารเรือ, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, เรือดำน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211017/image_big_616bc50d04501.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบยาก!ก้าวไกลทวิตข้อความซัดเพื่อไทยขวางเชือด&#039;ลุงป้อม&#039;เจอ&#039;โจ้&#039;สวนไม่เคยเปลี่ยนอุดมการณ์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.64- น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม &amp;nbsp;พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความลงทวิตเตอร์ว่า พรรคก้าวไกลไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่อภิปรายพลเอกประวิตร ส.ส.รังสิมันต์ โรม พร้อมที่จะอภิปรายค่ะ เมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา เรายืนยันว่าเราแจ้งกับพรรคร่วมฝ่ายค้านแล้วว่าพวกเรามีความประสงค์จะอภิปรายพลเอกประวิตร แต่ไม่มีพรรคร่วมสนับสนุน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากประชุมเมื่อวันพุธ ส.ส.ประเสริฐ เลขาเพื่อไทย แจ้งคุณชัยธวัช เลขาก้าวไกล ให้ส่งรายชื่อเพิ่มเติมภายใน 15.00 น.วันอาทิตย์ คุณชัยธวัช ส่งชื่อพลเอกประวิตรในวันอาทิตย์ บ่ายสองกว่าๆ แต่สุดท้ายทางเพื่อไทยให้ก้าวไกลไปทบทวนใหม่ ทั้งๆที่การเสนอชื่อเป็นสิทธิของพรรคนั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ทวิตกลับผ่าน Yuttapong_Official มีข้อความว่า ผมไม่ได้ เปลี่ยนแปลง อุดมการณ์ และจุดยืนของผม เพราะผมได้เสนอพรรคพท.ให้ อภิปรายไม่ไว้วางใจ บิ๊กป้อม ในฐานะ &amp;ldquo;บิดาแห่งเรือดํานํ้าไทย&amp;rdquo; รวมเอาหลักฐานฯ เด็ด ให้ ผู้บริหารฯพรรคพท. ดูแล้ว เมื่อวันที่ 9 ส.ค.64 , เรือดำนํ้าไม่ผิดเป็นไปได้ไง? #อภิปรายไม่ไว้วางใจ65 #บิ๊กป้อม #เพื่อไทย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113578</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกล, ซักฟอก, บิ๊กป้อม, ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา, เพื่อไทย, เรือดำน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611b3431ef144.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111046</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2021 14:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2021 14:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยุทธพงศ์&#039;ขู่&#039;ทร.&#039;ไม่เปิดสัญญาเจอแขวนงบฯ สับเหมาซื้ออาวุธปราบโควิดไม่ได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.64 - ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และส.ส.มหาสารคาม นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;ร่วมแถลงข่าว ตรวจสอบสัญญาการจัดซื้อเรือดำนํ้า แบบ G to G &amp;nbsp; โดยนายยุทธพงศ์ กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 เมื่อวันที่ 22 ก.ค. คณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ที่ดูแลเรื่องงบการจัดซื้ออาวุธของกระทรวงกลาโหม โดยกองทัพบกขอยอดในการจัดซื้ออาวุธ 15,337 ล้านบาท คณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ปรับลดไป 1,100 ล้านบาท &amp;nbsp;กองทัพอากาศขอยอด 11,540 ล้านบาท ถูกปรับลด 510 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า &amp;nbsp;กองทัพเรือเสนอมา 7,490 ล้านบาท แต่ถูกคณะอนุกรรมาธิการแขวนไว้ เนื่องจากกรณีสงสัยในความไม่โปร่งใสของสัญญาจีทูจี ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีน มีการตั้งคำถามว่า จีทูจีจริง หรือจีทูจีเก๊ โดยจดหมายจากอดีตผู้บัญชาการทหารเรือ ถึงนายสู่จ้าน ปิน เรื่องการจัดซื้อเรือ 2 ลำ คือ เรือยกพลขึ้นบก หรือเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ &amp;nbsp;LPD &amp;nbsp;มูลค่า 6,200 ล้านบาท และเรือดำน้ำลำที่ 1 &amp;nbsp;มูลค่า 13,000 ล้านบาท ที่บอกว่ามีการจัดซื้อแบบรัฐต่อรัฐ ซึ่งทางกรรมาธิการงบประมาณ ได้ร้องขอต่อพล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้ส่งสัญญาการจัดซื้อเรือ LPD และเรือดำน้ำลำที่ 1 ให้กรรมาธิการงบประมาณฯ ได้ดู เนื่องจากมีค่างวดที่จะต้องไปจ่ายเงิน ในงบปี 2565 เรือดำน้ำ ที่มาขอต่อกรรมาธิการ 1145 ล้านบาท ส่วน LPD ของบประมาณ 1,674 ล้าน ทางกองทัพเรือไม่นำสัญญามาให้กรรมาธิการฯ ดู จะอนุมัติเงินให้ได้อย่างไร เพราะ 2 รายการนี้ รวมกันเกือบ 3,000 ล้านบาท จึงมีมติแขวนงบของกองทัพเรือ เพื่อที่จะให้นำสัญญามาให้ดู ไปนัดวันชี้แจงที่ 27 ก.ค.เวลา 10.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า &amp;nbsp;ถ้ากองทัพเรืออ้างว่า สัญญาซื้อขายเป็นความลับไม่สามารถเปิดเผยได้ กรรมาธิการฯ ต้องขอตัดงบประมาณทิ้งทั้งหมด เพราะไม่รู้จะอนุมัติงบประมาณให้ได้อย่างไร เพราะเราไม่ได้ขอดูระบบจรวดยิงได้ไกลกี่กิโล ระบบอาวุธนำวิถีมีอะไรบ้าง ใช้เรดาร์อะไร หรือใช้ระบบปืนอะไร จะพิจารณาดูเพียงเรื่องของงบประมาณเท่านั้น&amp;nbsp;
นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า เกิดข้อสงสัยว่าเป็นจีทูจีจริงหรือเก๊ สัญญาที่รัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีนลงนามฝั่งรัฐบาลจีนได้มอบตัวแทนให้บริษัท China Shipbuding&amp;amp;Offshore International Co.Ltd. (CSOC ) นายสู จีคี ประธานบริษัท ส่วนของรัฐบาลไทย คือกองทัพเรือ โดย พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นตัวแทน ส่วนการจ่ายเงินกองทัพเรือ จะโอนเงินให้บริษัท CSOC &amp;nbsp;ที่ ปักกิ่ง ประเทศจีน เรื่องดังกล่าวนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า เหตุใดกองทัพเรือ จึงไม่กล้านำสัญญามาให้กรรมาธิการงบประมาณฯดู เนื่องจากตนเองตั้งข้อสงสัยว่าเป็นจีทูจีเก๊หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า หากมีการฟ้องร้องตนเองยินดีที่จะขึ้นศาลเพื่อทำการพิสูจน์ความจริง บริษัท CSOC ไม่ใช่ตัวแทนของรัฐบาลจีนแต่เป็นจีทูจีเก๊ เพราะโครงการเรือดำน้ำงบประมาณทั้งหมด &amp;nbsp;44,224 ล้านบาท เช่น จัดซื้อนำน้ำลำที่ 1 งบ 12,424 ล้าน โครงการจัดซื้อเรือ อเนกประสงค์ยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ สนับสนุนการปฎิบัติการเรือดำน้ำระยะที่หนึ่ง จำนวน 1 ลำ งบประมาณ 4,385 ล้านบาท โครงการจัดหาเรืออเนกประสงค์ยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่สนับสนุนการปฏิบัติการเรือดำน้ำระยะที่ 2 งบประมาณ 1800 ล้าน โครงการจัดหาเรือดำน้ำจำนวน2 ลำ งบประมาณ 22,500 ล้านบาท (ยังไม่ได้เซ็นสัญญา)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ ระบุว่า และโครงการที่น่าสนใจ คือโครงการก่อสร้างท่าเรือดำน้ำ และอาคารสนับสนุนบริเวณท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ ระยะที่ 1 งบประมาณ 900 ล้าน อย่างไรก็ตามทั้งหมด 9 โครงการเป็นงบผูกพัน โครงการสร้างท่าจอดเรือดำน้ำฯ ได้เห็นประกาศกองทัพเรือ ผู้ชนะการเสนอราคาก่อสร้าง ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกคือบริษัท CSOC เสนอราคา 857 ล้านบาท ประกาศ 23 เมษายน 2564 โดยพลเรือตรี พิชัย ล้อชูสกุล เจ้ากรมช่างโยธาทหารเรือ &amp;nbsp;ซึ่งบริษัทนี้เป็นตัวแทนของจีน คิดว่าจะเป็นการก่อสร้างใช้เทคนิคพิเศษ เป็นเรื่องเฉพาะทางต้องใช้เทคนิคพิเศษ แต่เมื่อดูเนื้อหา เงิน 857 ล้านบาท รายการมีการขุดลอก บำรุงรักษาร่องน้ำ และงานเขื่อนกันคลื่นประมาณ 833 ล้าน ค่าใช้จ่ายพิเศษประมาณ 24 ล้าน ซึ่งต้องให้รัฐบาลจีนมาทำให้เป็นเรื่องที่น่าตกใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ ระบุว่า ขอถามว่ารัฐบาลจีน โดยบริษัท CSOC จะกระจอกขนาดนั้นเลยหรือถึงได้มารับจ้างขุดลอก จึงสงสัยว่าเหตุใดกองทัพเรือจึงไม่กล้านำสัญญามาให้กรรมาธิการได้ดูโดยอ้างว่าเป็นความลับ เพราะบริษัทนี้อาจจะไม่ใช่บริษัทจีนหรือไม่ ทั้งนี้บริษัทใหญ่ๆ ในประเทศไทยไม่สามารถทำได้เลยหรือ หากวันอังคารที่ 27 กรกฎาคมนี้ กองทัพเรือไม่นำสัญญามาให้ดูแสดงว่าไม่มีความตรงไปตรงมา และสัญญาจีทูจีอาจจะมีปัญหา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า นอกจากนี้กองทัพเรือยังมีโครงการใหม่งบปี 2565 คือ โครงการจัดหาอากาศยานไร้คนขับประจำฐานบินชายฝั่ง 3 ตัว งบประมาณ 4,100 ล้านบาท ซึ่งแพงกว่าเครื่องบินลำเลียงของกองทัพบก ขนาด C130 ซึ่งเอกสารของกองทัพ โดยมีบริษัทมาเปรียบเทียบราคาจากประเทศอิสราเอลและประเทศจีน ทั้งนี้คิดว่า ไม่ใช่เครื่องของอิสราเอล เพราะกองทัพเรือต้องการ 3 เครื่องในราคา 4,100 ล้านบาท แต่อิสราเอล เสนอมาแค่ 2 เครื่องจึงเขื่อว่าจะตกไป ส่วนประเทศจีนเสนอมา 3 ตัว ทั้งนี้โดรนดังกล่าวเป็นรุ่น &amp;nbsp;Wing Loog ll ซึ่งตรงกับเอกสารที่กองทัพเรือนำมาให้กรรมาธิการดู ลำละ 1,400 ล้านบาท ซึ่งข้อมูลส่วนนี้กองทัพเรือยังไม่ได้ชี้แจง แต่ดูตามเอกสารที่นำมามอบให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ ระบุว่า &amp;nbsp;ขอถามว่าโดรนสามารถปราบโควิด-19 ได้หรือไม่ จะพาคนตายบินไปสวรรค์หรือลงนรกได้หรือไม่ เพราะราคาแพง ทั้งที่ขณะนี้คนรอความตาย ไม่มีโรงพยาบาลให้เข้ารับการรักษา ขณะนี้สภาพประเทศไทยคล้ายกับประเทศอินเดียแล้ว รวมถึงคนกำลังอดอยากหิวโหย คำถามคือกองทัพเรือมีความจำเป็นใดที่จะต้องไปซื้อโดรน 3 เครื่อง ทั้งนี้ตนเองอยู่คณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ วันที่ 27 ก.ค. หากกองทัพเรือไม่สามารถชี้แจงความจำเป็นในการจัดซื้อโดน จะขอปรับลดงบประมาณในส่วนนี้ และต้องขอร้องกองทัพเรือ ให้เห็นแก่ความเดือดร้อนความอดอยากหิวโหย วิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ ท่านจะอ้างว่าเพื่อรักษาผลประโยชน์ทางทะเล ในขนาดนี้ต้องรักษาชีวิตคนก่อน ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะต้องต่อสู้คัดค้านในเรื่องการจัดซื้ออาวุธ และในฐานะส.ส. และในวันอังคารที่ 27 ก.ค. จะขอโหวตตัดงบโดรน หากแพ้จะไปสู้ต่อในกรรมาธิการชุดใหญ่ เพราะไม่จำเป็นและไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนและอาวุธที่จะซื้อมา ไม่ว่าจะเป็นเรือดำน้ำ โดรน เรือยกผลขึ้นบก ปราบโควิด-19 ไม่ได้ จึงยังไม่จำเป็นต้องซื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ ระบุว่า ขอเรียกร้องให้ผู้บัญชาการทหารเรือ และเสนาธิการทหารเรือ แถลงชี้แจงกรณีความไม่โปร่งใสของการจัดซื้อแบบจีทูจี ของเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ยกผลขึ้นบกและเรือดำน้ำลำที่ 1 ที่มีข้อสงสัยและมีข้อครหา และทำไมจึงไม่นำสัญญามาให้กรรมาธิการงบประมาณฯดู เราไม่ได้มีอคติกับกองทัพเรือ แต่อยากให้เข้าใจว่าทางกรรมาธิการฯ ทำงานแบบสร้างสรรค์ มีหน้าที่ตรวจสอบงบประมาณอย่างตรงไปตรงมา กองทัพบก กองทัพอากาศ ก็มีการจัดซื้อแบบจีทูจี มีการนำสัญญามามอบให้กรรมาธิการฯ ดูไม่ได้ปกปิดอะไร จึงอยากให้ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ให้ความร่วมมือกับกรรมาธิการฯ ในการตรวจสอบ ประชาชนจะได้ไม่มีข้อเคลือบแคลงสงสัยว่าจีทูจีระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีนในโครงการใหญ่ต้องมีพร้อมโปร่งใส และยืนยันว่า ตรวจสอบงบของทุกกองทัพ และกองทัพเรืออ้างว่าจะกระทบความสัมพันธ์ ไม่เชื่อว่ารัฐบาลจีนมารับจ้างประเทศไทยขุดลอก 800 กว่าล้านบาท กองทัพเรือจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเสียหายถ้าเป็นเรื่องจีทูจีไม่จริง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111046</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทร., เพื่อไทย, เรือดำน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210725/image_big_60fd1144ce0a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 09:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 09:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทร. แจงซื้อเรือ-อากาศยานมุ่งรักษาผลประโยชน์ชาติ วอนหยุดปลุกปั่นสร้างความแตกแยก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทร. แจงซื้อเรือ-อากาศยานไร้คนขับตรวจชายฝั่ง ก่อนอนุ กมธ.วิสามัญงบฯครุภัณฑ์ จ่อตัดอีก3โครงการ/วอนทุกฝ่ายพิจารณาด้วยเหตุผล และมีความเป็นธรรมจากจิตใจ ยันสำนึกในหน้าที่ความรับผิดชอบในการดูแลอาณาเขตทางทะเลที่มีทรัพยากรมีค่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.64 - พลเรือเอก เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ ได้ชี้แจงถึงแนวทางการจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพเรือที่ปรากฏรายการต่าง ๆ ตามการพิจารณางบประมาณอยู่ในขณะนี้นั้น ขอเรียนให้พี่น้องประชาชน และสื่อมวลชนทราบว่า รายการต่าง ๆ ดังกล่าว ได้ผ่านกระบวนการพิจารณาโดยละเอียดอย่างถูกต้อง เปิดเผย และเป็นไปตามแนวคิดที่มีความจำเป็นตามยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือในการป้องกันประเทศและอธิปไตยทางทะเล การรักษาความมั่นคง และ ผลประโยชน์ของชาติทางทะเลของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทัพเรือต้องรับผิดชอบภารกิจการรักษาความมั่นคงทางทะเลมีพื้นที่สองฝั่งทะเล ซึ่งรับผิดชอบอาณาเขตทางทะเลประมาณ 323,388.32 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 60 ของอาณาเขตทางบกที่มีเนื้อที่อยู่ประมาณ 513,115 ตารางกิโลเมตร ซึ่งจะต้องจัดกำลังทางเรือและอากาศยานปฏิบัติการในพื้นที่รับผิดชอบตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันโดยไม่มีวันหยุด เพื่อลาดตระเวนเฝ้าตรวจ รวมทั้งช่วยเหลือประชาชนในทะเลและเกาะแก่งต่าง ๆ ทั้งฝั่งอ่าวไทย และฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งการปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเรื่องที่กองทัพเรือให้ความสำคัญสูงสุด ทั้งนี้เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ในทะเล จะทำให้เรือและอากาศยานของกองทัพเรือสามารถปฏิบัติการได้อย่างทันท่วงที เนื่องจากระยะทางในการเกิดเหตุในทะเล มักไม่เกิดใกล้ฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกกองทัพเรือ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันสถานภาพของเรือและอากาศยานของกองทัพเรือนั้น จากการที่ต้องมีการปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องในการดำรงภารกิจการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจในทะเล ซึ่งการปฏิบัติการในทะเลนั้นจะทำให้เรือและอากาศยานมีผลการเสื่อมสภาพและสึกหรอมากกว่าปกติ ซึ่งมีผลต่ออายุการใช้งานของยุทโธปกรณ์ของกองทัพเรือ อีกทั้งเรือและอากาศยานส่วนใหญ่ก็มีอายุการใช้งานเกินเกณฑ์กำหนด รวมทั้งงบประมาณด้านปฏิบัติการของเรือรบและอากาศยานที่มีนักบินที่ได้รับแต่ละปีมีจำนวนจำกัด จึงส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติการของกองทัพเรือโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างนี้ ได้แก่ การใช้อากาศยานไร้คนขับ (UAV) ซึ่งสามารถสนับสนุนการลาดตระเวนตรวจการณ์ของเรือรบและอากาศยานที่มีนักบินทั้งด้านอ่าวไทยและทะเลอันดามัน เข้าถึงพื้นที่ปฏิบัติการได้อย่างรวดเร็ว และสามารถปฏิบัติการบนอากาศได้อย่างยาวนานมากยิ่งขึ้น และช่วยประหยัดงบประมาณด้านการปฏิบัติการ รวมทั้งยังเป็นการใช้บุคลากรที่เป็นนักบิน ช่างเครื่อง และสิ่งอำนวยความสะดวกน้อยกว่าอากาศยานที่ใช้นักบิน ซึ่งจะสามารถช่วยเสริมการใช้นักบินและช่างเครื่องของกองทัพเรือจากการปฏิบัติการบินในพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่องอันเป็นการลดความเสี่ยงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงเป็นการแสดงให้เห็นว่าทุกรายการนั้นมีเหตุผลที่เหมาะสมรองรับการจัดหาดังกล่าว ประการสำคัญที่สุด คือ ในภาวะปัจจุบันที่มีการระบาดของโควิด-19 ประเทศต้องมีภาระด้านงบประมาณค่าใช้จ่ายที่จะต้องรับมือ กองทัพเรือจึงได้ตระหนักในเรื่องดังกล่าวนี้เป็นอย่างมาก และต้องการมีส่วนในการร่วมมือกับหลายภาคส่วนในการช่วยเหลือรัฐบาล และพี่น้องประชาชนดังจะเห็นได้จากการที่กองทัพเรือได้ขอเลื่อนโครงการจัดหาเรือดำน้ำลำที่ 2 และ 3 ออกไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ใคร่จะขอเรียนทำความเข้าใจว่า ในส่วนของยุทโธปกรณ์อื่น ๆ ที่เหลือนั้น ยังคงมีความจำเป็นด้วยจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการที่จะทำให้การปฏิบัติงานในทะเลเพื่อรักษาความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล รวมทั้งผลกระทบต่ออธิปไตยของชาติทางทะเลมีประสิทธิภาพสูงสุด อันจะเป็นหลักประกันในการสร้างความมั่นคงทางทะเลและสร้างความเชื่อมั่นในการดูแลพี่น้องประชาชนที่มีกิจกรรมทางทะเลให้ปลอดภัยตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงท้ายโฆษกกองทัพเรือ ได้ขอให้ทุกฝ่ายอย่าได้นำการทำหน้าที่และความจำเป็นเหล่านี้ไปสร้างความเข้าใจที่ผิด สร้างความแตกแยก และทำให้เกิดผลกระทบและบั่นทอนต่อกำลังใจของพี่น้องประชาชน หรือผลในด้านอื่น ๆ อันจะเป็นการสร้างความเสียหายให้กับหลายๆ ฝ่าย เพราะความจำเป็นดังกล่าวอยู่บนพื้นฐานที่ไม่กระทบต่อภาระจำเป็นที่มีอยู่ หากทุกฝ่ายได้พิจารณาในรายละเอียดด้วยเหตุและผล และมีความเป็นธรรมจากจิตใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทัพเรือจึงขอเรียนชี้แจงด้วยความจริงใจ และความสำนึกในหน้าที่ความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ที่มีต่อประเทศชาติที่เรารักในการดูแลอาณาเขตทางทะเลของไทยที่มีพื้นที่มหาศาลและมีทรัพยากรทางทะเลที่มีค่าเป็นจำนวนมากให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และ ปลอดภัย นั้น กองทัพเรือจะทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถด้วยจิตใจที่มั่นคง เพราะทะเลนั้นเป็นเหมือนถิ่นของเรา จะขอเฝ้าตราบจนชีวิตเราสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชี้แจงดังกล่าวเนื่องจากกรณีที่ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ฐานะโฆษกกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายปี 2565 สภาฯ เตรียมพิจารณาตัดและยกเลิกการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ 3 โครงการ ของกองทัพเรือ ในขั้นอนุทกมธ. งบฯซึ่งไม่สอดคล้องกับสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจโควิด ประกอบด้วย โครงการอากาศยานไร้คนขับ (UAV) 4,100 ล้านบาท, โครงการก่อสร้างศูนย์วิทยุควบคุมเรือดำน้ำ จำนวน 300 ล้านบาท จัดซื้อเรือเอนกประสงค์วงเงินกว่า 4,000 ล้านบาท รวมไปถึงการซักฟอกโครงการเรือแอลพีดี ที่มีการจัดหาไปแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110666</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือ, งบประมาณ, พรรคเพื่อไทย, พล.ร.อ.เชษฐา ใจเปี่ยม, ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, เรือดำน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f8d98f9433a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 14:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 14:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ปอ อรรณพ’โวยเป็นอะไรกับเรือดำน้ำมากไหม คนตายขนาดนี้!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; นักร้องหนุ่ม ปอ-อรรณพ ทองบริสุทธิ์ หรือ ปอ เอเอฟ โพสต์ทวิตเตอร์ถึงการเสนอซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือเมื่อวันก่อน ในขณะที่คนตายเพราะวิกฤติโควิด-19&amp;nbsp;มากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยนักร้องหนุ่มโพสต์ว่า &amp;ldquo;เป็นเหี้ยอะไรกับเรือดำน้ำมากปะ บริหารจัดการล้มเหลว คนตายขนาดนี้ วัคซีนดีๆไม่มีให้ เสือกเสนอซื้อเรือดำน้ำต่อไม่รู้จะหาคำไหนมาด่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110572</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปอ เอเอฟ, ปอ-อรรณพ ทองบริสุทธิ์, วัคซีน, วัคซีนโควิด, เรือดำน้ำ, โควิด, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7cb04cccdf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 16:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 16:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดอกนี้เจ็บ! &#039;เรืองไกร&#039; เย้ย ส.ส.ดีกรีนักเรียกนอก แชร์เฟคนิวส์มั่วงบเรือดำน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.64 - ที่รัฐสภา นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 กล่าวถึงภาพรวมการพิจารณางบประมาณของกระทรวงกลาโหม ว่า การพิจารณาผ่านไปด้วยความเรียบร้อย บนความไม่เรียบร้อย ทั้งนี้ มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับงบเรือดำน้ำในส่วนลำที่ 1 ได้มีการจ่ายไปแล้วประมาณ 8,000 กว่าล้านบาท เงินที่ใช้ไปแล้วในเรือดำน้ำลำที่ 1 จะถอนงบตรงนั้นมา เพื่อซื้อวัคซีนเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ ตนต้องออกมาชี้แจง เพราะเห็นว่ามีส.ส.รุ่นใหม่ดีกรีเรียนถึงเมืองนอกแต่ไม่รู้ข้อมูล นำไปแชร์ต่อในเฟซบุ๊กถือเป็นเรื่องที่ตกประเด็น ส.ส.บางท่านเอางบเรือดำน้ำที่จ่ายไปแล้วมาคิดเป็นงบที่จะจัดซื้อวัคซีนถือเป็นเรื่องไม่จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความเป็นจริงมีดังนี้ งบประมาณที่ทางกองทัพเรือยอมถอนออกไปเป็นงบประมาณปี 65 เป็นงบจัดซื้อเฉพาะเรือดำน้ำ 2 ลำหลังที่จะมีการจัดซื้อ ทำให้เห็นว่าข้อมูลที่สื่อมวลชนได้รับอาจมีการคลาดเคลื่อน เพราะงบประมาณที่จะนำมาจัดซื้อวัคซีนไม่ได้มาจากงบประมาณของเรือดำน้ำ งบประมาณที่จะนำไปซื้อวัคซีนป้องกันโควิด-19 นั้น คืองบประมาณที่อยู่ใน พ.ร.ก.เงินกู้ฯ 500,000 ล้านบาท&amp;rdquo;นายเรืองไกร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า งบกระทรวงกลาโหม นอกจากการปรับลดในส่วนของเรือดำน้ำแล้ว จะมีการเสนอปรับลดรายการอื่นอีกหรือไม่ นายเรืองไกร กล่าวว่า มีแน่นอน มีการเสนอปรับรายการอื่นๆ ซึ่ง กมธ.ฯของพรรคต่างๆ มีการเสนอเข้ามา เช่น สิ่งก่อสร้างต่างๆ ของทางกระทรวงกลาโหม แต่ทุกอย่างต้องใช้เหตุผล ไม่ใช่ถึงเวลาจะเสนอตัดอย่างเดียว คงไม่ได้ พูดมันดูง่าย แต่ต้องดูว่ามีความชอบด้วยเหตุผลหรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110447</URL_LINK>
                <HASHTAG>เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, เรือดำน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f6985992e0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 18:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 18:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทร. แจงซื้อเรือดำน้ำ หวังเป็นประโยชน์ในช่วงวิกฤติโควิด ช่วยลดความขัดแย้งความคิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.64 - พลเรือเอก เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ กล่าวถึง กรณีการชะลอโครงการจัดหาเรือดำน้ำลำที่ 2 และ 3 โดยไม่ขอรับการจัดสรรงบประมาณของโครงการฯ ซึ่งปรากฏรายการอยู่ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ว่าตามที่พี่น้องประชาชนและสื่อมวลชน ได้ทราบข่าวการขอชะลอโครงการจัดหาเรือดำน้ำลำที่ 2 และ 3 โดยไม่ขอรับการจัดสรรงบประมาณของโครงการฯ ซึ่งปรากฏรายการอยู่ในร่างพระราชบัญญัติ &amp;nbsp; งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ซึ่ง พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้แถลงต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565/สภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ ไปแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเรียนชี้แจงเป็นประเด็นต่อไปนี้ว่า กองทัพเรือได้เสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณสำหรับโครงการจัดหาเรือดำน้ำ ลำที่ 2 และลำที่ 3 ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือ และเป็นหน้าที่ที่กองทัพเรือจะต้องเตรียมกำลังรบที่มีความจำเป็น สำหรับการปกป้องอธิปไตยทางทะเล การดำรงเส้นทางคมนาคมทางทะเลให้ได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการคุ้มครองและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ซึ่งมีมูลค่ามหาศาลกว่า 22.89 ล้านล้านบาทนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การเตรียมกำลังรบในยามปกติ จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องเตรียมความพร้อมทั้งองค์บุคคล องค์วัตถุ และองค์ยุทธวิธี ให้มีความพร้อมสูงสุดอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้กองทัพเรือยังมีภารกิจสำคัญอื่นๆ อีกมากมายในการสนับสนุนรัฐบาลเพื่อช่วยเหลือประชาชนและพัฒนาประเทศ ซึ่งกองทัพเรือมีความตระหนักและให้ความสำคัญในทุกภารกิจหน้าที่ที่กองทัพเรือรับผิดชอบ และต้องเตรียมการให้มีความพร้อมสูงสุดที่จะเผชิญภัยคุกคามในทุกรูปแบบ โดยไม่ย่อท้อ และพร้อมที่จะปกป้องอธิปไตยของชาติทางทะเลตราบชีวิตจะหาไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งกองทัพเรือได้พิจารณาไตร่ตรองโดยถี่ถ้วนแล้ว เห็นว่ามีความจำเป็นต้องจัดหาเรือดำน้ำไว้ประจำการจำนวน 3 ลำ จะสามารถปฏิบัติการได้ครอบคลุมทั้ง 2 ฝั่งทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับต่อภารกิจและหน้าที่ที่กองทัพเรือรับผิดชอบ และยังเป็นการเพิ่มศักยภาพทางทะเลของกองทัพเรือไทยให้มีมากยิ่งขึ้นเป็นอย่างมาก ดังนั้นการจัดหาเรือดำน้ำ จึงเป็นหนทางที่มีความเหมาะสมและเกิดความคุ้มค่าสูงสุดกับการใช้งบประมาณจากภาษีของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์วิกฤตของการแพร่ระบาดของโควิด 19 ที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2562 กองทัพเรือได้ให้ความสำคัญในการระดมสรรพกำลังทุกรูปแบบเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถเท่าที่จะกระทำได้ อาทิเช่น การจัดตั้งสถานที่กักตัวที่รัฐจัดให้แห่งแรก การจัดตั้ง รพ.สนาม การจัดกำลังพลสนับสนุน ศปค.ในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดฯ &amp;nbsp;การดูแลและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กลาโหมและกองทัพเรือไปพิจารณาถึงความเป็นไปได้ ประกอบกับกองทัพเรือได้ประเมินสถานการณ์ในภาพรวมร่วมกับทรวงกลาโหมแล้ว เห็นว่ารัฐบาลมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการช่วยเหลือประชาชนในยามทุกข์ยากเช่นนี้ เพื่อช่วยในการแก้ไขปัญหาและทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดที่มีความวิกฤต กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งในส่วนของการดำเนินการด้านงบประมาณนั้น กองทัพเรือได้ส่งคืนงบประมาณในปี 2563 จำนวน 3,375 ล้านบาท ปี 2564 จำนวน 3,925 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้รัฐบาล สามารถบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุดในภาพรวม ตามความจำเป็นเร่งด่วนต่อไป โดยการดำเนินการเสนอของบประมาณจัดหาเรือดำน้ำเพิ่มเติมอีกจำนวน 2 ลำ ในปี 2565 กองทัพเรือได้พิจารณาถึงความเหมาะสมด้านงบประมาณที่ไม่เป็นการใช้งบประมาณแต่ละปีมากจนเกินไป โดยได้มีการเจรจากับทางฝ่ายจีนให้สามารถแบ่งจ่ายเงินสำหรับโครงการจัดหาเรือดำน้ำอีก 2 ลำที่เหลือ เป็นเวลาถึง 6 ปี ซึ่งสามารถจ่ายเงินงวดแรกในปีงบประมาณ 65 ที่กำลังพิจารณานี้ เพียง 900 ล้าน จากยอดรวม จำนวน 22,500 ล้านบาทของมูลค่าเรือดำน้ำทั้ง 2 ลำ ทั้งนี้เงินดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณปกติของกองทัพเรืออยู่แล้ว มิได้เป็นงบประมาณที่ขอใหม่แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์วิกฤตดังกล่าวที่มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นตามลำดับและส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นอย่างมาก จึงทำให้กองทัพเรือได้พิจารณาร่วมกับกระทรวงกลาโหม เพื่อหาหนทางปฏิบัติที่มีความเหมาะสม และสอดคล้องกับสถานการณ์วิกฤตในปัจจุบัน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง จึงขอชะลอโครงการจัดหาเรือดำน้ำลำที่ 2 และ 3 ไปก่อน โดยไม่ขอรับการจัดสรรงบประมาณของโครงการจัดหาเรือดำน้ำ ลำที่ 2 และลำที่ 3 ซึ่งปรากฏรายการอยู่ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การชะลอการจัดหาเรือดำน้ำออกไปในครั้งนี้ เนื่องจากเป็นการจัดหาในลักษณะรัฐบาลต่อรัฐบาล&amp;nbsp;ที่รัฐบาลจีนให้ความช่วยเหลือทางทหารหลายรายการ จึงอาจส่งผลกระทบบางประการที่กองทัพเรือจะต้องไปดำเนินการเจรจากับรัฐบาลจีน เพื่อสร้างความเข้าใจถึงเหตุผลความจำเป็นของการชะลอโครงการดังกล่าว และไม่กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และยังคงความพร้อมที่จะให้การสนับสนุนความช่วยเหลือทางทหารกับกองทัพเรือต่อไป
&amp;nbsp;
สุดท้ายนี้กองทัพเรือหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การพิจารณาของกองทัพเรือในครั้งนี้ จะเกิดประโยชน์แก่ประชาชนคนไทยในสถานการณ์ที่เหมาะสม ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยแก้ไขปัญหาของชาติอันเป็นที่รักของพวกเราทุกคน ตลอดจนลดความขัดแย้งทางความคิด อันจะนำไปสู่การมีความสมัครสมาน สามัคคี ที่จะเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้รอดพ้นจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19 ได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110339</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือ, งบประมาณ, เรือดำน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f55c1cbc752.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
