<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117311</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 19:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 19:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกาหลีเหนือจวกสหรัฐ ทำข้อตกลง&#039;ออคัส&#039;ปลุกแข่งขันอาวุธนิวเคลียร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีเหนือแถลงประณามการจับมือเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงระหว่างสหรัฐ-อังกฤษ-ออสเตรเลีย ที่จะทำให้สหรัฐถ่ายทอดเทคโนโลยีสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์แก่ออสเตรเลีย ว่าอาจกระตุ้นให้เกิด &amp;quot;การแข่งขันด้านอาวุธนิวเคลียร์&amp;quot; ในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศการทำความตกลงออคัสระหว่างสหรัฐ, อังกฤษ และออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2564 (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของทางการเกาหลีเหนือรายงานอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือรายหนึ่งเมื่อวันจันทร์ที่ 20 กันยายน โจมตีข้อตกลงด้านความมั่นคง 3 ฝ่ายในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกระหว่างสหรัฐ, อังกฤษ และออสเตรเลีย (ออคัส) ที่ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า อาจกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันด้านอาวุธนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีและบีบีซีกล่าวว่า ตามข้อตกลงฉบับนี้ สหรัฐและอังกฤษจะถ่ายทอดเทคโนโลยีในการสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์แก่ออสเตรเลีย ซึ่งจะเป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปีที่สหรัฐถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าวแก่ประเทศอื่น หลังจากก่อนหน้านี้เคยแบ่งปันกับอังกฤษเพียงชาติเดียวเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งออสเตรเลียวางแผนจะสร้าง 8 ลำ มีข้อได้เปรียบจากเรือดำน้ำที่ใช้พลังงานแบบอื่นคือ สามารถเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้นและตรวจจับได้ยากขึ้น เรือดำน้ำนิวเคลียร์ยังสามารถอยู่ใต้น้ำได้นานหลายเดือน และยิงมิสไซล์ที่มีพิสัยไกลขึ้น แม้ออสเตรเลียจะกล่าวว่าไม่มีความตั้งใจจะติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งเหล่านี้เป็นการกระทำไม่พึงปรารถนาและอันตรายอย่างยิ่ง ที่จะทำลายสมดุลทางยุทธศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และกระตุ้นให้เกิดห่วงโซ่การแข่งขันด้านอาวุธนิวเคลียร์&amp;quot; เจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือผู้นี้กล่าว &amp;quot;นี่แสดงให้เห็นว่า สหรัฐเป็นหัวโจกในการทำลายระบบไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างประเทศ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังกล่าวถึงปฏิกิริยาไม่พอใจจากจีนด้วยว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่ประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคนี้ รวมถึงจีน จะประณามการกระทำเหล่านี้ว่าเป็นการกระทำขาดความรับผิดชอบที่ทำลายสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลฝรั่งเศสก็ไม่พอใจที่ออสเตรเลียยกเลิกสัญญาซื้อเรือดำน้ำจากฝรั่งเศสเพื่อไปจับมือสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์กับสหรัฐซึ่งฝรั่งเศสมองว่าเป็นการโดนแทงข้างหลัง โดยเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือผู้นี้กล่าวว่า ข้อตกลงฉบับนี้ยังก่อให้เกิด &amp;quot;วิกฤติร้ายแรง&amp;quot; ระหว่างชาติพันธมิตรเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เกาหลีเหนือเพิ่งทดสอบอาวุธขนาดใหญ่ 2 ครั้ง หนึ่งคือการยิงทดสอบมิสไซล์ครูซพิสัยไกล และอีกครั้งเป็นการทดสอบขีปนาวุธ วันพุธที่แล้วซึ่งเป็นวันเดียวกับที่เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธ เกาหลีใต้ก็ยิงทดสอบขีปนาวุธชนิดยิงจากเรือดำน้ำ (เอสแอลบีเอ็ม) ประสบความสำเร็จ คล้อยหลังการทดสอบของเกาหลีเหนือไม่กี่ชั่วโมง และทำให้เกาหลีใต้เป็นประเทศที่ 7 ในโลกที่มีขีดความสามารถนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในแถลงการณ์อีกฉบับของเกาหลีเหนือ ที่เคซีเอ็นเอรายงานเมื่อวันจันทร์ จาง ชางฮา ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาศาสตร์การป้องกันประเทศซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการจัดหาและพัฒนาอาวุธของทางการเกาหลีเหนือ กล่าวถึงการทดสอบอาวุธของเกาหลีใต้ครั้งล่าสุดนี้ว่า จากภาพถ่ายที่เผยแพร่ทางสื่อแสดงให้เห็นถึงอาวุธที่ชุ่ย และไม่มีรูปร่างของเอสแอลบีเอ็มแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เอสแอลบีเอ็มที่ผลิตเองของเกาหลีใต้จะไม่สามารถใช้เป็นเครื่องมือโจมตีที่มีประสิทธิภาพในการทำสงครามได้&amp;quot; เขากล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117311</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อตกลงออคัส, สหรัฐปลุกแข่งขันด้านอาวุธนิวเคลียร์, ออสเตรเลีย, เกาหลีเหนือ, เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_614486f79f1f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 23:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 23:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน&#039;ขอเคลียร์&#039;มาครง&#039; ต้นเหตุออสซี่ฉีกสัญญาซื้อเรือดำน้ำฝรั่งเศส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐขอคุยกับประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสในเร็ววันนี้ เพื่อปรับความเข้าใจ ภายหลังฝรั่งเศสโกรธจัดที่โดนสหรัฐหักหลังด้วยการช่วยออสเตรเลียสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ 8 ลำ เป็นเหตุให้ออสเตรเลียฉีกสัญญาซื้อเรือดำน้ำจากฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า การตัดสินใจของรัฐบาลออสเตรเลียที่ฉีกสัญญาซื้อเรือดำน้ำระบบดีเซล-ไฟฟ้าจากฝรั่งเศส มูลค่า 50,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ที่สองฝ่ายลงนามกันไว้เมื่อปี 2559 ทำให้รัฐบาลฝรั่งเศสเรียกเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำออสเตรเลียและสหรัฐกลับประเทศ ซึ่งเป็นการแสดงความไม่พอใจทางการทูตแบบไม่เคยปรากฏมาก่อนระหว่างชาติพันธมิตรเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กาเบรียล อัตตาล โฆษกรัฐบาลฝรั่งเศส กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า มาครงและไบเดนจะสนทนากันทางโทรศัพท์ &amp;quot;ในไม่กี่วันข้างหน้า&amp;quot; ตามคำร้องขอจากไบเดน โดยมาครงจะขอ &amp;quot;คำชี้แจง&amp;quot; จากประธานาธิบดีสหรัฐ ภายหลังคำประกาศความตกลงด้านกลาโหมระหว่างสหรัฐ-ออสเตรเลีย-อังกฤษ ที่ทำให้ออสเตรเลียยกเลิกสัญญาซื้อเรือดำน้ำจากฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องการคำอธิบาย&amp;quot; อัตตาลกล่าว และว่า สหรัฐต้องตอบคำถามกับสิ่งที่ดูเหมือนเป็นการละเมิดความไว้วางใจครั้งใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศนัดเคลียร์ใจระหว่างผู้นำทั้งสองมีออกมาหลังจากนายกฯ สกอตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลีย ปฏิเสธคำกล่าวหาของฝรั่งเศสที่ว่าออสเตรเลียโกหกเกี่ยวกับแผนดังกล่าวเพื่อยกเลิกสัญญาซื้อเรือดำน้ำ โดยมอร์ริสันอ้างว่า เขาได้แจ้งให้ฝรั่งเศสรับรู้ข้อกังวลเมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้แล้ว ตัวเขาและรัฐมนตรีในรัฐบาลของเขาไม่เคยปิดบังประเด็นปัญหาเกี่ยวกับเรือดำน้ำของฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มอร์ริสันกล่าวด้วยว่า ออสเตรเลียตัดสินใจดังกล่าวโดยอิงอยู่บนผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีไบเดนประกาศการจับมือทำความตกลงด้านความมั่นคงสามฝ่ายที่เรียกว่า AUKUS เมื่อวันพุธที่แล้ว โดยทั่วไปมองว่ามีเป้าหมายเพื่อต่อต้านการแผ่อิทธิพลของจีนในภูมิภาคนี้ นอกจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์แล้ว ข้อตกลงนี้ยังครอบคลุมถึงการป้องกันทางไซเบอร์, ปัญญาประดิษฐ์และขีดความสามารถใต้น้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนมีปฏิกิริยาตอบโต้การจับมือเป็นพันธมิตรระหว่าง 3 ชาติทันทีว่าเป็นภัยคุกคามที่ขาดความรับผิดชอบอย่างยิ่ง และเตือนว่าประเทศเหล่านี้เสี่ยงที่จะยิงเท้าตนเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117214</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีกสัญญาซื้อเรือดำน้ำ, ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง, ประธานาธิบดีโจ ไบเดน, ฝรั่งเศส, สหรัฐ, ออสเตรเลีย, เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210919/image_big_61475f325a6c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 22:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 22:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนโวยออสซี่จับมือสหรัฐ-อังกฤษคุกคามความสงบในภูมิภาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนแถลงประณามการผนึกกำลังด้านความมั่นคงระหว่างออสเตรเลีย, สหรัฐ และอังกฤษ ซึ่งรวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์แก่ออสเตรเลีย ชี้สามประเทศนี้กำลังทำลายสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน 2564 โจมตีการทำความตกลงหุ้นส่วนด้านความมั่นคงระหว่างออสเตรเลีย, สหรัฐ และอังกฤษ ว่าเป็นภัยคุกคามที่ขาดความรับผิดชอบอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาคนี้ และทำให้การแข่งขันด้านอาวุธรุนแรงขึ้น โดยจีนจะเฝ้าจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การส่งออกเทคโนโลยีเรือดำน้ำนิวเคลียร์ที่มีความอ่อนไหวสูง โดยสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ ไปยังออสเตรเลีย พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่า พวกเขาใช้การส่งออกนิวเคลียร์เป็นเครื่องมือในเกมภูมิรัฐศาสตร์ และใช้สองมาตรฐาน ซึ่งขาดความรับผิดชอบอย่างยิ่ง&amp;quot; จ้าวกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐ, นายกฯ สกอตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลีย และนายกฯ บอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ เกี่ยวกับข้อตกลง AUKUS เมื่อวันพุธ ไม่ได้พาดพิงจีนโดยตรง แต่เจตนาของทั้งสามประเทศนี้แสดงออกอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวที่กรุงวอชิงตันว่า ความริเริ่มนี้เป็นการทำให้แน่ใจว่าทั้งสามประเทศนี้มีขีดความสามารถที่ทันสมัยที่สุด เพื่อหลบหลีกและป้องกันภัยคุกคามที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านมอร์ริสันกล่าวว่า ทั้งสามประเทศต่างเคารพใน &amp;quot;เสรีภาพ&amp;quot; และ &amp;quot;หลักนิติธรรม&amp;quot; การจับมือเป็นพันธมิตรกันครั้งนี้จะช่วยรับประกันความปลอดภัยในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความริเริ่มสำคัญประการแรกภายใต้พันธมิตรใหม่นี้คือการถ่ายทอดเทคโนโลยีการสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์แก่ออสเตรเลีย จำนวน 8 ลำ โดยผู้นำทั้งสามกล่าวว่า กองเรือดำน้ำนี้จะไม่ติดอาวุธนิวเคลียร์ แต่เป็นเพียงเรือดำน้ำที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระนั้น เรือดำน้ำชนิดนี้จะช่วยให้กองทัพออสเตรเลียสามารถเดินทางไปและโจมตีเป้าหมายที่อยู่ไกลจากชายฝั่งของประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา มอร์ริสันยังประกาศด้วยว่า ออสเตรเลียจะได้มิสไซล์ครูซพิสัยไกล โทมาฮอว์ก จากสหรัฐด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116970</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, สหรัฐ, หุ้นส่วนด้านความมั่นคง, ออสเตรเลีย, อังกฤษ, เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210916/image_big_61436881c929b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
