<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45106</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2019 00:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุ้มครองพยาน-ปิดคดีบิลลี่ เพื่อแม้วเฟกนิวส์ชี้ตายป57</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;กรวัชร์&amp;quot; เผยพยานปากสำคัญและครอบครัวของบิลลี่เข้าโครงการคุ้มครองพยานทั้งหมดแล้ว ยืนยันเร่งปิดสำนวนคดีให้เร็วที่สุด &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลั่นไม่ว่าจะเป็นใครก็ทำผิดกฎหมายไม่ได้ทั้งสิ้น เพื่อไทยอาการหนัก &amp;quot;ลดาวัลลิ์&amp;quot; ปล่อยเฟกนิวส์ &amp;quot;บิลลี่&amp;quot; ตายปี 57 ทำให้ยูเอ็นเสนอรายงานปี 61 ไทยถูกขึ้นบัญชีประเทศมีพฤติกรรมน่าละอาย คุกคาม สังหาร ทรมาน จับกุมโดยพลการ ปฏิบัติการอย่างโหดร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตำบลป่าเด็ง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าพบ น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือมึนอ ที่บ้านพักเพื่อให้กำลังใจและแจ้งผลคืบหน้าในการสอบสวนพิสูจน์หลักฐานคดีฆาตกรรมนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ อดีตแกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย น.ส.พิณนภากล่าวพร้อมน้ำตานองหน้าว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp;มั่นใจในการทำงานของดีเอสไอ แต่ยังกังวลและเกรงกลัวผู้มีอิทธิพลที่เหนือกว่าจะเข้ามาแทรกแซง ทำให้ดีเอสไอทำงานไม่สะดวก ส่วนที่มีกลุ่มบุคคลที่ไปลอยอัฐิหรือลอยอังคารในลำน้ำภายในอุทยานฯ แก่งกระจาน ขอยืนยันว่าอุทยานเป็นพื้นที่ปิด และวิถีชีวิตของคนกะเหรี่ยง เมื่อมีการเสียชีวิตจะเผาหรือฝังเท่านั้น ไม่มีการเก็บกระดูกไปลอยอังคาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.ท.กรวัชร์ยืนยันว่า ดีเอสไอทำงานอย่างตรงไปตรงมา ก่อนที่จะรับเป็นคดีพิเศษในชั้นสืบสวนก็มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้ว ระหว่างนี้มีคณะทำงานลงพื้นที่โดยตลอด ส่วนจุดที่พบถังรวมทั้งชิ้นส่วนกระดูก 20 ชิ้น นำมาตรวจพิสูจน์พบว่าเป็นชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ 8 ชิ้น ส่วนที่เหลือมีขนาดเล็กมากจนไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นกระดูกมนุษย์หรือไม่ หลังจากนี้ต้องให้เวลาสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจพิสูจน์เพื่อเปรียบเทียบยืนยันกับดีเอ็นเอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ดีเอสไอยังไม่ขอเปิดเผยว่าได้พิกัดข้อมูลจุดทิ้งถังและเศษชิ้นส่วนกระดูกจากแหล่งใด บอกได้เพียงว่าดีเอสไอลงพื้นที่สืบสวนมานานหลายปี มีแหล่งข่าวที่ให้เบาะแสข้อมูล ร่วมกับการสอบสวนจากหลักพฤติกรรมศาสตร์ และเรื่องภูมิศาสตร์อาชญากรรมมาวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ ส่วนประเด็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ขอให้มั่นใจในการทำงานของดีเอสไอ ซึ่งพยานปากสำคัญและครอบครัวของบิลลี่ได้เข้าโครงการคุ้มครองพยานทั้งหมดแล้ว และขอยืนยันว่าจะเร่งสอบสวนเพื่อปิดสำนวนคดีให้เร็วที่สุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ภาพที่ปรากฏในแฟลชไดรฟ์ของบิลลี่ ซึ่งเป็นภาพขณะที่กลุ่มอิทธิพลเข้าลักลอบตัดไม้ เป็นสาเหตุให้บิลลี่ถูกฆาตกรรมหรือไม่ พ.ต.ท.กรวัชร์ตอบว่า เห็นแล้ว และเป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดีของดีเอสไอ เรื่องนี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ มีความเป็นห่วงมากได้ส่งเจ้าหน้าที่มาดูแล แต่หากมีเรื่องเดือดร้อนอะไรเป็นพิเศษสามารถแจ้งมายังดีเอสไอได้ตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการให้สัมภาษณ์ พ.ต.ท.กรวัชร์ได้ขอพื้นที่ให้ทีมสอบสวนได้พูดคุยกับน.ส.มึนอเป็นการส่วนตัว โดยให้ผู้สื่อข่าวออกไปรอที่สภ.ย่อยบ้านป่าเด็ง ก่อนจะนำผู้สื่อข่าวเข้าตรวจสอบบริเวณสะพานแขวนใกล้เขื่อนแก่งกระจาน ซึ่งเป็นจุดที่ค้นพบกระดูกของบิลลี่ และเข้าพูดคุยกับหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานถึงการร่วมมือทำงานในพื้นที่ของอุทยาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายมานะ เพิ่มพูล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งย้ายมารับตำแหน่งแทนนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร เปิดเผยว่า จุดที่พบถังน้ำมันและชิ้นส่วนกระดูกบริเวณใต้สะพานแขวนไม้เป็นพื้นที่ร่องน้ำหรือพื้นที่ปลายแหลม ตั้งแต่ตนเข้ามารับตำแหน่งเมื่อปี 2559 จำได้ว่าช่วงที่แล้งที่สุดก็ยังมีน้ำ แต่เรือไม่สามารถแล่นได้ โดยปกติอุทยานมีการตั้งด่านตรวจนักท่องเที่ยวที่เข้าพักและบุคคลทั่วไปที่เข้า-ออกตลอดเวลา ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ บริเวณจุดเกิดเหตุก็ไม่มีกล้องวงจรปิด และยังไม่เคยพบมีการนำอัฐิมาลอยอังคารภายในอุทยาน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเคยมีการลักลอบตัดไม้ แต่ปัจจุบันลดลงแล้ว ส่วนภาพกลุ่มคนเข้าลักลอบตัดไม้ตัดไม้ในแฟลชไดรฟ์ของนายบิลลี่ ตนทราบจากข่าว แต่เห็นหน้ากลุ่มคนลักลอบตัดไม้ไม่ชัด จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของอุทยาน หรือไม่ แต่สั่งการให้สำนักงานตรวจสอบแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในบริเวณสะพานแขวนไม้ เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามากางเต็นท์นอนได้ ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ได้ปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินข้ามสะพาน เนื่องจากบริเวณกลางสะพานชำรุดยังไม่ได้ซ่อมแซม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างรัดกุมและหาตัวผู้กระทำความผิดมาให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ซึ่งดีเอสไอก็รับเรื่องนี้ไปแล้ว และระบุว่าจะมีความชัดเจนภายใน 3 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอย้ำว่าไม่ว่าจะเป็นใครก็ทำผิดกฎหมายไม่ได้ทั้งสิ้น ซึ่งผมคงจะไปช่วยใครไม่ได้ เพราะว่ากฎหมายว่าอย่างไรก็ต้องทำตามนั้น ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการสอบสวนและวัตถุพยาน ซึ่งศาลก็ตัดสินไปตามนั้น&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาว่า ได้ข้อสรุปว่าการสูญหายของนายบิลลี่ กรมคุ้มครองสิทธิฯ จะมีเงินค่าตอบแทนในคดีอาญาของคนที่สูญหาย ซึ่งก็ได้สั่งการให้เร่งรัด โดยคณะอนุกรรมการฯ จะประชุมกันวันที่ 12 กันยายนนี้ โดยการชดเชยเรื่องเสียชีวิตประมาณ 80,000 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการอุปการะเลี้ยงดูบุคคลที่เกี่ยวข้องประมาณ 40,000 บาท ส่วนเงินการทำศพและค่าใช้จ่ายอื่นใด ต้องดูจากข้อเท็จจริงว่าได้ดำเนินการอะไรไปบ้างแล้ว ส่วนเงินค่าชดเชยกรณีล่าช้า ต้องดูรายละเอียด เนื่องจากกรณีของนายบิลลี่สูญหายตั้งแต่ปี 2557 และแต่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอรับไว้เป็นคดีปี 2561 ซึ่งจะใส่เองก็ทำงานเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อสังเกตว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องกับคดี นายสมศักดิ์บอกว่า เรื่องนี้ต้องดูต่อไปว่าเป็นอย่างไร แต่เชื่อว่าดีเอสไอมีความตั้งใจทำงาน และอยากสร้างผลงานออกมา กรณีมวยล้มจึงไม่น่าเป็นไปได้ ส่วนกรณีภรรยานายบิลลี่ยังรู้สึกไม่ปลอดภัย แม้มีมาตรการคุ้มกันพยาน ก็จะมีการกำชับดีเอสไอให้สร้างความสบายใจให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ย้ำว่าหลังจากวันที่ 12 กันยายนนี้จะมีความชัดเจน และจะเร่งจ่ายเงินเยียวยา ซึ่งไม่เกี่ยวกับการต้องพิสูจน์ว่าเป็นการกระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ เนื่องจากกรณีคนหายเป็นเรื่องที่สามารถชดเชยได้อยู่แล้ว รวมถึงมีกองทุนยุติธรรมเพื่อช่วยเหลือเรื่องทนายความและค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การอุ้มนายบิลลี่ไปฆาตกรรมซ่อนเร้นอำพรางศพที่เกิดขึ้น เมื่อปี 2557 เป็นกรณีหนึ่งที่ทำให้องค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น ได้นำเสนอรายงานเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2561 ให้ประเทศไทยถูกขึ้นบัญชี เป็น 1 ใน 38 ประเทศที่มีพฤติกรรมน่าละอาย เนื่องจากมีการกระทำคุกคามเหยื่อที่เป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน ด้วยการสังหาร ทรมาน จับกุมโดยพลการ ปฏิบัติการอย่างโหดร้าย เรื่องนี้ทำให้ประเทศไทยเสียชื่อเสียงเป็นที่น่าอับอาย จากการถูกประจานขององค์การสหประชาชาติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ยังไม่มีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดใหม่เกิดขึ้น ทำให้ไม่มีองค์กรน่าเชื่อถือที่จะอธิบายชี้แจงกับชาวโลก ความหวังที่จะทำให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากการเป็นประเทศที่น่าละอายในปีนี้หรือในปีหน้า หรือแม้แต่ปีต่อๆ ไปเหลือน้อยเต็มที ตราบใดที่ประเทศไทยยังมีการกระทำอันทารุณโหดร้ายกับนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน ดังเช่นกรณีนายบิลลี่&amp;quot; รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายพอละจีหายตัวไปเมื่อวันที่ 17 เม.ย.2557 ยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ ก่อนจะพบกระดูกเมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (International Commission of Jurists หรือ ICJ) และแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International) ออกแถลงการณ์ร่วม โดยนายเฟรเดอริก รอว์สกี ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชีย ICJ ย้ำว่า ดีเอสไอควรเพิ่มความพยายามมากขึ้นเพื่อระบุตัวผู้ที่กระทำการสังหารบิลลี่และนำตัวพวกเขามาสู่กระบวนการยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าประเมินพยานหลักฐานและพบว่าบิลลี่ตกเป็นเหยื่อของการบังคับบุคคลให้สูญหาย ผู้กระทำความผิด รวมทั้งผู้ที่มีหน้าที่ในการบังคับบัญชาบุคคลดังกล่าว ควรถูกดำเนินคดีในข้อหาที่เหมาะสมและร้ายแรงโดยสอดคล้องกับพันธกรณีของประเทศไทยตามกฎหมายระหว่างประเทศ มิใช่การตั้งข้อหาตามความผิดอาญาที่เบากว่า และไม่สะท้อนความร้ายแรงของความผิดที่เกิดขึ้น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิโคลัส เบเคลัง รักษาการผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยว่า คดีนี้สะท้อนให้เห็นความเสี่ยงอย่างแท้จริงที่นักกิจกรรมและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยต้องเผชิญ ทั้งการถูกทำร้าย ตกเป็นเหยื่อของการบังคับบุคคลให้สูญหาย และการสังหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คดีนี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่ถูกเพิกเฉยมาอย่างยาวนาน รัฐบาลไทยต้องกำหนดให้การบังคับบุคคลให้สูญหายเป็นความผิดอาญาตามกฎหมายในประเทศ หากไม่ทำเช่นนั้น ย่อมส่งผลให้ขาดกลไกที่เป็นอิสระ เป็นกลาง และมีประสิทธิภาพในการที่จะสอบสวนคดีเหล่านี้ ทั้งยังทำให้บรรยากาศการลอยนวลพ้นผิดเลวร้ายลง&amp;rdquo;.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45106</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบิลลี่, คุ้มครองพยาน, พอละจี รักจงเจริญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เร่งปิดสำนวนคดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190905/image_big_5d711f38f3d65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
