<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2018 07:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2018 07:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จัดพิธีอุทิศส่วนกุศลครบ49วันเรือล่มภูเก็ต ฟื้นความเชื่อมั่นชาวจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อค่ำวันที่ 22 ส.ค. นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลครบรอบ 49 วันรำลึกนักท่องเที่ยวชาวจีนผู้ประสบภัยทางทะเล โดยมีกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดสงขลา รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชนเข้าร่วมพิธีฯจำนวนมาก ที่ ลานพิธีสะพานหินภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นความร่วมมือร่วมใจของทุกหน่วยงานในภูเก็ตจัดในเชิงประเพณีศาสนาในฐานะที่ชาวจีนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางทะเลถือว่าเสมือนญาติจึงจัดกิจกรรมตามความเชื่อของคนในพื้นที่มีหลายศาสนา มีพิธีทางศาสนาพุทธ คริสต์ ฮินดู พราหมณ์ ซิกข์ และ สวดกงเต๊กคำนับป้ายผู้เสียชีวิต47ป้ายเพื่อให้สู่สุคติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อครบ&amp;nbsp;49 วันหลังเสียชีวิต ชาวจีนเชื่อว่าเป็นวันสำคัญอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้เสียชีวิตทุกภาคส่วนเป็นการเคารพต่อจิตวิญญาณ กิจกรรมนี้เป็นกำลังใจส่งให้กันและกัน ส่วนการฟื้นฟูความเชื่อมั่น ทางจังหวัดภูเก็ตใช้อำนาจในกอ.รมน.จว.ภูเก็ตกำหนดวิธีการเข้าออกเรือ จัดการดูแลท่าเรือจัดบุคลากรประจำท่าเรือ จัดชุดสุ่มตรวจให้เกิดความปลอดภัยทางน้ำและทางบก ด้านการกู้เรือฟินิกซ์ ตอนนี้สภาพอากาศยังไม่อำนวยให้เรือขึ้นมาอย่างปลอดภัยซึ่งเรือฟินิกซ์ เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญของการดำเนินคดี ส่วนการสอบปากคำพยานในคดีทางสตช.ได้เพิ่มพนักงานสอบสวนเป็น 100 คนแล้วสามารถดูแลทุกรายละเอียดของคดีได้ครบถ้วน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในอนาคตมีการเตรียมการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุและจะมีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุทางทะเล ส่วนการดูแลอื่นๆกำลังซักซ้อมแผนกันต่อไป ในช่วงนี้ ชาวจีนไม่ได้เข้ามาจำนวนมากเนื่องจากเป็นฤดูฝนไม่ใช่ช่วงวันหยุดยาว&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในเร็วๆนี้ได้ประสานกับสถานทูตจีนประจำประเทศไทยและสถานทูตไทยในกรุงปักกิ่งประสานงานกันเพื่อเดินทางไปพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของจีนเป็นกระทรวงที่ตั้งใหม่คาดว่าจะเดินทางไปในช่วงเดือนกันยายนนี้&amp;quot;นายวีระศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากเหตุเรือล่มเมื่อ 5 ก.ค. 61 ทำให้มีนักท่องเที่ยวจีนเสียชีวิต 47 ราย การจัดกิจกรรมพิธีทำบุญครบรอบ 49 วัน กำหนดจัดระหว่างวันที่ 22-23 ส.ค. โดยวันที่ 22 ส.ค. ทำบุญทางศาสนา 4 ศาสนา และพิธีกงเต็กเพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ชาวจีนที่เสียชีวิตและวันที่ 23 ส.ค.จัดกิจกรรมเดินวิ่งเชื่อมความสัมพันธ์ไทยจีน และพิธีถือศีลกินผัก สวดมนต์ นั่งสมาธิ และจุดเทียนไว้อาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างจังหวัดภูเก็ต สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทยจีนกรุงเทพและสมาคมท่องเที่ยวไทยจีนภูเก็ต สนับสนุนโดย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คณะอนุกรรมาธิการด้านการท่องเที่ยวในคณะกรรมาธิการศาสนาศิลปะวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทางจังหวัดมีความเชื่อมั่นว่ากิจกรรมครั้งนี้จะสามารถเรียกความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยจากนักท่องเที่ยวได้โดยเร็ว&amp;quot;นายนรภัทร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิเชษฐ์ กิตติโกเมศ นายกสมาคมท่องเที่ยวไทยจีนภูเก็ต กล่าวว่า จากเหตุเรือล่ม จนถึงตอนนี้ มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย การที่ชาวจีนลดลงเกิดจากหลายปัจจัยประกอบด้วย เรือล่ม เศรษฐกิจจีน หุ้นตก และ สงครามการค้าจีนกับอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำคัญที่สุดคือ การท่องเที่ยวช่วงนี้เป็นฤดูฝนด้วย จึงลดลงมาเป็นเรื่องปกติ ส่วนการทำตลาดได้ทำหลายแพคเกจที่ให้นักท่องเที่ยวจีนได้เลือกท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางทะเลให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ ทางสมาคมฯไดัเข้มงวดให้เกิดความปลอดภัยทางรถทางเรือให้ดีที่สุดในการดูแลนักท่องเที่ยว ปัจจุบันทางสมาคมฯมีสมาชิกจำนวน 48 บริษัท และที่ไม่เป็นสมาชิกอีกจำนวนมาก หากรวมกับทางสมาคมฯแล้วมีบริษัททัวร์ในภูเก็ตกว่า 70 บริษัทที่รองรับนักท่องเที่ยวจีน&amp;quot;นายพิเชษฐ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายสุรชัย ชัยวัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า &amp;nbsp;การเยียวยาดูแลนักท่องเที่ยวชาวจีนเหตุเรือล่ม นั้น ทางรัฐบาล และ ทุกภาคส่วนของทางจังหวัดภูเก็ตทำได้ดีมาก โดยเหตุที่เกิดเรือล่มเกิดในภูเก็ต ประเทศไทย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การจัดพิธีอุทิศส่วนกุศลจึงจัดให้ยิ่งใหญ่สมเกียรติแก่ผู้เสียชีวิต เหตุเรือล่มนั้นเข้าใจว่าเป็นเรื่องของอุบัติเหตุ อยู่ที่คนจีนจะเข้าใจดีขึ้นหรือไม่ ส่วนเรื่องจัดระเบียบเรือท่าเรือ ทำได้มาตรฐานดีขึ้นแล้ว&amp;quot; นายสุรชัย กล่าวและว่าส่วนการทำตลาดคาดว่าคงดีขึ้นไม่มีปัญหาใดๆ ซึ่งการที่ชาวจีนเข้ามาน้อยคงเป็นระยะสั้นเชื่อว่าระยะยาวชาวจีนคงกลับเข้ามาเที่ยวภูเก็ตเหมือนเดิม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15986</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้เรือฟินิกซ์, นักท่องเที่ยวจีน, นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์, เรือล่มภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180823/image_big_5b7e01128c06e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2018 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2018 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039;รับบททีมทนายเจ้าของเรือฟินิกซ์ซัดตร.ท่องเที่ยวยัดข้อหานอมินีจีนโทษ&#039;บิ๊กป้อม&#039;ดูแลไม่ดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.61- นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ดูแลพื้นที่ภาคใต้ ในฐานะที่ปรึกษาทนายความเจ้าของเรือฟินิกซ์ พร้อมนางสาวนลิน อินทรสมบัติ ทนายความเจ้าของเรือฟินิกซ์ เข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า ตั้งแต่เรือฟินิกซ์ล่ม สาธารณะยังไม่ทราบเจ้าของเรือหรือบริษัท ความจริงอยากออกมาพูดตั้งแต่แรกแต่กลัวกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กระทบต่อการท่องเที่ยวเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม จึงหวานอมขมกลืนมาตลอด ยอมรับการทำงานพนักงานสอบสวนและจนท้ายที่สุดต้องมาบอกให้สังคมรับรู้ว่า &amp;nbsp;นางสาววรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล (ยุ้ย) เจ้าของเรือฟินิกซ์ให้ความร่วมมือพนักงานสอบสวนมาตลอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันที่เรือล่มคุณยุ้ยเจ้าของเรือได้ลงเรือไปช่วยด้วยตัวเองหลังจากมีผู้เสียชีวิตได้ไปช่วยจัดหาน้ำดื่ม อาหารบริการแก่ทางราชการมาตลอด และถูกแจ้งข้อหาประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่ง ถ้าเจ้าของเรือถูกดำเนินคดีข้อหาประมาท แล้วเจ๊เกียว มีรถทัวร์คงติดคุกได้ทุกเดือน แต่เรื่องนี้ดำเนินคดีข้อหาประมาทกับยุ้ยเราแปลกใจว่ามีพยานหลักฐานอะไร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวว่า ถ้าจะอ้างว่ามีพยานหลักฐานเรือดัดแปลงเรือมันอยู่ในทะเลไม่ใช่หรือมีพนักงานสอบสวนดำน้ำลงไปดูหรือเปล่า ซึ่งมีการจับกุมก่อนหาพยานหลักฐานทีหลังเป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนของเมืองไทยมานานแล้ว และที่ผ่านมาศาลไม่ให้ประกันตัว เรื่องนี้ ต้องชมเชยผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตและพนักงานสอบสวนที่ทำเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา แต่ที่สุดต้องมาบอกคือ กังวลกับการทำงานของตำรวจท่องเที่ยวเริ่มตั้งแต่การพยายามแจ้งข้อหานอมินี มีพนักงานสอบสวนที่มาจากตำรวจท่องเที่ยวเข้าไปพบคุณยุ้ยในเรือนจำและบอกว่าให้รับสารภาพในการเป็นนอมินี ถ้าไม่รับสารภาพจะดำเนินคดีกับแม่และพี่ชาย ถ้ารับสารภาพเป็นนอมินีชาติใดชาติหนึ่งจะไม่คัดค้านประกันตัว ซึ่งวิธีการสอบสวนของตำรวจไม่ชอบด้วยกฏหมาย จะไปต่อรองอย่างนี้ไม่ชอบด้วยกฏหมาย จนสุดท้าย ต้องรับสารภาพเพื่อกันแม่ของตัวเองพ่อและพี่ชาย จึงรับสารภาพนอมินี ทำไมตำรวจไทยยังทำอย่างนี้อยู่ นี่จึงทำให้การสอบสวนกับการจับกุมออกจากกัน &amp;nbsp;สอบเอง กระทืบเอง ซ้อมเอง กรรโชกเอง ตบทรัพย์เอง นี่เป็นลักษณะของตำรวจไทยส่วนหนึ่งที่เขาต้องมีการปฏิรูปตำรวจ เมื่อใช้วิธีการนี้จึงซ้อนแผนตำรวจซึ่งพี่ชายคุณยุ้ยได้อัดเทปเสียงระหว่างตำรวจและคุณยุ้ยไว้ตลอดเวลาประมาณ 1ชั่งโมงกว่า อ้างว่า รองผู้บัญชาการสั่งการให้มา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันนี้ จึงมายื่นหนังสือแก่ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ว่า สิ่งใดก็ตามที่เจ้าของเรือฟินิกซ์ทำไปขอให้เป็นโมฆะ นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป &amp;nbsp;คุณยุ้ยจะไม่ให้ถ้อยคำหรือคำให้การแก่พนักงานสอบสวนทั้งสิ้น ถ้ามีการสอบเกิดขึ้นถือว่าเป็นการสอบสวนโดยมิชอบเนื่องจากไม่มีทนายความอยู่ด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;
นายนิพิฏฐ์กล่าวว่าการทำงานของตำรวจแบบนี้ ต้องโทษพลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ ที่กำกับดูแลตำรวจไม่ดีเท่าที่ควรจึงอยากเรียกร้องหัวหน้าพนักงานสอบสวนให้ลงมาดูเรื่องนี้ด้วย ขอเรียกร้องตำรวจดีทุกคนจงเป็นกบฎกับตำรวจที่ไม่ดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15363</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล, นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ, รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, เรือฟินิกซ์, เรือล่มภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180814/image_big_5b727b64a1fc8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2018 13:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2018 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชุมเร่งคดีเรือฟินิกส์ล่ม เผยคืบ70%รอกู้ซากสาวตัวนายทุนใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9&amp;nbsp;ส.ค.61 - ที่ห้องประชุมสำนักงานกำลังพล พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เรียกประชุมเร่งรัดการสืบสวนสอบสวนคดีเรือฟีนิกส์ล่มที่ จ.ภูเก็ต ทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนและลูกเรือเสียชีวิต&amp;nbsp;47 ศพ เมื่อวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ก.ค.ที่ผ่านมา ว่าวันนี้เป็นการประชึมเร่งรัดการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกรณีที่ผู้ประกอบการนำเรือฟีนิกส์ออกไปรับนักท่องเที่ยวจนเกิดเรือล่ม ในเบื้องต้นเป็นการกระทำที่ประมาทซึ่งได้มีการจับกุม&amp;nbsp;น.ส.วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล เจ้าของเรือฟีนิกซ์ และผู้เกี่ยวข้องอีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ต้องสืบสวนสอบสวนต่อไปว่ามีผู้ใดที่จะต้องร่วมรับผิดชอบอีกหรือไม่ วันนี้จึงเป็นการประชุมเร่งรัดทำไปแล้วถึงไหนมีอะไรที่ต้องทำอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะการจับกุม น.ส.วรลักษณ์ มีผู้ที่เกี่ยวข้องอีกหรือไม่ ถ้ามีหลักฐานถึงก็จะดำเนินการออกหมายจับและสืบสวนต่อไปว่าว่าใครเป็นเจ้าของกิจการตัวจริง ขณะณี้คดีมีความคืบหน้าไปมากกว่า&amp;nbsp;70&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้รอการกู้ซากเรือเพราะเป็นวัตถุพยานที่สำคัญที่ต้องกู้มาตรวจสอบว่าเรืออยู่ ในสภาพใดบ้าง มีมาตรฐานไหม ครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ ต้องสอบไปถึงต้นตอว่าเรือมาอย่างไร ประกอบที่ไหน ประกอบในไทยหรือเปล่า ประกอบอู่ใน เสร็จเมื่อไหร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต้องดูทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง ผบ.ตร.เปิดเผยต่อว่า อีกอย่างที่กำชับให้สอบเพิ่มคือทางเทคนิค เรื่องของมาตรฐานการเดินเรือ&amp;nbsp;ส่วนเจ้าของกิจการจะเป็นคนจีนตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ยังไม่ขอตอบต้องสืบสวนสอบสวนไปต่อไปให้ถึง เจ้าของคนไทยที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้เรายังไม่อยากบอกว่าเป็นนอมินีหรือไม่เป็นการจับไปตามพยานหลักฐาน ตามรายละเอียดในข้อเท็จจริงของคดี เพราะขณะนี้หลักฐานไปถึงกรรมการผู้จัดการ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทุกมิติทั้งเส้นทางการเงิน เพราะคดีอาญาจะไปใช้จินตนาการไม่ได้ต้องใช้พยานหลักฐาน เราไม่ได้มุ่งว่าชนชาติใดเป็นเจ้าของ เราพยายามหาผู้ที่อยู่เบื้องหลัง เป็นผู้มีอำนาจจัดการที่แท้จริงคือใคร เพราะศักยภาพผู้ต้องหาชาวไทยที่ถูกจับค่อนข้างยาก เป็นสิ่งที่เราต้องสืบสวนต่อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนกรอบระยะเวลาได้เร่งให้เร็วที่สุดเพราะเราจับกุมผู้ต้องหาไปแล้วต้องให้ทันระยะเวลาฝากขัง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15049</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้เรือฟินิกซ์, ดำเนินคดีเจ้าของเรือ, ตรวจสอบนอมินี, พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม, เรือล่มภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180809/image_big_5b6bde4a3f3e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14886</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2018 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2018 13:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตม.กระบี่&#039; ปรับแผนใหม่รับนักท่องเที่ยวจีนหลังเหตุเรือล่มภูเก็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ส.ค. 61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp; ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต.เหนือคลอง&amp;nbsp; จ.กระบี่&amp;nbsp;&amp;nbsp; พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ พันธ์โกศล ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วย พ.ต.ท.อรรถพงษ์ แสนใจวุฒิ สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวกระบี่ และเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับคณะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางในเที่ยวบินชาร์เตอร์ไฟลท์ จากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน บินตรงมายัง จ.กระบี่ จำนวน 138 คน ตามมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของทางรัฐบาล ภายหลังเกิดเหตุเรือล่มใน จ.ภูเก็ต&amp;nbsp; มีนักท่องเที่ยวจีนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ส่งผลทำให้นักท่องเที่ยวจีนลดลงร้อยละ 40&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทางเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองกระบี่ได้มีการแต่งชุดไทยและชุดหนุมาน คอยต้อนรับสร้างสีสัน และได้รับความสนใจนักท่องเที่ยวต่างขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึก โดยเฉพาะตัวหนุมาน ได้รับความสนใจจากเด็กๆชาวจีน ช่วยสร้างรอยยิ้ม และเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ เปิดเผยว่า ภายหลังสถานการณ์นักท่องเที่ยวชาวจีนลดลงต่อเนื่อง ทางรัฐบาล และกองบัญชาการ ตม. ได้มีนโยบายให้หน่วย ตม.ในพื้นที่ท่องเที่ยว ปรับการทำงาน โดยในส่วนของ ตม.กระบี่ ได้สั่งปรับขั้นตอนการยื่นขอวีซ่า สำหรับนักท่องเที่ยวจีนเป็นกรณีพิเศษ สามารถยื่นขอที่ด่านตม.ภายในท่าอากาศยานได้ โดยเพิ่มช่องให้บริการตรวจสอบวีซ่าเข้าเมืองสำหรับชาวจีน 4 ช่องทาง จากเดิมที่เปิดเพียง 2 ช่องทาง เพื่ออำนวยความสะดวกโดยใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที ในแต่ละกรุ๊ปทัวร์ พร้อมกับประสานตำรวจท่องเที่ยวที่สามารถสื่อสารภาษาจีนได้ คอยช่วยแนะนำอำนวยความสะดวกในเรื่องการตรวจสอบเอกสารสำคัญ รวมถึงแนะนำการปฏิบัติตัวตลอดเวลาการท่องเที่ยวในเมืองไทย และมาตรการดูแลความปลอดภัย โดยนำคู่มือภาษาจีนที่ได้รับการสนับสนุนจากสถานกงสุลจีน ประจำ จ.ภูเก็ต แจกจ่ายให้นักท่องเที่ยวได้พกพาติดตัว และการติดต่อขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัยของตัวนักท่องเที่ยวเอง เพื่อต้องการกระตุ้นการท่องเที่ยว&amp;nbsp; ซึ่งจะจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อให้จีนให้เข้ามาเที่ยวกันมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากการสอบถามนักท่องเที่ยวจีนส่วนใหญ่ที่เดินทางมาพบว่า ชอบเที่ยวทะเล&amp;nbsp; แม้ว่าจะมีข่าวเหตุเรือล่มใน จ.ภูเก็ตแต่เข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุ และภัยจากธรรมชาติ นอกจากนี้ยังชื่นชอบอาหารทะเลไทยที่มีรสชาติถูกใจนักท่องเที่ยวจีนอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14886</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด่านตรวจคนเข้าเมือง, ตม.กระบี่, ตร.ท่องเที่ยวกระบี่, ท่าอากาศยานกระบี่, นักท่องเที่ยวจีน, เรือล่มภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b693c1d17fe7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2018 08:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2018 08:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวงพาณิชย์ลุยตรวจธุรกิจนอมินี พบเข้าข่าย 34 ราย ส่วนบริษัทเรือล่มภูเก็ตขนของหนีแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ลุยตรวจสอบนอมินีต่อเนื่อง เดือนส.ค.นี้ เตรียมตรวจนอมินีธุรกิจท่องเที่ยว จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตรวจธุรกิจท่องเที่ยว และล้งผลไม้ จ.ชุมพร พบผิดฟันไม่เลี้ยง พร้อมส่งสรรพากร-ป.ป.ง.ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และเสียภาษี ลั่นผลตรวจตั้งแต่ปี 58-สิ้นเดือนมิ.ย.61 พบนอมินี 34 ราย ส่งฟ้องแล้ว ขณะที่ผลตรวจบริษัทเรือล่มภูเก็ต พบขนของหนีไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางกุลณี อิศดิศัย อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยถึงการตรวจสอบการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) เพื่อให้คนต่างด้าวทำธุรกิจต้องห้าม หรือธุรกิจที่ต้องขออนุญาตในไทยโดยเลี่ยงกฎหมายว่า ในเดือนส.ค.61 กรมฯจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบนอมินีในหลายจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น ประจวบคีรีขันธ์ &amp;nbsp;โดยจะตรวจสอบในธุรกิจที่มีความเสี่ยงจะใช้นอนิมี อย่างธุรกิจท่องเที่ยว และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร บริษัททัวร์ อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น เพราะธุรกิจเหล่านี้ เป็นธุรกิจต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าว หรือเป็นธุรกิจที่คนต่างด้าวหากจะทำธุรกิจในไทย ต้องขออนุญาต ตามพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวพ.ศ.2542&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จะลงพื้นที่ไปตรวจสอบผู้ประกอบการรวบรวม คัดแยก บรรจุ และส่งออกผลไม้ (ล้ง) ที่จ.ชุมพร เพราะขณะนี้ผลไม้ภาคใต้ได้ทยอยออกสู่ตลาดแล้ว โดยจะตรวจสอบว่า ล้งในพื้นที่ทำธุรกิจผิดพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวพ.ศ.2542 หรือไม่ เพราะตามกฎหมาย ห้ามคนต่างด้าวขายผลผลิตสินค้าเกษตรในไทย ทำได้แค่เพียงซื้อจากชาวสวนแล้วส่งออกเท่านั้น &amp;nbsp;รวมถึงจะตรวจสอบด้วยว่า มีคนไทยเป็นนอมินีหรือไม่ เพื่อให้สามารถขายสินค้าเกษตรในไทยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรมฯได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ไปยังจังหวัดต่างๆ เพื่อตรวจสอบนอมินีในธุรกิจที่มีความเสี่ยงมาอย่างต่อเนื่องหลายปีแล้ว โดยตรวจสอบแทบจะทุกเดือน ซึ่งหากพบว่ามีพฤติกรรมเข้าข่ายนอมินี ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งส่งให้กรมสรรพากร และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และการเสียภาษีด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการตรวจสอบนอมินีของกรมฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ปี 58 จนถึงสิ้นเดือนมิ.ย.61 ได้ตรวจสอบไปแล้ว 2,136 ราย ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจท่องเที่ยว และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง รวมถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของไทย ทั้งภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี เชียงใหม่ เชียงราย ฯลฯ โดยในจำนวนนี้ พบมีพฤติกรรมเข้าข่ายนอมินี 34 ราย ซึ่งได้ส่งฟ้องดำเนินคดี และส่งให้กรมสรรพากร และป.ป.ง.ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และการเสียภาษีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนอีก 1,783 ยุติเรื่อง เพราะไม่พบเป็นนอมินี อีก 298 ราย ส่งดำเนินคดี เพราะในระหว่างการตรวจสอบ กรมฯได้ขอข้อมูลทางบัญชี แต่บริษัทไม่ให้ความร่วมมือ จึงถือว่ามีความผิด และดำเนินคดีฐานฝ่าฝืนสารวัตรบัญชี แต่ยังไม่ได้ตรวจสอบความเป็นนอมินี และอีก 21 ราย พบไม่มีที่ตั้งตามที่จดทะเบียนไว้ โดยความผิดกรณีใช้ตัวแทนอำพราง จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000-1 ล้านบาท หรือทั้งจำและปรับ และยังมีโทษปรับรายวันอีกวันละ 10,000-50,000 บาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางกุลณี กล่าวต่อถึงการตรวจสอบ 2 บริษัทที่เกี่ยวข้องกับกรณีเรือล่มที่จ.ภูเก็ตเมื่อเร็วๆ นี้ คือ บริษัท ที ซี บลู ดรีม จำกัด และบริษัท เลซี่ แคท ทราเวล จำกัดว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่า ทั้ง 2 บริษัท จดทะเบียนโดยมีสำนักงานแห่งใหญ่ที่จ.ภูเก็ต แต่บริษัท ที ซี บลู ดรีม ได้ปิดสำนักงานแห่งใหญ่ และขนย้ายอุปกรณ์สำนักงานออกไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงเอกสารเล็กน้อยเท่านั้น อีกทั้งสัญญาเช่าสำนักงานก็หมดแล้ว แต่บริษัทยังไม่ได้แจ้งย้ายสำนักงานแห่งใหญ่ต่อกรม ซึ่งจะมีความผิดตามพ.ร.บ.กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัดบริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ.2499 โดยกรรมการจะมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท โดยกรมฯได้ส่งให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ตแจ้งให้กรรมการมาเสียค่าปรับภายใน 15 วัน หรือภายในวันที่ 27 ก.ค.นี้ หากไม่มาตามกำหนด จะฟ้องร้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่บริษัท เลซี แคท ทราเวล พบว่า บริษัทปิด เจ้าหน้าที่จึงได้งัดประตูเข้าไปตรวจสอบ พบเพียงเอกสารต่างๆ ของบริษัท เป็นไปได้ว่า บริษัทปิดสำนักงานไปแล้วเช่นกัน และยังไม่ได้แจ้งย้ายสำนักงานแห่งใหญ่ มีความผิดตามพ.ร.บ.กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนฯ เช่นกัน นอกจากนี้ ยังได้ส่งให้กรมสรรพากรไปตรวจสอบขยายผลด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13691</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, กระทรวงพาณิชย์, ตรวจสอบนอมินี, บริษัท ที ซี บลู ดรีม, บริษัทนอมินี, เรือล่มภูเก็ต, เลซี แคท ทราเวล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180325/image_big_5ab711e818caa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13577</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2018 17:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2018 17:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งจัดระเบียบเรือท่องเที่ยวดึงเชื่อมั่นภาพลักษณ์ภูเก็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค. 61 - พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการ ศรชล.เขต 3 เป็น ประธานการประชุม การจัดระเบียบเรือท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต มี นายสนิท ศรีวิหค รองผวจ.ภูเก็ต และหน่วยงานภาครัฐ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม &amp;nbsp;ที่ ห้องประชุม กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ร.ท.สมนึก&amp;nbsp;กล่าวว่า การประชุมวันนี้เพื่อระดมความคิดเห็นในการกำหนดแนวทางการบูรณาการร่วมในการดูแลเรือท่องเที่ยวในพื้นที่ให้เกิดความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต สืบเนื่องจากเหตุการณ์เรือล่มเมื่อ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเสียชีวิตจำนวน 47 คน โดยหลังจากเกิดเหตุการณ์แล้ว ศรชล.เขต 3 มีการหารือร่วมกับหน่วยปฏิบัติการหลักในศรชล.เขต 3 เมื่อ 12 กรกฎาคมได้ข้อยุติในเบื้องต้นในการจัดกำลังพลจาก ทัพเรือภาคที่ 3 กรมเจ้าท่า และตำรวจน้ำ ร่วมในการตรวจบริเวณท่าเรือหลักจำนวน 4 ท่า ได้แก่ ท่าเรืออ่าวฉลอง ท่าเรืออ่าวปอแกรนด์มารีน่า ท่าเรือรัษฎา ท่าเรือวิสิษฐ์พันวา และการจัดเรือลาดตระเวนตรวจการณ์ในพื้นที่เพื่อแจ้งเตือนเรือหากสภาพอากาศจะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยในการเดินเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การจัดระเบียบเรือยังมีข้อจำกัดด้านข้อกฏหมายที่ตัองมีการปรับปรุงแก้ไขต่อไป ดังนั้นการเชิญทุกหน่วยงานที่เข้าร่วมประชุมเพื่อจะได้ระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามาหารือ และร่วมมือกันในการวางมาตรการและแนวทางในการจัดระเบียบเรือท่องเที่ยวในพื้นที่ให้มีความเป็นรูปธรรม ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)มีความตื่นตัวในการเฝ้าระวังความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวให้มีไลฟ์การ์ด เรือช่วยชีวิต ติดต่อประสานงานกับทัพเรือภาคที่ 3 อย่างใกล้ชิด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ร.ท.สมนึก กล่าวว่าขอให้อปท.ขึ้นทะเบียนกับทัพเรือภาคที่3หากมีเหตุจะได้ช่วยเหลือได้ทันท่วงที โดยจะใช้เครือข่ายจัดระเบียบหาดประสานการปฏิบัติเป็นโมเดล ส่วนจัดระเบียบเรือจะใช้แนวทางตรวจเรือของPIPOดำเนินการปฏิบัติอย่างเข้มงวด โดย ศรชล.เขต3 บูรณาการร่วมกับหน่วยต่างๆให้มีเอกภาพในการแก้ปัญหาทิศทางเดียวกัน ทางศรชล.เขต 3 ขับเคลื่อนการทำงานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนการบังคับใช้กฏหมาย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการ นอกจากนี้ การกระจายข่าวหรือแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวในพื้นที่นับว่าเป็นสิ่งสำคัญ จึงขอให้หน่วยต่างๆช่วยกระจายข่าวหากนักท่องเที่ยวประสบเหตุสามารถแจ้งที่สายด่วน กองทัพเรือ หมายเลข 1696 หรือกรณีที่มีสภาพคลื่นลมแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยดูแลและแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวในพื้นที่ด้วย ขอความร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยจัดระเบียบเรือท่องเที่ยวหัวโทง &amp;nbsp;เรือสปีดโบ๊ท เรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่ตั้งแต่ 60 ตันกรอสขึ้นไป ทางศรชล.เขต 3 จะให้มีการตรวจสอบใบหน้าบุคคลก่อนลงเรือตามกรอบของจังหวัดที่ทางDEPAทำแบบฟอร์มไว้ให้ถือปฏิบัติกันต่อไป&amp;quot; พล.ร.ท.สมนึก กล่าวและว่า&amp;nbsp;ศรชล.เขต3จะให้ศูนย์PIPOอบรมเรือประมงในการช่วยเหลือขั้นตอนการกู้ชีพกู้ภัยหากประสบเหตุในทะเล &amp;nbsp;และ ศรชล.เขต 3 จะมีการทบทวนเพื่อกำหนดเส้นทางเดินเรือในช่วงที่มีมรสุม จะหารือกรณีเส้นทางเดินเรือช่วงมรสุมในโอกาสต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายสนิท ศรีวิหค รองผวจ.ภูเก็ต กล่าวว่า ทางจังหวัดจะมีการเข้มงวดการออกเรือจากท่าเรือ 4 แห่งดังกล่าวส่วนท่าเรือย่อยต้องมีฐานข้อมูลรายงานรายละเอียดผู้ลงเรือการเดินทางต้องมีใบรายงานแต่ละท่าให้ข้อมูลน้อยมากจึงให้ DEPA ออกแบบโปรแกรมเพื่อให้ดาวน์โหลดรายงานมาที่จังหวัดและจะให้ทัองถิ่นทุกแห่งทำทะเบียนเรือประมงที่นำนักท่องเที่ยวออกไปท่องเที่ยว โดยเทศบาลต่างๆพร้อมให้ความร่วมมือและเรือประมงถ้าทำเรือท่องเที่ยวต้องทำประกันภัยให้นักท่องเที่ยวต้องแจ้งตามขั้นตอนกรมเจ้าท่าและพ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ต้องมีอุปกรณ์กู้ชีพกู้ภัยในเรือ ทาง อปท.ได้ขอให้กรมประมงอบรมเรือประมงในการช่วยเหลือกู้ชีพกู้ภัยทางทะเล เพื่อร่วมกันดูแลความปลอดภัยในทะเลอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตร่วมส่งกำลังตรวจท่าเรือ 4 แห่งด้วยเพื่อร่วมกันดูแลความปลอดภัยและตำรวจจะหมุนเวียนกำลังไปให้ครบทุกท่าเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ถอดบทเรียนการเกิดเหตุการณ์เรือล่มจำนวน 3 ลำ เมื่อวันที่ 5 ก.ค.61แก่หน่วยงานที่ร่วมประชุม ได้เข้าใจขั้นตอนแนวทางการช่วยเหลือและค้นหาผู้ประสบภัยได้เป็นผลสำเร็จ พร้อมขอให้ทุกภาคส่วนร่วมตื่นตัวเฝ้าระวังภัยแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว เพื่อร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นสร้างภาพลักษ์ที่ดีของจังหวัดภูเก็ตและประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13577</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดระเบียบเรือท่องเที่ยว, พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์, เรือล่มภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180717/image_big_5b4dc24fc7586.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13375</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2018 10:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2018 10:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมล้อมคอก เล็งแก้กฎหมายเอาผิดผู้ประกอบการฝืนคำสั่งออกเรือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คมนาคมเล็งแก้กฎหมายเอาผิดผู้ฝ่าฝืนออกเรือหากมีความเสี่ยงมรสุม ด้านกรมเจ้าท่ากางแผนเพิ่มความปลอดภัยคาดสรุปผู้รับผิดชอบได้ภายใน 1 สัปดาห์ เปรยทำได้แค่เยียวยา แต่เอาผิดเจ้าของไม่ได้หลังกฎหมายไม่รองรับ &amp;nbsp;ด้านเอกชนป่วนอีกจ่ายค่าปัดกู้ซากเรือหวังทิ้งเป็นขยะในทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีเหตุการณ์เรือล่มที่จ.ภูเก็ตว่า กระทรวงคมนาคมมีหน้าที่ต้องสร้างมาตรการเรื่องความปลอดภัยทุกระบบขนส่งสาธารณะให้เป็นไปตามมาตรฐาน โดยเรื่องการเดินเรือนั้นต้องปรับปรุงระบบติดตามเรือให้เป็นไปตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีให้นโยบายไว้ อย่างไรก็ตามในเรื่องการออกเรือนั้นทางบริษัทเจ้าของเรือต้องมีผู้รับผิดชอบที่เป็นผู้จัดการความปลอดภัย(safety manager) ร่วมกับกัปตันเรือ ในการรายงานข้อมูลผู้โดยสารให้กรมเจ้าท่า ซึ่งปัจจุบันมีการรายงานอยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ไปต้องเข้มงวดมากขึ้น โดยสร้างระบบที่เป็นระเบียบปฏิบัติชัดเจนในการลงไปตรวจสอบเรือก่อนเรือออกทุกอย่างต้องพร้อม โดยเฉพาะอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย ที่สำคัญกัปตันจะออกเรือไม่ได้จนกว่าพนักงานจะชี้แจงขั้นตอนการปฏิบัติในการขึ้นเรือให้เรียบร้อยก่อน ทั้งนี้จะเร่งให้กรมเจ้าท่าแก้ไขระเบียบต่างๆให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อรองรับเทศกาลวันหยุดยาวช่วงปีใหม่ 62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายณัฐ จับใจ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า(จท.)กล่าวว่าในอนาคตจะมีการออกระเบียบกรมเจ้าท่าเพื่อใช้บังคับตามกฎหมายในกรณีที่มีการแจ้งเตือนสภาพอากาศและการห้ามออกเรือ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการบังคับอย่างจริงจังเป็นเพียงดุลพินิตของกัปตันคุมเรือในการตัดสินใจออกเดินเรือ นอกจากนี้ในอนาคต ยังมีแนวคิดเรื่องกำหนดมาตรการความปลอดภัยในการใช้บริการเรือโดยสารให้เป็นในลักษณะเดียวกับการใช้บริการเครื่องบิน โดยจะวางระบบมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินเรืออย่างเข้มข้น ทั้งการตรวจสอบตัวเรือ การออกใบประกาศนียบัตรนายท้ายเรือ ตลอดจนการเพิ่มความถี่ในการตรวจเรือให้มากกว่าปีละ1ครั้ง พร้อมปรับปรุงระเบียบปฏิบัติต่างในการเดินเรือและข้อปฏิบัติการขึ้นเรือตลอดจนอบรมพนักงานและงานบริการผู้โดยสารคล้ายแอร์โฮสเตสที่คอยแนะนำการใช้อุปกรณ์ความปลอดภัยและทางออกฉุกเฉินให้ผู้โดยสาร โดยจะนำแนวทางไปปฏิบัติในจังหวัดท่องเที่ยวที่มีความเสี่ยงทั่วประเทศ อาทิ เมืองพัทยาและจังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวระดับสูงจากกรมเจ้าท่าเปิดเผยว่าขณะนี้อยู่ระหว่างสรุปเหตุการณ์และหาผู้รับผิดชอบคาดว่าจะได้ข้อสรุปในสัปดาห์หน้า แต่ทั้งนี้ยอมรับว่าด้วยตัวกฎหมายยังไม่มีข้อบังคับชัดเจนจึงน่าจะยังเอาผิดทางกฎหมายกับผู้ประกอบการไม่ได้ ทำได้เพียงมาตรการเยียวยาความเสียหายทั่วไป อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นหนึ่งในสาเหตุมาจากที่กรมเจ้าท่าขาดแคลนพนักงานดูแลความปลอดภัยตามท่าเรือเพราะรัฐบาลไม่อนุมัติให้รับบุคลากรเพิ่มจึงขาดแคลนจำนวนมาก พอคนไม่พอก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ทั่วถึง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังขาดแคลนงบประมาณบำรุงรักษาท่าเรืออีกด้วยเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยให้เกิดขึ้น โดยหลังจากที่เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นนั้นฝ่ายนโยบายได้เริ่มพูดคุยถึงการเพิ่มงบประมาณบ้างแล้วเพราะเป็นสิ่งที่แก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนและทำได้เร็วกว่าการแก้กฎหมายหรือออกประกาศกรมฉบับใหม่ อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ยังคงมีข้อพิพาทที่ต้องเคลียร์กับเอกชนคือการกู้ซากเรือที่จมลงไปนั้นเบื้องต้นทางเอกชนปฏิเสธที่จะออกเงินกู้เรือของตนที่จมลงไปนั้นด้วยการให้เหตุผลว่าความลึกที่จมลงไปราว 44 เมตรนั้นไม่กระทบกับการเดินเรือปกติบนผิวน้ำ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13375</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมเจ้าท่า, เรือล่มภูเก็ต, เอาผิดผู้ฝ่าฝืนออกเรือ, แก้กฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180706/image_big_5b3f2c3ea3a12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
