<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>12581</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2018 21:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2018 21:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาธิการยูเอ็นเยี่ยมโรฮีนจา จี้เอาผิดเมียนมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อันโตนีโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ เดินทางไปเยี่ยมผู้ลี้ภัยโรฮีนจาที่บังกลาเทศ รับฟังคำบอกเล่าความโหดร้ายที่ &amp;quot;เหนือความคาดคิด&amp;quot; พร้อมเรียกร้องให้เอาผิดกับเมียนมาที่ก่อ &amp;quot;อาชญากรรม&amp;quot; ต่อชาวโรฮีนจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันโตนีโอ กูเตอร์เรส (กลาง) เยี่ยมค่ายกูตูปาลอง ในอำเภอคอกซ์บาซาร์ของบังกลาเทศ เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กูเตอร์เรสกล่าวไว้ก่อนเดินทางไปเยี่ยมค่ายผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาที่กูตูปาลองในบังกลาเทศเมื่อวันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม 2561 ว่าสถานการณ์ที่เกิดกับชาวมุสลิมเหล่านี้เป็น &amp;quot;ฝันร้ายด้านมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน&amp;quot;&amp;nbsp; และภายหลังได้รับฟังปากคำของชาวโรฮีนจาที่บอกเล่าถึงเหตุการณ์รุนแรงและการข่มขืนในรัฐยะไข่ของเมียนมา กูเตอร์เรสก็กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับชาวโรฮีนจาเหล่านี้อาจเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบที่น่าสลดใจที่สุดในประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการยูเอ็นผู้นี้กล่าวด้วยว่า ในบางครั้ง ผู้คนมักจะหลงลืมไปว่าใครคือผู้รับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น ดังนั้น เขาขอกล่าวอย่างชัดเจนว่า ผู้ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ก็คือเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยูเอ็นเคยกล่าวประณามสถานการณ์ในรัฐยะไข่ของเมียนมา ภายหลังปฏิบัติการปราบปรามกลุ่มติดอาวุธโรฮีนจาที่บุกโจมตีสังหารตำรวจกว่า 10 นายในรัฐยะไข่เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งทำให้ชาวโรฮีนจาอพยพลี้ภัยเข้าสู่บังกลาเทศกว่า 700,000 คน ว่าเป็นเปรียบได้กับการ &amp;quot;ล้างเผ่าพันธุ์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กูเตอร์เรสกล่าวว่า เป็นความจริงที่ประชาคมระหว่างประเทศไม่สามารถหยุดยั้งเหตุการณ์นี้ แต่ผู้ที่ก่ออาชญากรรมในเมียนมาก็จำเป็นต้องรับผิดชอบต่ออาชญากรรมเหล่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวโรฮีนจาชุมนุมประท้วงก่อนที่เลขาธิการยูเอ็นจะมาถึงค่ายลี้ภัยกูตูปาลองเมื่อวันจันทร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างการเยือนค่ายผู้ลี้ภัยขนาดใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้พร้อมกับจิม ยอง คิม ประธานธนาคารโลก ว่าเขาได้รับฟัง &amp;quot;เรื่องราวการเข่นฆ่าและข่มขืนที่คาดคิดไม่ถึง&amp;quot; ระหว่างการมาเยือนค่ายแห่งนี้เป็นครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กูเตอร์เรสยังทวีตหลังจากนั้นด้วยว่า ขนาดของวิกฤติและขอบเขตของความทุกข์ทรมานที่เขาได้พบเห็นในวันนี้เป็นเรื่องที่เขาไม่สามารถตั้งตัวเตรียมพร้อมได้เลย เรื่องราวอันน่าเศร้าใจที่ได้รับฟังจากผู้ลี้ภัยโรฮีนจาจะคงอยู่กับตัวเขาไปตลอดกาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12581</URL_LINK>
                <HASHTAG>กูตูปาลอง, ค่ายลี้ภัย, บังกลาเทศ, อันโตนีโอ กูเตอร์เรส, เมียนมา, เลขาธิการยูเอ็น, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180702/image_big_5b3a2d46bc3fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
