<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75141</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2020 16:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2020 16:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมเจ้าท่าจับมือ EA เปิดตัวเรือไฟฟ้าลำแรกในแม่น้ำเจ้าพระยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 ส.ค.63-นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยที่ผ่านมากรมเจ้าท่าได้พัฒนาต่อยอดท่าเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาให้มีความทันสมัยในการให้บริการมากยิ่งขึ้น อีกทั้งสร้างวิถีชีวิตการเดินทางรูปแบบใหม่ ที่ไร้มลพิษ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและช่วยลด PM 2.5 นับว่าเป็นการเชื่อมโยงระบบโครงข่ายการเดินทางทางน้ำร่วมกับ ระบบขนส่งมวลชนอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อมการเดินทางระบบไฟฟ้าอย่างครบวงจร ทั้งระบบ เรือ รถ ราง ได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า(จท.)กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากรมเจ้าท่าเร่งพัฒนาท่าเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาให้เกิดการเชื่อมต่อการเดินทางทางน้ำ เพื่อยกระดับศักยภาพด้านการขนส่งทางน้ำ พร้อมปรับปรุงท่าเรือโดยรอบพื้นที่กรุงเทพฯ ให้มีความทันสมัยต่อการให้บริการมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเชื่อว่าตั้งแต่ปี 2564 ต้นไปการให้บริการผู้โดยสารจะพลิกโฉมสู่การใช้พลังงานสู่การใช้พลังงานไฟฟ้า โดยกรมเจ่าท่าในฐานะกำกับมาตรฐานและทิศทางการพัฒนาเรือไฟฟ้าในประเทศ ตลอดจนให้คำแนะนำแก่ภาคเอกชน เพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเรือไฟฟ้าที่นำมาเปิดตัววันนี้ถือเป็นต้นแบบและสิ้นปี 2563 เอกชนจะประกอบเรือที่เหลืออีก 10 ลำ ซึ่งจะพิจารณาแนวทางนำเรือไปวิ่งให้บริการเส้นทางส่วนต่อขยายของเรือด่วนเจ้าพระยาในปัจจุบันหรือเรือเพื่อใช้ในการท่องเที่ยวในแม่น้ำด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนราคาค่าโดยสาร สำหรับผู้ประกอบการที่จัดซื้อเรือไฟฟ้ามาวิ่งในเส้นทาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยกรมเจ้าท่า ยอมรับว่าในอนาคตแม้จะมีการปรับโครงสร้างราคาค่าโดยสาร แต่การใช้เรือไฟฟ้า ซึ่งเป็นพลังงานที่ประหยัดจะไม่ทำให้ค่าโดยสารแพงกว่าในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้านนายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA กล่าวว่า บริษัทมีแผนงานที่จะนำเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนมาใช้ในยานยนต์ไฟฟ้าหลากหลายประเภทให้มากที่สุด เนื่องจากจะช่วยประหยัดพลังงานและลดมลภาวะได้เป็นอย่างดี จึงได้ลงทุนออกแบบและผลิตเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้าที่เป็นฝีมือของคนไทย 100% ต่อเนื่องด้วยรถบัสโดยสารไฟฟ้า โดยนำเทคโนโลยีการชาร์จ DC Fast Charger ของ EA Anywhere ทันสมัยที่สุดของกลุ่ม EA สามารถชาร์จเร็วทั้งเรือและรถบัสไฟฟ้าได้ภายใน 15 &amp;ndash; 20 นาที มาสร้างระบบนิเวศน์ยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย เข้าสู่การเดินทางที่ประหยัดพลังงานและไร้มลพิษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราพร้อมให้บริการยานยนต์ไฟฟ้าระบบขนส่งมวลชน ทั้งเรือพลังงานไฟฟ้าและรถบัสโดยสารไฟฟ้า ปัจจุบันเรือพลังงานไฟฟ้า MINE Smart Ferry ลำแรกสร้างเสร็จสมบูรณ์ โดยเป็นเรือโดยสารไฟฟ้าที่ทันสมัยที่สุด และได้รับการจดทะเบียนเป็นเรือพลังงานไฟฟ้าลำแรกของประเทศเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการสร้างเรือที่เหลือ โดยมีงบประมาณลงทุนทั้งสิ้น 1,000 ล้านบาท&amp;rdquo; นายอมร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังนำรถบัสโดยสารไฟฟ้ามาทดลองให้บริการตั้งแต่ปลายปี 2562 และกำลังจะเริ่มผลิตจริงในต้นปีหน้า โดยจุดเด่นที่สำคัญที่สุดของกลุ่ม EA คือ การมีโรงงานผลิตแบตเตอรี่เป็นของเราเอง และการออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องอัดประจุไฟฟ้า DC Fast Charger ของ EA Anywhere ให้สามารถชาร์จไฟฟ้าได้ภายในเวลาเพียง 15-20 นาทีเท่านั้น ทำให้รองรับการใช้งานได้ตรงจุด ประหยัดค่าพลังงาน ประหยัดพื้นที่ในการติดตั้งมีความคล่องตัวในการขยายจุดติดตั้งทั่วประเทศ โดยโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทย่อย ที่ชื่อบริษัท ไมน์ โมบิลิตี คอร์ปอเรชั่น จำกัด นั้น ปัจจุบันอาคารโรงงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการติดตั้งเครื่องจักรและทดสอบการผลิต อีกทั้งอยู่ระหว่างสร้างโรงงานผลิตรถบัสไฟฟ้าอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโดยมั่นใจว่าจากปีปลายนี้เป็นต้นไป จะเป็นโอกาสที่ดีที่คนไทยจะได้มีประสบการณ์ในการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบต่าง ๆ และได้เห็นถึงข้อดีของยานยนต์ไฟฟ้า คุณภาพ และประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นทางเลือกในการใช้ยานพาหนะเดินทางที่ประหยัดพลังงาน ค่าโดยสารไม่แพง สะอาด ปลอดภัย และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75141</URL_LINK>
                <HASHTAG>รมช.คมนาคม, อธิรัฐ รัตนเศรษฐ, เรือไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200821/image_big_5f3f972b51487.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2020 14:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2020 14:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฤกษ์ดีกรมเจ้าท่าเปิดตัวเรือไฟฟ้าชูธงช่วยทำค่าโดยสารถูกในอนาคต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.63-นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 161 ปี กรมเจ้าท่า โดยในงานได้นำเรือไฟฟ้าจากบริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด ความยาวลำเรือ 20 เมตร ความกว้าง 6.3 เมตร กินน้ำลึก 2.35 เมตร สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 78 คน นำมาแสดง
สำหรับเรือไฟฟ้าที่จะนำมาให้บริการในแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ดำเนินโครงการโดยบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด(มหาชน) (EA) คือเรือไฟฟ้า MINE Smart Ferry ขับเคลื่อนจากแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ขนาด 800 KWh สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 200 คน

อย่างไรก็ตามขณะนี้ต่อเสร็จแล้วจำนวน 1 ลำ และมีแผนดำเนินการต่อเรือเพิ่มเติมให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2563 จำนวน 15 ลำ ภายในเดือนมีนาคม 2564 จำนวน 12 ลำ รวมจำนวนทั้งสิ้น 28 ลำ สำหรับใช้เป็นเรือโดยสารให้บริการรับ-ส่งในแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งหมด ทั้งนี้จะเริ่มนำเรือไฟฟ้าออกให้บริการผู้โดยสารได้ภายในเดือนธันวาคม 2563

สำหรับข้อดีของเรือไฟฟ้า จะช่วยยกระดับการให้บริการทั้งความสะดวกสบายด้วยการติดแอร์ เน้นความสะอาดและการออกแบบที่ปลอดภัย สร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสาร อีกทั้งยังประหยัดต้นทุนด้านพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 เนื่องจากขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าจากพลังงานจากแบตเตอรี่ซึ่งดีกว่าน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงเพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้เรือโดยสารมากขึ้นเพื่อเลี่ยงปัญหาการจราจรติดขัด

ด้านนายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.)กล่าวว่าหลังการทดสอบเรือไฟฟ้าในวันนี้ ซึ่งภาพรวมถือว่าน่าพอใจ และจะมีการปรับปรุงระบบอีกเล็กน้อย โดยหลังจากผ่านการทดสอบแล้ว ในปลายปี 2563 จะมีการนำเรือไฟฟ้าไปให้บริการทางทะเลในจังหวัดท่องเที่ยวเช่น จังหวัดภูเก็ต ,กระบี่และพังงา โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตในปลายปีนี้ คาดว่าจะมีเรือไฟฟ้าให้บริการ 30 ลำ และในอนาคตจะมีเรือให้บริการในพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยวที่กล่าวไปแล้วประมาณ 200 ลำ

นอกจากนี้จะมีการพัฒนาเรือไฟฟ้ามาวิ่งให้บริการไปแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งบริษัทเรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ผู้ให้บริการเรือโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยา ก็พร้อมมีการปรับเปลี่ยนเรือมาใช้เรือพลังงานไฟฟ้าที่ทำจากอลูมิเนียม โดยจะมีการเปลี่ยนจากเรือไม้ตามรอบที่หมดอายุ โดยคาดว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ปลายปี 2563 เป็นต้นไป

ทั้งนี้รวมถึงในอนาคต กรมเจ้าท่า เตรียมที่จะมีการเปิดเส้นทางเดินเรือใหม่เพื่อรองรับการให้บริการแก่ประชาชนในจังหวัดรอบนอกมากขึ้น ซึ่งจากเดิมเอกชนมีการเดินเรือจากท่าเรือสาทรไปยังจังหวัดนนทบุรี และ อ.ปากเกร็ด ในอนาคตก็จะมีการขยายถึงจังหวัดปทุมธานี และอีกฝั่งหนึ่งก็จะมีการขยายไปถึงจังหวัดสมุทรปราการ โดยใช้ท่าเรือสาทร เป็นศูนย์กลางระหว่างสองฝั่งเนื่องจาก เป็นท่าเรือที่มีบริการเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้า ซึ่งการเปิดเส้นทางเดินเรือใหม่นี้ก็จะพยายามผลักดันให้มีการใช้พลังงานไฟฟ้าด้วย

นายวิทยา กล่าวว่า การนำเรือไฟฟ้า ที่ผลิตจากอลูมิเนียม มาให้บริการเรือโดยสาร เชื่อว่าในอนาคตจะมีส่วนสำคัญทำให้ค่าโดยสารของเรือโดยสารถูกลง แม้ขณะนี้ต้นทุนในการเดินเรือไฟฟ้า จะมีการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่ในราคาสูง แต่ทิศทางของแบตเตอรี่ก็มีราคาถูกลงเรื่อยๆ ขณะที่การใช้เรืออลูมิเนียมจะมีข้อดี เมื่อเปรียบเทียบกับเรือไม้ ในเรื่องของต้นทุนบำรุงรักษา รวมทั้งสภาพตัวเรือที่มีน้ำหนักเบา จะช่วยให้ผู้ประกอบการ ที่ใช้เรือไฟฟ้า ผลิตจากอลูมิเนียม มีต้นทุนเชื้อเพลิงถูกกว่าเรือใช้น้ำมันถึง 40 เปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตามส่วนประเด็นเรื่องของ การรับนโยบายจากนายกรัฐมนตรีและกระทรวงคมนาคม เพื่อยกระดับความมั่นใจในการใช้บริการ หลังในช่วงที่ผ่านมามีอุบัติเหตุทางเรือ เกิดขึ้นติดกัน ทั้งที่เกาะสมุยจังหวัดสุราษฎร์ธานีและในแม่น้ำเจ้าพระยา ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่าทุกพื้นที่ ทำการตรวจเรือโดยสารใหม่ ในแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งระบบ โดยจะให้ดำเนินการภายในสัปดาห์นี้เป็นต้นไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73491</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมเจ้าท่า, อธิรัฐ รัตนเศรษฐ, เรือไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200805/image_big_5f2a6480b705f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69763</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2020 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2020 09:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จท.ตั้งเป้า 5 ส.ค.นี้เปิดตัวเรือต้นแบบอลูนิเนียม- พลังงานไฟฟ้าลำแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย.2563 นายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) เปิดเผยภายหลังลงนามร่วมมือลงนามบันทึกข้อตกลงด้าน &amp;#39;การพัฒนาการออกแบบ การผลิต และมาตรฐาน สำหรับเรือไฟฟ้าที่มีคุณภาพ เพื่อความปลอดภัยในการขนส่งทางน้ำ และส่งเสริมการพาณิชยนาวี &amp;nbsp;เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตเรือไฟฟ้าเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งระดับประเทศ โดยตั้งเป้าหมายที่จะเปิดตัวเรือไฟฟ้าต้นแบบ 1 ลำ ในวันที่ 5 สิงหาคมปีนี้ ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันสถาปนากรมเจ้าท่า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในการประกอบเรือต้นแบบในขณะนี้การประกอบเรือที่ใช้อลูมิเนียมเป็นวัสดุหลัก มีความคืบหน้าไปมาก ปัจจุบันอยู่ระหว่างการติดตั้งระบบไฟฟ้าให้ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ &amp;nbsp;โดยข้อดีของการนำเรืออลูมิเนียมไฟฟ้ามาให้บริการนี้ &amp;nbsp;มีทั้งในเรื่องของการที่ปัจจุบันการประกอบเรือที่ใช้วัสดุไม้นั้นจัดหาวัสดุไม้ได้ยาก &amp;nbsp;ขณะที่การประกอบเรืออลูมิเนียมนั้นจะใช้เวลาเพียง 2 เดือน ในขณะที่การประกอบเรือไม้จะใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปี &amp;nbsp;รวมทั้งวัสดุอลูมิเนียมนั้นจะมีความคงทนในระยะ 20 ปี ทำให้ต้นทุนในการบำรุงรักษาจะต่ำมาก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการนำพลังงานไฟฟ้ามาติดตั้งกับเรือนั้น &amp;nbsp;แม้ขณะนี้ราคาแบตเตอรี่จะมีราคาที่สูงอยู่ แต่เชื่อว่าภายใน 2-3 ปีข้างหน้าราคาก็จะมีการปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้การประกอบเรืออลูมิเนียมพลังงานไฟฟ้าลำนึงจะใช้ต้นทุนประมาณ 40 ล้านบาท และเรือ 1 ลำ จะสามารถจุผู้โดยสารได้ประมาณ 100 คน &amp;nbsp;ใกล้เคียงกับเรือที่ใช้วัสดุไม้ &amp;nbsp;โดยหลังจากเรือต้นแบบแล้วเสร็จในอนาคตหากผู้ประกอบการเรือโดยสารในพื้นที่กรุงเทพฯปริมณฑลไม่ว่าจะเป็นเรือด่วนเจ้าพระยา หรือเรือด่วนคลองแสนแสบ ก็สามารถว่าจ้างผลิตเพื่อนำเรืออลูมิเนียมไฟฟ้ามาให้บริการแก่ประชาชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดยย้ำว่า ความร่วมมือการพัฒนาการผลิตเรือท่องเที่ยวไฟฟ้าลำแรกของไทยในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานะบบการขนส่งทางน้ำ และการพาณิชยนาวีของไทย&amp;rdquo;นายวิทยา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมเจ้าท่าได้ร่วมกับหน่วยงานจากภาครัฐ และเอกชน ได้แก่ กรมเจ้าท่า สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)บ้านปูเน็กซ์ บริษัทลูกของบริษัท บ้านปูจำกัด(มหาชน) และบริษัท สกุลชื่อินโนเวชั่น จำกัด ร่วมมือลงนามบันทึกข้อตกลงด้าน &amp;#39;การพัฒนาการออกแบบ การผลิต และมาตรฐาน สำหรับเรือไฟฟ้าที่มีคุณภาพ เพื่อความปลอดภัยในการขนส่งทางน้ำ และส่งเสริมการพาณิชยนาวี &amp;nbsp;เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตเรือไฟฟ้าเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งระดับประเทศ และนานาชาติ นำไปสู่การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเรือไฟฟ้าของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งไม่เพียงช่วยประหยัดพลังงาน &amp;nbsp;ยังช่วยลดมลพิษทางน้ำ และทางอากาศในระยะยาว อีกทั้งมีส่วนช่วยคืนความยั่งยืน &amp;nbsp;สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน และนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69763</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนส่งทางน้ำ, วิทยา ยาม่วง, อธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.), เรือไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d941df07bfeb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
