<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 18:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2019 18:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งดงามเหนือท้องสนามหลวง นิทรรศการ”ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ขนาดครึ่งของลำจริง จัดแสดงให้ชมกลางท้องสนามหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นานกว่า 94 ปี ที่คนไทยไม่ได้เห็นการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เหลือเวลาอีกไม่นานราชประเพณีโบราณอันยิ่งใหญ่นี้จะเกิดขึ้นบนสายน้ำเจ้าพระยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 12 ธันวาคม 2562 เวลา 15.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เสด็จฯ เลียบพระนครไปตามแม่น้ำตั้งแต่ท่าวาสุกรี สิ้นสุดที่ท่าราชวรดิฐ ระยะทาง 3.4 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 40 นาที พสกนิกรจะได้เฝ้ารับเสด็จ ชื่นชมพระบารมีในหลวงอย่างใกล้ชิดสองฝั่งแม่น้ำ และตราตรึงในใจกับขบวนเรือพระราชพิธี 52 ลำที่ยิ่งใหญ่งดงาม ฝีพาย 2,200 นายพายด้วยท่วงท่านกบินพร้อมกันเป็นจังหวะ สอดรับเสียงเห่เรือยอพระเกียรติรัชกาลที่ 10
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก่อนจะถึงวันจริงที่คนไทยและคนทั่วโลกตั้งตารอการเรียนรู้และเข้าใจในพระราชประเพณีที่สั่งสมมายาวนาน มีความสำคัญ อีกทั้งเรือพระราชพิธีมีความเก่าแก่และรวมคุณค่าศิลปกรรมไทย ช่วงนี้เป็นโอกาสดี คณะกรรมการฝ่ายพิธีการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกโดยกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีรังสรรค์ นิทรรศการองค์ความรู้เกี่ยวกับการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 ขึ้นเป็นพิเศษระหว่างวันที่ 24 ตุลาคม-11 พฤศจิกายน ณ ท้องสนามหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แสดงภาพประวัติศาสตร์งานบรมราชาภิเษก เสด็จฯ เลียบพระนครทางสถลมารค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บนเส้นทางยาวไกลในประวัติศาสตร์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์จนถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ 10 มีพระราชพิธีเบื้องต้น เบื้องปลายเสด็จออกมหาสมาคมที่อยู่ในความทรงจำพสกนิกร รวบรวมไว้ให้ชมในอาคารนิทรรศการ &amp;ldquo;เถลิงถวัลยราชสมบัติ สยามรัฐสีมา&amp;rdquo; ภายในแบ่งเป็น 3 ห้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เข้าสู่ห้องที่ 1 &amp;ldquo;มหามงคลสมัยพระขวัญไผทเถลิงรัช&amp;rdquo; ซึมซับเรื่องราวพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ผ่านเนื้อหาและภาพพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนี้ฉายภาพการแสดงมหรสพสมโภช ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคผ่านจอแอลอีดี และแท่นอักษรเบรลล์สำหรับผู้พิการทางสายตา รวมทั้งห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ E-book สำหรับสืบค้นและศึกษาข้อมูลภาษาไทยและอังกฤษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นไปสัมผัสความงดงามตระการของขบวนพยุหยาตราในห้องที่ 2 &amp;ldquo;นิรมิตเรืองนทีเถลิงหล้า&amp;rdquo; ไฮไลต์เป็นการจัดแสดงแสง สี เสียง และสื่อผสม เรื่องราวร้อยเรียงความสุขของคนไทยในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 10 ผ่านจอแอลอีดีในรูปแบบ 3 มิติ ประกอบการแสดงจากศิลปินดาราที่มีชื่อเสียง และชุดการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมคณะนักแสดงสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ รวมถึงการแสดงขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค โดยใช้สลิงเคลื่อนเรือจำลองทั้ง 52 ลำ ผ่านฉากแม่น้ำเจ้าพระยา ประกอบเสียงกาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติ ประพันธ์โดยนาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย เป็นโชว์ที่ยิ่งใหญ่สะกดทุกสายตา สัมผัสได้ถึงความฉ่ำเย็นภายใต้พระบรมโพธิสมภาร ในห้องนี้จัดสแตนด์สำหรับนั่งชม รองรับผู้เข้าชมได้หลายร้อยคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตื่นตาตื่นใจขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค 52 ลำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับห้องที่ 3 &amp;ldquo;ขบวนนาวาอารยศิลป์แผ่นดินสยาม&amp;rdquo; เสนอองค์ความรู้ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เพลิดเพลินกับภาพขบวนเรือจากอดีตถึงปัจจุบันผ่านจอแอลอีดี มาอ่านกาพย์เห่เรือที่มีความหมาย นอกจากนี้จำลองภาพเรือ 52 ลำ ประกอบคำบรรยาย พร้อมทั้งจัดแสดงเครื่องดนตรีประกอบการเห่เรือและหุ่นแสดงเครื่องแต่งกายของพนักงานประจำเรือในริ้วขบวนพยุหยาตรา เรือแต่ละลำพนักงานสวมเสื้อรูปทรงและสีสันสวยงามแตกต่างกันไป ทั้ง 3 ห้อง จัดทำอารยสถาปัตย์และจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการและผู้สูงอายุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือพระที่นั่งอนันตนาคราชสุดวิจิตรงดงาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดินออกมาด้านนอกอาคารนิทรรศการ จะได้ชมเรือพระราชพิธีจำลอง จำนวน 4 ลำ กรมศิลปากรสร้างขนาดครึ่งของลำจริง ประกอบด้วยเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ ทั้ง 4 ลำเคยสร้างความประทับใจในงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว &amp;ldquo;สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์&amp;rdquo; วันนี้ยกมาแสดงกลางท้องสนามหลวง มีการจัดพื้นที่ประดับดอกไม้งดงาม ทั้งสาธิตการเห่เรือโดยกองทัพเรือ โซนนี้ชื่อ &amp;ldquo;ศรีศุภยาตรา ปวงประชารวมใจถวายพระพร&amp;rdquo; มาศึกษาเรียนรู้และถ่ายภาพสวยๆ เช็กอินให้คนอิจฉากันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้องที่ 3 &amp;ldquo;ขบวนนาวาอารยศิลป์แผ่นดินสยาม&amp;rdquo; แสดงชุดแต่งกายจริงพนักงานประจำริ้วขบวนพยุหยาตราฯ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกการแสดงห้ามพลาด ทุกค่ำคืนมีโชว์ม่านน้ำประกอบแสง สี เสียงตระการตา เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อยู่ที่โซน &amp;ldquo;ม่านธาราลือขจรเฉลิมราชย์องค์ราชัน&amp;rdquo; ร้อยเรียงตั้งแต่องก์ที่ 1 สายธารแห่งพระบารมี วิถีชีวิตคู่สายน้ำ เสนอวิถีไทยกับสายน้ำ และพระราชประเพณีเสด็จฯ ทางน้ำ องก์ที่ 2 งามล้ำขบวนเรือพระราชพิธี จะได้ชมความวิจิตรของโขนเรือขบวนพยุหยาตราชลมารค และองก์ที่ 3 เฉลิมราชย์องค์นฤบดี ปฐพีเป็นสุข แสดงถึงพระราชกรณียกิจด้านต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอดการแสดงตื่นตาตื่นใจไม่เสื่อมคลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โชว์ม่านน้ำประกอบแสง สี เสียง สื่อผสมเฉลิมพระเกียรติ ร.10&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับเป็นนิทรรศการองค์ความรู้ขบวนพยุหยาตราที่มีชีวิตชีวา ส่งต่อคุณค่าของประเพณีและวัฒนธรรมสู่คนรุ่นใหม่ เข้ามาเยี่ยมชมกันได้ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. ที่สนามหลวง ความรู้ที่ได้รับจะช่วยให้การชมขบวนพยุหยาตราฯ วันจริงในแผ่นดินรัชกาลที่ 10 มีความหมายลึกซึ้งมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49040</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงวัฒนธรรม, ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค, งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก, นิทรรศการองค์ความรู้เกี่ยวกับการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค, เรือพระที่นั่งสำคัญ, เรือพระราชพิธี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191028/image_big_5db6cee741e3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41073</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2019 21:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2019 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “ทองย้อย แสงสินชัย”  ศิลปินผู้อยู่เบื้องหลังกาพย์เห่เรือขบวนพยุหยาตราชลมารคสองแผ่นดิน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย &amp;#39;กวีสองแผ่นดิน&amp;#39; ผู้ประพันธ์กาพย์เห่เรือขบวนพยุหยาตราชลมารค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การเห่เรือในขบวนพยุหยาตราชลมารคเป็นโบราณราชประเพณีอันยิ่งใหญ่แสดงถึงการเทิดทูนพระเกียรติยศสูงสุดของพระมหากษัตริย์ &amp;nbsp;ริ้วขบวนเรือมากมายตกแต่งวิจิตรงดงาม สะท้อนถึงศิลปวัฒนธรรมไทยอันทรงคุณค่าและมรดกภูมิปัญญาที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ทั้งงานศิลปกรรมประติมากรรม จิตรกรรมและวรรณศิลป์ ซึ่งกาพย์เห่เรือเป็นส่วนหนึ่งของการเห่เรือที่แสดงชั้นเชิงทางวรรณศิลป์ ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีขบวนเรือพยุหยาตราชลมารคที่ยิ่งใหญ่ตระการตาเช่นอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขบวนพยุหยาตราชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่10 จะมีขึ้นในวันที่ 24 ตุลาคม 2562 &amp;nbsp;ซึ่งจะทรงเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราชลมารคในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ &amp;nbsp;วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นพระราชพิธีเบื้องปลายและการจัดขบวนพยุหยาตราในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในรัชสมัยของในหลวงรัชกาลที่ &amp;nbsp;10 &amp;nbsp; เส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเริ่มจากท่าวาสุกรีถึงวัดอรุณราชวราราม รวมระยะทาง &amp;nbsp;4.2 กิโลเมตร ระหว่างเสด็จฯ จะมีการเห่เรือ ตามพระราชพิธีราชประเพณี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขบวนพยุหยาตราชลมารคเทิดทูนพระเกียรติยศพระมหากษัตริย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กาพย์เห่เรือ&amp;quot;เฉลิมพระเกียรติ เป็นบทประพันธ์ของนาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย อดีตผู้อำนวยการกองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ซึ่งได้รับการยกย่องเป็นปูชนียบุคคลด้านภาษาไทยและศิลปินดีเด่นจังหวัดราชบุรี &amp;nbsp;ผู้เคยประพันธ์กาพย์เห่เรือ เพื่อใช้ในขบวนพยุหยาตราชลมารคมาแล้ว 6 ครั้งประกอบด้วยกาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติปีกาญจนาภิเษกในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปีพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรเสด็จถวายผ้าพระกฐินณวัดอรุณราชวรารามปี 2539 ,กาพย์เห่เรือเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ5 ธันวาคม2542 รัชกาลที่9 เสด็จถวายผ้าพระกฐินณวัดอรุณฯ,กาพย์เห่เรือเอเปคกองทัพเรือจัดแสดงขบวนพยุหยาตราชลมารคในโอกาสประชุมเอเปค &amp;nbsp;ปี2546
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.ทองย้อยยังแต่งกาพย์เห่เรือสำคัญ &amp;nbsp;เนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี รัชกาลที่9 และพระราชินีในรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์และราชอาคันตุกะ ณ อาคารราชนาวิกสภากองทัพเรือ ปี 2549 ถัดมาประพันธ์กาพย์เห่เรือเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ร.9 ปี 2550 ,กาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 ทรงเจริญพระชนมพรรษา 7 รอบ ปี 2554 และกาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา เมื่อปี 2555 &amp;nbsp;ซึ่งเป็นบทเดียวกับปี 2554 เพราะขบวนพยุหยาตราชลมารคเลื่อนมาจัดปีถัดมา เนื่องจากเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ ที่เอ่ยมานี้ไม่ได้รวมกาพย์เห่เรือเบ็ดเตล็ดที่หน่วยงานต่างๆ ร้องขอให้ศิลปินผู้นี้รังสรรค์ขึ้นอย่างมีเอกลักษณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.อ.ทองย้อย ศึกษาค้นคว้ากาพย์เห่เรือในอดีตตั้งแต่สมัยอยุธยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กล่าวได้ว่า&amp;rdquo; น.อ.ทองย้อย&amp;ldquo; เป็น&amp;quot;กวีสองแผ่นดิน&amp;quot; &amp;nbsp;เพราะเป็นผู้แต่งกาพย์เห่เรือในขบวนพยุหยาตราชลมารคตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 9 จนถึงรัชกาลที่ 10 &amp;nbsp;&amp;nbsp;
น.อ.ทองย้อย ศิลปินอาวุโสวัย 74 ปี ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่จังหวัดราชบุรี &amp;nbsp; กล่าวถึงที่มาของการเห่เรือที่กลายเป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีสำคัญที่อยู่คู่กับคนไทยมาหลายร้อยปีว่า &amp;nbsp; เราเป็นประเทศที่ผูกพันกับสายน้ำ&amp;nbsp;ในอดีตผู้คนสัญจรทางเรือใช้การพาย ไม่มีเครื่องยนต์ ถือเป็นปฐมเหตุกระบวนพยุหยาตราชลมารค หรือที่ปัจจุบันใช้คำว่า&amp;quot;ขบวนพยุหยาตราชลมารค&amp;rdquo; พระเจ้าแผ่นดินเสด็จพระราชดำเนิน โดยขบวนเรือมีจัดรูปขบวนเดินทางไป &amp;nbsp; เป็นรูปขบวนตามลำดับกลายเป็นแบบแผนสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน &amp;nbsp;ในการเดินทางต้องใช้เวลาใช้ฝีพายเป็นร้อยคน การพายเป็นจังหวะพร้อมเพรียง พร้อมกับต้องเปล่งเสียงระหว่างจ้ำพาย &amp;nbsp; จึงหาวิธีคลายความเหนื่อยล้า &amp;nbsp;เกิดการแต่งกาพย์เห่เรือขึ้น อันเป็นปฐมบทการเห่เรือในขบวนพยุหยาตราชลมารค ส่วนการจัดขบวนเรือพระราชพิธี ปัจจุบันมีจำนวน 52 ลำโดยมีเรือพระที่นั่ง 4 ลำสำคัญ ประกอบด้วยเรือพระทั่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่9 และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชมความวิจิตรงดงามของเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ หนึ่งในเรือสำคัญในพระราชพิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามแบบแผนของกาพย์เห่เรือนั้น น.อ.ทองย้อย บอกว่า1 บทจะประกอบด้วยโคลงสี่สุภาพ 1 บทและกาพย์ยานีอีกหลายบทขึ้นกับความพอใจของผู้แต่งหรือความประสงค์นำไปใช้รวมกันเรียกว่ากาพย์เห่เรือ1 บทจากสมัยอยุธยาถึงรัชสมัยรัชกาลที่10 มีการประพันธ์กาพ์เห่เรือไว้มากมายเช่นกาพย์เห่เรือพระนิพนธ์เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรหรือเจ้าฟ้ากุ้งที่คนทั่วไปรู้จักและจดจำเห่ชมเรือกระบวนความตอนหนึ่งว่า&amp;ldquo;สุวรรณหงส์ทรงพู่ห้อยงามชดช้อยลอยหลังสินธุ์เพียงหงส์ทรงพรหมมินทร์ลินลาศเลื่อนเตือนตาชม&amp;rdquo; จะแตกต่างจากเพลงเห่เรือพื้นบ้าน ฮ้า&amp;hellip; ไฮ้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; กาพย์เห่เรือในยุคแรก แต่งขึ้นใช้เห่ในงานต่างๆ เป็นการชมเรือเป็นความงดงามของเรือและเครื่องแต่งกายของฝีพาย จากนั้นชมปลาและชมนกชมไม้เป็นธรรมชาติของยุคสมัยนั้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; น.อ.ทองย้อย เล่า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กระทั่งมาถึงยุครัตนโกสินทร์ &amp;nbsp;รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงพระราชนิพนธ์ยักเยื้องเห่ชมเครื่องคาวหวาน ต่อมามีกาพย์เห่เรือพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6&amp;nbsp; กาพย์เห่เรือ พระนิพนธ์ พระราชวรวงศ์เธฮกรมหมื่นพิทยาลงกรณ&amp;nbsp;แล้วยังมีกาพย์เห่เรืองานฉลอง 25 พุทธศตวรรษ บทประพันธ์ ของนายฉันท์ขำ &amp;nbsp;วิไลและนายหรีด &amp;nbsp;เรืองฤทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือพระราชพิธีในขบวนพยุหยาตราชลมารค มรดกวัฒนธรรมยิ่งใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; น.อ.ทองย้อย กล่าวต่อว่า ในรัชสมัยของในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงฟื้นฟูขบวนพยุหยาตราชลมารคอันล้ำค่าขึ้น &amp;nbsp;และในปีมหามงคลทรงครองราชย์ครบ 50 ปี &amp;nbsp;กองทัพเรือจัดโครงการเฉลิมฉลองมี 2 โครงการ คือ โครงการสร้างเรือพระที่นั่งลำใหม่เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณรัชกาลที่ 9 และโครงการจัดกระบวนพยุหยาตราชลมารค &amp;nbsp;ซึ่งเกี่ยวเนื่องมาถึงกาพย์เห่เรือมีการประกวดกาพย์เห่เรือสำหรับเรือพระที่นั่งลำนี้ด้วยความชอบเขียนกาพย์กลอนจึงส่งกาพย์เห่เรือเข้าประกวดใช้เวลาแต่ง2 เดือนผลตัดสินออกมาได้รับรางวัลชนะเลิศ ต่อมากาพย์เห่เรือที่ชนะเลิศได้นำมาใช้เป็นบทเห่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่เพราะมีเพียงบทเดียว&amp;nbsp;&amp;rdquo;เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่9 &amp;rdquo; ไม่พอใช้ในขบวนพยุหยาตรา&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.ทองย้อยจึงได้รับคำสั่งจากกองทัพเรือให้แต่งกาพย์เห่เพิ่มเติม &amp;nbsp;จำนวน 4 บท ได้แก่ บทชมเรือกระบวน, บทชมเมืองชมในแง่วัฒนธรรมประเพณี, บทบุญกฐิน เนื่องจากขบวนพยุหยาตราชลมารคคราวนี้ ร.9 เสด็จฯถวายผ้าพระกฐิน ณวัดอรุณราชวราราม อดีตไม่มีการแต่งบทนี้มาก่อน และบทสรรเสริญพระบารมี&amp;nbsp;รวมความยาวกาพย์เห่เรือมี 5 บท ยึดฉันทลักษณ์ หลักภาษาไทยที่ถูกต้อง และจินตนาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;น.อ.ทองย้อย เล่าเบื้องหลังแรงบันดาลใจและจินตนาการแต่งกาพย์เห่เรือโอกาสมหามงคล 50 ปีครองราชย์ รัชกาลที่ 9&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;บทสรรเสริญพระบารมีในปีครองราชย์ครบ 50 ปี ในกาพย์เห่เรือมีตอนหนึ่งประพันธ์ว่า &amp;ldquo; วังทิพย์คือท้องทุ่งม่านงามรุ้งคือเขาเขินร้อนหนาวในราวเนินมาโลมไล้ต่างรสสุคนธ์ &amp;nbsp;ย่างพระบาทที่ยาตรายาวรอบหล้าฟ้าสากลพระเสโทที่ถั่งท้นถ้าไหลรวมคงท่วมไทย&amp;ldquo; เป็นตอนที่มีความไพเราะจับใจ สะท้อนพระราชกรณียกิจในหลวง ร. 9 &amp;nbsp;ที่มีต่อพสกนิกรอย่างเห็นภาพชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; โครงการพระราชดำริในหลวง ร.9 มีกว่า 4,000 โครงการ ผมนำพระราชกรณียกิจมาคิดคำนึงให้ภาพทรงงานหนักเพื่อพสกนิกรเพียงใด วังของพระองค์คือท้องทุ่งไร่นา ป่าเขาเปรียบดั่งม่าน น้ำอบน้ำปรุง คือ เหงื่อโทรมพระวรกายนั่นเอง มีพื้นที่ไหนในไทยที่ ร.9 ไม่เคยเสด็จ ถ้านำย่างพระบาทที่ทรงก้าวมาต่อกันนับแต่ครองราชย์จนครบ 50 ปี ต้องยาวรอบโลก เหงื่อแต่ละหยดของพระองค์ ถ้ารองไว้จะท่วมไทย เป็นจินตนาการบนพื้นฐานความจริง&amp;ldquo; น.อ.ทองย้อย เผยเบื้องหลังแรงบันดาลใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 สู่งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 &amp;nbsp;ด้วยฝีมือแต่งในระดับพระกาฬ &amp;nbsp;ซึ่งการแต่งกาพย์เห่เพื่อเฉลิมพระเกียรติในหลวง ร.10 &amp;nbsp;น.อ.ทองย้อย บทประพันธ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการตรวจทานตามขั้นตอน เพื่อให้สมพระเกียรติสูงสุด ก่อนจะส่งบทให้ ทร.นำไปฝึกซ้อมเห่เรือต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้องทำงานภายในบ้านพักจ.ราชบุรี น.อ.ทองย้อย ใช้รังสรรค์ผลงานกาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรตืพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกาพย์เห่เรือดังกล่าวมี 3 บท ศิลปินอาวุโส บอกว่า ประกอบด้วยบทที่1 สรรเสริญพระบารมี &amp;nbsp;แต่ละวรรคสื่อถึงความจงรักภักดีบุญคุณของพระเจ้าแผ่นดินที่ทำให้ประชาชนอยู่สุขสบาย &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงราชย์สืบสันติวงศ์จากรัชกาลที่ 9 ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด &amp;nbsp;ให้บ้านเมืองสงบสุข &amp;nbsp;บทที่ 2 ชมเรือ ก็ยังใช้บทเดิม ขบวนเรือ 52 ลำเท่าเดิม เสริมสีสันจัดรูปขบวนให้มีชีวิต เป็นประเพณีหนึ่งเดียวในโลกที่ลูกหลานต้องหวงแหนรักษา &amp;nbsp;ต่อด้วยบทที่ 3 บุญกฐินแสดงถึงในหลวงทรงมีพระราชศรัทธาและทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านพุทธศาสนาอย่างแนบแน่น มั่นคง เฉกเช่นครัั้งนี้ทรงเสด็จถวายผ้าพระกฐินด้วยพระองค์เอง ทั้งที่มีพระราชกรณียกิจมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; ผมใช้เวลาประพันธ์ทั้งสิ้น 2 เดือน &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การชมมีความรื่นรมย์และได้อรรถรสเพิ่มขึ้น ผมห็นว่า เวลาถ่ายทอดทางโทรทัศน์ ควรนำกาพย์เห่เรือเสนอในรูปแบบตัววิ่ง ตั้งแต่ต้นจนจบหรือจัดพิมพ์กาพย์เห่เรือฉบับนี้แจกจ่ายให้ประชาชนที่ไปนั่งชมริมแม่น้ำเจ้าพระยา &amp;nbsp;นอกจากกาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติ ผมได้รับมอบหมายให้แต่งกลอนถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา12 สิงหาคม 2562 ด้วย &amp;quot;น.อ.ทองย้อย กล่าวสุดภาคภูมิใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดขบวนพยุหยาตราชลมารคครั้งนี้ประชาชนจะได้สัมผัสบรรยากาศงดงามตระการตาของริ้วขบวนเรือพระราชพิธีที่มีมรดกวัฒนธรรมยิ่งใหญ่ เมื่อผนวกกับท่าทางการพายของฝีพาย 2,200 นาย และกาพย์เห่เรือที่ถูกร้อยเรียงด้วยถ้อยคำสำนวนโวหารสละสลวยขับขานดังกังวานไปทั่วคุ้งน้ำเจ้าพระยา &amp;nbsp;ทั้งหมดนี้เป็นพลังแห่งความจงรักภักดีและรวมดวงใจเป็นหนึ่งด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41073</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือ, กาพย์เห่เรือ, ขบวนพยุหยาตราชลมารค, น.อ.ทองย้อย แสงสินชัย, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562, พระราชพิธีเบื้องปลาย, เรือพระที่นั่งสำคัญ, ในหลวง รัชกาลที่ 10, ในหลวง รัชกาลที่ 9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190715/image_big_5d2c87d23f479.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
