<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58248</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2020 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2020 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวาโควิด 19! สพฐ. ลั่นหากครูผู้บริหารฝ่าฝืนไปต่างประเทศโดยไม่แจ้งต้นสังกัด มีความผิดวินัยร้ายแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.63- นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ตามที่ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์นี้ จะมีการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั่วประเทศ ตนได้มอบหมายให้ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ลงพื้นที่ดูแลตรวจสนามสอบเพื่อให้การดำเนินการจัดสอบโอเน็ตเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยสิ่งที่ตนกังวล คือสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา หรือ โควิด 19 ที่ขณะนี้ได้ขยายวงการแพร่ระบาดมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นในส่วนของ สพฐ.มีโรงเรียนหลายแห่งที่จัดการเรียนการสอนหลักสูตร &amp;nbsp;English Program และได้ขอเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศกลุ่มเสี่ยง ตนไม่ได้อนุมัติให้เดินทางแล้ว รวมทั้งขอความร่วมมือไปยังครูและผู้บริหารโรงเรียนที่จะเดินทางไปต่างประเทศกลุ่มเสี่ยงขอให้เลื่อนการเดินทางออกไปก่อน ซึ่งหากใครฝ่าฝืนเดินทางไปต่างประเทศโดยไม่แจ้งกับหน่วยงานต้นสังกัดจะมีความผิดวินัยร้ายแรง.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58248</URL_LINK>
                <HASHTAG>อำนาจ วิชยานุวัติ, เลขาฯกพฐ., โอเน็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200226/image_big_5e563275eb4b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50354</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2019 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2019 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯกพฐ.เผย&#039;ณัฏฐพล&#039;รุกเดินหน้า 4 นโยบาย สร้างการเปลี่ยนแปลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ย.62- นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้นำเรื่องที่เป็นนโยบายของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) รายงานให้แก่ที่ประชุมรับทราบ ใน 4 เรื่อง คือ 1.โรงเรียนนิติบุคคล ซึ่งที่ประชุมได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อพิจารณาแนวทางการให้โรงเรียนมีอำนาจในการบริหารจัดการตนเองได้อย่างเข็มแข็ง สามารถทำงานได้ โดยเฉพาะ 4 เรื่อง คือ งบประมาณ วิชาการ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป ซึ่งต้องมีวิธีการปฏิบัติที่ชัดเจนจากคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลาการทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ให้โรงเรียนด้วย ตลอดจนประสานกับสำนักงบประมาณว่าจะจัดสรรงบประมาณเป็นเงินก้อนให่แก่สถานศึกษาได้หรือไม่ ซึ่งหากทำได้จะเป็นการนำเสนอของบฯปี 2564 ทั้งนี้คาดว่าภายใน 3 เดือนจากนี้น่าจะข้อสรุป &amp;nbsp;2.การจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ซึ่งในปีการศึกษา 2563 สพฐ.ได้กระจายอำนาจเรื่องการรับนักเรียนไปให้คณะกรรมการรับนักเรียนระดับจังหวัดดูแล ถ้าโรงเรียนไหนมีความพร้อมก็สามารถขอเสนอเปิดห้องเรียนสองภาษามาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอำนาจ กล่าวต่อว่า 3.การปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยเน้นที่สมรรถนะของผู้เรียน ให้ผู้เรียนได้พัฒนาตามศักยภาพของตนเอง โดยขณะนี้ได้ตั้งคณะอนุกรรมการวิเคราะห์พัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน &amp;nbsp;ซึ่งจะทำการพัฒนาเชิงการวิจัยและพัฒนา ควบคู่ไปกับการพัฒนาการประเมินผล &amp;nbsp;สนับสนุนดิจิทัล สื่อ วัสดุอุปกรณ์ การสร้างความรับรู้กับชุมชน &amp;nbsp;โดยนำร่องใช้หลักสูตรใหม่กับโรงเรียนที่ร่วมกิจกรรมในปีการศึกษา 2563 สำหรับปีการศึกษา 2564 จะเปิดให้โรงเรียนมีความพร้อมสมัครเข้ามาใช้หลักสูตรใหม่ คาดว่าในปีการศึกษา 2565 จะนำไปใช้กับทุกโรงเรียนได้ ไม่เฉพาะโรงเรียนในสังกัด สพฐ. &amp;nbsp;และสุดท้าย 4.การปฏิรูปการศึกษา ซึ่ง สพฐ. ได้เน้นย้ำเรื่องการปฏิรูปในห้องเรียน ให้ครูมีนวัตกรรมของตนเอง และอยู่ห้องเรียนกับเด็กไม่ต่ำกว่า 200 วันต่อปีการศึกษา. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50354</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรับหลักสูตร, อำนาจ วิชยานุวัติ, เลขาฯกพฐ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191115/image_big_5dce73edde2d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28202</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2019 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2019 15:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ.ให้อำนาจ&#039;ผอ.&#039;พิจารณาปิดโรงเรียนต่อหาก PM2.5ยังกระทบกับเด็ก แต่ต้องเรียนผ่านออนไลน์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.62- นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้มีนโยบายให้โรงเรียนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 หยุดการจัดการเรียนการสอนช่วง วันที่ 30 มกราคม และ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาแล้วนั้น สำหรับการพิจารณาเปิด/ปิดสถานศึกษาตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ &amp;nbsp;เป็นต้นไป ขอให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาพิจารณาตามสภาพของสถานการณ์ของฝุ่น ณ จุดที่ตั้งของโรงเรียน และพิจารณาเปิดหรือปิดสถานศึกษาได้ตามอำนาจหน้าที่ ทั้งนี้ให้พิจารณาผลกระทบที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของนักเรียนเป็นสำคัญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีความจำเป็นจะต้องปิดเรียนต่อเนื่อง ขอให้สถานศึกษาแนะนำให้นักเรียนได้เรียนผ่านระบบการเรียนการสอนทางไกล (DLTV) ที่มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดส่งสัญญานทั้งทางระบบโทรทัศน์และ Internet &amp;nbsp;หรือ เสนอแนะให้ทบทวนความรู้จากแอปพลิเคชั่น ติวฟรี.คอมหรือจัดสอนสดผ่านช่องทางสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตหรือวิธีการอื่นที่เหมาะสม ทั้งนี้หากสถานศึกษาใดต้องการสนับสนุนหน้ากากป้องกันฝุ่นพิษให้นักเรียนกลุ่มเสี่ยงหรือนักเรียนที่ผู้ปกครองไม่มีความพร้อมในการจัดหาให้ &amp;nbsp;สพฐ. ยินดีที่จะสนับสนุน ซึ่งสามารถประสานขอรับการสนุนได้ที่ สพฐ.โดยตรง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28202</URL_LINK>
                <HASHTAG>DL TV, ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร, นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, หยุดเรียน, เรียนผ่านระบบการเรียนทางไกล, เลขาฯกพฐ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190129/image_big_5c4ff405d533e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10994</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2018 09:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2018 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บุญรักษ์&#039;คาดโทษเขตพิ้นที่ฯห้ามมีรร.โกงอาหารเด็กอีก! สั่งตรวจทุกรร.ในความรับผิดชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.61-นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ตนได้ประชุมชี้แจงผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนท์ไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศถึงการบริหารงานโครงการอาหารกลางวันนักเรียน ซึ่งตนได้กำชับข้อสั่งการของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า ให้ดำเนินโครงการอาหารกลางวันเด็กให้ถูกหลักโภชนาการ โดยในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ย้ำกับเขตพื้นที่ว่าการบริหารจัดการอาหารกลางวันต้องสร้างระบบที่เคร่งครัดมีการวางแผนการทำงานร่วมกับครู และ ผู้ปกครอง รวมถึงปริมาณสารอาหารจะต้องมีความเหมาะสม โดยการจะต้องจัดทำเมนูอาหารตามหนังสือสั่งการจาก สพฐ.เรื่องการจัดทำเมนูอาหาร Thai School Lunch อย่างถูกต้องและเหมาะสม ทั้งนี้หากเขตพื้นที่ใดไม่ปฎิบัติตามจนทำให้เกิดเหตุความไม่ชอบมาพากลของโครงการอาหารกลางวันอีกผู้อำนวยการเขตพื้นที่จะต้องรับผิดชอบ และหากตรวจสอบพบทุจริตผู้บริหารก็จะต้องโดนโทษวินัยอย่างแน่นอน ดังนั้นเขตพื้นที่จะต้องสำรวจโรงเรียนในสังกัดของตัวเองแบบปูพรมว่า แต่ละแห่งมีแผนบริหารจัดการโครงการอาหารกลางวันที่เหมาะสมหรือไม่ และหากโรงเรียนใดยังมีจุดบกพร่องก็เข้าไปช่วยวางแผนดำเนินการ ส่วนผลสืบข้อเท็จจริงผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ จ.สุราษฎร์ธานี ให้เด็กนักเรียนกินขนมจีนกับน้ำปลานั้น ตนกำลังรอผลสรุปการสืบข้อเท็จจริงอยู่ เนื่องจากตนได้สั่งการให้สืบสวนเพิ่มเติมในส่วนของประเด็นที่พบการทุจริตเพิ่มของผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การทำงานเรื่องโครงการอาหารกลางวันร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในฐานะที่อปท.เป็นเจ้าของเงินงบประมาณอยากให้ปรับปรุงในส่วนไหนหรือไม่ นายบุญรักษ์ กล่าวว่า ตนอยากให้ อปท.ได้โอนเงินงบประมาณที่จะใช้จ่ายเรื่องค่าอาหารกลางให้รวดเร็วกว่าเดิม เพราะโรงเรียนจะได้เตรียมความพร้อมได้ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญรักษ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ในส่วนของเรื่องการจัดซื้อครุภัณฑ์ฝึกทักษะมัธยมศึกษาตอนต้น งบประมาณ 6 แสนบาทต่อโรงเรียน ในเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดยโสธรนั้น สพฐ.ได้ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงแล้ว โดยจะดูระบบการตั้งงบประมาณของโครงการนี้ทั้งหมดว่ามีสิ่งผิดปกติในจุดไหนบ้าง หากพบว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องก็จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยต่อไป &amp;nbsp;ทั้งนี้ตนก็รับทราบว่าในส่วนของคณะทำงานของ รมว.ศธ. ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงแล้วเช่นกัน .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10994</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, อาหารกลางวันนักเรียน, เลขาฯกพฐ., โกงอาหารกลางวันเด็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180609/image_big_5b1b374c18c59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
