<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57519</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2020 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2020 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปิยบุตร&#039;แถลงปิดคดีเงินกู้191 ล้าน ปลุกระดมคนหนุ่มสาว ถ้ายุบเท่ากับทุบเข้าไปที่หัวใจของคน ความขัดแย้งบาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.63 -นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงปิดคดีนอกศาลรัฐธรรมนูญ กรณี: เงินกู้พรรคอนาคตใหม่ ก่อนศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิฉัยคดีในวันที่ 21 ก.พ. โดยระบุว่า พรรอนาคตใหม่ได้รับการรับรองเมื่อวันที่ 3 ต.ค.2561 และเปิดรณรงค์การรับสมาชิกพรรคและระดมทุนและรับบริจาคทันที เหตุที่ต้องเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพราะกฎหมายพรรคการเมืองและการเลือกตั้งเรียกร้องให้พรรคการเมืองทำหลายเรื่องทั้งการตั้งสาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจำจังหวัด มิฉะนั้นจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งไม่ได้ &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ช่วงเวลานั้นมีคำสั่งคสช.ห้ามดำเนินกิจกรรมทางการเมืองจำนวนมาก และในท้ายที่สุดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีหนังสือแจ้งมายังพรรคว่าห้ามพรรคขายสินค้าออนไลน์ เพราะต้องขายตามหน้าร้านเท่านั้น และให้รับบริจาคได้จากกรรมการบริหารพรรคเท่านั้น ห้ามรับจากบุคคลทั่วไป และที่สำคัญ คือ ห้ามจัดกิจกรรมระดมทุน โดยต้องรอจนถึงเดือนธ.ค.2561 คสช.จึงจะปลดล็อคทางการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร กล่าวว่า เวลานั้นพรรคการเมืองที่มีอยู่และเกิดขึ้นใหม่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไหร ดังนั้น ทุกพรรคต้องเตรียมตัวเต็มที่ สำหรับพรรคการเมืองเก่ามีงบประมาณที่ติดก้นถุงและเครือข่ายอยู่แล้ว แต่พรรคการเมืองใหม่เพิ่งได้เริ่มต้นเมื่อเดือนต.ค.2561 พรรคที่เกิดใหม่ทั้งหมดจะให้เอาเงินมาจากไหน พรรคอนาคตใหม่ได้พิจารณาแล้วเห็นว่ามีเวลาจัดกิจกรรมระดมทุนและหาสมาชิกพรรคจนถึงการเลือกตั้งไม่กี่เดือน พรรคอนาคตใหม่จึงตัดสินใจกู้เงิน ขณะที่ พรรคพลังประชารัฐ จัดโต๊ะจีนระดมทุน 19 ธ.ค.2561 ได้เงินมากกว่า 600 ล้านบาท บางบริษัทก็ให้บริษัทลูกสามบริษัทมาบริจาค เช่นเดียวกับ พรรครวมพลังประชาชาติไทยจตัดโต๊ะจีนได้เงิน มากกว่า 200 ล้านบาท แต่ละพรรคก็เลือกวิธีการที่แตกต่างกันไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การจัดโต๊ะจีน ถ้าเปิดรายชื่อมาดูจะพบว่าคนที่ชื่อโต๊ะจีนล้วนเป็นบริษัทใหญ่ แต่พรรคอนาคตใหม่ไม่ต้องการรับเงินจากบริษัททุนผูกขาด แม้พรรคจะได้รับการติดต่อเข้ามา พรรคเราเป็นพรรคเกิดใหม่ไม่ต้องการให้มีทุนเข้ามาครอบงำ แต่กฎหมายบังคับให้เราทำเรื่องต่างๆ จำนวนมาก เช่น ค่าเช่าสำนักงาน ค่าจ้างบุคลากร งบประมาณในการเดินสายรับสมาชิกพรรค ทั้งหมดใช้เงินทั้งสิ้น จนในท้ายที่สุดเส้นตายใกล้เข้ามา จึงเหลือทางเลือกเดียว คือ การกู้เงิน เพราะพรรคอนาคตใหม่ไม่มีปัญญาจัดโต๊ะจีนแล้วจะได้เงิน 600 ล้านบาท หรือ 200 ล้านบาท&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร กล่าวว่า เมื่อเรากู้เงินมาแล้วก็ไม่ได้ปกปิดเป็นความลับ เราประกาศชัดเจนในงบการเงิน เรื่องนี้สื่อมวลชนและนักร้องทั้งหลายรู้เรื่องนี้เพราะนายธนาธรเป็นคนบอกเอง เพื่อต้องการให้เกิดความโปร่งใส และพรรคได้ทอยอยใช้คืนตามสัญญาเงินกู้ เมื่อพิจารณาตามกฎหมายพรรคการเมืองในประเทศไทยสามารถกู้เงินได้ กล่าวคือ หลักกฎหมายมหาชนจะเรียกร้องจากองค์กรรัฐว่าไม่มีกฎหมายไม่มีอำนาจ แต่กฎหมายเอกชน จะมีเสรีภาพดำเนินการใดๆก็ได้ตราบเท่าที่กฎหมายไม่ได้ห้าม พรรคการเมือง คือ นิติบุคคลเอกชน นอกจากนี้ หน่วยงานของรัฐเกิดขึ้นได้จะต้องมีกฎหมายจัดตั้งขึ้นมา แต่นิติบุคคลเอกชนเกิดได้จากการรวมตัวของบุคคล หน่วยงานของรัฐจะมีบุคคลากรของรัฐที่มีสถานะเป็นเจ้าหน้าที่ แต่พรรคการเมือง คนที่อยู่ในพรรคการเมืองก็ล้วนเป็นบุคคลเอกชนธรรมดาเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น พรรคการเมืองจึงเป็นนิติบุคคลเอกชน ซึ่งมีงานวิจัยและความคิดเห็นของอาจารย์ปริญญา เทวนฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุตรงกันว่าพรรคการเมืองเป็นนิติบุคคลเอกชน เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เข้าหลักว่าทำได้ทุกอย่างเว้นแต่กฎหมายห้ามไม่ให้ทำ ที่ผ่านมากกต.เคยแจกเอกสารให้กับพรรคการเมืองว่าพรรคการเมืองทำอะไรได้หรือทำอะไรไม่ได้ โดยไม่มีสักบรรทัดเดียวที่ระบุว่าห้ามพรรคการเมืองกู้เงิน หากในนี้เขียนชัดว่าห้ามกู้เงิน พรรคอนาคตใหม่จะไม่มีทางกู้เงินแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นหากจะมาลงโทษถึงขั้นยุบพรรคควรจะต้องตีความอย่างเคร่งครัด จะมาอาศัยการตีความแบบขยายความไม่ได้&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวอีกว่า ตามกฎหมายพรรคการเมืองนั้นพรรคการเมืองถูกบังคับให้ส่งงบการเงิน ซึ่งพบว่ามี 16 พรรคระดมทุนในลักษณะเงินทดรอง และอีก 4 พรรคใช้การกู้เงิน แต่ไม่ว่าจะกรณีใดก็ล้วนเป็นนิติกรรมกู้ยืมเงินทั้งสิ้น บางพรรคการเมืองไม่มีการทำสัญญา ไม่มีกำหนดการชำระหนี้ เป็นต้น กฎหมายประเทศไทยไม่ได้ห้ามการกู้เงิน ขณะนี้มีพรรคการเมืองกู้เงินกันมากกว่า 20 พรรค หากวันนี้ไม่ต้องการให้พรรคการเมืองกู้เงินก็ควรไปแก้ไขกฎหมายให้ชัดในอนาคต หรือถ้าจะให้พรรคการเมืองกู้เงินได้ก็แก้ไขกฎหมายเพื่อตั้งกองทุนให้พรรคการเมืองกู้เงินได้เพื่อความเสมอภาค เพราะแต่ละพรรคมีความสามารถในการระดมทุนไม่เท่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่สำคัญเงินกู้ไม่ใช่รายได้ และเงินกู้ไม่ใช่เงินบริจาค และเงินกู้ไม่ใช่ประโยชน์อื่นใด แต่เงินกู้คือหนี้สิน งบการเงินของแต่ละพรรคที่แสดงต่อกกต.ในส่วนของเงินกู้ล้วนจัดไปอยู่ในหมวดหนี้สิน ดังนั้น การที่มาตรา 62 ไม่ได้กำหนดเรื่องรายได้ที่มาจากเงินกู้ย่อมถูกต้องตามระบบบัญชี ต่อให้กกต.จะตีความหรือขยายความว่าเรามีความผิดก็จะมีโทษแค่การปรับเท่านั้น&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร กล่าวว่า กฎหมายพรรคการเมืองมาตรา 4 กำหนดนิยามคำว่าบริจาคมีความหมายว่า &amp;quot;การให้เงินหรือทรัพย์สินแก่พรรคการเมืองนอกจากค่าธรรมเนียมและค่าบํารุงพรรคการเมือง และให้หมายความรวมถึงการให้ประโยชน์อื่นใดแก่พรรคการเมืองบรรดาที่สามารถคํานวณเป็นเงินได้ตามที่คณะกรรมการกําหนดด้วย&amp;quot; ส่วนคำว่าการให้ มีนิยามในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่า ผู้ให้โอนทรัพย์สินให้โดยเสน่หาแก่ผู้รับ แต่สำหรับเงินกู้ชัดในตัวเองว่าไม่ใช่การบริจาคและไม่ใช่การให้ เพราะเงินกู้ต้องใช้คืนในฐานะเป็นหนี้สิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หัวหน้าพรรคยืนยันว่าจะทวงคืนเงินกู้ที่พรรคกู้ไปชัดเจน และพรรคอนาคตใหม่ได้ก็รณรงค์เพื่อช่วยกันซื้อสินค้าของพรรคเพื่อไปใช้หนี้ ที่สำคัญ ที่ผานมามีหนังสือสำคัญในการชำระหนี้ไปแล้วบางส่วน ถ้าถึงขนาดนี้ยังบอกว่าเป็นเงินบริจาคแล้วก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ต่างกับพรรคการเมืองอื่นที่กู้เงินโดยไม่มีสัญญาไม่มีกำหนดชำระหนี้ชัดเจน แบบนี้กรณีใดเข้าข่ายการบริจาคมากกว่ากัน กกต.ร้องไปและให้เหตุผลว่าพรรคอนาคตใหม่ไปกู้เงิน 191 ล้านบาท พร้อมกับสงสัยว่าพรรคอนาคตใหม่จะสามารถชำระหนี้คืนได้หรือไม่ ซึ่งผมก็สงสัยเหมือนกันว่ากกต.เคยไปถามพรรคการเมืองอื่นๆแบบนี้หรือไม่ ถ้าไปเปิดงบการเงินของพรรคจะพบว่าพรรคระดมทุนได้มากกว่า 70 ล้านบาทและทยอยคืนเงินให้หัวหน้าพรรค ด้วยกระแสตอนนี้พรรคจะคืนเงินให้นายธนาธรได้แน่นอน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร กล่าวว่า นอกจากนี้ กระบวนการในชั้นกกต.มีความผิดปกติ กรณีมาตรา 66 คณะอนุกรรมการเรียกไปพรรคเป็นพยานก่อนที่ต่อมาจะยกคำร้องว่าพรรคการเมืองกู้เงินได้ แต่กกต.ก็ยังส่งให้คณะอนุกรรมการอีกคณะ โดยมีมติเช่นเดิม สองคณะให้ยกคำร้องไปแล้ว ซึ่งตามกฎหมายจะต้องยุติแต่กกต.กลับเดินเรื่องต่อไปเรื่อยๆ ส่วนกรณีมาตรา 72 กกตซ.ใช้เวลาแค่สองสัปดาห์ในการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค โดยไม่เคยมีการแจ้งข้อกล่าวหากับพรรคอนาคตใหม่เลยและไม่เคยมีการเรียกไปให้ข้อมูลใดๆทั้งสิ้น พรรคอนาคตใหม่รู้ว่าถูกร้องยุบพรรคพร้อมประชาชนทั่วประเทศ หลักประกันการต่อสู้คดีของพรรคอนาคตใหม่อยู่ตรงไหน กกต.เป็นองค์กรอิสระไม่ใช่นักร้องที่จะหยิบบัตรสนเท่ห์และส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ กกต.จะรีบอะไรขนาดนั้น ไม่เคยสร้างหลักประกันใดๆ ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีบรรทัดฐานว่าการพิจารณาคดีข้ามขั้นตอนของกกต.เป็นสาระสำคัญที่ทำให้มีการวินิจฉัยยกคำร้องมาแล้วจากกรณีของพรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกกล่าวหารับเงินจากเอกชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน อีกแง่หนึ่งศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจยุบพรรคและไม่มีอำนาจตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค กล่าวคือ รัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 มาตรา 210 (3) บัญญัติว่าหน้าที่และอํานาจอื่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเมื่อพิจารณารัฐธรรมนูญแล้วไม่มีมาตราใดที่กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจยุบพรรคและตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค โดยอำนาจยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิกรรมการบริหารพรรคมีอยู่ในมาตรา 92 ของกฎหมายพรรคการเมืองเท่านั้น ดังนั้น ประเด็นนี้เป็นประเด็นข้อกฎหมายที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยก่อนว่ามาตรา 92 ของกฎหมายพรรคการเมืองขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร กล่าวว่า บทลงโทษของมาตรา 66 มีแต่โทษเพิกถอนสิทธิของบุคคลที่บริจาคเงินเกินและโทษปรับบุคคลที่บริจาคเงินเกินจำนวนที่กฎหมายกำหนด ส่วนพรรคที่รับเงินดังกล่าวก็ต้องส่งเงินคืนและเพิกถอนสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคเท่านั้น โดยไม่มีการยุบพรรค ที่สำคัญ กระบวนการนี้ต้องเป็นไปตามกระบวนการปกติ คือ กกต.พิจารณาและส่งศาลอาญาและสู้กันถึงสามศาล โดยศาลรัฐธรรมนูญไม่เกี่ยว ส่วน กรณีมาตรา 72 กฎหมายมีวัตถุประสงค์ป้องกันไม่ให้พรรคการเมืองเอาเงินสีเทามาใช้ในพรรค ถามว่าการกู้เงินผิดตรงไหน เพราะเงินที่มาก็มีแหล่งที่มาที่ถูกกฎหมาย ดังน้้น พรรคอนาคตใหม่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมาตรา 72 เหตุที่ต้องหยิบ 72 มาเป็นประเด็นเพราะกกต.เห็นว่ามีโทษยุบพรรค กกต.ถึงจะส่งศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคได้ การมาบอกว่าเมื่อกฎหมายไม่ให้กู้เงินแล้วโดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยมิชอบย่อมเป็นความผิดนั้น ขอชี้แจงว่าพรรคไม่มีทางรู้ว่ากกต.จะตีความพิสดารขนาดนี้ &amp;nbsp;ถ้าพิสูจน์เจตนาก็ชดัดเจนว่าพรรคไม่มีทางรู้เลยว่ากกต.จะตีความแบบนี้ ดังนั้น ยืนยันได้ว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่มีความผิดตามมาตรา 62 มาตร 66 มาตรา 72 ศาลรัฐธรรมนูญต้องยกคำร้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันที่ 21 ก.พ. หากยุบพรรคจริง จะเป็นครั้งแรกที่ยุบพรรคฝ่ายค้านและยุบก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจ 3 วัน พรรคอนาคตใหม่เราได้เริ่มต้นสร้างความหวังใหม่ให้กับคนรุ่นหนุ่มสาว ถ้าเกิดการยุบพรรคขึ้นจะไม่ใช่แค่การยุบพรรคเท่านั้น แต่เป็นการยุบความหวังของคนรุ่นใหม่ เพราะเป็นการทุบเข้าไปที่หัวใจของคนจำนวนมากที่หวังว่าประเทศไทยจะไปสู่จุดที่ดีกว่าเดิม และยังเป็นการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นที่ต้องการให้ประเทศไทยหลุดจากวงจรรัฐประหาร และการลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาการประชาธิปไตยกำลังเดินไปตามครรลอง อย่าเอานิติสงครามมาเป็นเครื่องมือ เพราะไม่เป็นคุณต่อการพัฒนาประเทศไทย ตรงกันข้ามจะตอกลิ่มให้ความแตกแยกร้าวลงไปเรื่อยๆ ผมฝากถามไปยังกกต.และผู้บริหารกกต.ในฐานะผู้ร้องยุบพรรคอนาคตใหม่ว่าตื่นเช้ามาในแต่ละวันส่องกระจกแล้วถามตัวเองดังๆว่าคุณต้องการยุบพรรคเพราะเป็นพรรคอนาคตใหม่ใช่หรือไม่ และไม่ต้องการให้ธนาธรและปิยบุตรมีบทบาทในทางการเมืองใช่หรือไม่&amp;quot; &amp;nbsp;นายปิยบุตร กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ในวันที่ 21 ก.พ.นี้พรรคจะนัดส.ส. กรรมการบริหารพรรค และผู้สนับสนุนของพรรคมาร่วมฟังคำวินิจฉัยพร้อมกันในเวลา 15.00 น.ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ และจะเปิดทำการขายสินค้าของพรรค รับบริจาคและเปิดรับสมัครสมาชิกพรรค เพื่อให้เห็นกันไปว่าพรรคที่กำลังโดนศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กลับมีผู้มาสนับสนุนจำนวนมาก ท้ายที่สุดแล้ว หนังยุบพรรคเรื่องนี้จะไม่เหมือนเดิม เพราะพรรคอนาคตใหม่จะไม่หายไป ธนาธร และปิยบุตรจะไม่หายไป แต่จะเห็นว่าพวกเราโลดแล่นมากกว่าเดิม และส.ส.ของพรรคจะไม่เติมให้กับรัฐบาล.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57519</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีเงินกู้ 191 ล้าน, นายปิยบุตร แสงกนกกุล, เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่, แถลงปิดคดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200218/image_big_5e4b84e6ad119.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2020 09:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2020 09:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปิยบุตร&#039;เคาะกะลา!เย็นนี้จะอภิปรายวิธีป้องกันรัฐประหาร ตัดวงจร ล้างมรดกบาป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ.63- นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul - ปิยบุตร แสงกนกกุล ว่าวันนี้ (พุธ 5 ก.พ.) เวลา 17.00 น. จะอภิปราย ญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนเลือกตั้งหนึ่งในนโยบายเด่นของพรรคอนาคตใหม่ที่เคยรณรงค์หาเสียงไว้คือ &amp;ldquo;ยุติวงจรรัฐประหาร ปักธงประชาธิปไตย&amp;rdquo; ซึ่งประกอบด้วย 3 เรื่องใหญ่ๆ ได้แก่ 1. ล้างมรดกบาปที่คณะรัฐประหารก่อไว้ให้กับเรา 2. เอาสิทธิและเสรีภาพของประชาชนกลับคืนมาให้ได้อีกครั้งหนึ่ง 3. ต้องป้องกันไม่ให้มีการรัฐประหารอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเคยพูดว่าพรรคอนาคตใหม่จำเป็นต้องมีเสียงในสภาให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้เพื่อไปผลักดันนโยบาย ลบล้างมรดกบาปรัฐประหาร ปักธงประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการยื่นญัตติด่วน &amp;ldquo;เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกในอนาคต&amp;rdquo; ซึ่งผมและ ส.ส. ของพรรคอนาคตใหม่ เป็นผู้เสนอญัตติเข้าสภา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2562 และจะเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมสภา ในวันพรุ่งนี้ คือการทำงานตามนโยบายที่เคยรณรงค์ไว้กับประชาชน และจะเป็นก้าวแรกของเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญ ผู้มีประสบการณ์ นักวิชาการ ฯลฯ ได้มาศึกษา ถกเถียง และพิจารณาแนวทางการป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกในประเทศไทย อย่างละเอียดถี่ถ้วนในกลไลการทำงานของรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะเดียวกันพรรคอนาคตใหม่ก็จะรณรงค์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สังคมไทยตระหนักว่าไม่เอาอีกแล้วกับวงจรรัฐประหาร เราจะใช้โอกาสทุกช่องทางในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทำงานทางความคิดให้สังคมไทยเห็นว่าพอกันทีกับวงจรอุบาทว์รัฐประหารเพื่อหยุดยั้งประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยตกอยู่ในวงจรรัฐประหารมาแล้วถึง 13 ครั้ง การรัฐประหาร การยึดอำนาจ การฉีกรัฐธรรมนูญโดยกองทัพ เป็นสิ่งแปลกปลอมในระบอบประชาธิปไตย เป็นสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นในสังคมไทย แต่พวกเราอยู่กันจนคุ้นชิน จนคิดว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องปกติไป จนไม่สามารถพัฒนาประชาธิปไตยต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือจุดเริ่มต้นการคืนความปกติให้กับสังคมไทย เริ่มจากการทำงานในสภาผู้แทนราษฏรซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ดังนั้นเราจึงต้องเสนอญัตตินี้เพื่อเริ่มเดินหน้า &amp;ldquo;ยุติวงจรรัฐประหาร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนไทยทุกๆ คนจะต้องไม่เจอการรัฐประหารยึดอำนาจเพื่อหยุดยั้งประชาธิปไตยอีก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56326</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายปิยบุตร แสงกนกกุล, รัฐประหาร, เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200205/image_big_5e3a21c501f93.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53620</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/01/2020 07:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/01/2020 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปิยบุตร&#039;สรุปปรากฎการณ์ปี62ผู้ครองอำนาจไร้ความชอบธรรม ประชาชนยังไม่มีกำลังมากพอที่จะโค่นล้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ม.ค.63- ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟฐบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul &amp;nbsp;ว่า [2562/2019 ผู้ครองอำนาจไม่หลงเหลือซึ่งความชอบธรรม ในขณะที่ประชาชนยังสะสมพลังไม่มากพอที่จะโค่นล้ม]&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อำนาจ&amp;rdquo; ดำรงอยู่ได้ด้วย &amp;ldquo;การเชื่อฟัง&amp;rdquo; เมื่อไรก็ตามที่ผู้อยู่ใต้อำนาจยอมเชื่อฟัง ปฏิบัติตามในสิ่งที่ผู้มีอำนาจต้องการ หรือไม่ปฏิบัติในสิ่งที่ผู้มีอำนาจไม่ต้องการ เมื่อนั้น ความสัมพันธ์ทางอำนาจย่อมเกิดขึ้น หากปราศจากซึ่งการเชื่อฟัง ก็ถือได้ว่าอำนาจนั้นทำงานไม่ได้เสียแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนจะเชื่อฟังอำนาจได้ ก็ต้องอาศัย 2 องค์ประกอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง การยอมรับนับถือแบบยินยอมพร้อมใจ หรือ consent
คนผู้อยู่ใต้อำนาจยอมทำตามโดยไม่ปริปาก ไม่ตั้งคำถาม พร้อมใจทำตามโดยไม่ต้องบังคับ เพราะ เขาเชื่อในอำนาจนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง การใช้กำลังบังคับให้เชื่อฟัง หรือ coercion
คนผู้อยู่ใต้อำนาจไม่ยอมทำ ตั้งคำถาม สงสัย แต่ต้องยอมทำตาม เพราะ ถูกบังคับโดยกลไกรัฐ กฎหมาย ตำรวจ ทหาร ศาล คุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อำนาจดำรงอยู่อย่างมั่นคง ถ้าทำงานด้วย consent&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อำนาจดำรงอยู่อย่างเปราะบาง มีโอกาสล้มได้เสมอ ถ้าทำงานด้วย coercion&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาผู้ครองอำนาจประสบกับ &amp;ldquo;วิกฤตการณ์อำนาจนำ&amp;rdquo; เริ่มสูญเสียความชอบธรรม พวกเขาจึงต้องใช้ทุกวิธี ทุกวิถีทาง ใช้กำลังบังคับเพื่อรักษาอำนาจและครองอำนาจต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั้งแต่... รัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้กำลังทางกายภาพ กำลังทางกฎหมาย เข้าปราบปรามประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ล้ม ร่าง ล้ม ร่าง หลายครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ออกแบบรัฐธรรมนูญชนิดที่ &amp;ldquo;โกง&amp;rdquo; ที่สุด รัฐธรรมนูญที่โฆษณาว่า &amp;ldquo;ปราบโกง&amp;rdquo; แต่จริงๆแล้ว มันคือ รัฐธรรมนูญที่ &amp;ldquo;โกงเวลา โกงโอกาส โกงอนาคต&amp;rdquo; ของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระบวนการออกเสียงประชามติที่ไม่ได้มาตรฐาน ใช้เป็นเครื่องมือในการแต่งหน้าทาปากว่ารัฐธรรมนูญนี้ผ่านความเห็นชอบจากประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเลื่อนเลือกตั้งออกไปเรื่อยๆจนกว่ามั่นใจว่าพวกตัวเองจะชนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตั้งพรรคการเมืองเป็นเครื่องมือการสืบทอดอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การ &amp;ldquo;ดูด&amp;rdquo; นักการเมืองเข้าสังกัดโดยใช้กลวิธีและอิทธิพลต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลไกรัฐที่สนับสนุนพวกตนเองในการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแบ่งเขตเลือกตั้งที่เอื้อประโยชน์แก่พวกตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การออกแบบระบบเลือกตั้งที่มิให้พรรคการเมืองครองเสียงข้างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดการเลือกตั้งที่ไม่ได้มาตรฐานจนไม่อาจสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนได้ว่าเป็นการเลือกตั้งที่ยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การคำนวณคะแนนแบบพิสดาร นำคะแนนไปแบ่งทอนให้พรรคเล็ก ได้ 1 ที่นั่ง เพื่อกวาดต้อนเข้าร่วมรัฐบาล &amp;ldquo;สหพรรค&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้ &amp;ldquo;นิติสงคราม&amp;rdquo; กำจัดศัตรูทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบบ &amp;ldquo;สองมาตรฐาน&amp;rdquo; ยอมเอาองค์กรตรวจสอบทั้งระบบเข้าแลกกับการกำจัดศัตรูทางการเมือง และรับรองการใช้อำนาจให้กับพวกตัวเอง ถ้าเป็นพวกเอ็ง ไม่รอด ถ้าเป็นพวกข้า รอดหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แจกกล้วย-งูเห่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาล &amp;ldquo;สหพรรค&amp;rdquo; ไร้เสถียรภาพ ส่งมอบนโยบายตามที่หาเสียงไม่ได้ และขัดแย้งกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หักดิบมติสภา เพื่อไม่ให้มีคณะกรรมาธิการตรวจสอบประกาศ คำสั่ง คสช และการใช้มาตรา 44&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรายอมทำลายทุกอย่างเพียงเพื่อให้ผู้ครองอำนาจได้ครองอำนาจต่อไป
ทำลายระบบรัฐธรรมนูญ ทำลายระบบรัฐสภา ทำลายระบบตรวจสอบถ่วงดุล
ใช้งบประมาณแผ่นดินไปจุนเจือพวกพ้อง
ความเหลื่อมล้ำขยายตัว
ประเทศไทยยอมเสียต้นทุนมหาศาลเพื่อแลกกับการที่พวกเขาได้ครองอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐธรรมนูญ 2560 ฐานอำนาจของการปกครองปัจจุบัน เป็นรัฐธรรมนูญที่ทั้งเปราะบางและแข็งกระด้าง
&amp;ldquo;เปราะบาง&amp;rdquo; เพราะ ไม่มีฐานความชอบธรรม แต่ดำรงอยู่ได้ด้วยกำลัง
&amp;ldquo;แข็งกระด้าง&amp;rdquo; เพราะ มีผู้ต้องการแก้ไขเปลี่ยนแปลง แต่ออกแบบมาให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ยากมากจนแก้ไขไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพการณ์เช่นนี้ นำมาซึ่ง &amp;ldquo;ความตึงเครียด&amp;rdquo; ภายในรัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญ 2560 กลายเป็นระเบิดเวลาที่ตั้งเวลารอระเบิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลังที่ต้องการแก้ไขมีมาก แต่แก้ไม่ได้
พยายามเท่าไรก็แก้ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประสบการณ์จากหลากหลายประเทศ บอกเราว่า รัฐธรรมนูญลักษณะแบบนี้ ในท้ายที่สุด จะจบลงได้ถ้าไม่รัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ ก็ประชาชนลุกฮือ ฉีกรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือระเบิดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน้าที่ของ &amp;ldquo;ผู้แทนราษฎร&amp;rdquo; คือ การถอดสลักระเบิดเวลานี้ก่อนที่มันจะระเบิด
หน้าที่ของสถาบันการเมืองทั้งหลาย คือ แก้ไขสถานการณ์ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้า &amp;ldquo;ผู้แทนราษฎร&amp;rdquo; และสถาบันการเมืองต่างๆที่กินภาษีประชาชน ยังคิดไม่ได้ คิดไม่ออก มองแต่เพียงประโยชน์เฉพาะหน้า คิดแต่เรื่องอำนาจวาสนา ประโยชน์ที่ได้รับ นั่นก็เท่ากับว่า ผลักภาระไปให้กับ &amp;ldquo;ประชาชน&amp;rdquo; ในการต่อสู้ตามลำพัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผู้แทนราษฎร&amp;rdquo; จะเป็น &amp;ldquo;ผู้แทน&amp;rdquo; ของ &amp;ldquo;ราษฎร&amp;rdquo; ได้ ต้องต่อสู้ร่วมกันกับประชาชน
&amp;ldquo;ผู้แทนราษฎรมิใช่ &amp;ldquo;ผู้ใต้บังคับบัญชาคณะรัฐประหารสืบทอดอำนาจ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากต้องสรุปปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดปีนี้ด้วยประโยคเดียว ผมคงสรุปว่า ปี 2562/2019 คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปีที่แสดงให้เห็นอย่างประจักษ์ชัดว่า ผู้ครองอำนาจไม่หลงเหลือซึ่งความชอบธรรมใดอีกแล้ว ในขณะเดียวกัน ประชาชนก็ยังไม่มีกำลังมากพอที่จะโค่นล้มผู้ครองอำนาจได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาวการณ์เช่นนี้ คล้ายคลึงกับที่อันโตนิโอ กรัมชี่ บอกไว้ว่า เมื่อสิ่งเก่ากำลังจะตายแต่ยังไม่ตาย ในขณะที่สิ่งใหม่จะเกิดก็ยังเกิดไม่ได้ วิกฤตการย่อมปรากฏขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ครองอำนาจ พยายามรักษาอำนาจ และสถาปนาอำนาจของพวกเขาฝังตัวไปในระบอบมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เรา... ประชาชน ก็ต้องต่อสู้เพื่อช่วงชิงอำนาจ และสถาปนาอำนาจนำใหม่ของพวกเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเรานิ่งดูดาย เฝ้าแต่คิดว่า เวลาอยู่ข้างเรา เวลาที่ว่าอาจไม่มาถึง และพวกเขาจะใช้เวลานี้ในการยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ และสถาปนาระบอบที่พวกเขาปรารถนาได้สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่พวกเราต้องพร้อมใจกันต่อต้านอำนาจอันเปราะบางของพวกเขา อย่าปล่อยให้พวกเขาติดตั้งระบอบของเขาได้สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้เริ่มต้นจะยาก แม้ระหว่างทางจะมองไม่เห็นทางชนะ แต่ก็ต้องพยายาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2562/2019 เป็นปีแห่งความเปราะบางของผู้ครองอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ครองอำนาจไม่หลงเหลือความชอบธรรมที่ค้ำจุนอำนาจอีกต่อไป แต่พวกเขาก็ใช้พละกำลังเฮือกสุดท้าย ใช้ทุกวิธีเพื่อรักษาอำนาจต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2563/2020 จะต้องเป็นปีแห่งการต่อสู้ของ &amp;ldquo;ประชาชน&amp;rdquo; คนส่วนใหญ่-คนธรรมดา ผู้เป็นเจ้าของประเทศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือ ห้วงเวลาประชาชนเป็นใหญ่
นี่คือ โอกาสสำคัญในการเข้าช่วงชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53620</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายปิยบุตร แสงกนกกุล, ปีใหม่, อำนาจ, เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่, โค่มล้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191210/image_big_5defa98765717.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52193</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2019 18:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2019 18:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปิยบุตร&#039;กล่อมนักศึกษาขอนแก่น รธน.60 คือฉบับแก้แค้นและเอาคืน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ธ.ค.62- &amp;nbsp;ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.ขอนแก่น &amp;nbsp;นายปิยบุตร &amp;nbsp;แสงกนกกุล &amp;nbsp;เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ นำนักศึกษาร่วมจัดกิจกรมเนื่องในวันรัฐธรรมนูญประจำปี 2562 ด้วยการเขียนข้อความลงในกระดาษและหมวกกระดาษ ในหัวข้อ &amp;ldquo;ยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน เพื่อ?&amp;rdquo; และ &amp;ldquo; ยกเลิกรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;ฉบับ คสช. เพราะ?&amp;rdquo; โดยนักศึกษา จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมทั้งผู้ที่ชื่นชอบทางการเมือง รวมไปถึงแกนนำนักเคลื่อนไหวทางการเมือง อาทิ นายจตุรภัทร &amp;nbsp;บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน รวม ถึงนายชัชวาล &amp;nbsp;อภิรักษ์มั่นคง รวมทั้งอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ร่วมกิจกรรมจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร ได้เขียนข้อความลงในกระดาษโดยระบุว่า ยกร่างรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;ฉบับประชาชนเพื่ออนาคตประเทศไทย และ ยกเลิกรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;ฉบับ คสช. เพราะเป็นมรดกบาป ของ คสช. ก่อนจะร่วมกันถ่ายภาพเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์บริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ ประชาธิปไตย ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินทางกลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันที่ห้องประชุม คณะนิติศาสตร์ นายปิยบุตร &amp;nbsp;กล่าวในหัวข้อ &amp;ldquo;รัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;กับปัญหาสิทธิมนุษยชน&amp;rdquo; ท่ามกลางความสนใจจากนักศึกษา เข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รัฐธรรมนูญของไทยในปัจจุบันนั้นยอมรับว่า เราใช้ในปี 2560 ซึ่งทุกคนนั้นรู้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้นเป็นของใครและใครทำ ซึ่งทุกคนรู้ว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นเพื่อการแก้แค้น ดังนั้นวันนี้ทุกคนมีการพูดถึงการแก้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นฉันทามติและเป็นสิ่งที่ประชาชนนั้นต้องการจริงๆ เราในฐานะ ส.ส.มีปากมีเสียงการที่จะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชนและทำเพื่อประชาชน ไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่มาจากการสืบทอดอำนาจ มาจากการกระทำที่รุนแรงและรัฐประหาร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ภาพของรัฐธรรมนูญในปี 2560 เป็นภาพสะท้อนได้ดีที่สุดว่าอำนาจของฝ่ายที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งยังคงมีมากกว่าฝ่ายที่มาจากการเลือกตั้ง อำนาจของประชาชนมีน้อยกว่าอำนาจจากหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ ดังนั้นวันนี้เราต้องหาทางออกจากรัฐธรรมนูญปี 60 ให้ได้เพราะรัฐธรรมนูญฉบับ 60 นั้นไม่สามารถแก้ไขปัญหาหรือหาทางออกในเรื่องของความขัดแย้งให้กับประเทศได้ และที่สำคัญคือการไม่สามารถนำมาซึ่งความปรองดองและสมานฉันท์ได้ ไม่สามารถนำมาปฎิรูปประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสภาฯ เมื่อช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา นั้นแสดงให้เห็นชัดเจนว่านี่หรือคือรัฐธรรมนูญที่อ้างมาว่าปฎิรูปการเมือง ดังนั้นหากมองย้อนหลังกลับไปรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับย้อนหลังเป็นรัฐธรรมนูญที่แก้แค้นและเอาคืน ไม่ได้เป็นรัฐธรรมนูญที่ประชาชนนั้นมาร่วมกันกำหนดทิศทางหรือกำหนดอนาคตของประเทศแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวว่าการแก้รัฐธรรมนูญปี 60 นั้นยอมรับว่าแก้ยากมากแต่เราต้องเริ่มรณรงค์ที่จะแก้ตั้งแต่วันนี้ ซึ่งวันนี้กระแสสังคม พรคการเมืองหรือแม้กระทั่งนักการเมืองจากหลากหลายพรรคก็มีการรณรงค์ว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้นั้นมีปัญหา และต้องหาทางแก้ให้ได้ ประชาชนเองก็อยากที่จะแก้ ซึ่งสถาบันการเมือง โดยเฉพาะกับสภาผู้แทนราษฎรนั้นมีบทบาทอย่างยิ่ง ที่จะนำความต้องการของประชาชนนั้นนำไปสู่การแก้ไขในสภา เราในฐานะผู้แทนราษฎร เราไม่มีอาวุธ มีแต่ปาก มีแต่เสียง มีแต่ปากกาในการเดินหน้ารณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ พวกเราต่างจากคณะรัฐประหาร เพราะพวกเค้ามีอำนาจ มีอาวุธ เค้าอยากจะเปลี่ยนรัฐธรรมนูญทีเค้าก็ใช้กำลังใช้อำนาจเข้ายึด เราทำได้แต่รณรงค์และต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนให้ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวต่ออีกว่า การแก้รัฐธรรมนูญจะต้องแก้จากรัฐธรรมนูญที่เป็นรัฐธรรมนูญที่เปลี่ยนจากการแก้แค้นและเอาคืน มาเป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากประชามติขอบคนไทย ยกตัวอย่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 นั้นมีความชัดเจนในเรื่องการให้ทหารกลับ กรม กอง เราได้รัฐบาลที่มีศักยภาพภายใต้การตรวจสอบ แต่รัฐธรรมนูญฉบับ 60 นั้นคือการที่ทำให้ทหารนั้นบรรลุผล อย่างไรก็ตามสำหรับในวันพรุ่งนี้นั้น ต้องรอดูว่า กกต.จะเอาอย่างไร ซึ่งหากเป็นการคาดเดาหรือคาดการณ์ตามที่หลายฝ่ายระบุออกมา พรรคก็พร้อมที่จะสู้คดีอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ผมย้ำอยู่เสมอว่าหนังม้วนเก่ากำลังจะกลับมาฉายซ้ำ แต่หนังม้วนเก่าในครั้งนี้นั้นจะจบไม่เหมือนเดิม ผมยอมรับว่ามีความพยายามที่จะให้ระบบแบบนี้กลับมาอีกจนเราสู้ไม่ได้ คือการยุบพรรค ตัดสิทธิ์ ติดคุก &amp;nbsp;มันก็วนมาแบบนี้ ซึ่งผมขอถามว่าจะแก้ไขปัญหาได้หรือไม่ ที่ผ่านมาก็เห็นแล้วว่าแก้ไขไม่ได้ ถ้าจะเอาแบบนี้กลับมาอีกก็แก้ปัญหาไม่ได้ จึงขอเรียนไปยังผู้มีอำนาจว่าให้มองพวกผม มองพรรคอนาคตใหม่ มองทุกคนของพรรคอนาคตใหม่ที่พวกเราทุกคนนั้นมีความปรารถนาดีต่อชาติบ้านเมืองไม่แพ้พรรคการเมืองใด ดังนั้นควรเปิดโอกาสให้มาพูดคุยกัน หาทางออกร่วมกัน เดินหน้าไปสู่อนาคตของประเทศรูปแบบใหม่ร่วมกันจะดีกว่าเพราะการใช้การแก้ปัญหาแบบเดิมๆนั้นไม่ได้ผล เพราะหนังม้วนเก่าจะมาฉายซ้ำต้องระวังเพราะจะจบไม่เหมือนเดิมก็ได้&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52193</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, นายปิยบุตร แสงกนกกุล, รัฐธรรมนูญฉบับแก้แค้น, เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191210/image_big_5def7bb2c036c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2019 08:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2019 08:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>IOประจำสัปดาห์&#039;ปิยบุตร&#039;ยกนักคิดชาวเบลเยียมถึงเวลาช่วงชิงอำนาจเร่งด่วน ชูยุทธศาสตร์ประชาชนเป็นใหญ่แบบซ้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.62-นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;piyabutr Saengkanokkul &amp;nbsp;ระบุว่า&amp;nbsp;พอดแคสท์ประจำสัปดาห์นี้มาแล้ว...พบกับ INTERREGNUM EP.1 : ยุทธศาสตร์ Left Populism.&amp;nbsp; Chantal Mouffe นักคิดชาวเบลเยียมเสนอว่าในช่วงเวลานี้ เป็นช่วงเร่งด่วนอย่างยิ่งที่พวกเราจะต้องเข้าไปช่วงชิง &amp;ldquo;อำนาจนำ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;Hegemony&amp;rdquo; ซึ่งแต่เดิมเป็นของลัทธิเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมใหม่หรือ Neoliberalism (ที่นับวันก็ร่วงโรยไปเรื่อยๆ) เพื่อสร้างอำนาจนำชุดใหม่ขึ้นมาที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การจะทำเช่นนั้นได้ เราก็ต้องมียุทธศาสตร์ ซึ่งตั้งชื่อว่า &amp;ldquo;Left Populism&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ยุทธศาสตร์ประชาชนเป็นใหญ่แบบซ้าย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายละเอียดที่มาที่ไปและอุดมการณ์ความคิด การวิเคราะห์เบื้องหลังและข้อเสนอยุทธศาสตร์นี้คืออะไรบ้าง ลองไปฟังกันดู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกท่านสามารถติดตามได้หลายช่องทางตามสะดวก ไม่ว่าจะเป็น Spotify, SoundCloud, Apple Podcast และ YouTube ส่วนลิงก์จะอยู่ที่คอมเมนท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และหากใครต้องการพูดคุยแลกเปลี่ยน สามารถติดแฮชแท็ก #pokcast ได้เลยครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52061</URL_LINK>
                <HASHTAG>Chantal Mouffe, ช่วงชิงอำนาจ, นายปิยบุตร แสงกนกกุล, ยุทธศาสตร์ประชาชนเป็นใหญ่แบบซ้าย, เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191209/image_big_5deda65a1ab19.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51898</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2019 07:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2019 07:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปีศาจ!&#039;ปิยบุตร&#039;ยกงานเขียน&#039;เสนีย์ เสาวพงศ์&#039;เมื่อท่านที่อยู่บนปราสาทนั้นถ่มน้ำลายลงพื้นดินผมก็จำต้องเช็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ธ.ค.62- นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;นำคำพูดของ &amp;quot;สาย สีมา&amp;quot; ตัวละครเอกในนวนิยายชื่อ ปีศาจ ของ เสนีย์ เสาวพงศ์ ที่แต่งขึ้นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ไม่นาน ช่วงผลัดแผ่นดิน และอำนาจของคณะราษฎรสายปรีดี พนมยงค์ เริ่มจะหมดลง &amp;nbsp;มาโพสต์ในเพจเฟซบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul - ปิยบุตร แสงกนกกุล ซึ่งเป็นท่อนที่ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ครับแน่นอนทีเดียว ความผิดแผกแตกต่างกันในสมัยและเวลา ทำให้คนเรามีความคิดผิดแผกแตกต่างกันด้วย ผมไม่ได้เป็นผู้รุกรานท่านที่อยู่ในปราสาทงาช้างที่สูงส่ง แต่เมื่อท่านที่อยู่บนปราสาทนั้นถ่มน้ำลายลงมายังพื้นดิน ผมก็จำต้องเช็ดน้ำลายนั้นเสีย เพราะมันเป็นสิ่งปฏิกูล สำหรับท่านที่อยู่ในปราสาทนั้นไม่จำเป็นจะต้องแตะต้อง เพราะอย่างไรก็จะต้องเสื่อมสลายไปตามเวลา ท่านไม่สามารถจะยับยั้งความเปลี่ยนแปลงแห่งกาละเวลาได้ดอก เมื่อวันเวลาล่วงไป ของเก่าทั้งหลายก็นับวันจะเข้าไปอยู่ใกล้พิพิธภัณฑ์ยิ่งขึ้น... ท่านเข้าใจผิดที่คิดว่าผมจะลอกคราบตัวเองขึ้นเป็นผู้ดี เพราะนับเป็นการถอยหลังกลับ เวลาได้ล่วงไปมากแล้ว ระหว่างโลกของท่านกับโลกของผมมันก็ห่างกันมากมายออกไปทุกที ผมเป็นปีศาจที่กาลเวลาได้สร้างขึ้นมาหลอกหลอนคนที่อยู่ในโลกเก่า ความคิดเก่า ทำให้เกิดความละเมอหวาดกลัว และไม่มีอะไรที่จะเป็นเครื่องปลอบใจท่านเหล่านี้ได้ เท่ากับไม่มีอะไรหยุดยั้งความรุดหน้าของกาลเวลาที่จะสร้างปีศาจเหล่านี้ให้มากขึ้นทุกที ท่านคิดจะทำลายปีศาจตัวนี้ในคืนวันนี้ ต่อหน้าสมาคมชั้นสูงเช่นนี้ แต่ไม่มีทางจะเป็นไปได้ เพราะเขาอยู่ยงคงกระพันยิ่งกว่าอาคิลิส หรือซิกฟริด เพราะเขาอยู่ในเกราะกำบังแห่งกาลเวลา ท่านอาจจะเหนี่ยวรั้งอะไรไว้ได้บางสิ่งบางอย่างชั่วครั้งชั่วคราว แต่ท่านไม่อาจจะรักษาทุกสิ่งทุกอย่างไว้ได้ตลอดไป โลกของเราเป็นคนละโลก... โลกของผมเป็นโลกของธรรมดาสามัญชน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51898</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายปิยบุตร แสงกนกกุล, ปีศาจ, เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่, เสนีย์ เสาวพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191206/image_big_5de9a12d4e9f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2019 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2019 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปิยบุตร&#039;ฝ่าดงสนิม-ขยะ ชวนส.ส.รัฐบาลช่วยหักหลัง&#039;บิ๊กตู่&#039;โหวตตั้งกมธ.ศึกษาผลกระทบม.44</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ย.62- &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในช่วงสัปดาห์นี้ โดยระบุว่า น่าจะมีการลงมติตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบ เกี่ยวกับการใช้อำนาจของ คสช. การออกคำสั่งของและการใช้มาตรา 44 ของ คสช. โดยตนจะเป็นผู้อภิปรายสรุปอีกครั้ง ในฐานะผู้เสนอญัตติ ทั้งนี้ เพิ่งทราบข่าวว่าวิปรัฐบาลยืนยันว่า ไม่เห็นด้วยให้มีการตั้ง กมธ. ซึ่งตนเห็นว่า เรื่องการศึกษาผลกระทบจากบรรดาคำสั่ง คสช. นี้ อยากให้มองข้ามเรื่องพรรครัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน ให้มองว่าเป็นภารกิจร่วมกันของ ส.ส. เพราะในห้วงยามที่คณะรัฐประหารปกครองประเทศ ออกคำสั่งเป็นกฎหมายได้หมด ตอนนี้มีการเลือกตั้ง มี ส.ส.แล้ว จำเป็นต้องเอาบรรดาการใช้อำนาจเหล่านั้นมาทบทวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จริงอยู่ว่าเรามี กมธ.สามัญที่สามารถศึกษาเรื่องนี้ได้ คือ ชุดที่ตนเป็นประธาน นั่นคือ กมธ.กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน &amp;nbsp;แต่ถ้าจะให้ กมธ.ชุดนี้ศึกษา เห็นว่าจะจำกัดวงเฉพาะเแค่ กมธ. 15 คนเท่านั้น แต่ถ้าตั้ง กมธ.วิสามัญ มีความสำคัญคือ &amp;nbsp;1.นอกจากจะได้คนนอกมาร่วมศึกษาแล้ว ยังได้จัดสรรปันส่วนเปิดโอกาสให้เพื่อน ส.ส. ที่ติดตามประเด็นนี้ได้เข้ามานั่งร่วมกัน &amp;nbsp;2. แม้ที่ผ่านมามีการยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช. แล้วหลายฉบับ แต่มีอีกหลายฉบับที่ยังไม่ยกเลิก และบางฉบับแม้เลิกแล้วแต่เกิดผลกระทบพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ควรศึกษา ควรเยียวยาความเสียหาย ผลกระทบที่ประชาชนได้รับจากการใช้อำนาจนั้นหรือไม่ อย่างไร ไม่ใช่ว่ายกเลิกแล้วเลิกกันเลย จะทำให้เกิดวัฒนธรรมความไม่รับผิดชอบเกิดขึ้นได้&amp;quot; นายปิยบุตร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร กล่าวว่า อยากเชิญชวน ส.ส. ซีกรัฐบาลช่วยกันลงมติเรื่องนี้ นี่ไม่ใช่เรื่องฝ่ายค้านหรือรัฐบาล แต่เป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลก็ร่วมกันยื่นญัตติที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หลายท่าน และที่ผ่าน ส.ส. หลายท่านก็ได้รับผลกระทบจากการใช้อำนาจตามประกาศคำสั่ง การลงมติเรื่องนี้ไม่ใช่ การไปนั่งทวงถาม เช็คบิล ตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่เป็นการศึกษาเพื่อเป็นบทเรียนว่า การออกประกาศตามคำสั่งนั้น สร้างความเสียหาย สร้างผลกระทบอย่างไรบ้าง ศึกษาเพื่อเป็นข้อเสนอแนะต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แนวนโยบายหนึ่งของพรรคอนาคตใหม่ ที่ประกาศชัดเจนมากคือ การเข้าไปจัดการประกาศคำสั่งต่างๆ ของ คสช. ทั้งที่หลงเหลือและยกเลิกไปแล้ว ดังนั้น ส.ส. ที่ลงเลือกตั้งในนามของพรรคอนาคตใหม่ย่อมรู้อยู่แล้วว่ามีเรื่องนี้ ถ้าไม่คิดถึงเรื่องความเป็นพรรค แล้วอ้างประชาชนในพื้นที่อย่างเดียวเลย ถามว่าสุดท้ายแล้วจะมีพรรคการเมืองไว้ทำไม มีพรรคเพียงเพื่อสังกัดลง ส.ส. เท่านั้นเองโดย ไม่ได้ยึดโยงอุดมการณ์ของพรรคอะไรเลยเหรอ&amp;quot; นายปิยบุตร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า ยังมีญัตติเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่คาดว่าจะเข้ามาในสัปดาห์นี้ด้วย สมาชิกที่เสนอญัตตินี้มาจากหลายพรรค การเมือง ไม่ว่าจะเป็น เพื่อไทย อนาคตใหม่ ประชาธิปปัตย์ ชาติไทย พลังประชารัฐ ซึ่งจะมีผู้เสนอญัตติได้อภิปรายหลายท่านโดยไม่จำกัดเวลา รวมถึง เพื่อนสมาชิกที่สนใจประเด็นนี้ ดังนั้น อยากขอเวลาสภา ไม่อยากให้เร่งว่าต้องรีบอภิปรายให้จบ แล้วมาเร่งตั้ง กมธ. ตนอยากขอว่า อภิปรายไม่จบก็สามารถอภิปรายต่อ สัปดาห์หน้ายังมี เพื่อให้สมาชิกได้อภิปรายเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ในส่วนของ กมธ. ถ้าเป็นตามสัดส่วนแบบเดิม อนาคตใหม่จะได้โควต้า 6 คน จะมีทั้ง ส.ส. และบุคคลภายนอก หลักการอนาคตใหม่ยืนยัน เราจะไม่ให้ใครที่เคยมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญของคณะรัฐประหารเข้ามาอยู่ใน กมธ. ชุดนี้ในสัดส่วนของพรรค เราจะมีทั้งภาคประชาชน นักวิชาการมาร่วม ซึ่ง กมธ. ชุดนี้ ต่อไปจะเป็นส่วนหนึ่งผลักดันประเด็นเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ในระดับสภา ดังนั้น ต้องเอาคนภายนอกที่สนใจประเด็นเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญมาร่วมกันให้มากที่สุด&amp;quot; นายปิยบุตร กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51149</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ม.44, นายปิยบุตร แสงกนกกุล, เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190621/image_big_5d0cc33ce45a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
