<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52249</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2019 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2019 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯสภาแจงต้องต่อสัญญาซิโน-ไทยรอบ4 ไม่ให้โดนฟ้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ธ.ค. 62 - ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 13.00 น. นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงสาเหตุการขยายสัญญาว่าจ้างบริษัทซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด ในการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ เป็นรอบที่ 4 ว่า ยอมรับว่าไม่ใช่ความผิดของสภาฯเสียทีเดียว โดยสาเหตุที่ต่อสัญญาจาก 2 ประเด็นหลักคือ 1.ได้งบประมาณเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ไอซีที) ล่าช้า จึงทำให้ได้ผู้รับเหมาก่อสร้างล่าช้า และ 2.ได้ผู้รับเหมางานสาธารณูปโภค และสาธารณูปการ งานประกอบอาคาร และภายนอกอาคารล่าช้า จึงเป็นเหตุผลให้สภาต้องต่อสัญญาจำนวน 382 วัน นับตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 62 และไปสิ้นสุดสัญญาวันที่ 31 ธันวาคม 63 โดยการต่อสัญญาจำนวน 382&amp;nbsp; วันนั้น เราไม่ได้ยอมฝ่ายซิโน-ไทยในฐานะผู้รับจ้าง เนื่องจากตอนแรกเขาขอมา 504 วัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากสภาไม่ต่อสัญญาไปก็เป็นเหตุให้ ซิโน-ไทยสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากรัฐสภาได้ ทั้งนี้ยืนยันว่าขณะนี้รัฐสภายังไม่มีการเสียค่าปรับให้เอกชนแต่อย่างใด และยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะมีการต่อสัญญาครั้งที่ 5 อีกหรือไม่ เพราะพยายามเร่งรัดการก่อสร้างอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า งานระบบไอซีที และสาธารณูปโภค เป็นงานของผู้รับจ้างรายอื่นที่ไม่เกี่ยวกับซิโน-ไทย แต่เหตุใดต้องขยายเวลาให้กับบริษัทผู้รับเหมา นายสรศักดิ์ กล่าวว่า จะต้องทำงานคู่ขนานไป เช่น ถ้าขืนปล่อยให้ซิโน-ไทยก่อสร้างจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็อาจจะต้องมารื้อฝ้าอาคารเพื่อวางระบบไอซีทีอีก ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายมากกว่า ทั้งนี้ ในส่วนของห้องประชุมสุริยัน&amp;nbsp; ซึ่งจะใช้เป็นห้องประชุมของสภาผู้แทนราษฎรนั้น จะเสร็จภายใน 28 ก.พ.63.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52249</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิโน-ไทย, ยืดสัญญารอบ4, สรศักดิ์ เพียรเวช, สร้างรัฐสภาแห่งใหม่, เลขาธิการสภาฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afecf8bafeee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51055</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2019 13:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2019 13:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัชระ&#039; กัดไม่ปล่อยยื่น &#039;ชวน&#039; พักราชการเลขาธิการสภาฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย 62 - ที่รัฐสภา นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงยื่นหนังสือต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ติดตามความคืบหน้ากรณีร้องเรียนนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร คุกคามทางเพศข้าราชการหญิงใต้บังคับบัญชา พร้อมทั้งขอให้มีคำสั่งให้นายสรศักดิ์พักราชการ เนื่องจากภายหลังที่ตนร้องเรียนเรื่องดังกล่าวและได้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัย ที่มีนายนัฑ ผาสุข เลขาธิการวุฒิสภา เป็นประธานกรรมการ ปรากฏว่านายสรศักดิ์ยังคงใช้อำนาจเลขาธิการสภาฯคุมคามข่มขู่ข้าราชการหญิงรายดังกล่าว โดยการสั่งย้ายไปสังกัดแผนกอื่นซึ่งเจ้าตัวไม่เต็มใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายวัชระ ยังได้แสดงจดหมายที่เขียนโดยลายมือของข้าราชการหญิง ยืนยันว่าไม่เคยได้รับการติดต่อจากคณะกรรมการสอบแต่อย่างใด ไม่ใช่ตามที่ข้าราชการให้ข้อมูลเท็จกับนายชวนซึ่งระบุว่าข้าราชการหญิงไม่ยอมไปให้ข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่านายนัฑเอื้อประโยชน์ในการตรวจสอบนายสรศักดิ์ใช่หรือไม่ นายวัชระ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าเกื้อกูลกันแน่นอน เพราะตนร้องเรียนเรื่องการก่อสร้างรัฐสภาล่าช้าด้วย ซึ่งนายนัฑเป็นหนึ่งในคณะกรรมการที่ถูกร้องเรียน เพราะเป็นผู้อนุมัติให้มีการขยายเวลาก่อสร้าง ในครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และครั้งที่&amp;nbsp;3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องนี้มีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะนายนัฑเป็นทั้งกรรมการบริหารโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ และคณะกรรมการเร่งรัดโครงการก่อสร้างรัฐสภา ซึ่งรับเงินการประชุมร่วมกับนายสรศักดิ์ทุกครั้ง เช่นเดียวกับนางนงนุช เศรษฐบุตร รองเลขาธิการสภาฯ ซึ่งเป็นกรรมการตรวจสอบวินัย ก็ได้รับการแต่งตั้งจากนายสรศักดิ์ให้เป็นประธานเปิดซองทีโออาร์ระบบไอซีทีของรัฐสภาแห่งใหม่ ที่สำคัญ คณะกรรมการชุดนี้ขัดต่อมติครม.ที่ระบุว่าต้องมีผู้เชี่ยวชาญเรื่องการคุมคามทางเพศร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย หากหัวหน้าหน่วยราชการไม่มีคุณธรรมศีลธรรมควรอยู่ต่อไปหรือไม่ บัดนี้สมควรแก่เวลาแล้วที่ต้องพักราชการนายสรศักดิ์ เพราะไม่อาจไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาฯได้อีกต่อไป ดังนั้น วันนี้จึงมาขอยื่นต่อนายชวนเพื่อให้พักราชการนายสรศักดิ์ และเร่งรีบตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมโดยเร็ว&amp;rdquo; นายวัชระ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51055</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัชระ เพชรทอง, สภาผู้แทนราษฎร, สรศักดิ์ เพียรเวช, เลขาธิการสภาฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191125/image_big_5ddb745adbd0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46588</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2019 13:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2019 13:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039;สั่งฝ่ายกม.สภาฯสรุปปมสมาชิกภาพส.ส.&#039;นวัธ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย. 62 - ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีสมาชิกภาพของนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย และ นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐว่า กรณีของนายนวัธ ยังมีความเห็นขัดแย้งกันอยู่ ซึ่งเช้าวันนี้ ได้มอบหมายให้เลขาธิการสภาฯ ประชุมฝ่ายกฎหมาย เพราะว่า ความเห็นของผู้ร่างรัฐธรรมนูญเห็นว่า นายนวัธหมดสมาชิกภาพ แต่ความเห็นอีกฝ่ายก็เห็นว่า คดีของนายนวัธยังไม่ถึงที่สุด แต่ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งมาว่า ให้ส่งเรื่องนี้ไป เพื่อให้มีการดำเนินการจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 45 วัน ดังนั้น จึงได้บอกกับทางเลขาธิการสภาฯ ว่า ขอให้ทางฝ่ายกฎหมายรีบจัดการและศึกษาเรื่องนี้ให้ถ่องแท้ โดยคาดว่า จะมีการรายงานมายังตนในช่วงเย็นวันนี้&amp;nbsp; เพราะฉะนั้น อย่าเพิ่งไปรีบวินิจฉัยด้วยตนเอง เพราะความเห็นยังไม่ลงตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีของนายกรุงศรีวิไลนั้น ต้องรอทาง กกต. ที่จะส่งคำวินิจฉัยมายังสภาเสียก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46588</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กรุงศรีวิไล, ชวน หลีกภัย, นวัธ เตาะเจริญสุข, สมาชิกภาพส.ส., เลขาธิการสภาฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d369f7d3a9cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9641</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2018 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2018 13:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รื้อใหญ่ระบบไอทีรัฐสภาใหม่  ใช้นาฬิกาใส่ถ่าน-ยกมือแทนเสียบบัตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค. 61 - &amp;nbsp;นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า จะมีการปรับลดมาตรฐานระบบไอทีของอาคารรัฐสภาใหม่จากมาตรฐานยุโรปเหลือเพียงมาตรฐานของประเทศจีนแทนว่า ไม่เป็นความจริง ตนไม่ได้พูดเลยว่าจะใช้สเปกของประเทศจีน ในการแถลงข่าวที่ผ่านมา ตนพูดเพียงว่าจะไม่ดื้อ เมื่อกระแสสังคมไม่เอาตนก็ไม่เอา และจะปรับลดงบประมาณลง &amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพูดคุยกันว่าควรจะปรับลดลงแค่ไหน อย่างไร และยังอยู่ในขั้นตอนของการขอกรอบงบประมาณ ยังไม่ได้มีการจัดซื้อจัดจ้างแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของคุณภาพนั้นจะต้องสามารถใช้ให้เกิดประโยชน์เท่าที่จำเป็น และพร้อมให้ตรวจสอบอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ใจผมวันนี้อยากจะปรับลดลงให้ได้มากที่สุด จาก 8 พันล้านบาทอยากให้ลดเหลือไม่เกิน 5 พันล้านบาทด้วยซ้ำ วันนี้แม้จะปรับลดลงเยอะ แต่โอกาสหน้าก็ยังมีโอกาสที่จะขอเพิ่มได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสมาชิกรัฐสภาในอนาคตด้วย ส่วนเรื่องนาฬิกานั้นเบื้องต้นผมจะไม่เอาแล้ว จะเสนอให้ใช้นาฬิกาแบบใส่ถ่านไปก่อน และติดเฉพาะในห้องประชุมสภาฯ ขณะที่ไมโครโฟนในห้องประชุมที่จะมีเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อใช้ในการแสดงตนเพื่อป้องกันกรณีการเสียบบัตรแทนกันนั้น ผมก็จะเสนอให้ใช้ระบบยกมือ ขานชื่อ เพื่อแสดงตนแทน &amp;nbsp;ซึ่งจะต้องมีการแก้ข้อบังคับการประชุมด้วย โดยขณะนี้ผมได้ร่างเอาไว้คร่าวๆ แล้ว&amp;rdquo; นายสรศักดิ์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9641</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่, ระบบไอที, สรศักดิ์  เพียรเวช, อาคารัฐสภาแห่งใหม่, เลขาธิการสภาฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afecf8bafeee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2018 13:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2018 13:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พรเพชร&#039;สั่งปรับลดงบไอทีรัฐสภาใหม่ หลังขอเพิ่ม5พันล้านแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค. 61 -&amp;nbsp;นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงว่า ปัญหาที่จอดรถไม่เพียงพอและข้อสงสัยกรณีงบไอทีที่ตัดออกตั้งแต่แรกเริ่มของรัฐสภาแห่งใหม่นั้น ตนไม่ทราบและคงต้องไปสอบถามคณะรัฐมนตรี(ครม.) ปี 2556 ซึ่งเป็นผู้อนุมัติโครงการและงบประมาณ อย่างไรก็ตาม การตัดงบไอทีออกตั้งแต่แรก ส่วนตัวเข้าใจเองว่าอาจเป็นเพราะอาคารยังไม่สร้าง ประกอบกับระบบไอทีมีการพัฒนาตลอดเวลา ทั้งนี้ คนที่จะตอบปัญหาดังกล่าวได้ คือ คนที่อนุมัติโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมมาตอนนี้ก็เพื่อมาแก้ไขปัญหา ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติไม่มีอำนาจก้าวก่ายงานประจำสภา ได้แต่กำกับดูแลนโยบายต่างๆ ดังนั้นจะทำสัญญาอะไร ตรวจรับงานอย่างไรไม่มีผมเข้าไปเกี่ยวข้อง ผมมีหน้าที่เพียงดูแลให้การก่อสร้างเป็นไปตามสัญญา&amp;rdquo; ประธานสนช. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพรเพชร กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จึงได้เสนอของบประมาณเพิ่มเติมจำนวน 8,000 ล้านบาท เพื่อติดตั้งระบบไอทีและสาธารณูปโภคบางส่วน แต่ตนได้ทักท้วงว่ามีราคาแพง เพราะตามมติครม.เดิมงบไอทีใช้เพียงแค่ 3 พันกว่าล้านบาท แต่ได้รับคำชี้แจงว่า ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น ระบบไมโครโฟน ระบบการบันทึกการลงคะแนน ระบบการรักษาความปลอดภัย และระบบการตรวจสอบองค์ประชุมมีความทันสมัยขึ้น จึงมีราคาสูงขึ้นกว่าเดิม ซึ่งได้ย้ำไปแล้วว่า หากเสนอราคาเช่นนี้ต้องอธิบายให้ได้ และสั่งการให้เลขาธิการสภาฯ ชี้แจงเหตุผลในวันที่ 18 พ.ค.นี้ว่า เหตุใดงบประมาณด้านไอทีจากที่เคยตั้งไว้เมื่อปี 2556 จำนวน 3 พันกว่าล้านบาทจึงเพิ่มเป็น 8 พันล้านบาท ส่วนจะเป็นการเสนอเกินความจำเป็นจากการใช้งานหรือไม่นั้น ตนมองอย่างสามัญชนว่า คนที่อยากได้คงอยากได้ของดี แต่ตนไม่ได้มองอย่างนั้น เห็นว่าควรเอาแบบพอเพียงก็พอแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานสนช. กล่าวว่าเข้าใจว่าเหมือนคนที่มีไอโฟน 7 แต่อยากได้ไอโฟน 10 ก็ต้องถามว่ามีความจำเป็นหรือไม่ ต้องตอบสังคมให้เข้าใจ เพราะข้อทักท้วงของนายกฯ มีเหตุผล ตนได้บอกไปว่าหากสำนักงบประมาณคิดว่าเราควรได้งบเท่าไหร่ก็ให้เป็นไปตามนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ ตั้งข้อสังเกตว่าราคาไมโครโฟนและนาฬิกามีราคาแพงเกินเหตุ นายพรเพชรกล่าวว่า ขอให้เลขาธิการสภาฯ เป็นผู้ชี้แจง ตนตั้งข้อสังเกตไปแล้วเช่นกันว่าเหตุใดงบไอทีจึงสูงขึ้นจาก 3 พันกว่าล้านบาท เป็น 8 พันล้านบาท และคิดว่างบ 8 พันล้านบาทนั้นมากเกินไป ต้องลดลงมาให้อยู่ในระดับที่มีความจำเป็น โดยขอให้เลขาธิการสภาฯ เป็นผู้ชี้แจง ส่วนที่มองว่ามีการฮั้วเรื่องผลประโยชน์ในการจัดซื้อหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่มีการจัดซื้ออะไร แต่ใครทำอะไรที่ไม่ชอบ เสนอโครงการในเชิงทุจริตต้องถูกจับได้แน่ เพราะเคยมีตัวอย่างมาแล้ว ทุกวันนี้ก็ยังไล่สะสางไม่หมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการจัดซื้อจัดจ้างระบบไอทีของรัฐสภาแห่งใหม่เป็นการใช้วิธีพิเศษ ซึ่งจะต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา(กร.) ที่มีนายพรเพชรเป็นประธาน นายพรเพชร กล่าวว่า กร.ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการจัดซื้อ มีหน้าที่แค่พิจารณาวินัยของข้าราชการ ส่วนเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีพิเศษเป็นเรื่องของสำนักเลขาธิการสภาฯ เป็นผู้เสนอมา แต่ถ้ามีการทุจริตเกิดขึ้นก็ต้องถูกจัดการแน่นอน ส่วนการจัดซื้อโทรทัศน์ราคาเครื่องละ 1.7 แสนบาทที่เกินกว่าราคาตลาดหลายเท่าตัวนั้น ตนไม่ทราบ เพราะไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง การของบเป็นหน้าที่ของสำนักเลขาธิการสภาฯ เข้าไปก้าวก่ายไม่ได้ แต่เรื่องนี้ยืนยันว่ายังไม่มีการทุจริตเกิดขึ้น เพราะยังไม่มีการจัดซื้อ ส่วนถ้าครม.อนุมัติงบไอทีล่าช้าจะกระทบให้การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่เสร็จไม่ทันตามกำหนดหรือไม่นั้น ก็อาจจะสัมพันธ์กัน แต่จะพยายามให้มีผลกระทบให้น้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพรเพชร กล่าวด้วยว่า ระหว่างนี้พยายามให้บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) เดินหน้าก่อสร้างอาคาร แต่ทางบริษัทพยายามเลี่ยงจะทำงานบางส่วน เช่น ปิดเพดานจำเป็นต้องปิดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าหากปิดเพดานไปแล้วและมีการติดตั้งระบบไอทีในภายหลังต้องรื้อเพดาน ซึ่งจะทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม นายพรเพชร ชี้แจงว่า &amp;ldquo;ก็คงจะเป็นอย่างนั้น&amp;rdquo; ถามย้ำว่าหากปรับลดงบไอทีได้ แต่ก็ต้องไปเพิ่มที่งานรื้อถอนเพื่อติดตั้งระบบไอทีในภายหลัง นายพรเพชร ชี้แจงว่า ตอนนี้ยังไม่รื้อ ทั้งนี้ ทุกอย่างต้องถามเลขาฯ &amp;nbsp;พอถามต่อว่างบประมาณจะบานปลายหรือไม่ ประธานสนช. กล่าวว่า ตนถึงมีนโยบายว่าทำให้ได้ โดยใช้งบประมาณที่น้อยลง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9392</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบไอที, พรเพชร วิชิตชลชัย, อาคารรัฐสภาแห่งใหม่, เลขาธิการสภาฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180313/image_big_5aa7c6bd0476f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
