<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 20:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 20:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทันสถานการณ์! เลขาธิการ คปภ. ออกคำสั่งให้ประกันภัยการแพ้วัคซีนโควิด-19 คุ้มครองไปถึงกรณีฉีดวัคซีนโควิด ณ จุดบริการนอกโรงพยาบาลฯ ด้วย เพื่อให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองด้านประกันภัยเต็มที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งปัจจุบันยังส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง การฉีดวัคซีนโควิด-19 จึงมีความจำเป็นอย่างมากในการป้องกันการแพร่ระบาด และลดอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากการติดเชื้อ ซึ่งภาครัฐได้กำหนดแผนการเร่งฉีดวัคซีนตามแนวทางการขยายหน่วยบริการ โดยสนับสนุนให้องค์กร หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดบริการฉีดวัคซีน ณ จุดบริการนอกโรงพยาบาล/สถานพยาบาลเวชกรรม เช่น จุดบริการในห้างสรรพสินค้า หรือมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและการเข้าถึงวัคซีนของประชาชน รวมทั้งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการฉีดวัคซีนให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว และทั่วถึง ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ส่งเสริมให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยการแพ้วัคซีนโควิด-19 เพื่อเป็นเครื่องมือการบริหารความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนที่เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยการประกันภัยแพ้วัคซีนโควิด-19 จะให้ความคุ้มครอง หากผู้เอาประกันภัยได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่ามีอาการแพ้หรือผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp; ซึ่งในปัจจุบันมีผลประโยชน์ความคุ้มครองหลายรูปแบบให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อได้ อาทิ เช่น ผลประโยชน์การเกิดเจ็บป่วยระยะสุดท้าย และ/หรือภาวะโคม่า และ/หรือภาวะสมองตายและระบบประสาทล้มเหลว ผลประโยชน์การรักษาพยาบาลในฐานะผู้ป่วยใน และผลประโยชน์เงินชดเชยรายวันจากการเป็นผู้ป่วยใน เป็นต้น โดยบริษัทประกันภัยจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขผลประโยชน์ที่ระบุไว้ และโดยปกติจะเป็นการฉีดวัคซีนในโรงพยาบาลทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อรองรับนโยบายของภาครัฐและสนับสนุนแผนดำเนินการของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ในการเร่งสร้างภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยง รวมทั้งเพื่อให้ผู้เอาประกันภัยที่ซื้อความคุ้มครองผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ยังคงได้รับความคุ้มครองเช่นเดิมตามเงื่อนไขทั่วไปของกรมธรรม์ประกันภัย ดังนั้น ตนในฐานะนายทะเบียนจึงได้ออกคำสั่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายทะเบียนที่ 26/2564 เรื่อง การให้ความคุ้มครองกรณีได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามกรมธรรม์ประกันภัยหรือสัญญาเพิ่มเติม สําหรับบริษัทประกันชีวิต และคำสั่งนายทะเบียนที่ 27/2564 เรื่อง การให้ความคุ้มครองกรณีได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามกรมธรรม์ประกันภัยหรือเอกสารแนบท้าย สําหรับบริษัทประกันวินาศภัย ซึ่งคำสั่งนายทะเบียนทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว กำหนดให้บริษัทประกันภัยให้ความคุ้มครองผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่กระทำการโดยแพทย์ พยาบาล หรือบุคลากรที่ได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย ไม่ว่าจะดําเนินการ ณ สถานที่ใดก็ตาม ผู้เอาประกันภัยจะยังได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย เช่นเดียวกับการฉีดวัคซีนในโรงพยาบาลทั่วไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อมูล ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2564 มีบริษัทประกันภัยได้รับความเห็นชอบกรมธรรม์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 จำนวน 25 บริษัท และมี 10 บริษัทที่จำหน่ายแก่บุคคลทั่วไปแล้ว โดยข้อมูลตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน - 15 พฤษภาคม 2564 มียอดซื้อประกันภัยรวมทั้งสิ้น 800,269 ฉบับ เบี้ยประกันภัย 96,931,810 บาท และมียอดการจ่ายค่าสินไหมทดแทน 105,190 บาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงขยายวงกว้าง และเกิดคลัสเตอร์ใหม่ ๆ ในหลายพื้นที่ รวมถึงมีการติดเชื้อโควิด-19 ที่เป็นสายพันธุ์ใหม่ๆ ด้วย ดังนั้น ทุกคนต้องระมัดระวังและช่วยกันป้องกันการแพร่ระบาด อีกทั้งเตรียมความพร้อมในการเข้ารับฉีดวัคซีน ในขณะเดียวกันเมื่อได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ระบบประกันภัยก็พร้อมเข้าไปช่วยเยียวยาได้อย่างเต็มที่ในทุกมิติ จึงหวังว่าการออกคำสั่งนายทะเบียนทั้งสองฉบับนี้จะช่วยลดข้อโต้แย้ง และเป็นการดูแลประชาชนผู้ทำประกันภัยแพ้วัคซีนโควิด-19 มีความมั่นใจยิ่งขึ้นว่า เมื่อเกิดอาการไม่พึ่งประสงค์จากการแพ้วัคซีนที่มีการฉีดในสถานที่ใด ๆ ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ก็จะได้รับความคุ้มครองจากสัญญาประกันภัยที่ทำไว้ทุกประการ โดยสำนักงาน คปภ. พร้อมที่จะดูแลด้านการประกันภัยอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือ Add Line Official @oicconnect&amp;rdquo; เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104033</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย, คปภ., ฉีดวัคซีนโควิด-19, ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ, ประกันภัย, ป้องกันการแพร่ระบาด, ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน, ผลิตภัณฑ์ประกันภัยการแพ้วัคซีนโควิด-19, เลขาธิการ, แพ้วัคซีนโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60abacafd978f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59445</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2020 12:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2020 12:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุดิษฐ์&#039;บี้นายกฯแจงหน้ากากหายไปไหน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค.2563 - น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกระแสข่าวรัฐบาลปล่อยปละละเลยให้มีการกักตุนหน้ากากอนามัยว่า ขณะนี้สังคมยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่า การกักตุนหน้ากากมีจริงหรือไม่ และเส้นทางการกระจายหน้ากากอนามัยเป็นอย่างไร ทำไมยังขาดแคลน หน้ากากหายไปไหน ทำไมไม่ไปถึงมือประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ ต้องรีบตรวจสอบและมีคำตอบให้กับประชาชน เพราะสังคมยังมีความเคลือบแคลงสงสัยเพื่อความโปร่งใส ในฐานะนายกฯที่ต้องรับผิดชอบคนทั้งประเทศ ต้องตอบคำถามทั้งหมดว่า วันนี้หน้ากากไม่พอใช้เพราะเหตุใด หน้ากากหายไปไหน ถูกคนใกล้ชิดรัฐบาลนำไปกักตุนไว้ขายต่อใช่หรือไม่ ยิ่งมีกระแสข่าวการลักลอบเอาหน้ากากออกมาจากกรมการค้าภายใน เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ใครเกี่ยวข้องบ้าง และจะเอาผิดกลุ่มคนเหล่านี้อย่างไร รัฐบาลต้องรีบออกมาชี้แจง เพราะหน้ากากอนามัยเป็นสิ่งจำเป็นต่อประชาชนในขณะนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรณีที่มีคำครหาว่าคนใกล้ชิดรัฐมนตรีในรัฐบาลทำการกักตุนหน้ากากที่เกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ ปล่อยปละละเลย ลูบหน้าปะจมูก ในการตรวจสอบความจริงแบบนี้ไม่ได้ เพราะสังคมจะยอมรับไม่ได้อย่างแน่นอน&amp;rdquo;น.อ.อนุดิษฐ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59445</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, พท., พรรคเพื่อไทย, หน้ากากอนามัย, เลขาธิการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191210/image_big_5def52cb825fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55210</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2020 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2020 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยรับลูกพร้อมแก้กฎหมายชุมนุมสาธารณะหวังเอื้อวิ่งไล่ลุงครั้งต่อไป!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ม.ค.2563 - น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงข้อเสนอของกลุ่มนักศึกษาและภาคประชาสังคมที่ต้องการให้มีการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมในที่สาธารณะ หลังพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถบังคับใช้กฎหมายแบบเลือกปฏิบัติและไม่เท่าเทียมกันได้ ระหว่างผู้จัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงกับเดินเชียร์ลุงว่า การเลือกปฏิบัติของตำรวจอาจเกิดจากความเกรงใจผู้นำรัฐบาลหรือไม่ ที่คุ้นชินกับการใช้ พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะควบคู่ไปกับคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องการห้ามชุมนุมทางการเมือง ทั้งที่ตอนนี้คำสั่งดังกล่าวได้ถูกยกเลิกไปแล้ว แต่พบว่าตำรวจก็ยังทำงานด้วยวิธีการเดิม ๆ &amp;nbsp;จึงเชื่อได้ว่าอาจมีการสั่งการจากผู้มีอำนาจให้ตำรวจสกัดกั้นฝ่ายที่เห็นต่าง โดยอาศัยช่องว่างของกฎหมาย ที่เปิดช่องให้มีการเลือกปฏิบัติได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;พรรคเพื่อไทยได้รับการร้องเรียนว่าตำรวจได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้จัดวิ่งไล่ลุง พร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่รัฐไปคุกคามญาติของคนจัดกิจกรรม ซึ่งต่างจากกลุ่มเดินเชียร์ลุงที่นอกจากจะไม่ต้องขออนุญาตชุมนุมในที่สาธารณะแล้ว เมื่อจัดเสร็จก็ไม่ถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกับกลุ่มวิ่งไล่ลุง ทั้งที่มีการประกาศจุดยืนของผู้จัดและมีการชูป้ายข้อความที่สร้างความแตกแยกและเกลียดชังในที่ชุมนุม&amp;rdquo;น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ปรากฏการณ์ 2 มาตรฐานที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งอาจจะเกิดจากการที่เจ้าหน้าที่ยังเข้าใจกฎหมายไม่ดีพอ หรือมีการตีความกฎหมายเกินขอบเขตที่กำหนดไว้ จนการบังคับใช้เกิดความสับสน เปิดช่องให้มีการเลือกปฏิบัติจนกลายเป็นการจำกัดเสรีภาพของประชาชนมากกว่าการส่งเสริมประชาชนให้แสดงออกตามระบอบประชาธิปไตย พรรคเพื่อไทยยืนยันว่า สิทธิเสรีภาพการแสดงออกของประชาชนจะต้องได้รับความคุ้มครอง และเจ้าหน้าที่รัฐจะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งความน่าเชื่อถือของตำรวจเองด้วย ดังนั้น จึงเห็นด้วยกับข้อเสนอเรื่องการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว เพื่ออุดช่องว่างไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐเลือกปฏิบัติ และสร้างความมั่นใจให้กับคนที่จะไปร่วมกิจกรรมวิ่งไล่ลุงในครั้งต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55210</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มนักศึกษา, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, พท., พรรคเพื่อไทย, พระราชบัญญัติการชุมนุมในที่สาธารณะ, ภาคประชาสังคม, เลขาธิการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190627/image_big_5d148eaeb86bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2019 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2019 13:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยสั่งศูนย์ประสานงานพรรคปรับเป็นพื้นที่รับบริจาคเพื่อช่วยน้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.2562 - น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงข่าวถึงสภาพน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่จากพายุโพดุลที่สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนทั้งในภาคเหนือและภาคอีสาน โดยบางจังหวัดท่วมหนักที่สุดในรอบ 40 ปี ว่าขณะนี้พายุยังไม่สิ้นฤทธิ์และยังคงสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่อง สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้พรรคไม่ได้นิ่งนอนใจและเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส.ส.เพื่อไทยในพื้นที่น้ำท่วมต่างเกาะติดพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง เพราะตระหนักดีว่าความทุกข์ของประชาชนนั้นรอไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวต่อว่า นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์ ได้มีดำริให้ดำเนินการช่วยเหลือคู่ขนาน โดยเปิดโครงการที่ชื่อว่า &amp;ldquo;เพื่อไทยช่วยไทย รวมใจช่วยน้ำท่วม&amp;rdquo; โดยสั่งการให้ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทยทุกแห่งในประเทศเปิดเป็นพื้นที่รับบริจาคเพื่อให้ประชาชนที่อยากช่วยเหลือพี่น้องที่กำลังประสบภัย ร่วมบริจาคข้าวสาร อาหารแห้ง เสื้อผ้า และของจำเป็นได้โดยตรง โดยภาคอีสานจะใช้ที่ทำการศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทยจังหวัดขอนแก่นเป็นศูนย์กลาง โดยให้ นายบัลลังก์ อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น โทร 098-824-5858 เป็นผู้ประสานงานศูนย์ ส่วนภาคเหนือจะใช้ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทยจังหวัดเชียงใหม่เป็นศูนย์กลาง โดยให้ นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ โทร 089-851-8558 เป็นผู้ประสานงานศูนย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้งสองศูนย์จะเป็นศูนย์กลางที่จะกระจายความช่วยเหลือจากพี่น้องทั้งประเทศไปยังพื้นที่ภัยพิบัติ ส่วน กรุงเทพมหานครจะใช้ที่ทำการใหญ่พรรคเพื่อไทย อาคารโอเอไอ ถนนเพชรบุรี เป็นศูนย์กลางรับความช่วยเหลือ และจะกระจายความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ภัยพิบัติต่อไป พรรคเพื่อไทยขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกคนสามารถฟันฝ่าวิกฤติอุทกภัยครั้งนี้ไปให้ได้ และขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกคนที่กำลังทำงานช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ในขณะนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44739</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, น้ำท่วม, พท., พรรคเพื่อไทย, พายุโพดุล, เลขาธิการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190627/image_big_5d148eaeb86bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37430</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2019 11:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2019 11:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สนธิรัตน์’ตั้งตาคอยคำตอบพรรคร่วมรัฐบาล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2​ มิ.ย.2562 - นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลว่า ขณะนี้พรรคพลังกำลังพยายามเดินหน้าอย่างถึงที่สุดที่จะให้มีการตั้งรัฐบาลโดยเร็วตามที่พี่น้องประชาชนคาดหวัง ซึ่งพรรค พปชร.ได้ประสานงานไปยังพรรคร่วมที่มีอุดมการณ์ในทิศทางเดียวกันหมดแล้ว อยู่ระหว่างรอการตัดสินใจของพรรคการเมืองเหล่านั้น ซึ่งหวังว่าจะได้รับคำตอบในเร็วๆ นี้ &amp;nbsp;ขณะเดียวกันก็ต้องขอขอบคุณบรรดาพรรคการเมืองที่ได้ประกาศร่วมตั้งรัฐบาลกับพรรคมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ ยืนยันว่า พรรคดำเนินการเจรจาภายใต้ระบบพรรคการเมืองต่อพรรคการเมือง โดยให้ความสำคัญกับนโยบายของทุกพรรคการเมือง ซึ่งจะนำไปขับเคลื่อนสู่พี่น้องประชาชนและแก้ปัญหาของประเทศร่วมกันอย่างไรก็ตามคาดหวังว่าจะมีข้อยุติในการพูดคุย จนสามารถดำเนินการประกาศจัดตั้งรัฐบาลได้ในเร็ววันนี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37430</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดตั้งรัฐบาล, พปชร., พรรคพลังประชารัฐ, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, เลขาธิการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190602/image_big_5cf3518eb5db7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
