<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เตือนใจ-อังคณา’ไขก๊อก กสม.ป่วน!เร่งหาตัวแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;เตือนใจ-อังคณา&amp;rdquo; ไขก๊อกพ้นเก้าอี้กรรมการสิทธิมนุษยชนฯ อ้างบรรยากาศไม่เอื้อ หลัง &amp;ldquo;รัฐธรรมนูญ-พ.ร.ป.กสม.&amp;rdquo; ประกาศใช้ ทำเรื่องร้องเรียนหด &amp;ldquo;วัส&amp;rdquo; ร่อนหนังสือถึงประธานศาลเร่งหาตัวตายตัวแทน ลั่นไม่รวบอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 31 ก.ค. นางอังคณา นีละไพจิตร พร้อมด้วยนางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) ได้แถลงถึงการยื่นหนังสือลาออกจากการเป็น กสม. โดยมีผลตั้งแต่ 09.30 น. ของวันที่ 31 ก.ค. โดยนางเตือนใจกล่าวว่า บรรยากาศและระบบการทำงานไม่เอื้ออำนวยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้เหลือเวลาอีกแค่ 2 เดือน แต่งานที่เราได้รับผิดชอบก็ได้จัดทำเสร็จเป็นส่วนใหญ่แล้ว และจริงๆ แล้ว กสม.ปัจจุบันถือว่าพ้นจากตำแหน่งแล้วนับตั้งแต่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 2560 มีผลบังคับใช้ แต่ที่อยู่ก็เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายกำหนดเท่านั้น &amp;nbsp;
&amp;ldquo;การลาออกไม่ได้ทำให้องค์กรเสียหาย เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 22 กำหนดให้ประธานศาลฎีกาและประธานศาลปกครองสูงสุด ตั้งคณะขึ้นมาทำหน้าที่แทนให้ครบองค์ประชุมได้ จนกว่า กสม.ชุดใหม่ที่กำลังสรรหา โดยจะมีการสัมภาษณ์ผู้สมัครในวันที่ &amp;nbsp;2-3 ส.ค. หากคัดเลือกได้ครบ 4 คน จะเสนอวุฒิสภาให้พิจารณาได้ คาดว่าใช้เวลาอีกไม่นาน&amp;rdquo; นางเตือนใจกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเตือนใจยังอธิบายถึงบรรยากาศที่ไม่สร้างสรรค์ ว่าตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2560 และ พ.ร.ป.ว่าด้วย กสม.ประกาศใช้กำหนดให้ กสม.ตั้งอนุกรรมการได้เท่าที่จำเป็น ต่างจากในอดีตที่ กสม.ตั้งอนุกรรมการขึ้นมาหลากหลาย ทำให้การทำงานของ กสม.เชื่อมโยงกับภาคประชาสังคมในทุกกลุ่ม ทุกภาค เมื่อมีการร้องเรียน ตรวจสอบ ลงพื้นที่ ก็จะมีบรรยากาศเป็นไปในเชิงสมานฉันท์ หลายครั้งสามารถแก้ไขปัญหาได้ทันทีเมื่อลงพื้นที่ แต่เมื่อกำหนดตั้งเท่าที่จำเป็น กสม.จึงตีความว่าไม่ควรตั้งคณะอนุกรรมการเลย เพราะอาจขัดต่อกฎหมาย แล้วแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของ กสม.ให้เป็นผู้ตรวจสอบ ทำให้ความเชื่อมโยงกับภาคประชาสังคม และเครือข่ายวิชาการต่างๆ ลดลงต่อเนื่อง &amp;nbsp;เรื่องร้องเรียนก็ลดลง หลายเรื่องที่มีการร้องเรียน ซึ่งต้องผ่านคณะกรรมการกลั่นกรอง ก็ไม่รับเป็นคำร้องเสียมากกว่า&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การทำงานของ กสม.ลอยจากฐานของประชาชนมากกว่าในช่วงก่อนการประกาศใช้กฎหมาย กสม.ฉบับใหม่ อีกทั้งการออกระเบียบต่างๆ ออกมารองรับ ก็ทำให้รู้สึกว่าการทำงานของเราไม่เป็นอิสระตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งหลังปลายปี 2561 ต่อเนื่องปี 2562 การทำงานของ กสม.ก็จะเงียบมาก สถิติเรื่องร้องเรียนก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงการรับเป็นคำร้องก็น้อยลง ดังนั้นจึงคิดว่าแม้จะเหลือเวลาในหน้าที่อีกเพียง 2-3 เดือน แต่ลาออกก่อนก็จะทำให้เราได้ไปทำงานที่เราตั้งใจและไปเป็นประชาชนเต็มขั้น&amp;rdquo; นางเตือนใจกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เป็นปัญหาเรื่องข้อกฎหมายหรือการปฏิบัติประธาน กสม.ทำให้การทำงานเกิดปัญหา นางอังคณาตอบว่า กฎหมายขึ้นอยู่กับการใช้ดุลพินิจตีความกฎหมาย ซึ่งเมื่อ พ.ร.ป.ว่าด้วย กสม.ประกาศใช้ &amp;nbsp;กสม.ก็มีการใช้ดุลพินิจออกระเบียบที่ค่อนข้างเคร่งครัด ทำให้ปฏิบัติหน้าที่ได้ยาก อย่างใครมาร้องเรียน แม้มาด่าเราก็จะออกไปรับ แต่กฎหมายบัญญัติให้ทุกเรื่องต้องเป็นการตัดสินใจของกรรมการ อย่างการให้ข่าวซึ่งเป็นเสรีภาพของการแสดงความเห็นของกรรมการก็ถูกจำกัด ทำให้อึดอัด เพราะการให้ข่าวไม่ได้อยากเป็นข่าว แต่เป็นการให้ข่าวเพื่อเป็นการพูดแทนผู้เดือดร้อน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอังคณากล่าวต่อว่า เรา 2 คนไม่ใช่คนแรกที่ลาออกจาก กสม. ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน เม.ย.2560 &amp;nbsp;นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย ก็ได้ลาออกด้วยเหตุคล้ายคลึงกันคือ การบริหารงานไม่ได้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ เอื้อต่อการปฏิบัติงาน และเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมานายชาติชาย สุทธิกลม ได้ลาออกไปดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ( ป.ป.ท.)&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ได้คิดเรื่องนี้มานานแล้ว ไม่ใช่ว่างอนแล้วตัดสินใจปุ๊บปั๊บออก เราเข้ามาวันแรกก็มีความหวัง เพราะส่วนตัวก็ทำงานกับ กสม.ตั้งแต่ชุดแรก จนรู้สึกมุ่งหวังว่าจะต้องเป็น กสม.ในวันหนึ่ง แล้วจะทำโน้นนี่นั่น แต่เมื่อเข้ามาแล้วมันไม่ใช่อย่างที่คิด และบรรยากาศการทำงานก็ไม่ได้สนับสนุนให้เราทำงานได้ จึงต้องตัดสินใจ แต่การทำงานที่ผ่านมาถือว่าดีใจและพอใจ ถือว่าได้ทำงานอย่างเต็มที่&amp;rdquo; นางอังคณากล่าว
ด้านนายวัส ติงสมิตร ประธาน กสม. แถลงถึงเรื่องนี้ว่า ได้รับหนังสือลาออกจากทั้งสองคนแล้ว และจะทำหนังสือด่วนที่สุดในวันที่ 31 ก.ค.ถึงประธานศาลฎีกาและประธานศาลปกครอง เพื่อให้คัดเลือก กสม.ขึ้นมาทำหน้าที่ชั่วคราวระหว่างรอการสรรหา กสม.ชุดใหม่ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน โดยเดิม กสม.มี 7 คน แต่ลาออกไปแล้ว 4 คน ทำให้ขณะนี้เหลือทำหน้าที่อยู่ 3 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัสยังชี้แจงถึงกระแสประธาน กสม.รวบอำนาจไม่เป็นความจริง เพราะที่ผ่านมาต้องลงมติ ซึ่งหลายครั้งตนเองก็เป็นเสียงข้างน้อย โดยเฉพาะการประชุม 2 ครั้งหลังสุด แต่ก็เคารพเสียงข้างมากในการตัดสินใจ ซึ่งการทำหน้าที่ของ กสม.มี 2 ส่วนสำคัญ คือ 1.เรื่องการคุ้มครองสิทธิที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องร้องเรียน แม้ไม่มีผู้ร้องเรียนก็หยิบยกขึ้นมาตรวจสอบเองได้ และ 2.ด้านการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนก็มีการจัดเวทีให้ความรู้ส่งเสริมประชาชนเข้าใจในเรื่องสิทธิ และส่งเสริมหน่วยงานภาครัฐที่มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตั้งแต่มี กสม.ชุดนี้เมื่อเดือน พ.ย. 2558 ทำงานมา 3 ปีเศษ มีเรื่องร้องเรียนที่ค้างอยู่ 90% แต่พอชุดนี้เข้ามาก็เร่งดำเนินการ หลังปรับระบบการทำงานทำให้เรื่องร้องเรียนเสร็จไปถึง 81% และเรื่องที่เหลืออยู่ในกระบวนการกลั่นกรอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนที่มี กสม.เหลืออยู่ 5 คนเราทำงานด้วยดีมาตลอด ความเห็นไม่ตรงกันก็ใช้วิธีการลงมติเพื่อหาข้อยุติ ซึ่งรายงานการตรวจสอบที่ออกไปก็เป็นไปอย่างมีคุณภาพ มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ที่ประเทศต่างๆ ชูไทยเป็นตัวอย่าง โดยเฉพาะการที่จะมาดูงานด้านสิทธิมนุษยชน เช่น เนปาล ยอมรับว่าเสียดายกับสิ่งที่เกิดขึ้น การทำงานมีความเห็นแตกต่างกันได้ แต่ผลงานจะเป็นที่ยืนยัน ซึ่งรายงานที่ กสม.ออกไปมีข้อโต้แย้งน้อยมาก&amp;rdquo; นายวัสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน กสม.ยังระบุว่า ที่ผ่านมาในเรื่องของ พ.ร.ป.ว่าด้วย กสม.นั้น กรรมาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ส่งมาให้ กสม.พิจารณาเนื้อหา ซึ่งก็มี กสม. 2 คนเห็นด้วยกับประเด็นการเซตซีโร กสม.ชุดนี้ ทั้งที่อีก 4 คนไม่เห็นด้วย ฉะนั้น กสม.ที่เห็นด้วยกับการเซตซีโรชุดนี้ก็ต้องถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์ และคิดว่าจะไม่เอาองค์กรตัวเองไว้แล้ว จึงไม่แน่ใจว่าการลาออกของ 2 กสม.ที่สุดเป็นการสานต่อปณิธานของเขาหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยืนยันว่าไม่ได้มีการห้ามให้ข่าว เพราะไม่มีอำนาจจะไปห้ามเป็นการส่วนตัว แต่การให้ข่าวขององค์กรกลุ่มต้องมีมาตรฐานและมีระเบียบ&amp;rdquo; นายวัสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าวของประธาน กสม.นี้ นางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ กสม. ได้มาร่วมฟังด้วย ขณะที่นางฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง กสม.อีกรายติดภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ &amp;nbsp;โดยนางประกายรัตน์ยืนยันว่าจะไม่ลาออก จะอดทนทำหน้าที่ เพราะถือว่าอาสาเข้ามาทำหน้าที่นี้แล้วก็ต้องเดินหน้าสานต่อและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประชาชนต่อไป &amp;nbsp;แต่เข้าใจว่าการลาออกของทั้งนางอังคณาและนางเตือนใจ ว่าทั้งสองคนคุ้นเคยกับการทำงานแบบองค์กรเดี่ยว แต่เมื่อมาทำงานแบบองค์กรกลุ่มอาจอึดอัด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42442</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิมนุษยชน, ยื่นหนังสือลาออก, หนังสือพิมพ์, อังคณา นีละไพจิตร, เตือนใจ ดีเทศน์, เร่งหาตัวตายตัวแทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190731/image_big_5d41aa3ab8f37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
