<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2019 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2019 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์กรต้านโกงแฉ มีการขนเงินออกนอกประเทศอย่างผิดกฎหมายปีละ4.8แสนล้าน จากคอร์รัปชั่น ค้ายา ค้ามนุษย์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17ธ.ค.62- นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Mana Nimitmongkol ว่ามีการขนเงินออกนอกประเทศอย่างผิดกฎหมาย มากถึงปีละ 4.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากเมื่อ 5 ปีที่แล้ว โดยเงินเหล่านี้มีทั้งที่มาจากการคอร์รัปชัน ค้ายาเสพติด ค้ามนุษย์ ธุรกิจที่หลีกเลี่ยงภาษี การฉ้อโกง และการก่อการร้าย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทความนี้จะไขข้อมูลให้คุณทราบ....
.........................
&amp;ldquo;กระแสเงินโกง -เส้นทางไหลของเงินบาป : โกงแล้วไปไหน?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เคยสงสัยไหมครับ ว่าเงินที่โกงประชาชนมาแล้วขนย้ายไปไหน และขนไปได้อย่างไรในเมื่อเรามีหน่วยงานกำกับดูแลมากมาย?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างล่าสุดขบวนการขนเงินแชร์ลูกโซ่ที่กำลังโด่งดัง ย้อนไปถึงนักธุรกิจและนักการเมืองหนีคดีไปอาศัยในต่างประเทศอย่างสุขสบาย นั้นพบว่า คนเหล่านี้ไม่ได้จากประเทศไปแค่เสื่อผืนหมอนใบ แต่ขนเงินสดนับล้านๆ บาทใส่กระเป๋าขึ้นเครื่องบินเช่าเหมา การขนเงินสดออกต่างประเทศอย่างผิดกฎหมายกลายเป็นพฤติกรรมที่ทำไม่ยากในสังคมไทยไปเสียแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามที่เกิดขึ้นในใจใครหลายคน เจ้าหน้าที่ตามด่านตรวจไม่พบได้อย่างไร ขนาดระเบิดยังสแกนเจอ ไฉนเลย เงินสดเป็นกองกลับตรวจไม่พบ น่าประหลาดใจจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับประเทศไทยเพียงที่เดียว แต่กำลังสะท้อนปัญหาใหญ่ของระบบการเงินของโลกที่เชื่อมต่อไร้พรมแดน กิจกรรมโยกย้ายเงินผิดกฎหมายจึงเติบโตขึ้นต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากผลวิจัยย้อนหลังตั้งแต่ปี 2547 &amp;ndash; 2556 ของสถาบัน Global Financial Integrity (GFI) พบว่า มูลค่ารวมในระหว่าง10 ปีมีกระแสเงินผิดกฎหมายทั่วโลกที่ไหลเวียนมีอยู่ราว 7.85 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ตลอด 10 ปีนี้กระแสเงินโกงเติบโตเฉลี่ยปีละ 9.4% เฉพาะปี 2556 ปีเดียวที่ทำยอดสูงสุดที่เกือบ 1.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วประเทศไทยอยู่ตรงไหนของปัญหานี้?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อมูลที่ปรากฎในรายงานของ GFI ประมาณว่ามีเงินไหลออกนอกประเทศในปี 2554 ราว 29,114 ล้านเหรียญสหรัฐ และปี 2557 พบว่ามีเงินไหลออกนอกประเทศราว 17,368 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมสองปีมีเงินไหลออกนอกประเทศไปรวมกันคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท !!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงินจำนวนนี้ถ้านำไปลงทุนสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงน่าจะได้อีก 2 เส้นทางสบายๆ !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจุดหมายปลายทางการขนเงินออกนอกประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายมักไหลไปจบที่ประเทศ Tax heaven หรือซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศพัฒนาแล้วในเมืองใหญ่ เช่น นิวยอร์ค ลอนดอน ปารีส เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม อย่าเพิ่งปลงใจเชื่อว่ายอดกระแสเงินโกงจะสะพัดสูงขนาดนั้นหรือที่จริงอาจจะประเมินได้ต่ำกว่าที่เกิดขึ้นจริง เพราะการใช้ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศจากหลายแหล่งมาเปรียบเทียบอาจมีข้อจำกัด แต่ก็พอจะให้ภาพคราวๆ ได้ว่า เงินผิดกฎหมายทั้งโลกมีประมาณเท่าไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในสากลโลกการโยกย้ายเงินผิดกฎหมายมีชื่อเรียกที่เข้าใจตรงกัน คือ Illicit fund flow (IFF) นิยามของคำนี้หมายความว่า เงินที่ได้มาอย่างผิดกฎหมายและถูกเคลื่อนย้ายผ่านเข้า-ออกประเทศอย่างผิดกฎหมาย เงินเหล่านี้ไม่ถูกเก็บภาษีเพราะรัฐไม่สามารถรับรู้รายได้ที่เกิดขึ้น และมักนำใช้ไปสนับสนุนธุรกิจผิดกฎหมาย ตั้งแต่ ค้ามนุษย์ ยาเสพพย์ติด อาวุธสงครามเถื่อน ซากสัตว์ป่า เงินสนับสนุนก่อการร้าย เงินฉ้อโกง และ เงินสินบนทั้งที่เอาไปจ่ายให้นักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง เงินเหล่านี้ ถือเป็น แหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่พรรคการเมืองจะรับไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อได้สินบนแล้วก็เอาไปยักย้ายเก็บต่างประเทศ หรือบางกรณีมีบริการพิเศษการจ่ายสินบนจะเกิดขึ้นในต่างประเทศได้ โดยไม่ต้องขนด้วยลัง ใส่รถตู้เก็บในตู้เสื้อผ้าหรือเสี่ยงถูกปล้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามแม้สัดส่วนเงินคอร์รัปชันที่ไหลเวียนใน IFF อาจจะไม่สามารถระบุชัดเจนว่ามีสัดส่วนเท่าไร แต่จากตัวเลขประมาณการเงินผิดกฎหมายที่ไหลออกนอกประเทศนั้นยังคงเก็บไว้ภายนอกประเทศเป็นส่วนใหญ่ เพื่อนำมาใช้สนับสนุนการกระทำผิด รวมถึงนำมาใช้จ่ายเป็นเงินสินบนหรืออาจถูกใช้เป็นเงินสนับสนุนพรรคการเมืองโดยไม่ชอบผ่านเงินบริจาคก็เป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรเพื่อความโปร่งใสสากล(TI) ออกรายงานคำถามชวนคิดต่อว่า การขนย้ายเงินออกนอกประเทศด้วยวิธีการใด ?
วิธีขนเงินออกต่างประเทศสุดคลาสสิค คือ ขนเงินสดใส่กระเป๋าเดินทาง พกขึ้นเครื่องบิน วิธีการนี้น่าสังเกตตรงที่ เจ้าหน้าที่สแกนตรวจกระเป๋าที่สนามบินตรวจไม่พบได้อย่างไร หรือ เงินสดที่ได้มาจากการโกงจะพรางตาผู้คนได้ รวมทั้งเครื่องสแกนทุกยี่ห้อ ถ้าขนหนีขึ้นเครื่องด้วยบัตรโดยสารชั้นเฟิร์สคลาสคงน่าจะขนได้ 30-50 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากลูกเรือหรือใครเคยเจอช่วยแชร์ประสบการณ์หรือเขียนรีวิวลงจะเป็นประโยชน์อย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือเช่าเครื่องเหมาลำบินไปลงปลายทางไม่มีกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนก็จะขนได้มากเท่าที่ต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนอีกวิธีอาศัยกลไกในระบบการเงินช่วย โดยใช้วิธีการ Trade Misinvoicing หรือการแจ้งหนี้ทางการค้าไม่ตรงกับความจริง หรือระบุราคาสูงเกินกว่าราคาตลาดให้มาก มักเอาใช้ทุจริตเงินในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐกับเอกชนที่เป็นนายหน้า ตัวกลางการค้า จากนั้นคู่สัญญาตัวกลางจะนำเอาเงินส่วนเกินถ่ายเทเงินออกนอกประเทศอย่างผิดกฎหมายและเลี่ยงการถูกเก็บภาษี โดยผ่านบริษัทบังหน้า (Shell Company) เป็นตัวปกปิดผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในอีกด้านหนึ่งเครื่องมือนี้ใช้แพร่หลายมากในกลุ่มธุรกิจระหว่างประเทศ เพื่อจุดประสงค์ลดต้นทุนทางการเงินและลดการเสียภาษีซ้ำซ้อนของบริษัทข้ามชาติ แต่กลายเป็นของดีสำหรับนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐแอบแฝงช่องทางนี้ช่วยยักย้ายถ่ายเงินคอร์รัปชันหลบออกนอกประเทศได้สะดวก ลดภาระหิ้วเงินสด แถมดีไม่ดีกฎหมายในประเทศของตัวเองอาจจะเอาผิดไม่ได้หรือไล่จับยาก ตรงนี้คือช่องโหว่ใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานของ GFI ประมาณการณ์ว่าในช่วง 10 ปี (2549-2558) Trade Misinvoicing มีมูลค่าเฉลี่ย 25 % ของยอดการค้ารวมของประเทศกำลังพัฒนา !!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัทบังหน้าพวกนี้ คนส่วนใหญ่มักคิดว่าน่าจะเปิดได้ง่ายตามประเทศหมู่เกาะสวรรค์เลี่ยงภาษี แต่เปล่าเลย ประเทศไหนในโลกก็ทำได้ แถมบริษัทเหล่านี้เมื่อถูกขอหลักฐานยืนยันตัวตนมักจะอ้างว่าบริษัทตนเป็นคู่ค้ากับรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลที่บริษัทพวกนี้นำมาอ้างมักเป็นรัฐบาลของประเทศที่มีค่า Corruption perception index ต่ำทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปริมาณเงินไหลออกแบบผิดกฎหมายด้วยวิธีการออกใบแจ้งหนี้เท็จของไทย เมื่อดูข้อมูลสถิติย้อนหลังตั้งแต่ปี 2523-2543 พบว่า มีเม็ดเงินรวมภายใน 20 ปีนี้ ราว 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่รายงานข้อมูลสถิติล่าสุดของ GFI ที่รวบรวมตัวเลขประมาณการ เผยว่าปี 2558 เงินผิดกฎหมายของประเทศไทยที่มาจากวิธีการออกใบแจ้งหนี้เท็จที่ไหลออกนอกประเทศ อาจสูงถึง 14,725 ล้านเหรียญ ส่วนข้อมูล 2559 -2562 จะเป็นเท่าไรลองทายกันดู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงินจำนวนมากขนาดนี้ไหลออกนอกประเทศแล้วไปเก็บไว้ที่ไหน ? คำตอบคือ Offshore banking กล่าวคือบรรดานักคอร์รัปชันระดับสูงและบรรดานักฉ้อโกงเงินประชาชนทั้งหลายนิยมให้คนสนิท เครือญาติ พรรคพวกหรือใช้บริษัทบังหน้าเปิดบัญชีธนาคารในต่างประเทศไว้เพื่อรอรับเงินผิดกฎหมายที่ผ่องถ่ายออกไปเก็บซุกซ่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามเรื่องเหล่านี้ถูกหยิบยกขึ้นมาหลายปีแล้ว ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่เราก็มักจะได้ยินเรื่องแบบนี้ต่อเนื่อง ราวกับว่าเป็นเรื่องปกติของสังคมไปแล้ว เงินทุจริตที่ไหลออกจากระบบเศรษฐกิจไทยนั้นมีมูลค่ามหาศาล จนกลายเป็นแรงจูงใจที่ดีมาก ในขณะที่โอกาสถูกจับได้และตามยึดทรัพย์ที่โกงไปนั้นมีโอกาสต่ำมากและอาจใช้เวลานานนับสิบปี ก่อให้เกิดขบวนการสมรู้ร่วมคิดในธุรกิจผิดกฎหมายและคอร์รัปชันเชิงระบบเติบโตขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิตติเดช ฉันทังกูล
ผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
https://gfintegrity.org/report/2019-iff-update/
https://knowledgehub.transparency.org/&amp;hellip;/Topic-Guide-on-Illi&amp;hellip;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52686</URL_LINK>
                <HASHTAG>4.8 แสนล้าน, กิตติเดช ฉันทังกูล, ขนเงินผิดกฎหมาย, ดร. มานะ นิมิตรมงคล, เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอรัปชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191217/image_big_5df8939281c74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2019 12:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2019 11:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์กรต้านโกงยกกรณี &#039;ปารีณา&#039; สะท้อนสังคมคอร์รัปชันฝังลึกระบบราชการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ธ.ค.62 - ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เขียนบทความสั้นๆ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า&amp;ldquo;ปารีณา&amp;rdquo; กับปัญหาที่ใหญ่กว่าของสังคมไทย การที่ ส.ส.ปารีณา เป็นนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลทำให้สังคมจับจ้องว่า เรื่องของเธอจะดำเนินต่อไปอย่างไร จะมีการ &amp;ldquo;อุ้ม&amp;rdquo; และปาฏิหาริย์ของกฎหมายเกิดขึ้นหรือไม่ แต่เรื่องนี้ชวนให้เรามาทบทวนถึงปัญหาคอร์รัปชันอีกมากมายที่ซับซ้อนและกำลังระบาดอยู่ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ฟาร์มไก่ของปารีณาเปิดมาแล้วหลายปี ตั้งอยู่บนที่ดิน ส.ป.ก. 4 - 01 มากถึง 682 ไร่ เป็นที่ป่าสงวน 46 ไร่ ขณะที่อีกจำนวนหนึ่งถูกชาวบ้านร้องเรียนว่าใช้อิทธิพลไปแย่งกรรมสิทธิ์เขามา ทำให้หลายคนสงสัยว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไรในเมื่อบ้านเมืองมีขื่อมีแป มีหน่วยงานและเจ้าหน้าที่จำนวนมากคอยดูแล ทำไมเรื่องขนาดใหญ่นี้จึงลอดสายตาไปได้ แต่เราเคยตั้งคำถามไหมกับอีกหลายกรณีที่มีการทำผิดกฎหมายอย่างเปิดเผย ว่ามีเบื้องหลังอะไรหรือไม่ ทั้งๆ ที่ทุกคนเห็นและอดทนกับมันมาตลอด ยกตัวอย่างเช่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- นักลงทุนสร้างรีสอร์ท โรงงาน คฤหาสน์ บนที่ดิน สปก. รุกป่าสงวนและแย่งที่ทำกินของชาวบ้าน
- โรงงานปล่อยฝุ่น ควันและกลิ่น ปล่อยน้ำเสียลงคลองหรือท่อสาธารณะทำให้เกิดมลภาวะปนเปื้อนสิ่งแวดล้อมในชุมชน
- ป้ายขนาดใหญ่มหึมาตามข้างถนนจนถึงป้ายโฆษณาขนาดเล็กตามเสาไฟฟ้าที่ติดตั้งโดยผิดกฎหมายมีมากกว่าถูกกฎหมาย
- โรงแรมเถื่อนเปิดให้บริการมีมากเป็นสองเท่าของโรงแรมถูกกฎหมาย ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราต่างรู้ดีว่า เหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าข้าราชการปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ละเลย ไม่ใช้ฉ้อฉล ไม่เกรงใจหรือรับผลประโยชน์จากใคร จะเป็นเรื่องใหญ่ไม่ได้เลยถ้านักการเมืองและข้าราชการระดับสูงที่มีอำนาจสั่งการและกำหนดนโยบายไม่มีอะไรมาบังตาหรือบีบบังคับ จนต้องออกโรงสนับสนุนและปกป้องความผิดปรกติเหล่านี้ล้วนก่อให้เกิดคอร์รัปชันที่ซับซ้อนจนกลายเป็นขบวนการเถื่อนที่ครอบงำกฎหมายและระบบราชการตลอดมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ความผิดจากการบุกรุกป่าสงวนและที่ดิน ส.ป.ก. หลายครั้งยังพบว่า ปัญหาเกิดจากการที่รัฐออกกฎหมายใหม่แทนของเก่าโดยไม่มีการเคลียร์ปัญหาในพื้นที่ให้หมดไป ปัญหาจึงทับถมไปเรื่อยๆ แต่ผู้มีอิทธิพล คนมีเส้นสายและนายทุนที่ร่วมมือกับข้าราชการได้ก็จะสามารถตักตวงประโยชน์ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีคอร์รัปชันที่เกิดจากการบิดเบือนการใช้อำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน (Administrative Corruption) เหล่านี้เกิดขึ้นทั่วไปและสะสมปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดเป็นสถานการณ์ของคอร์รัปชันขนาดใหญ่ (Grand Corruption) ที่คนทั่วไปเชื่อว่านี่เป็นปัญหาของ &amp;ldquo;สังคมคอร์รัปชัน&amp;rdquo; ที่ไม่มีทางแก้ไขได้ เพราะมันฝังอยู่ในโครงสร้างของระบบราชการ ระบบการเมืองไทย เป็นคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างที่คนได้ประโยชน์จะช่วยกันปกปิดความจริง บ้างก็ปิดตาข้างเดียว หรือแม้จะชัดเจนว่าผิดก็ทำเป็นไม่เห็นเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาเหล่านี้แก้ไม่ได้เพราะวันนี้สังคมไทยเป็นสังคมสีเทา คือ เต็มไปด้วยการปกปิดความจริงแม้เรื่องนั้นจะเป็นเรื่องของส่วนรวมหรือเรื่องที่รัฐเสียประโยชน์ก็ตาม เมื่อประชาชนไม่รู้ความจริงก็ตรวจสอบอะไรไม่ได้ และถึงแม้จะรู้แต่บ่อยครั้งที่ไม่กล้าพูด ไม่กล้าคัดค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านเมืองจึงเต็มไปด้วยการใช้อำนาจอย่างไม่สุจริต เลือกปฏิบัติและเกื้อกูลกัน คนที่มีเส้นสายพวกพ้อง นักการเมือง ผู้มีอิทธิพล คนมีอำนาจ คนรวยบางกลุ่มบางคน จึงมักได้เปรียบ ได้ประโยชน์มากกว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศ ทรัพยากรของประเทศจำนวนมากจึงสูญเสียไปกับคนไม่กี่คนเหล่านี้เพื่อให้สังคมไทยก้าวไปข้างหน้า ขอให้รัฐบาลทำสิ่งที่ถูกต้องโดยเริ่มจากกรณี ส.ส.ปารีณา และอย่าทำอย่างไฟไหม้ฟางแต่ควรทบทวนและมองในภาพกว้างเพื่อแก้ไขทั้งระบบ จะลงมือแบบรุนแรงสุดขั้วหรือถ้อยทีถ้อยอาศัยก็ตามแต่ต้องอยู่ในสายตาประชาชน หากทำได้ต่อเนื่องแม้ใช้เวลาสักหน่อยก็จะกลายเป็นผลงานการปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ที่เกิดคุณูปการต่อสังคมไทยอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าแต่ว่า กรณีหมู่บ้านป่าแหว่ง ..เรื่องมันยังไงกันนะ ?!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52320</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอร์รัปชัน, ดร. มานะ นิมิตรมงคล, ที่ดิน ส.ป.ก., บุกรุกป่าสงวน, ปารีณา ไกรคุปต์, ฟาร์มไก่ปารีณา, เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอรัปชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191212/image_big_5df1bd57761dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2019 10:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2019 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.มานะ&#039;เฉลย 5 เรื่องควรรู้ ทำไมคนไทยต้องเสียค่าโง่... อยู่เรื่อย!! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
21 พ.ค.62- &amp;nbsp;ดร. มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โพสต์บทความเรื่อง 5 เรื่องควรรู้ &amp;ldquo;ทำไมคนไทยต้องเสียค่าโง่&amp;rdquo;... อยู่เรื่อย!! ผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ &amp;ldquo;ค่าโง่&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;อนุญาโตตุลาการ&amp;rdquo; ต่อไปนี้คงอธิบายได้ว่า &amp;ldquo;คนไทยไม่ได้โง่&amp;rdquo; แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นมีทั้งที่เกิดจากความอ่อนประสบการณ์ของรัฐ ความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ และที่เป็นผลจากการรวมหัวกันเอาเปรียบบ้านเมืองของ &amp;ldquo;เหล่าคนโกง&amp;rdquo; และคาดว่าปัญหานี้จะเกิดมากขึ้นหากเราไม่เรียนรู้เพื่อหาทางป้องกันอย่างเหมาะสมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. คดีส่วนมาก &amp;ldquo;เอกชน&amp;rdquo; ชนะ &amp;ndash; &amp;ldquo;รัฐ&amp;rdquo; จ่ายแพง!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีที่เป็นข้อพิพาทระหว่าง &amp;ldquo;รัฐ&amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;เอกชน&amp;rdquo; แล้วยื่นเรื่องให้ &amp;ldquo;อนุญาโตตุลาการ&amp;rdquo; ตัดสิน ส่วนมากรัฐเป็นฝ่ายแพ้ เท่าที่ค้นพบข้อพิพาทใหญ่ๆ ที่รัฐเป็นฝ่ายชนะมีเพียง กรณีไอทีวี (ไทยพีบีเอสในปัจจุบัน) คดีหวยออนไลน์ และคดีที่ตัดสินเมื่อเร็วๆ นี้ คือคดีที่บริษัท ทรู แพ้ ทีโอที กรณีอินเตอร์เน็ทความเร็วสูง (ADSL) อีกสองกรณีดังคือ &amp;ldquo;โครงการบ่อบำบัดน้ำเสียที่คลองด่าน&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;โครงการทางด่วนบางนา-บางพลี-บางปะกง&amp;rdquo; ที่สุดท้ายรัฐรอดตัวได้ เพราะศาลเห็นว่าฝ่ายเอกชนมีการกระทำที่ไม่สุจริตตั้งแต่ต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ปัจจัยจาก &amp;ldquo;ผู้เกี่ยวข้อง&amp;rdquo; ที่ทำให้รัฐเสียเปรียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มแรก &amp;ldquo;ผู้ลงทุน&amp;rdquo; แน่นอนว่าพวกเขาย่อมเข้าใจและมีประสบการณ์ในเรื่องที่จะมาลงทุนเป็นอย่างดี ยิ่งเป็นนักลงทุนต่างชาตินอกจากจะศึกษาสภาพแวดล้อมทางการเมือง กฎหมายและพฤติกรรมของข้าราชการไทย หลายรายยังจ้างที่ปรึกษาโครงการและนักกฎหมายระดับโลกที่มีประสบการณ์สูงมาช่วยดูแล เพื่อความมั่นใจในการเจรจาและทำสัญญากับรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มที่สอง &amp;ldquo;เจ้าหน้าที่รัฐ&amp;rdquo; แม้จะมีคนเก่ง มีประสบการณ์ แต่โอกาสที่จะเท่าทันเทคโนโลยีในยุคโลกหมุนเร็วและเทคนิคลูกเล่นของฝ่ายเอกชนเสียทั้งหมดคงเป็นไปได้ยาก อีกทั้งโครงการที่มีข้อพิพาทกว่าจะถึงขั้นอนุญาโตตุลาการมักใช้เวลาเป็นสิบปี มีเอกสารและคนเกี่ยวข้องมากมาย ถึงเวลานั้นคนก็อาจลืมข้อเท็จจริงบางอย่าง แต่ที่สำคัญคือเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องมีการโยกย้าย เลื่อนตำแหน่งหรือเกษียณอายุราชการ คนมาใหม่ย่อมไม่รู้รายละเอียดครบถ้วน ความผูกพันรับผิดชอบไม่เท่ากันไป ซึ่งต่างจากเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทพิสูจน์เรื่องนี้เห็นได้จาก กรณีโฮปเวลล์ เพราะก่อนบอกเลิกสัญญาฝ่ายรัฐมีการขอความเห็นทั้งจากสำนักงานอัยการสูงสุดและสำนักงานกฤษฎีกาแล้วว่าทำได้ แต่สุดท้ายโฮปเวลล์ก็สามารถหาช่องว่างจนเป็นฝ่ายชนะทั้งในขั้นตอนอนุญาโตตุลาการและศาลปกครองสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มที่สาม &amp;ldquo;นักการเมืองและข้าราชการขี้โกง (บางคน)&amp;rdquo; ที่ทำให้โครงการตกในสภาพผีซ้ำด้ำพลอยเมื่อมีคนโกงกินกินเมืองมาเกี่ยวข้อง แอบไปสมรู้ร่วมคิดกับพ่อค้า ใช้อำนาจแทรกแซง บงการ ชักใยให้รัฐเสียเปรียบตลอดทั้งโครงการจนยากเยียวยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่นี้ยังไม่ขอกล่าวถึงตัวบุคคลในกระบวนการยุติธรรม ที่เริ่มมีคำถามเรื่องความด้อยประสบการณ์ ความแม่นยำทางกฎหมายและการทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ในบางกรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ใครทำให้รัฐเสียเปรียบ กับบทเรียน &amp;ldquo;2 คดีดัง&amp;rdquo; ?!?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรณีค่าโง่ทางด่วนบางนา 6 พันล้านบาท&amp;rdquo; มีอดีตรองผู้ว่าการทางพิเศษฯ ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า การที่รัฐเสียเปรียบในการต่อสู้คดีเป็นเพราะเจ้าหน้าที่วิศวกรของหน่วยงานจงใจปิดบังข้อมูลและไม่มีการเก็บตัวเลขไว้ต่อสู้คดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่อดีตประธานบอร์ดการทางพิเศษฯ ยังให้สัมภาษณ์ในคดีเดียวกันนี้ว่า สาเหตุของการเรียกค่าเสียหายน่าจะอยู่ที่ขั้นตอนของการขยายเวลาการก่อสร้างให้เอกชน ที่กลายเป็นหลักฐานการยอมรับในความบกพร่องของการทางพิเศษฯ เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้าย..คดีนี้ศาลตัดสินให้การทางพิเศษฯเป็นผู้ชนะ เพราะมีหลักฐานว่าเอกชนรายนั้นมีการกระทำบางอย่างที่ไม่โปร่งใสร่วมกับเจ้าหน้าของการทางพิเศษฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรณีค่าโง่หวยออนไลน์ 2.5 พันล้านบาท&amp;rdquo; มีพฤติกรรมชวนสงสัยเกิดขึ้น เมื่อเอกชนไม่ได้ยื่นฟ้องกองสลากฯ ภายในเวลาที่กำหนดหลังอนุญาโตตุลาการตัดสินทำให้ขาดอายุความ แต่เมื่อผ่านไประยะหนึ่งก็มีการยื่นเรื่องให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาดอีกครั้ง เท่ากับเปิดโอกาสใหม่ให้เอกชนฟ้องร้องได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่สุด..ศาลตัดสินให้รัฐเป็นฝ่ายชนะเพราะเหตุว่า การทำสัญญาครั้งนี้ผิดกฎหมายเพราะไม่ผ่านการอนุมัติจาก ครม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการอาวุโสท่านหนึ่งเล่าประสบการณ์ให้ฟังว่า ความพ่ายแพ้ของรัฐในบางคดีเป็นเพราะ &amp;ldquo;คนในหน่วยงาน&amp;rdquo; ที่ไปบอกข้อมูลภายในให้เอกชนรู้ หรือชี้จุดอ่อนของสัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. &amp;ldquo;ขาประจำ&amp;rdquo; จาก 3 วงการที่ฟ้องเรียกค่าโง่รัฐ!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่โด่งดังช่วงนี้มักอยู่ในกลุ่ม &amp;ldquo;สื่อสารโทรคมนาคม - ทางด่วน &amp;ndash; รถไฟ&amp;rdquo; โดยทราบกันดีว่า บริษัทคู่กรณีเหล่านี้แม้ชื่อต่างกันแต่เบื้องหลังก็คือ &amp;ldquo;ขาใหญ่&amp;rdquo; รายเดิมๆ นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ระบบอนุญาโตตุลาการมีใช้ทั่วโลก ไทยจะใช้หรือไม่ก็ได้..แต่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระบวนการแก้ปัญหาข้อพิพาททางเลือก (Alternative Dispute Resolution: ADR.) เป็นมาตรการที่ใช้กับคดีแพ่งที่เป็นข้อพิพาททางธุรกิจ เพราะคู่สัญญามองว่า การแก้ปัญหาทางศาลช้า ไม่สะดวก มีค่าใช้จ่ายและขั้นตอนมาก บางครั้งก็มีปัญหาความแตกต่างระหว่างกฎหมายภายในประเทศของแต่ละฝ่าย คู่กรณีจึงอาจเลือกใช้วิธีการพิเศษแบบใดแบบหนึ่งหรือหลายแบบพร้อมกันตามที่ตกลง เมื่อมีข้อพิพาทก่อนจะเข้าสู่กระบวนการศาลปกติ ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การเจรจา (Negotiation) หรือการนั่งลงพูดคุยกัน
2. การไกล่เกลี่ย (Conciliation) โดยมีคนกลางที่สองฝ่ายยอมรับ
3. การประนอมข้อพิพาท (Mediation) โดยมีคนกลางช่วยจัดทำข้อเสนอ
4. อนุญาโตตุลาการ (Arbitration) โดยคณะบุคคลที่เสนอจากสองฝ่ายและคนกลางเป็นผู้ตัดสิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรการเหล่านี้จึงเป็นกระบวนการเพื่อความยุติธรรมที่คู่กรณีตกลงกันและนิยมใช้ทั่วโลก ดังนั้น ถ้าเราปฏิเสธก็ต้องยอมรับผลกระทบที่ตามมา ถ้าจะ &amp;ldquo;รื้อระบบ&amp;rdquo; ก็ต้องดูว่ามีเหตุผิดปกติอย่างไร รื้อตรงไหนอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นเรื่องจริงที่ทุกวันนี้รัฐบาลจำเป็นต้องเปิดรับการลงทุนขนาดใหญ่จากภาคเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศ โดยที่เงินทุนเหล่านี้มักมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ซับซ้อนและแปลกใหม่มากขึ้น เช่น โครงการอีอีซี โครงการรถไฟความเร็วสูง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทส่งท้าย..ป้องกันก่อนเกิดข้อพิพาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกโครงการของรัฐ หากใครทำผิดก็ต้องจ่ายชดเชยความเสียหายนั้นไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐหรือเอกชน แต่
ทุกวันนี้รัฐมักตกเป็น &amp;ldquo;เบี้ยล่าง&amp;rdquo; แม้หลายหน่วยงานจะพยายามพัฒนา เช่น สนง. อัยการสูงสุด ทำให้มีผู้เสนอว่า ถ้ารัฐเสียเปรียบอยู่เรื่อยก็ให้ยกเลิก พ.ร.บ. อนุญาโตตุลาการฯ เสีย จากนั้นหากมีข้อพิพาทก็ให้ขึ้นศาลต่อสู้คดีตามกฎหมายแพ่งอย่างเดียว แต่ถ้าคงกฎหมายนี้ไว้ก็ให้ใช้เฉพาะคดีระหว่างเอกชนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเสนอดังกล่าวอาจยังไม่เหมาะในเวลานี้ แต่สิ่งที่ทำได้และมั่นใจว่าจะช่วยป้องกันความเสียหายได้แน่นอน คือ รัฐต้องทำโครงการอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ภายใต้กฎระเบียบที่ชัดเจนและกรอบการลงทุนที่รัดกุม ให้สาธารณชนตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส ตามหลักที่ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่าไว้ใจมนุษย์ปุถุชน วางระบบที่ดีและเปิดรับการตรวจสอบ&amp;rdquo;.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36363</URL_LINK>
                <HASHTAG>5 เรื่องควรรู้, ดร. มานะ นิมิตรมงคล, ทำไมคนไทยต้องเสียค่าโง่, เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอรัปชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190101/image_big_5c2b347615443.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2019 09:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2019 09:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น่าห่วง!องค์กรต้านโกงจับตา&#039;อุ้มค่ายมือถือ-ประมูลดิวตี้ฟรี-รถไฟเชื่อม3สนามบิน&#039; มรดกบาปหลอนคนไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เม.ย.62- นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(ประเทศไทย) โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า ข่าวคอร์รัปชันจะร้อนแรงมากแม้ราชการจะทำงานไม่กี่วันในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เรื่องใหญ่คือ อุ้มค่ายมือถือ ประมูลดิวตี้ ฟรี และ รถไฟเชื่อมสามสนามบิน ส่วนกรณีอาคารใหม่รัฐสภา เชื่อว่าผู้มากบารมีทั้งหลายจะอยู่นิ่งๆ เพราะการเมืองเข้าทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างว่าละครับ เวลาเหลือน้อย จะทำอะไรก็รีบทำ อะไรที่รับเงินรับทองเขามาก็ต้องทำให้สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น่าห่วงคือ หากพวกเขาทำสำเร็จ มรดกบาปเหล่านี้จะหลอกหลอนคนไทยไปอีกหลายสิบปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อย่าลืมว่า คดีแบบนี้อายุความนานเป็นสิบปี ... สักวันกรรมจะสนองโกง เหมือนที่นักการเมืองและข้าราชการหลายคนโดนไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขออนุญาตบ่นส่งท้ายสงกรานต์ครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33739</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวคอร์รัปชั่น, ดร. มานะ นิมิตรมงคล, ประมูลดิวดี้ฟรี, ประมูลรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน, อุ้มค่ายมือถือ, เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอรัปชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181114/image_big_5bebda3e4a87d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31548</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2019 15:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2019 15:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์กรต้านคอร์รัปชั่นจับตา3โครงการรัฐ รถไฟความเร็วสูง ดิวตี้ฟรี สัมปทาน 4จี หวั่นยัดไส้ลักไก่โกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.62- ดร. มานะนิมิตรมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก จับตาไม่ให้ใครโกง: 3 โครงการรัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จับตา 3 โครงการระดับแสนล้าน ที่อาจถูกสอดไส้ &amp;ndash; ลักไก่ &amp;ndash; เร่งอนุมัติหรือแก้เงื่อนไขเอื้อประโยชน์ให้กับทุนใหญ่ ตามที่ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานรัฐออกมาประสานเสียงกับกลุ่มทุนใหญ่สร้างข่าวที่ทำให้สังคมหลงประเด็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการใหญ่ที่ต้องเฝ้าจับตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การประมูลรถไฟความเร็วสูงมูลค่า 2.24 แสนล้านบาท เชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง &amp;ndash; สุวรรณภูมิ &amp;ndash; สัตหีบ พ่วงด้วยสิทธิการบริหารที่ดินเชิงพาณิชย์รอบสถานีที่จะสร้างขึ้นใหม่ เช่น มักกะสัน ศรีราชา มีระยะเวลา 50 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประมูลโครงการนี้ล่าช้าจากกำหนดปลายปี 2561 มาจนปัจจุบัน เหตุที่สะดุดอยู่เพราะอภิมหาเอกชนรายนั้นได้ยื่นข้อเรียกร้องเพิ่มเติมจากเงื่อนไขการประมูล เป็นเงื่อนไขลับที่อันตรายเพราะขัดหลักการตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ และเปิดช่องให้มีการฟ้องเรียกค่าโง่จากรัฐได้ในภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การประมูลร้านค้าดิวตี้ฟรี 4 สนามบิน (สุวรรณภูมิ หาดใหญ่ เชียงใหม่และภูเก็ต) รวมทั้งสิทธิ์เปิดจุดส่งมอบสินค้าปลอดภาษี (Pick - Up Counter) ที่นักท่องเที่ยวซื้อจากร้านค้าปลอดภาษีในเมือง ซึ่งปัจจุบันธุรกิจนี้มีมูลค่านับแสนล้านบาทต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กว่าสิบปีที่ผ่านมาประเทศไทยเสียโอกาสหารายได้และสร้างชื่อเสียงด้านนี้ไปมากเมื่อเทียบกับหลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้มียอดขายสินค้าปลอดภาษีมากกว่าไทยถึง 5 เท่า และให้ส่วนแบ่งกับรัฐราวร้อยละ 38 ขณะที่ไทยให้เพียงราวร้อยละ 15 ซึ่งหมายถึงเงินที่จะนำมาพัฒนาประเทศต้องขาดหายไป เกิดการรั่วไหล เอาเปรียบรัฐ เกิดการผูกขาด โดยเชื่อว่าเป็นเพราะมีการสมรู้ร่วมคิดกัน และจงใจละเลยในการควบคุมตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการประมูลครั้งใหม่ที่จะมีขึ้น จึงจำเป็นต้องมีมาตรการที่ชัดเจนเพื่อความโปร่งใส เปิดกว้างและเป็นธรรมให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. กสทช. ดันมาตรการอุ้ม 3 บริษัทมือถือเจ้าของสัมปทาน 4 จี ให้ยืดการชำระค่างวดสัมปทานออกไปมูลค่ารวมกันกว่าแสนล้านบาท ทั้งๆ ที่ทุกรายมีผลประกอบการงดงาม ทำกำไรเป็นกอบเป็นกำ โดยผู้บริหาร กสทช. ให้เหตุผลสนับสนุนว่าจะช่วยให้เอกชนมีเงินทุนมากพอมาร่วมประมูลโทรศัพท์ 5 จี สอดคล้องกับเอกชนรายหนึ่ง ขณะที่เอกชนอีกสองรายคือ ดีแทคและเอไอเอส ไม่ได้กล่าวอ้างเช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความพยายามที่จะ &amp;ldquo;ให้&amp;rdquo; เอกชนยืดการชำระเงินค่างวดนี้ทำไม่สำเร็จมาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อกลางปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความยุติธรรมและการรักษาผลประโยชน์ของรัฐ เป็นเหตุผลหลักในการต่อต้านความพยายามของ กสทช. และเอกชนบางราย ขณะที่วงการธุรกิจต่างตั้งคำถามว่า ยังจำเป็นอยู่หรือที่ประเทศไทยต้องมีผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือแค่ 3 รายเดิมนี้เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31548</URL_LINK>
                <HASHTAG>3โครงการรัฐ, กสทช.อุ้ม3บริษัท, ดร. มานะ นิมิตรมงคล, ประมูลร้านค้าดิวตี้ฟรี, รถไฟความเร็วสูง, เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอรัปชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190101/image_big_5c2b347615443.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2018 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2018 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์กรต้านโกงแฉ ปีที่แล้วมีแค่11จาก20กระทรวงร่วมนโยบายไม่รับของขวัญปีใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ย.61-มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) &amp;nbsp;เผยว่า หน่วยงานที่ร่วมประกาศนโยบายไม่ให้ ไม่รับของขวัญ &amp;lsquo;No Gift Policy&amp;rsquo; ในเทศกาลปีใหม่ปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระดับกระทรวงมี 11 แห่ง จากทั้งสิ้น 20 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงพลังงาน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง สำนักนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรกำกับดูแล อาทิ ป.ป.ช. สตง. ป.ป.ท. อัยการสูงสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย สนง.คกก.นโยบายรัฐวิสาหกิจ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ศาลทุจริตฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นๆ อาทิ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน สนง.สลากกินแบ่งฯ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปาส่วนภูมิภาค กลุ่ม ปตท. บางจาก CAT Telecom ไปรษณีย์ไทย TOT Plc. EXIM Bank ธนาคารอาคารสงเคราะห์ SME Bank&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมบังคับคดี กรมกิจการเด็กฯ สนง.สถิติแห่งชาติ โรงงานยาสูบ บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย คกก. การอุดมศึกษา สนง. คกก.วิจัยแห่งชาติ สนง.สถิติฯ คกก. การศึกษาขั้นพื้นฐาน องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สนง. นวัตกรรมแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและ กองทุนสื่อสร้างสรรค์ โครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย องค์การส่งเสริมกิจการโคนมฯ เป็นต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22884</URL_LINK>
                <HASHTAG>11 กระทรวง, No Gift Policy, ดร. มานะ นิมิตรมงคล, เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอรัปชัน, ไม่รับของขวัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181127/image_mid_5bfcce56c4f6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8637</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 08:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 08:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันข้องใจภรรยาผอ.พศ.ใช้งบรัฐไปแสวงบุญ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค. 61 - นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอรัปชัน (ประเทศไทย) โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงองค์กรส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา (อสคพ.) ยื่นหนังสือถึง พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ขอทราบรายละเอียดกรณีนางกนิษฐา ภรรยา พ.ต.ท.พงศ์พร เดินทางไปสักการะสังเวชนียสถานที่ประเทศอินเดีย-เนปาล โดยใช้งบประมาณของ พศ.หรือไม่ จากนั้นสำนักพุทธฯ ชี้แจงว่า ไม่ผิดกฎหมาย โดยเป็นการไปโดยงบสนับสนุนผู้ที่สนับสนุนงานด้านพุทธศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมานะ ระบุว่า &amp;quot;สังคมคืนความสุข &amp;ldquo;ใครๆ ก็ทำกัน&amp;rdquo; สำนักพุทธฯ แถลงว่า ภรรยาของผู้อำนวยการสำนักฯ ร่วมเดินทางไปแสวงบุญที่อินเดียและเนปาลโดยใช้งบประมาณของสำนักงานฯ จริง แต่ทุกอย่างโปร่งใสถูกระเบียบ แถมยังกำชับว่าการร้องเรียน เผยแพร่ข่าวเรื่องนี้อาจเป็นการละเมิดสิทธิบุคคลอื่นและอาจถูกดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาทตามกฎหมายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วยกันคิดด้วยครับว่า พฤติกรรมมันต่างจากข่าวเก่าเหล่านี้อย่างไร &amp;ndash; &amp;ldquo;มีชัย&amp;rdquo; ตั้งลูกเป็นเลขาฯ อ้างเหตุงาน คสช.เป็นความลับ &amp;ndash; สมาชิก สปช. และ สนช. ตั้งลูกเมียให้กินตำแหน่ง กินเงินเดือนที่ปรึกษา &amp;ndash; ผู้ช่วย ของตน &amp;ndash; ทักษิณและภรรยาซื้อที่ดินรัชดา &amp;ndash; หลานชายนายกฯ ใช้ค่ายทหารตั้งบริษัทส่วนตัวและประมูลงานหากินกับกองทัพ หรือจริงอย่างที่เขาบอกว่า ทีใครทีมัน #ผลประโยชน์ทับซ้อน #ป.ป.ช.&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ่านฉบับเต็ม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8637</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผอ.พศ., พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, ภรรยา พ.ต.ท.พงศ์พร, มานะ นิมิตรมงคล, เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอรัปชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab233fb2b1b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
