<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117121</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งสยบรอยร้าว พปชร.  เตรียมรับศึก ใน-นอกสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล จบลง เสียง ส.ส.ส่วนใหญ่ โหวตไว้วางใจ บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;ldquo;6 รัฐมนตรีได้รับเสียงไว้วางใจท่วมท้น&amp;rdquo; ไม่มีใครตกเก้าอี้ แม้เสียงโหวตนายกรัฐมนตรีมาในลำดับรองบ๊วย แต่ก็เอาตัวรอดมาได้ ที่งานนี้เพียงเสียหน้า แต่ไม่เสียตำแหน่ง พล.อ.ประยุทธ์ยังคงเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป ท่ามกลาง ความร้อนแรงในช่วงวันอภิปราย มีกระแสข่าวแพร่สะพัด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ แท็กทีม ส.ส.ในพรรคพลังประชารัฐ เคลื่อนไหว เดินเกม ขอเสียงจาก ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ให้โหวตไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี หวังเปลี่ยนม้ากลางศึกไปพร้อมกับการเปิดเกมฮึดสู้ของคน 2 ฝั่ง เกิดมหกรรมแจกกล้วยเกทับบลัฟแหลก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ผลการอภิปรายไม่ไว้วางใจจบลง 2 รัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน ถูกปลดออกจากตำแหน่ง สังเวยพวกคิดขบถต่อพรรค เรื่องราวที่เกิดขึ้นยังคงเป็นคำถามค้างคาใจน่าคิด ระหว่างการเคลื่อนไหวของ ส.ส.ที่คิดขบถกันอย่างเอิกเกริก บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะไม่ระแคะระคาย ไม่รับรู้ถึงการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ยับยั้งไม่ให้บานปลาย ก่อนเรื่องลุกลามเลยหรือ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;จากการเคลื่อนไหวกลุ่มขบถ ก่อให้เกิดกระแสเปลี่ยนแปลงในพลังประชารัฐ พล.อ.ประยุทธ์ ผู้บุญหนักศักดิ์ใหญ่ ถูกยินยอมให้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ในพรรคพลังประชารัฐไม่มีความคลุกคลีกับ ส.ส.ในพรรค ผิดกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ดำรงสถานะทั้ง สมาชิกพรรค ส.ส.พรรค หัวหน้าพรรคการเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;จะด้วยท่าทีไม่ค่อยชอบนักการเมือง ส.ส.เป็นทุนเดิมหรือไม่ แต่ในเหตุการณ์นี้ พล.อ.ประยุทธ์คงตระหนักได้ถึงคำว่า &amp;lsquo;นกไม่มีขน คนไม่มีเพื่อน&amp;rsquo; เป็นอย่างดี ด้วยระบบการเมือง ที่ให้มือในสภาจาก ส.ส.เป็นตัวชี้ชะตาทางการเมือง จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกือบที่จะทำให้ตกเก้าอี้ เลยเปลี่ยนท่าทีมากขึ้น ที่เจ้าตัวบอกออกมา จะรับฟัง ส.ส.มากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;หากไม่มีเหตุการณ์ระทึกขวัญ เขย่าเก้าอี้ ไม่รู้เหมือนกัน พล.อ.ประยุทธ์จะยอมลดตัวมารับฟังคนที่ร่วมโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ จากเหตุการณ์ระทึกขวัญครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ และในพรรคพลังประชารัฐ เกิดความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;- พล.อ.ประยุทธ์จะรับฟังปัญหา ส.ส.มากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;- พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยังคงนั่งตำแหน่งตามเดิม ปรับกระบวนยุทธ์ แต่งตั้งบิ๊กน้อย-พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เข้ามาเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ที่ทำให้ถูกจับตามอง พล.อ.วิชญ์ ผูกพัน สนิทสนม กับ พล.อ.ประวิตรยาวนาน เป็นน้องรัก เป็นมือทำงานที่ได้รับความไว้วางใจ ได้รับการผลักดัน เข้ามาเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;พล.อ.ประวิตร ร้องขอ ร.อ.ธรรมนัส ทำหน้าที่เลขาธิการพรรคต่อไป และ ร.อ.ธรรมนัสส่งคำหวานในการประชุมพรรค &amp;lsquo;...ท่านประวิตรขอให้อยู่ช่วยกันทำงาน ถ้านายรัก อนุญาตให้ทำงานต่อ ก็จะไม่ออกไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ ถ้าท่านประวิตรอยู่ ผมก็ยินดีที่จะอยู่ต่อ ผมเกิดจากพรรคนี้ ก็พร้อมจะอยู่ตรงนี้ ถ้าจะจบชีวิตการเมืองก็ขอให้จบที่พรรคพลังประชารัฐ ยึดที่นี่เป็นที่พึ่งพิง ขอให้พลังประชารัฐเป็นบ้านสุดท้ายของผม&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ยกระดับไปสู่ความเป็นนักการเมืองมืออาชีพมากขึ้น ดำเนินตามรอย 3 ป. หยอดคำหวาน ทั้งที่ในวันที่ถูกปลดพ้นตำแหน่ง วันที่ 9 เดือน 9 ยังแถลงข่าว พูดคุยกับผู้สื่อข่าวนอกรอบ ด้วยคำพูดอันหนักแน่น หล่นวลีเด็ดมากมาย อาทิ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;lsquo;ผมต้องการทำงานอื่นที่เข้มแข็งเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองจริงๆ ไม่ใช่มารองรับหรือทำอะไรเพื่อคนบางกลุ่ม&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;lsquo;เราต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ได้กระทำไป หมายความว่า ถ้าเราพูดด้วยเหตุผลแล้วไม่เกิดประโยชน์ วิธีการที่ดีที่สุด คือเราต้องตัดสินใจด้วยตนเอง&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;และเมื่อถูกถามว่า จะยังอยู่กับพรรคพลังประชารัฐใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบไว้ว่า &amp;lsquo;เป็นเรื่องที่ต้องคิดต่อไป อาจจะไปอยู่บ้านหลังใหม่ที่มีความสุข เมื่อย้ายมาจากบ้านหลังเดิมที่มีความสุขดีอยู่แล้ว บ้านหลังเดิมคือที่ จ.พะเยา&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;เรื่องราวความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐจะจบลง สงบลง อย่างที่ พล.อ.ประวิตรระบุว่า &amp;lsquo;คุยหมดแล้ว ไม่มีอะไร&amp;rsquo; จะเป็นเพียงแค่คลื่นลมสงบเพียงชั่วครู่ ก่อนที่จะก่อให้เกิดพายุใหญ่กระหน่ำซัดเข้ามาให้เป็นที่ตกอกตกใจอะไรกันอีกหรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ว่ากันว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้น มี 2-3 เหตุการณ์ ที่เกี่ยวพัน เชื่อมโยงกันไปสู่ความน่าจะเป็น ทั้งทิศทางการเมือง อนาคตการเมือง พล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ผลการโหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านวาระ 3 บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และระบบเลือกตั้ง ส.ส. 400 เขต บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp; 100 คน ที่ พล.อ.ประยุทธ์แสดงทีท่า ไม่ต้องการมาตั้งแต่ต้น ทว่า พี่ใหญ่-บิ๊กป้อม อยากให้มีการเปลี่ยนแปลง แม้เสียง ส.ส.และเสียง ส.ว.จะโหวตผ่านไปได้ ยังต้องจับตา ขั้นตอนการร่างกฎหมายลูก สูตรการคิดคำนวณ การได้มาซึ่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะออกมาในรูปแบบใด จะยังคง เปอร์เซ็นต์คะแนนขั้นต่ำ 5 เปอร์เซ็นต์ ก่อนนำไปคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่ออีกหรือไม่ ตามที่พรรคเพื่อไทยอยากจะให้ย้อนไปคำนวณเหมือนรัฐธรรมนูญ 2540 หรือจะปรับปรุงไปตามข้อเสนอของพรรคก้าวไกล ไม่เอาระบบขั้นต่ำมาคำนวณ หรือว่าพรรคพลังประชารัฐจะอาศัยเสียงส่วนใหญ่&amp;ldquo;หักดิบออกข้อเสนอที่เรียกเสียงฮือฮา&amp;rdquo; ด้วยสูตรใหม่ ยังไม่นับรวมข้อเสนอจากพรรคร่วมรัฐบาล ประชาธิปัตย์ ชาติไทย จะพลิกแพลงมาในรูปแบบใด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;การร่างกฎหมายลูกที่มีเวลาประมาณ 120 วัน เป็นอะไรที่น่าจับตามอง เวลานี้เริ่มมีกระแสข่าวแพร่สะพัดออกมา หากมีการยุบสภาก่อน โดยที่กฎหมายลูกแก้ไม่แล้วเสร็จ จะหันกลับไปใช้ระบบการเลือกตั้งแบบเดิม ซึ่งก็เข้าตามเกม ของกลุ่มที่ไม่อยากให้มีการเปลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้ง วิธีการคิดคำนวณ ส.ส.แบบใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ขณะเดียวกัน แรงกระเพื่อมจากภายนอก แม้จะไม่สามารถกดดัน นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้ จากการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ คาร์ม็อบยังคงมีการจัดกิจกรรมอยู่เป็นระยะๆ ของกลุ่ม &amp;lsquo;ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ&amp;rsquo; &amp;lsquo;สมบัติ บุญงามอนงค์&amp;rsquo; ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด ที่ยังไม่อาจไว้วางใจได้ ประกอบกับการนำของแกนนำผู้มาชุมนุมที่ถูกตั้งคำถามจากกลุ่มนักศึกษามองด้วยความเคลือบแคลง ต่อจุดประสงค์การเคลื่อนไหว แอบแฝงหวังปมการเมืองเป็นเป้าประสงค์หลักหรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;รวมทั้งข้อเสนอ ข้อเรียกร้องที่ขีดเส้นเอาไว้เพียง ขับไล่รัฐบาลประยุทธ์เท่านั้น ดูจะไม่ได้รับการตอบรับจากกลุ่มคนรุ่นใหม่บางกลุ่ม ที่วางเพดานไกลกว่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ประกอบกับการชุมนุมในระยะหลัง บางกลุ่มมักจะก่อเหตุความรุนแรง เผาป้อมตำรวจ ทุบ ทำลาย รถขนผู้ต้องหา เหิมเกริม แสดงท่าทีไม่เหมาะสมต่อสถาบันหลักของชาติ เป็นภาวะม็อบคุมม็อบไม่ได้ ทำให้ไม่สามารถดึงพลังแนวร่วมออกมาขับเคลื่อนได้อย่างเต็มที่ ยิ่งทำให้ภาพการชุมนุมติดลบ แม้ม็อบนอกสภาพลังจะลดน้อยลง ไร้พลังกดดัน แต่ก็ยังต้องจับตาดูทุกความเคลื่อนไหว ประมาทไม่ได้เช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;พลังการเคลื่อนไหวมวลชนด้านนอกสภา การเคลื่อนไหวด้วยปมการเมืองจะไม่อาจกดดันนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลได้ แต่สำหรับปมที่คาใจคน ทั้งปัญหาการบริหารจัดการแก้ปัญหาโควิด เรื่องวัคซีน ที่ส่งผลกระทบมาถึง ปัญหาทางเศรษฐกิจ ชีวิต ความเป็นอยู่ผู้คน ที่เป็นปัญหา สะสม รอวันปะทุไปพร้อมกับปัญหาปากท้อง ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ที่หากมีการปลุกพลัง ดึงพลังร่วมออกมาขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมได้ คงจะส่งสะเทือนต่อรัฐบาลไม่น้อย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ปัญหาในสภายังคงคุกรุ่น ที่ในวันนี้ไม่ได้มีเพียงพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ยังคอยมุ่งมั่นตรวจสอบรัฐบาลประยุทธ์อยู่เป็นประจำ รอในวันเพลี่ยงพล้ำจะคอยกระหน่ำซ้ำเติมทันที ในหลายช่องทาง ในสภาเกมซักฟอกรัฐบาล รัฐมนตรีแบบลงมติ จบลง แต่แว่วเสียงในสมัยประชุมหน้า เตรียมจะยื่นอภิปรายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ซักฟอกแบบไม่ลงมติ เปิดสงครามวาทกรรมอีกรอบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;การเก็บตกผลจากการอภิปรายยื่นฟ้องเอาผิดรัฐมนตรี ไปตามหน่วยงานต่างๆ ยื่นต่อกรรมาธิการ ป.ป.ช.สภา เอาผิดผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง การแจกจ่ายเงิน ส.ส. ชักจูงใจให้ลงมติไว้วางใจ ยังไม่นับรวมความพยายามทาบทามมือดีลคนสำคัญในพลังประชารัฐพลิกขั้ว การเสี้ยม แห่งความระหองระแหง พรรคภูมิใจไทย ที่มีต่อ พล.อ.ประยุทธ์ มาตั้งแต่ปมการลงมติ รมว.คมนาคม ที่มีสมาชิกพลังประชารัฐแหกคอก แต่ยังไม่ได้รับการลงโทษ ความไม่พอใจการแก้รัฐธรรมนูญที่ภูมิใจไทยเสียเปรียบ ปัญหาโควิด การจัดการวัคซีน ที่หัวหน้าภูมิใจไทย รมว.สาธารณสุข ตกเป็นเป้าโจมตี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ที่ล้วนเป็นปมแห่งความไม่พอใจ ที่สามารถถูกหยิบยกมาปลุกปั่น บั่นทอน ทำลาย พรรคร่วมรัฐบาลได้ทุกเมื่อ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;พรรคพลังประชารัฐ รัฐบาลประยุทธ์ กำลังเผชิญปัญหา รุมเร้า นาทีนี้คงต้องเร่งเคลียร์ สะสางปัญหาพรรคพลังประชารัฐ ลบรอยร้าวเก่าระหว่างนายกฯ กับบรรดา ส.ส. กลุ่มก๊วนต่างๆ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ไม่สร้างปัญหาใหม่ อันเป็นชนวนให้เกิดน้ำผึ้งหยดเดียว หรือสนิมเกิดแต่เนื้อใน ที่จะยิ่งเปิดช่องโหว่ให้ถูกรุมถล่ม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;อันส่งผลถึงเสถียรภาพรัฐบาลให้พังพาบก่อนเวลาอันควร!! &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117121</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, เร่งสยบรอยร้าว พปชร.  เตรียมรับศึก ใน-นอกสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210918/image_big_6145e47ece38d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
