<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113677</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 08:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 08:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ธนกร’ซัด‘ธนาธร’โหนม็อบย้อนต้องให้ตร.สูญเสียถึงสะใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.2564 - นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าหน้า เรียกร้องให้รัฐสภาสอบเจ้าหน้าตำรวจที่ใช้กระสุนจริงยิงประชาชนว่า เรื่องนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ออกมายืนยันชัดเจนว่าไม่ได้มีการใช้กระสุนจริง และปฎิบัติตามหลักสากล อยากถามนายธนาธรและนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลว่า ม็อบชุมนุมสันติจริงหรือ ซึ่งคำตอบคือไม่จริง ประชาชนทั่วประเทศก็รู้แจ้งเห็นจริงเหมือนกัน มีการใช้อาวุธ มีด ปืน หัวน็อตทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ เผาทำลายข้าวของราชการ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นต้องใช้กระสุนยาง หรือเมื่อมีผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ นายธนาธร นายรังสิมันต์ และ ส.ส.พรรคก้าวไกล ก็รีบออกมาเกาะกระแสกล่าวหาว่าตำรวจฆ่าประชาชน การกระทำแบบนี้จงใจทำลายเกียรติของเจ้าหน้าที่หรือไม่ ทำลายภาพลักษณ์ของประเทศชาติ ทำลายบ้านเมือง และสร้างความแตกแยกในประเทศหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวอีกว่า สงสารเยาวชนที่บริสุทธิ์ ซึ่งตกเป็นเครื่องมือแสวงหาอำนาจของคนบางกลุ่ม สุดท้ายเมื่อถูกดำเนินคดีก็ต้องติดคุกโดยไม่มีใครมาสนใจใยดีนอกจากครอบครัวตัวเอง ที่ผ่านมาก็เห็นตัวอย่างมาแล้ว แกนนำหลายคนถูกกล่าวหาว่าอยู่ในประเภทสู้แล้วรวย การที่นายธนาธรจะให้รัฐสภาตรวจสอบการทำงานของตำรวจนั้นสามารถทำได้ แต่อยากถามจริงๆ ว่า ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้สูญเสียคงจะสะใจนายธนาธรใช่หรือไม่ นายธนาธรเคยคิดหรือไม่ว่าตำรวจก็คือคนไทย มีลูก มีครอบครัวเช่นเดียวกับม็อบ ถ้าม็อบไม่ออกมาชุมนุมเผาบ้านเผาเมืองแล้วตำรวจจะออกมาหรือ อยากจะบอกว่า รัฐบาลต้องการให้บ้านเมืองสงบ เพื่อเอาเวลาและสรรพกำลังทั้งหมดไปแก้ปัญหาโควิด-19 การชุมนุมประท้วงจะทำให้บุคลากรทางการแพทย์ทำงานหนักขึ้น แกนนำม็อบหลายคนก็ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว และไม่รู้ว่าจะมีการแพร่ระบาดในม็อบบ้างแล้วหรือไม่ สงสารประเทศไทยจริงๆ แทนที่จะมาช่วยกันในภาวะวิกฤติ แต่กลับมาขัดแย้งกันเองเพียงเพื่อหวังผลทางการเมืองของคนบางกลุ่ม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113677</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมนุม, นายธนกร วังบุญคงชนะ, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ประธานคณะก้าวหน้าหน้า, เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60de7a5caa311.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 11:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 11:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธนกรมั่นใจตั้งแต่ต.ค.ผลิตฟาวิพิราเวียร์ได้เดือนละ40ล้านเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;04 ส.ค.2564 - นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ปัจจุบันรัฐบาลดำเนินการจัดหายาฟาวิพิราเวียร์ให้เพียงพอ ทั้งการนำเข้าจากต่างประเทศ และการผลิตเองในประเทศ โดยขณะนี้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เริ่มผลิตได้ และจะทยอยส่งมอบตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งขณะนี้มีศักยภาพการผลิตอยู่ที่เดือนละ 2-4 ล้านเม็ด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในเดือนกันยายนคาดว่าจะผลิตได้จำนวน 23 ล้านเม็ด และตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 เป็นต้นไปจะสามารถผลิตได้ไม่น้อยกว่า 40 ล้านเม็ดต่อเดือน&amp;rdquo;นายธนกรกล่าวและว่า ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขดำเนินการจ่ายให้ผู้ป่วยโควิด-19 ที่ทำ Home Isolation โดยพิจารณาให้ยาฟ้าทะลายโจรหรือยาฟาวิพิราเวียร์ตามระดับอาการด้วยแล้ว ดังนั้นขอให้ประชามั่นใจว่า ยาฟาวิพิราเวียร์มีเพียงพอต่อการรักษาอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112163</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธนกร วังบุญคงชนะ, ยาฟาวิพิราเวียร์, เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_608618b7370f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112159</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ธนกร’เผยรัฐเตรียมนำระบบ‘BKK HI Care’มาใช้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.2564 - นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) ภายใต้กำกับของนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ได้พัฒนาระบบที่เรียกว่า BKK HI Care ในการติดตามและดูแลผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองและสีเขียว ที่รักษา/กักตัวที่บ้าน (Home Isolation) หรือที่ชุมชน (Community Isolation) อย่างใกล้ชิด ตลอดจนผู้ป่วยสามารถรายงานและรับคำแนะนำการรักษาที่ถูกต้องจากแพทย์และพยาบาล เช่น การวัดอุณหภูมิร่างกาย และการวัดค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดตามเวลาที่กำหนด แล้วแจ้งผลให้ทางสถาบัน/โรงพยาบาลทราบทันที ซึ่งระบบนี้ดำเนินการผ่าน Line Application โดยการสแกน QR Code หรือแอดไลน์ เมื่อมีการตรวจพบเชื้อโควิด-19 จากสถานพยาบาลที่ผู้ป่วยได้เข้าทำการตรวจเชื้อหรือรักษา โดยไม่ต้องโหลดแอพพลิเคชันใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีสถานพยาบาลในกรุงเทพฯ ที่เข้าร่วมโครงการฯ แล้ว &amp;nbsp;285 แห่ง มีผู้ป่วยที่อยู่ในระบบแล้วกว่า 9,000 ราย ซึ่งจะช่วยทำให้ 1 คลินิกชุมชนดูแลผู้ป่วยได้ถึง 200 ราย หรือแพทย์ 1 ท่าน ดูแลผู้ป่วยได้ถึง 30 ราย พร้อมกันนี้ยังสามารถช่วยเก็บบันทึกรายงานการรักษารายวัน การสั่งยา การวัดอุณหภูมิ และอาหารที่รับแต่ละวัน โดยระบบนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญให้กับสถาบัน/โรงพยาบาลในการติดตามดูแลผู้ป่วยโควิด- 19 ที่เป็นผู้ป่วยสีเขียว รักษาตัวอยู่ที่บ้านได้ ซึ่งจะได้รับคำแนะนำจากคุณหมอ ในการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง โดยผู้ป่วยจะได้รับการดูแลแบบโทรเวชกรรม (Telemedicine) ซึ่งหากผู้ป่วยแสดงอาการที่มีข้อบ่งชี้ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล ทางสถาบัน/โรงพยาบาลจะรับผู้ป่วยเข้ามารักษาได้อย่างสะดวก เป็นช่องทางให้ประชาชนสามารถรายงานสุขภาพที่เข้าถึงได้โดยง่าย โดยระบบนี้ แพทย์ พยาบาล สามารถเข้าถึงผ่านมือถือ Tablet หรือ PC ได้ ซึ่งครอบคลุมทั้ง Windows, Android และ IOS ทั้งนี้ แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วย Home Isolation ผ่าน BKK HI Care มีดังนี้ 1.มอบชุดสำหรับ Home Isolation (BKK HI CARE kit) ซึ่งประกอบไปด้วย หน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์เจล/ สเปรย์/ ถุงแดง แผ่นพับคำแนะนำในการปฏิบัติตัว แผ่นบันทึกอาการ (กรณี ไม่มี Smart phone) Pulse oximeter (เครื่องวัดระดับออกซิเจนในเลือด) Digital thermometer (เครื่องวัดอุณหภูมิแบบดิจิทัล) และยาฟ้าทะลายโจรหรือยาฟาวิพิราเวียร์ 2.บริการจัดส่งอาหารทุกวัน 3.ให้ผู้ป่วยวัดอุณหภูมิร่างกาย และวัดปริมาณออกซิเจนในร่างกาย วันละ 2 ครั้ง และรายงานอาการ และ4.เจ้าหน้าที่จากศูนย์บริการสาธารณสุข ติดตามดูแล สังเกตอาการผู้ป่วย ผ่านระบบ BKK HI Care /โทรศัพท์ เป็นระยะเวลา 14 วัน ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นการสนองนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในการนำดิจิทัลมาบริหารงาน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112159</URL_LINK>
                <HASHTAG>BKK HI Care, นายธนกร วังบุญคงชนะ, ระบบ, เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60de7a5caa311.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 09:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 09:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ธนกร’เดือดซัด‘รังสิมันต์’ใจมดเห็นแก่ตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.2564 - นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวตอบโต้นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ที่ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กด้อยค่าการบริหารสถานการณ์โควิด-19ของรัฐบาลผิดพลาดจนมีคนตายทุกวันว่า ขอยืนยันว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไม่ได้ประเมินสถานการณ์ผิดพลาดหรือบริหารสถานการณ์ล้มเหลว &amp;nbsp;แต่สถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นขณะนี้รุนแรงขนาดไหน นายรังสิมันต์น่าจะรู้ดี ที่สำคัญมีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วหลังจากเชื้อกลายพันธุ์ ดังนั้นไม่ว่าใครเข้ามาบริหารประเทศในช่วงนี้ ก็ต้องถือว่าเจอศึกหนักทั้งนั้น อย่าลืมว่าในช่วงแรกเราสามารถควบคุมกับโควิดได้ดีจนทาง WHO ยังชื่นชม แต่ขณะนี้ทุกคนทั่วโลกก็รู้ดีว่าเชื้อโควิดกลายพันธุ์จนประสิทธิภาพของวัคซีนที่มีอยู่ไม่สามารถป้องกันได้เต็มร้อยและการแพร่ระบาดก็รวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวอีกว่า สถานการณ์โควิด-19ในขณะนี้ ทุกคนรู้ว่ารุนแรงขนาดไหน และหากนายรังสิมันต์ จะมองว่ารัฐบาลบริหารผิดพลาด หลายประเทศทั่วโลกก็คงจะผิดพลาดหนักกว่าประเทศไทยอีก ลองหันไปดูตัวเลขในต่างประเทศบ้างว่าเขาติดเชื้อเท่าไหร่ เสียชีวิตเท่าไหร่ ไม่ใช่สักแต่ว่ามีปากก็ฟาดทางโน้นที ทางนี้ที หรือคิดว่าเป็น ส.ส.เลยต้องออกแอคชั่นให้ประชาชนได้เห็นบ้าง ทั้งที่จริงแล้วมีหลายวิธีที่จะทำให้ประชาชนเห็นฝีมือหรือฝีปากตัวเอง และช่วงนี้น่าจะเป็นโอกาสดีที่คนที่ได้ชื่อว่าเป็นตัวแทนประชาชน แม้ว่าจะเป็นสมัยแรก แต่ก็สามารถทำได้ด้วยการออกมาช่วยเหลือประชาชน ช่วยสอดส่องดูแลว่าจุดไหน มีปัญหาอย่างไร ทั้งเรื่องจุดฉีดวัคซีน หรือจุดตรวจหาเชื้อ หรือแม้แต่การดูแลผู้ป่วยทั้งเรื่องอาหารการกิน ยารักษาโรคหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น นายรังสิมันต์ ก็สามารถช่วยดูแลได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมายังไม่เคยเห็นนายรังสิมันต์ หรือพวกพ้องที่จะมีน้ำจิตน้ำใจ แม้แต่การนำ ข้าวปลาอาหารไปช่วยเหลือประชาชนหรือบุคคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้าเลย ก็มีแต่นายรังสิมันต์ และสมาชิกพรรคก้าวไกล ที่รีบไปฉีดวัคซีนก่อนใครเพื่อน จนมีความสบายใจและพากันออกมาด้อยค่าวัคซีนที่ตัวเองรีบฉีดก่อนว่าไม่ได้เรื่อง มาด่านายกฯและรัฐบาลป่าวๆว่าไม่รีบหาวัคซีนที่ดีมาฉีดให้ประชาชน แบบนี้ไม่เรียกว่าเห็นแก่ตัวแล้วจะให้เรียกว่าอะไร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวเพิ่มเติมว่า การแสดงความคิดเห็นออกมาเช่นนี้ของนายรังสิมันต์ &amp;nbsp;ก็ทำให้เห็นสมองส่วนหลังและความคิดที่ไม่เคยเปลี่ยน เกาะกระแส ช่วงชิงโอกาสที่อีกฝ่ายกำลังเพลี่ยงพล้ำ ก็รีบออกมาซ้ำเติม หรือแม้แต่กาหนุนกลุ่มผู้ชุมนุมที่ออกมาต่อต้าน ด่าทอรัฐบาล นายรังสิมันต์ก็ได้แค่เกาะกระแส ไม่เคยเป็นผู้นำได้เพราะใจไม่ถึงพอ หลบอยู่แต่หลังกลุ่มผู้ชุมนุมเหมือนกับหลายๆ คนในพรรคก้าวไกลที่ดูเหมือนจะเป็นลักษณะเดียวกันหมด &amp;nbsp;แต่อยากขอว่าเรื่องของโควิด-19 มันเป็นเรื่องของชีวิตคน เป็นความเดือดร้อนของประชาชน อย่าเอามาเล่นการเมือง ไม่เช่นนั้นนายรังสิมันต์เองนั่นแหล่ะที่จะถูกประชาชนลงทัณฑ์ ไม่ใช่รัฐบาล
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111362</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ก., นายธนกร วังบุญคงชนะ, นายรังสิมันต์ โรม, พรรคก้าวไกล, ส.ส.บัญชีรายชื่อ, เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60de7a5caa311.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 10:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 10:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มีลุ้น!บิ๊กตู่เรียกประชุมศบศ.หารือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-เยียวยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.2564- นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 (ศบศ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าของมาตรการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาเร่งด่วนผู้ประกอบการนายจ้าง ลูกจ้าง ตลอดจนแรงงานกลุ่มอาชีพอิสระ และพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย 9 ประเภทกิจการ ในพื้นที่ 10 จังหวัด ว่าล่าสุด ครม. ได้อนุมัติกรอบวงเงินสำหรับโครงการเยียวยา ม.33 เพิ่มอีก 10,985.316 ล้านบาท (จากเดิมที่ได้เห็นชอบไปแล้ว 2,519.38 ล้านบาท รวมเป็น 13,504 .696 ล้านบาท) ขณะนี้สำนักงานประกันสังคมได้เปิดให้ผู้ประกอบการรายใหม่และผู้ประกอบอาชีพอิสระ ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 40 ตามลำดับ ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2564 เพื่อได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากภาครัฐ และความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ประกันสังคม โดยขณะนี้ ยอดจำนวนผู้ประกอบการและผู้ประกันตนที่อยู่ในระบบประกันสังคม มาตรา 33 ใน 9 หมวดกิจการ ของพื้นที่ 10 จังหวัด แบ่งเป็นผู้ประกอบการ 161,839 ราย และลูกจ้างมาตรา 33 สัญชาติไทย จำนวน 2,871,592 ราย ที่เข้าสู่ระบบแล้ว ส่วนอีก 3 จังหวัดที่ ศบค. ได้มีประกาศเพิ่มเติม ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และอยุธยานั้น จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามลำดับต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวต่อว่า สำหรับการจ่ายเงินเยียวยาลูกจ้าง นายจ้าง และผู้ประกันตนทั้งมาตรา 33, 39 และ 40 &amp;nbsp;ในครั้งนี้ เมื่อสำนักงานประกันสังคมได้รับจัดสรรเงินงบประมาณจากรัฐบาล และตรวจสอบข้อมูลถูกต้องครบถ้วนแล้ว จะโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับบัตรประชาชน เว้นแต่นายจ้างมาตรา 33 ที่เป็นนิติบุคคลที่เคยผูกบัญชีกับธนาคารเอาไว้แล้ว จะโอนเข้าบัญชีธนาคารที่ลงทะเบียนไว้ตั้งแต่แรก โดยรายละเอียดการจ่ายเงินให้กับลูกจ้างตามมาตรา 33 กระทรวงแรงงานจะจ่ายเงินกองทุนประกันสังคมเป็นเงินเยียวยา 50% ของเงินเดือน (สูงสุดไม่เกิน 7,500 บาท) โดยโอนเข้าบัญชีให้กับลูกจ้างที่กรอกมาในระบบ E-Service &amp;nbsp;และรัฐบาลจะสมทบเพิ่มเติมอีก 2,500 บาท ผ่านพร้อมเพย์ &amp;nbsp;ส่วนนายจ้างตามมาตรา 33 รัฐบาลจะจ่ายเงินเยียวยาให้นายจ้าง 3,000 บาท ต่อจำนวนลูกจ้างไม่เกิน 200 คน ผ่านพร้อมเพย์ &amp;nbsp;และสำหรับผู้ประกันตนมาตรา 39 และมาตรา 40 จะได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาล 5,000 บาท โอนเงินผ่านพร้อมเพย์เช่นเดียวกัน ซึ่งคาดว่ากระทรวงแรงงานจะสามารถโอนเงินช่วยเหลือรอบแรกได้ภายในต้นเดือนสิงหาคมนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวอีกว่า ผู้ที่มีอาชีพอิสระ ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีแต่ไม่เกิน 65 ปี ที่ยังไม่เคยเข้าระบบประกันสังคมมาก่อน สามารถลงทะเบียนมาตรา 40 เพื่อรับการช่วยเหลือและความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคม ได้ง่ายขึ้น เพียงใช้บัตรประชาชนใบเดียวสมัครผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส (7-11) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) บิ๊กซี (Big C) &amp;nbsp;หรือสมัครด้วยตนเองที่ www.sso.go.th โดยสามารถเลือกการจ่ายเงินสมทบเพื่อได้รับความคุ้มครองที่ต่างกันใน 3 ทางเลือก คือ จ่าย 70 บาท จ่าย 100 บาท และจ่าย 300 บาท ต่อเดือน ซึ่งจะได้รับความคุ้มครองทันทีเมื่อชำระเงินงวดแรก ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จึงสั่งการให้เร่งช่วยเหลือโดยเร่งด่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในวันพรุ่งนี้ (22 ก.ค. 64) ท่านนายกจะเป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ครั้งที่3/2564 หารือสถานการณ์เศรษฐกิจและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน รวมไปถึงมาตรการเยียวยาต่างๆด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110538</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธนกร วังบุญคงชนะ, เยียวยา, เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60de7a5caa311.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110513</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 08:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 08:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ธนกร’ป้องนายโต้‘หญิงหน่อย’ทุกเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.2564 - นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ระบุว่า เพราะ sunshine law หรือเปล่า ทำให้รัฐบาลไม่ยอมสั่งวัคซีน mRNA ที่สามารถปกป้องชีวิตคนไทยได้ว่า หลายครั้งที่รู้สึกผิดหวังกับพฤติกรรมของคุณหญิงสุดารัตน์ ที่มักจะอาศัยจังหวะโจมตีรัฐบาลเพื่อหวังผลทางการเมืองต่อการตั้งพรรคใหม่เพียงอย่างเดียวโดยไม่สนใจความทุกข์ร้อนของประชาชน เป็นการใส่ร้ายรัฐบาลแบบไร้เหตุผลรองรับ เหมือนจินตนาการไร้ขอบเขต วันนี้รัฐบาลสั่งวัคซีน mRNA มาแล้ว มีการเซ็นสัญญากับไฟเซอร์ 20 ล้านโดส จะเข้ามาไตรมาส 4 ของปี 2564 รวมไปถึงการสั่งโมเดอร์นาด้วย คุณหญิงสุดารัตน์พยายามโยงเสมือนกับรัฐบาลไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ในการจัดหาวัคซีน หากคุณหญิงสุดารัตน์จะกล่าวหาใครก็ควรมีหลักฐาน ไม่ใช่พูดขึ้นมาลอยๆ เพื่อให้รัฐบาลเสียหาย ขอบอกคุณหญิงสุดารัตน์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะไม่ยอมให้ใครมาหาผลประโยชน์จากเรื่องนี้เด็ดขาด ไม่เหมือนรัฐบาลในอดีตที่เต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชันจนมีรัฐมนตรีต้องติดคุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวอีกว่า ส่วนการที่คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวหารัฐบาลว่ามีสัดส่วนการซื้อวัคซีนจากประเทศในกลุ่มที่มี sunshine law น้อย หรือแทบไม่มีนั้นก็ไม่เป็นความจริง อย่าพยายามดิสเครดิตรัฐบาล ไม่มีใครเอาชีวิตของประชาชนมาเป็นเกมส์การเมืองแบบคุณหญิงสุดารัตน์ ประชาชนทราบดีว่าพรรคไทยสร้างไทยเป็นแค่พรรคสาขาของคนแดนไกลใช่หรือไม่ วันนี้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ปัญหาโควิด ไม่ว่าจะเป็นการเร่งจัดหาวัคซีน การรักษาผู้ที่ติดเชื้อ การเยียวยา ฯลฯ แต่ฝ่ายค้านทำเสมือนไม่ต้องการให้รัฐบาลทำงานสำเร็จ ออกมาโจมตีรัฐบาลทุกเรื่อง ขนาดสนับสนุนม็อบให้ชุมนุมประท้วงโดยไม่กลัวจะแพร่โควิด-19 ด้วยซ้ำไป อยากให้เห็นใจบุคลากรทางการแพทย์บ้าง ทุกคนทำงานหนักมาก พล.อ.ประยุทธ์ทำเต็มที่ ไม่มีท้อ แม้จะถูกตำหนิ ด่าทอ ท่านก็ไม่เคยท้อ จะทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะโควิด-19ให้ได้ เพื่อพี่น้องคนไทยทุกคน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110513</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์, นายธนกร วังบุญคงชนะ, ประธานพรรคไทยสร้างไทย, เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60b98c643774d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109993</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้แผนยืดหนี้จ่อเกิน2ด. แบงก์แห่ออกมาตรการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ขุนคลัง&amp;rdquo; ชี้อาจต้องยืดชำระเงินต้น-ดอกเบี้ยยาวกว่า 2 เดือน เหตุเศรษฐกิจเปราะบาง &amp;ldquo;สศค.&amp;rdquo; แพลมเงินกู้ 1 ล้านล้านบาทใกล้หมด เหลือแค่ 5 แสนล้าน หากไม่พออาจต้องขยายเพดานก่อหนี้ &amp;ldquo;แบงก์ชาติ&amp;rdquo; เมินข้อเสนอช่วยหั่น ดบ.เงินกู้ ชี้ต้องรอบคอบ รับดอกเบี้ยนโยบายไม่ขยับอีกยาว แบงก์แห่คลอดมาตรการพักหนี้ 2 &amp;nbsp;เดือน
เมื่อวันศุกร์ที่ 16 ก.ค. นายธนกร วังบุญคงชนะ &amp;nbsp;เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 (ศบศ.) กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการในที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 13 &amp;nbsp;ก.ค.ให้รีบหารือกันโดยเร่งด่วน เพื่อหามาตรการผ่อนปรนการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย หรือการเลื่อนงวดการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้แก่ลูกค้า ทั้งที่เป็นประชาชนและผู้ประกอบการอย่างจริงจัง รวมถึงช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบ ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง, ธนาคารแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;(ธปท.), สมาคมธนาคารไทย และสมาคมธนาคารนานาชาติ จึงร่วมกันออกมาตรการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้แก่ลูกหนี้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) &amp;nbsp;และรายย่อยที่ได้รับผลกระทบโดยตรงทั่วประเทศเป็นเวลาอย่างน้อย 2 เดือน ตั้งแต่งวดการชำระหนี้เดือน ก.ค.หรือ ส.ค.เป็นต้นไป แล้วแต่กรณี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงานสัมมนาออนไลน์ &amp;nbsp;&amp;ldquo;THAILAND ECONOMIC &amp;nbsp;MONITOR เส้นทางสู่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ&amp;rdquo; ที่จัดโดยธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ว่า มาตรการช่วยเหลือและเยียวยาในระยะสั้นทั้งมาตรการด้านการเงิน ผ่านโครงการพักชำระหนี้ การปรับโครงสร้างหนี้ และยังเป็นโครงการที่ต้องทำต่อเนื่องในระยะยาว แม้ว่าปัจจุบันสถาบันการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพักหนี้ให้เป็นเวลา 2 เดือน &amp;nbsp;แต่เมื่อพิจารณาจากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่อาจไม่ได้เร็วอย่างที่คิด รายได้ของผู้ประกอบการอาจไม่มีเข้ามาทันทีเพื่อชำระหนี้ได้ ดังนั้นต้องมาติดตามดูว่าการช่วยเหลือด้านการเงินจะยืดเวลาออกไปได้อีกหรือไม่ เพื่อให้เอสเอ็มอีทั้งในและนอกระบบมีลมหายใจต่อชีวิตการทำธุรกิจในระยะถัดไปได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบันทวีความรุนแรงมากขึ้น ดังนั้นมาตรการด้านการคลังในช่วงนี้จึงเน้นช่วยเหลือและลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนอย่างครอบคลุมและรวดเร็วที่สุด ซึ่งนโยบายการคลังยังมีช่องว่างให้ดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อยู่ โดยเม็ดเงินจากการกู้เงินตาม &amp;nbsp;พ.ร.ก.กู้เงินฉุกเฉิน 1 ล้านล้านบาทได้ทยอยเบิกจ่ายใกล้ครบแล้ว และยังมีเม็ดเงินใหม่จาก พ.ร.ก.กู้เงินเพิ่มเติมอีก &amp;nbsp;5 แสนล้านบาทที่เตรียมพร้อมรองรับ ส่วนจำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มเติมหรือไม่นั้นคงต้องดูตามความเหมาะสมและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจด้วย โดยกรณีเลวร้ายหากต้องมีการกู้เงินเพิ่มเติมในสถานการณ์วิกฤติ ก็สามารถขยายเพดานหนี้สาธารณะเพิ่มจาก 60% ของจีดีพีได้ และในระยะถัดไปก็ต้องกลับมาดูเรื่องการสร้างวินัยทางการคลัง &amp;nbsp;โดยการดำเนินการทั้งหมดต้องควบคู่ไปกับการกระจายวัคซีนอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว ตรงนี้เป็นปัจจัยสำคัญ เพราะการถมเงินไปเรื่อยๆ ต้องไปคู่กันทั้งด้านเศรษฐกิจและด้านสาธารณสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเสถียรภาพระบบการเงิน ธปท. กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยช่วงนี้เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด กำลังจะฟื้นตัวก็มาเจอการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ และยังมีข่าวร้ายเรื่องจัดหาวัคซีน แต่ยังมีความโชคดีที่ภาคการเงินเข้มแข็งในระดับหนึ่ง ทำให้ตอนนี้ภาคการเงินถือเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจไทย และแม้หลายประเทศมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจนั้น แต่สำหรับไทยคงต้องบอกว่าอีกสักระยะ เพราะเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้ากว่าต่างประเทศมาก ดังนั้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจึงจำเป็นต้องอยู่ในระดับต่ำไปอีกนาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวถึงมาตรการพักชำระหนี้ 2 &amp;nbsp;เดือน (ก.ค.-ส.ค.64) ว่า เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเร่งด่วน ไม่ใช่การดูแลลูกหนี้ในระยะยาวที่ต้องดูแลการปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ รวมทั้งเร่งสร้างรายได้และเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ ลูกจ้าง และเร่งฉีดวัคซีนซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การพักชำระหนี้ 2 เดือนเป็นเพียงการเลื่อนการชำระออกไป หมดเวลาก็ต้องจ่าย ลูกหนี้ยังต้องจ่ายเงินต้น &amp;nbsp;ดอกเบี้ยในงวดท้าย หรือเกลี่ยชำระในเงินงวดที่เหลือ ดังนั้นลูกหนี้รายที่ไม่ได้รับผลกระทบเดือดร้อน ยังมีกำลังจ่ายไหวก็ขอให้ชำระตามปกติ ส่วนจะขยายเวลามากกว่า 2 &amp;nbsp;เดือนหรือไม่ หากสถานการณ์ระบาดยังไม่คลี่คลาย ธปท.ขอประเมินสถานการณ์โดยรวมอย่างใกล้ชิด&amp;rdquo; นายรณดลกล่าวและว่า ส่วนแนวคิดของรัฐบาลที่ต้องการให้ลดภาระดอกเบี้ย โดยปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ยลง ในประเด็นนี้ &amp;nbsp;ธปท.มองว่าต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย การลดดอกเบี้ยไม่ได้ตอบโจทย์การลดภาระหนี้ให้ลูกหนี้ และไม่ใช่เพียงแนวทางเดียวที่จะดูแลลูกหนี้ได้ ขณะเดียวกันยังส่งผลให้ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินและอาจต้องไปกู้นอกระบบ จึงต้องพิจารณาข้อดีข้อเสียให้รอบคอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายและกำกับสถาบันการเงิน 2 ธปท. กล่าวว่า &amp;nbsp;ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด &amp;nbsp;10 จังหวัด หรือนอกพื้นที่ควบคุม รวมทั้งลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม ต้องเข้าไปลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของสถาบันการเงินที่จะขอรับความช่วยเหลือ ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค.-15 &amp;nbsp;ส.ค.นี้
สำหรับความเคลื่อนไหวของธนาคารต่างๆ นั้น นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ &amp;nbsp;(ธอส.) ระบุว่า ได้จัดทำ 2 มาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรง คือลูกค้าทั้งที่เป็นนายจ้างและลูกจ้างในสถานประกอบการทั้งในพื้นที่ควบคุมและนอกพื้นที่ควบคุม ประกอบด้วยมาตรการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน ระหว่างวันที่ 1 ส.ค.-31 ต.ค.64&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอกชัย เตชะวิริยะกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ &amp;nbsp;ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารได้ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือลูกค้าเอสเอ็มอีและรายย่อยที่ได้รับผลกระทบด้วยการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา &amp;nbsp;2 เดือน โดยมีมาตรการสำหรับลูกค้าบุคคล 3 มาตรการ &amp;nbsp;และมาตรการลูกค้าธุรกิจ 4 มาตรการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ได้ออกโครงการพิเศษเงินกู้สู้ไปด้วยกัน อนุมัติง่าย อัตราดอกเบี้ย 3% พักชำระเงินต้น 3 เดือน &amp;nbsp;วงเงินกู้สูงสุด 300,000 บาท ไม่ต้องมีหลักประกัน ฟรีค่าธรรมเนียมทุกประเภท ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี ใช้แค่บัตรประชาชนใบเดียวก็กู้ได้ คาดหวังว่าจะช่วยร้านค้ารายย่อยให้เข้าถึงเงินกู้ได้ 35,000 ราย โดยเตรียมวงเงินสินเชื่อไว้ 3,500 ล้านบาท โดยสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ถึง &amp;nbsp;15 ส.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ดวงกมล ลิมป์พวงทิพย์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจ SME กล่าวว่า ธนาคารได้ออกมาตรการช่วยเหลือใหม่ให้ผู้ประกอบการธุรกิจ SME ทั้งขนาดกลาง ขนาดเล็กและขนาดย่อมสามารถพักชำระหนี้ได้เป็นเวลา 2 เดือนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย เริ่มตั้งแต่เดือน ก.ค.เป็นต้นไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109993</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธนกร วังบุญคงชนะ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยืดชำระเงินต้น-ดอกเบี้ยยาวกว่า 2 เดือน, เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60de7a5caa311.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
