<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24041</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2018 08:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2018 08:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลลุยผลักดัน PPP Fast Track วงเงิน 4 แสนล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ธ.ค.2561 -นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (คณะกรรมการ PPP) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการ PPP ครั้งที่ 5/2561 เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2561 โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งมีผลการประชุมสรุปที่สำคัญ 2 เรื่อง ให้เรื่อง PPP Fast Track วงเงินประมาณ 4 แสนล้านบาท ให้เป็นไปตามแผน

เรื่องที่ 1. คณะกรรมการ PPP รับทราบความคืบหน้าโครงการตามมาตรการ PPP Fast Track และมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานเจ้าของโครงการเร่งรัดขับเคลื่อนโครงการภายใต้มาตรการ PPP Fast Track ให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลา โดยโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - วงแหวนกาญจนาภิเษก มูลค่า 1.28 แสนล้านบาท และโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต มูลค่า 3.94 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะสามารถนำเสนอคณะกรรมการ PPP ได้ภายในต้นปี 2562

นอกจากนี้ยังได้ยังสั่้งให้ติดตามโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดนครราชสีมา ให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลในการกระจายการลงทุนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไปสู่ภูมิภาค และบรรเทาปัญหาการจราจรหนาแน่นของหัวเมืองหลัก

เรื่องที่ 2. คณะกรรมการ PPP ได้พิจารณาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์)&amp;nbsp; ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)&amp;nbsp; มูลค่าเงินลงทุน 2.35 แสนล้านบาท ภายใต้มาตรการ PPP Fast Track ซึ่งคาดว่า จะเปิดให้บริการในส่วนตะวันออกได้ในปี 2566 และทั้งเส้นภายในปี 2568

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ รฟม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือเกี่ยวกับรูปแบบการลงทุนและแหล่งเงินที่เหมาะสมและเสนอกลับมายังคณะกรรมการ PPP โดยเร็ว โดยโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วยเชื่อมโยงการเดินทางของผู้โดยสารที่อยู่อาศัยในเขตชานเมืองกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก ทำให้ประชาชนสามารถเดินทางเข้าสู่บริเวณศูนย์กลางเมืองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว รวมทั้งช่วยเติมเต็มโครงข่ายการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลให้สมบูรณ์ตามแผนแม่บท M-MAP และบรรเทาปัญหาการจราจรแออัดภายในเมือง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24041</URL_LINK>
                <HASHTAG>การลงทุนภาครัฐ, คณกรรมการPPP, เร่งก่อสร้างรถไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180208/image_big_5a7bf5274b723.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22407</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2018 05:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2018 05:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อาคม&quot;ชี้แจง รฟท.ไม่ล้มแผนสร้างรถไฟฟ้าสีแดงเข้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อาคม&amp;quot;ยืนยัน รฟท.เดินหน้าก่อสร้างโครงการไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงหัวลำโพง &amp;ndash; มหาชัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟฟ้า10เส้นทาง เล็งของบปี63 จ้างที่ปรึกษาดูอีไอเอบริเวณอุโมงค์ลอดแม่น้ำเจ้าพระยา


นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่มีข่าวยกเลิกโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงหัวลำโพง &amp;ndash; มหาชัย ว่าได้รับการยืนยันจาก นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยจะดำเนินโครงการดังกล่าวต่อไป เนื่องจากเป็นโครงการภายใต้แผนงานระบบขนส่งมวลชนทางราง ระยะที่ 1 โดยโครงการปัจจุบันได้ดำเนินการศึกษาออกแบบรายละเอียดโครงการไว้แล้วตั้งแต่ปี 2550 แต่ยังคงอยู่ระหว่างการปรับแก้ไข ซึ่งคณะกรรมการผู้ชำนาญการ ภายใต้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้มีมติให้ปรับแบบการก่อสร้างโดยเฉพาะช่วงข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา

สำหรับโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงหัวลำโพง &amp;ndash; มหาชัย เป็นส่วนหนึ่งของโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงการรถไฟฟ้า 10 เส้นทาง ซึ่งสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้เคยศึกษาความเหมาะสมไว้ โดยเสนอให้ทำการปรับปรุงทางรถไฟสายแม่กลองเดิม จากสถานีหัวลำโพงไปยังอำเภอมหาชัยจังหวัดสมุทรสาคร ระยะทางในช่วงนี้ 38กิโลเมตร และและจะสามารถเชื่อมต่อไปยังจังหวัดสมุทรสงครามที่สถานีปากท่อในระยะต่อไป

ทั้งนี้ในการศึกษาฯ ของ สนข. ได้แบ่งความต้องการออกเป็น 2 ส่วน คือ แผนการพัฒนาทางรถไฟให้เชื่อมต่ออย่างสมบูรณ์จากหัวลำโพงถึงมหาชัยก่อน และอีกส่วนหนึ่ง คือ การพัฒนาศูนย์คมนาคมขนส่งตากสินเพื่อเป็นการขยายเขตการให้บริการรถไฟชานเมืองและระบบขนส่งมวลชน โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงหัวลำโพง &amp;ndash; มหาชัย จะเป็นรถไฟฟ้าชานเมืองที่มีรูปแบบ (Commuter Train) มีระบบจ่ายไฟเหนือหัว (Catenary) สามารถทำความเร็วได้สูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่าระบบจ่ายไฟรางสาม (Third Rail) ที่ใช้กันอยู่ในโครงข่ายของรถไฟฟ้าในเขตเมืองที่ทำความเร็วสูงสุดได้แค่ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจึงมีความเหมาะสมที่จะเป็นรถไฟชานเมือง และสามารถต่อระยะทางให้ยาวขึ้นได้

อย่างไรก็ตามยืนยันว่าโครงการดังกล่าวยังอยู่ในแผนงานของ รฟท. และจะดำเนินการของบประมาณประจำปี 2563 จ้างที่ปรึกษาทบทวนแบบรายละเอียดและจัดทำเอกสารประกวดราคา วงเงิน 90 ล้านบาท เพื่อดำเนินการออกแบบการก่อสร้างใหม่ในส่วนเฉพาะที่มีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) แต่อาจจะปรับแผนการดำเนินงานโดยออกแบบเป็นอุโมงค์ลอดแม่น้ำเจ้าพระยาเชื่อมต่อระหว่างหัวลำโพง - วงเวียนใหญ่ก่อน และก่อสร้างเป็นทางวิ่งระดับดินและยกระดับตั้งแต่วงเวียนใหญ่ - มหาชัย โครงการดังกล่าวจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการเชื่อมต่อโครงข่ายโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงสะพานตากสิน - บางหว้า โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ ตลอดจนบริเวณวงเวียนใหญ่ และเชื่อมต่อโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่แยกท่าพระได้ อันเป็นผลทำให้มีโครงข่ายที่สมบูรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22407</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ, เร่งก่อสร้างรถไฟฟ้า, โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงส่วนต่อขยาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181023/image_big_5bce8dfa86e08.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2018 22:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2018 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมคิดบี้งานคมนาคมสั่งเร่งเปิดประมูลโครงการก่อนเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สมคิด&amp;rdquo; ตรวจคมนาคม จี้เร่งเปิดประมูลทุกโครงการ ย้ำ 7-8 เดือน ก่อนเลือกตั้ง จี้ บินไทยประชุมบอร์ด ครั้งหน้า เรื่องตั้ง ดีดี เตรียมชง ครม.ซื้อเครื่องบินใหม่ 23 ลำ &amp;ldquo;อาคม&amp;rdquo;ติง ทอท.เน้นพัฒนาสนามบินรองรับบริการผู้โดยสาร อย่าเน้นแต่เชิงพาณิชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานในโครงการของกระทรวงคมนาคม ว่า ได้มาติดตามเร่งรัดให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการ โครงการต่าง ๆเพื่อให้ทุกอย่างกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี ที่ผ่านมาคมนาคมเร่งขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทุกอย่างเริ่มเคลื่อนตัวและความมั่นใจเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ให้ช่วยเร่งรัดการทำงานเพื่อให้ 7-8 เดือนที่เราจะมีการเลือกตั้งในปี 2562 ให้เป็นการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์มากที่สุด เป้าหมาย ต้องไม่ให้มีการดีเดย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้สั่งการให้กรมทางหลวง (ทล.) เร่งเปิดประมูล โครงการต่าง ๆ เช่น โครงการก่อสร้างที่เกี่ยวเนื่องกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โครงการมอเตอร์เวย์โดยเฉพาะเส้นทางบางใหญ่-บ้านโป่ง ที่ยังล่าช้า ที่ยังติดปัญหาด้านกฎหมายได้สั่งให้รีบเคลียร์เพื่อการจัดซื้อจัดจ้างจะได้เริ่มเกิดขึ้น ส่วนกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ให้นำโครงการสร้างทางส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวภาคใต้ &amp;ldquo;ไทยแลนด์ ริเวียร่า&amp;rdquo;นำเข้ามาอยู่ในแผนดำเนินงานงบประมาณปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการในความรับผิดชอบของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทาง กทม.-หัวหิน และโครงการรถไฟทางคู่ &amp;nbsp;ให้ รฟท.ศึกษาเพิ่มเส้นทางเชื่อมไปยังสุราษฎร์ธานี ส่วนเส้นทางรถไฟเพื่อการท่องเที่ยวไปยังเมืองรองให้เพิ่มเส้นทางไปภาคเหนือและภาคตะวันออก ส่วนการโอนย้าย 4 สนามบินของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) มายังบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.นั้น ให้เร่งดำเนินการให้เสร็จปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด กล่าวว่า ส่วนบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ให้เร่งประชุมเพื่อเลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานบอร์ดการบินไทยคนใหม่ เนื่องจากกระทรวงการคลังเสนอชื่อให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส อธิบดีกรมสรรพากร เป็นประธานบอร์ดการบินไทย รวมถึงผู้ผ่านการสรรหาตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี ) การบินไทยคนใหม่ ก็ให้การบินไทยเร่งดำเนินการเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)ทอท.นั้น หลังรับมอบ 4 ท่าอากาศยานของกรมท่าอากาศยาน ( ทย.) ไปบริหารจัดการ ที่ประกอบไปด้วย ท่าอากาศยานอุดรธานี ท่าอากาศยานแม่สอด ท่าอากาศยานชุมพร และท่าอากาศยานสกลนคร โดยเร่งรัดให้ออกร่างเอกสารประกวดราคา (TOR)และเปิดประมูลให้ได้ภายในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่า จะเร่งรัดหลายโครงการ ซึ่งมั่นใจว่าระหว่างเดือนสิงหาคมถึงตุลาคมจะมีหลายโครงการที่ถูกนำเข้าเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ทั้งโครงการรถไฟทางคู่ 9 เส้นทางใหม่ที่จะนำเสนอครบทั้ง 9 เส้นทางภายในปีนี้&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามในส่วนการบินไทยที่จะอนุมัติการจัดซื้อเครื่องบินใหม่ 23 ลำเข้ามาทดแทนเครื่องบินเดิมในฝูงบินที่ปัจจุบันที่การบินไทยมีอยู่ 105 ลำ วงเงินประมาณ 100,000 ล้านบาท ระหว่างปี 2561-2564 ซึ่งคาดว่าจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เดือนสิงหาคมก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.)เดือนกันยายนปีนี้ โดยโครงการดังกล่าวการบินไทยจะกำหนดแบบของเครื่องบินให้ตรงต่อความต้องการใช้งาน รวมถึงในอนาคตการบินไทยยังมีแผนการจะเช่าเครื่องบินเพิ่ม นอกจากนี้ได้กำชับให้การบินไทยเดินหน้าแผนในเรื่องของศูนย์บริการซ่อมบำรุงอากาศยาน(MRO)ที่ได้ร่วมทุนกับบริษัทแอร์บัสให้เป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนของการรับโอนย้ายสนามบินจาก กรมท่าอากาศยาน(ทย.) จำนวน 4 สนามบินคือ สนามบินตาก ,อุดรธานี,ชุมพร,สกลนคร มาอยู่ในความรับผิดชอบ ทอท.นั้น มองว่า การดำเนินการก็เป็นไปตามขั้นตอนแต่อยากให้ ทอท. ดำเนินการพัฒนาสนามบินให้มีศักยภาพ เน้นในเรื่องของ ความสะดวกสบาย และความสะอาดในการให้บริการผู้โดยสารที่มาใช้บริการ &amp;nbsp;มากกว่าเน้นไปเรื่องของการพัฒนาเชิงพาณิชย์ เรื่องนี้ต้องเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค &amp;nbsp;ซึ่งหากจะเปรียบเทียบระหว่างสนามบินที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ทย. กับ ทอท.จะเห็นได้ว่าแม้ ทย.จะมีการพัฒนาขยายสนามบินแต่ศักยภาพการบริการผู้โดยสารก็ได้รับความสะดวกสบายด้วย &amp;nbsp;รวมถึงการดำเนินงานเป็นไปตามแผน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการกรรมการผู้อำนวยการ ใหญ่บริษัทการบินไทย กล่าวว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้การบินไทยเร่งดำเนินการแผนลงทุนตามเป้าหมายที่ได้วางเอาไว้ทั้งเรื่องงานเพิ่มคุณภาพบริการและพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงเป็นต้น โดยเฉพาะแผนลงทุนจัดซื้อเครื่องบินใหม่ 23 ลำ วงเงินลงทุน 1 แสนล้านบาท โดยขณะนี้การบินไทยอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมของประเภทเครื่องบินไปพร้อมกับเจรจาเอกชนผู้ผลิต คาดว่าจะสามารถจัดซื้อได้ทั้งหมดภายในปีนี้ มีระยะเวลาการส่งมอบ 2-3 ปี เบื้องต้นคาดว่าจะแบ่งประเภทเครื่องบินเป็นดังนี้ 1.เครื่องขนาดลำตัวกว้าง(Wide body) 13 ลำ 2.เครื่องบินขนาดปกติ 10 ลำ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13245</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมท่าอากาศยาน, กระทรวงคมนาคม, ซื้อเครื่องบินใหม่, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, เร่งก่อสร้างรถไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180711/image_big_5b46256e98a76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
