<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76448</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2020 22:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2020 22:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไต้ฝุ่นซัดเรือขนวัวล่มนอกฝั่งญี่ปุ่นพร้อมลูกเรือ42ชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กู้ภัยของหน่วยป้องกันชายฝั่งญี่ปุ่นออกค้นหาลูกเรือสินค้า 42 ชีวิต บนเรือบรรทุกวัว 5,800 ตัวจากนิวซีแลนด์ที่เชื่อว่าโดนพายุไต้ฝุ่นไมสักพัดเรืออับปางนอกชายฝั่งญี่ปุ่น โดยพบผู้รอดชีวิตจากเรือลำนี้เพียงคนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซาเรโน เอ็ดวาโรโด ต้นเรือชาวฟิลิปปินส์ของเรือเดอะกัลฟ์ ไลฟ์สต็อก 1 ได้รับการช่วยชีวิตโดยกองกำลังป้องกันชายฝั่งของญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรือบรรทุกสินค้าชื่อ &amp;quot;กัลฟ์ ไลฟ์สต็อก 1&amp;quot; บรรทุกวัว 5,800 ตัว แจ้งขอความช่วยเหลือเมื่อกลางดึกเข้าสู่วันพุธที่ 2 กันยายน ขณะเรือลำนี้อยู่ในตำแหน่ง 185 กิโลเมตรทางตะวันตกของเกาะอามามิโอชิมะ จังหวัดคะโงะชิมะของญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังได้รับแจ้งเหตุ หน่วยลาดตระเวนชายฝั่งญี่ปุ่นส่งเครื่องบินและเรือกู้ภัยออกค้นหาเรือสินค้าลำนี้ และเมื่อค่ำวันพุธ พบผู้รอดชีวิต 1 คน เป็นชาวฟิลิปปินส์อายุ 45 ปี เขาบอกว่าเป็นต้นเรือของเรือสินค้าลำนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยลาดตระเวนชายฝั่งญี่ปุ่นเผยภาพและวิดีโอขณะพบชายคนนี้ที่สวมเสื้อชูชีพสีส้มลอยคออยู่ในทะเลท่ามกลางความมืดมิด เจ้าหน้าที่ใช้เชือกดึงเขาขึ้นเรือกู้ภัยลำเล็ก จากนั้นนำเขาขึ้นเรือใหญ่ ชายคนนี้เอ่ยปากขอดื่มน้ำและขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ช่วยชีวิตเขา และถามเจ้าหน้าที่ว่าพบลูกเรือคนอื่นหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นเผยว่าชายคนนี้เป็นลูกเรือคนแรกที่ช่วยชีวิตขึ้นมาได้จากทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชายคนนี้เผยกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยว่า หลังได้รับการเตือนว่าจะมีไต้ฝุ่นไมสักพัดผ่านทะเลบริเวณนี้ เขาจึงสวมเสื้อชูชีพและกระโดดลงทะเล และเผยด้วยว่าเครื่องยนต์หนึ่งของเรือขัดข้อง จากนั้นคลื่นแรงพัดเรือจนพลิกคว่ำและเรือลำนี้จมลงในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่มีรายละเอียดว่าเรือลำนี้จมลงเวลาเท่าไรและบริเวณใด แต่ชายที่รอดชีวิตผู้นี้บอกว่าขณะลอยคอเพื่อรอการช่วยเหลือ เขาไม่เห็นลูกเรือคนอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยลาดตระเวนชายฝั่งญี่ปุ่นเผยว่า พบเรือยางลำหนึ่งเมื่อเย็นวันพุธ ในพื้นที่ค้นหาผู้รอดชีวิตจากเรือสินค้าลำนี้ แต่ยังไม่ยืนยันว่ามีความเชื่อมโยงกับเรือสินค้าที่อับปางหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือบรรทุกสินค้าลำนี้มีลูกเรือทั้งหมด 43 คน เป็นชาวฟิลิปปินส์ 39 คน, นิวซีแลนด์ 2 คน และออสเตรเลีย 2 คน บรรทุกวัวออกจากเมืองเนเพียร์ของนิวซีแลนด์ โดยมีปลายทางที่เมืองถังชาน มณฑลเหอเป่ย์ของจีน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76448</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองกำลังป้องกันชายฝั่งญี่ปุ่น, เรือบรรทุกวัว, เรืออับปาง, ไต้ฝุ่นไมสัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200903/image_big_5f5108b2b3c89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17068</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2018 08:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2018 08:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบศพที่ 2 ใน 4 ชาวประมงถูกคลื่นซัดเรือล่มกลางทะเลอันดามัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.61 - จากกรณีที่มี ชาวประมงพื้นบ้านจำนวน 4 คน ประกอบด้วย นายสมคิด โต๊ะสกุล อายุ 32 ปี นายณัฐพงษ์ หมาดสิทธิ์ อายุ 25 ปี นายธนพล คงทรัพย์ อายุ 40 ปี และนายธนวัฒน์ บุญรักษ์ ไม่ทราบอายุ ได้ออกเรือประมง เพื่อที่จะไปวางเบ็ดราว ก่อนจะมีคนพบเรือประมงลำดังกล่าว ได้ทิ้งสมอจนสุดสายในลักษณะคว่ำ ลอยน้ำอยู่ที่ปากคลองหินแตก ม.5 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ญาติพี่น้องจึงได้นำเรือประมงพื้นบ้านออกไปตามหาผู้สูญหาย พร้อมกับ ฐานทัพเรือพังงา ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา เทศบาลตำบลคึกคัก รวมถึงเครือข่ายชาวประมงได้ร่วมกันค้นหาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเมื่อช่วงสายวันที่ 7 กันยายน(วานนี้) (ได้มีผู้พบศพชายลอยน้ำ เจ้าหน้าที่จึงนำส่งโรงพยาบาลท้ายเหมืองชัยพัฒน์ฯ เพื่อทำการตรวจพิสูจน์อัตลักษ์ ทราบว่าชื่อนายธนวัตร บุญรักษ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด เมื่อช่วงค่ำวานนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาวอุมากร แพใหญ่ กำนันตำบลลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ได้รับแจ้งจากชาวประมงพื้นบ้านที่ออกไปจับปลาบริเวณ ปากคลองทับละมุ ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ว่า ได้พบเห็นศพชายเปลือยกาย ลอยคว่ำหน้าอยู่ จึงได้แจ้งให้ผู้พบเห็นทำการผูกเชือกเอาไว้เพื่อป้องกันศพลอยไปที่อื่น ก่อนจะทำการประสานไปยัง พล.ร.ต.นันทพล มาลารัตน์ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่3&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อนำเรือ พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย เดินทางออกไปนำศพดังกล่าว ไปส่งโรงพยาบาลท้ายเหมืองชัยพัฒน์ฯ เพื่อทำการตรวจพิสูจน์อัตลักษ์ โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เปิดผ้าห่อตัวให้ญาติได้ดูแต่ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นผู้ใด&amp;nbsp;และล่าสุดทางญาติได้ยืนยันแล้วคือศพนายสมคิด โต๊ะสกุล พร้อมกับรับศพที่ทพิธีทางศาสนาเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสายัน กิจมะโน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า นายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ได้ลงพื้นที่ร่วมกับพล.ร.ต.นันทพล มาลารัตน์ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือพังงา สั่งการให้บูรณาการเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวทุกภาคส่วนและขอความร่วมมือเครือข่ายชาวประมง ระดมกำลังออกค้นหาทั้งทั้งทะเล และตลอดแนวชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17068</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนพล คงทรัพย์, นายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา, พังงา, สมคิด โต๊ะสกุล, สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา, สูญหาย4, เรือประมง, เรืออับปาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180908/image_big_5b9321ca63e1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13743</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2018 22:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2018 22:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งรัฐบาลเกาหลีใต้รับผิด ชดใช้เหยื่อ &#039;เซวอล&#039; อับปาง 4 ปีก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลเกาหลีใต้มีคำพิพากษาเป็นครั้งแรกว่ารัฐบาลเกาหลีต้องรับผิดต่อเหตุการณ์เรือเฟอร์รีเซวอลอับปางคร่าชีวิต 304 คน เมื่อปี 2557 และสั่งให้รัฐบาลกับบริษัทเจ้าของเรือร่วมกันชดใช้ครอบครัวของเหยื่อทั้งหมดรายละประมาณ 6 ล้านบาท ญาติเหยื่อตัดพ้อรัฐบาลปฏิบัติกับประชาชนต่างจากกรณีทีมหมูป่าของไทย ทำให้อิจฉาอยากเป็นคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ โศกนาฏกรรมครั้งนี้สร้างความตกตะลึงและความโกรธแค้นที่เกาะกินใจชาวเกาหลีใต้อยู่นานหลายเดือน /&amp;nbsp; AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม 2561 ศาลแขวงกลางของกรุงโซลมีคำพิพากษาคดีที่สมาชิกครอบครัวของเหยื่อที่ประสบภัยจากเหตุเรือโดยสารข้ามฟากเซวอลอับปางนอกชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2557 ยื่นฟ้องเอาผิดรัฐบาลเกาหลีใต้ให้รับผิดต่อเหตุการณ์นี้ และชดใช้ค่าเสียหายต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิบัติการช่วยชีวิตที่ผิดพลาด และจำนวนผู้เสียชีวิตที่มากถึง 304 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนพาไปทัศนศึกษาที่เกาะเชจู สร้างความตกตะลึงและโกรธแค้นในหมู่ประชาชนของเกาหลีใต้ การสอบสวนพบว่า เรือเฟอร์รีขนาด 6,800 ตันลำนี้มีโครงสร้างที่ไม่มั่นคง ทั้งยังบรรทุกน้ำหนักเกิน โดยมีผู้โดยสารถึง 476 ราย และแล่นด้วยความเร็วสูงเกินไปขณะหักเลี้ยว จนทำให้เรืออับปาง กลายเป็นโศกนาฏกรรมที่เกาะกินจิตใจของประชาชนในประเทศยาวนานหลายเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลเกาหลีใต้แห่งนี้มีคำตัดสินเมื่อวันพฤหัสบดีว่า รัฐบาลเกาหลีใต้มีความรับผิดต่อเหตุการณ์นี้ และสั่งให้รัฐบาลจ่ายเงินชดเชยต่อครอบครัวของเหยื่อแต่ละราย รายละ 200 ล้านวอน (5.87 ล้านบาท) และให้จ่ายเงินชดเชยเพิ่มเติมแก่พ่อแม่และญาติของเหยื่อตั้งแต่ 5 ล้านวอน (1.46 แสนบาท) ถึง 80 ล้านวอน (2.35 ล้านบาท) แตกต่างกันไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พิพากษาลี ซังฮยุน กล่าวในเอกสารของศาลว่า เหยื่อเสียชีวิตขณะรอความช่วยเหลืออยู่ภายในเรือ โดยไม่รับรู้เกี่ยวกับสถานการณ์โดยละเอียด แต่หลังจากเวลาผ่านมา 4 ปี ก็ยังคงมีข้อโต้แย้งกันอยู่ว่าใครคือผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์เรืออับปางและการจ่ายชดเชยค่าเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิก 354 คนของครอบครัวนักเรียน และเหยื่อ 118 คนที่เสียชีวิต ยื่นฟ้องร้องต่อศาลเมื่อปี 2558 เพื่อกล่าวโทษรัฐบาล และบริษัท ชองแฮจินมารีน ผู้ดำเนินกิจการเรือโดยสารข้ามฟาก เพื่อให้รับผิดต่อเหตุการณ์นี้ ภายหลังพวกเขาปฏิเสธข้อตกลงจ่ายเงินชดเชยเพื่อไกล่เกลี่ยโดยไม่ต้องฟ้องร้องต่อศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลเกาหลีใต้เคยเสนอจะจ่ายเงินแก่ครอบครัวของนักเรียนรายละ 470 ล้านวอน (13.8 ล้านบาท) แต่ญาติของเด็กนักเรียน 116 คน และผู้โดยสารอื่นอีก 2 คน ปฏิเสธเงินจำนวนนี้ โดยได้ยื่นฟ้องร้องต่อศาลเพื่อเรียกเงินชดเชยรายละ 1,000 ล้านวอน (34 ล้านบาท) และขอให้ศาลพิพากษาว่ารัฐบาลต้องรับผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ หน่วยยามฝั่งพยายามช่วยชีวิตผู้โดยสารที่ติดอยู่ในเรือ หลังจากได้รับคำแนะนำจากกัปตันเรือให้อยู่ในห้องของตน / AFP / Getty Images&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลเคยตัดสินว่ากัปตันเรือลำนี้มีความผิดฐานทำให้คนตายและตัดสินจำคุกเขาตลอดชีวิต ส่วนลูกเรือ 14 คน ถูกตัดสินจำคุกตั้งแต่ 12 ปี และลดหลั่นลงมา ผู้บังคับการเรือตรวจการณ์ชายฝั่งลำหนึ่งถูกตัดสินจำคุก 4 ปี ฐานไม่เตือนผู้โดยสารถึงอันตรายจวนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอน มย็องซุน แกนนำของครอบครัวเหยื่อ กล่าวว่า คำตัดสินครั้งนี้เป็นแค่จุดเริ่มต้น พวกตนยังไม่พอใจ เนื่องจากศาลไม่เห็นพ้องกับโจทก์ที่ว่าสำนักงานประธานาธิบดีต้องรับผิดด้วยในฐานะผู้บัญชาการสูงสุดของหน่วยงานรับมือภัยพิบัติ พวกตนจะอุทธรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยู คยองคึน ญาติเหยื่ออีกคนพยายามกลั้นน้ำตาขณะกล่าวกับผู้สื่อข่าวด้านนอกศาล โดยเปรียบเทียบรัฐบาลเกาหลีใต้กับรัฐบาลไทยที่ปฏิบัติต่อสมาชิกทีมหมูป่าอะคาเดมีที่ติดถ้ำหลวงว่า เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกอิจฉาคนไทยและจะยังคงอิจฉาต่อไป เขาอยากให้ตนเองเป็นคนไทย เขาดีใจเหลือเกินที่ทุกคนรอดชีวิตออกจากถ้ำได้อย่างปลอดภัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13743</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความรับผิด, ศาลเกาหลีใต้, สั่งชดเชย, เซวอล, เรืออับปาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180719/image_big_5b50b07c7a896.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2018 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2018 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยซ้ำเติมสถานการณ์!อ้างข้อความไลน์หารัฐบาลเห็นแก่เงินทำเรืออับปาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ค.61 - &amp;nbsp;นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเกิดอุบัติเหตุเรือนักท่องเที่ยวล่ม ที่ภูเก็ตว่า ตนขอแสดงความเสียใจและไม่อยากให้มีการเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกในประเทศไทย วันนี้รัฐบาลและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว หรือหน่วยงานที่ควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยไปอยู่ที่ไหนกันหมด ควรจะต้องรีบออกมาแสดงความรับผิดชอบและบริหารจัดการในภาวะฉุกเฉินเช่นนี้เพราะถือเป็นการปล่อยปะละเลยต่อมาตรฐานความปลอดภัยของการให้บริการการท่องเที่ยวซึ่งควรจะมีการเตือนภัยที่ดีให้มีมาตรฐานสากลตลอดการกู้ภัยให้ทันท่วงที
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ตนได้รับข้อความจากน้องนักข่าวในพื้นที่ซึ่งได้อ่านแล้วรู้สึกหดหู่ใจกับมาตรฐานของประเทศไทยในระดับต่ำกว่าประเทศด้อยพัฒนา โดยเห็นแก่เงินที่จะได้จากโปรแกรมการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวโดยมีข้อความดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัญหาเกิดจากการบริหารจัดการท่องเที่ยวทั้งหมด เมื่อสักครู่ .......ได้อยู่กับนักข่าวกวางโจว สัมภาษณ์เด็กหนุ่มจีนผู้รอดชีวิต เด็กหนุ่มมาเที่ยวเองกับเพื่อน5 คน เพื่อนตาย2 เจ็บ1 รอด2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาบอกว่า 1. ตอนเช้าที่จะออกเรือ มีฝนตกแล้ว และเขาไม่รู้เลยว่ามีการห้ามออกเรือ2. อยู่บนเรือไม่มีการสาธิตการใส่เสื้อชูชีพ หรือทางหนีไฟ3. ตอนจะกลับฟ้ามืดลมแรงมาก ไม่ควรให้เขาออกจากเกาะ แต่กลับให้นั่งเรือเล็กมาขึ้นเรือใหญ่4. ตอนอยู่บนเรือ ก็ไม่มีการประกาศเตือนภัย. หรือให้แขกใส่เสื้อชูชีพ 5. น้องเขาบอกว่าตอนเรือเอียง60 องศา คนยังอยู่ด้านในห้อง เขาได้ยินเสียงกระจกแตก2 ครั้ง และเห็นไกด์วิ่งขึ้นไปชั้น2 เขาก็วิ่งตาม และเขาหยิบเอาเสื้อชูชีพตามไป เขาเห็นคนแย่งกันจะออกไปข้างนอก ออกันอยู่ที่ประตู ล้มลงระเนระนาด ไม่มีพนักงานของเรือหรือไกด์ออกมาประกาศใดๆให้นักท่องเที่ยวได้ทราบเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. น้องเขาวิ่งไปดาดฟ้าชั้น2 เขาเห็นพนักงานเรือกระโดดหนีลงทะเล เขาก็กระโดดตาม ปรากฏว่าชูชีพที่เขาใส่มันพาเขาจม (แสดงว่าเสื้อชูชีพใช้งานไม่ได้) เขารีบเอาเสื้อชูชีพออกและว่ายน้ำไปที่เรือยาง7. เรือประมงมาช่วยเขาไว้ เขาบอกว่าเรือประมงต้องลอยลำในทะเลเป็นชม.ถึงจะเข้าฝั่งได้ 8. เขานั่งรถกู้ภัยตามเพื่อนที่เจ็บไปที่รพ.อบจ. ที่นั่นไม่มีที่พักให้คนที่ไม่เจ็บ เมื่อคืนพวกเขาไม่มีที่ไป ไม่มีข้าวกิน เพราะไม่มีเงิน ไม่มีโทรศัพท์ส่วนคนที่ลูกตายบอกเอว่า ในตู้เย็นเก็บศพเขาเอาศพซ้อนกัน ตู้ละ2-3 ศพและนักข่าวไทยก็ถ่ายรูปศพลูกเขา ถือเป็นการไม่ให้เกียรติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้ตู้เก็บศพที่รพ.วชิระเต็มแล้ว เอาตู้คอนเทนเนอร์แอร์มาใส่ศพแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้จีนกดดันทางรัฐบาลไทยแล้วเมื่อกี้มีผู้ยิ่งใหญ่เยอะแยะไปที่โรงพยาบาลเอารังนก ดอกไม้ไปเยี่ยมผู้ป่วย เกรงว่ามันจะขยายผลกลายเป็นเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
นายจิรายุ กล่าวอีกว่า วันนี้รัฐบาลต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบไม่อย่างนั้นแล้วการท่องเที่ยวของไทยอันเป็นรายได้หลักจะมีปัญหาอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12920</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรายุ ห่วงทรัพย์, ภูเก็ต, เรือล่ม, เรืออับปาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180505/image_big_5aed3d9193b1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2018 11:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2018 11:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯสั่งตั้งศูนย์ประสานงานค้นหาผู้สูญหายจากเหตุเรืออับปางที่ภูเก็ต </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ค.61 - พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. แสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์เรือล่มกลางทะเลภูเก็ตอย่างสุดซึ้ง โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลอย่างดีที่สุด ทั้งการอำนวยความสะดวกแก่ญาติและจัดการเรื่องศพให้เรียบร้อย พร้อมทั้งได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศออกหนังสือแสดงความเสียใจไปยังประเทศบ้านเกิดของผู้เสียชีวิตด้วยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กำชับให้ดูแลผู้บาดเจ็บทุกราย และระดมสรรพกำลังความร่วมมือทั้งด้านบุคลากรและอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อค้นหาผู้สูญหายอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยย้ำว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเรื่องที่สำคัญเพราะเกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศ จึงขอให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุว่าเกิดจากอะไร และใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ กล่าวด้วยว่า สำหรับแนวทางการปฏิบัตินับจากนี้นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้จังหวัดภูเก็ตจัดตั้งศูนย์อำนวยการประสานงานค้นหาผู้สูญหายและประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร โดยขอให้แบ่งสัดส่วนพื้นที่การทำงานของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่หรือสื่อมวลชนให้ชัดเจน และจัดให้มีการแถลงข่าวเป็นวงรอบโดยให้ ผวจ.ภูเก็ต เป็นผู้รับผิดชอบบริหารจัดการ เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารมีความเป็นเอกภาพ เช่น ตัวเลขผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ หรือสูญหาย และการช่วยเหลือของภาครัฐ และบริษัทนำเที่ยว เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกฯ ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนทุกแขนง ไม่นำเสนอภาพผู้เสียชีวิต เพื่อให้เป็นไปตามหลักสากลและสิทธิมนุษยชน รวมทั้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและหน่วยกู้ภัยที่เข้าปฏิบัติงาน งดเว้นการถ่ายรูปผู้เสียชีวิตด้วยกล้องโทรศัพท์มือถือแล้วส่งให้คนรู้จัก เพราะท้ายที่สุดภาพดังกล่าวอาจหลุดรอดเผยแพร่ออกไป โดยไม่ทันระวัง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประเทศไทย&amp;quot;พล.ท.สรรเสริญกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12912</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ภัยเรือล่ม, นักท่องเที่ยวจีน, ภูเก็ต, เรือล่ม, เรืออับปาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180706/image_big_5b3f71e973ff9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12767</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2018 22:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2018 22:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดสังเวยเฟอร์รีอินโดนีเซียเกยตื้นพุ่ง 34 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุเรือโดยสารข้ามฟากเกยตื้นนอกชายฝั่งเกาะสุลาเวสีของอินโดนีเซียเมื่อวันอังคารเพิ่มเป็น 34 ศพแล้วในวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากสำนักงานบรรเทาสาธารณภัยของอินโดนีเซีย เผยสภาพที่ผู้โดยสารคว้าจับเรือไว้ระหว่างเรือโดยสารลำนี้เกยตื้นตะแคงข้างนอกชายฝั่งเกาะเซลายาร์ เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2561 / AFP / BADAN NASIONAL PENANGGULANGAN BENCANA&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 4 กรกฎาคม 2561 กล่าวว่า เรือโดยสารข้ามฟาก เคเอ็ม เลสตารี บรรทุกผู้โดยสารเกือบ 190 คน และบรรทุกยานพาหนะหลายสิบคันระหว่างเผชิญคลื่นลมแรง เมื่อบ่ายวันอังคารที่ 3 กรกฎาคม ทำให้เกิดความเสียหายที่ลำเรือจนน้ำเริ่มเข้าเรือ กัปตันตัดสินใจแล่นเรือมาเกยตื้นเพื่อไม่ให้เรือจมกลางทะเล จุดที่เรือเกยตื้นอยู่ห่างจากเกาะเซลายาร์ราว 300 เมตร เรือลำนี้มีความยาว 48 เมตร แล่นจากเกาะสุลาเวสีไปยังเกาะเซลายาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักจัดการภัยพิบัติอินโดนีเซียเผยความคืบหน้าของอุบัติเหตุครั้งนี้เมื่อวันพุธว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 34 ราย และช่วยชีวิตผู้โดยสารบนเรือเฟอร์รีลำนี้ได้ 155 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่องซีเอ็นเอ็น อินโดนีเซียรายงานว่า เรือเฟอร์รีลำนี้บรรทุกเงินรูเปียห์มูลค่าราว 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่จะนำไปส่งที่ธนาคารท้องถิ่นบนเกาะเซลายาร์ ซึ่งเป็นเงินที่จะจ่ายโบนัสให้กับข้าราชการพลเรือนท้องถิ่น และยังไม่พบเงินก้อนนี้กับเจ้าหน้าที่ 2 คนซึ่งเป็นผู้ดูแลเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุบัติเหตุเรือเฟอร์รีครั้งล่าสุดของอินโดนีเซียเกิดขึ้นวันเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ยุติการค้นหาเรือโดยสารข้ามฟากที่จมในทะเลสาบโตบาในเกาะสุมาตราเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ซึ่งมีผู้สูญหายกว่า 160 คน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12767</URL_LINK>
                <HASHTAG>สุลาเวสี, อินโดนีเซีย, เคเอ็ม เลสตารี, เซลายาร์, เฟอร์รี, เรืออับปาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180704/image_big_5b3ce4729611f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
