<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2019 01:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปราจีนอ่วมน้ำท่วมลาม ทหารเร่งสำรวจจุดฟื้นฟู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ผบ.ทสส.&amp;quot; เตรียมลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี สำรวจจุดฟื้นฟูหลังน้ำลดช่วยชาวบ้านคืนสู่ภาวะปกติ &amp;quot;บิณฑ์&amp;quot; แจงงบบริจาคล่าสุด 408 ล้านบาท ยันจัดสรรเงินถึงมือผู้ประสบอุทกภัยทุกคน เผยสิ้นเดือนก.ย.ปิดบัญชีบริจาค &amp;quot;ปราจีนฯ&amp;quot; อ่วม! มวลน้ำขนาดใหญ่จาก จ.สระแก้วไหลท่วมหลายอำเภอ เร่งอพยพคน-สิ่งของขึ้นที่สูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 ก.ย. พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) กล่าวถึงการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้กำชับให้กองทัพช่วยดูแลประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัย โดยเฉพาะในช่วงน้ำลด คือขั้นตอนการฟื้นฟูให้ส่วนราชการต่างๆ เข้าไปเร่งสำรวจในทุกพื้นที่ ไม่ต้องรอให้มีการสั่งการ และหากการช่วยเหลือฟื้นฟูใดที่ทางกองทัพสามารถทำได้ ก็ขอให้ดำเนินการทันที ไม่ต้องรอคำสั่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวว่า ในส่วนการรวบรวมแผนฟื้นฟูในพื้นที่ทางกระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการจัดลำดับความเร่งด่วน และระดมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่มีการบูรณาการกันในพื้นที่ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจว่าพื้นที่ใดมีน้ำลดแล้วบ้าง ก่อนที่จะเข้าไปช่วยฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทหารทุกเหล่าทัพอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่ช่วงที่เริ่มมีพายุเข้ามา จนถึงตอนนี้ก็ยังอยู่ในพื้นที่ทุกวัน ขวัญและกำลังใจของกำลังพลก็ไม่มีปัญหา เพราะเราว่างเว้นการฝึกหรือปฏิบัติภารกิจ หน้าที่ของเราก็คือช่วยเหลือประชาชนให้พ้นจากความทุกข์โดยเร็วที่สุด จากนี้ผมจะลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อไปดูจุดที่ระดับน้ำลดลง และอยู่ในเกณฑ์ขั้นตอนของการฟื้นฟู ซึ่งจะไม่ไปรบกวน แต่จะไปติดตามและเร่งรัดการฟื้นฟูให้ทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ไม่ใช่การตรวจเยี่ยมเพื่อไปรบกวนประชาชนและผู้ปฏิบัติงานแต่อย่างใด&amp;rdquo; ผบ.ทสส.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ของมูลนิธิร่วมกตัญญู นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ และนายเอกพันธ์ บรรณลือฤทธิ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมูลนิธิร่วมกตัญญู ร่วมกันแถลงข่าวแจ้งเงินบริจาคผ่านบัญชีออมทรัพย์และบัญชีกระแสรายวันว่า ล่าสุดอยู่ที่ 408,508,986 บาท และยอดเงินสดที่รับมอบโดยตรงผ่านนายบิณฑ์ และนายเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ คือ 1,748,441 บาท ซึ่งเบิกถอน 6 ครั้ง ยอดเงิน 46,000,000 บาท โดยรวมยอดเงินช่วยเหลือตั้งแต่วันที่ 16-24 ก.ย.2562 อยู่ที่ 41,181,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบิณฑ์กล่าวว่า จะจัดสรรเงินบริจาคส่งมอบถึงมือผู้ประสบภัยทุกคน ซึ่งในส่วน จ.อุบลราชธานี ได้ดำเนินการมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้วประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ โดยยึดหลักเกณฑ์ข้อมูลจากราชการหรือทะเบียนราษฎรเป็นหลัก ตลอดจนทำประชาคมร่วมกันกับผู้นำท้องถิ่นในการตัดสินใจมอบเงินช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัยแต่ละครัวเรือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันเราจะสำรวจบ้านของประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในทะเบียนราษฎรหรือตกสำรวจ แต่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยครั้งนี้ ซึ่งมีการทำประชาคมและสำรวจวิเคราะห์แล้วเห็นสมควรก็จะมอบเงินช่วยเหลือ โดยเน้นย้ำว่าการช่วยเหลือเงินบริจาคส่วนนี้เป็นเพียงระดับครัวเรือนเท่านั้น ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือพื้นที่ทํากินหรือพื้นที่เศรษฐกิจต่างๆ&amp;quot; นายบิณฑ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า มูลนิธิร่วมกตัญญูเตรียมลงพื้นที่สำรวจ จ.ยโสธร เพื่อกระจายเงินบริจาคช่วยเหลือในทุกพื้นที่ประสบภัย และขยายการช่วยเหลือออกไปยังจังหวัดอื่นๆ อีก ซึ่งจะแจ้งให้ทราบภายหลัง สำหรับบัญชีออมทรัพย์และบัญชีกระแสรายวันของบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ จะปิดบัญชีในวันที่ 30 ก.ย.นี้ แม้จะมีผู้ที่ต้องการอยากจะให้เปิดรับบริจาคไปเรื่อยๆ ก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.สระแก้วและปราจีนบุรีขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ หลังมวลน้ำขนาดใหญ่จาก จ.สระแก้ว จะไหลผ่านชุมชนตลาดเก่าและเขตเทศบาลตำบลกบินทร์ ซึ่งทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นอีก เจ้าหน้าที่จึงแจ้งเตือนให้ผู้ที่อาศัยริมแม่น้ำปราจีนบุรีเตรียมรับมือ โดยมีทหารและเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ออกช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยการขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูง เช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ที่ต้องนำขึ้นรถกระบะ เพื่อไปจอดไว้บนถนนนอกชุมชนซึ่งเป็นพื้นที่สูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัลลพ ประวัติวงศ์ นายอำเภอกบินทร์บุรี รายงานสถานการณ์น้ำฝนจาก จ.สระแก้ว ไหลมาสมทบในพื้นที่ ระดับน้ำแม่น้ำปราจีนบุรี จุดวัดหน้าสถานีอุตุฯ กบินทร์บุรี เวลา 06.00 น.เช้านี้ วัดได้ &amp;nbsp;9.73 เมตร &amp;nbsp;(เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 0.18 ม.) ปริมาณฝน 0.8 มิลลิเมตร ปริมาณฝนรวมทั้งปี 1200.6 มิลลิเมตร เปรียบเทียบกับปี 2561 ฝนรวมทั้งปี 1976.7 มม. (ตั้งแต่ ม.ค.-ปัจจุบัน) ความสูงของตลิ่งฝั่งซ้าย 8.97 เมตร ความสูงของตลิ่งฝั่งขวา 9.24 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำได้เพิ่มระดับสูง ทางศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของทางเทศบาลได้ย้ายเต็นท์ขึ้นในที่สูงที่ปลอดภัยกว่า ใกล้กับตลาด 100 ปี ในชุมชนตลาดเก่าที่ตั้งเดิม พร้อมเตรียมเรือท้องแบน กำลังเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยบูรพาพยัคฆ์ ในการบริการขนย้ายหากเร่งด่วนหรือฉุกเฉิน พร้อมกันนี้น้ำได้แผ่วงกว้างท่วมในพื้นที่ต่ำ ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี และลดระดับไหลมาตามแม่น้ำปราจีนบุรี ที่ต่ำต่อเนื่องลงมาในพื้นที่ ต.บ้านทาม อ.ศรีมหาโพธิ, อ.เมืองปราจีนบุรี และ อ.บ้านสร้าง เป็นบางพื้นที่ โดยเฉพาะตลอดริมฝั่งแม่น้ำปราจีนบุรีที่สภาพน้ำปริ่มเต็มตลิ่งแล้ว แต่ทางพื้นที่ยังปิดประตูระบายน้ำไม่ให้ล้นเข้าพื้นที่ ซึ่งประชาชนที่ได้รับผลกระทบเร่งขนของขึ้นที่สูง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินที่บ้านวังปีรู ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี ประชาชนเร่งย้ายของออกมานอกหมู่บ้านแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ชุมชนตลาดเก่า เทศบาลตำบลกบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี หลังจากฝนตกติดต่อกัน ส่งผลให้น้ำจากต้นน้ำแม่น้ำปราจีนบุรี ที่เกิดจากแควพระปรงที่น้ำไหลมาจากเทือกเขาสอยดาว จ.สระแก้ว ไหลมารวมบรรจบกันกับแควหนุมาน ที่น้ำไหลมาจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลก อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี รวมกันเป็นต้นน้ำแม่น้ำปราจีนบุรี น้ำเอ่อล้นตลิ่งจากท้ายตลาดบริเวณท่าเรือเก่า เข้าท่วมกลางตลาดและกระจายทั่วชุมชน ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 30-80 ซม. จุดลึกสุดด้ายท้ายตลาดหรือท่าเรือเก่าระดับน้ำลึกกว่า 1 เมตร บ้านเรือนประชาชนกว่า 150 ครัวเรือนในชุมชนถูกน้ำท่วม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46644</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์, ปราจีนบุรี, ผู้ประสบอุทกภัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุบลราชธานี, เยียวยาผู้ประสบอุทกภัย, เร่งสำรวจจุดฟื้นฟู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190925/image_big_5d8b7587ae841.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
