<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80441</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 11:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสทช. ย้ำโอเปอเรเตอร์ทุกรายดูแลคุณภาพสัญญาณในจุดที่มีประชาชนหนาแน่น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค. 2563 นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า วันนี้ (14 ต.ค. 2563) สำนักงาน กสทช. ได้กำชับโอเปอเรเตอร์ทั้ง 5 ราย ได้แก่ เอไอเอส ทรู ดีแทค แคท และทีโอที ให้ดูแลคุณภาพสัญญาณและโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตนในพื้นที่ที่มีการใช้งานของประชาชนหนาแน่น และพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัติให้พร้อมใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเตรียมทีมซ่อมบำรุงเพื่อเข้าแก้ไขกรณีเกิดเหตุขัดข้อง และเตรียมความพร้อมเครื่องสำรองไฟกรณีไฟฟ้าขัดข้องเพื่อให้ประชาชนสามารถใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไตรรัตน์ กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. เข้าใจถึงความจำเป็นในการสื่อสาร โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีประชาชนมีความต้องการใช้งานเป็นจำนวนมาก และกรณีเกิดภัยพิบัติ ดังนั้น หากเกิดปัญหาโทรศัพท์เคลื่อนที่ไม่ได้สามารถใช้งานได้ ประชาชนสามารถโทรแจ้งเข้ามาได้ที่ กสทช. คอลเซ็นเตอร์ หมายเลข 1200 (ไม่มีค่าใช้จ่าย)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80441</URL_LINK>
                <HASHTAG>สัญญาณมือถือ, เลขาธิการ กสทช., เอไอเอส ทรู ดีแทค แคท และทีโอที, ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200715/image_big_5f0e99a6c35f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2020 10:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2020 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> มาแล้ว เอไอเอส เข้ารับเอกสารการประมูล 5G เป็นรายที่ 5 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 ม.ค.2563 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า เช้าวันนี้ (14&amp;nbsp;ม.ค. 2563) นายสุเทพ เตมานุวัตร์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจสัมพันธ์และพัฒนา บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ในฐานะผู้รับมอบอำนาจของบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด เข้ามารับเอกสารการประมูล 5G จากสำนักงาน กสทช. เป็นรายที่ 5 โดยสำนักงาน กสทช. ยังคงเปิดให้ผู้ประกอบการที่สนใจขอรับเอกสารการประมูลได้ต่อไปจนถึงวันที่ 3 ก.พ. 2563 จากนั้นจะเปิดให้ยื่นเข้าร่วมการประมูลในวันที่ 4 ก.พ. 2563 จากนั้นวันที่ 10 และ 14 ก.พ. 2563 จะให้มีการประมูลรอบสาธิต (Mock Auction) และวันที่ 16 ก.พ. 2563 เป็นวันประมูล 5G&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54501</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐากร ตัณฑสิทธิ์, รับเอกสารประมูล5G, เลขาธิการ กสทช., เอไอเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200114/image_big_5e1d3633b57b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47364</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2019 10:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2019 10:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่มีทางเลือก กสทช. ยกเลิกสัญญาเน็ตชายขอบทีโอที 6.4 พันล้าน เหตุส่งงานล่าช้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค. 2562 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า ภายหลังการที่ประชุมบอร์ด &amp;nbsp;กสทช. วันนี้ (4 ต.ค. 2562)ว่า สำนักงาน กสทช.ทำหนังสือ ถึงบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ยกเลิกสัญญา ทีโอที ชนะประมูลโครงการนี้ 3 สัญญาวงเงินรวม 6,486,399,926 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ประกอบด้วย1. โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบหมู่บ้านในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) กลุ่มที่ 2 (ภาคเหนือ 2) ส่วนที่ 1 ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) วงเงิน 2,103,800,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบหมู่บ้านในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) กลุ่มที่ 3 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ส่วนที่ 1 ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) วงเงิน2,492,599,999 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบหมู่บ้านในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) กลุ่มที่ 1 (ภาคเหนือ 1) ส่วนที่ 2 การจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ วงเงิน 1,889,999,927 บาท
อย่างไรก็ให้ทีโอทีมาดำเนินการกำหนดค่าเสียหายที่สำนักงาน กสทช.สามารถตรวจรับงานให้กับ ทีโอที ได้ ส่วนงานใดที่ ทีโอที ได้ส่งมอบมาแล้ว แต่เป็นงานที่คณะกรรมการตรวจรับได้ ก็จะมีการตรวจรับและเสนอเพื่อที่จะอนุมัติเงินงวดให้กับทีโอที ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันส่วนงานใดที่เสนอมาแล้ว แต่ไม่สามารถตรวจรับได้ สำนักงาน กสทช.จะไปดำเนินการออกประกาศประกวดราคาใหม่ เพื่อที่จะให้บริษัทใหม่ เข้ามาดำเนินการทำงานในส่วนสัญญาดังกล่าวต่อไป โดยถ้ามีการประกวดราคาเพิ่มเติมแล้ว ถ้ามีงบประมาณที่เกินจากสัญญา ทีโอทีจะเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนงบประมาณดังกล่าวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในพื้นที่ ป่าสงวน ถ้าเกิดทีโอที ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ ก็เป็นจากผู้ส่งมอบงานไม่สามารถส่งมอบงานได้ ส่วนนี้ไม่อยู่ในเงื่อนไข ที่จะถูกปรับตามสัญญา เนื่องจากผู้ว่าจ้างไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ในเขตป่าสงวนได้ ดังนั้นพื้นที่ที่ ทีโอที สามารถเข้าไปดำเนินการได้แล้วไม่แล้วเสร็จ งานแล้วเสร็จแต่ดำเนินการผิดตามเงื่อนไขที่กำหนด (ทีโอที) การใดที่ไม่ผิดทีโอที แต่ถูกต้อง ก็จะมีการจ่ายเงินให้กับทีโอที ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันให้ทีโอที ตั้งคณะทำงาน เข้ามาดำเนินการร่วมกับสำนักงาน กสทช.เพื่อที่จะกำหนดงวดงานใดบ้างที่จะสามารถดำเนินการจ่ายเงินใหักับทีโอที ได้ งวดงานใดบ้างที่ผิดทีโอที และงวดงานใดที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ สำนักงาน กสทช.จะเร่งหาผู้รับจ้างรายใหม่ เพื่อที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการใช้งานของประชาชนในเขตพื้นที่ทุกพื้นที่ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการใช้งานของประชาชน ซึ่งเราตั้งเป้าหมาย ภายในปีนี้หรือต้นปี2563 ไม่ว่าจะเป็นโครงการ เน็ตประชารัฐในพื้นที่ทุรกันดาร และเน็ตประชารัฐในพื้นที่ชนบทที่ กสทช.ดำเนินการ เป็นผืนเดียวกัน ไปรวมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) จำนวน &amp;nbsp;24,700 หมู่บ้าน ก็จะเป็นผืนเดียวกันในการให้บริการทั่วประเทศทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้ สำนักงาน กสทช.คงไม่มีทางเลือกเป็นอย่างอื่น ก็คงต้องยกเลิกสัญญาส่วนที่ ทีโอทีไม่สามารถดำเนินการแล้วเสร็จ นำไปประกวดราคาใหม่ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนที่รัฐบาลเองต้องการให้เห็นการใช้งานเกี่ยวกับประชาชนในการดำเนินการนี้ถ้าเค้าไปแก้ไขสัญญา ไฟเบอร์ อันไหนที่ถูกต้อง กสทช.ก็จะดำเนินการตรวจจ้างให้ ปรับปรุงเสร็จ ก็ต้องตรวจ &amp;rdquo; นายฐากร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สำนักงาน กสทช.จะเปิดเป็นอีบิดดิ้งไป บ.ไหนเข้ามา ชนะก็รับในส่วนนั้นไป อาจจะใช้เวลาอีก 4-5 เดือน ซึ่งผมอยากเห็นภาพที่เกิดขึ้น เดือน กุมภาพันธ์หรือมีนาคม เมื่อเมีการประมูลคลื่น 5G ที่เกิดขึ้น เปิดให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในครบทุกพื้นที่ทั่วประเทศ 7หมื่นกว่าหมู่บ้านทั้งหมด จะทำให้โครงการเราสำเร็จ เราไม่ได้มีอะไรกับทีโอที แต่เราปล่อยในลักษณะนี้ต่อไปไม่ได้ แต่จะทำให้การทำงานของเรา 3,920 หมู่บ้านจะถูกดึงทั้งหมด ทำให้กระบวนการเปิดให้บริการในพื้นที่ อย่างเช่น ที่เราบอกว่าจะมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 200บาท ต่อคน ต่อครัวเรือน ปัจจุบันเรายังไม่สามารถดำเนินการได้เลย ก็ยังให้บริการไม่ได้ นี่คือปัญหาที่ตามมา สิ่งพวกนี้ที่รัฐบาลเอง กสทช.รับปากกับพี่น้องประชาชนไว้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ถ้าในพื้นที่ที่เปิดให้บริการได้ แต่ในพื้นที่ ที่ทีโอที ดำเนินการไม่สามารถให้บริการได้ เราไม่สามารถจะบอกประชาชนได้ เอาเฉพาะภาคเหนือ ไปก่อน ภาคอีสานเปิดไม่ได้ ก็จะเกิดปัญหาตามมาโดยตลอด และเป็นสิ่งที่ผมวิตกกังวลมาก ประชาชนแจ้งมาว่าเค้าเข้านิยามครัวเรือนที่มีรายได้น้อย&amp;rdquo; นายฐากร กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสำนักงาน กสทช.จะทำคู่ขนานกับการเจรจากับทีโอที 15 วัน ก็เร่งรัดให้สำนักงาน กำหนดทีโออาร์ ในการเปิดประมูลใหม่ ซึ่งทั้งหมดเมื่อเซ็นสัญญากับแล้วคงจะกำหนดในทีโออาร์ให้แล้วเสร็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า กรณีการยกเลิกสัญญาเน็ตชายขอบ ระหว่าง ทีโอที และ กสทช.นั้นเบื้องต้นได้เคยหารือกับ กสทช.แล้วและรับทราบปัญหามาโดยตลอด ซึ่งทีโอทีในฐานะเป็นหน่วยงานภายใต้การดูแลของกระทรวงดีอีเอส ทีโอทีจะต้องกลับมาทบทวนถึงสาเหตุการยกเลิกสัญญาดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมได้รับฟังมาบ้างแล้วจาก กสทช.เป็นปัญหาของทีโอทีที่ต้องมาทบทวนการดำเนินงานทำไมไม่สามารถดำเนินงานให้แล้วเสร็จตามทีโออาร์ &amp;nbsp;ดูเหตุผลการยกเลิกสัญญา ทีโอทียังไม่ได้ดำเนินการใดๆ มันก็จะไปถ่วงเค้าให้เค้าเปิดให้บริการไม่ได้ ผมคงไม่เจรจา เป็นปัญหาของทีโอที เป็นสิ่งที่ทีโอทีต้องรับผิดชอบไม่ใช่องค์กรเล็กๆ การทำงานต้องมีประสบการณ์มากพอสมควร ที่ผ่านมาเข้าใจกสทช.พยายามให้โอกาสและขยายระยะเวลา ผมคงไม่เข้าข้างใคร&amp;rdquo; รมว.ดีอีเอส กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47364</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., ฐากร ตัณฑสิทธิ์, ทีโอที, เน็ตชายขอบ, เลขาธิการ กสทช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190513/image_big_5cd93bb33bf92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36086</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2019 10:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>5จี ปฏิวัติระบบสาธารณสุขของประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เมื่อช่วงกลางเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา สื่อทางการของประเทศจีน รายงานว่า ศัลยแพทย์ชาวจีนได้ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดสมองของคนไข้รายหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างไกลราว 3,000 กิโลเมตรผ่านเทคโนโลยี 5จี ได้เป็นผลสำเร็จครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รายงานระบุว่า ตัวผู้ป่วยนั้นเข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกรุงปักกิ่ง แต่แพทย์ผู้ผ่าตัดนั้นอยู่ที่โรงพยาบาลในเกาะไหหลำทางใต้ของประเทศ โดยทีมแพทย์ผู้ทำการรักษาได้ใช้เวลาผ่าตัดราว 3 ชั่วโมง ผ่านหุ่นยนต์ผ่าตัดโดยใช้ระบบ 5 จี ในการผ่าตัดแก้ไขโรคพาร์กินสัน โดยกระตุ้นสมองส่วนลึก (deep brain stimulations) หรือ DBS จนกระทั่งการผ่าตัดสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และคนไข้อาการดีขึ้นตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;นี่คือส่วนหนึ่งของยูสเคสที่เกิดขึ้น สำหรับการเข้ามาของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงยุคที่ 5 หรือ 5จี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างที่ทราบกันดีว่า เทคโนโลยี 5จี จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในวงการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่ง 5จี จะช่วยลดช่องว่างในการได้รับการรักษาพยาบาลที่เท่าเทียม ระหว่างคนชนบท และ คนเมือง โดยการใช้การรักษาทางไกลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (telehealth) ซึ่งขณะนี้มีการวิจัยและทดลองการผ่าตัดทางไกลมากมาย และอย่างเคสที่ยกมาข้างต้น ในประเทศจีน ก็ถือเป็นการพัฒนาการรักษาโดยใช้เทคโนโลยีดังกล่าวและประสบความสำเร็จอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ดีคาดว่า ในเร็วๆนี้ จะมีการพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์เชิงพาณิชย์ ที่รองรับเทคโนโลยี 5จี ปล่อยออกมาอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็หมายความในอนาคตอันใกล้นี้การแพทย์จะเข้าถึงผู้คนทั่วโลก และทำให้คุณภาพชีวิตของมนุษยชาติดีขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีจะเชื่อมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกับผู้ป่วยได้ แม้ว่าจะอยู่คนละสถานที่กันก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;สำหรับประเทศไทยเองก็ตระหนักถึงเรื่องการลดช่องว่างการเข้าถึงเรื่องสาธารณสุขด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศเรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มตัว และขณะเดียวกันการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ก็มีจำกัด และไม่เพียงพอต่อการดูแลผู้ป่วย ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(สำนักงาน กสทช.) มองว่า เทคโนโลยีการสื่อสาร 5จี จะเข้ามาช่วยในเรื่องการดูแลสุขภาพของประชาชนให้ดีขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;โดยก่อนหน้านี้ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวในงานสัมมนาทางวิชาการ TCT/TTA Joint Seminar 2019 โดยระบุว่า ในอนาคตหลายประเทศทั่วโลก จะต้องเผชิญปัญหาการเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุ และสำหรับในไทยก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ โดยปัจจุบันไทยมีผู้สูงวัยอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป คิดเป็น 7% ของจำนวนประชากรทั้งหมด และคาดว่าปี 2566 ประเทศไทยจะมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเป็น 14% ของจำนวนประชากร จึงเรียกได้ว่าอีก 3-4 ปีข้างหน้า ไทยจะก้าวเข้าสู่ยุคของสังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ และคาดว่าปี 2578 ประเทศไทยจะมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น เทียบเท่ากับประเทศญี่ปุ่นที่ปัจจุบันมีจำนวนผู้สูงอายุเกินกว่า 20% ดังนั้น จะทำอย่างไรเพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้สิ่งที่ช่วยแก้ปัญหา ก็คือ เทคโนโลยี 5จี ซึ่งจะเข้ามาช่วยลดภาระของภาครัฐ ในการจัดสรรงบประมาณ และอัตราคนเข้ารับการรักษา &amp;nbsp;ซึ่งจากข้อมูล คาดว่าปี 2553-2565 รัฐบาลจะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาพยาบาลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น เป็น 1.1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จากเดิม 0.6% ของจีดีพี และเพื่อลดค่าใช้จ่าย กสทช. จึงมีแผนงานนำเทคโนโลยี 5จี โดยระบบการให้บริการแพทย์ทางไกล เชื่อมโยงกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เพื่อทำการรักษาพยาบาลใน 4 โรค ได้แก่ โรคตา โรคผิวหนัง โรคความดัน และโรคเบาหวาน โดยที่ผู้สูงอายุไม่ต้องเดินทางไปพบแพทย์ในเมือง ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำของผู้คนในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ขณะเดียวกัน ในการประชุมคณะกรรมการกสทช. เมื่อเร็วๆนี้ ก็มีมติอนุมัติงบ 18.8ล้านบาท ทำระบบรักษาทางไกลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง &amp;quot;Telehealth&amp;quot; รักษาสุขภาพนักโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยนายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวจะเป็นการรักษาทางไกลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือ Telehealth นำร่องก่อนที่เรือนจำ 2 แห่งก่อน ได้แก่ เรือนจำเขาบิน จังหวัดราชบุรี และเรือนจำจังหวัดเชียงราย โดยทั้ง 2 เรือนจำเป็นเรือนจำที่มีจำนวนผู้ต้องขังจำนวนมาก ซึ่งเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังให้สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ ให้ได้รับการบริการที่มีมาตรฐาน และประสิทธิภาพ เท่าเทียมกับบุคคลภายนอก สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน และมนุษยธรรม โดยมีระยะเวลาการดำเนินโครงการ 24 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;จะเห็นได้ว่า การเร่งผลักดันเทคโนโลยี 5จี นั้นมีส่วนสำคัญอย่างมาก ต่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งจะมีความแตกต่างจากยุค 4จี อย่างสิ้นเชิง เพราะ 4จี จะเน้นการใช้งานสำหรับบุคคลและการใช้งานภายในบ้าน แต่สำหรับ 5จี จะเป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่ในทุกวงการเลยทีเดียว อย่างในวงการแพทย์และสาธารณสุข ก็จะมีการพลิกโฉมจากหน้ามือเป็นหลังมือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้หากทุกหมู่บ้านในประเทศไทยกว่า 74,987 หมู่บ้าน จะสามารถใช้งานบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงได้ครอบคลุมทั้งหมด  ไม่ว่าจะเป็นทางบรอดแบนด์ หรือ ทางเครือข่ายไร้สาย ก็จะช่วยให้เกิดระบบการให้บริการแพทย์ทางไกล ได้ง่ายขึ้นและสะดวกขึ้น ซึ่งจะก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสาธารณสุขของรัฐบาลได้ถึงเฉลี่ย 38,000 ล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36086</URL_LINK>
                <HASHTAG>5จี, กสทช, นายฐากร ตัณฑสิทธิ์, เลขาธิการ กสทช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190517/image_big_5cde27402dfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
