<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2019 18:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2019 18:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรือดำน้ำรำลึก (2)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
จุดที่เรือดำน้ำ U-194 เคยจอดแสดงในกรุงสต็อกโฮล์มเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;เรือเฟอร์รีพาพวกเราจากเมืองตุรกู ประเทศฟินแลนด์ ข้ามทะเลบอลติก ถึงท่าเรือในกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ตอนประมาณ 6 โมงเช้า อากาศหนาวเย็นจนอุณหภูมิติดลบ ฟ้าในเดือนมกราคมยังไม่สว่าง พี่หมู (ผุดผาดน้อย วรวุฒิ) ขอให้ &amp;ldquo;ติโม วัลลิน&amp;rdquo; ขับรถไปยังร้านที่ภรรยาของแกทำงานอยู่ ความจริงแล้วร้านอาหารยังไม่เปิด แต่ 5-6 วันมานี้ไม่มีอาหารไทยตกถึงท้อง คุณภรรยาก็เลยต้องตื่นมาเปิดร้านแล้วทำกับข้าวให้สามีและคณะได้อิ่มหนำตั้งแต่เช้าตรู่ ฝรั่งอย่างติโมยังขอเติมข้าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ทันที่เราจะได้หยุดพักและทั้งที่ง่วงงุนอยู่เพราะได้นอนในเรือไปไม่ถึง 4 ชั่วโมง ติโมขับรถพาไปดูจุดที่เคยจอดเรือดำน้ำ U-194 ในสตอกโฮล์มเมื่อครั้งลากมาโชว์ในเมืองนี้เป็นครั้งแรก (ก่อนจะย้ายไปจอดใกล้ๆ พิพิธภัณฑ์วาซาในเวลาต่อมา) ใกล้ๆ กับสำนักงานเทศบาลเมือง ตรงข้ามกับโรงแรม Radisson&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การล่องเรือไป-มาในสตอกโฮล์มนั้นไม่ใช่เรื่องยากอะไรเพราะเมืองนี้ได้ชื่อว่า The city that floats on water หรือ &amp;ldquo;เมืองลอยน้ำ&amp;rdquo; ประกอบด้วยเกาะหลัก 14 เกาะ และในส่วนของ Stockholm Archipelago หรือหมู่เกาะสตอกโฮล์มที่อยู่ตามชายฝั่งทะเลบอลติกมีจำนวนราว 24,000 เกาะเล็กเกาะน้อยเลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ติโมเล่าให้ฟังว่า วันหนึ่งตอนที่เรือดำน้ำจอดอยู่บริเวณนี้ เขาได้ยินเสียงชายคนหนึ่งพูดมาจากด้านหลังว่า &amp;ldquo;นี่คือเรือของท่าน?&amp;rdquo; ติโมหันไปมองต้นเสียง ตอบว่า &amp;ldquo;ใช่&amp;rdquo; ก่อนจะอ้าปากค้าง พูดต่อไม่ออก เมื่อรวบรวมสติได้ชายผู้นั้นก็เดินจากไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชายผู้นั้นคือ &amp;ldquo;สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน&amp;rdquo; ท่านคงจะเสด็จกลับเข้าไปในพระราชวังที่อยู่ไม่ห่างออกไปนั่นเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ถนนในกรุงสต็อกโฮล์มยามเช้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราข้ามสะพานไปยัง Gamla Stan หรือเมืองเก่า เป็นเกาะที่พระราชวังตั้งอยู่ แต่ไม่ได้ซื้อตั๋วเข้าไปชมภายใน นอกจากพระราชวังแล้วก็ยังมีโบสถ์สำคัญอีก 2 แห่ง พิพิธภัณฑ์อีกหก-เจ็ดพิพิธภัณฑ์เป็นอย่างน้อย จากนั้นติโมขับรถพาไปดูจุดจอดเรือดำน้ำจุดที่ 2 ใกล้ๆ กับพิพิธภัณฑ์วาซา เขาจอดแสดงเรือดำน้ำอยู่ตรงนี้ถึง 4 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คราวนี้เราได้ซื้อตั๋วเข้าไปในพิพิธภัณฑ์วาซา เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีผู้เยี่ยมชมมากที่สุดในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย จัดแสดงเรือรบวาซาที่อับปางลงไม่ไกลจากบริเวณนี้เมื่อปี ค.ศ. 1628 โดยสวีเดนในยุคนั้นถือเป็นชาติมหาอำนาจชาติหนึ่ง เรือวาซา (ตามชื่อของราชวงศ์วาซา) ได้รับการต่อขึ้นโดยพระบัญชาของ &amp;ldquo;อดอล์ฟที่ 2 กุสตาฟแห่งสวีเดน&amp;rdquo; เพื่อออกไปโรมรันกับ &amp;ldquo;เครือจักรภพโปแลนด์-ลิธัวเนีย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรือรบความยาว 69 เมตร ระวาง 1,210 ตัน ที่ว่ากันว่ายิ่งใหญ่และสง่างามไม่แพ้ใครในยุคเดียวกันนั้นกลับจมลงสู้ก้นทะเลพร้อมชีวิตทหาร 300 นาย ฝีพาย 145 คน และปืนใหญ่หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ 64 กระบอก ในการออกเดินทางเที่ยวปฐมฤกษ์ โดยมีเส้นทางบนผืนน้ำเพียงกิโลเมตรกว่าๆ เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สาเหตุที่เรือจมคาดว่ามาจากน้ำหนักตัวเรือที่มากเกินไป โดยเฉพาะโครงสร้างส่วนบนทำให้เรือโคลงเคลงได้ง่ายเพียงเจอคลื่นและลมไม่แรงนัก ทว่ากลับไม่มีแม่ทัพนายกองคนใดกล้าที่จะเปิดประเด็นหารือหรือรายงานไปยังพระมหากษัตริย์ให้ยับยั้งการนำออกสู่สงคราม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
มองออกไปจากเขตเมืองเก่า Gamla Stan กรุงสต็อกโฮล์ม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลสวีเดนเพิ่งจะทำการกู้เรือขึ้นมาได้สำเร็จเมื่อ ค.ศ. 1961 พร้อมด้วยโครงกระดูกส่วนหนึ่ง เสื้อผ้า ใบเรือ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ส่วนของตัวเรือแทบไม่ได้รับความเสียหาย เมื่อประกอบร่างเข้ารูปรอยเดิมแล้วก็จัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990 มีห้องให้ชมประวัติในรูปแบบภาพยนตร์สารคดี โดยเฉพาะภาพตอนกู้เรือขึ้นมานั้นน่าชมมาก น่าเสียดายที่กล้องดิจิตอลสมัยสิบกว่าปีก่อนถ่ายภาพในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้ไม่ชัดเอาเสียเลย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ออกจากพิพิธภัณฑ์ประมาณบ่าย 2 โมง พี่หมูขอให้ติโมขับรถไปที่ร้านอาหารไทยชื่อ &amp;ldquo;ชบา&amp;rdquo; เจ้าของร้านชื่อ &amp;ldquo;ตุ๋ย&amp;rdquo; เป็นคนอำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่ไปทำงานที่เกาะสมุย สาวแหม่มติดใจในอะไรบางอย่างนอกจากฝีมือการทำอาหารก็เลยชวนให้แกตามมาเปิดร้านอาหารที่สวีเดน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พี่หมี (ปัจจุบันพระสุธรรม ฐิตธัมโม กำลังทำภารกิจเดินธุดงค์รณรงค์สันติภาพรอบโลก) ซึ่งเป็นคนใต้เหมือนกันขอสั่งแกงส้ม 1 หม้อ (เป็นเสบียงเก็บไว้กินวันหลัง) จะมารับในวันรุ่งขึ้น พี่ตุ๋ยใจดีมาก รับปากจะแกงให้โดยไม่คิดเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสร็จมื้อเที่ยงเรากลับไปที่ร้านของภรรยาพี่หมู ผมสัมภาษณ์แกถึงสถานการณ์โดยรวมของร้านอาหารไทยในสวีเดน ได้รับคำตอบว่าค่อนข้างดี นอกจากคนไทยในสวีเดนจะมีเยอะแล้ว คนสวีเดนก็ยังชื่นชอบอาหารไทย พวกเขาเคยเดินทางไปท่องเที่ยวในเมืองไทยมาแล้วแทบทั้งนั้น สำหรับเมนูยอดนิยม ผมนึกว่าจะต้องเป็นต้มยำกุ้ง แต่คำตอบที่ได้คือไก่ผัดเม็ดมะม่วง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เย็นนั้นเพื่อนพี่หมู ชื่อ &amp;ldquo;ณรงค์&amp;rdquo; มารับพวกเราไปที่ร้าน &amp;ldquo;ใบตอง&amp;rdquo; ซึ่งแกทำงานอยู่ นอกจากอาหารไทยแล้วร้านใบตองยังมีอาหารญี่ปุ่นด้วย เพราะเพิ่งกินอาหารไทยกันมาผมกับพี่หมูก็เลยสั่งอาหารญี่ปุ่น ส่วนพี่หมียังคงคิดถึงบ้าน กินอาหารไทยต่อเนื่องเป็นมื้อที่สาม จากนั้นพี่ณรงค์มาส่งที่อพาร์ตเมนต์ของพี่หมูซึ่งเราฝากกระเป๋าไว้ ผมและพี่หมีนำเสื้อผ้าส่วนหนึ่งไปนอนบ้านพี่ณรงค์ ส่วนติโมแยกไปเช่าโรงแรม เพื่อเปิดทางให้พี่หมูได้ใกล้ชิดภรรยาเป็นคืนสุดท้ายหรือก่อนสุดท้ายก่อนที่เราจะเดินทางออกจากสต็อกโฮล์ม และคงไม่หวนกลับมาอีกแล้ว อย่างน้อยก็สี่-ห้าเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
คุณสุธรรม นทีทอง (ปัจจุบันพระสุธรรม ฐิตธัมโม) ด้านหลังซ้ายมือคือหอสมุดกรุงสต็อกโฮล์ม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อพาร์ตเมนต์ของพี่ณรงค์อยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปราว 30 นาที แกอยู่กับภรรยาชื่อ &amp;ldquo;ชมพู่&amp;rdquo; และลูกสาววัย 1 ขวบชื่อ &amp;ldquo;ฮิลดา&amp;rdquo; (ลูกของทั้งคู่) สาวน้อยน่ารักน่าชัง คลานเล่นและหยิบจับโน่นนี่ตลอดเวลา ฝ่ายแม่ต้องคอยแงะของออกจากมือ พี่หมีเข้านอนหลังจากร่วมสนทนาอยู่ได้สักพัก ส่วนผมและพี่ณรงค์ต้องรอให้ไวน์กล่องขนาด 3 ลิตรแห้งเสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช้าวันต่อมา พี่ณรงค์ขับรถไปส่งพี่ชมพู่ที่สถานีอนามัยเพื่อให้หมอฉีดยาฮิลดาที่ครบวงรอบการฉีดวัคซีนก่อนวันเกิด 1 ขวบของเธอในวันถัดไป พี่ณรงค์กลับมารับผมและพี่หมีไปสมทบกับพี่ชมพูและฮิลดาที่ฉีดยาเสร็จพอดี จากนั้นมุ่งหน้าร้านใบตอง แล้วเราก็กินมื้อเช้ากันที่นี่ก่อนพี่หมูจะมาสมทบพร้อมสองข่าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวแรกคือ &amp;ldquo;เมื่อคืนเมียอารมณ์ไม่ค่อยดี&amp;rdquo; ข่าวที่สอง &amp;ldquo;ธรรมนูญให้เราถ่ายสำเนาพาสปอร์ตเพื่อส่งแฟกซ์ไปที่โปแลนด์&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พี่ธรรมนูญคือลูกน้องคุณเจษฎา เดชสกุลฤทธิ์ เจ้าของพิพิธภัณฑ์เจษฎาเทคนิคมิวเซียมที่เพิ่งซื้อเรือดำน้ำ U-194 จากติโม ตอนนี้เรือดำน้ำกำลังซ่อมอยู่ที่อู่ต่อเรือเมืองเซสชิน เมืองติดทะเลบอลติกของประเทศโปแลนด์ รอการลากไปเมืองไทย พี่ธรรมนูญเป็นคนประสานงานอยู่ที่นั่น และคอยจัดการเรื่องเอกสารต่างๆ ด้วย ครั้งนี้คงเพื่อทำหนังสือหรือวีซ่าให้เรือลากที่เปลี่ยนแปลงจะลากเรือดำน้ำออกจากที่นั่นแทนเมืองเฮลซิงบอร์กของสวีเดนตามกำหนดเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากพี่ณรงค์ต้องทำงานที่ร้าน พี่ชมพูและฮิลดาในรถเข็นก็อาสาพาชมย่านเมืองใหม่ พาเข้าไปถ่ายเอกสารและส่งแฟกซ์ในร้านของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แล้วพี่หมูก็แยกตัวไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีสาวๆ เจ้าถิ่นสาม-สี่คนเข้ามาสัมภาษณ์ผมเป็นภาษาอังกฤษเพื่อส่งงานอาจารย์ คงเป็นหัวข้อเกี่ยวกับการท่องเที่ยว พบจบการสัมภาษณ์ หนึ่งในนั้นบอกว่าเธอไปเมืองไทยมาแล้ว 4 ครั้ง คะเนจากหน้าตาของเธอถ้าไม่ใช่เด็กมัธยมปลายก็คงเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 หรือ ปี 2 เท่านั้น แต่ไปเที่ยวประเทศไทยแล้วถึง 4 ครั้ง เธอย้ำว่าชอบเกาะสมุยมาก &amp;ldquo;เวรี่ ไนซ์ เพลส&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
SIAM ร้านอาหารไทยในเขตเมืองเก่า กรุงสต็อกโฮล์ม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นพี่ชมพูพาชมเมืองเก่า วันนี้เราได้เข้าไปยังโบสถ์ริดดาโฮลเมน (Riddarhomen) ใกล้ๆ กับพระราชวังที่เราโฉบมาเมื่อวาน โบสถ์นี้เริ่มสร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 13 ใช้เป็นที่ฝั่งพระศพของกษัตริย์สวีเดนในอดีตหลายพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระหว่างเดินอยู่ในเขตเมืองเก่า มีโทรศัพท์เข้ามาที่เครื่องของพี่ชมพู่ เธอวางสายแล้วแจ้งว่าพี่หมูบอกให้กลับด่วน ต้องเตรียมตัวขึ้นเครื่องบินไปโปแลนด์ค่ำนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พวกเราแวะที่ร้านชบาแต่ไม่เจอพี่ตุ๋ย เด็กในร้านเป็นชาวอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่สวีเดนมาแล้ว 9 ปี ผมไม่ได้ถามว่าตามสาวแหม่มมาอีกคนหรือเปล่า เขาบอกว่าพี่ตุ๋ยสั่งเรื่องแกงส้มไว้แล้ว ให้เรากลับมารับตอนประมาณ 1 ทุ่ม สุดท้ายเราไม่ขอรบกวน ขอบคุณแล้วกล่าวลา พี่ชมพู่นั่งรถใต้ดินไปส่งเราที่ร้านอาหารที่ภรรยาพี่หมูทำงานอยู่ พี่หมูและติโมรออยู่ในร้าน พร้อมข่าวที่อัพเดทล่าสุดว่าการเดินทางเลื่อนไปเป็นพรุ่งนี้ 7 โมงเช้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้าวของหลายอย่างเราต้องขนใส่รถตู้เชฟโรเล็ตสีแดงของติโมเพราะน้ำหนักมีมากเกินนำขึ้นเครื่องบิน อีกทั้งเพื่อความคล่องตัวในการเดินทาง เพราะเราจะบินไปลงเบอร์ลิน เมืองหลวงของเยอรมนีก่อนแล้วจึงมีรถมารับจากสนามบินกรุงเบอร์ลินไปยังเมืองเซสชิน ประเทศโปแลนด์ที่เรือดำน้ำซ่อมอยู่ ติโมจะขับรถไปดักเราที่เฮลซิงบอร์ก เมืองทางใต้ของสวีเดน เส้นทางผ่านของการลากเรือดำน้ำ เพื่อเขาจะเช่าเรือเล็กแล้วนำของไปส่งให้ในเรือลาก นอกจากสิ่งของที่เราขนขึ้นรถตอนนี้แล้วก็จะมีอย่างอื่นด้วย โดยเฉพาะไวน์แดงหลายสิบกล่องที่พี่หมูกำชับไว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
&amp;ldquo;Kristall&amp;rdquo; ความสูง 37.5 เมตร สร้างจากเหล็กกล้าและปิดด้วยปริซึมกระจก 8 หมื่นแผ่น กลางจัตุรัสแซร์เกล กลางคืนจะส่องสว่างสวยงามมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระหว่างขนของขึ้น-ลงรถติโมอยู่หน้าร้านอาหาร ผมรู้ตัวว่าพาสปอร์ตหาย หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ แล้วนึกย้อนไป สงสัยจะลืมไว้ที่ร้านถ่ายเอกสารเพราะเป็นสถานที่สุดท้ายที่ล้วงพาสปอร์ตออกมา และผมก็เป็นคนสุดท้ายในบรรดาพวกเราที่ใช้เครื่องถ่ายเอกสาร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร้านนี้เราต้องถ่ายด้วยตัวเอง ใช้เงินแลกการ์ด แล้วใช้การ์ดเสียบในตัวเครื่อง ผมหยิบเอกสารสำเนาออกจากเครื่อง แต่ลืมหยิบพาสปอร์ต&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เวลานี้ห้างปิดแล้ว จะทำเล่มใหม่สถานทูตก็ปิดแล้ว หลายคนช่วยกันเสนอทางออก ไอเดียที่ผมเห็นด้วยคือพี่หมูและพี่หมีบินไปก่อนแล้วผมค่อยนั่งรถตามไปกับติโม มีข้อดีอีกส่วนหนึ่งคือจะได้บันทึกภาพจุดจอดแสดงเรือดำน้ำ U-194 ได้เพิ่ม แต่ติโมขอให้ไปลุ้นที่สนามบินก่อน แม้ว่าโอกาสจะน้อยนิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คืนนี้เรานอนที่อพาร์ตเมนต์ของพี่หมู ตี 4 กว่าๆ ของวันใหม่ก็ต้องตื่น ติโมขับรถมารับไปสนามบินอาร์ลันดา เขาขอสำเนาพาสปอร์ตหน้าข้อมูลส่วนตัวและหน้าที่มีวีซ่าเชงเก้งของผมเข้าไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์เช็กอิน ต่อมามีเจ้าหน้าที่ส่วนอื่นเข้าร่วมเจรจาด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อสัปดาห์ก่อนผมได้เล่าไว้ว่าตอนจะลงเรือจากเมืองอูเมโอ ประเทศสวีเดน ไปยังเมืองวาซา ประเทศฟินแลนด์นั้นพี่หมูมีปัญหาเรื่องเอกสาร ติโมก็ยกเมฆพร้อมชักแม่น้ำทั้งห้าจนเจ้าหน้าที่ยินยอมให้ผ่านมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เปรียบไปหมอนี่คือสาริกาลิ้นทองแห่งสแกนดิเนเวียก็ปาน หลังการเจรจาจบลงเขาหันมามองผม เป่าปาก มองเบื้องบน แล้วกล่าว &amp;ldquo;Unbelievable&amp;rdquo; เขาเองยังแทบไม่เชื่อว่าจะสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนจะขึ้นเครื่อง สตรีผมบลอนด์ตรวจบอร์ดดิงพาสของผมเรียบร้อยแล้วกล่าวเป็นภาษาไทย &amp;ldquo;โชคดีค่ะ&amp;rdquo;.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39752</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยว, ยุโรป, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, เที่ยวยุโรป, เบื้องหน้าที่ปรากฏ, เรือดำน้ำรำลึก, เรือดำน้ำรำลึก (2)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39199</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2019 18:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2019 18:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เรือดำน้ำรำลึก (1)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ณ สถานที่แห่งหนึ่ง เมื่อปลายปี พ.ศ.2549 ครั้งยังเป็นคนข่าวหนุ่มฟ้อ ผมได้ยินเสียงพูดกันแว่วๆ ว่า &amp;ldquo;คนไทยซื้อเรือดำน้ำโซเวียต&amp;rdquo; และกำลังจะมีการลากเรือดำน้ำลำนี้กลับเมืองไทย ผมหูผึ่ง แล้วเข้าไปร่วมวงสนทนา ก่อนเอ่ยปากว่า &amp;ldquo;ผมไปด้วยได้มั้ย&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันต่อมาได้รับคำตอบว่า &amp;ldquo;ไปได้&amp;rdquo; ก็เลยต้องตัดใจลาออกจากงานประจำ เพราะภารกิจลากเรือดำน้ำคาดว่าจะกินเวลาเกือบ 5 เดือน ผู้ซื้อเรือดำน้ำคือ &amp;ldquo;คุณเจษฎา เดชสกุลฤทธิ์&amp;rdquo; เจ้าของพิพิธภัณฑ์เจษฎาเทคนิคมิวเซียม ซึ่งพิพิธภัณฑ์เปิดตัวต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกในการแถลงข่าวเรื่องการลากเรือดำน้ำนี้เมื่อเดือนธันวาคม 2549 ผมเองได้รับความเมตตาให้ร่วมขบวนไปด้วยในฐานะผู้บันทึกการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
จุดที่เรือดำน้ำ U-194 เคยจอดที่เมืองอูเมโอ ประเทศสวีเดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือดำน้ำที่คุณเจษฎาซื้อเป็นเรือของอดีตสหภาพโซเวียต เจ้าของคือชายจากฟินแลนด์ ชื่อ &amp;ldquo;ติโม วัลลิน&amp;rdquo; วัย 42 ปี เขาซื้อเรือดำน้ำมาจากรัฐบาลรัสเซียในราคาที่ถูกเหลือเชื่อหลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลายในต้นทศวรรษที่ 90 รัสเซียจำต้องขายยุทโธปกรณ์ออกไปเป็นจำนวนมาก เพราะเศรษฐกิจของประเทศกำลังย่ำแย่ ตอนติโมซื้อมาใหม่ๆ เรือดำน้ำสภาพยังดีอยู่ ถ้าไม่ถอดตอร์ปิโดก็ยังยิงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือดำน้ำลำนี้เป็นเรือวิสกี้คลาส (Whisky Class) ใช้สำหรับลาดตระเวนระวังภัยในยุคสงครามเย็นระหว่าง 2 ขั้วอำนาจการเมืองโลก ประชาธิปไตยและคอมมิวนิสต์ เป็นรุ่น Projecktu 613 ผลิตออกมา 256 ลำตามคำสั่งของโจเซฟ สตาลิน เมื่อประมาณ 40 ปีก่อนหน้านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;27 ตุลาคม 2524 เรือลาดตระเวน S-363 ตามชื่อเรียกของโซเวียต แต่ภายหลังสวีเดนเรียก U-137 ได้เกยตื้นห่างจากคาร์ลสกรูนา ฐานทัพเรือทางใต้ของสวีเดนประมาณ 10 กิโลเมตร เรือดำน้ำติดอยู่บนกองหินเกือบ 10 วัน เกิดการเผชิญหน้าจนเกือบนำไปสู่สงครามย่อยๆ ทางสวีเดนอ้างว่าใช้เครื่องตรวจจับรังสีแกมมาพบหัวรบนิวเคลียร์ อานุภาพทำลายล้างอาจพอๆ กับที่สหรัฐใช้ถล่มเมืองนางาซากิของญี่ปุ่น แต่โซเวียตปฏิเสธข้อกล่าวหา เหตุการณ์น่าขนลุกขนพองนี้เรียกกันต่อมาว่า &amp;ldquo;วิสกี้ออนเดอะร็อก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ของโซเวียตนายหนึ่งยอมรับสารภาพว่า ในเรือดำน้ำลำดังกล่าวมีตอร์ปิโดบางลูกติดหัวรบนิวเคลียร์จริง และได้รับคำสั่งให้ทำลายเรือดำน้ำทิ้งทันทีหากกองทัพเรือสวีเดนบุกเข้าค้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลำที่คุณเจษฎาซื้อมานี้ก็เป็นรุ่นเดียวกับวิสกี้ออนเดอะร็อก ติโมใช้ชื่อ U-194 ตั้งแต่ซื้อมาจากรัสเซีย ซึ่งผมขอยกยอดเรื่องของสเปกเรือไปไว้อธิบายวันหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ขณะเจรจากับเจ้าหน้าที่บริษัทเรือเฟอร์รีที่เมืองอูเมโอ ประเทศสวีเดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ติโมได้นำเรือดำน้ำมาทำเป็นพิพิธภัณฑ์จอดหมุนเวียนตามชายฝั่งทะเลบอลติกของฟินแลนด์และสวีเดนอยู่หลายเมือง ขายตั๋วให้คนที่สนใจเข้าไปเยี่ยมชม หรือใครจะเช่าจัดงานเลี้ยงรื่นเริงก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เวลา 15 ปี ก็เพียงพอสำหรับการทำหน้าที่ &amp;ldquo;อนุสรณ์สงครามเย็น สู่สื่อกลางสันติภาพ&amp;rdquo; ตามที่ติโมตั้งปณิธานไว้ คุณเจษฎาตัดสินใจซื้อเพราะเห็นว่าเจษฎาเทคนิคมิวเซียมขณะนั้นมียานพาหนะครบเกือบทุกประเภทแล้ว ทั้งรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ หัวจักรรถไฟ จักรยาน เครื่องบินทหาร เครื่องบินพาณิชย์ เรือหลายชนิด ขาดก็แต่เรือดำน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อได้เรือดำน้ำเป็นกรรมสิทธิ์แล้วก็จัดการหาเรือลาก จากนั้นฝ่ายเรือลากก็ออกแบบเส้นทางการนำเรือดำน้ำ U-194 สู่ประเทศไทย ตามแผนการจะเริ่มลากจากเมืองเฮลซิงบอร์ก ทางใต้ของสวีเดน ซึ่งเป็นเขตทะเลบอลติก ออกสู่ทะเลเหนือ ผ่านเดนมาร์ก เยอรมนี แหวกช่องแคบอังกฤษ ที่คั่นระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศส เข้ามหาสมุทรแอตแลนติก แวะเมืองลาสปาลมาสในหมู่เกาะคานารีของสเปน เพื่อเติมน้ำมันเรือและซื้อเสบียงกรัง แล้วดิ่งลงมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ โฉบไปทางแหลมกู๊ดโฮปของแอฟริกาใต้ ที่ตั้งชื่อไว้แก้เคล็ด ความจริงแล้วมีเรือมาอับปางที่แหลมนี้เป็นประจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ที่เมืองวาซา ประเทศฟินแลนด์ รถของติโมเปิดประตูไม่ได้ ต้องพึ่งวิชาโจรขโมยรถของชายคนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จากนั้นล่องไปทางทิศตะวันออก ผ่านใต้ทวีปแอฟริกา เฉี่ยวๆ มาดากัสการ์ เลยไปแวะที่พอร์ตหลุยส์ เมืองหลวงของประเทศมอริเชียส ก่อนมุ่งสู่ความเวิ้งว้างของมหาสมุทรอินเดีย เข้าทะเลอันดามัน ตรงไปยังแผ่นดินไทยที่ภูเก็ต แวะสัมผัสเกาะสวรรค์ให้หายคิดถึงบ้านสักคืนสองคืนแล้วลากต่อลงไปยังมาเลเซีย มุดช่องแคบมะละกา ผ่านสิงคโปร์ หักหัวขึ้นเหนือสู่ทะเลอ่าวไทย เข้าปากแม่น้ำเจ้าพระยา ล่องขึ้นไปพระนครศรีอยุธยา และที่นั่นก็จะเป็นบ้านใหม่ของเรือดำน้ำ U-194 โดยขณะนั้นพิพิธภัณฑ์ของคุณเจษฎามีแผนจะย้ายจากนครชัยศรีไปอยู่ตรงนั้นด้วย (แต่ล้มเลิกไปแล้ว)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 10 มกราคม 2550 ผมกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่มักคุ้นกันชื่อ &amp;ldquo;สุธรรม นทีทอง&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;พี่หมี&amp;rdquo; (ปัจจุบันบวชเป็นภิกษุสงฆ์ เวลานี้ท่านกำลังเดินธุดงค์จากตะวันตกสู่ตะวันออกของสหรัฐอเมริกา ส่วนหนึ่งของภารกิจเดินรณรงค์สันติภาพรอบโลก) นั่งเครื่องบินจากสุวรรณภูมิไปลงที่สนามบินอาร์ลันดา ชานกรุงสตอกโฮล์ม ติโมรอรับอยู่ที่สนามบิน เขาพาร่างอวบอ้วนพร้อมรถตู้เชฟโรเลตสีแดงมากับเรือเฟอร์รี ข้ามทะเลบอลติกมาจากฟินแลนด์ในเช้าวันเดียวกันนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชายอีกคนเข้ามาสมทบ &amp;ldquo;ผุดผาดน้อย วรวุฒิ&amp;rdquo; อดีตยอดมวยไทยเจ้าของฉายา &amp;ldquo;ไอ้หมูแข้งทอง&amp;rdquo; ผู้เป็นคนเผยแพร่มวยไทยให้ยุโรปรู้จัก อยู่ฝรั่งเศส 23 ปี และในเวลานั้นย้ายมาสอนที่สวีเดนได้ 3 ปี ผุดผาดน้อยรู้จักกับคุณเจษฎาตั้งแต่สมัยอยู่ที่ฝรั่งเศส จะขออาสาลงเรือกลับเมืองไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;คุณสุธรรม (ปัจจุบันเป็นพระสงฆ์) ที่ท่าเรือเมืองวาซา ประเทศฟินแลนด์ อีกจุดที่เรือดำน้ำเคยจอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;สวัสดีครับลุงหมู&amp;rdquo; ผมเรียกชื่อเล่น แกย้อนว่า &amp;ldquo;ไอ้หนุ่มเอ็งพูดไม่เพราะเลย&amp;rdquo; ผมก็เข้าใจทันที &amp;ldquo;ขอโทษครับพี่หมู&amp;rdquo; ตอนนั้นแกอายุ 56 ปีแล้ว แต่ยังดูหนุ่มอยู่มาก เราสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว เพราะผมดื่มไวน์เป็นเพื่อนแกทุกคืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเรา 4 คนในเชฟโรเลต เริ่มเดินทางย้อนอดีตของเรือดำน้ำ U-194 ไปตามเมืองต่างๆ ริมฝั่งทะเลบอลติก ที่เรือลำนี้เคยจอดให้ผู้คนได้สัมผัสชื่นชม คืนแรกนอนที่โรงแรม Ditt Hotel เมืองเยฟเล (Gavle) วันต่อมาเข้าไปเที่ยวในเมืองซุนด์สวาล (Sundsvall) และออกนอกเส้นทางไปยังเมืองบิสพ์กอร์เดน เขตรากุนดา (Ragunda) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จฯ เยือนเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2440 ในการเสด็จ ประพาสยุโรปครั้งที่ 1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;100 ปีต่อมา หน่วยงานรัฐ ชาวไทยในสวีเดน และเทศบาลท้องถิ่นสวีเดนร่วมกันสร้างพระบรมราชานุสรณ์ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ขึ้น เป็นศาลาทรงไทย ความสูง 28 เมตร กว้างและยาวด้านละ 10 เมตร ด้านในประดิษฐานพระรูปเท่าพระองค์จริง เป็นสถานที่ในการพบปะในวันสำคัญและการทำกิจกรรมต่างๆ ของชาวไทยในสวีเดน ปัจจุบันมีศูนย์วิปัสสนาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสียดายเราไปถึงตอนกลางคืน ศาลาปิดแล้ว ไม่สามารถเข้าไปกราบพระพุทธเจ้าหลวงข้างในได้ อากาศตอนนั้นหนาวมาก ติดลบ 10 กว่าองศา ผมถ่ายวิดีโอได้ไม่กี่นาทีก็ปวดนิ้วจนขยับไม่ได้ พี่หมูอยู่สวีเดนมา 3 ปี ใส่ถุงมือก็ยังหนาว กลับเข้ารถแล้วก็รีบกระดกวอดก้าที่ติดมาคนละอึก ค่อยยังชั่ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;เตาทำอาหารที่บ้านของติโม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เรากลับมาเข้าเส้นทางชายฝั่งอีกครั้งที่เมืองเอิร์นสโคลด์สวิก (&amp;Ouml;rnsk&amp;ouml;ldsvik) คืนนั้นพักที่โรงแรม Scandic Hotel วันต่อมาขึ้นเหนือไปที่อูเมโอ (Ume&amp;aring;) ซึ่งเราจะต้องนั่งเรือข้ามไปยังฟินแลนด์เย็นนั้น ติโมโทรศัพท์จองที่พัก อธิบายว่าเป็นเรือนจำเก่า เอามาดัดแปลงทำเป็นโรงแรม แต่ยังให้บรรยากาศเดิมๆ พวกเราก็ลุ้นกันว่าขอให้ห้องเต็ม แล้วห้องก็เต็มสมใจชาวไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนจะลงเรือเกิดปัญหา เจ้าหน้าที่เรือเฟอร์รีไม่ยอมให้พี่หมูลงเรือ เพราะแกไม่ได้พกพาสปอร์ตมา มีแต่บัตรเรสซิเดนซ์ฝรั่งเศส แกคิดว่าเป็นกลุ่มเชงเก้นเหมือนกันไม่น่ามีปัญหา ฝ่ายติโมปั้นเรื่องขึ้นมาว่าเขาเป็นพี่น้องคนละแม่กับพี่หมู ติโมเกิดที่เยอรมนี พี่หมูเกิดฝรั่งเศส และโม้อะไรอีกหลายอย่าง สุดท้ายเจ้าหน้าที่ให้ผ่านอย่างงงๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่งเรือ 5-6 ชั่วโมงก็ถึงฟินแลนด์ที่เมืองวาซา (Vaasa) ตั้งตามชื่อราชวงศ์วาซาของสวีเดน ซึ่งในอดีตฟินแลนด์เคยถูกสวีเดนยึดครองอยู่นานเกือบ 700 ปีเลยทีเดียว คืนนี้พักที่ Sokos Hotel วาซาเป็นเมืองที่ดูคึกคักพอสมควร แต่เราไม่ได้ออกไปเที่ยว เพราะกินมื้อเย็นมาจากในเรือแล้ว นั่งที่บาร์ของโรงแรมชั่วโมงกว่าๆ ก็เข้านอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;หิมะตกหนักที่เมืองโพรี ประเทศฟินแลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สายๆ วันต่อมาติโมพาไปยังจุดที่เคยจอดเรือดำน้ำ ท้องฟ้าสีหม่นหมอง น้ำบริเวณท่าเรือกลายเป็นน้ำแข็งและถูกปกคลุมด้วยปุยหิมะ เป็นครั้งแรกของผมที่ได้สัมผัสตัวแทนความหนาวนี้ อ้าปากรับเกล็ดสีขาวที่ร่วงลงจากฟ้า จึงได้รู้ว่าหิมะไม่มีรสชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นติโมขับรถเลียบฝั่งตะวันตกของประเทศฟินแลนด์ลงมาทางใต้ถึงเมืองโพรี (Pori) ซึ่งบ้านของเขาตั้งอยู่ในเขตชานเมือง ภรรยาติโมทำพายแซลมอนและพายบลูเบอร์รีไว้ต้อนรับ พร้อมกาแฟร้อนๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้านของติโมเป็นบ้านโบราณ ในอาณาบริเวณเดียวกันมีถึง 11 หลัง ส่วนมากไว้เก็บยานพาหนะทั้งใหม่-เก่าที่เขาสะสมไว้เป็นจำนวนมาก ซาวน่าแบบดั้งเดิมก็มี ข้าวของบางอย่างที่ติดมากับเรือดำน้ำ U-194 เขาเก็บไว้ในอาคารหลังหนึ่ง อาทิ กระติกน้ำอเนกประสงค์ของทหารโซเวียต เข็มขัด เข็มกลัด เขาแจกให้เราเท่าที่เราจะเอาไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คืนนั้นเราพักที่ Sokos Hotel โรงแรมที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ ติโมกับภรรยาพาเราไปกินข้าวเย็นที่ร้านหนึ่งใกล้ๆ โรงแรมก่อนจะแยกย้ายกัน วันต่อมาพายุหิมะพัดถล่ม บ้านติโมโดนหนักถึงขั้นไฟดับ ฮีทเตอร์ทำงานไม่ได้ เวลาบ่าย 2 หลังจากช่างไฟฟ้าซ่อมเสร็จเขาก็ออกมาหาเราขณะที่เรากินเคบับและพิซซ่าอยู่ที่ร้านอาหารข้างๆ จัตุรัส Market Square แล้วพาไปยังเกาะ Reposaari ที่เรือดำน้ำเคยจอด ซึ่งมีถนนเชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ ห่างจากตัวเมืองโพรีราว 30 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;รถกวาดหิมะทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อให้ชีวิตประจำวันของชาวเมืองดำเนินไปได้ไม่ติดขัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ติโมแวะดูกิจการล่องเรือบริการนักท่องเที่ยว (ในฤดูร้อน) ของเขา แล้วพาไปชมบ้านพักชาวประมงในถนนใกล้ๆ ท่าเรือ เขาบอกว่าหนังฮอลลีวูดเรื่อง White Night ได้มาถ่ายทำแถวนี้ ใช้คนท้องถิ่นเป็นนักแสดงตัวประกอบจำนวนมาก ออกฉายปี พ.ศ.2528 เนื้อหามีความเกี่ยวข้องกับสงครามเย็น แต่ออกแนวดราม่า มีเพลง Say You, Say Me ของ Lionel Richie เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ดังมาก &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เย็นนั้นติโมต้องรีบกลับบ้าน เพราะสภาพอากาศยังแย่อยู่ นอกจากภรรยาแล้วก็ยังมีหมา แมว และกระต่ายในกรงที่ต้องดูแล พวกเรา 3 คนกินข้าวเย็นกันที่ร้านอาหารเม็กซิกันของโรงแรม พี่หมีขึ้นนอนแต่หัวค่ำ ส่วนผมกับพี่หมูดื่มไวน์คนละสอง-สามแก้วก็ตามขึ้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนเที่ยงวันต่อมาติโมมารับเราไปที่บ้านอีกครั้งแล้วจึงออกเดินทางลงใต้ไปที่เมืองอุสิเกาปุงกิ (Uusikaupunki) ท่าเรือแรกของ U-194 บนแผ่นดินฟินแลนด์ เขายังชี้ให้ดู Maritime School โรงเรียนการเดินเรือที่เขาเคยเข้าเรียนอยู่ประมาณครึ่งปี ตั้งอยู่ใกล้ๆ จุดจอดเรือดำน้ำ จากนั้นพาพวกเราเดินทางต่อไปยังเมืองท่าตูรกุ (Turku) เพื่อขึ้นเรือเฟอร์รีของบริษัท SeaWind Line (ปัจจุบันล้มเลิกกิจการไปแล้ว) กลับสตอกโฮล์ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ผู้สูงอายุออกมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติเพราะรถกวาดหิมะทำงานอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เรือออกประมาณ 4 ทุ่ม เรากินมื้อค่ำกันในร้านอาหารของเรือ ผมลองไปหยอดเหรียญเสี่ยงโชคกับเครื่องเล่นที่เรียกว่า Cash &amp;amp; Carry แต่พอเสียประมาณ 6 ยูโรก็เลิก (ฟินแลนด์ใช้เงินสกุลยูโร ส่วนสวีเดนใช้เงินสกุลโครน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเรือเฟอร์รีขนาดใหญ่นี้มีแหล่งบันเทิงอยู่ครบครัน นอกจากตู้เสี่ยงโชคจำนวนหนึ่งแล้วยังมีร้านขายสินค้าปลอดภาษีด้วย ผมซื้อเสื้อและกระเป๋ามาอย่างละชิ้นแล้วกลับไปนั่งดื่มต่อที่โต๊ะ พี่หมีขอตัวไปนอน ติโมนั่งต่ออยู่อีกสักพักก็ลุกตาม ผมรอดูว่าพี่หมูหยุดเมื่อไหร่ก็จะหยุดด้วย กระทั่งตี 2 กว่าๆ ไวน์หมด ผมหันไปมองแกเพื่อจะเอาคำตอบ แกพยักหน้า ผมโล่งอก เพราะนี่หมายความว่า &amp;ldquo;นอนเถอะ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในห้องนอนของเราที่เป็นแบบเคบิน 4 เตียง สำหรับ 4 คน ติโมไม่ได้นอนอยู่ เขาเฉลยตอนรุ่งเช้าว่าถ้าเขานอนร่วมกับพวกเราคงไม่มีใครหลับลง เพราะเขากรนดังมาก แม้ภรรยาก็ยังขอแยกห้องนอน เขาเลยแอบจ่ายพิเศษให้กับพนักงานเรือคนหนึ่งเป็นเงิน 20 ยูโร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อขอนอนคนเดียวในห้องที่ว่างทั้ง 4 เตียง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39199</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยว, ททท, ยุโรป, ยูโร, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, เบื้องหน้าที่ปรากฏ, เรือดำน้ำรำลึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
