<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอบหัวโจกเผาคุก พบคนมีสีเข้าเยี่ยม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จับแล้ว &amp;quot;ไอ้นพ&amp;quot; นักโทษชายที่แหกคุกเรือนจำบุรีรัมย์รายสุดท้าย ขณะหนีกบดานในป่าใกล้บ้านเกิดในสภาพอิดโรย เผยประวัติเข้า-ออกคุกเป็นว่าเล่น ญาติสุดดีใจเห็นไอ้นพปลอดภัย ขณะตำรวจคุมตัวส่งร้อยเวรดำเนินคดี &amp;quot;รมว.ยธ.&amp;quot; เผยหัวโจกปลุกปั่นเผาเรือนจำมีประวัติโชกโชน ทั้งยังมีโทษจำคุกตลอดชีวิต ระบุมูลค่าเสียหายเรือนจำบุรีรัมย์หลายสิบล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ต.อ.อัษฎไนย ป้องกัน ผกก.สภ.คูเมือง, พ.ต.ท.มานิตย์ สร้อยจิตร รอง ผกก.ป.ฯ หัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์, พ.ต.ท.ภานุวัฒน์ มากมูล รอง ผกก.สส.สภ.เมืองบุรีรัมย์, ร.ต.อ.สุวัฒน์ นามมงคล สว.กก.สส.1 บก.สส.ภ.3 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดภูธรจังหวัด, สภ.คูเมือง, สภ.เมืองบุรีรัมย์ และฝ่ายปกครอง อ.คูเมือง ได้สนธิกำลังติดตามไล่ล่าจับกุมนักโทษชายธัณยพงศ์ สินพูน หรือนพ อายุ 26 ปี ผู้ต้องขังที่ร่วมกันก่อเหตุจลาจล เผาเรือนจำและหลบหนีออกจากเรือนจำเมื่อช่วงสายของวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบบุคคลต้องสงสัยคล้ายกับ น.ช.ธัณยพงศ์ ได้มาอยู่แถวบริเวณป่าใกล้กับลำคลองคูเมืองโบราณของหมู่บ้านโนนเมือง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ น.ช.ธัณยพงศ์ ชุดจับกุมจึงได้จัดกำลังปูพรมค้นหา กระทั่งพบรถจักรยานยนต์และเสื้อผ้าที่ น.ช.ธัณยพงศ์ได้ขโมยมาจากหอพักใกล้กับเรือนจำ ขณะหลบหนีถอดทิ้งไว้ ชุดจับกุมจึงได้วางกำลังดักรอบหมู่บ้านโนนเมืองและหมู่บ้านใกล้เคียง รวมถึงจัดชุดเดินเท้าสำรวจตามหมู่บ้าน ป่า ทุ่งนา และไร่อ้อยในพื้นที่บริเวณดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนกระทั่งเวลา 01.30 น. วันที่ 31 มี.ค. ก็พบตัว น.ช.ธัณยพงศ์แอบซุกซ่อนตัวอยู่ข้างพุ่มไม้ริมถนนสายบุรีรัมย์-พุทไธสง บ้านผักกาดหญ้า ต.พรสำราญ อ.คูเมือง ในสภาพอิดโรย จึงเข้าทำการควบคุมตัว ก่อนนำตัวมาทำการสอบสวนและควบคุมตัวไว้ที่ห้องขังของ สภ.คูเมือง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวน น.ช.ธัณยพงศ์ ให้การยอมรับสารภาพว่า วันเกิดเหตุตนพร้อมกลุ่มนักโทษได้ทุบกำแพงพร้อมตัดกรงเหล็กออกมาจากบริเวณช่องทางเยี่ยมญาติของเรือนจำบุรีรัมย์ แล้วพากันวิ่งหลบหนีข้างกำแพงเรือนจำ วิ่งอ้อมไปทางด้านหลังเรือนจำ พอไปถึงโรงแรมหรือหอพักได้พากันเข้าไปขโมยเสื้อผ้า และรถจักรยานยนต์ขี่หลบหนี โดยได้แยกย้ายกันหลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างนั้นตนเองวิ่งตกลงไปในบ่อระเบิดหิน และได้หลบซ่อนตัวอยู่ในนั้น กระทั่งเวลาประมาณเที่ยงคืน ตนจึงได้ปีนขึ้นมาจากบ่อระเบิดหิน แล้วไปเอารถจักรยานยนต์ที่จอดทิ้งไว้บริเวณหอพักของน้องสาวที่หมู่บ้านโคกเขา ต.เสม็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ ที่ตนได้ฝากไว้ก่อนถูกจับกุม แล้วขี่หลบหนีมุ่งหน้ามาที่หมู่บ้านโนนเมืองซึ่งเป็นบ้านเกิด โดยได้ซุกซ่อนตัวอยู่ในป่า กระทั่งช่วงสายทราบว่าได้มีตำรวจติดตามจับกุมตัว จึงได้จอดรถจักรยานยนต์และถอดเสื้อผ้าทิ้งไว้ ก่อนจะเดินหลบหนีและซุกซ่อนตัวอยู่ตามป่าและทุ่งนาเรื่อยมา จนถึงหมู่บ้านผักกาดหญ้า และมาถูกจับกุมตัวได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ช.ธัณยพงศ์บอกด้วยว่า เหตุการณ์จลาจลครั้งนี้ ตนทราบเพียงว่าก่อนหน้านี้ได้มีขาใหญ่ในเรือนจำได้เรียกตัวพ่อบ้านของแต่ละบ้าน คือขาใหญ่ของนักโทษแต่ละอำเภอ ไปพูดพูดคุยกันว่าจะทำการแหกคุกในวันที่ 29 มี.ค.63 โดยระหว่างที่ตนกำลังนั่งกินข้าวต้มอยู่ ได้เห็นเพื่อนนักโทษลุกฮือก่อเหตุจลาจล ตนจึงได้ไปร่วมกับเพื่อนนักโทษช่วยกันทุบทำลายกำแพงประตู ตัดกรงเหล็กแล้วทำการหลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ น.ช.ธัณยพงศ์ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดจับกุมตัวได้พร้อมกับแฟนสาวที่หมู่บ้านโคกเพชร ต.พรสำราญ อ.คูเมือง พร้อมของกลางยาบ้ากว่า 1,000 เม็ด ยาไอซ์จำนวนหนึ่ง อาวุธปืนพกสั้นขนาด .357 จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนอีกกว่า 100 นัด โดยขณะทำการจับกุม น.ช.ธัณยพงศ์ได้ต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บถึง 3 นาย นอกจากนี้ยังเคยต้องโทษในคดียาเสพติดมาแล้ว และเพิ่งพ้นโทษมาได้เมื่อประมาณต้นเดือน ม.ค.63 ก่อนจะถูกจับกุมครั้งล่าสุดอีกเมื่อเดือนต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ่อและแม่ รวมถึงญาติพี่น้องของ น.ช.ธัณยพงศ์ ต่างโผเข้ากอดด้วยความดีใจ ขณะเดินทางมาเยี่ยมระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ เพื่อฝากขังและดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า &amp;ldquo;หลบหนีไปจากเรือนจำระหว่างที่ถูกคุมขังตามอำนาจศาล&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ระหว่างการควบคุมตัว น.ช.ธัณยพงศ์ เจ้าหน้าที่ได้นำหน้ากากอนามัยมาให้สวมใส่และพาไปล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ และตรวจอุณหภูมิวัดไข้อยู่ที่ 35 องศาเซลเซียส ก่อนจะควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนและนำตัวเข้าฝากขังต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุ?จลาจลในเรือนจำบุรีรัมย์ว่า จากการสอบสวนนายทีระชัย ชัยยะบัญชร หัวโจกในเรื่องนี้ที่เป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติดมีโทษจำคุกตลอดชีวิต ตลอดเวลาที่อยู่ในเรือนจำมีปัญหากับผู้อื่นตลอด มีประวัติตั้งแต่เป็นเยาวชนถูกจับกุมให้อยู่ที่สถานพินิจฯ เคยติดคุกที่เรือนจำภาคเหนือ ก่อนย้ายมาเรือนจำบุรีรัมย์จนได้รับการปล่อยตัว เมื่อออกไปไม่สำนึกยังทำความผิดซ้ำจนกลับมาติดคุกอีกครั้งที่เรือนจำบุรีรัมย์ และศาลได้พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ต้องขังถือเป็นคนสมองดี จึงคิดแผนปลุกปั่นให้ผู้ต้องขังกลัวโควิด-19 จนเกิดเหตุการณ์เผาเรือนจำขึ้น นอกจากนี้ผู้บัญชาการเรือนจำได้จับตามโดยตลอด เพราะพบว่ามีการเยี่ยมญาติถี่ และมีคนมีสีมาเยี่ยมด้วย โดยชื่อจะปรากฏในชั้นสอบสวนต่อไป&amp;quot; นายสมศักดิ์กล่าว และว่า สำหรับมูลค่าการเสียหายอาคารเรือนนอนที่ถูกเผา 3 หลัง ราคาหลังละ 20 ล้านบาท ส่วนจุดอื่นๆ ที่ถูกทำลายประมาณ 10 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.ยุติธรรมกล่าวว่า ขณะที่การสอบสวนได้ตั้งคณะกรรมการออกเป็น 2 ชุด คือ 1.สอบผู้ต้องขัง 2.สอบผู้บัญชาการเรือนจำถึงสาเหตุที่เกิด ส่วนญาติพี่น้องที่มีความกังวลในการย้ายผู้ต้องขังว่าไปอยู่ที่ใดบ้าง สามารถสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ หรือติดต่อไปยังเทศบาลจังหวัดบุรีรัมย์ที่เป็นศูนย์แจ้งว่าผู้ต้องขังอยู่ที่ไหนบ้าง และอีกช่องทางหนึ่งคือเฟซบุ๊กของกรมราชทัณฑ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61631</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักโทษชาย, เผาเรือนจำ, เผาเรือนจำบุรีรัมย์, เรือนจำบุรีรัมย์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แหกคุกเรือนจำบุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200331/image_big_5e83519431646.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61561</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2020 11:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2020 11:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่รอด! ตร.จับนักโทษแหกคุกบุรีรัมย์รายสุดท้าย ซัดทอดขาใหญ่บงการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค. 63 - เมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. พ.ต.อ.อัษฎไนย ป้องกัน ผกก.สภ.คูเมือง พ.ต.ท.มานิตย์ สร้อยจิตร รอง ผกก.ป.หัวหน้าชุดปฎิบัติการปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp; พ.ต.ท.ภานุวัฒน์ มากมูล รอง ผกก.สส.สภ.เมืองบุรีรัมย์ ร.ต.อ.สุวัฒน์ นามมงคล สว.กก.สส.1 บก.สส.ภ.3&amp;nbsp; พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดภูธรจังหวัด&amp;nbsp; สภ.คูเมือง&amp;nbsp; สภ.เมืองบุรีรัมย์ และฝ่ายปกครอง อ.คูเมือง&amp;nbsp; ได้สนธิกำลังติดตามไล่ล่าจับกุม นักโทษชาย ธัณยพงศ์&amp;nbsp; สินพูน&amp;nbsp; อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ที่ 5 บ้านโนนเมือง ต.พรสำราญ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp; ซึ่งเป็นผู้ต้องขังที่ร่วมกันก่อเหตุจลาจล เผาเรือนจำ และหลบหนีออกจากเรือนจำ เมื่อช่วงสายของวันที่ 29 มี.ค. ที่ผ่านมา&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวนักโทษชายที่ร่วมกันก่อเหตุ และหลบหนีออกจากเรือนจำได้เกือบครบทั้งหมดแล้ว&amp;nbsp; เหลือเพียง นักโทษชาย ธันยะพงศ์&amp;nbsp; สินพูน&amp;nbsp; เป็นรายสุดท้ายที่ยังหลบหนีอยู่&amp;nbsp; โดยเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนติดตามเรื่อยมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; กระทั่งทราบว่าช่วงสายของวันที่ 30 มี.ค.63 ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบบุคคลต้องสงสัยคล้ายกับ นักโทษชาย&amp;nbsp; ธันยพงศ์&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ยังหลบหนีการจับกุม&amp;nbsp; มาอยู่แถวบริเวณป่าใกล้กับลำคลองคูเมืองโบราณของหมู่บ้านโนนเมือง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนักโทษชาย ธันยะพงศ์&amp;nbsp; ชุดจับกุมจึงได้จัดกำลังปูพรมค้นหา&amp;nbsp; กระทั่งพบรถจักรยานยนต์ และเสื้อผ้าที่นักโทษชายธันยพงศ์ ได้ขโมยมาจากหอพักใกล้กับเรือนจำ&amp;nbsp; ขณะหลบหนีถอดทิ้งไว้ ชุดจับกุมจึงได้วางกำลังดักรอบหมู่บ้านโนนเมือง และหมู่บ้านใกล้เคียง รวมถึงจัดชุดเดินเท้าสำรวจตามหมู่บ้าน ป่า ทุ่งนา และไร่อ้อยในพื้นที่บริเวณดังกล่าว แต่ก็ยังไม่พบวี่แววของ นักโทษชายธันยพงศ์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
กระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น.วันนี้ 31 มี.ค.63 ชุดจับกุมก็ได้รับแจ้งว่าพบบุคคลต้องสงสัยคล้ายกับ นักโทษชายธันยพงศ์ ในสภาพไม่สวมเสื้อ ลายสักเต็มตัว นุ่งกางเกงขาสั้น ได้เดินเท้ามาอยู่ในละแวกบ้านผักกาดหญ้า ต.พรสำราญ อ.คูเมือง ซึ่งอยู่ติดถนนสายบุรีรัมย์-พุทไธสง และอยู่ห่างจากจุดที่ นักโทษชายธันยพงศ์ จอดรถจักรยานยนต์ และถอดเสื้อผ้าทิ้งไว้ประมาณ 3 กิโลเมตร ชุดจับกุมจึงได้ปูพรมค้นหาอย่างไม่ลดละท่ามกลางความมืด กระทั่งเวลา 01.30 น.&amp;nbsp; ก็พบตัว นักโทษชายธันยพงศ์ แอบซุกซ่อนตัวอยู่ข้างพุ่มไม้ริมถนนสายบุรีรัมย์-พุทไธสง&amp;nbsp; บ้านผักกาดหญ้า ต.พรสำราญ อ.คูเมือง ในสภาพอิดโรย&amp;nbsp; จึงเข้าทำการควบคุมตัว&amp;nbsp; ก่อนนำตัวมาทำการสอบสวน และควบคุมตัวไว้ที่ห้องขังของ สภ.คูเมือง&amp;nbsp; เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
จากการสอบสวน นักโทษชาย ธันยพงศ์&amp;nbsp; ให้การยอมรับสารภาพว่า วันเกิดเหตุตนเองพร้อมกลุ่มนักโทษ ได้ทำการทุบกำแพงพร้อมตัดกรงเหล็ก ออกมาจากบริเวณช่องทางเยี่ยมญาติของเรือนจำบุรีรัมย์ แล้วพากันวิ่งหลบหนีข้างกำแพงเรือนจำ วิ่งอ้อมไปทางด้านหลังเรือนจำ พอไปถึงโรงแรมหรือหอพักได้พากันเข้าไปขโมยเสื้อผ้า และรถจักรยานยนต์ขับหลบหนี โดยได้แยกย้ายกันหลบหนี ระหว่างนั้นตนเองวิ่งตกลงไปในบ่อระเบิดหิน และได้หลบซ่อนตัวอยู่ในนั้น&amp;nbsp; กระทั่งเวลาประมาณเที่ยงคืน จึงได้ปีนขึ้นมาจากบ่อระเบิดหิน แล้วไปเอารถจักรยนต์ที่จอดทิ้งไว้บริเวณหอพักของน้องสาว ที่หมู่บ้านโคกเขา ต.เสม็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ ที่ตนได้ฝากไว้ก่อนถูกจับกุม แล้วขับหลบหนีมุ่งหน้ามาที่หมู่บ้านโนนเมือง ซึ่งเป็นบ้านเกิด โดยได้ซุกซ่อนตัวอยู่ในป่า กระทั่งช่วงสายทราบว่าได้มีตำรวจมาติดตามจับกุมตัว&amp;nbsp; จึงได้จอดรถจักรยานยนต์ทิ้งไว้ และถอดเสื้อผ้าทิ้งไว้ ก่อนจะเดินหลบหนีและซุกซ่อนตัวอยู่ตามป่า และทุ่งนาเรื่อยมา จนถึงหมู่บ้านผักกาดหญ้า และมาถูกจับกุมตัวได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
นักโทษชาย ธันยพงศ์ บอกด้วยว่า เหตุการณ์จลาจลครั้งนี้ ทราบเพียงว่า ก่อนหน้านี้ได้มีขาใหญ่ในเรือนจำ ได้เรียกตัวพ่อบ้านของแต่ละบ้าน คือขาใหญ่ของนักโทษแต่ละอำเภอ ไปพูดพูดคุยกันว่าจะทำการแหกคุกในวันที่ 29 มี.ค.63 โดยระหว่างที่กำลังนั่งกินข้าวต้มอยู่ ได้เห็นเพื่อนนักโทษลุกฮือก่อเหตุจลาจล จึงได้ไปร่วมกับเพื่อนนักโทษช่วยกันทุบทำลายกำแพงประตู ตัดกรงเหล็กแล้วทำการหลบหนี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
สำหรับ นักโทษชาย ธันยพงศ์ ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด จับกุมตัวได้พร้อมกับแฟนสาว ที่หมู่บ้านโคกเพชร ต.พรสำราญ อ.คูเมือง พร้อมของกลางยาบ้า 1,000 กว่าเม็ด ยาไอซ์จำนวนหนึ่ง อาวุธปืนพกสั้นขนาด .357 จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนอีกกว่า 100 นัด โดยขณะทำการจับกุม นักโทษชาย ธันยพงศ์&amp;nbsp; ได้ทำการต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับบาดเจ็บถึง 3 นาย&amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ นักโทษชาย ธันยะพงศ์ ยังเคยต้องโทษในคดียาเสพติดมาแล้ว และพึ่งพ้นโทษมาได้เมื่อประมาณต้นเดือนมกราคม 2563 ที่ผ่านมา ก่อนจะถูกจับกุมครั้งล่าสุดอีก เมื่อเดือนต้นเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ก่อนจะทำแหกคุก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61561</URL_LINK>
                <HASHTAG>จลาจล, ธันยะพงศ์ สินพูน, นักโทษ, เรือนจำบุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200331/image_big_5e82cac983801.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61511</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล่านักโทษแหกคุก ล้อมคอก‘จลาจล’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เร่งล่าอีก 1 นักโทษแหกคุกบุรีรัมย์ พร้อมตั้ง คกก.ข้อเท็จจริงเหตุจลาจลจุดไฟเผาเสียหายเกือบ 100% เร่งประเมินความเสียหาย รมว.ยธ.สั่งสอบหัวโจกปลุกปั่นจลาจล ยันเรือนจำคุมเข้มมาตรการป้องกันโควิด-19 งดเยี่ยมญาติไม่ใช่การลิดรอนสิทธิ ส่วนญาตินับร้อยรอฟังข่าวลูกหลานหน้าเรือนจำบุรีรัมย์ หลังย้ายนักโทษชาย-หญิงไปเรือนจำอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงเหตุจลาจลที่เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ว่า กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ (บก.ภ.จว.บุรีรัมย์) ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง โดยมีรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานการตรวจสอบข้อเท็จจริง จะเข้าพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ที่ก่อเหตุต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการติดตามตัวนักโทษที่ที่หลบหนี ขณะนี้ตำรวจชุดเฉพาะกิจบุรีรัมย์ ทหาร และเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ได้ร่วมกันติดตามผู้ต้องขังที่หลบหนีอยู่อีก 1 คน หลังพบว่ามีผู้ต้องขังหลบหนีออกไปได้ 5 คน และตามจับได้ 4 คน ส่วน 1 คนยังหลบหนี ไม่ทราบรายละเอียดว่าเป็นหัวโจกหรือไม่ แต่เชื่อว่าสามารถจับกุมตัวกลับมาได้เร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ตร.กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้แยกผู้ต้องขังที่ไม่เกี่ยวข้องไปเรือนจำปลอดภัยในพื้นที่ใกล้เคียงแล้ว ส่วนมูลเหตุยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นการสร้างสถานการณ์เรื่องโควิด-19 หรือผู้ต้องขังเจตนาสร้างความวุ่นวายเพื่อหลบหนี ต้องรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามตัวผู้ต้องขังที่หลบหนีออกนอกเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ว่า ล่าสุดจากนักโทษ 2,106 คน ตรวจสอบพบว่า หนีออกจากเรือนจำ 11 ราย จับได้แล้ว 10 ราย ยังคงสามารถหลบหนีไปได้จำนวน 1 คน คือ ข.ช.ธันยพงศ์ สินพูน อายุ 26 ปี ชาวบุรีรัมย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์รุนแรงนี้ไม่เคยเกิดขึ้น ความเสียหายที่เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ได้รับแทบจะ 100% เวลานี้กำลังเร่งให้ประเมินค่าความเสียหาย และสั่งให้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้วว่าใครเป็นคนปลุกปั่น และสาเหตุทั้งหมดเป็นมาอย่างไร แต่ต้องใช้เวลาสอบสวน เพราะผู้ต้องขังเวลานี้กระจายไปหลายเรือนจำ&amp;quot; นายสมศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า ส่วนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่หลายคนกังวล ตนขอยืนยันว่าทางเรือนจำมีมาตรการป้องกันอย่างดีมาตลอด โดยใช้วิธีคนในห้ามออก คนนอกห้ามเข้า มีการทำห้องกักโรคเพิ่มการคัดกรองผู้ต้องขังเข้มงวด &amp;nbsp;ซึ่งจนถึงเวลานี้เรือนจำทั่วประเทศ พบผู้ต้องขังติดเชื้อเพียง 1 ราย &amp;nbsp;ซึ่งทำการรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว จนถึงตอนนี้ไม่มีผู้ต้องขังเชื้อติด โควิด-19 เพิ่ม ขอให้ทุกฝ่ายอย่าวิตกกังวล เพราะเหตุการณ์ที่เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์เป็นเพียงการกล่าวอ้างเพื่อปลุกปั่น ต้องการจะแหกคุก ซึ่งการจะยกเหตุผลไม่ให้เยี่ยมญาติ ตนเห็นว่าคงไม่ใช่ประเด็น และขอย้ำว่าทุกมาตรการที่กรมราชทัณฑ์ออกมาไม่ได้เป็นการลิดรอนสิทธิของผู้ต้องขัง แต่เป็นการป้องกันไม่ให้ไวรัสโควิด-19 กระจายสู่ผู้ต้องขัง ซึ่งอยากให้ทุกคนทำความเข้าใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หน้าเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ มีบรรดาญาติของผู้ต้องขังทยอยมารวมกลุ่มกันกว่า 100 คน เพื่อทวงถามความชัดเจนจากเจ้าหน้าที่เรือนจำ ส่วนใหญ่เป็นห่วงลูกหลานที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ตอนนี้ไม่รู้จะไปเป็นตายร้ายดีอย่างไร ไม่รู้ว่าถูกย้ายไปอยู่ชั่วคราวที่ไหน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ และเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ คอยดูแลรักษาความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เหตุจลาจลที่เกิดขึ้นมีผู้ต้องขังร่วมก่อเหตุทั้งหมด 11 คน จับได้แล้ว 10 คน เหลือเพียง 1 คนที่ยังหลบหนีคือ นายธันยพงศ์ สินพูน อายุ 26 ปี ผู้ต้องขังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดียาเสพติด เบื้องต้นตำรวจอยู่ระหว่างไล่ล่าตัว และรู้เส้นทางหลบหนีแล้ว เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบความเสียหายภายในเรือนจำ ซึ่งยังไม่สามารถประเมินค่าความเสียหายได้ แต่เบื้องต้นพบว่าเสียหาย 100 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียงสถานพยาบาลที่ยังอยู่ในสภาพปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้ต้องขังกว่า 2,000 คน ที่ถูกย้ายไปตามเรือนจำใกล้เคียง 18 แห่ง อยู่ระหว่างการรวบรวมรายชื่อ ก่อนประกาศให้ญาติทราบ ซึ่งรายชื่อทั้งหมดจะติดด้านหน้าเรือนจำพร้อมยืนยันว่า ไม่มีผู้ต้องขังได้รับบาดเจ็บสาหัส มีเพียง 1 คนที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และอาการปลอดภัยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กล้องวงจรปิดภายในเรือนจำก่อนช่วงเกิดเหตุ พบว่ายังมีอีก 1 ผู้ต้องขังที่น่าจะเป็นแกนนำในการวางแผนและปลุกระดมให้เกิดเหตุจลาจล ขณะนี้ทราบตัวแล้ว อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ส่วนอาวุธที่ใช้ในการก่อเหตุครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นมีดหรือไฟแช็ก ทางกลุ่มผู้ต้องขังเอามาจากโรงครัวทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสาเหตุของการก่อเหตุ ต้องรอการสอบสวนของทางตำรวจที่ชัดเจนอีกครั้ง แต่เบื้องต้นมีการกล่าวอ้างเรื่องเชื้อโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอประเมินความเสียหายและอยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า ผู้ต้องขังหญิงถูกย้ายไปยังเรือนจำนางรอง จำนวน 93 คน และเรือนจำทัณฑสถานหญิงนครราชสีมา จำนวน 111 คน รวม 204 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนักโทษชาย จำนวน 1,902 คน ไปยังเรือนจำข้างเคียง ดังนี้ เรือนจำจังหวัดยโสธร 25 คน, เรือนจำจังหวัดชัยภูมิ 50 คน, &amp;nbsp;เรือนจำอำเภอพล 57 คน, เรือนจำอำเภอกันทรลักษ์ 20 คน, เรือนจำอำเภอท่าพริก 620 คน, เรือนจำจังหวัดขอนแก่น 200 คน, เรือนจำจังหวัดนครพนม 200 คน, เรือนจำคลองไผ่ 100 คน, เรือนจำจังหวัดนครราชสีมา 100 คน, เรือนจำอำเภอสง่างาม 30 คน, เรือนจำจังหวัดสุรินทร์ 150 คน, เรือนจำรัตนบุรี 50 คน, เรือนจำอำเภอบัวใหญ่ 100 คน, เรือนจำจังหวัดอำนาจเจริญ 50 คน, เรือนจำอำเภอนางรอง 93 คน, เรือนจำอำเภอสีคิ้ว 100 คน และเรือนจำจังหวัดขอนแก่น 50 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เรือนจำกลางขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยนายสมมาตย์ สุราช ผู้บัญชาการเรือนจำกลางขอนแก่น และ นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น ลงพื้นที่ตรวจติดตามมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 พร้อมตรวจเยี่ยมนักโทษที่เดินทางจากเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ถูกส่งตัวมาทำการควบคุมชั่วคราวมาที่เรือนจำกลางขอนแก่น ภายหลังเกิดเหตุจลาจลภายในเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจเยี่ยมมาตรการรักษาความสะอาดภายในโรงครัว โรงนอน และสถานที่ต่างๆ ทั่วบริเวณเรือนจำ ซึ่งมีการตั้งจุดล้างมือ มีภาชนะสำหรับการทานอาหาร แก้วน้ำ ช้อน ส้อม ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ซึ่งมีการแยกใช้เป็นของส่วนตัวตามมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 รวมทั้งจุดเยี่ยมญาติที่มีประชาชนเดินทางมาเยี่ยมผู้ต้องขังภายในเรือนจำก็จะมีการใช้แอปพลิเคชันไลน์สื่อสารแทนการพูดคุยในการเยี่ยมผู้ต้องขัง ซึ่งมาตรการในเรื่องของความสะอาดเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยในภาพรวมทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ที่เรือนจำกลางขอนแก่น มีนักโทษจากเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์เข้ามาอยู่ชั่วคราวจำนวนทั้งสิ้น 250 คน จังหวัดจะมีการพูดคุยเพื่อวางมาตรการเพื่อป้องกันเหตุจลาจลซ้ำรอยเกิดขึ้นภายในเรือนจำ โดยเฉพาะการให้ความรู้ความเข้าใจสถานการณ์ ซึ่งทางเรือนจำและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกส่วนมีมาตรการการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างรัดกุม และเป็นมาตรฐาน พร้อมทั้งการให้กำลังใจแก่ตัวนักโทษทุกคน ไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก หวาดกลัว และเกิดความวิตกจนเข้าใจผิดและเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทางเจ้าหน้าที่ในเรือนจำกลางขอนแก่นก็จะมีการให้ความรู้ความเข้าใจ และให้กำลังใจแก่นักโทษของเรือนจำกลางขอนแก่นและเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ที่เดินทางเข้ามาใหม่ทั้งหมด ยืนยันให้การดูแลนักโทษทุกคนเท่าเทียมกัน ขอให้ญาติของนักโทษทุกคนได้มีความสบายใจทั้งในเรื่องของความเป็นอยู่และความสะอาดภายใต้มาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ในระยะนี้&amp;quot; นายสมศักดิ์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61511</URL_LINK>
                <HASHTAG>จลาจลจุดไฟเผา, นักโทษแหกคุก, บุรีรัมย์, เรือนจำบุรีรัมย์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e81f7a413dde.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61466</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2020 14:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2020 14:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญาตินักโทษบุกคุกบุรีรัมย์ห่วงลูกหลานโดนลูกหลงเหตุจลาจล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;30 มี.ค. 63 &amp;ndash; ที่หน้าเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ มีบรรดาญาติของผู้ต้องขังทยอยมารวมกลุ่มกันกว่า 100 คนตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เพื่อขอความชัดเจนจากเจ้าหน้าที่เรือนจำ ซึ่งส่วนใหญ่บอกว่า เป็นห่วงลูกหลานที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุจลาจลเมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา และตอนนี้ไม่รู้จะไปเป็นตายร้ายดีอย่างไร เพราะไม่รู้ว่าถูกย้ายไปอยู่ชั่วคราวที่ไหน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ และเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ คอยดูแลรักษาความปลอดภัย กระทั่งเวลา 13.00 น. บรรดาญาติของผู้ต้องขัง กว่า 100 คน ได้ย้ายมารออยู่ที่ โดมเอนกประสงค์ เทศบาลเมืองบุรีรัมย์&lt;/p&gt;


&amp;nbsp;

มีรายงานว่า เหตุจลาจลที่เกิดขึ้นมีผู้ต้องขังร่วมก่อเหตุทั้งหมด 11 คน จับได้แล้ว 10 คน เหลือเพียง 1 คนที่ยังหลบหนี คือ นายธันยพงศ์ สินพูน อายุ 26 ปี ผู้ต้องขังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดียาเสพติด เบื้องต้นตำรวจอยู่ระหว่างไล่ล่าตัว และรู้เส้นทางหลบหนีแล้ว และวันนี้เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบความเสียหายภายในเรือนจำ ซึ่งยังไม่สามารถประเมินค่าความเสียหายได้ แต่เบื้องต้นพบว่าเสียหาย 100 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียงสถานพยาบาลที่ยังอยู่ในสภาพปกติ

&amp;nbsp;

ส่วนผู้ต้องขังกว่า 2,000 คน ที่ถูกย้ายไปตามเรือนจำใกล้เคียง 18 แห่ง อยู่ระหว่างการรวบรวมรายชื่อ ก่อนประกาศให้ญาติทราบ ซึ่งรายชื่อทั้งหมดจะติดด้านหน้าเรือนจำวันนี้ พร้อมยืนยันว่า ไม่มีผู้ต้องขังได้รับบาดเจ็บสาหัส มีเพียง 1 คนที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และอาการปลอดภัยแล้ว

&amp;nbsp;

ทั้งนี้ กล้องวงจรปิดภายในเรือนจำ ก่อนช่วงเกิดเหตุ พบว่า ยังมีอีก 1 ผู้ต้องขังที่น่าจะเป็นแกนนำหลักในการวางแผนและปลุกระดมให้เกิดเหตุจลาจล ซึ่งขณะนี้ทราบตัวบุคคลแล้ว อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ส่วนอาวุธที่ใช้ในการก่อเหตุครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นมีดหรือไฟแช็ก ทางกลุ่มผู้ต้องขังเอามาจากโรงครัวทั้งหมด สำหรับสาเหตุของการก่อเหตุ ต้องรอการสอบสวนของทางตำรวจที่ชัดเจนอีกครั้ง แต่เบื้องต้นมีการกล่าวอ้างเรื่องเชื้อโควิด-19 อย่างไรก็ตาม วันนี้ยังต้องรอประเมินความเสียหายและอยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ

&amp;nbsp;

มีรายงานด้วยว่า ผู้ต้องขังหญิง ถูกไปย้ายยังเรือนจำนางรอง จำนวน 93 คน และเรือนจำทัณฑสถานหญิงนครราชสีมา จำนวน 111 คน รวม 204 คน ส่วนนักโทษชาย จำนวน 1,902 คน ไปยังเรือนจำข้างเคียง ดังนี้ เรือนจำจังหวัดยโสธร 25 คน เรือนจำจังหวัดชัยภูมิ 50 คน เรือนจำอำเภอพล 57 คน เรือนจำอำเภอกันทรลักษณ์ 20 คน เรือนจำอำเภอท่าพริก 620 คน เรือนจำจังหวัดขอนแก่น 200 คน เรือนจำจังหวัดนครพนม 200 คน เรือนจำคลองไผ่ 100 คน เรือนจำจังหวัดนครราชสีมา 100 คน เรือนจำอำเภอสง่างาม 30 คน เรือนจำจังหวัดสุรินทร์ 150 คน เรือนจำรัตนบุรี 50 คน เรือนจำอำเภอบัวใหญ่ 100 คน เรือนจำจังหวัดอำนาจเจริญ 50 คน เรือนจำอำเภอนางรอง 93 คน เรือนจำอำเภอสีคิ้ว 100 คน เรือนจำจังหวัดขอนแก่น 50 คน.

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61466</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญาติผู้ต้องขัง, นักโทษหลบหนี, เรือนจำบุรีรัมย์, เหตุจลาจล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e81a31d9d066.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61436</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2020 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2020 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ย้ายนักโทษบุรีรัมย์มาขอนแก่นชั่วคราว ผู้ว่าฯนำทีมปลอบขวัญหวั่นซ้ำรอยย้ำมาตรการป้องกันโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค.63 &amp;ndash; เมื่อช่วงเช้า ที่เรือนจำกลางขอนแก่น ถ.ศรีจันทร์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วย นาย สมมาตย์ สุราช ผู้บัญชาการเรือนจำกลางขอนแก่น และ นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่นลงพื้นที่เรือนจำกลางขอนแก่น เพื่อตรวจติดตามมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 พร้อมตรวจเยี่ยมนักโทษที่เดินทางจากเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ถูกส่งตัวมาทำการควบคุมชั่วคราวมาที่เรือนจำกลางขอนแก่น ภายหลังเกิดเหตุจลาจลภายในเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ &amp;nbsp;29 มี.ค. ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจเยี่ยมมาตรการการรักษาความสะอาดภายในโรงครัว โรงนอน และสถานที่ต่างๆทั่วบริเวณเรือนจำ ซึ่งมีการตั้งจุดล้างมือ มีภาชนะสำหรับการทานอาหาร แก้วน้ำ ช้อน ส้อม ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆซึ่งมีการแยกใช้เป็นของส่วนตัว ตามมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 รวมทั้งจุดเยี่ยมญาติที่มีประชาชนเดินทางมาเยี่ยมผู้ต้องขังภายในเรือนจำก็จะมีการใช้แอพพลิเคชั่นไลน์สื่อสารแทนการพูดคุยในการเยี่ยมผู้ต้องขัง ซึ่งมาตรการในเรื่องของความสะอาดเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยในภาพรวมทั้งหมด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์จลาจลภายในเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์จนสถานที่เกิดความเสียหายอยู่ระหว่างการซ่อมแซม นักโทษภายในเรือนจำจึงต้องเคลื่อนย้ายไปตามเรือนจำต่างๆ โดยที่เรือนจำกลางขอนแก่นนั้น มีนักโทษจากเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์เข้ามาอยู่ที่เรือนจำกลางขอนแก่นเป็นการชั่วคราวจำนวนทั้งสิ้น 250 คน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ ระบุว่า จังหวัดจะมีการพูดคุยเพื่อวางมาตรการร่วมกันกับทางเรือนจำกลางขอนแก่น เพื่อป้องกันเหตุจลาจลซ้ำรอยเกิดขึ้นภายในเรือนจำ โดยเฉพาะการให้ความรู้ความเข้าใจสถานการณ์ ซึ่งทางเรือนจำและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกส่วนมีมาตรการการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างรัดกุม และเป็นมาตรฐาน พร้อมทั้งการให้กำลังใจแก่ตัวนักโทษทุกคน ไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก หวาดกลัว และเกิดความวิตกจนเข้าใจผิดและเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น พร้อมทั้งในวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ในเรือนจำกลางขอนแก่นก็จะมีการให้ความรู้ความเข้าใจ และให้กำลังใจแก่นักโทษของเรือนจำกลางขอนแก่นและเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ที่เดินทางเข้ามาใหม่ทั้งหมด ยืนยันให้การดูแลนักโทษทุกคนเท่าเทียมกัน ขอให้ญาติของนักโทษทุกคนได้มีความสบายใจทั้งในเรื่องของความเป็นอยู่และความสะอาดภายใต้มาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19ในระยะนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61436</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, เรือนจำขอนแก่น, เรือนจำบุรีรัมย์, โควิด -19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e817248f4213.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61379</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2020 20:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2020 20:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จลาจลเรือนจำบุรีรัมย์สงบแล้ว เผยเหตุเผาเรือนนอนมีนักโทษใหม่ปลุกปั่นโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค.63 -&amp;nbsp;เมื่อเวลาประมาณ 11.45 น.ได้เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายขึ้นภายในเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ เนื่องจากนักโทษกว่า 100 คน รวมตัวกันก่อเหตุจลาจลพยายามแหกคุก ได้ยินเสียงปืน เสียงทุบสิ่งของ ทุบกำแพงดังออกมาอย่างต่อเนื่อง มีไฟลุกไหม้ขึ้นภายในเรือนจำ มองเห็นกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นเป็นวงกว้าง และมีนักโทษสามารถหลบหนีออกจากเรือนจำไปจำนวนหนึ่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ มีผู้ต้องขังกว่า 2 พันคน แต่กลุ่มผู้ต้องขังที่ก่อเหตุ มีเพียงประมาณ 100 คน ซึ่งได้เริ่มพังห้องเยี่ยมญาติ โดยได้ทุบทำลายประตู และกระจกภายในห้องเยี่ยมญาติ จนได้รับความเสียหายแตกกระจัดกระจาย รวมถึงพื้นห้องที่เป็นกระเบื้อง ก็แตกพังเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังทำลายสิ่งของอื่นๆ ภายในห้องด้วย&amp;nbsp;เมื่อเกิดเหตุขึ้นทางเรือนจำ จึงประสานขอกำลังสนับสนุน ทั้งตำรวจ ทหาร รถดับเพลิงของเทศบาล อบต. มทบ.26 และกู้ภัย กว่า 30 คัน พร้อมประสานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้ช่วยกันระงับเหตุ รวมถึงตั้งด่านสกัดจับบริเวณโดยรอบทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผู้ต้องขังอาศัยใช้จังหวะที่ผู้คุมเรือนจำกำลังปรับปรุงห้องกักโรค โดยได้เผาทำลายโรงเลี้ยงอาหาร ซึ่งในเบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ คาดว่าการก่อเหตุน่าจะมาจากกลุ่มผู้ต้องขังก่อหวอดในเรื่องของโควิด-19 และกลุ่มผู้ต้องขังนี้ ยังถูกตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มนักโทษหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 15.00 น.มีกลุ่มผู้ต้องขัง จุดไฟเผาเรือนนอน ที่มีจำนวน 3 เรือนนอน จนเกิดควัน และไปส่งผลกระทบกับนักโทษคนอื่น ที่อยู่ตามกรอบ ทำให้สำลักควัน จนต้องนำผู้ต้องขัง ออกมาใหม่ทั้งหมด เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการย้ายนักโทษหญิงทั้งหมด ไปยังเรือนจำอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่เกิดความเสียหายจากเหตุการณ์นี้คือ โรงอาหาร ห้องทนาย ห้องบัญชี ห้องเยี่ยมญาติ และห้องผู้ต้องขังใหม่ ซึ่งถูกเผาทั้งหมด โดยเรือนจำบุรีรัมย์ มีพื้นที่ 9 ไร่ มีแดนเดียว ส่วนผู้ต้องขังที่มีปัญหา มีประมาณ 100 คน ซึ่งนักโทษส่วนใหญ่กลัวเรื่องโควิด-19 ประกอบกับมีผู้ต้องขังใหม่คนหนึ่ง ที่ได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิต โดยคนนี้เข้าไป ก็ปลุกปั่นให้เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ออกจากเรือนจำมาอยู่ด้านนอกทั้งหมดแล้ว และเกิดการต่อลอง โดยผู้ต้องขังด้านใน ก็กดดันกันเป็นกลุ่มๆ ซึ่งเหตุการณ์กลับมาวุ่นวายอีกครั้ง ส่วนตัวเลขผู้ต้องขังที่สามารถหลบหนีไปได้นั้น ขณะนี้ ยังไม่สามารถตรวจเช็คได้ เพราะผู้ต้องขังมีจำนวนมาก และยังเกิดความวุ่นวายอยู่ แต่ก็มีรายงานเบื้องต้นว่า สามารถจับกลับมาได้แล้วจำนวน 7 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 15.45 น. พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วย พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. , พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ &amp;nbsp;รอง ผบช.ภ.3 , พล.ต.ต.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย รอง ผบช.ภ.3 , พล.ต.ต.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ พร้อมด้วย รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ ร่วมประชุมบริหารสถานการณ์ เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว และได้มีการเตรียมความพร้อมของกำลังตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้ตรึงกำลังไว้อย่างเข้มงวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 17.15 น. เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้บางส่วน แม้จะมีเปลวเพลิงเกิดขึ้นในเรือนนอนหญิง แต่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงก็ควบคุมเพลิงสงบในระดับหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการย้ายนักโทษชาย สูงอายุ และนักโทษที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดไปฝากขังที่เรือนจำเขาพริก อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา 500 คน , เรือนจำคลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา 100 คน และเรือนจำจังหวัดสุรินทร์ 100 คน จนท.รอเข้าตรวจสอบพื้นที่ด้านในเรือนจำ ยังมีผู้ต้องขังที่เป็นผู้ก่อเหตุอยู่ภายในเรือนจำ จับกุมผู้ต้องขังที่หลบหนีได้อีก 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด เวลา 19.30 น. พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ , พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. , พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ , พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3, นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์, พลตรี ศราวุธ มาศิริ ผบ.มทบ.26, พล.ต.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ &amp;nbsp;ร่วมแถลงความคืบหน้าของเหตุการณ์นักโทษก่อเหตุจลาจล ภายในเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ หลังจากเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ภายในเรือนจำได้ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แถลงข่าวร่วมกับ ผวจ.บุรีรัมย์ และ จนท.ที่เกี่ยวข้อง ว่าสามารถควบคุมสถานการณ์การก่อเหตุจลาจลเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ได้แล้ว โดย จนท. มีการคัดแยกผู้ต้องขังที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ออกมาได้จำนวน ประมาณ 1,000 คน ไปฝากขังตามเรือนจำใกล้เคียง และควบคุมตัวไว้ก่อนบางส่วน ยังมีผู้ต้องขังที่อยู่ในเรือนจำอีกประมาณ 500 คน ซึ่ง จนท.ได้เข้าไปควบคุมไว้ได้หมดแล้ว ขณะเข้าควบคุมไม่มีการต่อสู้ขัดขวาง จนท. แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่าอาคารภายในถูกเพลิงไหม้ และทำลายได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด ไม่สามารถใช้การได้ กลุ่มผู้ต้องขังบางส่วนมีการใช้มีด และวัสดุดัดแปลงเป็นอาวุธ ไม่มีอาวุธปืน ส่วนจำนวนผู้หลบหนีจะมีการสอบสวนให้แน่ชัดก่อน ไม่มี จนท. และผู้ต้องขังเสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัส จำนวนผู้บาดเจ็บรอการตรวจสอบ และ จนท.จะมีการเข้าตรวจสอบพื้นที่ภายในเรือนจำในคืนนี้ต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61379</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, คุกบุรีรัมย์, จลาจล, จังหวัดบุรีรัมย์, เรือนจำบุรีรัมย์, แหกคุก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200329/image_big_5e809fbbd7652.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61350</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2020 15:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2020 15:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จลาจลเผาคุกบุรีรัมย์ยังไม่คลี่คลาย นักโทษเจ็บ 5 เร่งระดมกำลังจนท.หลายฝ่ายคุมสถานการณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บุรีรัมย์เหตุก่อจลาจลในเรือนจำยังไม่คลี่คลายนักโทษเจ็บ 5 รายญาติเรียกร้องลำเลียงนักโทษไม่เกี่ยวข้องออกมาก่อนหวั่นเป็นอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค.63 - เมื่อเวลา 14.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ก่อเหตุจลาจลจุดไฟเผาเรือนนอน โรงเลี้ยงอาหาร&amp;nbsp;โรงเฟอร์นิเจอร์และจุดต่างๆ ภายในเรือนจำได้รับความเสียหายหลายจุด และมีเสียงปืนดังเป็นระยะ แต่ไม่ทราบว่าเป็นเสียงปืนจากฝ่ายไหน ซึ่งเวลาผ่านไปกว่า 3 ชั่วโมงสถานการ์ยังไม่คลี่คลาย จนท.ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ยังคงมีเปลวไฟและกลุ่มควันพวยพุ่งภายในเรือนจำหลายจุด แต่ไม่ปรากฎว่ามีเสียงปืนดังขึ้นอีก อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าผู้ต้องขังที่ร่วมก่อเหตุจลาจลได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 ราย ขณะนี้ถูกนำตัวส่ง รพ.แล้ว แต่ยังไม่มีรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บหรือไม่ แต่มีรายงานว่านักโทษหลบหนีจำนวน 5 คนนั้นสามารถจับกุมตัวได้แล้ว 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ร่วมกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด และผู้บัญชาการเรือนจำจ.บุรีรัมย์ ร่วมในการเจรจากับนักโทษที่ก่อเหตุจลาจล อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นได้มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยปฏิบัติการพิเศษ&amp;nbsp;กำลังทหารจากมณฑลทหารบกที่ 26 และกำลังตำรวจและเจ้าหน้าที่จากกรมราชทัณฑ์เข้าไปควบคุมสถานการณ์ภายในเรือนจำ ทั้งนี้คาดว่าน่าจะรอคำสั่งจากอธิบดีกรมราชทัณฑ์ที่มีรายงานว่าจะเดินทางมาติดตามสถานการณ์ และบัญชาการเหตุการณ์ด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะบรรยากาศที่บริเวณด้านหน้า และถนนสายต่างๆรอบเรือนจำ จนท.ยังคงปิดกั้นเส้นทางไม่ให้ผ่านเด็ดขาด&amp;nbsp;ขณะเดียวกันก็มีญาติของผู้ต้องขังที่ทราบข่าวต่างมาเฝ้าติดตามสถานการณ์ด้วย พร้อมเรียกร้องให้ จนท.ลำเลียงผู้ต้องขังที่ไม่เกี่ยวข้องออกมายังจุดที่ปลอดภัยก่อน เพราะเป็นห่วงลูกหลานเกรงจะได้รับอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61350</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, คุกบุรีรัมย์, จลาจล, จังหวัดบุรีรัมย์, เผาเรือนจำ, เรือนจำบุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200329/image_big_5e805fec489d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
