<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57607</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2020 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2020 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่พลาด&#039;ศรีสุวรรณ&#039;เตรียมยื่นป.ป.ช.ฟันนายพลพักบ้านหลวงเข้าข่ายรับของมูลค่าเกิน3พันบาท!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ.2563 - &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญกล่าวถึงกรณีกองทัพบกลงเซ็นเอ็มโอยูกับกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการจัดการธุรกิจในกองทัพว่าต้องทำให้ชัดเจน ซึ่งงไม่ได้เห็น MOU ว่าเขียนอย่างไร อาจเป็นการตกลงเพียงผิวเผิน สรุปคือยังมีทหารยังเป็นบอร์ดอยู่ตามสนามมวย หรือสนามกอล์ฟหรือไม่ เช่นเดียวกับเรื่องบ้านพักนายทหาร ซึ่งตอนนี้ยังมีอย่าง 3 ป.ที่หลายคนยังสงสัยว่าจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้สามารถตีเป็นมูลค่าได้ และคาดว่าสูงกว่า 3,000 พันบาท ตามระเบียบที่ ป.ป.ช.กำหนดอยู่แล้ว แต่ไม่มีใครตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในวันศุกร์ที่ 21 จะเอาเรื่องนี้ไปร้องต่อ ป.ป.ช ว่าคนที่เกษียณอายุราชการ แล้วยังอยู่บ้านพักของทางราชการ ไม่ว่าจะอ้างว่าอะไร ตนจะร้องทั้งหมดทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลเพราะถือว่าเป็นการได้ประโยชน์อื่นใดของรัฐ ตามระเบียบ ที่ป.ป.ช.กำหนดมีโทษถึงหลุดจากตำแหน่ง นอกจากนี้ ทำไมกองทัพบกถึงมีค่าใช้จ่าย งบประมาณค่าเช่ารถ ที่กระทรวงกลาโหมเป็นจำนวนเงินถึง 550 ล้านบาท จาก 786 ล้าน บาท ซึ่งจากที่ได้ย้อนดูระเบียบของกรมบัญชีกลาง ที่มีมติการเพิ่มเงินค่าเช่ารถให้ผู้มีตำแหน่งมาอย่างต่อเนื่อง แต่ฝ่ายค้านก็ไม่รู้ว่าจะนำประเด็นนี้มาอภิปรายหรือไม่ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นอีกเรื่องที่ต้องมีการสังคายนา ให้มีเฉพาะตำแหน่งสำคัญๆก็พอ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57607</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, กองทัพบก, บ้านพัก, ศรีสุวรรณ จรรยา, เลขาธิการองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญ, เอ็มโอยู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200206/image_big_5e3b6b3946426.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57606</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2020 11:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2020 11:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไม่มีผมชี้เศรษฐกิจไทยเสื่อถอยอาจถึงยุคไปเป็นจับกังประเทศเพื่อนบ้าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ.2563 - &amp;nbsp;ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มีการจัดเวทีสภาในประเด็น การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญ และนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายธีระชัย กล่าวว่า เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเป็นเวทีที่ประชานให้ความสนใจอย่างมาก เพราะมันร้างมานาน ซึ่งประชาชนตั้งความหวังให้มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ &amp;nbsp;ทั้งนี้ การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลมันครอบคลุมทุกด้าน &amp;nbsp;จากเดิมที่มีการเรียกร้องว่า ควรต้องมีการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง จนนำไปสู่การรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามคือ 6 ปีที่ผ่านมา เกิดการปฏิรูปในด้านต่างๆ มากพอหรือไม่ และอย่างไร นี่คือสิ่งที่ตนคิดว่าควรนำมาเป็นเรื่องถกแถลงกันในการอภิปรายครั้งนี้ ขณะที่การปฏิรูปที่คืบหน้าจริงๆ อาจเป็นแค่เรื่องการทหารเท่านั้น ทีเราเห็นข่าวที่ผบ.ทบ.ออกมาพูดเรื่องบ้านพัก และธุรกิจของทหาร ทั้งที่หลายธุรกิจ พบว่า ผู้บัญชาการทหารบกนั้นเป็นประธาน โดยตำแหน่งด้วยซ้ำ การทีท่านออกมาชี้เรื่องผลประโยชน์สีเทาที่ต้องมีการรื้อ มีการเซ็น MOU ให้กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนนึกไม่ถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เห็น ผบ.ทบ.ผ่านมาหลายคนมาก แต่ไม่เคยมีใครหยิบประเด็นนี้มาพูดเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่กองทัพบกควรจะได้เครดิต เพราฉะนั้นเราจึงต้องกลับไปถามรัฐบาลว่ามีเรื่องอื่นนอกจากการทหารที่คืบหน้าบ้างหรือไม่ การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่เกิดขึ้นเปรียบเสมือนการตรวจสุขภาพ และชี้จุดที่ยังขาด โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การตรวจสอบด้านทุจริต สำคัญมากกว่ากรตรวจสอบว่าทำงานครบถ้วนหรือไม่ แต่การทุจริตเป็นสิ่งที่รับไม่ได้ เป็นสิ่งที่ปล่อยให้เกิดขึ้นไม่ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวว่า สิ่งที่ผมกังวลคือ เศรษฐกิจไทยเสื่อมถอย และจะทุกไปเรื่อยๆ แล้วมันไม่ฟื้นจากสถานการณ์ที่กำลังเผชิญจีดีพีไตรมาสที่ 4 ปีที่ผ่านมาโตเพียง 1.6 ต่ำที่สุดในรอบ 21 ปี ทำให้ทั้งปีได้ 2.4 ต่ำสุดในรอบ 5 ปี นี่ขนาดยังไม่มีไวรัส โควิค -19 เนื่องจาก 5 ปีที่ผ่านเศรษฐกิจ พึ่งการท่องเที่ยวและการส่งออก พอมีไวรัสเข้ามา ก็อาจจะเกิดปัญหาเข้าไปอีก ขณะที่การลงทุนช่วงปี 2555 2556 มีงบส่งเสริมการลงทุนกว่า 1.1 ล้านล้านบาท ขณะที่ช่วง 4 ปีผ่านมามีการส่งเสริมการลงทุนเพียงประมาณ 600,000 ล้านบาท แต่ประชาชนรายได้เท่าเดิม มีแต่เจ้าสัวที่รวยขึ้น ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐแทนที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ก็เอามาแจกเงินแบบซี้ซั้ว ขณะที่ ดร.สมคิด เคยพูดอยู่ว่าประเทศเรากระตุ้นเศรษฐกิจโดยการกระตุ้น กระตุ้นแต่ไม่พัฒนา และทุกวันนี้รัฐบาลก็ยังทำแบบนั้นอยู่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;rdquo;ตอนนี้มันทรุดหนัจริงๆแล้ว แบบไม่เห็นว่าจะกลับมาอย่างไร พอไวรัสผ่านแล้ว กว่านักท่องเที่ยวจะมาก็ต้องใช้เวลา ส่งออกก็แย่ การลงทุนก็ไม่มี แบบที่บอก ขนาดตอนไม่มีไวรัสจีดีพียังเหลือ 1.6% ประเทศไทยอาจเป็นแบบพม่า ในอนาคตลูกจ้างเราต้องไปเป็นกรรมกรในประเทศเพื่อนบ้าน หรือ ต้องไปรับจ้างอุ้มบุญ มันใช่หรือ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัยกล่าวว่า รัฐต้องเร่งเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส หากต้องการเร่งปรับอะไรในประเทศ โดยขอเสนอ 1.ดูแลเรื่องส่วนต่างดอกเบี้ย เงินฝากและเงินกู้ 2.การปรับลดราคาพลังงาน 3.การปรับปรุงโครงสร้างภาษี ที่ทุกวันนี้คนจนก็ยิ่งจน คนรวยก็ยิ่งรวยกว่าเดิม &amp;nbsp;4.การลดงบทางการทหารของกองทัพออกมาใช้ทางเศรษฐกิจ 5.รัฐบาลต้องตั้งหน่วยงาน กรณีการยิงกราดที่อาจเกิดการเลียนแบบขึ้น เพราะตอนนี้เศรษฐกิจแย่ คนก็เครียดขึ้นเรื่อยๆ 6.ให้ผู้นำเจรจาของภาคการผลิตที่กำลังจะออกนอกประเทศ 7.แก้ปัญหาฝุ่นควัน 8.แก้ปัญหาเงินบาทอ่อนตัว 9.หารายได้โดยการพิจารณาพื้นที่ดินแดนไทย-กัมพูชา มาใช้ ซึ่งการเจรจากับกัมพูชาแล้วเอาแก๊สมาแบ่งกัน แต่ไม่ได้หมายถึงการแบ่งแยกดินแดน 10.สนับสนุนและปรับปรุงสิทธิประโยชน์ขงบริษัทเทคโนโลยีของประเทศไทย &amp;nbsp;11.สังคายนาปัญหาการใช้อำนาจรัฐและที่ดินของรัฐ &amp;nbsp;และ 12.การกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดการจ้างงาน ไม่ใช่การเอาเงินไปแจกฟรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายศรีสุววรณ กล่าวว่า &amp;nbsp;ผมผิดหวังฝ่ายค้านชุดนี้กล้าเปิดอภิปรายฯ เพราะเห็นว่าฝ่ายค้านคิดว่าตัวเองเป็นเทวดา และไม่สนใจการเชื่อมโยงข้อมูลกับภาคประชาชน คิดว่า ส.ส.มีข้อมูลที่จะเอาไปอภิปรายผู้มีอำนาจ ที่สำคัญคือ ข้อมูลเหล่านี้มีเยอะ แต่ว่ามันไม่ได้อยู่ในมือของฝ่ายค้านทั้งหมด รวมทั้งหน่วยงานราชการกันเอง &amp;nbsp;อย่าลืมว่าบวกก็มีลบ ที่พร้อมจะสนอบตอบข้อมูลให้ ตนก็ยังเงียบรอฟังว่า เมื่อไรจะมีฝ่ายค้านเปิดตู้ ปณ.รับเรื่อง ซึ่งก็เห็นแต่เขานั่งแถลงโวว่า จะล้มอย่างนั้น อย่างนี้ แต่ก็ไม่เห็นว่าเขาจะล้มอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรณกล่าวอีกว่า การบริหารของรัฐบาลประยุทธ์ ชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวมากมายไปหมด อย่างเรื่องเมเกะโปรเจกต์ ก็เป็นเรื่องที่ควรถูกนำมาตีแผ่ให้สังคมรับทราบ ล่าสุดเห็นว่ามี ส.ส.ท่านหนึ่งเปิดเผยเรื่องการให้เช่าศูนย์ประชมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่อยากเห็นและคิดว่าเป็นข้อมูลที่น็อครัฐบาลได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57606</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล, พรรคไทยรักษาชาติ, พิชัย นริพทะพันธุ์, ศรีสุวรรณ จรรยา, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, เลขาธิการองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4cbd3f9ea9b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
