<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78812</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ดี๊ด๊าแย่งเก้้าอี้! ก๊วนอีสานจองเลขาธิการ‘ก้าวไกล’ดักคอเสียบ‘รบ.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เพื่อไทยป่วนไม่เลิก ก๊วนอีสานจองโควตา เลขาธิการพรรคคนใหม่ &amp;quot;ประเสริฐ อดีต รมช.คมนาคม-เสี่ยโจ้ มหาสารคาม&amp;quot; ลุ้นซิวตำแหน่ง &amp;quot;สุทิน&amp;quot; รับสารภาพ &amp;quot;หญิงอ้อ&amp;quot; ห่วงใยพรรค หากจำเป็นก็อาจเข้ามาช่วยแนะนำการบริหารงานพรรค ประธานวิปฝ่ายค้านทำเขิน มีชื่อซิวตำแหน่ง หน.คนใหม่ โหร คมช.ชี้เปรี้ยงไม่เกินสิ้นปีนี้ได้ห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลแห่งชาติ &amp;quot;ก้าวไกล&amp;quot; ชิงดักคอ ไม่เชื่อ พท.สลับขั้วรอเสียบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในพรรคเพื่อไทยในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลาออกจากหัวหน้าพรรค ทำให้กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยทั้งหมดพ้นสภาพตามไปด้วย หลังก่อนหน้านั้น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ลาออกจากประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยนำร่องไปก่อน โดยทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง ท่ามกลางกระแสข่าวว่าเป็นเพราะมีสัญญาณจากแกนนำพรรคเพื่อไทยสายตระกูลชินวัตรอย่างคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ที่ต้องการให้พรรคเพื่อไทยมีการปรับเปลี่ยนแนวทางการเมืองให้สอดรับกับสถานการณ์การเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคที่รุนแรงขึ้่นเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 ก.ย. นายชูศักดิ์ ศิรินิล รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากกรณีที่นายสมพงษ์ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นเหตุให้คณะกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง และจะต้องมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่นั้น ตนในฐานะผู้รักษาการหัวหน้าพรรค จึงเรียกประชุมรักษาการคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อกำหนดให้มีการเรียกประชุมใหญ่วิสามัญในการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยจะมีการประชุมรักษาการคณะกรรมการบริหารพรรคในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563 เวลา 10.00 น. ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตามกฎหมาย รวมถึงระเบียบข้อบังคับพรรค กำหนดให้แจ้งวันประชุมใหญ่ล่วงหน้าแก่สมาชิกพรรคทั่วประเทศล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ดังนั้นการประชุมใหญ่พรรคเพื่อไทยจะมีขึ้นในวันที่ 1 ตุลาคมนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย ปฏิเสธกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยระส่ำ แพแตก หลังการลาออกของประธานยุทธศาสตร์และหัวหน้าพรรคเพื่อไทยว่า การลาออกของบุคคลทั้งสองไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งแตกแยกภายในพรรค สมาชิกพรรคตระหนักและสัมผัสได้ถึงความเสียสละ ทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานหนักเพื่อพรรคตลอดมา และหลังการเลือกกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยชุดใหม่ ไม่ว่าบุคคลใดจะได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกพรรคเลือกให้มาบริหารพรรค เชื่อมั่นว่าจะสามารถขับเคลื่อนพรรคเพื่อไทยให้เดินหน้าต่อไปได้ ส่วนข่าวคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร จะเข้ามาบริหารพรรค น่าจะเป็นการคาดการณ์กันไปเอง เพราะการบริหารพรรคจะต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริหารพรรคตามกฎหมายเป็นสำคัญ ประชาชนไม่ต้องกังวล กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยชุดใหม่จะเดินหน้าสร้างความเข้มแข็ง มุ่งมั่นนำเสนอนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาติและประชาชนอย่างเต็มที่ต่อไป
กลุ่มอีสานทวงโควตาเลขาธิการพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือความเคลื่อนไหวเรื่องเก้าอี้หัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ว่าจะเป็นใคร หลังเริ่มมีข่าว ส.ส.ของพรรคหลายคน โดยเฉพาะ ส.ส.อีสาน ที่ไม่พอใจการบริหารงานในพรรคเพื่อไทยของนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เห็นได้จากการประชุมใหญ่พรรคเมื่อวันอังคารที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏว่า ส.ส.อีสานนัดรวมตัวกันจำนวนมาก ไม่ยอมเข้าร่วมประชุมพรรค จนทำให้มีคนเข้าประชุมพรรควันดังกล่าวบางตา จนสร้างความไม่พอใจให้กับนายสมพงษ์ หัวหน้าพรรคเป็นอย่างมาก จนต้องมีการเปิดห้องที่รัฐสภาเพื่อนัดเคลียร์ใจกับ ส.ส.อีสานของพรรค แต่สุดท้ายก็ยังเคลียร์กันไม่ได้ จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในพรรคดังกล่าวตามมาในที่สุด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านท่าทีจาก ส.ส.อีสาน พรรคเพื่อไทย อย่างนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน กล่าวถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพรรคเพื่อไทยว่า ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะพรรคเป็นสถาบันการเมือง ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงทุกคนก็มีสิทธิ์คิด มีสิทธิ์แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ท้ายที่สุดพรรคก็มีวัฒนธรรมที่จะหาข้อสรุป ส่วนการลาออกของฝ่ายต่างๆ เพื่อเปิดทางให้การเปลี่ยนแปลงนั้นราบรื่น ยืนยันว่าพรรคไม่ได้ขัดแย้งหรือแตกแยกแต่อย่างใด ส่วนที่มี ส.ส.อีสาน เสนอชื่อแคนดิเดตหัวหน้าพรรคออกมาหลายชื่อนั้น ก็เป็นเพียงความเห็นที่หลากหลาย เป็นความงดงามทางประชาธิปไตยในพรรค ซึ่งเท่าที่เห็นก็เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนความเห็นทางในกลุ่มไลน์ของ ส.ส. ซึ่งไม่ใช่เพื่อการต่อรองหรือกดดันแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีชื่อนายสุทินเป็นหนึ่งในแคนดิเดตหัวหน้าพรรค พท.ด้วย พร้อมหรือไม่ หากถูกเสนอให้รับตำแหน่งดังกล่าว นายสุทินกล่าวว่า &amp;quot;ผมคงจะไม่ประเมินตัวเอง ต้องให้คนอื่นประเมินว่าเราเป็นอย่างไร แต่รู้ว่าหัวใจของผมเป็นอย่างไร ผมรักพรรคและพร้อมจะต่อสู้กับเผด็จการ ไม่คิดถึงเรื่องตำแหน่งหรือความขัดแย้งใดๆ ขณะนี้มีเพียง 2 เรื่องที่อยากจะทำคือ แก้รัฐธรรมนูญอย่างไรให้สำเร็จ และการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหลังจากนี้ อย่าว่าแต่ผม มีการเสนอชื่อ 4-5 คนยิ่งดี ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไรอยู่ที่สมาชิก พรรคเพื่อไทยมีวัฒนธรรมองค์กรที่จะดำเนินการเรื่องนี้อยู่แล้ว และวันนี้อยากให้ทุกคนช่วยกันเรื่องสู้ภายนอกมากกว่าภายในพรรค ให้ได้รัฐธรรมนูญที่ไม่เสียเปรียบ ให้เป็นประชาธิปไตย และช่วยกันทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น&amp;quot; นายสุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีกระแสข่าวคุณหญิงพจมานจะมาดูแลพรรคนั้น นายสุทินเปิดเผยว่า เรื่องนี้ยังไม่มีอะไรที่ชัดเจน ทราบเพียงแต่ว่าคุณหญิงพจมานมีความห่วงใยพรรค และให้การสนับสนุนเหมือนประชาชนที่เป็นแฟนคลับพรรคคนหนึ่ง แต่ก็เป็นไปได้ในเวลาที่จำเป็น คุณหญิงพจมานก็อาจเข้ามาช่วยแนะนำเรื่องการบริหารงานพรรค เพราะถือว่ามีประสบการณ์อยู่กับพรรคการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างพรรคเพื่อไทยว่า ตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย มีแนวโน้มสูงที่จะยังเป็นนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เพราะมีความอาวุโสและได้รับการยอมรับทั้งจาก ส.ส.พรรคเพื่อไทย และพรรคการเมืองอื่น แต่ในส่วนของเลขาธิการพรรค ส.ส.อีสาน ซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่ของพรรค ต่างพูดคุยตรงกันว่าเมื่อนายสมพงษ์ ส.ส.เชียงใหม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคแล้ว ตำแหน่งเลขาธิการพรรคก็ควรกระจายมาให้ ส.ส.อีสานที่มีจำนวนมากที่สุด เพื่อให้การประสานงานเป็นไปอย่างใกล้ชิด ให้พรรคเข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม เพื่อจะได้ทำงานให้ประชาชนได้อย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า แคนดิเดตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย มีรายชื่อที่หยิบยกขึ้นมาตอนนี้คือ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมาและอดีต รมช.คมนาคม นอกจากนี้ยังมีอีกหลายรายชื่อที่มีความเหมาะสม ต้องรอดูว่าสุดท้ายแล้วที่ประชุมวิสามัญพรรคเพื่อไทยที่จะมีขึ้นช่วงต้นเดือน ต.ค.จะเลือกใครมาทำหน้าที่
ก้าวไกลดักคอ ขวาง พท.เปลี่ยนขั้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเห็นจากพรรคการเมืองอื่นต่อกรณีนี้ ทางนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ถือเป็นการจัดการภายในของพรรคเพื่อไทยที่พรรคก้าวไกลต้องเคารพ เหมือนที่เราเคารพการทำงานซึ่งกันและกันมาโดยตลอด เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงของพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้าน และในฐานะที่พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยได้ทำงานร่วมกันต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาด้วยกัน เชื่อว่าในภาพรวมภาพใหญ่ของพรรคเพื่อไทยจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ส่วนรายละเอียดภายในพรรคเพื่อไทย ก็ต้องให้เขาว่ากันไป ยังมั่นใจว่าพรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมฝ่ายค้านในเชิงยุทธศาสตร์แล้ว ทุกอย่างยังเหมือนเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยจะเปลี่ยนจุดยืนด้วยนั้น เบื้องต้นเชื่อว่ายังไม่ไปไกลถึงขนาดนั้น เพราะการเปลี่ยนจุดยืน เช่นจากเดิมอยู่ฝ่ายค้านเป็นพรรคฝ่ายประชาธิปไตยแล้วเปลี่ยนเป็นฝ่ายตรงข้ามอย่างนั้นมันไปไกลเกินไป และประชาชนที่เลือกตั้งก็คงยอมไม่ได้ โดยเฉพาะ ส.ส.ที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ การจะให้เปลี่ยนจุดยืนแบบนั้นไม่ใช่เชื่อง่าย ดังนั้นโอกาสที่จะเป็นแบบนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เชื่อว่าภาพรวมของการทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะเรื่องรัฐธรรมนูญ รวมถึงอนาคตที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะไม่มีอะไรมากระทบ เพียงแต่เราต้องรอดูเรื่องการจัดการการเปลี่ยนผ่านของพรรคเพื่อไทยว่าจะนำไปสู่อะไร ยังมองโลกในแง่ดีว่าไม่มีผลกระทบอะไรต่อพวกเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่มีกระแสความเป็นไปได้ของรัฐบาลแห่งชาติ นายรังสิมันต์กล่าวว่า เรื่องนี้คงมีการโยนหินถามทางกันมาเรื่อยๆ เนื่องจากสังคมไทยเป็นสังคมอ่อนไหวกับความขัดแย้งกับการเห็นภาพคนทะเลาะกัน แต่ในความเป็นจริงเราต้องมองว่านี่คือกระบวนการปกติ เพราะสังคมประชาธิปไตยเราจะไปบังคับให้มีความเห็นเหมือนกันคงไม่ได้ ดังนั้นความเห็นแย้งหรือเห็นไม่ตรงกันจึงเป็นเรื่องปกติ แต่จะนำไปสู่รัฐบาลแห่งชาติหรือไม่ มองว่าเราคงคิดไปไกล เนื่องจากที่ผ่านมาก็พูดกันหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เกิดเสียที คิดว่าโอกาสที่จะเป็นรัฐบาลแห่งชาติไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะจุดยืนหลายเรื่องเห็นไม่ตรงกัน ถ้าเป็นรัฐบาลแห่งชาติที่เคารพสิทธิมนุษยชน เคารพหลักการความเท่าเทียมกันของมนุษย์ เราจะไม่ยอมให้เกิดรัฐประหารต่อไป เรียกร้องการปฏิรูปกองทัพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คำถามก็คือว่า ถ้ารัฐบาลแห่งชาติเป็นแบบนั้นแล้วพรรคการเมืองที่ไม่มีอุดมการณ์หรือมีแนวคิดแบบนั้นจะยอมหรือไม่ เช่นเดียวกันกับว่าถ้ารัฐบาลแห่งชาติไม่เอาประเด็นเหล่านั้นมาพูดคุยกัน ก็จะเกิดคำถามอีกว่าฝ่ายค้านจะยอมได้หรือเปล่า ดังนั้นคำว่ารัฐบาลแห่งชาติ ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะมีจุดร่วมกันตรงไหนที่จะนำไปสู่การตั้งรัฐบาลแห่งชาติได้ ดังนั้นยังเชื่อว่าเป็นแค่ข่าวลือที่ปล่อยออกมาเป็นระยะเท่านั้น และต้องติดตามต่อไป&amp;quot; ส.ส.พรรคก้าวไกลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ เจ้าของฉายาโหรคณะมนตรีความมั่นแห่งชาติ (คมช.) กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองในเวลานี้ว่า บอกเลยคำสัมภาษณ์ตนตั้งแต่ต้นปีจนถึงบัดนี้ไม่มีเปลี่ยนแปลง ภาพการชุมนุมต่างๆ จะเกิดขึ้นเป็นเพียงเหมือนไฟไหม้ฟาง การชุมนุมเดือน ต.ค.ไม่มีอะไรน่าห่วง ที่เกิดจากนักการเมืองไม่ได้ดั่งใจ บางคนบางกลุ่มที่คอยแสวงหาประโยชน์แต่ไม่ได้ทำหน้าที่เพื่อบ้านเมือง แต่คอยยุยง คนเหล่านี้ถอยหมดไป จากนี้ขอให้รอดูจะเกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลแน่นอน อย่างที่เคยบอกกลุ่มที่เคยอยู่ตรงข้ามจะมาร่วมกันขับเคลื่อน เพราะเริ่มจะรู้ตัวว่าสิ่งต่างๆ ที่มาขับเคลื่อนได้สร้างความเดือดร้อน จะหันมาร่วมตัวคล้ายๆ รัฐบาลแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมขอยืนยันตั้งแต่เดือน ต.ค.โดยไม่เกินสิ้นปีนี้จะเกิดการร่วมตัวกันขึ้น จะมีการจับมือกันเพื่อเป็นคล้ายรัฐบาลแห่งชาติ จะเกิดภาพปรากฏชัด บางกลุ่มหลายคนพรรคเพื่อไทยจะมาร่วมมือหรือพรรคอื่นๆ ที่เคยอยู่ฝั่งตรงข้ามรัฐบาลจะมาร่วมขับเคลื่อนคล้ายรัฐบาลแห่งชาติ รอดูไม่สิ้นปีนี้เกิดขึ้นแน่นอน กลุ่มพรรคเพื่อไทยจะเข้ามาจับมือกันร่วมรัฐบาล เดี๋ยวมีข่าวออกรอดูจากทีมพรรคร่วมรัฐบาล จะเกิดการพูดคุยกันของกลุ่มพรรคการเมืองต่างๆ ภาพจะปรากฏชัด จะมีการประกาศเปิดตัวจับมือกัน ซึ่งอาจจะเกิดไล่เลี่ยกับการได้ รมว.คลังคนใหม่&amp;quot; โหร คมช.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ให้ทัศนะว่า พรรคเพื่อไทยมีประเด็นปัญหาจากการมีกลุ่มย่อยภายในพรรค ซึ่งแนวคิดทางการเมืองและวิธีการปฏิบัติมีความต่างกันภายใน เป็นที่มาของปัญหาผู้นำที่ไม่ชัดเจน ต่างจากในอดีตสมัยพรรคไทยรักไทยที่มีนายทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้นำยึดโยงคนภายในพรรค มาถึงสมัยเป็นพรรคพลังประชาชน แม้นายทักษิณไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรค แต่ยังมีบารมีจนมาถึงยุคพรรคเพื่อไทย ก็มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวมาเป็นสัญลักษณ์ของการเกาะเกี่ยวคนในพรรคได้ เมื่อมาถึงจุดหนึ่งของพรรคเพื่อไทย ที่ไม่มีคนในตระกูลชินวัตรอยู่ ทำให้แต่ละกลุ่มเคลื่อนไหว ประกอบกับทิศทางทางการเมือง หรือเงื่อนไขทางการเมืองที่เปลี่ยนไป เห็นได้จากปรากฏการณ์แตกแยกทางความคิด ที่ ส.ส.ส่วนหนึ่งโหวตสวนมติให้กับรัฐบาล รวมถึงการที่พรรคเพื่อไทยไม่มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ ร่วมกำหนดทิศทางในสภา ทำให้เกิดการเมืองแบบรีโมตคอนโทรล คือการสั่งงานจากนอกสภาโดยทีมยุทธศาสตร์พรรค จนเกิดปัญหายืดเยื้อจนเรื้อรัง จึงถึงจุดเปลี่ยนที่ทำให้มีการลาออกของทีมยุทธศาสตร์พรรคและกรรมการบริหารพรรคบางส่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพรกล่าวอีกว่า อดีตแกนนำของพรรคเพื่อไทยที่ออกไปตั้งกลุ่มการเมือง เช่น นายภูมิธรรม เวชยชัย, นายจาตุรนต์ ฉายแสง คงไม่กลับมาเพื่อไทย เพราะได้มีการประกาศชัดเจนว่าจะออกไปตั้งกลุ่มการเมือง และขณะนี้พรรคเพื่อไทยไม่มีความทันสมัย ไม่ต่างจากพรรคการเมืองรุ่นเก่า ที่ต้องเผชิญกับความผันผวนทางการเมือง และวันนี้อาจถึงเวลาที่พรรคเพื่อไทยอาจจะไปต่อไม่ได้แล้วกับการเมืองในมิติใหม่ ทำให้โอกาสในการกลับมาของอดีตแกนนำพรรคเพื่อไทยมีน้อยมาก เพราะต้องการทำการเมืองในเส้นทางใหม่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78812</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเพื่อไทย, วิปฝ่ายค้าน, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, เลขาธิการพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200927/image_big_5f70990cbe20b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 12:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 12:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เลขาธิการพปชร.&#039;ยันโควตาขุนคลังเป็นของ&#039;บิ๊กตู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายปรีดี ดาวฉาย ลาออกจากตำแหน่ง รมว.การคลังกล่าวว่า ในการประชุมพรรคยังไม่มีเรื่องดังกล่าวในวาระการประชุม ส่วนพรรคจะไม่ส่งชื่อในโควตาใช่หรือไมนั้น ตรงนี้ก็จะส่งสัญญาณให้เองว่าเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่ง รมว.การคลังคนใหม่ น่าจะเป็นโควตาของพรรค พปชร.หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า เราคิดว่าเรื่องการแต่งตั้ง รมว.การคลังคนใหม่ควรเป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) &amp;nbsp;เพราะเป็นโควตาของนายกฯ ซึ่งนายกฯ ต้องเป็นคนดำเนินการ &amp;nbsp;ส่วนนายกฯ จำเป็นต้องปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรค พปชร.หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ส่วนนั้นก็ต้องไปว่ากันในรายละเอียดแต่อำนาจก็เป็นของนายกฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามต่อว่าในฐานะที่พรรค พปชร.เป็นพรรครัฐบาลมองว่าการลาออกของรัฐมนตรีครั้งนี้จะกระทบต่อการบริหารงานของรัฐบาลหรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า จากที่ทราบข่าวตนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ กรณีที่รัฐมนตรีมีปัญหาสุขภาพ และเราก็ทราบดีว่าเป็นเรื่องที่หนักหนาพอสมควร ต้องเห็นใจท่านด้วย ส่วนที่ถูกมองว่ามีความขัดแย้งกับนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลังในฐานะรองหัวหน้าพรรค พปชร.นั้น ตนคิดว่าไม่ใช่ในรายละเอียดตนคิดว่าไม่เป็นประเด็นขนาดนั้น เพราะคิดว่าเป็นปัญหาเรื่องสุขภาพของนายปรีดีมากกว่า &amp;nbsp;เรื่องความขัดแย้งไม่คิดว่าจะมีอะไรรุนแรง เป็นเรื่องปกติธรรมดาภายในการทำงาน ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมืองแน่นอน การเมืองไม่ใช่เรื่องเลวร้ายขนาดนั้น การเมืองมีหลายมิติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามอีกว่าไม่มีปัญหาทางการเมืองใช่หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ก็ไม่น่ามี &amp;nbsp;เป็นปัญหาเรื่องสุขภาพ ไม่ใช่ว่าใครจะไปกำหนดกฎเกณฑ์ในเรื่องนี้ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นเหตุที่สุดวิสัยมากกว่า ส่วนจะถือว่าเป็นโจทย์ยากของรัฐบาลที่จะหาบุคคลมาดำรงตำแหน่ง รมว.การคลังแทนนายปรีดีหรือไม่นั้น ตนเชื่อว่านายกฯคงมีคนที่ดี และเหมาะสมในการบริหารบ้านเมือง รวมถึงเชื่อว่าคนเก่งและคนดีในบ้านเมืองเราไม่ขาดแคลนยังมีอีกเยอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่าจะทำให้การทำงานของรัฐบาลสะดุดลงหรือไม่ เพราะเมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมาตลาดหุ้นตก นายอนุชา กล่าวว่า ก็คงมีบ้าง แต่ไม่ใช่อะไรที่จะหยุดหยั่งการทำงานของภาครัฐให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้าได้ &amp;nbsp;ไม่ใช่ประเด็นที่จะทำให้อะไรหยุดชะงัก เพราะรัฐบาลต้องเดินหน้าการทำงานอยู่แล้วเป็นเพียงประเด็นปลีกย่อยเราอย่าถือว่าเป็นอะไรที่หนักหนาเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีการมองกันว่ารัฐบาลเริ่มนับถอยหลังแล้วนั้น นายอนุชา กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่จำเป็น ไม่ใช่เลย เพราะในวิกฤติต่างๆอาจจะมีโอกาสและน่าจะมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นในประเทศในหลายเรื่อง เรามาช่วยกันทำและสร้างสรรค์นำกระบวนการคิดที่ดี ใครคิดดีทำดีก็มาช่วยกัน เพื่อให้ประเทศเดินไปได้ในภาวะวิกฤติ ตนเชื่อว่าทุกคนอยากเห็นชาติบ้านเมืองดีอยู่แล้ว ไม่มีใครอยากเห็นชาติบ้านเมืองไม่ดี ดังนั้น นายกฯและรัฐบาลก็จะพยายามฟั่นฝ่าอุปสรรคเพื่อนำพาประเทศไปได้ด้วยดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าดูเหมือนว่าไม่มีใครอยากเข้ามาดูแลเรื่องเศรษฐกิจ นายอนุชา กล่าวว่า ให้มั่นใจใครคนใดคนหนึ่งไม่จำเป็นจะต้องเป็นใครยังมีคนเก่งอีกเยอะ ผู้เชี่ยวชาญเราก็มีมาหลายคนแล้ว แต่ก็ไปได้หรือไม่ไปคิดกันให้ดีๆ เราผ่านในสิ่งที่เราคิดว่าใช่มาตลอดแล้วมันใช่หรือไม่ เราอาจคิดว่าเขาเก่งด้านนี้ แต่บางครั้งก็ไม่ใช่ เพราะโจทย์ของประเทศยังมีอีกหลากหลาย ไม่เกี่ยวว่าคนนอกเข้ามาแล้วจะทำงานการเมืองไม่ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่ารัฐบาลจะอยู่ครบเทอม นายอนุชา กล่าวว่า มั่นใจ เพราะพวกเราตั้งใจทำงานให้ชาติ บ้านเมือง แต่อาจจะสะดุดอะไรบ้างก็เป็นธรรมชาติของการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76247</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, ปรีดี ดาวฉาย, พปชร., พรรคพลังประชารัฐ, รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, อนุชา นาคาศัย, เลขาธิการพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f43ca98989a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64593</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2020 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2020 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบแล้ว!ปัญหาเลื่อยขาเก้าอี้ในพปชร.&#039;บิ๊กป้อม&#039;ลั่นไม่เปลี่ยนหัวหน้า-เลขาธิการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.2563 - พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงปัญหาความวุ่นวายภายในพรรคขณะนี้ได้มีการพูดคุย ทำความเข้าใจกันหรือยังว่า &amp;ldquo;อะไร ไม่มีอะไร ๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า​ ปัญหาจบแล้วใช่หรือไม่พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า&amp;ldquo;จบแล้วๆ&amp;rdquo; เมื่อถามย้ำว่าจะไม่มีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค แล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร​ กล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่มี ๆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าทำไมจึงมีคนอยากให้ท่านเป็นหัวหน้าพรรค พล.อ.ประวิตร ปฏิเสธตอบคำถามดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64593</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ, พปชร., พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รองนายกรัฐมนตรี, หัวหน้าพรรค, เลขาธิการพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200325/image_big_5e7aedbd12b6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
