<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71255</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2020 23:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2020 23:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โป๊ปทรงเจ็บปวดที่ตุรกีเปลี่ยนพิพิธภัณฑ์ฮาเกียโซเฟียเป็นมัสยิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสตรัสระหว่างการประทานพรวันอาทิตย์ ณ จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ว่าพระองค์เจ็บปวดมากกับการตัดสินใจของรัฐบาลตุรกีที่เปลี่ยนพิพิธภัณฑ์ฮาเกียโซเฟียเป็นมัสยิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้คนมาเยี่ยมชมฮาเกียโซเฟียเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ภายหลังคำตัดสินยกเลิกสถานะความเป็นพิพิธภัณฑ์ของโบราณสถานแห่งนี้ ซึ่งในอดีตเคยใช้เป็นมัสยิดมานานเกือบ 500 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โป๊ปฟรานซิส องค์ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก ทรงเป็นผู้นำทางศาสนาคนล่าสุดที่ประณามการตัดสินใจของตุรกี &amp;quot;ข้าพเจ้าคิดถึงอิสตันบุล ข้าพเจ้าคิดถึงซานตาโซเฟีย และข้าพเจ้าเจ็บปวดมาก&amp;quot; โป๊ปทรงแสดงท่าทีครั้งแรกต่อการตัดสินใจของตุรกี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากประกาศเปลี่ยนปูชนียสถานโบราณยุคไบแซนไทน์แห่งนี้เป็นมัสยิดภายหลังศาลเพิกถอนสถานีพิพิธภัณฑ์ของฮาเกียโซเฟีย ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ประกาศว่า จะเปิดให้ทำละหมาดที่มัสยิดฮาเกียโซเปียครั้งแรกในวันที่ 24 กรกฎาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ สภาคริสตจักรโลกเรียกร้องให้แอร์โดอันเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจ และสมเด็จพระสังฆราชบาร์โธโลมิว ผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวคริสต์ออร์ทอดอกซ์ในนครอิสตันบุลกล่าวถึงการตัดสินใจของตุรกีว่าน่าผิดหวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอร์โดอันกล่าวว่า ฮาเกียโซเฟียซึ่งมีอายุ 1,500 ปีและเคยเป็นวิหารของชาวคริสต์ จะต้อนรับทั้งชาวมุลิม, ชาวคริสต์ และชาวต่างชาติ เขาบอกด้วยว่า ตุรกีใช้สิทธิอธิปไตยของตนในการเปลี่ยนพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นมัสยิด และจะถือว่าเสียงวิจารณ์เป็นการโจมตีเอกราชของตุรกี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลกรีซก็ประณามการตัดสินใจของตุรกีเช่นกัน และองค์การยูเนสโกกล่าวว่า คณะกรรมการมรดกโลกจะทบทวนสถานะของฮาเกียโซเฟีย และว่า การตัดสินใจของตุรกีก่อคำถามเกี่ยวกับผลกระทบต่อคุณค่าสากลของฮาเกียโซเฟีย ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญที่อยู่เหนือพรมแดนและชั่วอายุคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71255</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตุรกี, ฮาเกียโซเฟีย, เปลี่ยนเป็นมัสยิด, เรเจป ทายยิป แอร์โดอัน, โป๊ปฟรานซิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200712/image_big_5f0b3e26c2405.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59062</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2020 23:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2020 23:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สงบชั่วคราว ตุรกี-รัสเซียตกลงหยุดยิงที่&#039;อิดลิบ&#039;ของซีเรีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย และประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี บรรลุข้อตกลงหยุดยิงที่จังหวัดอิดลิบทางภาคเหนือของซีเรีย โดยเริ่มมีผลตั้งแต่หลังเที่ยงคืนของวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน (ซ้าย) จับมือประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน หลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2563 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ปูตินและแอร์โดอัน ซึ่งเป็นผู้นำต่างชาติที่มีบทบาทสำคัญในสงครามยาวนาน 9 ปีของซีเรีย บรรลุข้อตกลงกันได้ภายหลังเจรจากันนานกว่า 6 ชั่วโมงที่กรุงมอสโกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม ข้อตกลงนี้จะสร้างระเบียงความมั่นคงตลอดทางหลวงสาย เอ็ม4 ในภาคเหนือของซีเรีย โดยทหารตุรกีและรัสเซียจะเปิดการลาดตระเวนร่วมกันในพื้นที่นั้นต่อไปภายในเดือนมีนาคมนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปูตินกล่าวว่า ข้อตกลงนี้จะเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับการยุติการสู้รบในจังหวัดอิดลิบของซีเรีย และสำหรับการยุติความทุกข์ที่พลเรือนซีเรียประสบอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองกำลังของฝ่ายประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด เปิดปฏิบัติการรุกโจมตีที่มั่นสุดท้ายของฝ่ายกบฏในซีเรียมาตั้งแต่เดือนธันวาคม มีพลเรือนสังเวยชีวิตนับพันคน ไร้ที่อยู่อีกเกือบ 1 ล้านคน องค์การสหประชาชาติเคยกล่าวถึงวิกฤติผู้อพยพในซีเรียติดชายแดนตุรกี ว่าเป็นภาวะฉุกเฉินด้านมนุษยธรรมเลวร้ายที่สุดนับแต่สงครามนี้เริ่มต้นเมื่อปี 2554&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ในพื้นที่ตึงเครียดขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จากความขัดแย้งระหว่างซีเรียกับตุรกี ซึ่งส่งทหารรุกรานภาคเหนือของซีเรียตั้งแต่ปี 2559 และหนุนหลังกบฏต่อต้านอัสซาด เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ซีเรียโจมตีทางอากาศสังหารทหารตุรกี 34 นาย ทำให้ตุรกีตอบโต้อย่างหนักหน่วง และยังขู่เปิดพรมแดนให้ผู้อพยพและผู้ลี้ภัยหลั่งไหลเข้ายุโรปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนซีเรียและนักข่าวเอเอฟพีในจังหวัดอิดลิบกล่าวว่า สถานการณ์ในพื้นที่เมื่อวันศุกร์ค่อนข้างสงบ ท้องฟ้าปราศจากเครื่องบินรบทั้งของซีเรียและรัสเซียเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน แม้รามี อับเดล เราะห์มาน ผู้อำนวยการองค์กรฯ จะรายงานว่า ก่อนรุ่งสางวันศุกร์ยังคงมีการยิงตอบโต้กัน แต่ไม่ได้ทำให้มีใครบาดเจ็บล้มตาย และดูเหมือนว่าทั้งสองฝ่ายจะเคารพข้อตกลงหยุดยิงกันหลังจากนั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59062</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดอิดลิบ, ซีเรีย, ตกลงหยุดยิง, ตุรกี, รัสเซีย, วลาดิมีร์ ปูติน, เรเจป ทายยิป แอร์โดอัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200306/image_big_5e627b1882627.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2020 21:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2020 21:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตุรกีหวัง&#039;ปูติน&#039;บีบซีเรียหยุดยิง เตือนยุโรปรอรับผู้ลี้ภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี ตีรวนชาติยุโรปที่ไม่ช่วยหนุนหลังกรณีมีความขัดแย้งกับซีเรีย ประกาศเปิดพรมแดนให้ผู้ลี้ภัยหลั่งไหลเข้ายุโรปเพื่อแบ่งเบาภาระของตุรกี ขณะเดียวกันหวังการเจรจากับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน จะบีบให้ซีเรียยอมทำข้อตกลงหยุดยิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวของผู้นำตุรกีเมื่อวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม เกิดขึ้นไล่หลังกองทัพตุรกีเปิดปฏิบัติการทางทหารเต็มสูบ เพื่อตอบโต้ที่ซีเรียโจมตีทางอากาศสังหารทหารตุรกี 34 นายในจังหวัดอิดลิบของซีเรียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยตุรกียิงเครื่องบินรบของซีเรียตก 2 ลำเมื่อวันอาทิตย์ และยังส่งโดรนโจมตีขบวนรถของทหารซีเรียในเขตจาบัลอัลซาวียะและโจมตีฐานที่มั่นใกล้เมืองมาเร็ตอัลนูมานของจังหวัดอิดลิบ ฆ่าทหารซีเรียอย่า
น้อย 19 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอร์โดอันกล่าวว่า เขาและปูตินมีกำหนดประชุมสุดยอดกันที่กรุงมอสโกวันพฤหัสบดีนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับความรุนแรงที่ขยายขอบเขตมากขึ้น และเขาหวังว่าปูตินจะใช้มาตรการที่จำเป็นกับซีเรีย เช่นการหยุดยิง แล้วทั้งสองฝ่ายจะได้หาทางออกเรื่องนี้กันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพตุรกีเปิดปฏิบัติการทางทหารในจังหวัดอิดลิบของซีเรีย หลังจากกองทัพของซีเรียเปิดปฏิบัติการรุกโจมตีจังหวัดภาคตะวันตกเฉียงเหนือติดชายแดนตุรกีแห่งนี้ โดยมีรัสเซียสนับสนุนทางอากาศ เพื่อยึดอิดลิบคืนจากการควบคุมของฝ่ายกบฏที่ตุรกีหนุนหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโฆษกของรัฐบาลรัสเซียกล่าวว่า ความร่วมมือกับตุรกีเป็นเรื่องที่รัสเซียให้ความสำคัญสูงสุด กองทัพของรัสเซียและตุรกีติดต่อสื่อสารกันตลอด ตอนนี้รัสเซียกำลังมุ่งความสนใจไปที่การเจรจาระหว่างปูตินกับแอร์โดอัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลตุรกีหนุนหลังกบฏอิสลามิสต์กลุ่มหนึ่งในพื้นที่นั้น และได้จัดตั้งที่มั่นตรวจการณ์หลายแห่งไว้ในพื้นที่นั่นตามข้อตกลงปี 2561 ที่ลงนามไว้กับรัฐบาลรัสเซีย เพื่อป้องกันการรุกโจมตีเต็มรูปแบบของประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพซีเรียเริ่มรุกโจมตีเพื่อยึดคืนอิดลิบตั้งแต่เดือนธันวาคม และเมื่อวันจันทร์ ก็สามารถยึดเมืองซารากิบไว้ได้ องค์กรสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนซีเรียเผยว่า กองทัพซีเรียด้วยการสนับสนุทางอากาศของรัสเซีย สามารถยึดเมืองซารากิบซึ่งอยู่บนเส้นทางหลวงระหว่างกรุงดามัสกัสกับเมืองอาเลปโปไว้ในความควบคุมอย่างสิ้นเชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสู้รบที่ยาวนาน 9 ปีในซีเรียผลักดันให้มีผู้อพยพทิ้งถิ่นฐานหนีภัยแล้วเกือบ 1 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระหว่างการแถลงทางโทรทัศน์เมื่อวันจันทร์ แอร์โดอันกล่าวเตือนชาติยุโรปด้วยว่าจะต้องรับภาระส่วนของตนกรณีวิกฤติผู้อพยพหนีความรุนแรงในภูมิภาคนี้ &amp;quot;หลังจากเราเปิดประตู ก็มีเสียงเรียกร้องมากมายว่าให้ &amp;#39;ปิดประตู&amp;#39; ผมบอกพวกเขาไปว่า เรื่องนี้จบลงแล้ว ตอนนี้ประตูเปิดแล้ว พวกคุณจะต้องรับผิดชอบภาระในส่วนของตน&amp;quot; ผู้นำตุรกีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังซีเรียถล่มทางอากาศฆ่าทหารตุรกี แอร์โดอันสั่งเปิดพรมแดนให้ผู้ลี้ภัยเดินทางต่อไปยุโรปได้เมื่อวันศุกร์ ทำให้ผู้อพยพและผู้ลี้ภัย ซึ่งรวมถึงชาวอัฟกัน, อิรัก และซีเรีย มารวมตัวกันที่ชายแดนตุรกี-กรีซราว 13,000 คนช่วงสุดสัปดาห์ และเกิดการปะทะกับตำรวจกรีก ที่ยิงแก๊สน้ำตาขับไล่ผู้ลี้ภัยที่ตอบโต้ด้วยการขว้างปาก้อนอิฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันตุรกีรองรับผู้ลี้ภัยไว้ราว 4 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นชาวซีเรีย แต่เมื่อปี 2559 ตุรกีทำความตกลงกับสหภาพยุโรป (อียู) ว่าจะป้องกันไม่ให้ผู้ลี้ภัยเดินทางเข้ายุโรป แลกกับความช่วยเหลือหลายพันล้านยูโร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มอียูมีกำหนดประชุมกันสัปดาห์นี้ตามคำร้องขอของกรีซ เพื่อหารือสถานการณ์ไม่ให้บานปลายเป็นเหมือนการหลั่งไหลของผู้อพยพเข้ายุโรปเมื่อปี 2558.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58691</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีเรีย, ตุรกี, ผู้ลี้ภัยเข้ายุโรป, วลาดิมีร์ ปูติน, หยุดยิง, อิดลิบ, เรเจป ทายยิป แอร์โดอัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200302/image_big_5e5d1962151e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53767</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2020 21:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2020 21:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; ปรามตุรกีส่งทหารแทรกแซงลิเบีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สภาผู้แทนราษฎรตุรกีผ่านกฎหมายให้ความเห็นชอบการวางกำลังทหารในลิเบียเมื่อวันพฤหัสบดี หวังอุ้มชูรัฐบาลลิเบียที่ยูเอ็นหนุนหลังซึ่งกำลังเผชิญศึกจากกองกำลังของนายพลคาลิฟะห์ ฮัฟตาร์ ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รีบปราม &amp;quot;การแทรกแซงของต่างชาติ&amp;quot; ในประเทศที่ติดหล่มสงครามแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาผู้แทนราษฎรตุรกีลงมติเมื่อวันพฤหัสบดี ผ่านร่างกฎหมายส่งกำลังทหารเข้าลิเบีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา สภาผู้แทนราษฎรตุรกีลงมติผ่านร่างกฎหมายลิเบีย ด้วยคะแนนเห็นชอบท่วมท้น 325 เสียง ต่อ 184 เสียงคัดค้าน ให้อำนาจรัฐบาลส่งกำลังทหารเข้าลิเบีย ต่อมาในวันศุกร์ โฮแกน กิดลีย์ โฆษกทำเนียบขาวแถลงว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้โทรศัพท์พูดคุยกับประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี แสดงท่าทีคัดค้านว่า &amp;quot;การแทรกแซงของต่างชาติจะทำให้สถานการณ์ในลิเบียยุ่งยากซับซ้อนยิ่งขึ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐบาลอียิปต์ ก็ประณามการลงมติของสภาตุรกีอย่างรุนแรง ระบุว่าเป็นการละเมิดอย่างโจ่งแจ้งต่อกฎหมายระหว่างประเทศและข้อมติลิเบียของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งยูเอ็น ขณะที่อิสราเอล, ไซปรัส และกรีซ ตำหนิว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของภูมิภาคนี้ ส่วนสภาผู้แทนราษฎรของลิเบียในภาคตะวันออกซึ่งเป็นพันธมิตรกับฮัฟตาร์ กล่าวว่า การแทรกแซงทางทหารของตุรกีจะถือเป็นการก่อกบฏ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลิเบียตกอยู่ในภาวะโกลาหลวุ่นวายจากการต่อสู้ภายในประเทศระหว่างฝ่ายตะวันออกและตะวันตก นับแต่กองกำลังที่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) หนุนหลังโค่นล้มรัฐบาลของโมอัมมาร์ กัดดาฟี เมื่อปี 2554 แล้วฆ่าผู้นำเผด็จการรายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตุรกีให้การหนุนหลังรัฐบาลข้อตกลงแห่งชาติ (จีเอ็นเอ) ของลิเบีย ภายใต้การนำของฟาเอซ อัลซาร์ราช ซึ่งยูเอ็นและนานาชาติให้การรับรอง ขณะที่กองกำลังของพลเอกฮัฟตาร์ที่รุกโจมตีจีเอ็นเอมาตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่แล้ว มีคู่ปรับของตุรกีในภูมิภาคนี้ ทั้งซาอุดีอาระเบีย, อียิปต์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ให้การสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันพุธหน้า แอร์โดอันจะให้การต้อนรับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ที่จะมาทำพิธีเปิดท่อส่งก๊าซโครงการใหม่ และคาดว่าทั้งคู่จะหารือประเด็นลิเบียกันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำตุรกีเคยกล่าวหารัสเซียหลายครั้งหลายหนว่าส่งทหารเอกชนรับจ้างมาสนับสนุนกองกำลังของฮัฟตาร์ แต่รัสเซียปฏิเสธคำกล่าวหานี้ รายงานกล่าวว่า ที่ผ่านมาตุรกีและรัสเซียสามารถร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดกรณีความขัดแย้งในซีเรียซึ่งต่างฝ่ายต่างถือหางคนละฝั่ง และคาดว่าทั้งสองฝ่ายน่าจะตกลงกันได้ในแบบเดียวกันสำหรับกรณีของลิเบีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว สำนักงานของแอร์โดอันยืนยันว่าได้รับคำร้องขอจากรัฐบาลจีเอ็นเอของลิเบียเพื่อขอความสนับสนุนทางทหาร แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าตุรกีจะส่งกำลังทหารไปเมื่อใด กฎหมายฉบับนี้ให้เวลา 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมฟลุต คาวูโซลู รัฐมนตรีต่างประเทศของตุรกี ทวีตภายหลังการลงมติว่า ญัตติลิเบียมีความสำคัญต่อการปกป้องผลประโยชน์ของตุรกีและเพื่อสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า ตุรกีใช้ความเป็นพันธมิตรของรัฐบาลจีเอ็นเอเพื่อผลประโยชน์ของตน โดยสองฝ่ายเคยลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางทหารเมื่อเดือนพฤศจิกายน ช่วงที่ซาร์ราชมาเยือนอิสตันบูล ทั้งสองฝ่ายยังลงนามข้อตกลงเขตอำนาจศาลทางทะเลที่ให้สิทธิตุรกีเหนือพื้นที่กว้างใหญ่ของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเพิ่งค้นพบแหล่งก๊าซใต้ทะเลด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อตกลงฉบับหลังถูกนานาชาติ โดยเฉพาะกรีซ วิจารณ์อย่างรุนแรง โดยนักวิเคราะห์กล่าวกันว่า ตุรกีตอบโต้ที่ถูกกีดกันออกนอกข้อตกลงพลังงาน &amp;quot;อีสต์เมดิเตอร์เรเนียนก๊าซฟอรัม&amp;quot; ของภูมิภาคนั้นที่ก่อตั้งโดยไซปรัส, กรีซ, อียิปต์, อิสราเอล, จอร์แดน, อิตาลี และปาเลสไตน์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53767</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตุรกี, สภาตุรกี, ส่งทหารเข้าลิเบีย, เรเจป ทายยิป แอร์โดอัน, แทรกแซงลิเบีย, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200103/image_big_5e0f4e01b55af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2019 20:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2019 20:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัสเซีย-ตุรกีบรรลุข้อตกลงดูแลชายแดนซีเรีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้นำรัสเซียและตุรกีเห็นพ้องข้อตกลงรับรองการถอนกำลังของนักรบเคิร์ดพ้นพื้นที่ชายแดนซีเรียติดตุรกีภายในวันที่ 29 ตุลาคม และปฏิบัติการลาดตระเวนร่วมระหว่างสองชาติในเขตปลอดภัยในชายแดนซีเรีย 120 กม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน (ขวา) จับมือประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ระหว่างแถลงข่าวร่วมเมื่อวันอังคาร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 23 ตุลาคมว่า ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี เดินทางไปเมืองโซชีของรัสเซีย เพื่อหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทั้งคู่บรรลุข้อตกลงกันได้ไม่กี่ชั่วโมงก่อนเส้นตายที่ตุรกีกำหนดให้กองกำลังชาวเคิร์ดถอนตัวออกจากพื้นที่ปลอดภัย และทำให้กระทรวงกลาโหมตุรกีประกาศว่า ไม่มีความจำเป็นที่ตุรกีต้องเปิดปฏิบัติการโจมตีอีก หลังจากระงับปฏิบัติการตามการไกล่เกลี่ยของสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อให้กองกำลังเคิร์ดถอนตัวจากพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพตุรกีพร้อมกับอดีตกบฏซีเรียที่ตุรกีหนุนหลัง เปิดปฏิบัติการรุกโจมตีข้ามชายแดนเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งถอนทหารอเมริกันพ้นชายแดนทางเหนือของซีเรียไม่กี่วันก่อนหน้านั้น เปิดทางสะดวกให้ตุรกีโจมตีกองกำลังวายพีจีของชาวเคิร์ดที่ตุรกีระบุว่าเป็น &amp;quot;ผู้ก่อการร้าย&amp;quot; ที่เกี่ยวโยงกับพรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน (พีเคเค) ที่ก่อความไม่สงบนองเลือดในตุรกียาวนานหลายสิบปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากปฏิบัติการครั้งนี้ ตุรกีเข้าควบคุม &amp;quot;เขตปลอดภัย&amp;quot; ลึกจากชายแดนเข้าไป 30 กิโลเมตร เป็นระยะทาง 120 กิโลเมตร ตามข้อตกลงเมื่อวันอังคารยอมรับรองพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งอยู่ระหว่างเมืองทัลอับยัดและราสอัลไอน์ ซึ่งเท่ากับยอมให้ตุรกีเข้ามาภายในดินแดนของซีเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา 12.00 น.ของวันพุธตามเวลาท้องถิ่น สารวัตรทหารของรัสเซียและทหารรักษาดินแดนซีเรียจะ &amp;quot;อำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้าย&amp;quot; นักรบเคิร์ดและอาวุธออกจากพื้นที่นั้น การถอนตัวต้องทำให้เสร็จภายใน 150 ชั่วโมง หรือในวันที่ 29 ตุลาคม แล้วจากนั้นทหารรัสเซียและตุรกีจะเริ่มการลาดตระเวนร่วมกันในเขตดังกล่าวที่อยู่ภายใต้การควบคุมตุรกี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปูตินกล่าวว่า การตัดสินใจครั้งนี้มีความสำคัญมากต่อการแก้ไขสถานการณ์รุนแรงบนชายแดนซีเรีย-ตุรกี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด ของซีเรียได้โทรศัพท์พูดคุยกับปูตินด้วย โดยกล่าวถึงพวกเคิร์ดว่า พวกที่มีจุดประสงค์แบ่งแยกดินแดนต้องรับผิดชอบกับสถานการณ์ที่กลายเป็นแบบนี้ แต่ขณะเดียวกัน อัสซาดย้ำว่า การรุกรานดินแดนของซีเรียไม่ว่าด้วยเหตุผลหรือข้ออ้างใดเป็นเรื่องที่เขายอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48726</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชายแดนซีเรีย, ซีเรีย, ตุรกี, รัสเซีย, วลาดิมีร์ ปูติน, เคิร์ด, เรเจป ทายยิป แอร์โดอัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191023/image_big_5db0599de50c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2019 20:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2019 20:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำตุรกีขู่ พ้นเส้นตายเคิร์ดไม่ถอนกำลังเจอถล่มหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกีขู่เมื่อวันอังคาร ก่อนหน้าถึงเส้นตายหยุดยิงชั่วคราว ว่ากองทัพตุรกีจะเปิดปฏิบัติการรุกโจมตีอย่างเด็ดขาดมากขึ้น เว้นแต่นักรบเคิร์ดจะถอนกำลังออกไปจนหมดตามข้อตกลงที่สหรัฐเป็นคนกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักรบซีเรียที่ตุรกีหนุนหลังรวมพลบนถนนระหว่างเมืองทัลอับยัดทางเหนือของซีเรียกับเมืองโคบานี เมื่อวันอังคาร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำตุรกีกล่าวคำขู่นี้ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าพบกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่เมืองโซชีเมื่อวันอังคาร โดยคาดว่าปูติน ซึ่งเป็นพันธมิตรโอบอุ้มประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด ของซีเรีย จะเรียกร้องให้ตุรกีเคารพบูรณภาพเหนือดินแดนของซีเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนออกเดินทาง แอร์โดอันกล่าวว่า พวกเขาจะมีโอกาสหารือขั้นตอนเพื่อยุติการคงอยู่ของนักรบเคิร์ดในพื้นที่ที่รัฐบาลซีเรียครอบครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิบัติการรุกโจมตีของกองทัพตุรกีและนักรบตัวแทนที่เป็นพวกอดีตกบฏซีเรีย เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม เกิดขึ้นภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งถอนทหารอเมริกาออกจากที่มั่นที่สหรัฐคุมเชิงไว้บริเวณชายแดนตอนเหนือของซีเรีย ตุรกีรุกบดขยี้นักรบเคิร์ดกลุ่มวายพีจี ซึ่งเป็นแกนหลักของกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (เอสดีเอฟ) ที่เป็นกำลังสำคัญในการโค่นล้มกลุ่มรัฐอิสลาม ตุรกีมองว่านักรบกลุ่มนี้เป็นผู้ก่อการร้ายพวกเดียวกับพรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน (พีเคเค) กบฏแบ่งแยกดินแดนชาวเคิร์ดที่ต่อสู้นองเลือดในตุรกี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอร์โดอันอ้างว่าต้องผลักดันนักรบเคิร์ดออกจากชายแดนตุรกี 32 กิโลเมตร ตลอดแนวชายแดน เพื่อจัดตั้งเขตปลอดภัยสำหรับให้ผู้ลี้ภัยชาวซีเรียหลายล้านคนในตุรกีมาตั้งถิ่นฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ของสหรัฐมาเจรจาต่อรองกับแอร์โดอัน และทำให้ตุรกียอมหยุดยิง 120 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่วันพฤหัสบดี ด้วยข้อแม้ว่าเคิร์ดต้องถอนกำลังพ้นพื้นที่นั้น &amp;quot;หากไม่มีการปฏิบัติตามคำมั่นที่สหรัฐให้ไว้กับประเทศเรา เราจะเดินหน้าปฏิบัติการต่อจากของเดิมด้วยความเด็ดขาดยิ่งกว่าเดิม&amp;quot; แอร์โดอันเตือนเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายืนยันด้วยว่า นักรบเคิร์ดกำลังถอนตัวออกจากพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเริ่มจากเมืองราราบูลุสทางตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรียไปจนถึงชายแดนอิรัก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48642</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตุรกี, เคิร์ด, เรเจป ทายยิป แอร์โดอัน, เส้นตายถอนกำลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191022/image_big_5daf03edcb52c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48277</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 21:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2019 21:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาสหรัฐลงมติจวก &#039;ทรัมป์&#039; ถอนทหารปล่อยตุรกีขยี้เคิร์ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ส.ส.รีพับลิกันร่วมมือกับเดโมแครตลงมติประณามประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถอนทหารอเมริกันพ้นชายแดนซีเรียเปิดทางให้ตุรกีรุกข้ามแดนบดขยี้กองกำลังเคิร์ดในซีเรีย ด้านทรัมป์อ้างไม่ได้ไฟเขียว ย้อนพวกเคิร์ดไม่ใช่เทวดา และกบฏพีเคเคเลวร้ายกว่าไอเอส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางแนนซี เพโลซี (กลาง) พร้อมด้วย ส.ว.ชัค ชูเมอร์ (ขวา) และ ส.ส.สเตีนี ฮอยเออร์ เดินออกจากทำเนียบขาวภายหลังประชุมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันพุธ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคมว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติเสียงข้างมาก 354 ต่อ 60 เสียงเมื่อวันพุธ ผ่านญัตติประณามการตัดสินใจของทรัมป์ ที่สั่งถอนทหารอเมริกันออกจากชายแดนทางเหนือของซีเรีย โดยมี ส.ส.รีพับลิกัน 129 คนร่วมลงมติเห็นชอบด้วย ญัตติของสภาล่างสหรัฐยังเรียกร้องให้ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกีหยุดปฏิบัติการทางทหารต่อกองกำลังชาวเคิร์ดในซีเรียทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน มีสัญญาณบ่งชี้ถึงความสัมพันธ์ที่เลวร้ายลงระหว่างทรัมป์กับสภาคองเกรส ซึ่งกำลังไต่สวนเพื่อเดินหน้ากระบวนการถอดถอนเขา เมื่อ ส.ส.แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครต และชัค ชูเมอร์ แกนนำ ส.ว.เดโมแครตเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา วอล์กเอาต์จากการประชุมกับทรัมป์ในทำเนียบขาวที่มีการโต้เถียงกันอย่างเผ็ดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชูเมอร์กล่าวว่า ทรัมป์เรียกเพโลซีว่าเป็นนักการเมืองชั้นสาม ส่วนเพโลซีบอกว่าทรัมป์สติแตก ขณะที่ทรัมป์ใช้ทวิตเตอร์เป็นช่องทางระบายอารมณ์ โดยกล่าวหาเพโลซีเช่นกันว่า สติแตกและต้องการความช่วยเหลือโดยด่วน ทรัมป์นำภาพเพโลซียืนชี้หน้าเขากลางวงประชุมมาลงในทวิตเตอร์ด้วย แต่ภาพนั้นกลับเป็นภาพที่เดโมแครตยกย่องว่าเธอยืนหยัดต่อสู้กับทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ ทรัมป์ปฏิเสธอีกครั้งว่า เขาไม่ได้ &amp;quot;ไฟเขียว&amp;quot; ให้แอร์โดอันเปิดปฏิบัติการโจมตีเคิร์ด หลังจากทั้งคู่คุยโทรศัพท์กันก่อนหน้าที่ทรัมป์จะถอนทหารอย่างปุบปับ แต่ทรัมป์บอกว่าเขาไม่ประหลาดใจ เพราะแอร์โดอันอยากทำแบบนี้มานานแล้ว และวางกำลังทหารประชิดชายแดนซีเรียมาช้านาน &amp;quot; ผมเขียนจดหมายทันทีหลังการสนทนา เป็นจดหมายที่ทรงพลังมาก&amp;quot; ทรัมป์คุย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในจดหมายที่ส่งถึงแอร์โดอัน ลงวันที่ 9 ตุลาคม วันเดียวกับที่ตุรกีเปิดฉากรุกข้ามแดนซีเรีย ทรัมป์เตือนผู้นำตุรกีว่า คงไม่อยากรับผิดชอบกับการเข่นฆ่าประชาชนนับพันนับหมื่นคน และเรียกร้องแอร์โดอันว่าอย่าได้ทำตัวเป็นคนโหดหรือคนโง่ อย่างไรก็ดี บีบีซีรายงานอ้างแหล่งข่าวในทำเนียบประธานาธิบดีตุรกีว่า แอร์โดอันไม่แยแสจดหมายนี้และโยนทิ้งลงถังขยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์บอกกับนักข่าวด้วยว่า เขามองว่าสถานการณ์ชายแดนตุรกีกับซีเรียนั้นเป็นความยอดเยี่ยมทางยุทธศาสตร์สำหรับสหรัฐ ทหารอเมริกันไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว ทหารของเราปลอดภัย ตุรกีและซีเรียต้องจัดการปัญหากันเอง ที่นั่นไม่ใช่ชายแดนของสหรัฐ และไม่ควรเอาชีวิตทหารอเมริกันไปทิ้งที่นั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังดูแคลนความวิตกเรื่องการหลบหนีของนักโทษรัฐอิสลาม (ไอเอส) ที่เคิร์ดควบคุมตัวไว้ว่า เรื่องพวกนี้เป็นความพยายามดึงให้สหรัฐกลับไปที่นั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิจารณ์หลายคนเตือนว่า หากนักโทษไอเอสหลบหนีได้จะเปิดโอกาสให้ไอเอสตั้งกลุ่มใหม่อีกครั้ง หลังจากโดนกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (เอสดีเอฟ) ที่เคิร์ดเป็นผู้นำ และกองกำลังผสมนานาชาติที่สหรัฐเป็นผู้นำ พิชิตได้เมื่อต้นปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตุรกีโทษว่า กองกำลังเคิร์ดวายพีจีที่เป็นผู้นำเอสดีเอฟ เป็นพวกเดียวกับพรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน (พีเคเค) ที่ตุรกีถือว่าเป็นกลุ่มก่อการร้ายและก่อความไม่สงบอย่างนองเลือดในตุรกีมานับแต่ปี 2527&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ถูกตำหนิ แม้แต่โดยพันธมิตรร่วมพรรครีพับลิกัน ว่าทอดทิ้งสหายร่วมรบเหล่านี้ แต่เขายังคงไม่ใส่ใจ เมื่อวันพุธ ทรัมป์ดูถูกนักรบเคิร์ดว่า &amp;quot;ไม่ใช่เทวดา&amp;quot; พวกเขารู้วิธีต่อสู้ ส่วนพีเคเคซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเคิร์ดนั้น &amp;quot;อาจจะ&amp;quot; เป็นภัยก่อการร้ายที่คุกคามยิ่งกว่าไอเอส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48277</URL_LINK>
                <HASHTAG>คองเกรส, ซีเรีย, ตุรกี, ถอนทหาร, ประณามทรัมป์, เคิร์ด, เรเจป ทายยิป แอร์โดอัน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191017/image_big_5da8788711e85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
