<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118283</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 21:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 21:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอนช. เตือน 9 จังหวัดรับมือน้ำท่วม &#039;เขื่อนเจ้าพระยา-ป่าสักฯ&#039; ระบายน้ำเพิ่มขึ้น 1-5 ต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.64 - กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ออกประกาศฉบับที่ 16/2564 เรื่อง เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ระบุว่า จากอิทธิพลของร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคกลาง ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 22 - 24 กันยายน 2564 และการคาดหมายของกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 28 กันยายน &amp;ndash; 2 ตุลาคม 2564 ร่องมรสุมจะเลื่อนลงพาดผ่านภาคกลางตอนล่างและภาคใต้ตอนบน ทำให้มีฝนตกหนักบางแห่งในภาคกลางตอนล่าง และภาคใต้ตอนบน และส่งผลให้เกิดน้ำหลากในพื้นที่ดังกล่าวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้ประเมินปริมาณฝนที่ตกหนักสะสมในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบนและลุ่มน้ำป่าสัก คาดว่ามีน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาไหลลงเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องจากลุ่มน้ำปิงจากบริเวณคลองสวนหมาก อำเภอเมืองกำแพงเพชร&amp;nbsp;
จำนวน 438 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคลองขลุง อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 267 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำจังหวัดนครสวรรค์ (C.2) อยู่ในอัตราประมาณ 2,750 - 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีปริมาณน้ำหลากจากแม่น้ำสะแกกรังไหลผ่านสถานีวัดน้ำจังหวัดอุทัยธานี (Ct.19) อยู่ในอัตรา 450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประเมินปริมาณน้ำไหลเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยาอยู่ในอัตรา 3,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กอนช. ได้มอบหมายให้กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ร่วมกับการตัดยอดน้ำเข้าระบบคลองชลประทานทั้งสองฝั่ง และพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งจะทำให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ในอัตรา 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประกอบกับมีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เพิ่มมากขึ้น เพื่อรักษาเสถียรภาพความปลอดภัยและความมั่นคงของเขื่อน จึงจำเป็นต้องระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในอัตรา 900 - 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (C.29A) อยู่ในอัตราประมาณ 3,000 &amp;ndash; 3,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และส่งผลให้ระดับน้ำตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และท้ายเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 1.20 - 2.40 เมตร และท้ายเขื่อนพระรามหกเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 2.30 - 2.80 เมตร ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 5 ตุลาคม 2564 ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. จังหวัดชัยนาท แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณตำบลโพนางดำออก และตำบลโพนางดำตก อำเภอสรรพยา
2. .จังหวัดสิงห์บุรี แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณวัดเสือข้าม วัดสิงห์ อำเภออินทร์บุรี อำเภอเมืองสิงห์บุรี และอำเภอพรหมบุรี
3. จังหวัดอ่างทอง คลองโผงเผง และแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณวัดไชโย อำเภอไชโย และอำเภอป่าโมก&amp;nbsp;
4. จังหวัดลพบุรี ริมสองฝั่งแม่น้ำป่าสัก บริเวณอำเภอพัฒนานิคม
5. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บริเวณคลองบางบาล และริมแม่น้ำน้อย บริเวณตำบลหัวเวียง&amp;nbsp;อำเภอเสนา ตำบลลาดชิด ตำบลท่าดินแดง อำเภอหักไผ่ และริมสองฝั่งแม่น้ำป่าสัก อำเภอท่าเรือ และอำเภอนครหลวง อำเภอพระนครศรีอยุธยาจรดแม่น้ำเจ้าพระยา
6. จังหวัดสระบุรี ริมสองฝั่งแม่น้ำป่าสัก อำเภอวังม่วง อำเภอแก่งคอย อำเภอเมือง อำเภอเสาไห้ และอำเภอบ้านหมอ&amp;nbsp;
7. จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดนนทบุรี บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกแนวคันกั้นน้ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
8. กรุงเทพมหานคร แนวคันกั้นน้ำบริเวณพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่จุดเสี่ยงบริเวณที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ข้อมูลและแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมลำน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ปรับแผนบริหารจัดการเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ โดยพร่องน้ำและบริหารพื้นที่ลุ่มต่ำ ให้เป็นแก้มลิงหน่วงน้ำและเร่งระบายน้ำในลำน้ำ แม่น้ำ รองรับน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบน เพื่อลดผลกระทบความรุนแรงของอุทกภัยและให้สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เตรียมแผนเผชิญเหตุรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ รวมถึงความพร้อมของระบบสื่อสารสำรอง เพื่อบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ 29 กันยายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118283</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.), น้ำท่วม, เขื่อนเจ้าพระยา, เร่งระบายน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614be4596d607.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44875</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2019 07:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2019 07:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งพร่องน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเก็บแก้มลิง 24 ชั่วโมง รับพายุ&#039;โพดุล-คาจิกิ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.62- สำนักงานชลประทานที่ 12 &amp;nbsp;จ.ชัยนาท &amp;nbsp;เร่งพร่องน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา &amp;nbsp;เพื่อรองรับปริมาณน้ำหลากจากพายุโพดุล และฝนจากพายุลูกใหม่ คาจิกิ &amp;nbsp;ที่จะไหลหลากจากพื้นที่ภาคเหนือ ลงสู่ลุ่มเจ้าพระยา ที่มีแนวโน้มว่า จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 &amp;nbsp;เปิดเผยว่า &amp;nbsp;สำนักงานชลประทานที่ 12 &amp;nbsp;จะบริหารจัดการน้ำเจ้าพระยา ที่ไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C2 &amp;nbsp;จ.นครสวรรค์ &amp;nbsp; มายังเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท &amp;nbsp;โดยการผันน้ำส่วนหนึ่ง &amp;nbsp;เข้าระบบชลประทานด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา &amp;nbsp;ใช้สถานีสูบน้ำบ้านจักษา จ.อุทัยธานี และสถานีสูบน้ำทุ่งวัดสิงห์ จ.ชัยนาท &amp;nbsp;เดินเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ตลอด 24 ชั่วโมง &amp;nbsp;เพื่อสูบน้ำเข้าไปเก็บในพื้นที่แก้มลิง ไว้ใช้ในฤดูแล้งปีหน้า &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนน้ำที่เหลือ จะระบายออกท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ลงสู่พื้นที่ตอนล่าง &amp;nbsp;ซึ่งจะควบคุมการระบายน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ &amp;nbsp;500-600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที &amp;nbsp; ซึ่งการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จะทยอยเพิ่มปริมาณขึ้นตามลำดับ &amp;nbsp;และยังไม่ส่งผลกระทบกับพื้นที่ริมตลิ่งท้ายเขื่อนเจ้าพระยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งสถานการณ์น้ำเจ้าพระยา วันนี้ &amp;nbsp;ปริมาณน้ำที่ไหลผ่าน จ.นครสวรรค์ &amp;nbsp;มีปริมาณ &amp;nbsp;1,037 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที &amp;nbsp; น้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ที่ อ.เมืองชัยนาท อยู่ที่ระดับ 16.36 &amp;nbsp;เมตร(รทก) &amp;nbsp;น้ำท้ายเขื่อน ที่ อ.สรรพยา &amp;nbsp;อยู่ที่ระดับ 8.59 &amp;nbsp;เมตร(รทก) &amp;nbsp;น้ำระบายท้ายเขื่อน &amp;nbsp;480 &amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 &amp;nbsp;ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการ 7 จังหวัด ลุ่มเจ้าพระยา ได้แก่ จังหวัดชัยนาท อุทัยธานี สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี &amp;nbsp; เพื่อแจ้งสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยา &amp;nbsp;รวมทั้งขอความอนุเคราะห์ให้ทางจังหวัด ช่วยประกาศประชาสัมพันธ์แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัท ห้างร้านที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร &amp;nbsp;และประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา &amp;nbsp;ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44875</URL_LINK>
                <HASHTAG>พายุคาจิกิ, พายุโพดุล, เขื่อนเจ้าพระยา, เร่งระบายน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190903/image_big_5d6db8d4f26f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2018 10:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2018 10:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.เผย6จังหวัดยังจมน้ำ &#039;นครพนม&#039; อ่วมหนักแม่น้ำโขงเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค. 61 - นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า อิทธิพลของพายุโซนร้อน &amp;ldquo;เบบินคา&amp;rdquo; และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ตั้งแต่วันที่ 17-30 สิงหาคม 2561 ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินถล่มในพื้นที่ 15 จังหวัด ได้แก่ น่าน เชียงราย ลำปาง พะเยา เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เพชรบูรณ์ หนองคาย นครพนม บึงกาฬ เพชรบุรี สกลนคร ลพบุรี นครนายก และชัยภูมิ รวม 78 อำเภอ 311 ตำบล 1,614 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 37,080 ครัวเรือน 114,0237 คน ผู้เสียชีวิต 4 ราย สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 9 จังหวัด ได้แก่ น่าน ลำปาง พะเยา เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เพชรบูรณ์ หนองคาย เชียงราย และลพบุรี ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 6 จังหวัด รวม 25 อำเภอ 111 ตำบล 836 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 16,691 ครัวเรือน 47,708 คน ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นครพนม น้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอนาแก อำเภอศรีสงคราม อำเภอนาหว้า อำเภอนาทม และอำเภอบ้านแพง รวม 36 ตำบล 395 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,354 ครัวเรือน 9,434 คน ปัจจุบันระดับน้ำโขงเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บึงกาฬ น้ำในแม่น้ำโขงล้นตลิ่งในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองบึงกาฬ อำเภอบุ่งคล้า อำเภอโซ่พิสัย อำเภอปากคาด อำเภอศรีวิไล อำเภอบึงโขงหลง อำเภอเซกา และอำเภอพรเจริญ รวม 44 ตำบล 340 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,376 ครัวเรือน 27,393 คน พื้นที่การเกษตรคาดว่าเสียหาย 41,338 ไร่ ปัจจุบันระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพชรบุรี น้ำท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแก่งกระจาน อำเภอท่ายาง อำเภอบ้านลาด และอำเภอบ้านแหลม รวม 7 ตำบล 19 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 497 ครัวเรือน 2,048 คน ปัจจุบันระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สกลนคร น้ำท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอคำตากล้า อำเภอนิคมน้ำอูน อำเภอพรรณานิคม และอำเภออากาศอำนวย รวม 8 ตำบล 9 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 47 ครัวเรือน 158&amp;nbsp; คน ปัจจุบันระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นครนายก น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนครนายก อำเภอบ้านนา และอำเภอองครักษ์ รวม 14 ตำบล 68 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,311 ครัวเรือน 8,278 คน พื้นที่การเกษตร 1,020 ไร่ ปัจจุบันระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชัยภูมิ น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอบำเหน็จณรงค์ รวม 2 ตำบล 5 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 106 ครัวเรือน 397 คน ปัจจุบันระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงแจกจ่ายถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว ท้ายนี้ หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16472</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, ช่วยเหลือผู้ประสบภัย, พายุเบบิคา, สถานการณ์น้ำท่วม, อุทกภัย, เร่งระบายน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180830/image_big_5b8768053b9ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
