<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113622</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยธ.แจงยิบไทม์ไลน์ 8 แกนนำม็อบ ติดโควิด 4 ราย &#039;เพนกวิน&#039; หนักสุด เพราะอ้วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.64 -&amp;nbsp;นายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงกรณีการรับตัวกลุ่มผู้ต้องขังคดีการเมืองที่ศาลเพิกถอนประกันตัว 8 ราย และได้ดำเนินการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ว่า วันที่ 9 ส.ค. 2564 เวลา 23.30 น. เรือนจำชั่วคราวรังสิต ได้รับตัวกลุ่มผู้ต้องขังคดีการเมืองที่ศาลเพิกถอนประกันตัว ทั้ง 8 ราย และได้ดำเนินการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยชุดตรวจ Rapid Test ผลตรวจเป็นลบทั้ง 8 ราย และส่งตรวจแบบ PCR ที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่งต้องรอผล เรือนจำได้ควบคุมตัวทั้ง 8 ราย ในห้องกักโรค 2/2 อาคาร 2 เพื่อรอดูอาการตามระเบียบ 14 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นวันที่ 10 ส.ค. เวลา 14.00 น. ผลตรวจ PCR ของทั้ง 8 ราย ออกมาผลเป็นลบ และวันที่ 11 - 13 ส.ค. ทางเรือนจำได้ตรวจสอบสภาพร่างกายของผู้ต้องขังทั้ง 8 ราย พบว่า ปกติ โดยวันที่ 14 ส.ค. ได้รับแจ้งจากว่า นายธนพัฒน์ กาเพ็ง มีไข้อุณหภูมิร่างกายสูง จึงได้ตรวจ Antigen Test Kit &amp;nbsp;(ATK)​ พบว่ามีผลเป็นบวก ต่อมาได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ศาลธัญบุรีว่า นายธนพัฒน์ได้รับอนุญาตให้ประกันตัว เรือนจำได้ส่งศูนย์พักคอยวัดสิงห์ เขตจอมทอง กทม. ส่วนผู้ต้องขังอีก 7 ราย ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงสูงได้ดำเนินการตรวจด้วยวิธี PCR ซ้ำใหม่อีกครั้งในวันเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัลลภ กล่าวต่อว่า วันที่ 15 ส.ค. เวลา 15.16 น. ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ได้แจ้งผลการตรวจ PCR พบว่า ติดเชื้อ 1 ราย ได้แก่ นายสิริชัย นาถึง จึงได้ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล ส่วนอีก 2 ราย ได้แก่ นายพรหมศร &amp;nbsp;และนายพริษฐ์ มีค่าผลตรวจที่สูง จึงตรวจซ้ำอีกครั้งเพื่อยืนยัน ส่วนอีก 4 รายผลเป็นลบ ต่อมานายพรหมศร มีไข้สูง 39.2 องศา พยาบาลได้จ่ายยาลดไข้และยาฟ้าทะลายโจรให้ แต่ผู้ต้องขังไม่ยอมรับประทาน ต้องการออกไปรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ พร้อมนายสิริชัย &amp;nbsp;และได้ปลุกระดมผู้ต้องขังข้างห้องส่งเสียงโห่ร้องโวยวาย ใช้ยาสีฟันป้ายกล้องวงจรปิด เพื่อป้องกันการก่อเหตุการณ์ไม่สงบ เวลา 19.00 น. จึงส่งตัวนายพรหมศร ไปควบคุมตัวที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในวันที่ 16 ส.ค. เวลา 13.05 น. ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ได้แจ้งผลตรวจ PCR ของผู้ต้องขังที่ดำเนินการตรวจซ้ำใหม่ทั้ง 2 รายผลตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด จึงประสานส่งตัวทั้ง 2 ราย ไปรับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และเวลา 14.30 น. เรือนจำอำเภอธัญบุรี ได้นำตัวนายพรหมศร ส่งไปรับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ขณะนี้มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อ 4 คน คือ 1.นายธนพัฒน์ ที่ได้รับการประกันตัวออกไปอยู่ศูนย์พักคอย 2.นายสิริชัย &amp;nbsp;เป็นผู้ป่วยสีเขียว 3.นายพรหมศร ผู้ป่วยสีเขียว และ 4.นายพริษฐ์ &amp;nbsp;เป็นผู้ป่วยสีเหลืองอ่อน เนื่องจากมีโรคประจำตัวและน้ำหนักมาก ซึ่งทั้ง 3 คนได้มีการตรวจวัดอุณภูมิ ค่าออกซิเจน x-ray ปอดทุกวัน ทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ปกติและได้ให้การรักษายาฟาวิพิราเวียร์​แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนอีก 4 รายตรวจไม่พบเชื้อ คือ นายชาติชาย แกดำ นายภานุพงศ์ จาดนอก นายณัฐชนน ไพโรจน์ และนายแซสาแมท ยังอยู่ในห้องกักโรคที่เรือนจำชั่วคราวรังสิต และได้มีการให้ยาฟ้าทะลายโจรและยาพาราเซตามอล แต่นายแซมสาแมท ไม่ยอมกินยาและมีพฤติกรรมไม่ยอมอาบน้ำ ซึ่งทางเรือนจำมีการติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัลลภ กล่าวว่า ในส่วนของการรักษาผู้ต้องขังทั้ง 3 รายของทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ มีการปฏิบัติตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งปกติได้รับผู้ต้องขังที่ป่วยมารักษาอยู่แล้ว ดังนั้นทั้ง 3 รายนั้น โรงพยาบาลสามารถรักษาได้ไม่ถือว่าเกินศักยภาพของโรงพยาบาล ส่วนกรณีที่ผลการตรวจพบเชื้อออกมาช้า เนื่องจากทั้งนายพรหมศรและนายพริษฐ์มีค่า CT ที่สูงเกิน 30 อาจเกิดจากการที่เชื้อไวรัสมีน้อยหรืออยู่ในระยะฟักตัว 5-7 วัน ซึ่งทำให้การตรวจเชื้อพบได้ช้า โดยจากนี้ทางเรือนจำได้มีส่งเจ้าหน้าที่พยาบาลเข้าไปสอบสวนโรคแล้วว่าการติดเชื้อมาจากไหน แต่ทั้งนี้ยืนยันว่าทางเรือนจำได้จัดสถานที่กักตัวแยกกลุ่มโดยเฉพาะทั้ง 8 คน โดยทางเรือนจำได้จัดสถานที่กักตัวแยกกลุ่มโดยเฉพาะรวมในห้องเดียวกัน ไม่มีบุคคลอื่นร่วมห้อง และไม่มีการเข้า-ออกนอกพื้นที่ และเราไม่เคยปล่อยให้ใครต้องติดเชื้อโควิดหรือนำคนเข้ามาเพื่อให้เกิดการติดเชื้อ ทุกอย่างในเรือนจำมีการควบคุมตามมาตรฐานของกรมควบคุมโรค มีการป้องกันอย่างเข้มงวด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113622</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัลลภ นาคบัว, เรือนจำ, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611b8778cef49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ราชทัณฑ์&#039;กลับมาพีค!ยอดติดเชื้อใหม่1,015ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.64 &amp;nbsp;- นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ &amp;nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน ว่า ข้อมูล ณ วันที่ 20 ก.ค. 2564 เวลา 16.00 น. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,049 ราย (พบในเรือนจำสีแดง 1,015 ราย และพบในห้องแยกกักโรคผู้ต้องขังรับใหม่ 34 ราย) หายป่วยเพิ่ม 95 ราย รวมยังมีผู้ต้องขังติดเชื้อที่อยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 3,824 ราย และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตต่อเนื่องเป็นวันที่ 11&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวว่า วันนี้มีจำนวนผู้ติดเชื้อแตะหลักพันครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ซึ่งเกิดจากการเร่งตรวจหาเชื้อเชิงรุก เพื่อคัดแยกเรือนจำสีขาวที่ปลอดเชื้อและเรือนจำสีแดงที่แพร่ระบาดให้ชัดเจน อันจะเป็นประโยชน์ในด้านการควบคุมโรค และเพื่อให้ผู้ติดเชื้อได้รับการรักษาโดยเร็ว ทั้งนี้ เป้าหมายหลัก คือ ลดความรุนแรงของโรค ลดจำนวนผู้ป่วยหนัก และลดอัตราการเสียชีวิต โดยพบว่าปัจจุบัน มีผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียวประมาณ 81.4% เมื่อได้รับการดูแลรักษาและให้ยาฟ้าละลายโจร จะสามารถหายได้ในระยะเวลา 14 วัน ขณะที่กลุ่มสีเหลืองมี 17.9% และสีแดง 0.7% โดยมีผู้ป่วยที่รักษาหายสะสมแล้ว 36,615 ราย หรือ 89.7% ของผู้ติดเชื้อสะสม 40,821 ราย และมีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 0.1% ของผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ เสริมต่อว่า จากการแพร่ระบาดของเชื้อภายนอกที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น กรมราชทัณฑ์ ได้ยกระดับการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้ออย่างเคร่งครัด นอกจากการตรวจเชื้อก่อนและกักโรคผู้ต้องขังเข้าใหม่ตามระบบแล้ว ยังป้องกันเชื้อที่อาจติดผ่านเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน จึงได้จัดการปฏิบัติหน้าที่ออกเป็นชุดๆ เพื่อแต่ละชุดจะได้ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมงเป็นระยะเวลา &amp;nbsp;7 วันติดต่อกัน และหมุนเวียนสลับกันตามจำนวนของบุคลากรในเรือนจำแต่ละแห่ง โดยระหว่างการพักเวร ห้ามออกนอกพื้นที่หรือเดินทางเข้าพื้นที่เสี่ยงโดยเด็ดขาด ตลอดจนมาตรฐานด้านสุขอนามัยและความสะอาด การปฏิบัติตามมาตรการ D-M-H-T และการป้องกันเชื้อโรคจากการสัมผัสสิ่งของโดยต้องทำความสะอาดและฆ่าเชื้อในทุกขั้นตอนแบบ 100% ซึ่งกรมราชทัณฑ์เชื่อมั่นว่าการดำเนินการต่างๆ เหล่านี้ จะสามารถป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อในเรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กรมราชทัณฑ์ ยังเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนในผู้ต้องขังเพื่อป้องกัน และลดความรุนแรงของโรค โดยได้ดำเนินการฉีดวัคซีนไปแล้ว เข็มที่ 1 จำนวน 53,554 ราย และเข็มที่ 2 จำนวน 51,581 ราย รวม 105,135 โดส ทั้งจากที่ได้รับจากกรมควบคุมโรค วัคซีนพระราชทาน และจากแหล่งอื่น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างประสานขอรับวัคซีนเพิ่มเติมเพื่อเร่งฉีดแก่ผู้ต้องขังกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเรือนจำสีขาวที่ไม่พบการระบาดในพื้นที่สีแดง ก่อนจะกระจายจนครบทุกราย ตามแผนการฉีดวัคซีนของประชาชนทั่วไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110565</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทัณฑสถาน, นายอายุตม์ สินธพพันธุ์, อธิบดีกรมราชทัณฑ์, เรือนจำ, โควิด-19, ไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a795883e5f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2021 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2021 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรือนจำสถานการณ์ดีขึ้น ผู้ต้องขังติดโควิด 72 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย. 64&amp;nbsp;- นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถานว่าข้อมูล ณ วันที่ 25 มิ. 2564 เวลา 16.00 น.มีผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 72 ราย รักษาหายวันนี้ 510 รายเสียชีวิต 1 ราย ทำให้มีผู้ต้องขังติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 4,583 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสถานการณ์การแพร่ระบาดในวันนี้ ยังคงมีเรือนจำสีขาวที่ไม่พบการแพร่ระบาดคงที่ จำนวน 127 แห่งส่วนเรือนจำสีแดงที่พบการแพร่ระบาดอยู่ที่ 12 แห่งคงเดิม โดยรายงานผู้ติดเชื้อในวันนี้ เป็นการติดเชื้อจากแดนในของเรือนจำสีแดง จำนวน 44 ราย และการตรวจพบเชื้อในห้องแยกกักโรค ซึ่งเป็นผู้ต้องขังรับใหม่ 28 ราย จากเรือนจำพิเศษมีนบุรี เรือนจำจังหวัดสตูล เรือนจำอำเภอธัญบุรี และทัณฑสถานบำบัดพิเศษสงขลา ขณะที่จำนวนผู้ป่วยรักษาหายยังเพิ่มขึ้นและมากกว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่ รวมรักษาหายสะสมอยู่ที่ 31,102 ราย หรือ 86% ของจำนวนผู้ป่วยสะสม ทำให้ผู้ติดเชื้อในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ลดลงเหลือต่ำกว่า 5 พันรายเป็น
วันแรก คือ 4,583 ราย เป็นกลุ่มสีเขียว 4,037 ราย สีเหลือง 519 ราย และสีแดง 27 ราย ขณะที่มีรายงานผู้เสียชีวิตวันนี้ จำนวน 1 ราย รวมเสียชีวิต 38 ราย หรือ 0.1% ของผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวว่า แนวโน้มของสถานการณ์ยังคงดีขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครที่พบผู้ติดเชื้อรักษาหายเพิ่มขึ้น ขณะที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัด ขณะนี้ยังถือว่าสถานการณ์อยู่ในการควบคุม จากการนำแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่แพร่ระบาดเดิมไปปรับใช้ รวมถึงเวชภัณฑ์ บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ที่ได้เตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์อยู่ก่อนแล้ว จึงสามารถบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบในระยะเวลารวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของกรมราชทัณฑ์จะเริ่มคลี่คลายลงในหลายพื้นที่ และบางแห่งอยู่ในการควบคุมได้แล้ว แต่การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ภายนอกยังคงมีอยู่และขยายพื้นที่การระบาดมากขึ้น จึงขอให้บุคลากร และเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ได้ยึดถือและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของกรมราชทัณฑ์อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติงานภายในสถานที่ควบคุม ที่มีความเสี่ยงต่อการนำเชื้อจากภายนอกเข้าสู่เรือนจำและทัณฑสถาน รวมถึงครอบครัวของเจ้าหน้าที่ และจากผู้ต้องขังเข้าใหม่ ที่ต้องระมัดระวังและคัดกรองเชื้ออย่างเข้มข้นในทุกจุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวอีกว่า ผู้เสียชีวิต 1 รายในวันนี้ เป็นผู้ต้องขังชาย อายุ 65 ปี จากเรือนจำกลางบางขวาง เข้ารักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เมื่อ 13 มิ.ย &amp;nbsp;2564 ผลตรวจเอกซเรย์​พบปอดอักเสบ แพทย์ได้ให้การรักษาด้วยยา ฟาวิพ​ิ​ราเวีย​ ยาลดการหลั่งกรดในกระเพาะ ยาปฏิชีวนะระดับสูง และออกซิเจน​ความเข้มข้นสูง แต่ผู้ป่วยยังมีอาการเหนื่อย ตรวจพบปอดอักเสบเพิ่มขึ้น ซึ่งแพทย์ได้วางแผนการรักษาร่วมกับผู้ป่วยและญาติ พิจารณาให้การรักษาประคับประคองด้วยยา ปฏิเสธการใส่ท่อช่วยหายใจ จนกระทั่งในวันที่ 25 มิ.ย. ผู้ป่วยมีอาการเหนื่อย ซึมลงและเสียชีวิตในเวลาต่อมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107699</URL_LINK>
                <HASHTAG>อายุตม์ สินธพพันธุ์, เรือนจำ, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f615e3f5c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 14:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039; กำชับราชทัณฑ์เร่งกระจายวัคซีนโควิด เน้น 38 เรือนจำพื้นที่สีแดง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;10 มิ.ย.64 - นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ตนได้กำชับในที่ประชุมผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม เรื่องวัคซีนโควิด-19 ที่ได้รับจากกรมควบคุมโรค ให้กรมราชทัณฑ์เร่งกระจายไปยังเรือนจำปลอดเชื้อในพื้นที่สีแดง 38 แห่ง ฉีดรอบแรกให้ครบทั้งหมด แล้วรายงานให้ กรมควบคุมโรครับทราบตามข้อมูลจริง&amp;nbsp;ซึ่งไม่ใช่แค่กรมราชทัณฑ์อย่างเดียวเท่านั้น แต่กรมอื่นๆ ต้องทำให้ตรงตามระเบียบเช่นเดียวกันเพื่อให้วัคซีนเข็มที่สองมาตรงตามเวลา ไม่ให้เสียของ ในส่วนของพื้นที่ต่างจังหวัดผู้บริหารทั้ง 10 เขต ขอให้เลือกเรือนจำใหญ่ไปฉีดก่อน เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ เพราะในเรือนจำมีสภาพที่แออัดป้องกันได้ยาก หลังจากนั้นให้เลือกเรือนจำที่มีขนาดรองลงมา เพื่อไม่ให้เกิดการติดขัด และวันนี้ในกรมอย่าให้วัคซีนเหลือ ต้องเร่งแจกจ่ายให้หมด เก็บไว้เพียงจำนวนสำรองฉุกเฉินเท่านั้น เราต้องเร่งฉีดวัคซีนให้ผู้ต้องขังทั้งหมด รวมถึงเจ้าหน้าที่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;quot;ไม่ว่าทางกรมควบคุมโรคจะจัดสรรให้เรามาเท่าไร เราต้องเร่งกระจายวัคซีนไปให้ทันที อย่าเก็บไว้เยอะเอาแค่สำรองเผื่อฉุกเฉินพอ โดยเร่งให้เรือนจำในพื้นที่เสี่ยงก่อน จากนั้นค่อยๆ ส่งไปยังเรือนจำใหญ่ และตามด้วยเรือนจำเล็กในพื้นที่สีขาว ซึ่งเราต้องเร่งการฉีดวัคซีนเข็มแรกให้ครบทั้งหมด การลงทะเบียนและส่งรายชื่อต้องทำให้ถูกต้องครบถ้วนตามกระบวนการ อย่าให้ตกหล่น เพื่อลดการแพร่ระบาดในเรือนจำ ซึ่งจะทำให้เกิดความเชื่อมั่น ลดการสูญเสียทั้งชีวิตและงบประมาณ และเป็นการปฏิบัติตามสิทธิมนุษยชนด้วย&amp;quot;นายสมศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105917</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมราชทัณฑ์, ฉีดวัคซีน, สมศักดิ์ เทพสุทิน, เรือนจำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210610/image_big_60c1bbaf28a5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105451</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2021 18:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2021 18:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อธิบดีราชทัณฑ์&#039;เผยโควิดเรือนจำดีขึ้นติดชื้อใหม่604รายจากตรวจซ้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มิ.ย.64-นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์โควิดในเรือนจำและทัณฑสถานว่า
มีผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 604 ราย รักษาหายเพิ่ม 270 ราย ทำให้มีผู้ต้องขัง ติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 13,926 ราย ภาพรวมสถานการณ์การแพร่ระบาดในเรือนจำและทัณฑสถาน พบว่ามีเรือนจำ/ทัณฑสถาน ที่ไม่พบการแพร่ระบาดเพิ่ม รวมเป็นจำนวน 126 แห่ง และพบการแพร่ระบาดลดลงเหลือ&amp;nbsp; 12 แห่ง เนื่องจาก เรือนจำและทัณฑสถาน 2 แห่ง พบว่าไม่มีการแพร่ระบาดภายใน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์กล่าวว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ มีจำนวนเพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้เล็กน้อย จากการ SWAB เพื่อตรวจหาเชื้อซ้ำในเรือนจำที่ยังพบการระบาด เพื่อยืนยันผลซ้ำและการ คัดแยกผู้ติดเชื้อให้ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว อันจะช่วยลดความรุนแรงของโรค และลดอัตราผู้ป่วยหนัก ตลอดจนผู้ป่วยที่จะเสียชีวิตได้ในที่สุด ซึ่งแม้จะมีตัวเลขที่สูงขึ้นจากเดิม แต่หากเทียบกับการ SWAB ในระยะแรก จะพบว่าเริ่มมีจำนวนผู้ติดเชื้อที่ลดลงจากเดิม ส่วนเรือนจำที่พบการติดเชื้อจากผู้ต้องขังเข้าใหม่ ก็สามารถแยกผู้ติดเชื้อออกจากผู้ต้องขังรายอื่นได้อย่างชัดเจน และนำตัวไปรักษาที่สถานพยาบาลภายนอก หรือพื้นที่ควบคุมเฉพาะได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งการรักษามาตรการต่างๆ อย่างเข้มงวด จะสามารถป้องกันเชื้อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดภายในเรือนจำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคาดว่าสถานการณ์จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นต่อจากนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันได้ดำเนินการฉีดวัคซีนในเรือนจำและทัณฑสถานแล้วจำนวน 5 แห่ง ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จจำนวน 2 แห่ง และอยู่ระหว่างการฉีดวัคซีน 3 แห่ง คือเรือนจำกลางสมุทรปราการ ที่จะดำเนินการแล้วเสร็จในวันนี้ ส่วนเรือนจำพิเศษพัทยา และทัณฑสถานบำบัดพิเศษจังหวัดปทุมธานี จะดำเนินการแล้วเสร็จในวันที่ 7 มิ.ย. ซึ่งการดำเนินการที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย การดำเนินการต่อจากนี้เพื่อให้การบริหารจัดการวัคซีนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตามที่ได้รับการจัดสรรจากกรมควบคุมโรค กรมราชทัณฑ์ จะดำเนินการฉีดวัคซีนควบคู่กับประชาชนทั่วไปในวันที่ 7 มิ.ย.2564 โดยเริ่มในกลุ่มเรือนจำสีขาวที่ไม่พบการระบาดในพื้นที่สีแดงเข้ม ได้แก่ เรือนจำจังหวัดปทุมธานี เรือนจำอำเภอธัญบุรี สถานกักขังกลางจังหวัดปทุมธานี เรือนจำกลางเพชรบุรี รวมทั้งเรือนจำกลางสมุทรปราการ และทัณฑสถานบำบัดพิเศษปทุมธานี ที่ได้ดำเนินการฉีดไปแล้วจะได้รับการจัดสรรวัคซีนครบตามจำนวนผู้ต้องขังทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในส่วนของเรือนจำพื้นที่สีแดง ที่ยังไม่มีการแพร่ระบาดในเรือนจำ จะได้ดำเนินการฉีดให้แก่กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้ต้องขังกลุ่มเปราะบาง (ผู้ต้องขังสูงอายุ และผู้ต้องขังที่มีโรคประจำตัว) โดยในส่วนของเรือนจำที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว และมีผู้ต้องขังที่ไม่ได้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากการยืนยัน ทางการแพทย์ ก็จะได้รับการจัดสรรวัคซีนเพื่อฉีดให้กับผู้ต้องขังกลุ่มดังกล่าวด้วยเช่นเดียวกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105451</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมราชทัณฑ์, เรือนจำ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f615e3f5c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105322</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2021 08:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2021 08:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จาตุรนต์&#039; จี้เร่งฉีดวัคซีนให้มากที่สุด &#039;ผู้ต้องขัง&#039; ก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย. 64 - นายจาตุรนต์ ฉายแสง นักการเมืองชื่อ อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ผมได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดของโควิดในเรือนจำมาก่อนหน้านี้บ้างแล้ว มาถึงวันนี้ก็ยังรู้สึกว่าสถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง อาจเลวร้ายลงไปได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะที่เคยเป็นรัฐมนตรียุติธรรม เคยเข้าไปตรวจราชการรับฟังปัญหาในเรือนจำมาบ้างและในฐานะที่เคยถูกคุมขังระหว่างดำเนินคดีในศาลทหารมาแล้ว จึงขอแสดงความเห็นในเรื่องนี้อีกสักครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในจำนวนผู้ต้องขัง ซึ่งประกอบด้วยนักโทษเด็ดขาดและผู้ถูกคุมขังระหว่างการดำเนินคดีรวมทั้งหมดทั่วประเทศประมาณ 3.1 แสนคน ถึงวันนี้มีผู้ติดเชื้อโควิดสะสมรวมประมาณ 30,000 คน ซึ่งถือว่าเป็นอัตราส่วนที่สูงมาก เรือนจำบางแห่งมีผู้ติดเชื้อกว่าครึ่ง บางแห่งมากถึงเกือบ 90% ก็มี ในหลายวันมานี้ จำนวนผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง แม้บางวันจะเพิ่มเป็นหลักร้อย แต่ส่วนใหญ่ก็จะเพิ่มเป็นหลักพันคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.ยุติธรรม คนนี้ได้ชี้แจงในสภาถึงสาเหตุที่ทำให้มีการระบาดได้ง่าย เพราะเรือนจำมีสภาพแออัด ไม่สามารถจัดให้มีการทิ้งระยะห่างได้ เรือนจำหลายแห่งผู้ต้องขังต้องนอนติดกันแบบห่างกันเพียง 2 เซนติเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (4 มิถุนายน 2564) มีโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดแก่ผู้ต้องขังเรือนจำกลางสมุทรปราการ ซึ่งเริ่มตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 ไปถึงวันที่ 6 มิถุนายน รวม 4 วัน หรือวันละประมาณ 1,800 คน ถือเป็นเรื่องดีที่จะช่วยป้องกันการระบาดและการเจ็บป่วยของผู้ต้องขัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.ยุติธรรม บอกด้วยว่า จากนี้จะทยอยฉีดวัคซีนให้แก่เรือนจำอื่นๆ อีก โดยเฉพาะเรือนจำที่ปลอดเชื้อแต่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามก็คือโครงการนี้จะมีมากแค่ไหนและใช้เวลาเท่าใด หากไม่ดำเนินการให้กว้างขวางรวดเร็วพอ การแพร่ระบาดในเรือนจำก็อาจจะรุนแรงมากกว่าที่เป็นอยู่และเกิดความเสียหายอีกมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องยอมรับว่าเรือนจำส่วนใหญ่ไม่มีพื้นที่เพียงพอที่จะกักตัว (quarantine) อย่างถูกสุขลักษณะได้ พอติดเชื้อไม่กี่คนก็แพร่ระบาดจนเกือบจะป่วยกันทั้งเรือนจำในเวลาอันรวดเร็ว ส่วนการรักษาพยาบาลก็ยิ่งอัตคัดขัดสนอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของการแก้ปัญหาความแออัดในเรือนจำ รมว.ยุติธรรม ได้ขอให้ข้าราชการและผู้ต้องขังร่วมกันป้องกันตัวเองตามมาตรการป้องกันโรค และเร่งลดความแออัดภายในเรือนจำ รวมถึงการแก้ไขกฎหมายปรับอัตราโทษผู้ต้องคดียาเสพติดใหม่ และการขอพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องขังที่ป่วยติดเตียง ที่คาดว่าจะดำเนินการมีผลบังคับใช้ได้ ก็จะแก้ปัญหาความแออัดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปัญหาก็คือ ความพยายามเหล่านี้จะน้อยเกินไปและช้าเกินไปหรือไม่ เรือนจำในประเทศไทยอยู่ในสภาพผู้ต้องขังล้นคุก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประมาณการกันว่าน่าจะเกินมาตรฐานอยู่ประมาณ 1 แสนคน จัดว่าเป็นการล้นคุกในอันดับต้นๆ ของโลก หลายประเทศได้ให้ความสนใจในเรื่องผู้ต้องขังล้นคุกนี้โดยเฉพาะเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาด ก็ได้หาทางปล่อยตัวนักโทษที่ไม่ได้กระทำผิดร้ายแรงด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการต่างๆ มาตรการที่กระทรวงยุติธรรมของไทยกำลังใช้อยู่ยังมีผลไม่มากและเร็วพอที่จะรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากไม่มีการวางมาตรการรับมือกับการแพร่ระบาดในเรือนจำทั่วประเทศที่มีผลเพียงพอ ผู้ต้องขังอีกหลายหมื่นคนหรือนับแสนคนอาจต้องติดเชื้อและป่วย รวมทั้งอาจเสียชีวิตอีกจำนวนมากได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางออกที่เป็นประโยชน์ในระยะยาวคือ การวางมาตรการเพื่อแก้ปัญหาคนล้นคุกอย่างเป็นระบบ มีหลักเกณฑ์ที่ดี สำหรับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ดีที่สุดคือการเร่งฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ต้องขังทั่วประเทศให้มากที่สุดและเร็วที่สุด รวมทั้งมีมาตรการทางสาธารณสุขที่ได้มาตรฐานด้วยความตระหนักว่าผู้ต้องขังทั้งหลายก็เป็นคนเป็นมนุษย์เหมือนกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105322</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, จาตุรนต์ ฉายแสง, ผู้ต้องขัง, เรือนจำ, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609b3ecc042eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 09:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 09:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รอวัคซีนคำตอบสุดท้ายสกัดโควิดเรือนจำ! &#039;สมศักดิ์&#039;ทวง&#039;อนุทิน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค. 64 - นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงมาตรการดูแลผู้ติดเชื้อโควิดในเรือนจำว่า&amp;nbsp; ถ้าเข้าใจว่าการเว้นระยะห่าง จะไม่สงสัยว่าทำไมถึงติดเชื้อในเรือนจำ เพราะนับตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมตัวเลขผู้ต้องขังมีจำนวน 3.9 แสนคน&amp;nbsp; ซึ่งล้นเรือนจำ และได้บริหารจัดการจนลดลงบ้างและตามมาตรฐานสากล ผู้ต้องขังควรมีพื้นที่นอน 2.25 ตารางเมตรต่อคน แต่วันนี้ยังไม่ถึง1.2 ตารางเมตรต่อคน และยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานเว้นระยะห่าง 1.5-2 เมตรต่อคน&amp;nbsp; แล้วจะไม่ให้ติดได้อย่างไร&amp;nbsp; ถ้าจะแก้โดยการสร้างเรือนจำเพิ่มให้ได้มาตรฐานสากล ต้องสร้างอีกเป็นร้อยเรือนจำ โดยเรือนจำหนึ่งใช้เงินประมาณ 1.5 พันล้านบาท&amp;nbsp; จะใช้เงินทั้งหมด 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นไปไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นวิธีการที่เร็วที่สุดในขณะนี้ โดยแจ้งไปถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุขคือ นำวัคซีนไปฉีดในเรือนจำที่มีผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ เพื่อสะกัดไว้ก่อน&amp;nbsp; ส่วนรายละเอียด นายกรัฐมนตรีและนายอนุทินจะแถลงเอง เราแค่ยื่นความจำนงเข้าไป&amp;nbsp; เพราะการที่เชื้อโรคจะแพร่เข้าไปมีหลายทาง ตัวอย่างหนึ่งคือที่เชื้อในอากาศ หรือแอร์บอร์น และถึงแม้จะมีตัวเลขในเรือนจำเยอะ&amp;nbsp; แต่ติดในพื้นที่จำกัด และหายไปตามระยะเวลา อย่างที่จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp; จังหวัดนราธิวาส เป็นต้น ฉะนั้นอย่าไปตกใจกับตัวเลข ทั้งนี้ได้สั่งการให้เปิดพื้นที่เรือนจำเบา ให้รับผู้ต้องขังใหม่ไม่ให้ปะปนกับผู้ต้องขังเดิม เป็นการทำเพื่อรอวัคซีน ซึ่งรัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่และวัคซีนมีมาแน่ และ เรารอได้ เพราะซื้อขอหรือจ้างเหมา ก็ต้องมีสัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เนื่องในวันพิเศษจะมีพระราชทานอภัยโทษ จะมั่นใจได้อย่างไรผู้ต้องขังจะไม่ติดเชื้อโควิด นายสมศักดิ์ กล่าวว่า&amp;nbsp; การขอพระราชทานอภัยโทษในวันเเฉลิมพระชนมพรรษาครั้งนี้ ยังมีเวลาอีก 58 วัน&amp;nbsp; ซึ่งวัคซีนที่ขอไปจะฉีดให้คนไม่ติดเชื้อ สำหรับผู้ป่วยติดเตียงให้ออกมาด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104750</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ต้องขัง, รมว.ยุติธรรม, วัคซีน, สมศักดิ์ เทพสุทิน, เรือนจำ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b44e5d36ca8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
