<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2021 12:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2021 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เก็บคัดแยกรีไซเคิลขยะ  คืนสมดุลระบบนิเวศอย่างยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล เป็นต้นทางของวัตถุดิบที่สำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการทำประมงอย่างรับผิดชอบ ผ่านการใช้วัตถุดิบปลาป่นที่ยั่งยืนมาจากผลพลอยได้จากการแปรรูปสัตว์น้ำ จึงต้องอนุรักษ์ ปกป้อง และฟื้นฟูผืนป่าชายเลน ซึ่ง นายไพโรจน์ อภิรักษ์นุสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหารธุรกิจสัตว์น้ำครบวงจร บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร &amp;nbsp; หรือซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายพันธมิตรเรือประมงและชาวประมง คืนท้องทะเลสะอาด รักษาสมดุลระบบนิเวศ สร้างความมั่นคงทางอาหาร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสนับสนุนการบริหารจัดการขยะในทะเลที่มีประสิทธิภาพตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือเซอร์คูลาร์อีโคโนมี (Circular Economy) และที่ผ่านมายังได้ร่วมสนับสนุนโครงการทะเลสะอาด นำโดยกรมประมงและสมาคมประมงแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นโครงการที่ส่งเสริมและรณรงค์ให้ชาวประมงลดการทิ้งขยะลงสู่ทะเล เก็บขยะจากกิจกรรมประมง ทั้งขยะจากการบริโภคบนเรือ และขยะที่ติดมากับเครื่องมือประมงกลับขึ้นฝั่ง โดยขยะที่รีไซเคิลได้จะถูกคัดแยกและส่งขายให้กับโรงรับซื้อขยะต่อไป &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ซีพีเอฟได้ต่อยอดโครงการทะเลสะอาด โดยมีแนวคิดขยายผลการดำเนินงานให้ครอบคลุมตั้งแต่การเก็บขยะ การคัดแยก การจัดการ จนถึงการนำขยะมารีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ Upcycling เพื่อสร้างมูลค่า โดยเดินหน้าโครงการนำร่อง ประสานความร่วมมือกับโรงงานปลาป่นเจดีพีในจังหวัดตรัง และชาวประมงเก็บขยะจากทะเลคืนฝั่ง จากการรวบรวมขยะจากเรือประมงที่มาขึ้นท่าพบว่ามีขยะที่รีไซเคิลได้ อาทิ ขวดพลาสติก PET ขยะประเภทขวดแก้ว เศษแห เศษอวน ที่สามารถเพิ่มมูลค่าขยะเหล่านี้ให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งบริษัทสนใจทดลองนำขยะพลาสติกขวด PET ที่เก็บจากทะเลนำมาแปรรูปเป็นเส้นใยพลาสติก ผลิตเป็นเสื้อโปโลรีไซเคิล ซึ่งขณะนี้การผลิตล็อตแรก 500 ตัว จะเตรียมแจกให้พนักงานซีพีเอฟล็อตแรกเดือนกรกฎาคมนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ซีพีเอฟนำขยะที่ชาวประมงเก็บกลับขึ้นฝั่งมารีไซเคิลและนำกลับมาใช้ประโยชน์อีก เป็นโครงการที่ดำเนินการตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมแก้ปัญหาปริมาณขยะในทะเล ร่วมรักษาสมดุลระบบนิเวศทางทะเล สนับสนุนภารกิจของซีพีเอฟในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) ทั้งในเรื่องของอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเล และทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และบรรลุเป้าหมายการสร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;quot; นายไพโรจน์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2557-2561 สามารถอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนในพื้นที่ยุทธศาสตร์ 5 จังหวัดได้รวม 2,388 ไร่ ในพื้นที่ จ.ระยอง สมุทรสาคร ชุมพร สงขลา และพังงา และอยู่ระหว่างดำเนินงานอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนเข้าสู่ระยะที่ 2 มีเป้าหมายอนุรักษ์ ฟื้นฟู และปลูกป่าใหม่ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ระยอง และตราด เพื่อร่วมคืนสมดุลระบบนิเวศอย่างยั่งยืน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108557</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะพลาสติก, ชาวประมง, ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล, ทะเล, ฟื้นฟูผืนป่าชายเลน, เรือ, เรือประมง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210704/image_big_60e146782e183.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2020 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2020 17:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมาคมประมง&#039; โวยกฎเหล็กห้ามเรือประมงจอดใกล้เขตอุทยานฯ ทำเดือดร้อนทอดสมอโต้คลื่นกลางทะเล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานจากลักษณะอากาศ&amp;nbsp;มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;มีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณแนวร่องมรสุมปกคลุมภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่าง&amp;nbsp;ทำให้ในช่วงวันที่&amp;nbsp;28-29&amp;nbsp;ก.ย.&amp;nbsp;63&amp;nbsp;ภาคใต้ตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนหนักบางแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น&amp;nbsp;โดยห่างฝั่งทะเลมีคลื่นสูง&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือประมงในอ่าวไทยหลายร้อยลำที่กำลังทำการประมงในอ่าวไทยอยู่ในขณะนี้&amp;nbsp;ต้องประสบปัญหาจากคลื่นลมในอ่าวไทยที่แรงขึ้น ในวันที่&amp;nbsp;27-29&amp;nbsp;ก.ย. เพราะไม่สามารถเข้าจอดหลบคลื่นลมที่เกาะกระ จ.นครศรีธรรมราช และเกาะพะงัน จ.สุราษฏร์ธานี ได้&amp;nbsp;จากระเบียบและกฏของกรมอุทยานแห่งชาติที่ออกประกาศใช้เมื่อวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ก.ย. ห้ามเรือประมงเข้าจอดใกล้กับเกาะในเขตอุทยานในรัศมี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไมล์ทะเล&amp;nbsp;ส่งผลให้เรือประมงต้องทอดสมอโต้คลื่นลมกลางทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรเดช นิลอุบล นายกสมาคมประมง จ.สงขลา สมาคมฯ เปิดเผยว่าได้รับการร้องเรียนจากเรือประมงที่กำลังทำประมง&amp;nbsp;กำลังเดือดร้อนเนื่องจากไม่มีที่กำบังลม ต้องทอดสมอโต้คลื่นกลางทะเล นอกจากได้รับความเดือดร้อนจากกฎระเบียบของภาครัฐทั้ง&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ข้อแล้ว กรมอุทยานฯยังออกกฎระเบียบซ้ำเติมอีก ตนสนับสนุนให้มีการการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่&amp;nbsp;เผื่อว่าจะได้ ส.ส.คนใหม่เข้ามาแก้ปัญหาของประชาชนที่เดือดร้อนได้&amp;nbsp;เพราะ ส.ส.ที่นั่งสภาขณะนี้ไม่ได้แก้ปัญหาความเดือดร้อน โดยเฉพาะชาวประมงที่ประสบปัญหามา&amp;nbsp;4-5&amp;nbsp;ปี เจ้าของเรือต้องประกาศขายกิจการเพราะทนกับการขาดทุนไม่ไหว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78884</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสงขลา, เรือประมง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200928/image_big_5f71ba1b9c081.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71283</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 11:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แรงงานกัมพูชาโหด! ฆ่าเพื่อนร่วมชาติเดียวกันดับคาเรือประมง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค. 63 - เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 12 ก.ค. พ.ต.ท.เมธี&amp;nbsp; &amp;nbsp;พาชื่นใจ สว.(สอบสวน) สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุลูกเรือประมงต่างด้าวฆ่ากันตายบนเรือประมงโชคจันทร์เพ็ญ 4 เหตุเกิดในท้องทะเลอ่าวไทย โดยเรือประมงลำดังกล่าวได้เข้ามาจอดเทียบท่าเรือแพปลาแห่งหนึ่ง บริเวณหมู่บ้านด่านภาษี หมู่ 9 ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งแล้วจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อนันต์&amp;nbsp; &amp;nbsp;หริกจันทร์ ผกก.,พ.ต.ท.เกษมสิทธิ์&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำปาทอง รอง ผกก.ป.,พ.ต.ท.อานุภาพ&amp;nbsp; &amp;nbsp;จันดิถาวงศ์ รอง ผกก.สส.,พ.ต.ต.วรรณชัย&amp;nbsp; &amp;nbsp;คชายนต์ รก.สวป.,กำลังตำรวจชุดสืบสวน,แพทย์เวร รพ.ท่าศาลา และจนท.มูลนิธิประชาร่วมใจ ร่วมเดินทางไปตรวจสอบบริเวณแพปลาดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุภายในเรือประมง พบศพผู้เสียชีวิตชื่อนายวิชัย&amp;nbsp; วัน อายุ 48 ปี เป็นลูกเรือประมงสัญชาติกัมพูชา สภาพศพมีบาดแผลถูกทุบตีด้วยท่อนเหล็กและถูกฟันด้วยมีดพร้าเข้าบริเวณใบหน้าจนเละเลือดไหลอาบศีรษะ&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคนร้ายผู้ก่อเหตุเป็นลูกเรือประมงลำเดียวกันรอมอบตัวอยู่ในเรือประมง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าทำการจับกุมตัวคุมตัวลงจากเรือสอบสวนทราบผู้ก่อเหตุชื่อนายลอง&amp;nbsp; อายุ 41 ปี เป็นลูกเรือประมงสัญชาติกัมพูชา ประเทศเดียวกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวลงจากเรือประมงไปดำเนินคดีที่ สภ.ท่าศาลา ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนทราบว่าเรือประมงลำดังกล่าวเป็นของนางแหม่ม&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลาเกตุ อายุ 40ปี อยู่ จ.ตราด โดยเรือประมงลำดังกล่าวได้ออกจับปลาในน่านน้ำกลางทะเลอ่าวไทย เขต อ.ท่าศาลา โดยช่วงเวลาเกิดเหตุเวลาประมาณ 11.00น.ของวันที่ 12 ก.ค. นายวิชัย วัน ผู้ตายได้เกิดมีปากเสียงทะเลาะกับนายลอง เพื่อนลูกเรือประมงสัญชาติกัมพูชาเดียวกัน ทำให้ทั้งคู่ชกต่อยกัน นายลองได้คว้าท่อนเหล็กและมีดพร้ากระหน่ำทุบตีและฟันใบหน้าและศีรษะนายวิชัย วัน ไม่ยั้งจนตายคาเรือ หลังเกิดเหตุ ทางไต๋ก๋งเรือลำดังกล่าวได้นำเรือประมงเข้าเทียบท่าบริเวณแพปลา ก่อนแจ้งตำรวจ สภ.ท่าศาลา มาตรวจสอบที่เกิดเหตุและชันสูตรพลิกศพ ก่อนเก็บศพรอญาตินำศพไปจัดการตามประเพณีต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายลอง ผู้ต้องหาทางตำรวจได้คุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายที่ สภ.ท่าศาลา ต่อไป โดยนายลองผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71283</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่ากันตาย, นครศรีธรรมราช, เรือประมง, แรงงานกัมพูชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200713/image_big_5f0bdf39eb9ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62202</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2020 19:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2020 19:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภูเก็ตเรือประมงเจอมรสุมล่มใกล้เกาะแรดโชคดีช่วยเหลือทัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย.63-เวลาประมาณ 18.00 น.ร.ต.อ.สุชาติ ลือชา หัวหน้าสายตรวจป่าคลอก และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต รับแจ้งเหตุเรือล่มบริเวณเกาะกล้วย หมู่7 บ้านยามู เหตุเกิดเวลา 17.50น. &amp;nbsp;หลังรับแจ้งได้ลงพื้นที่ร่วมกับ นายปัณยา สำเภารัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลป่าคลอก และเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย ผลการตรวจสอบ เป็นเรือหัวโทงของชาวบ้าน ไม่มีชื่อ &amp;nbsp; เป็นเรือของนายระพินทร์ เวชภัฒน์ (ญาติของนายธานีฯ) ก่อนเกิดเหตุ มีชาวบ้านลงเรือลำดังกล่าวทั้งหมด 4 คน ประกอบด้วย 1.นาย ธานี มาสเสมอ(เป็นคนขับ)​ 2.นาย อเนก เพ็ชรนิล 3.เด็กชาย กันตภณ &amp;nbsp;มาสเสมอ 4.นาย สมบูรณ์ คลังดี(บาดเจ็บเล็กน้อย) โดยออกจากบริเวณหาดท่าหลา ม.2 ต.ป่าคลอก อ.ถลาง เพื่อไปตกปลาระหว่างเดินทางได้เจอกับมรสุมเกิดเหตุเรือล่มระหว่างเกาะกล้วยและเกาะลัง ได้รับการช่วยเหลือจากเรือหาปลาที่ผ่านมาประสบเหตุ &amp;nbsp;ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย ทุกคนปลอดภัย นำผู้บาดเจ็บเล็กน้อยส่งรักษาที่โรงพยาบาลถลาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62202</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ภูเก็ต, สภ.ถลาง, เรือประมง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200405/image_big_5e89c9a92d0b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57621</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2020 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2020 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจอแล้วลูกเรือประมงอับปางอ่าวละแม ส่วนไต๋เรือคนไทยยังไม่ทราบชะตากรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ.63 - จากกรณีมีเรือประมงชื่อสินนำชลเป็นเรืออวนลากคานถ่าง ได้แจ้งเข้าออกจากศูนย์ควบคุมเรือการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง จ.สุราษฏร์ธานี เข้ามาทำการประมงในพื้นที่อ่าวละแม บ้านหนองบัว หมู่ 6 ตำบล อ.ละแม จ.ชุมพร เขตติดต่อกับ จ.สุราษฏร์ธานี ได้เกิดเครื่องยนต์ขัดข้องและถูกคลื่นลมแรงซัดจมทะเล ห่างจากฝั่งเกือบ 20 กิโลเมตร เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา เบื้องต้นทราบว่ามีลูกเรือ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คน ได้แก่ นายชลพล พราหมณ์นาค อายุ 45 ปี ไต๋เรือ พร้อมลูกเรือชาวเมียนมา 3 คน มีนายอาวลิน อายุ 29 ปี&amp;nbsp;นายอู อายุ 35 ปี&amp;nbsp;นายฮาย วิน อายุ 48 ปี ทั้งหมดยังไม่ทราบชะตากรรม เนื่องจากเป็นเวลากลางคืนมีฝนตกหนักคลื่นลมแรงหน่วยงานเกี่ยวข้องยังไม่สามารถค้นหาช่วยเหลือลูกเรือทั้งหมดที่ได้ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้ากรณีดังกล่าวเมื่อเวลา 09.00 น. นางสาวราตรี จันทน์รัตน์ ประมงอำเภอละแม เปิดเผยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งคืน&amp;nbsp;นายชนะศึก&amp;nbsp;สาตรรอด&amp;nbsp;นายอำเภอละแม ได้ติดตามและรายงานสถานการณ์ให้ นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผวจ.ชุมพร ทราบมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องออกช่วยเหลือตลอดทั้งคืน เบื้องต้นทราบว่าก่อนเรือจะจมลูกเรือประมงทั้ง 4 คน เป็นคนไทย 1 คน ชาวเมียนมา 3 คน ได้ใส่เสื้อชูชีพลอยคออยู่กลางทะเล แต่ด้วยสภาพอากาศทัศนวิสัยไม่ดีมีฝนตกทะเลคลื่นลมแรง จึงทำให้การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ราตรี เปิดเผยว่า ล่าสุดเมื่อตอนเช้าวันนี้&amp;nbsp;นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร&amp;nbsp;รอง ผวจ.ชุมพร&amp;nbsp;นายชนะศึก&amp;nbsp;สาตรรอด&amp;nbsp;นายอำเภอละแม ได้ลงพื้นที่สั่งการหน่วยงานเกี่ยวข้องทั้งตำรวจน้ำ ปภ. หน่วยกู้ภัย ออกช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ล่าสุดพบลูกเรือชาวเมียนมาทั้ง 3 คนแล้ว ทั้ง 3 คนใส่เสื้อชูชีพและเกาะถังพลาสติกลอยคอมาขึ้นฝั่งที่สะพานบ้านหนองบัว 2 คน ส่วนอีก 1 คนลอยคอมาขึ้นที่อ่าวคอเขา ในพื้นที่อ่าวละแม ในสภาพอิดโรยอ่อนแรง ขณะนี้ได้ให้การช่วยเหลือนำตัวไปตรวจสภาพร่างกายที่โรงพยาบาลละแม อาการปลอดภัยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ราตรี กล่าวต่อว่า ส่วนผู้สูญหายอีก 1 คน นายชลพล พราหมณ์นาค อายุ 45 ปี ไต๋เรือชาวไทย ขณะนี้ยังไม่พบตัว หน่วยงานเกี่ยวข้องยังคงเดินหน้าค้นหาให้การช่วยเหลือท่ามกลางสภาพอากาศที่มีฝนตกคลื่นลมแรงอยู่ขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57621</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลื่นซัดเรือจมทะเล, จ.ชุมพร, ประมงอำเภอละแม, เรือประมง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4cd4a869882.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57620</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2020 13:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจอแล้วลูกเรือประมงอับปางอ่าวละแม ส่วนไต๋เรือคนไทยยังไม่ทราบชะตากรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ.63 - จากกรณีมีเรือประมงชื่อสินนำชลเป็นเรืออวนลากคานถ่าง ได้แจ้งเข้าออกจากศูนย์ควบคุมเรือการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง จ.สุราษฏร์ธานี เข้ามาทำการประมงในพื้นที่อ่าวละแม บ้านหนองบัว หมู่ 6 ตำบล อ.ละแม จ.ชุมพร เขตติดต่อกับ จ.สุราษฏร์ธานี ได้เกิดเครื่องยนต์ขัดข้องและถูกคลื่นลมแรงซัดจมทะเล ห่างจากฝั่งเกือบ 20 กิโลเมตร เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา เบื้องต้นทราบว่ามีลูกเรือ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คน ได้แก่ นายชลพล พราหมณ์นาค อายุ 45 ปี ไต๋เรือ พร้อมลูกเรือชาวเมียนมา 3 คน มีนายอาวลิน อายุ 29 ปี&amp;nbsp;นายอู อายุ 35 ปี&amp;nbsp;นายฮาย วิน อายุ 48 ปี ทั้งหมดยังไม่ทราบชะตากรรม เนื่องจากเป็นเวลากลางคืนมีฝนตกหนักคลื่นลมแรงหน่วยงานเกี่ยวข้องยังไม่สามารถค้นหาช่วยเหลือลูกเรือทั้งหมดที่ได้ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้ากรณีดังกล่าวเมื่อเวลา 09.00 น. นางสาวราตรี จันทน์รัตน์ ประมงอำเภอละแม เปิดเผยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งคืน&amp;nbsp;นายชนะศึก&amp;nbsp;สาตรรอด&amp;nbsp;นายอำเภอละแม ได้ติดตามและรายงานสถานการณ์ให้ นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผวจ.ชุมพร ทราบมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องออกช่วยเหลือตลอดทั้งคืน เบื้องต้นทราบว่าก่อนเรือจะจมลูกเรือประมงทั้ง 4 คน เป็นคนไทย 1 คน ชาวเมียนมา 3 คน ได้ใส่เสื้อชูชีพลอยคออยู่กลางทะเล แต่ด้วยสภาพอากาศทัศนวิสัยไม่ดีมีฝนตกทะเลคลื่นลมแรง จึงทำให้การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ราตรี เปิดเผยว่า ล่าสุดเมื่อตอนเช้าวันนี้&amp;nbsp;นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร&amp;nbsp;รอง ผวจ.ชุมพร&amp;nbsp;นายชนะศึก&amp;nbsp;สาตรรอด&amp;nbsp;นายอำเภอละแม ได้ลงพื้นที่สั่งการหน่วยงานเกี่ยวข้องทั้งตำรวจน้ำ ปภ. หน่วยกู้ภัย ออกช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ล่าสุดพบลูกเรือชาวเมียนมาทั้ง 3 คนแล้ว ทั้ง 3 คนใส่เสื้อชูชีพและเกาะถังพลาสติกลอยคอมาขึ้นฝั่งที่สะพานบ้านหนองบัว 2 คน ส่วนอีก 1 คนลอยคอมาขึ้นที่อ่าวคอเขา ในพื้นที่อ่าวละแม ในสภาพอิดโรยอ่อนแรง ขณะนี้ได้ให้การช่วยเหลือนำตัวไปตรวจสภาพร่างกายที่โรงพยาบาลละแม อาการปลอดภัยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ราตรี กล่าวต่อว่า ส่วนผู้สูญหายอีก 1 คน นายชลพล พราหมณ์นาค อายุ 45 ปี ไต๋เรือชาวไทย ขณะนี้ยังไม่พบตัว หน่วยงานเกี่ยวข้องยังคงเดินหน้าค้นหาให้การช่วยเหลือท่ามกลางสภาพอากาศที่มีฝนตกคลื่นลมแรงอยู่ขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57620</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลื่นซัดเรือจมทะเล, จ.ชุมพร, ประมงอำเภอละแม, เรือประมง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4cd4a869882.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57619</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2020 13:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจอแล้วลูกเรือประมงอับปางอ่าวละแม ส่วนไต๋เรือคนไทยยังไม่ทราบชะตากรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ.63 - จากกรณีมีเรือประมงชื่อสินนำชลเป็นเรืออวนลากคานถ่าง ได้แจ้งเข้าออกจากศูนย์ควบคุมเรือการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง จ.สุราษฏร์ธานี เข้ามาทำการประมงในพื้นที่อ่าวละแม บ้านหนองบัว หมู่ 6 ตำบล อ.ละแม จ.ชุมพร เขตติดต่อกับ จ.สุราษฏร์ธานี ได้เกิดเครื่องยนต์ขัดข้องและถูกคลื่นลมแรงซัดจมทะเล ห่างจากฝั่งเกือบ 20 กิโลเมตร เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา เบื้องต้นทราบว่ามีลูกเรือ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คน ได้แก่ นายชลพล พราหมณ์นาค อายุ 45 ปี ไต๋เรือ พร้อมลูกเรือชาวเมียนมา 3 คน มีนายอาวลิน อายุ 29 ปี&amp;nbsp;นายอู อายุ 35 ปี&amp;nbsp;นายฮาย วิน อายุ 48 ปี ทั้งหมดยังไม่ทราบชะตากรรม เนื่องจากเป็นเวลากลางคืนมีฝนตกหนักคลื่นลมแรงหน่วยงานเกี่ยวข้องยังไม่สามารถค้นหาช่วยเหลือลูกเรือทั้งหมดที่ได้ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้ากรณีดังกล่าวเมื่อเวลา 09.00 น. นางสาวราตรี จันทน์รัตน์ ประมงอำเภอละแม เปิดเผยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งคืน&amp;nbsp;นายชนะศึก&amp;nbsp;สาตรรอด&amp;nbsp;นายอำเภอละแม ได้ติดตามและรายงานสถานการณ์ให้ นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผวจ.ชุมพร ทราบมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องออกช่วยเหลือตลอดทั้งคืน เบื้องต้นทราบว่าก่อนเรือจะจมลูกเรือประมงทั้ง 4 คน เป็นคนไทย 1 คน ชาวเมียนมา 3 คน ได้ใส่เสื้อชูชีพลอยคออยู่กลางทะเล แต่ด้วยสภาพอากาศทัศนวิสัยไม่ดีมีฝนตกทะเลคลื่นลมแรง จึงทำให้การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ราตรี เปิดเผยว่า ล่าสุดเมื่อตอนเช้าวันนี้&amp;nbsp;นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร&amp;nbsp;รอง ผวจ.ชุมพร&amp;nbsp;นายชนะศึก&amp;nbsp;สาตรรอด&amp;nbsp;นายอำเภอละแม ได้ลงพื้นที่สั่งการหน่วยงานเกี่ยวข้องทั้งตำรวจน้ำ ปภ. หน่วยกู้ภัย ออกช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ล่าสุดพบลูกเรือชาวเมียนมาทั้ง 3 คนแล้ว ทั้ง 3 คนใส่เสื้อชูชีพและเกาะถังพลาสติกลอยคอมาขึ้นฝั่งที่สะพานบ้านหนองบัว 2 คน ส่วนอีก 1 คนลอยคอมาขึ้นที่อ่าวคอเขา ในพื้นที่อ่าวละแม ในสภาพอิดโรยอ่อนแรง ขณะนี้ได้ให้การช่วยเหลือนำตัวไปตรวจสภาพร่างกายที่โรงพยาบาลละแม อาการปลอดภัยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ราตรี กล่าวต่อว่า ส่วนผู้สูญหายอีก 1 คน นายชลพล พราหมณ์นาค อายุ 45 ปี ไต๋เรือชาวไทย ขณะนี้ยังไม่พบตัว หน่วยงานเกี่ยวข้องยังคงเดินหน้าค้นหาให้การช่วยเหลือท่ามกลางสภาพอากาศที่มีฝนตกคลื่นลมแรงอยู่ขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57619</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลื่นซัดเรือจมทะเล, จ.ชุมพร, ประมงอำเภอละแม, เรือประมง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4cd4a869882.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
