<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกิน2หมื่น3วัน! ไทยรั้งอันดับ39</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุบสองสถิติอีก! ติดเชื้อทะลุ 2 หมื่นสามวันติด ดับ 191 ราย ขณะที่ยอดหายป่วยสูงกว่าอยู่ที่ 22,179 ราย เจอคลัสเตอร์ใหม่ 5 แห่ง สธ.ชี้ตรวจ ATKเป็นบวกเข้าระบบได้เลย ก่อนตรวจ RT-PCR คู่ขนาน กทม.ปรับแผนสู้โควิด เร่งฉีดวัคซีน 25 จุด บี้ทุก รพ.ขยายรับผู้ป่วยเหลือง-แดง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ประจำวันว่า &amp;nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 21,379 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 20,885 ราย มาจาก ระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 16,812 ราย, มาจากการค้นหาเชิงรุก 4,073 ราย, &amp;nbsp;มาจากเรือนจำ 484 ราย, เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 10 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 714,684 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 22,179 ราย หายป่วยสะสม 495,904 ราย อยู่ระหว่างรักษา 212,926 ราย อาการหนัก 4,999 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 1,038 ราย และมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 191 ราย เป็นชาย 115 ราย หญิง 76 ราย อยู่ใน กทม.มากที่สุด 100 ราย เสียชีวิตที่บ้าน 2 ราย อยู่ที่ จ.ฉะเชิงเทราและอุบลราชธานีจังหวัดละ 1 ราย ทำให้ขณะนี้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 5,854 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ กทม. 4,700 ราย, สมุทรสาคร 1,355 ราย, สมุทรปราการ 1,336 ราย, &amp;nbsp;ชลบุรี 1,325 ราย, นนทบุรี 716 ราย, &amp;nbsp;ปทุมธานี 552 ราย, ฉะเชิงเทรา 527 ราย, &amp;nbsp;นครปฐม 476 ราย, สระบุรี &amp;nbsp;427 ราย, &amp;nbsp;อุบลราชธานี 358 ราย มีคลัสเตอร์ใหม่ 5 แห่ง ประกอบด้วย บริษัทผลิตเหล็กหล่อ อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร พบผู้ติดเชื้อ 16 ราย, โรงงานยางในรถ อ.เมืองฯ จ.ชลบุรี 17 ราย, บริษัทก่อสร้าง อ.ปลวกแดง จ.ระยอง 15 ราย, บริษัทพืชสวน อ.เมืองฯ จ.ราชบุรี 40 ราย, โรงงานสับปะรดกระป๋อง อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ 64 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตัวเลขการติดเชื้อของไทยจำนวน 21,379 ราย ทำให้เว็บไซต์ www.worldometers.info/coronavirus/ ซึ่งเป็นเว็บรวบรวมข้อมูลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก จัดอันดับจำนวนผู้ติดเชื้อของโลกอยู่ที่ 39 จาก 220 ประเทศและดินแดนที่มีผู้ติดเชื้อ โดยมีผู้ติดเชื้อสะสมที่ 714,684 ราย รักษาหายแล้ว 495,904 ราย และเสียชีวิตสะสม 5,854 ราย โดยอันดับที่ 38 คือสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีผู้ติดเชื้อ 722,801 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ยอดผู้ได้รับวัคซีนของประเทศไทย วันที่ 5 ส.ค. จำนวน 670,834 โดส โดยเป็นการฉีดเข็มสาม 175,190 โดส ทำให้มียอดฉีดวัคซีนสะสม จำนวน 19,632,537 โดส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ แถลงข่าวการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีผลการตรวจแอนติเจนเทสต์คิต (ATK) เป็นบวก ด้วยระบบการแยกกักที่บ้าน (Home Isolation) ว่ากระบวนการหากผู้ที่มีผลตรวจ ATK เป็นผลบวก โดยความจำเพาะของการตรวจจะให้ผลบวกลวงประมาณ 3-5% ทางระบาดวิทยาตกลงกันว่าเป็นผู้ติดเชื้อเข้าข่าย เพื่อไม่ให้เป็นการหน่วงรั้งการรักษา หากตรวจ ATK แล้วผลบวก ไม่ต้องทำ RT-PCR โดยผู้ติดเชื้อเซ็นใบยินยอมสามารถแยกกักที่บ้านหรือเข้าศูนย์พักคอยชุมชน (Community isolation) ได้เลย ขณะเดียวกัน จะมีการทำ RT-PCR คู่ขนานกันไป ย้ำให้สถานพยาบาลรับสวอบหน้างาน แต่ให้แยกออกจากผู้ติดเชื้อรายอื่นให้มากที่สุด เพราะยังเป็นผู้ติดเชื้อเข้าข่ายไม่ใช่ผู้ติดเชื้อยืนยัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า ประชาชนสามารถตรวจหาเชื้อโควิด-19 ได้ 3 ช่องทาง ได้แก่ 1.สถานพยาบาล ที่อาจตรวจด้วย ATK หรือ RT-PCR โดยทางโรงพยาบาล​ที่ตรวจจะรับเคสผู้ติดเชื้อเข้าข่ายเข้ารักษาเอง 2.การตรวจเชิงรุก เช่น ทีมแพทย์ชนบท ทีม CCRT ซึ่งส่วนใหญ่ขึ้นทะเบียนผู้ป่วยไว้เลย สปสช.จะเก็บข้อมูลเพื่อจับคู่กับคลินิกชุมชนอบอุ่น หรือ รพ. &amp;nbsp;หรือศูนย์บริการสาธารณสุขกรุงเทพฯ เพื่อทำการแยกกักที่บ้านหรือเข้าศูนย์พักคอยในชุมชน และ 3.ผู้ที่ตรวจหาเชื้อด้วยตัวเองด้วยชุดตรวจ ATK ตอนนี้หากใช้ชุดตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์รับรอง และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขึ้นทะเบียนแล้ว เมื่อเป็นผลบวกให้ถ่ายภาพผลตรวจ และโทร.ไปที่สายด่วน สปสช. 1330 ที่ขยายเพิ่มถึง 3,000 คู่สายแล้ว หรือแอดไลน์บัญชีทางการผ่านคิวอาร์โค้ด เพื่อกรอกข้อมูลลงทะเบียน และรอการจับคู่สถานพยาบาล ซึ่งขณะนี้จะตอบรับภายใน 48 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการปรับแผนจัดตั้งจุดให้บริการตรวจคัดกรองเชิงรุกโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า จากเดิมที่มีการออกหน่วยคัดกรองเชิงรุกกระจายหมุนเวียนให้บริการประชาชนตามจุดต่างๆ จะปรับการออกหน่วยให้บริการ โดยจะจัดตั้งเป็น 6 จุดคัดกรองหลัก ในพื้นที่ 6 กลุ่มเขต และจะให้บริการตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค.นี้เป็นต้นไป ประกอบด้วย 1.กลุ่มกรุงเทพกลาง ณ ลานกีฬาพัฒน์ 2. ถนนพระราม 6 เขตราชเทวี 3.กลุ่มกรุงเทพตะวันออก ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา เขตมีนบุรี 5.กลุ่มกรุงธนเหนือ ณ ใต้สะพานพระราม 8 เขตบางพลัด และ 6.กลุ่มกรุงธนใต้ ณ ตลาดบางแคภิรมย์ เขตบางแค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นพ.สุขสันต์ กิตติศุภกร ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ และ พญ.ป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย แถลงว่า ช่วงเดือน ส.ค.นี้มีการคาดการณ์ผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก ซึ่ง กทม.ดำเนินการ 3 เรื่องคือ 1.ลดอัตราการเคลื่อนไหวของคนตามมาตรการที่ ศบค.ออกมา 2.ปรับการรองรับสถานการณ์ เพิ่มศักยภาพของสถานพยาบาล ทุกโรงพยาบาลให้รับผู้ป่วยสีเหลืองและสีแดงทั้งหมด ส่วนผู้ป่วยสีเขียวให้ทำ Home Isolation : HI หรือนำเข้าศูนย์แยกกักในชุมชน (Community Isolation : CI) หรือศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อของกทม. ปัจจุบันมี 65 แห่ง รับได้ 8,625 เตียง และปรับเป็นศูนย์พักคอยกึ่งโรงพยาบาลสนาม (Community Isolation plus : CI plus) จำนวน 7 แห่ง รับได้ 1,036 เตียง นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มศูนย์พักคอยชุมชน โดยนำร่องศูนย์พักคอยชุมชนขนาดเล็ก 6-50 เตียง (Semi Community Isolation) จำนวน 19 แห่ง รับได้ 462 เตียง และศูนย์พักคอยในชุมชนขนาดกลาง ดูแลโดยชุมชนหรือผู้นำศาสนา เริ่มที่เขตกรุงธนใต้ 2 แห่ง รับได้ 660 เตียง ทั้งนี้ให้ทุกเขตดูความพร้อมจัดตั้งเพิ่ม สำหรับการลงพื้นที่ตรวจเชิงรุกโดยทีม CCRT ใน 2-3 สัปดาห์ ได้ลงไปแล้ว 2,271 ชุมชน มีผู้รับบริการรวมกว่า 118,000 ราย และจะเจาะไปในพื้นที่บ้านประชาชนทั่วไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.เร่งฉีดวัคซีน โดยในเดือนนี้ได้รับจัดสรรวัคซีนมาฉีดใน 25 จุดฉีด ซึ่งจะเริ่มฉีดสัปดาห์แรกในวันที่ 7-10 ส.ค. ฉีดได้วันละกว่า 40,000 โดส รวมถึงเร่งฉีดวัคซีนให้กับผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์ด้วย โดยสัปดาห์ที่ 1-3 จะได้รับ 175,000 โดส และสัปดาห์ที่ 4 ได้ 225,000 โดส ส่วนอีก 500,000 โดส แบ่งเป็นระบบหมอพร้อมฉีดในโรงพยาบาล 132 แห่ง 174,000 โดส, เข็มสอง 57,000 โดส และอีก 269,000 โดสใช้ในการป้องกันการระบาด โดยทีม CCRT ฉีดให้กลุ่ม 608 และในพื้นที่เสี่ยง ส่วนวัคซีนไซเฟอร์จะฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ โดยจะต้องเร่งฉีดให้เร็วใน 1 เดือน เนื่องจากข้อจำกัดในเรื่องอุณหภูมิการเก็บรักษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถานว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 484 ราย (พบในเรือนจำสีแดง 419 ราย และพบในห้องแยกกักโรคผู้ต้องขังรับใหม่ 65 ราย) รักษาหายเพิ่ม 181 ราย เสียชีวิต 1 ราย รวมมีผู้ติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 7,334 ราย (กลุ่มสีเขียว &amp;nbsp;83.5%, สีเหลือง 16.1% และสีแดง 0.4%) เป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร 473 ราย ปริมณฑล 2,227 ราย และต่างจังหวัด 4,634 ราย ทั้งนี้ พบเรือนจำสีแดงที่แพร่ระบาดเพิ่ม 1 แห่ง คือ ทัณฑสถานหญิงชลบุรี ส่งผลให้มีเรือนจำสีแดงรวมทั้งสิ้น 34 แห่ง, เรือนจำสีขาวที่ไม่พบการระบาดลดลงเหลือ 102 แห่ง และสิ้นสุดการระบาดแล้วจำนวน 6 &amp;nbsp;แห่ง มีผู้ติดเชื้อรักษาหายสะสม 41,240 ราย หรือ 83.8% ของผู้ติดเชื้อสะสม 49,221 ราย เสียชีวิตสะสมรวม 67 ราย คิดเป็นอัตรา 0.1% ของผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ที่สำนักงาน ป.ป.ช. พบแม่บ้านติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 1 คน ซึ่งทำงานอยู่อาคาร 1 ชั้น 4 ซึ่งเป็นชั้นที่มีห้องทำงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ทั้ง 9 คน และยังเกี่ยวข้องกับห้องประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ด้วย ดังนั้น พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงได้สั่งงดประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในช่วงสุดสัปดาห์นี้เป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันพุธ-ศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อให้มีการพ่นยาฆ่าเชื้อ และจะเริ่มประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.กันอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 9 ส.ค. ทั้งนี้ ได้ให้เจ้าหน้าที่จากแล็บมาตรวจหาเชื้อให้กับกรรมการ ป.ป.ช. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกคนแล้ว โดยทั้งหมดมีผลเป็นลบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประชุมหน่วยงานความมั่นคง ร่วมกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน, พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม, พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดน ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ความเสี่ยงชายแดนในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีแนวโน้มรุนแรง โดยได้สั่งการให้ฝ่ายปกครอง ทหาร และตำรวจ รวมทั้งกระทรวงแรงงาน ประสานการทำงานร่วมกับกระทรวงต่างประเทศ ติดตามสถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด โดยให้ผนึกกำลังร่วมเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดนและตรวจตราพื้นที่ชั้นใน บังคับใช้กฎหมายเข้มงวด เพิ่มมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย &amp;nbsp;ควบคู่ไปกับมาตรการป้องกันและควบคุมโรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ด่านพรมแดนไทย-เมียนมา 2 (แม่สอด-เมียวดี) บ้านวังตะเคียนใต้ หมู่ที่ 7 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จังหวัดตาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมว่า จะรณรงค์ให้ประชาชนปลูกสมุนไพรประเภทฟ้าทะลายโจรในพื้นที่ ส.ป.ก.ทั่วประเทศกว่า 40 ล้านไร่ และผลิตฟ้าทะลายโจรแจกประชาชนทุกหมู่บ้านทุกตำบล เพื่อเป็นการรักษาเบื้องต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112449</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุบสองสถิติอีก, ปรับแผนสู้โควิด, รพ.ขยายรับผู้ป่วยเหลือง-แดง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจอคลัสเตอร์ใหม่, เชื้อไวรัสโคโรนา 2019, เร่งฉีดวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610c8b373eb71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2021 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2021 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซีพีร่อนแถลงการณ์กระตุ้นรัฐ นำเข้า &#039;วัคซีน&#039; หลายยี่ห้อ ย้ำไม่มีส่วนกับซิโนแวค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงวิกฤตโควิด-19 วันนี้ (10 กรกฎาคม 2564) จำนวนผู้ติดเชื้อสูงสุดเป็นประวัติการอีกครั้ง ในฐานะภาคเอกชน เครือเจริญโภคภัณฑ์ คำนึงถึงประเด็นที่มีความสำคัญต่อสถานการณ์ปัจจุบันที่ภาครัฐควรบริหารจัดการอย่างเร่งด่วนสองเรื่อง เรื่องแรกคือ การจัดหา &amp;quot;วัคซีนที่หลากหลาย&amp;quot; และเพียงพออย่างรวดเร็ว เรื่องที่สองคือ &amp;quot;ยารักษาผู้ติดเชื้อ&amp;quot; ซึ่งต้องมีอย่างเพียงพอกับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ การแจกจ่ายยาต้องมีกระบวนการที่รวดเร็ว ลดขั้นตอน ผู้ป่วยทุกคนควรเข้าถึงยาตั้งแต่มีอาการเริ่มต้น และสื่อสารต่อประชาชนให้มีความชัดเจน

&amp;nbsp;

ตามที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้มีแถลงการณ์ชี้แจงเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 ว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสั่งซื้อวัคซีนซิโนแวคของรัฐบาลทั้งทางตรงและทางอ้อม อย่างไรก็ดี ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ยังคงมีกลุ่มบุคคล เผยแพร่ข่าวสารที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสังคมอย่างกว้างขวางว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ มีผลประโยชน์แอบแฝงต่อการบริหารจัดการวัคซีนของรัฐบาล ทั้งนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ขอยืนยันอีกครั้งว่า การจัดซื้อวัคซีนซิโนแวคเป็นแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล (G2G) เท่านั้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับซีพีทั้งทางตรงและทางอ้อม นอกจากนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ยังสนับสนุนแนวทางการนำเข้าวัคซีนทางเลือก เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่แก่ประชาชน และนำมาซึ่งการกลับมาสู่วิถีชีวิตปกติให้รวดเร็วที่สุด

&amp;nbsp;

นาย ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า&amp;nbsp; เครือมีความมุ่งมั่นที่จะฝ่าวิกฤตโควิด ไปกับคนไทยทั้งประเทศ พร้อมผนึกกำลังกับทุกภาคส่วนให้ประเทศและระบบเศรษฐกิจของประเทศผ่านพ้นสถานการณ์โควิดไปได้ ในช่วงที่ผ่านมาเครือเจริญโภคภัณฑ์ มีการสนับสนุนด้านเสบียงอาหาร เครื่องดื่ม ตลอดจนระบบสื่อสาร ให้กับโรงพยาบาลถึง 2,000 โรงพยาบาล และจะทำอย่างต่อเนื่องต่อไป ตลอดจนพร้อมดูแลพนักงานในเครือเพื่อลดภาระภาครัฐ นอกจากนี้ยังยืนยันที่จะลงทุนต่อเนื่องเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทย และนักลงทุนต่างชาติ โดยเครือซีพีมีความมั่นใจในศักยภาพของประเทศ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ว่าเราจะผนึกกำลังกัน เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ในทุกๆ ภาคส่วน ทั้งนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้รับผลกระทบที่หนักไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน สุดท้าย เราทุกคนต้องปรับตัว การปรับตัวของคนไทยทั้งประเทศ เป็นการสร้างความแข็งแกร่งใหม่ ถ้าเรายังช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และมีความหวัง มีความมุ่งมั่น ประเทศไทยย่อมผ่านวิกฤตินี้ไปได้ด้วยดี
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109237</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มซีพี, ซิโนแวค, ยารักษาโควิด, เร่งฉีดวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210710/image_big_60e9392948157.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103638</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ภูเก็ต’เร่งฉีด ให้ได้3.1แสน เปิดท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; โควิดปากน้ำลด ป่วยใหม่ 61 ราย เสียชีวิต 1 คน ตลาดสดหาดใหญ่ผวาคลัสเตอร์ใหม่หลังแม่ค้าติดเชื้อ ภูเก็ตลุยเร่งฉีดวัคซีนให้ได้ 3.1 แสน ก่อนเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1 ก.ค. นอภ.แม่แจ่มปลื้มแคมเปญลุ้นรับลูกวัวสัปดาห์ละตัวได้ผล คนแห่จองฉีดวัคซีนเพียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม นพ.พรณรงค์&amp;nbsp; ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยสถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่าพบผู้ติดเชื้อจำนวน 61 ราย เป็นผู้ป่วยในพื้นที่จำนวน 43 ราย&amp;nbsp; และโรงพยาบาลเอกชนรับมารักษาต่อในสมุทรปราการ จำนวน 18 ราย เสียชีวิต 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; ราย เป็นชายไทยอายุ 58 ปี ประวัติเสี่ยง เป็นผู้สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน มีโรคประจำตัว ไตวายเรื้อรัง ที่อยู่ขณะป่วย ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ ผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. จนถึงปัจจุบันรวม 4,543 ราย และมีผู้เสียชีวิตสะสม 54 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครราชสีมา พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 7 ราย ส่วนใหญ่ติดเชื้อมาจากการสัมผัสผู้ป่วยรายก่อนหน้า รวมยอดผู้ป่วยระลอกใหม่สะสม 844 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 8 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.มานพ ฉลาดธัญญกิจ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม ได้โพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัวและแชร์ในไลน์กลุ่มต่างๆ ของจังหวัดนครพนมว่า &amp;ldquo;20 พ.ค.2564 จังหวัดนครพนมไม่พบผู้ติดเชื้อโควิดเป็นเวลา 6 วัน COVID 0 TODAY&amp;rdquo; ยอดผู้ป่วยสะสมขณะนี้ยังคงที่ จำนวน 132 ราย และเสียชีวิตสะสม 2 ราย ส่วนโรงพยาบาลสนามทั้งที่ รพ.จิตเวชนครพนมราชนครินทร์ และอำเภอธาตุพนม รวม 2 แห่ง ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว เพราะไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่ม ทั้งนี้ ภายในจังหวัดปลอดเชื้อ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่พบผู้ติดเชื้อที่มาจากกลุ่มสัมผัสเสี่ยงหรือติดกันเองภายในจังหวัดมาเกือบ 2 สัปดาห์ ถ้าไม่มีผู้ติดเชื้อครบ 14 วัน ถือเป็นเขตปลอดภัยสูง ซึ่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนมจะได้มีการผ่อนคลายมาตรการให้คนในพื้นที่ได้กลับมาใช้ชีวิตปกติมากขึ้น สำหรับยอดจองฉีดวัคซีนล่าสุดมีผู้ลงทะเบียนแล้ว 130,021 ราย &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.อำนาจเจริญ นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวผ่านรายการ &amp;ldquo;ผู้ว่าฯ คุยกับประชาชน&amp;rdquo; ทาง สวท.อำนาจเจริญ ว่าผู้ป่วยโควิด 0 ราย และผู้ป่วยยืนยัน 48 ราย ทั้งนี้มีผู้ลงทะเบียนฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้วจำนวน 74,730 คน ส่วนการเลื่อนเปิดเทอม 2564 เป็นวันที่ 14 มิ.ย.นั้น ขอความร่วมมือผู้ปกครอง นักเรียน ที่มีบุตรหลานอาศัยอยู่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงหรือควบคุมสูงสุด ให้นักเรียนกลับมาอยู่ในพื้นที่และกักตัว 14 วัน ตามมาตรการป้องกันโรค เพื่อให้นักเรียนเตรียมความพร้อมก่อนวันเปิดเทอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ชุมชนตำบลพระแก้ว ต.พระแก้ว อ.สังขะ จ.สุรินทร์ นำโดยบ้านแสนกลาง บ้านน้อยพัฒนา บ้านแสนสนุก บ้านหนองการช่าง ทั้งหมด 18 หมู่บ้าน ร่วมรณรงค์ ประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่รณรงค์ให้ข้อมูลในการลงทะเบียนและขั้นตอนการเตรียมความพร้อมฉีดวัคซีนโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.เชียงใหม่ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพียง 8 ราย มีผู้ป่วยสะสมที่ 4,033 รักษาตัวในโรงพยาบาล 396 ราย ในจำนวนนี้อยู่ในโรงพยาบาลสนาม 259 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 18 ราย ส่วนการลงทะเบียนจองฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นเป็น 128,835 ราย หรือประมาณร้อยละ 20 จากโควตา 6 แสนโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญลือ ธรรมานุรักษ์ นายอำเภอแม่แจ่ม เปิดเผยว่า หลังจากผุดแคมเปญ ฉีดวัคซีนโควิด-19 ลุ้นรับลูกวัว ทุกสัปดาห์ ได้รับผลตอบรับดีมาก ทำให้ประชาชนสนใจลงทะเบียนฉีดวัคซีนกันมากขึ้น โดยเฉพาะวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ลงทะเบียนฉีดวัคซีนมากถึง 4,500 คน ซึ่งการจับสลากลูกวัวนั้น ไม่ใช่เป็นการใช้สิ่งของล่อใจ แต่เป็นการให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม และผ่อนคลาย ทั้งการฉีดวัคซีนและการลุ้นโชครับลูกวัวไปเลี้ยงเป็นอาชีพเสริม ขณะนี้มีผู้ใจบุญบริจาคเงินมาให้ซื้อลูกวัวแล้ว 7 ตัว คาดว่าจะสามารถใช้แจกได้ 2 เดือน เพราะจับแจกสัปดาห์ละ 1 ครั้ง นอกจากนี้ยังมีการผุดแคมเปญทำบุญ &amp;quot;ร่วมไถ่ชีวิตโค ชาวบ้านได้เลี้ยง ท่านได้บุญ แม่แจ่มวัคซีน 100% แจกผู้รับการฉีดวัคซีนสัปดาห์ละ 1 ตัว&amp;quot; ด้วย ซึ่งผู้ใจบุญสามารถโทร.มาสอบถามการทำบุญได้ที่ 08-1867-1253 ยังมีการแจกเอี๊ยมกันเปื้อนที่มีการสกรีนคำว่า &amp;quot;แม่แจ่มวัคซีน 100% เราจะรอดไปด้วยกัน 2021&amp;quot; ให้กับพ่อค้าแม่ค้าทุกคนที่ลงทะเบียนฉีดวัคซีนทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมสถานที่รับฉีดวัคซีนนอกสถานที่ว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ของจังหวัดสามารถควบคุมได้แล้ว เริ่มจะไม่มีผู้ป่วยเพิ่ม สัดส่วนของผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วกับที่ยังคงรักษาตัวอยู่เพียง 19 รายเท่านั้น ส่วนจำนวนผู้ที่แจ้งความประสงค์ของฉีดวัคซีนขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 240,000 คน ซึ่งตนเองได้ให้นโยบายว่าจะต้องเร่งฉีดกลุ่มเสี่ยงให้ได้มากที่สุดก่อน ส่วนแผนการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมนั้น ได้ให้นโยบายว่าควรจะใช้แบบโมบายยูนิต คือ กลุ่มผู้ประกอบการขนาดใหญ่ที่มีการจองฉีดจำนวนมาก และมีผู้ที่ไม่สะดวกในการเดินทางมาสถานพยาบาลด้วย ให้ไปหาจุดหรือสถานที่ที่เหมาะสมใช้เป็นจุดฉีดวัคซีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตลาดสดหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอหาดใหญ่ และสาธารณสุขเทศบาลนครหาดใหญ่ ได้ลงพื้นที่ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มเสี่ยงซึ่งเป็นพ่อค้าแม่ค้าในตลาดและชาวบ้านที่อยู่รอบๆ ตลาด หลังจากมีแม่ค้าขายมะพร้าวขูดในตลาดสดติดเชื้อโควิด 1 ราย ซึ่งติดจากหลานที่เดินทางกลับมาจาก กทม. จึงห่วงว่าอาจจะเป็นคลัสเตอร์ใหม่ โดยมีพ่อค้าแม่ค้าชาวบ้านมาลงทะเบียนตรวจหาเชื้อกว่า 200 คน ส่วนภาพรวมสถานการณ์ของจังหวัด พบผู้ติดเชื้ออีก 28 คน รวมยอดสะสม 1,127 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการด้านอำนวยการเพื่อเตรียมการเปิดเมืองเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในวันที่ 1 ก.ค. (Phuket Tourism sandbox) ว่ารัฐบาลให้จังหวัดภูเก็ตนำร่องเตรียมความพร้อมการเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในวันที่ 1 ก.ค.นี้ โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติซึ่งได้รับวัคซีนครบโดส และมีผลตรวจโควิด บินตรงเข้าภูเก็ตและตรวจเชื้อเมื่อเดินทางมาถึงโดยไม่ต้องกักตัวและต้องอยู่ในภูเก็ตหรือพื้นที่นำร่องอย่างน้อย 7 คืนก่อนออกเดินทางไปยังพื้นที่อื่นๆ ใช้มาตรการป้องกันควบคู่ เช่น Vaccine Certificate และแอปพลิเคชันแจ้งเตือน ทั้งนี้ จะเน้นการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้คนภูเก็ต ซึ่งเริ่มตั้งแต่ 22 เม.ย.เป็นต้นมาจนถึงเดือน พ.ค.นี้ เริ่มฉีดรอบ 2&amp;nbsp; โดยรอบแรก 2 แสนโดส รอบสองอีก 2 แสนโดส โดยที่ประชุมจึงหาแนวทางเร่งรัดฉีดวัคซีนให้แก่กลุ่มเป้าหมายจำนวน 3.1 แสนคน ต้องทำเชิงรุกให้ท้องถิ่นกำนันผู้ใหญ่บ้านไปเคาะประตูบ้านกระตุ้นให้ประชาชนมาฉีดวัคซีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต กล่าวว่า ตามแผนการฉีดวัคซีน 18-31 พ.ค. ฉีดซิโนแวค 2 แสนโดส ใน 6 จุด จากนั้น 1-10 มิ.ย. ฉีดแอสตร้าเซนเนก้า 15,000 คน รวมที่นัดผู้สูงอายุ จะฉีดวันที่ 7-9 มิ.ย.จากนั้นเข็ม 2 ซิโนแวค 11-24 มิ.ย. วันละกว่า 10,000 คน ทั้งนี้ ภายในต้น ก.ค.นี้ คนภูเก็ตเกิน 70% ที่รับวัคซีนจะรองรับนักท่องเที่ยวเข้ามาได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103638</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ฉีดวัคซีน, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด, ภูเก็ตเร่งฉีดวัคซีน, วัคซีนโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ, เร่งฉีดวัคซีน, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a6779b07f3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งฉีดวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19 รอบหน้า สาหัสจริงๆ เจ้าเชื้อร้ายแทรกซึมไปทุกวงการ และส่งผลถึงชีวิตและทรัพย์สินอย่างใหญ่หลวง และตอนนี้ผ่านมา 1 เดือนเต็มๆ แล้ว ยังไม่สามารถควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ให้ลดลงได้ และยังมีคลัสเตอร์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และสิ่งที่รัฐบาลจะต่อสู้กับการระบาดในครั้งนี้ได้ ก็คือ วัคซีน ซึ่งประเทศไทยก็ยังถือว่าล่าช้า สำหรับการฉีดวัคซีน ทั้งในเรื่องการจัดหาวัคซีน และการสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน ส่งผลให้การเปิดให้ลงทะเบียนรับวัคซีนผ่าน&amp;nbsp; &amp;#39;หมอพร้อม&amp;#39; ต้องเรียกว่าพลาดเป้าอย่างถล่มทลาย เพราะมีคนที่แสดงความจำนงเพียง 1.6 ล้านคน จากเป้าหมาย 16 ล้าน เป็นอย่างน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่งผลให้ทางภาครัฐต้องปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ และประกาศให้การฉีควัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งทุกองคาพยพ จะต้องร่วมกันขับเคลื่อน เพราะเห็นได้ชัดเจนว่า เชื้อโรค ศัตรูตัวร้าย มันแทรกซึม และขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว ปิดตรงนี้ โผล่ตรงนั้น ปิดตรงนั้นโผล่ตรงนี้ ดังนั้นวัคซีนซึ่งก็คือ อาวุธ ที่จะต่อกรกับเชื้อโรค ต้องทันกับการแข่งขัน ที่เรียกว่า ต้องกระจายด้วยความเร็วสูงแข่งกับเชื้อโรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี้คือสิ่งที่เห็นการปรับกลยุทธ์ในครั้งนี้ คือ การเปิดให้ผู้ที่เต็มใจฉีด Walk in เข้ามาที่จุดฉีดวัคซีนได้เลย ขณะเดียวกันก็ต้องมีการจัดแบ่งโควตาตามความพร้อมด้วย เพราะแต่ละจังหวัดศักยภาพ และพื้นที่ให้บริการมีไม่เท่ากัน เบื้องต้น&amp;nbsp; นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็ระบุว่า ในเดือน มิ.ย.ไทยน่าจะมีความพร้อมเรื่องของวัคซีนแล้ว ดังนั้นจึงสามารถเปิดบริการฉีดแบบ Walk in ได้ เบื้องต้นจะมีการจัดสรรโควตาการฉีด คือ ในส่วนของการนัดผ่านหมอพร้อม 30% นัดเป็นกลุ่มมาฉีด 50% และ Walk-in 20% ซึ่งคนที่จองก็จะได้รับวัคซีนก่อน ซึ่งการแจ้งแบบนี้ ก็ถือเป็นกติกาที่ทราบทั่วกันว่า คนที่ไม่ได้นัด อยากฉีดก็ต้องรอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แน่นอนรัฐบาลเหมือนต้องแข่งกับเวลา เพราะเชื้อโรคก็ปรับตัวได้เร็วๆ และมีสายพันธุ์ใหม่ๆ เตรียมที่จะเข้ามาระบาดได้ตลอดเวลา ซึ่งหากยืดเยื้อจะเสียทั้งทรัพยากร, บุคลากร, งบประมาณ และอื่นๆ อีกมาก รวมถึงจะเป็นตัวชี้วัดถึงเศรษฐกิจ และปัญหาปากท้อง ต่อไปในอนาคตได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี (ttb analytics)&amp;nbsp; มองโจทย์ท้าทายในขณะนี้คือ ทำอย่างไรให้ยอดผู้ติดเชื้อลดลงได้เร็ว ขณะเดียวกันสามารถทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นกลับสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนึ่งในแนวทางที่น่าสนใจในการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ให้ดียิ่งขึ้นคือ แนวทางการกระจายวัคซีนเชิงรุก (Targeted Approach) แก่ประชากรที่เหมาะสม โดยอาศัยปัจจัยการเคลื่อนไหว (Mobility) เป็นตัวแปรหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทาง ttb การประเมินรูปแบบการกระจายวัคซีนเชิงรุก โดยอาศัยเกณฑ์การเคลื่อนไหว (Mobility) สามารถแบ่งกลุ่มผู้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 ตามลักษณะพฤติกรรมการพบปะผู้คนและการเดินทาง ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่ม High Mobility จำนวน 20.2 ล้านคน ประกอบไปด้วยบุคลากรทางการแพทย์ พนักงานขาย พนักงานขนส่ง พนักงานบริการ และพนักงานโรงงาน จัดเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงและโอกาสที่จะติดเชื้อหรือแพร่เชื้อสูง 2) กลุ่ม Medium Mobility จำนวน 6.9 ล้านคน เป็นกลุ่มของพนักงานออฟฟิศ ซึ่งปัจจุบันบริษัทให้พนักงานส่วนหนึ่งทำงานที่บ้าน (Work from home) สามารถลดความหนาแน่นในที่ทำงานได้ และ 3) กลุ่ม Low Mobility จำนวน 39.3 ล้านคน ได้แก่ ผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยหากเร่งสปีดฉีดวัคซีนวันละ 5 แสนโดส จะทำให้แนวโน้มยอดผู้ติดเชื้อลดลงในอัตราเร่ง และเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้ โดยยอดผู้ติดเชื้อ ณ เดือนธันวาคม มีจำนวนต่ำกว่า 100 คนต่อวัน ซึ่งส่งผลให้ความสูญเสียทางเศรษฐกิจในภาคการค้าและบริการอยู่ที่ 5.63 หมื่นล้านบาท สำหรับกรณีเลือกฉีดกลุ่ม Low mobility ก่อน ซึ่งจะเริ่มทยอยฟื้นตัวในช่วงเดือนตุลาคม 2564 เป็นต้นไป แต่หากเลือกใช้การฉีดเชิงรุกแก่กลุ่ม High Mobility ควบคู่กับฉีดกลุ่มเสี่ยง ความสูญเสียจะน้อยกว่า โดยอยู่ที่ 3.22 หมื่นล้านบาท และกิจกรรมทางเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564 เป็นต้นไป.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; +++++++++++++&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103125</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง, เร่งฉีดวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100266</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บี้อัดฉีด2แสนล้าน เยียวยาเศรษฐกิจ ก่อนจีดีพีเหลือ0%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กกร.ชี้โควิดระลอกใหม่ทุบเศรษฐกิจยาว 3 เดือน&amp;nbsp; หั่นเป้าจีดีพีเหลือ 1.5-3% กระทุ้งรัฐบาลอัดฉีด 2 แสนล้านเยียวยา-เร่งฉีดวัคซีน หวั่น ศก.ฟุบโต 0%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 เมษายน นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย ส.อ.ท.,&amp;nbsp; สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยผลการประชุม กกร. ว่าที่ประชุมมีมติปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทยปี 2564 ลงเหลือ 1.5-3% จากเดิมคาดไว้เติบโต 1.5-3.5% เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเสี่ยงค่อนข้างมากจากการระบาดระลอกใหม่ที่รวดเร็วและรุนแรง กระทบต่ออุปสงค์ในประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการฉีดวัคซีน รวมถึงมาตรการเยียวยากว่า 2 แสนล้านบาทของรัฐบาล หากไม่มีเม็ดเงินเยียวยาเข้ามาอัดฉีดในระบบและการฉีดวัคซีนไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อาจทำให้เศรษฐกิจไทยไม่ขยายตัว หรือมีจีดีพีเติบโตในอัตรา 0% ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปคาดการณ์อยู่ที่ 1-1.2% จากเดิมคาดไว้ที่ 0.8-1%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กกร.ประเมินว่าการระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 3 ในเดือนเม.ย.นี้ คาดว่าจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศอย่างน้อย 3 เดือน โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและกำลังซื้อ เพราะแรงงานในภาคบริการต้องหยุดหรือลดชั่วโมงการทำงาน ดังนั้นรัฐจำเป็นต้องใช้เม็ดเงินที่มีกว่า 2 แสนล้านบาทเข้ามาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อประคับประคองกำลังซื้อในประเทศโดยรวม และขยายระยะเวลามาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ/แรงงานที่ยังคงได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมโรค&amp;rdquo; นายสุพันธุ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมมองแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวชัดเจนขึ้นมาก กกร.จึงปรับประมาณการการส่งออกปีนี้อยู่ที่ 4-6% เพิ่มขึ้นจากเดิมคาดเติบโต 3-5% เพราะมองว่าไทยจะได้รับอานิสงส์จากเศรษฐกิจคู่ค้าที่ขยายตัวดีขึ้น ตามรายงานขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ที่ประเมินปริมาณการค้าโลกปีนี้จะขยายตัวได้ถึง 8% เทียบกับประมาณการครั้งก่อนคาดเติบโต 7.2% ส่งผลดีต่อการผลิตและการส่งออกของไทยที่คาดว่าจะขยายตัวได้ดีกว่าเดิมที่คาดไว้ ขณะที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจและมูลค่าการนำเข้าของคู่ค้าหลักของไทยปีนี้มีทิศทางดีขึ้นกว่าการประเมินครั้งก่อน โดยเฉพาะสหรัฐ จีน และญี่ปุ่น ที่ขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่ง แม้ปัญหาขาดแคลนตู้ขนส่งสินค้าและค่าระวางเรือที่ทรงตัวในระดับสูง รวมถึงต้นทุนราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่อยู่ในระดับสูง ยังเป็นแรงกดดันสำคัญต่อความสามารถของผู้ส่งออกของไทยในระยะต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเป็นห่วงเรื่องการกระจายวัคซีนของรัฐบาลที่ยังล่าช้าและแผนงานยังไม่ชัดเจน จึงได้ร่วมกันจัดตั้งคณะทำงานใน 4 ด้าน เพื่อจัดทำข้อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี แบ่งการทำงานออกเป็น 4 คณะ ได้แก่ 1.คณะแก้ไขปัญหาการกระจายและฉีดวัคซีน โดยได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนในเรื่องโลจิสติกส์ การขนส่งและสถานที่ในการฉีด เช่น ห้างสรรพสินค้า ธนาคาร นิคมอุตสาหกรรม ปั๊มน้ำมัน เป็นต้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.คณะสร้างความเชื่อมั่นและประชาสัมพันธ์ โดยประสานข้อมูลกับผู้เชี่ยวชาญต่างๆ เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน 3.คณะสนับสนุนระบบอำนวยความสะดวกระบบงานต่างๆ ตั้งแต่ขั้นตอนการฉีด จนถึงการออกใบรับรอง และการจัดทำระบบ Vaccine Passport เพื่อใช้แสดงในการเดินทางไปสถานที่ต่างๆ และ 4.คณะจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม ที่ผ่านมาได้รวบรวมความต้องการภาคเอกชนในการซื้อวัคซีนเพื่อเร่งการฉีดให้เร็วขึ้น โดยมีผู้ซื้อแสดงความจำนงมาแล้วกว่า 5 ล้านโดส และขอให้สำนักงานองค์การอาหารและยา (อย.) ผ่อนคลายระเบียบเพื่อให้มีการซื้อวัคซีนได้มากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทางภาคเอกชนต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีและคณะทำงานพิจารณาการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ตอบรับข้อเสนออย่างรวดเร็วในการเร่งหาวัคซีนทางเลือก โดยได้อำนวยความสะดวกในการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม พร้อมกับจะจัดหาวัคซีนโควิด-19 อีก 2-3 ยี่ห้อ เพิ่มเติม 35 ล้านโดส นอกเหนือจากที่ภาครัฐดำเนินการไว้แล้ว ซึ่งภาคเอกชนนำโดย กกร.จะช่วยรัฐบาลจัดหาให้กับพนักงานลูกจ้างเองด้วย เพื่อช่วยลดงบประมาณของรัฐบาล&amp;quot; ประธาน กกร.ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100266</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีดีพีเหลือ 0%, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัดฉีด 2 แสนล้าน, เยียวยาเศรษฐกิจ, เร่งฉีดวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_60804247c0965.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100140</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2026 20:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดับเพิ่ม4โคม่า223! ติดเชื้อยังหลักพันเตือนตลาดพื้นที่เสี่ยง‘บิ๊กตู่’บี้เร่งฉีดวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศบค.เปิดตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังหลักพัน อยู่ที่ 1,441 ราย รวมสะสมแล้ว 45,185 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 4 ราย น่าห่วงมีผู้ป่วยอาการหนัก 223 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 55 ราย &amp;ldquo;หมอทวีศิลป์&amp;rdquo; เผยคลัสเตอร์สถานบันเทิงลามแล้ว 71 จังหวัด กทม.หนักสุด เตือน &amp;ldquo;ตลาด&amp;rdquo; ยังเป็นพื้นที่สุ่มเสี่ยง &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ขอโทษพูดเร็วไปบ้าง แต่ทำทุกอย่างเพื่อชาติ-ประชาชน พร้อมแจงยิบเรื่องวัคซีน-ยาฟาวิพิราเวียร์ ย้ำให้รักษาตัวที่บ้านเป็นทางเลือกสุดท้าย &amp;ldquo;สธ.&amp;rdquo; ฟุ้งเร่งฉีดวัคซีนให้บุคลากรทางการแพทย์ ภาพรวมเกิน 1 ล้านโดสในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 20 เมษายน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,443 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 1,441 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,328 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 113 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 2 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 45,185 ราย หายป่วยสะสม 28,958 ราย อยู่ระหว่างรักษา 16,119 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 223 ราย จำเป็นต้องใส่ท่อช่วยหายใจ 55 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 4 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 108 ราย
สำหรับรายที่ 1 เป็นหญิงไทย อายุ 78 ปี อยู่ กทม. เป็นผู้ป่วยติดเตียง มีโรคความดันโลหิตสูง ไทรอยด์ พบติดเชื้อเมื่อวันที่ 3 เม.ย. ไม่มีอาการ และเริ่มมีอาการวันที่ 12 เม.ย. กระทั่งเสียชีวิตวันที่ 17 เม.ย., รายที่ 2 เป็นชายไทย อายุ 78 ปี อยู่ กทม. มีอาชีพค้าขาย มีโรคประจำตัวเบาหวานและความดันโลหิตสูง มีอาการเมื่อวันที่ 11 เม.ย. จากนั้นผลตรวจยืนยันเป็นโควิด-19 ในวันที่ 15 เม.ย. และเสียชีวิตวันที่ 19 เม.ย., รายที่ 3 เป็นหญิงอินเดีย อายุ 86 ปี เป็นผู้ป่วยติดเตียง มีโรคประจำตัวไทรอยด์ พบเชื้อโควิด-19 ในวันที่ 18 เม.ย. และเสียชีวิตในวันเดียวกัน, รายที่ 4 เป็นชายไทย อายุ 30 ปี พักอาศัยใน กทม. มีโรคประจำตัวโรคอ้วน มีประวัติไปสถานบันเทิงย่านทองหล่อ มีอาการวันที่ 4 เม.ย. ผลตรวจยืนยันเป็นโควิด-19 ในวันที่ 9 เม.ย. มีอาการปอดอักเสบรุนแรง และอาการแย่ลง กระทั่งเสียชีวิตวันที่ 19 เม.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้รายงานการแพร่ระบาดในระลอกใหม่นี้ พบข้อมูลผู้ป่วยยืนยันที่เชื่อมโยงกับสถานบันเทิง 71 จังหวัดแล้ว และถ้าดูข้อมูลผู้ติดเชื้อตั้งแต่วันที่ 1-19 เม.ย. พบว่าผู้ติดเชื้อใน กทม.ที่เชื่อมโยงสถานบันเทิงมีถึง 1,583 ราย หรือคิดเป็น 40% ของผู้ติดเชื้อทั้งหมดใน กทม. ขณะที่จังหวัดอื่นๆ มี 3,104 ราย หรือคิดเป็น 25% ทั้งนี้ มีเพียง 6 จังหวัดที่ผู้ติดเชื้อไม่เชื่อมโยงสถานบันเทิง ได้แก่ ชัยนาท, ปัตตานี, นราธิวาส, ยะลา, สตูล และระนอง โดยจากการสอบสวนโรคผู้มีประวัติเชื่อมโยงกับสถานบันเทิงมีผู้ที่ให้ข้อมูล 73% และไม่ให้ข้อมูล 27% และหากจำแนกผู้ที่ติดเชื้อในกลุ้มก้อนนี้พบว่ามากที่สุดคือ นักเที่ยว รองลงมาคือ พนักงานในร้าน และยังพบอีกว่าผู้ติดเชื้อในกลุ่มก้อนนี้ 59.56% มีอาการ และไม่มีอาการ 40.44%
&amp;ldquo;การระบาดระลอกนี้แม้ส่วนใหญ่มาจากสถานบันเทิง แต่ที่ลืมไม่ได้คือการติดเชื้อในตลาดที่เป็นปัจจัยหลักก่อนหน้านี้ ล่าสุดทีมตระหนักรู้สถานการณ์ของกรมควบคุมโรคได้รับแจ้งว่า พบผู้ป่วยโควิด-19 เป็นญาติของพนักงานร้านอาหารแห่งหนึ่งในตลาดกลางเพื่อการเกษตร จ.พระนครศรีอยุธยา เดินทางมาพื้นที่เสี่ยงใน กทม.ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. ทำให้ญาติรับเชื้อและพนักงานของร้านรับเชื้อรวมทั้งสิ้น 17 ราย และก่อนหน้านี้มีการตรวจหาเชื้อเชิงรุกในตลาดดังกล่าวไปแล้ว 742 ราย พบว่าติดเชื้อ 6 ราย ล่าสุดวันที่ 19 เม.ย. มีการตรวจ 594 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอผล โดยกรมอนามัยได้ให้ผู้ประกอบการต่างๆ ทั่วประเทศทำใบประเมินตัวเองเพื่อประเมินความเสี่ยง ซึ่งจะรายงานผลให้ทราบต่อไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก สธ.ได้รายงานให้ที่ประชุมทราบถึงการจัดการสถานที่รักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ กทม.ว่าจะบูรณาการโรงพยาบาลในสังกัดของ สธ., กทม. และมหาวิทยาลัย เพื่อบริหารจัดการผู้ติดเชื้อ โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ สีเขียว เป็นผู้ไม่มีอาการ หรือมีอาการเล็กน้อย จะให้อยู่โรงพยาบาลสนามและฮอสพิเทล สีเหลืองเป็นผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง แต่มีอาการเหนื่อยหอบ หายใจเร็ว มีโรคประจำตัวคือ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง ไตเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคเลือดสมอง เบาหวาน อ้วนเกิน 90 กิโลกรัม ตับแข็ง และภูมิคุ้มกันต่ำ รวมถึงผู้มีอายุเกิน 60 ปี สีแดง เป็นผู้ที่มีอาการหอบเหนื่อย หายใจลำบาก ปอดอักเสบรุนแรง มีภาวะปอดบวม การอิ่มตัวของเลือดน้อยกว่า 96% ความอิ่มตัวของเลือดลดลง 3% หลังจากออกแรง โดยสีเหลืองและสีแดงจะให้พักที่โรงพยาบาลที่มีศักยภาพรักษา โดยอธิบดีกรมการแพทย์ยืนยันว่าถ้ามีผู้ป่วยที่พบมาก่อนหน้านี้จะได้รับเตียง และหากมีเพิ่มขึ้นถึงวันละพันรายก็จะประสานหาเตียงให้ได้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าวันนี้รัฐบาลได้มีการยกระดับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ เราจะพิจารณา 2 สัปดาห์นี้ให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วว่ากราฟขึ้นหรือลงอย่างไร มันตกหรือไม่ตก จะกระเตื้องขึ้นหรือไม่ ก็เพียงแต่ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เรามีทั้งจังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด 18 จังหวัด และพื้นที่ควบคุมอีก 59 จังหวัด ซึ่งเรายกระดับมาตรการในวันที่ 18 เม.ย. ก็ได้มีการทำงานร่วมกันบูรณาการทุกหน่วยงาน ขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่มีส่วนในเรื่องของความร่วมมือด้วยความเข้าใจ ตอบสนองนโยบายภาครัฐที่ออกมาตามมาตรการต่างๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสโซเชียลโจมตีรัฐบาลกรณีอยากให้เปิดให้เอกชนนำเข้าวัคซีนโควิด-19 พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตอบสนองท่านแล้ว ไม่ใช่ว่าไม่ได้ทำมาตลอด ได้ให้ สธ.พิจารณาดำเนินการมาตลอด แต่ต้องการให้เกิดความชัดเจนเกิดขึ้น จึงได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาอีกคณะหนึ่งที่มี นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ที่ปรึกษา ศบค. เป็นประธาน ก็ได้หารือสมาคมโรงพยาบาลเอกชน และผู้รู้ทั้งหลายมาให้ข้อมูลตรงนี้ ว่าจะดำเนินการเรื่องนี้ได้อย่างไรให้ได้วัคซีนทางเลือกเข้ามา
&amp;ldquo;วันนี้ผมเร่งรัดใน ครม.ไปแล้ว ให้ทุกจังหวัด ให้ กทม. เร่งฉีดวัคซีนที่ได้รับไปให้เร็วที่สุด จำนวนมากที่สุดที่ได้ไปจนครบ และรัฐบาลก็เตรียมวัคซีนสำรองตรงนี้ไว้อีกด้วยในระยะต่อๆ ไปเพื่อให้ทั่วถึง เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ให้ได้&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว และว่า ที่ถามว่ารัฐบาลไม่เปิดทางให้เอกชน เป็นเรื่องการผูกขาดนั้น เป็นไปไม่ได้ เพราะไม่เคยคิดเรื่องนี้เลย คิดแต่เพียงว่าทำอย่างไรจะปลอดภัย ทำอย่างไรจัดหาได้ และในส่วนของการดำเนินการเราไม่สามารถไปซื้อเหมือนซื้อยาปกติทั่วไปได้ เพราะเป็นวัคซีนที่ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินในปัจจุบัน และบริษัทผู้ผลิตเอกชนนั้นไม่รับผิดชอบในกรณีที่เกิดผลกระทบหรือผลข้างเคียง
แจงยิบตัวเลขวัคซีน
&amp;nbsp;นายกฯ ยังกล่าวถึงการนำเข้าวัคซีนว่า ย้อนไปเดือน ก.พ. รวมเข้ามา 317,000 โดส แบ่งเป็นซิโนแวค 200,000 โดส และแอสตราเซเนกา 117,000 โดส เดือน มี.ค. ซิโนแวคเข้ามาอีก 800,000 แสนโดส เดือน เม.ย.ซิโนแวคเข้ามาอีก 1,000,000 โดส รวมเข้ามาแล้ว 2,117,000 โดส ตอนนี้ได้จัดแผนในการแจกจ่ายไปยังพื้นที่ต่างๆ เพิ่มเติมมากขึ้นแล้ว และให้เร่งรัดการฉีดให้มากยิ่งขึ้น และในวันที่ 24 เม.ย. ซิโนแวคจะเข้ามาอีก 5 แสนโดส เดือน พ.ค.ซิโนแวคเข้ามาอีก 1 ล้านโดส แต่ในส่วนของ 1 ล้านโดสตรงนี้ต้องรอนโยบายของรัฐบาลจีนด้วย เพราะการนำออกจากประเทศจีน ต้องขออนุมัติรัฐบาลจีนก่อน ซึ่งเราหารือกันเป็นประจำอยู่แล้ว&amp;nbsp; ส่วนของแอสตราเซเนกาที่ผลิตในไทย จะเริ่มทยอยส่งตั้งแต่ในเดือน มิ.ย.ประมาณ 4-6 ล้านโดส และเพิ่มจำนวนตั้งแต่เดือน ก.ค.ไปจนถึงสิ้นปี 64 จนครบ 61 ล้านโดส เพราะฉะนั้นบวกกับที่เราจะจัดหาเพิ่มเติมเป็นวัคซีนทางเลือกก็คิดว่าน่าจะเพียงพอ และขณะนี้สถาบันวัคซีนแห่งชาติกำลังเจรจากับไฟเซอร์ประเทศอังกฤษ มีความเป็นไปได้ส่งให้ได้ช่วงเดือน ก.ค.ถึงสิ้นปี 2564 ประมาณ 5-10 ล้านโดส ขณะนี้กำลังรอใบเสนอราคาและเงื่อนไขอยู่ ซึ่งเรามีวัคซีนอีกหลายยี่ห้อด้วยกัน แต่ไม่อยากพูดไปล่วงหน้า เพราะอยู่ในขั้นตอนการติดต่ออยู่ รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงยาฟาวิพิราเวียร์ว่า หลายคนเข้าใจว่าเราขาดแคลน แต่รัฐบาลได้เตรียมแผนสำรองจัดหาไว้แล้ว ซึ่งยาฟาวิพิราเวียร์ไม่ใช่ยาที่กินแล้วป้องกันโควิด-19 ส่วนวัคซีนก็เป็นวัคซีนที่สร้างภูมิต้านทานในตัวเราให้เข้มแข็งขึ้นและไม่ไปแพร่เชื้อให้คนอื่น แต่ก็ต้องใช้มาตรการเดิมที่มีอยู่คือการสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง และล้างมือ โดยแผนจัดหายาฟาวิพิราเวียร์นั้น เดือน เม.ย.-พ.ค.จำนวน 2 ล้านเม็ด เดือน พ.ค.-มิ.ย.จำนวน 1 ล้านเม็ด เดือน มิ.ย.-ก.ค.จำนวน 5 แสนเม็ด ฉะนั้นเราจะสั่งซื้อยาฟาวิพิราเวียร์สำรองในสต๊อกจำนวน 3.5 ล้านเม็ดให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งวันนี้ยังมีพอสำหรับในขั้นต้นที่จะใช้ในการรักษาสต๊อกต่างๆ ที่เตรียมไว้ หากสถานการณ์เลวร้ายมากขึ้นก็ต้องเพิ่มไปอีก ฉะนั้นก็ต้องมีแผนเป็นขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราต้องชนะไปด้วยกัน ชนะโควิด-19 ให้ได้ด้วยความร่วมมือร่วมใจของคนไทยทุกคน หลายครั้งที่ผมพูดอาจพูดเร็วไปนิด เพราะมีหลายเรื่องที่ต้องคิดก็ต้องขอโทษด้วย แต่งานในหน้าที่ของนายกฯ ผมก็จะทำให้ดีที่สุดด้วยความเข้าใจด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน อะไรที่ไม่ดีก็ต้องขอโทษ อะไรที่ดีก็ขอให้ร่วมมือนายกฯ นายกฯ ไม่เคยเป็นอื่น ยังคงยึดมั่นในหลักการของนายกฯ มาตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา ว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศของเราดีขึ้น ดีที่สุดในอนาคต&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าว พล.อ.ประยุทธ์ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงกรณีผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ไม่ให้ความร่วมมือกับแพทย์ โดยเลือกสถานที่เข้ารับการรักษาไม่ขอไปอยู่ที่โรงพยาบาลสนามว่า &amp;ldquo;ก็ขอความร่วมมือผู้ป่วยทุกคนด้วย&amp;rdquo;
รักษาที่บ้านทางเลือกสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในการประชุม ครม.ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ที่ประชุมได้หารือกันถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้สั่งให้จัดหาเตียงรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ให้เรียบร้อย พร้อมให้หน่วยงานที่รับผิดชอบรายงานมาทุกวันว่ามีการจัดหาเตียงอย่างไรและได้จำนวนเท่าไหร่ ส่วนเรื่องแนวคิดการรักษาตัวอยู่ที่บ้านนั้น พล.อ.ประยุทธ์เห็นว่า ยังไม่ใช่ตัวเลือก เพราะไทยยังมีเตียงรองรับได้ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลสนาม หรือฮอสพิเทล ดังนั้น การรักษาตัวอยู่ที่บ้านจึงเป็นตัวเลือกสุดท้าย สอดคล้องกับนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ที่รายงานว่า ขณะนี้เรามีศักยภาพเพียงพอในการรองรับผู้ป่วย การรักษาตัวอยู่ที่บ้านจึงเป็นช่องทางสุดท้ายในกรณีที่เราไม่มีเตียงแล้ว นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังได้กำชับเรื่องการกระจายวัคซีน ขอให้มีการเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ดีๆ และกระจายให้ทั่วถึง เพราะตอนนี้ยังน้อยเกินไป ขอให้ฝ่ายที่รับผิดชอบไปทำให้ดี ไม่อย่างนั้นจะลงโทษ โดยขอให้เร่งฉีดตามกลุ่มเป้าหมายที่วางไว้อย่างด่วนที่สุด โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งจะดูรายงานทุกวันว่ามีการฉีดไปเท่าไหร่ และเป็นไปตามแผนหรือไม่ ขณะเดียวกันยังย้ำกับที่ประชุมว่าจะไม่มีการเคอร์ฟิวหรือล็อกดาวน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ยืนยันถึงยาฟาวิพิราเวียร์ว่า มีเพียงพอ สามารถบริหารจัดการได้ แม้ระหว่างนี้จะมีผู้ติดเชื้อและมีความต้องการใช้ยาเพิ่มขึ้น อัตราการใช้อยู่ที่กว่า 1 หมื่นเม็ดต่อวัน ก็มีการจัดหาเพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้มีประมาณ 5 แสนเม็ด เพื่อให้มีสำรองตลอดเวลา และให้เกิดการหมุนเวียน จึงได้สั่งให้องค์การเภสัชกรรมจัดหามาเพิ่มอีก 1 ล้านเม็ด คาดว่าจะส่งมอบในเดือน เม.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสาธิตชี้แจงถึงแนวทางการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในโรงพยาบาลและฮอสพิเทลว่า ใน 2 วันที่ผ่านมา ปัญหาเรื่องเตียงได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบและทันท่วงที ปัจจุบันมีคู่สายแก้ไขเรื่องเตียง 4 คู่สาย ได้แก่ สายด่วน สปสช. 1330, สายด่วนกรมการแพทย์ 1668, สายด่วนศูนย์เอราวัณ 1669 และสบายดีบอต ขณะนี้ได้เพิ่มเติมสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ในความร่วมมือของอาสากู้ภัย เพื่อมาดูแลรถส่งผู้ป่วย ขณะนี้เรายังมีความพร้อมจัดหาเตียงรองรับผู้ติดเชื้อทุกกรณี ทั้งนี้ มีผู้ที่ไม่ประสงค์เข้ารับการรักษา 74 ราย ซึ่งวันนี้ขอย้ำว่าหลักการของ สธ.ผู้ติดเชื้อทุกรายต้องแอดมิททุกกรณี เข้าสู่การรักษาใน รพ. ฮอสพิเทล รพ.สนาม ตามเกณฑ์ความรุนแรงสีเขียว สีเหลือง และสีแดง เพราะไม่มีใครรับประกันความรุนแรงของโรคได้
นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์มีการติดเชื้อไปทั่วประเทศ มากกว่าครึ่งสามารถรับมือและควบคุมได้ มีประมาณ 20 จังหวัดที่ระบาดมาก ขอให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่อดทนและเสียสละ ส่วนยาฟาวิพิราเวียร์ เดิมเรามีประมาณ 6-7 แสนเม็ด ถือว่าเยอะ เนื่องจากขณะนั้นมีผู้ติดเชื้อน้อย แต่ตอนนี้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้มีการใช้ยาเพิ่มมากขึ้นไปอีก จากการใช้วันละไม่กี่เม็ด เพิ่มเป็นวันละ 2 หมื่นเม็ด ขณะนี้ได้สั่งซื้อยามาอีก 2 ล้านเม็ด เพื่อรองรับสถานการณ์แล้ว และสั่งซื้อยาฉีดเรมดิซีเวียร์เพิ่มเช่นกัน
สัปดาห์นี้ฉีดครบ 1 ล้านโดส
&amp;ldquo;เรื่องวัคซีนจำเป็นต้องปรับแผนการฉีดตามสถานการณ์ ซึ่งช่วงการระบาดความสำคัญอยู่ที่บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าต้องได้รับวัคซีน 100% โดยในวันที่ 21 เม.ย.นี้ จะกระจายวัคซีนซิโนแวคล็อต 1 ล้านโดส เพื่อฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าประมาณเกือบ 6 แสนโดส หรือประมาณ 3 แสนคน และเร่งรัดการฉีดให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 25 เม.ย.นี้ ซึ่งจะทำให้การฉีดวัคซีนภาพรวมของไทยเกิน 1 ล้านโดสภายในสัปดาห์นี้ และให้เร่งการฉีดวัคซีนทั้งเข็มแรกและเข็มที่สองในกลุ่มเสี่ยงในทุกจังหวัดด้วยเช่นกัน&amp;rdquo; นพ.เกียรติภูมิระบุ
วันเดียวกัน ยังคงมีความเคลื่อนไหวของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในหลากหลายวงการ โดยล่าสุด นายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภาคนที่สอง กล่าวยอมรับว่า ทีมงานทีอยู่หน้าห้องติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จริง แต่ไม่ได้ใกล้ชิดมาก เพราะอยู่คนละห้อง แต่ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง จึงขอกักตัว 14 วัน และให้ทีมงานทุกคนกักตัวถึงวันที่ 30 เม.ย.นี้ และให้เวิร์กฟรอมโฮม หากใครมีอาการก็ขอให้รีบแจ้งให้ทราบ เพื่อตรวจสอบและทำการรักษาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวยอมรับว่า มีเจ้าหน้าที่เทคนิคของสถานีวิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา ติดเชื้อโควิด-19 จริง และได้มีคำสั่งให้ปิดสตูดิโอ 1 ของสถานีที่ตั้งอยู่ภายในซอยอารีย์สัมพันธ์แล้ว พร้อมทั้งทำการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดสตูดิโอดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ของบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 3 คน ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ระบบไฟฟ้าและกล้องวงจรปิด ซึ่งนางพรพิศได้รายงานแล้ว ซึ่งพบว่าเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 คนส่วนใหญ่ไม่ได้เข้ามาปฏิบัติภายในตัวอาคารรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) กล่าวว่า วันนี้มีตำรวจในสังกัดติดเพิ่มอีก 1 คน ทำให้มียอดสะสมรวม 140 คน&amp;nbsp; รักษาหาย 7 คน พ้นการกักตัว 1 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ระหว่างการกักตัว 489 คน แต่ยืนยันว่าตำรวจนครบาลสามารถบริหารจัดการดูแลประชาชนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. ได้มีวิทยุในราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงวันที่ 17 เม.ย.ถึง ผบช. หรือตำแหน่งเทียบเท่า ผบก.ในสังกัด สง.ผบ.ตร. ออกข้อกำหนดเพื่อยับยั้งและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อาทิ ให้ทุกหน่วยศึกษาทำความเข้าใจข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, การออกตรวจพื้นที่ให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจ เพื่อระงับยับยั้งการมั่วสุม หรือการจัดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด, ให้ชะลอการตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์และจุดกวดขันวินัยการจราจร โดยเฉพาะในพื้นที่ควบคุมสูงสุด, ให้งดจัดกิจกรรมทางสังคมในลักษณะที่เป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ และพิจารณาปรับรูปแบบการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจในสังกัด โดยอาจปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง การสลับวันทำงาน หรือวิธีอื่นใดที่เหมาะสมเพื่อลดโอกาสติดเชื้อ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
lazywin888
1ufabet
mk8
betflik168
w69th
wings789
pg133
m88
sawan789
we88</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100140</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คลัสเตอร์สถานบันเทิง, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ผู้ติดเชื้อรายใหม่, ผู้ป่วยอาการหนัก, วัคซีนโควิด, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เร่งฉีดวัคซีน, เสียชีวิตเพิ่ม, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607ee8e694c01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
