<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106518</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 23:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2021 23:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไต้หวันโวยจีนส่งเครื่องบินรบบุกรุกฝูงใหญ่สุดถึง28ลำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โดนจีนจัดหนัก กระทรวงกลาโหมไต้หวันแถลงเมื่อวันอังคารว่า กองทัพอากาศจีนส่งเครื่องบินบุกรุกเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันทางอากาศของไต้หวันจำนวนมากที่สุดถึง 28 ลำ รวมถึงเครื่องบินทิ้งระเบิดที่สามารถบรรทุกอาวุธนิวเคลียร์ อีกด้านกองทัพเรือสหรัฐส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินปฏิบัติภารกิจตามปกติในทะเลจีนใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เครื่องบินทิ้งระเบิด เอช-6 ของจีน แสดงการบินในโอกาสครบ 60 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีน เมื่อ 1 ตุลาคม 2552 (Photo by Feature China / Barcroft Media / Getty Images) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลไต้หวันร้องเรียนหลายครั้งในช่วง 2-3 เดือนมานี้ว่ากองทัพอากาศจีนปฏิบัติภารกิจใกล้กับเกาะไต้หวันซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยมีศูนย์รวมอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ (ADIZ) ของไต้หวัน ใกล้กับหมู่เกาะปราตัสที่ไต้หวันควบคุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์อ้างคำแถลงของกระทรวงกลาโหมไต้หวันเมื่อวันอังคารที่ 15 มิถุนายน ว่าเครื่องบินของกองทัพอากาศจีนที่บุกรุกเอดีไอซีของไต้หวันในวันเดียวกันนี้ เป็นเครื่องบินขับไล่ชนิด เจ-16 จำนวน 14 ลำ, เจ-11 จำนวน 6 ลำ, เครื่องบินทิ้งระเบิด เอช-6 ที่สามารถบรรทุกอาวุธนิวเคลียร์ จำนวน 4 ลำ ไปจนถึงเครื่องบินต่อต้านเรือดำน้ำ, เครื่องบินสงครามอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องบินเตือนภัยล่วงหน้า รวมแล้วเป็นการบุกรุกจำนวนมากที่สุดในวันเดียวนับแต่ไต้หวันเริ่มรายงานกิจกรรมของกองทัพอากาศจีนเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งทำลายสถิติเก่า 25 ลำเมื่อวันที่ 12 เมษายนปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงเสริมด้วยว่า เครื่องบินรบของไต้หวันถูกส่งขึ้นบินสกัดกั้นและเตือนเครื่องบินของจีน และระบบมิสไซล์อยู่ในภาวะพร้อมเฝ้าตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากแผนที่ที่กระทรวงเปิดเผยนั้น เครื่องบินของจีนไม่เพียงบินในพื้นที่ใกล้กับหมู่เกาะปราตรัสเท่านั้น แต่เครื่องบินทิ้งระเบิด 4 ลำและเครื่องบินขับไล่บางลำบินรอบตอนใต้ของไต้หวันใกล้กับส่วนปลายสุดของเกาะไต้หวันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงกลาโหมของจีนไม่ตอบคำถามของรอยเตอร์ แต่ที่ผ่านมาจีนมักกล่าวถึงภารกิจลักษณะนี้ว่าจำเป็นต่อการปกป้องอธิปไตยของจีน และเพื่อรับมือกับ &amp;quot;การสมคบคิด&amp;quot; ระหว่างสหรัฐกับไต้หวัน ซึ่งจีนถือว่าเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง กองทัพเรือสหรัฐแถลงในวันเดียวกันว่า กลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินที่นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส โรนัลด์เรแกน ได้เคลื่อนเข้าทะเลจีนใต้แล้ว เพื่อปฏิบัติภารกิจตามปกติ โดยกลุ่มเรือนี้มีเรือลาดตระเวนติดมิสไซล์นำวิถี ยูเอสเอส ชิโลห์ และเรือพิฆาตติดมิสไซล์นำวิถี ยูเอสเอส ฮัลซีย์ ติดตามมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะอยู่ในทะเลจีนใต้ กลุ่มเรือโจมตีกำลังปฏิบัติการด้านความมั่นคงทางทะเล ซึ่งรวมถึงปฏิบัติการบินของอากาศยานปีกหมุนและปีกตรึง, การฝึกซ้อมโจมตีทางทะเล และการฝึกทางยุทธวิธีที่ประสานกันระหว่างหน่วยผิวน้ำและอากาศ&amp;quot; กองทัพเรือสหรัฐกล่าว โดยย้ำว่า ปฏิบัติการของเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐในทะเลจีนใต้นี้เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงตนตามปกติของกองทัพเรือในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนมักคัดค้านภารกิจของกองทัพสหรัฐในทะเลจีนใต้โดยกล่าวว่าไม่ช่วยส่งเสริมสันติภาพหรือเสถียรภาพ คำประกาศของกองทัพเรือสหรัฐเมื่อวันอังคารมีออกมาภายหลังจีนประณามกลุ่มจี 7 ที่ออกแถลงการณ์โจมตีจีนในหลายด้านรวมถึงกรณีซินเจียง, ฮ่องกง และไต้หวัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106518</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพอากาศจีน, จีน, ยูเอสเอส โรนัลด์เรแกน, ส่งเครื่องบินบุกรุก, เขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ, เรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐ, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c8d44f21d80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92492</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2021 17:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2021 17:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝรั่งเศสส่งเรือดำน้ำล่องทะเลจีนใต้ สหรัฐจัดเรือบรรทุกเครื่องบิน2ฝูงฝึกร่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จีนเขม่น กองทัพเรือฝรั่งเศสส่งเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์กับเรืออีก 1 ลำ ลาดตระเวนผ่านทะเลจีนใต้ ส่วนสหรัฐส่งกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ฝูงฝึกทางทะเลร่วมกัน ตอกย้ำเสรีภาพในการเดินเรือในทะเลที่จีนอ้างกรรมสิทธิ์เกือบทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทวิตเตอร์ Florence Parly @florence_parly ทวีตเกี่ยวกับปฏิบัติการของกองทัพเรือฝรั่งเศสพร้อมลงภาพประกอบของเรือทั้งสองลำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ว่า โฟลรองซ์ ปาร์ลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมฝรั่งเศส ทวีตเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ เอสเอ็นเอ เอเมโรด์ ลาดตระเวนผ่านทะเลจีนใต้เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีเรือ บีเอสเอเอ็ม แซน ติดตามสนับสนุน การลาดตระเวนที่พิเศษนี้เป็นการพิสูจน์ขีดความสามารถของกองทัพเรือฝรั่งเศสในการวางกำลังในดินแดนห่างไกลและเป็นเวลายาวนาน เคียงข้างกับออสเตรเลีย, สหรัฐ และญี่ปุ่นที่เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นสมาชิกองค์การนาโต มีเขตเศรษฐกิจจำเพาะในมหาสมุทรแปซิฟิกรอบดินแดนโพ้นทะเลของตน และมักย้ำความสำคัญของการป้องกันเสรีภาพของการเดินเรือในภูมิภาคนี้ รัฐมนตรีหญิงของฝรั่งเศสกล่าวในทวิตเตอร์อีกว่า สาเหตุที่ต้องทำภารกิจเช่นนี้ ก็เพื่อเพิ่มพูนความรู้ของฝรั่งเศสเกี่ยวกับพื้นที่นั้น และยืนยันว่ากฎหมายระหว่างประเทศคือกฎเกณฑ์เดียวที่ถูกต้อง ไม่ว่าเราจะเดินเรือในทะเลใดก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนอ้างอธิปไตยเหนือดินแดนทะเลจีนใต้เกือบทั้งหมด แต่หลายประเทศในภูมิภาคนี้เช่นฟิลิปปินส์, บรูไน, มาเลเซีย และเวียดนาม ก็อ้างกรรมสิทธิเหนือทะเลใกล้ชายฝั่งของตนเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือรบของสหรัฐมาปฏิบัติการเสรีภาพในการเดินเรือเป็นครั้งคราวผ่านทะเลจีนใต้หรือเฉียดใกล้น่านน้ำที่จีนอ้างสิทธิ สัปดาห์ที่แล้ว เรือพิฆาตยูเอสเอส จอห์น เอส. แม็กเคน เพิ่งแล่นใกล้หมู่เกาะพาราเซลในทะเลจีนใต้ที่จีนอ้างสิทธิครอบครอง และยังเดินเรือผ่านช่องแคบไต้หวัน ที่ทำให้จีนกล่าวเตือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันอังคาร รอยเตอร์รายงานอ้างคำแถลงของกองทัพเรือสหรัฐว่า สหรัฐส่งกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี ธีโอดอร์รูสเวลต์ และนิมิตซ์ ฝึกซ้อมทางทะเลร่วมกันในทะเลจีนใต้เป็นครั้งแรกนับแต่เดือนกรกฎาคม 2563 การฝึกร่วมหลากหลายรูปแบบของสองกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานร่วมกันระหว่างอาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งสอง รวมถึงขีดความสามารถในการบัญชาการและควบคุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกระทรวงการต่างประเทศของจีน โดยหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวง แถลงที่กรุงปักกิ่งว่า การเคลื่อนไหวถี่ๆ ในการ &amp;quot;แสดงพลัง&amp;quot; ของเรือรบและเครื่องบินสหรัฐในทะเลจีนใต้ ไม่ได้เอื้อต่อเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาคนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92492</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือฝรั่งเศส, กองทัพเรือสหรัฐ, จีน, ทะเลจีนใต้, ยูเอสเอส นิมิตซ์, ยูเอเอส ธีโอดอร์ รูสเวลต์, เรือดำน้ำฝรั่งเศส, เรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐ, เอสเอ็นเอ เอเมโรด์, โฟลรองซ์ ปาร์ลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210209/image_big_60225f41574c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70680</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2020 20:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2020 20:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทัพเรือจีนตามส่องเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐ 2 ลำฝึกร่วมในทะเลจีนใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้บัญชาการเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส นิมิตซ์ ของสหรัฐเผยกับรอยเตอร์เมื่อวันจันทร์ว่าเรือของกองทัพเรือจีนเฝ้าดูเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำของสหรัฐขณะกำลังฝึกในทะเลจีนใต้ขณะนี้ ด้านโฆษกจีนระบุสหรัฐตั้งใจมาอวดแสนยานุภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เครื่องบินเอฟ/เอ-18 เอฟ ซูเปอร์ฮอร์เน็ต บินขึ้นจากดาดฟ้าเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส นิมิตซ์ ระหว่างการฝึกในทะเลนอกชายฝั่งเม็กซิโก เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;พวกเขาเห็นเรา และเราก็เห็นพวกเขา&amp;quot; เว็บไซต์ข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม 2563 อ้างคำกล่าวของพลเรือตรีเจมส์ เคิร์ก ผู้บัญชาการเรือบรรทุกเครื่องบินนิมิตซ์ ซึ่งกำลังทำการฝึกบินเครื่องบินรบบนเรือลำนี้ พร้อมกับเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส โรนัลด์เรแกน ของกองเรือที่ 7 ในทะเลจีนใต้มาตั้งแต่วันชาติสหรัฐ 4 กรกฎาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในอดีต กองทัพเรือสหรัฐเคยส่งเรือบรรทุกเครื่องบินมาฝึกร่วมกันในภูมิภาคนี้ แต่การฝึกในปีนี้เกิดขึ้นในช่วงยามที่เกิดความตึงเครียดสูง รัฐบาลสหรัฐวิจารณ์จีนเรื่องการตอบสนองต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาและกล่าวหาจีนว่าฉวยโอกาสที่เกิดโรคระบาดเดินหน้าผลักดันการอ้างสิทธิเหนือดินแดนในทะเลจีนใต้และที่อื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศของจีนโดยจ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวง แถลงที่กรุงปักกิ่ง ตอบโต้ว่า สหรัฐจงใจส่งเรือเหล่านี้มาทะเลจีนใต้เพื่อแสดงแสนยานุภาพ พร้อมกล่าวหาสหรัฐว่าพยายามตอกลิ่มความขัดแย้งระหว่างประเทศในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงกลาโหมสหรัฐเคยกล่าวไว้เมื่อตอนประกาศข่าวการฝึกทางทะเลร่วมระหว่างเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำนี้ที่มีลูกเรือรวมกันประมาณ 12,000 นายว่า สหรัฐต้องการปกป้องสิทธิของทุกประเทศที่จะบิน, เดินเรือ และดำเนินการในทุกที่ที่กฎหมายระหว่างประเทศอนุญาต&amp;quot; โดยกล่าวถึงการฝึกของเรือน้ำหนักรวม 100,000 ตัน พร้อมอากาศยานราว 90 ลำว่าแต่ละลำเป็นสัญลักษณ์ของการแก้ปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเรือตรีเคิร์กกล่าวว่า การติดต่อกับเรือของจีนนั้นไม่เกิดเหตุการณ์ใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70680</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือจีน, กองทัพเรือสหรัฐ, ทะเลจีนใต้, ฝึกทางทะเล, เรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200706/image_big_5f0322f3c15bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2020 14:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2020 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐปลดผู้การเรือบรรทุกเครื่องบิน กระพือข่าวลูกเรือติดไวรัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โดนจนได้ เพนตากอนสั่งปลดผู้บังคับการเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส ธีโอดอร์รูสเวลต์ ที่ร่อนจดหมายหลายสิบฉบับถึงผู้บังคับบัญชา แจ้งสถานการณ์ไวรัสระบาดบนเรือรบเพื่อเรียกร้องให้อพยพลูกเรือมากักกันบนบก รัฐมนตรีทบวงทหารเรือตำหนิใช้วิจารณญาณผิดพลาด ข่าวหลุดสู่สาธารณะทำให้ข้าศึกได้ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2563 กล่าวว่า โธมัส ม็อดลี รักษาการรัฐมนตรีทบวงทหารเรือสหรัฐ ระบุว่า นาวาเอกเบร็ตต์ โครเซียร์ ผู้บังคับการเรือยูเอสเอส ธีโอดอร์รูสเวลต์ ทำผิดพลาดที่จัดส่งสำเนาจดหมายความยาว 4 หน้าฉบับนี้ถึงผู้คนจำนวนมาก ซึ่งทำให้เนื้อหาในจดหมายหลุดรอดถึงสื่อมวลชนเมื่อวันอังคารที่่ผ่านมา ก่อนที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเพนตากอนหลายคนจะทันเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ม็อดลีกล่าวว่า แม้ถึงขณะนี้จะมีลูกเรือ 114 นาย จากทั้งสิ้นเกือบ 5,000 นายบนเรือลำนี้ ติดไวรัสโคโรนา แต่ไม่มีใครที่อาการรุนแรง และโครเซียร์ประโคมสถานการณ์รุนแรงเกินจริงเมื่อบอกว่า ลูกเรือของเขากำลังจะตายหากไม่มีการดำเนินการอย่างรวดเร็ว ด้วยการจัดส่งจดหมายเหล่านี้ โครเซียร์แสดงให้เห็นถึงวิจารณญาณที่แย่ที่สุดท่ามกลางภาวะวิกฤติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์บนเรือที่ผิดจากข้อเท็จจริง และสร้างความตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเพนตากอนผู้นี้กล่าวว่า สิ่งที่โครเซียร์ทำลงไปแม้จะมีเจตนาเพื่อความปลอดภัยและสวัสดิภาพของลูกเรือ แต่มันก็ให้ผลในทางตรงกันข้ามด้วย นอกเหนือจากทำให้ครอบครัวของทหารตกใจแล้ว &amp;quot;มันยังเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับขีดความสามารถทางยุทธการและความปลอดภัยทางยุทธการของเรือลำนี้ ที่อาจเสริมขวัญกำลังใจของข้าศึกศัตรูที่พยายามชิงความได้เปรียบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จดหมายของโครเซียร์ ซึ่งลงวันที่ 30 มีนาคม กระพือความกังวลว่าไวรัสระบาดจนควบคุมไม่ได้แล้ว และบ่งบอกว่าผู้นำของกองทัพเรือไม่ได้ตอบสนอง เขายังทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนตะลึงเมื่อเรียกร้องให้อพยพลูกเรือลงจากเรือไปกักกันบนบกนาน 2 สัปดาห์ เพื่อไม่ไวรัสแพร่กระจายไปกว่านี้ &amp;quot;การระบาดของโรคติดต่อนี้กำลังดำเนินอยู่และเร็วขึ้น&amp;quot; เขาเขียนในจหดมาย &amp;quot;เราไม่ได้ทำสงคราม ลูกเรือไม่สมควรต้องตาย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ม็อดลีกล่าวว่า นายทหารผู้นี้ประโคมสถานการณ์เกินความเป็นจริง และไม่ถูกต้องที่บ่งบอกว่าผู้นำกองทัพเรือไม่แก้ไขปัญหาในช่วงเวลาที่จดหมายถูกส่งออกไป นอกจากนี้การส่งจดหมายที่ไม่ได้เป็นความลับซึ่งตั้งใจส่งถึงพวกผู้บังคับบัญชาของเขา ต่อไปยังผู้รับ 30 คน ยังเพิ่มโอกาสที่จดหมายจะเปิดเผยต่อสาธารณะ และยังกัดกร่อนสายการบังคับบัญชาที่กำลังดำเนินการช่วยเหลือเขาอย่างรวดเร็วอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของม็อดลีบ่งชี้ด้วยว่า โครเซียร์เปิดเผยจุดอ่อนในการเตรียมพร้อมทางทหารของสหรัฐที่ข้าศึกศัตรูอาจฉวยความได้เปรียบ &amp;quot;แม้เราจะไม่ได้อยู่ในภาวะสงครามตามความหมายดั้งเดิม แต่เราก็ไม่ได้อยู่ในภาวะสงบสันติอย่างแท้จริงเช่นกัน หลายชาติกำลังหาทางลดทอนขีดความสามารถในการบรรลุเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์แห่งชาติของเรา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รูสเวลต์เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินของกองทัพเรือ 1 ใน 2 ลำในภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตก ขณะนี้เรือเทียบท่าที่ฐานทัพเรือบนเกาะกวม และลูกเรือค่อนลำกำลังเคลื่อนย้ายลงมาบนบกเพื่อทำการฆ่าเชื้อบนเรือ โดยพลเรือตรีคาร์ลอส ซาร์เดียลโล อดีตผู้บังคับการเรือลำนี้ ได้รับแต่งตั้งให้ทำหน้าที่แทนโครเซียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดี โดยทรัมป์กล่าวชัดเจนว่า เขาไม่เห็นด้วยกับการปลดโครเซียร์ ซึ่งทำไปเพราะพยายามปกป้องชีวิตลูกเรือของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่โจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีที่เป็นตัวเก็งชิงเก้าอี้ทรัมป์ในการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายนปีนี้ กล่าวว่า รัฐบาลของทรัมป์แสดงให้เห็นถึงการตัดสินใจที่แย่ ด้วยการปลดผู้บังคับการเรือบรรทุกเครื่องบินผู้เรียกร้องให้ใช้มาตรการที่เข้มแข็งเพื่อควบคุมการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาบนเรือ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61934</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาวาเอกเบร็ตต์ โครเซียร์, ปลดผู้บังคับการเรือ, ยูเอสเอส ธีโอดอร์รูสเวลต์, เรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐ, โธมัส ม็อดลี, ไวรัสระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200403/image_big_5e86e6ebd6ead.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2020 20:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2020 20:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไวรัสโจมตีเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐ ผู้บังคับการวอนกองทัพอพยพลูกเรือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้บังคับการเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส ธีโอดอร์รูสเวลต์ ของสหรัฐ ส่งจดหมายวิงวอนเพนตากอน ขออพยพลูกเรือกว่า 4,000 นายไปกักกันบนบก ภายหลังโควิด-19 ระบาดบนเรือมีลูกเรือติดเชื้อแล้วเกิน 100 นาย ลั่น &amp;quot;เราไม่ได้ทำสงคราม ลูกเรือไม่สมควรต้องตาย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส ธีโอดอร์รูสเวลต์ มาถึงอ่าวเพิร์ลของฮาวาย เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2561 / Petty Officer 3rd Class Jessica Blackwell / Navy Public Affairs Support Element Detachment Hawaii. (Photo by Smith Collection/Gado/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 1 เมษายน 2563 อ้างจดหมายความยาว 4 หน้ากระดาษ ที่เผยแพร่ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ซานฟรานซิสโกโครนิเคิล เขียนโดยนาวาเอกเบร็ต โครเซียร์ ผู้บังคับการเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ลำนี้ว่า สถานการณ์บนเรือธีโอดอร์รูสเวลต์ขณะนี้น่าวิตกอย่างมากเนื่องจากมีลูกเรือติดเชื้อไวรัสโคโรนาเพิ่มจำนวนขึ้น แต่พื้นที่สำหรับกักกันบนเรือนั้นไม่เพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือลำนี้มีลูกเรือประจำการประมาณ 4,000 นาย ช่วงที่กองทัพเรือรายงานว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสคนแรกเมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน เรือยังลอยลำกลางมหาสมุทรแปซิฟิก แต่ขณะนี้เรือเข้าเทียบท่าที่เกาะกวม ซึ่งเป็นดินแดนของสหรัฐ อยู่ฝั่งตะวันตกของแปซิฟิก โครนิเคิลรายงานว่า มีลูกเรือที่ผ่านการตรวจยืนยันว่าติดเชื้อโควิด-19 แล้วมากกว่า 100 นาย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากตัวเลขเมื่อวันศุกร์ที่แล้วราว 4 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราไม่ได้ทำสงคราม ลูกเรือไม่สมควรต้องตาย&amp;quot; โครเซียร์เขียนในจดหมายถึงผู้บังคับบัญชาในกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ลงวันที่ 30 มีนาคม เพื่อเรียกร้องให้มีการตัดสินใจขั้นเด็ดขาด &amp;quot;การแพร่ระบาดของโรคกำลังดำเนินอยู่และเร็วมากขึ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บังคับการเรือนายนี้กล่าวว่า บนเรือมีพื้นที่จำกัด และถามถึงความเป็นไปได้ว่าจะสามารถอพยพลูกเรือเกือบทั้งหมดลงมากักกันบนบกได้หรือไม่ เพราะการให้ลูกเรือทั้งหมดอยู่บนเรือต่อไปเป็น &amp;quot;ความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น&amp;quot; จากสภาพของเรือเช่นโรงนอนที่แออัดและระเบียงที่แคบ ทำให้มีโอกาสน้อยมากที่ลูกเรือจะใช้วิธีปฏิบัติแบบเดียวกับของพลเรือนด้วยการ &amp;quot;เว้นระยะห่างทางสังคม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านมาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ให้สัมภาษณ์กับซีบีเอสนิวส์เมื่อวันอังคาร โดยไม่ได้กล่าวถึงข้อเสนอของโครเซียร์โดยตรง อย่างน้อยเท่าที่เห็นในส่วนที่ออกอากาศ โดยเขาตอบคำถามว่า ขณะนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะอพยพลูกเรือลงจากเรือ แต่เขายอมรับว่ายังไม่ได้อ่านจดหมายฉบับนี้อย่างละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอสเปอร์เสริมด้วยว่า กำลังบำรุงและความช่วยเหลือทางการแพทย์กำลังส่งขึ้นไปบนเรือแล้ว และขณะนี้ลูกเรือที่ติดเชื้อไม่มีใครป่วยหนัก กองทัพเรือกำลังพยายามทำให้แน่ใจว่าสามารถควบคุมไวรัสได้ และได้ส่งชุดตรวจไปแล้วเพื่อประเมินว่ามีลูกเรือติดเชื้อจำนวนเท่าใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเรือเอกจอห์น อากีลีโน ผู้บัญชาการกองเรือแปซิฟิก แห่งกองทัพเรือสหรัฐ เปิดเผยกับนักข่าวว่า แผนที่มีคือนำลูกเรือบางส่วนลงจากเรือ, ตรวจเชื้อและกักกัน, ทำความสะอาดเรือ จากนั้นก็สับเปลี่ยนกำลังพล ขณะเดียวกันก็จะมีลูกเรือบางส่วนถูกกักกันและแยกโรคอยู่บนเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโธมัส ม็อดลี รักษาการรัฐมนตรีทบวงกองทัพเรือ กล่าวว่า เขารับรู้เรื่องจดหมายฉบับนี้เมื่อเช้าวันอังคาร และกองทัพเรือกำลังเตรียมการเพื่อนำลูกเรือลงจากเรือที่กวม แต่ที่นั่นก็ไม่มีเตียงรองรับเพียงพอเช่นกัน กองทัพเรือกำลังเจรจากับรัฐบาลท้องถิ่นเพื่อขอใช้โรงแรมและจัดสร้างกระโจม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางฝ่ายคาดเดากันว่า ลูกเรือของยูเอสเอส ธีโอดอร์รูสเวลต์ อาจเริ่มติดเชื้อเมื่อแวะเทียบท่าที่เมืองดานังของเวียดนามนาน 5 วันเมื่อต้นเดือนมีนาคม ช่วงเวลานั้นไวรัสยังแพร่ระบาดหนักในจีน และพบผู้ติดเชื้อในเวียดนามด้วยมากกว่า 12 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า กองทัพสหรัฐตัดสินใจไม่เปิดเผยข้อมูลการติดเชื้อภายในกองทัพ เพราะกลัวจะเป็นการชี้ช่องให้ศัตรู แต่คำแถลงของเพนตากอนเมื่อวันอังคารเผยว่า ถึงขณะนี้มีทหารติดเชื้อไวรัสแล้ว 673 นาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61739</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยูเอสเอส ธีโอดอร์รูสเวลต์, เรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐ, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e849b9d77fda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
