<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119383</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เลขาฯสมช.&#039;แย้มถกศบค.ชุดใหญ่มีทั้งมาตรการผ่อนและเข้มขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค. 64 - เมื่อเวลา​ 09.00&amp;nbsp; น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ​(สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ที่เริ่มกลับมาพบการติดเชื้อมากขึ้นในพื้นที่ต่างจังหวัด หลังผ่อนคลายมาตรการ จะกำชับทางจังหวัดอย่างไร ว่า&amp;nbsp; เราจะมีการประชุม โดยจะมีมาตรการในส่วนที่เคร่งครัดและส่วนที่ต้องผ่อนคลาย โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ก็เป็นห่วง และมอบการบ้านหลายเรื่องที่เราต้องคิด โดยเฉพาะการเปิดประเทศภายใต้ความปลอดภัยอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยการประชุมที่ผ่านมา​ 2-3​ ครั้งเริ่มจะได้ข้อยุติ​ ที่จะกราบเรียนให้นายกฯ รับทราบ ทั้งนี้​ การผ่อนคลายในส่วนที่ทำได้ก็จะทำ และให้รอดูมาตรการที่จะต้องเคร่งครัดมากขึ้น โดยจะมีรายละเอียดเป็นขั้นตอนปฏิบัติออกมา หลังการประชุมศบค.ชุดใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า​ หลังผ่อนคลายมาตรการให้ดำเนินกิจกรรมและกิจการ แต่บางพื้นที่อาจหละหลวม เช่น ปล่อยให้มีการลักลอบเปิดสถานบันเทิง ทำให้พบคลัสเตอร์ระบาดใหม่ หรืออาจมีเจ้าหน้าที่เกียร์ว่างในการเขาไปคุมเข้ม พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า &amp;ldquo;ผมเข้าใจว่าไม่น่าจะมีเกียร์ว่าง แต่อาจมีปัจจัยหลายเรื่อง ซึ่งทุกท่านคงเข้าใจว่าภายใต้มาตรการลักษณะนี้จะต้องผ่อนคลายเพื่อให้เศรษฐกิจเดิน และเราพยายามแก้ปัญหาเรื่องพวกนี้ให้ดีที่สุด&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119383</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อก, พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม, ศบค., เลขาฯสมช., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211011/image_big_6163a8d37c075.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116647</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 11:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 11:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เคาะ&#039;เสธ.ไก่&#039;นั่งเลขาฯสมช.คนใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.64- รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เสนาธิการทหาร ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติเสนอ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับ พล.อ.สุพจน์ เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 22 (ตท.22) ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา พล.อ.สุพจน์นับเป็นนายทหารคนที่ 5 แล้ว ที่ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช. ในยุคของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ โดยก่อนหน้านี้เคยโอนย้ายนายทหารมาดำรงตำแหน่งนี้ถึง 5 คนติดต่อกัน ได้แก่ พล.อ.ทวีป เนตรนิยม พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ และล่าสุดคือ พล.อ.สุพจน์ หรือ เสธ.ไก่.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116647</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม, เลขาฯสมช., เสธ.ไก่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_61262e49bd53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 22:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เบรกเข็ม3‘ส.ส.-ส.ว.’ ชวนหนุนฉีดสัปเหร่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ศบค.-สธ.&amp;quot; ประสานเสียง วัคซีนซิโนแวคยังมีประสิทธิภาพ ​&amp;quot;เลขาฯสมช.&amp;quot; บอกมีชนิดนี้ก็ต้องฉีดไปก่อน หากไฟเซอร์มาพิจารณาใหม่ แย้มกำลังให้ สธ.ศึกษาฉีดข้ามยี่ห้อได้หรือไม่ &amp;quot;ชวน&amp;quot; หนุนฉีดเข็ม 3 ให้แพทย์-พยาบาลก่อน พร้อมส่งหนังสือขอ มท.จัดวัคซีนให้มูลนิธิ-สัปเหร่อด่านหน้าโควิดด้วย &amp;quot;กลุ่มหมอไม่ทน&amp;quot; จี้นำเข้าวัคซีน mRNA ส่วน &amp;quot;กลุ่มเด็กปากแจ๋ว&amp;quot; บุก สธ.ขอวัคซีนเด็ก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 ก.ค. พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงความคืบหน้าการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดว่า การฉีดวัคซีนวันที่ 6 ก.ค. ฉีดไปได้ 269,653 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 223,268 ราย เข็มที่สอง 46,385 ราย ทำให้ขณะนี้มียอดฉีดสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 11,328,043 โดส ซึ่งเป้าหมายเราอยากฉีดให้ได้วันละ 300,000-500,000 โดส ตอนนี้ถือว่ายังน้อยกว่าแผน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ &amp;nbsp;เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ชี้แจงกรณีรัฐบาลยังสั่งวัคซีนซิโนแวคทั้งที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เชื่อมั่นว่า วัคซีนซิโนแวคเป็นไปตามที่สังคมรับรู้ และในแง่ประสิทธิภาพของวัคซีนก็ยังมีอยู่ ซึ่งในช่วงเวลาที่วัคซีนชนิดอื่นยังไม่สามารถจัดหาได้ ถ้ารอวัคซีนเหล่านี้ก็ไม่มีวัคซีนฉีดให้ประชาชนได้ เพราะเวลานี้มีแค่แอสตร้าเซนเนก้า ดังนั้นมีแค่วัคซีนชนิดนี้ก็ต้องฉีดไปก่อน เมื่อมีวัคซีนที่ดีกว่าเข้ามาจึงจะมาพิจารณาอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กำลังพิจารณาว่าจะฉีดอย่างไร และสามารถฉีดข้ามชนิดและคนละยี่ห้อกันได้หรือไม่ โดย สธ.ไม่ได้นิ่งนอนใจ และชี้แจงว่าวัคซีนที่เรามียังมีประสิทธิภาพอยู่ แต่อาจจะไม่เท่ากับสิ่งที่ประชาชนต้องการ&amp;quot; พล.อ.ณัฐพลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า การจัดหาวัคซีนไฟเซอร์ 20ล้านโดส จะฉีดให้บุคลากรด่านหน้าหรือประชาชนก่อน ผอ.ศปก.ศบค.กล่าวว่า ต้องแบ่งสัดส่วนกัน เพราะแพทย์บางส่วนบอกว่ายังพอคอยได้ บางส่วนหน้างานกังวลอยากขอฉีดก่อน รัฐบาลต้องคำนึงเรื่องนี้ โดยเฉพาะขวัญและกำลังใจบุคลากรที่อยู่หน้างานด้วย โดยจะรอผลการพิจารณาจากกรมควบคุมโรคว่าจะแบ่งอย่างไร เพราะเราห่วงทั้งบุคลากรทางการแพทย์ ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัวและประชาชนทั่วไป ส่วนวัคซีนที่รับบริจาคมาก็ต้องไปฉีดให้ชาวต่างชาติด้วย ถ้าฉีดให้คนไทยทั้งหมดโดยไม่แบ่งก็อาจจะกระทบความรู้สึกของคนต่างชาติ แต่ขึ้นอยู่กับ สธ.พิจารณาจำนวนที่เหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า กลุ่มหมอไม่ทนยื่นหนังสือถึงนายกฯ ในฐานะ ผอ.ศบค. ให้พิจารณาจัดหาวัคซีนเชื้อเป็น mRNA เป็นวัคซีนหลักให้ประชาชน รัฐบาลจะตอบสนองอย่างไร ผอ.ศปก.ศบค.กล่าวว่า ต้องรับฟังและให้ความสำคัญ เพราะทุกคนหน้างานมีความเหนื่อยล้า มีความเสี่ยง จึงต้องมองเรื่องขวัญกำลังใจด้วย จะมองแค่หลักวิชาการทางการแพทย์อย่างเดียวไม่ได้ และปัจจุบันเราต้องใช้บุคลากรการแพทย์จำนวนมาก ถ้าขวัญกำลังใจไม่ดีจะมีผลกระทบต่อการปฏิบัติงานได้ โดยทั้งหมดต้องเป็นไปตามข้อเสนอของ สธ. โดยจะมีวัคซีนส่วนหนึ่ง ถ้าไม่มีอุปสรรคอะไรวัคซีนไฟเซอร์ที่จะเข้ามาในเดือน ก.ค.หรือ ส.ค.นี้ จะพิจารณาจัดสรรให้บุคลากรทางการแพทย์ตามความจำเป็น มีความเหมาะสม และความสมัครใจด้วย
ยันซิโนแวคมีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบการจัดทำความตกลงกับสหรัฐอเมริกา เพื่อรับมอบความช่วยเหลือวัคซีนป้องกันโควิดจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งสหรัฐบริจาคให้กับประเทศต่างๆ รวมถึงที่ประเทศไทยจะได้รับยี่ห้อไฟเซอร์ ซึ่งการมอบวัคซีนของสหรัฐสะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทย-สหรัฐ ที่มีมาอย่างใกล้ชิดยาวนาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า วัคซีนชนิด mRNA มี 2 ตัวคือ โมเดอร์นาและไฟเซอร์ ซึ่งทั้ง 2 ยี่ห้อประสิทธิภาพและผลข้างเคียงนั้นมีความใกล้เคียงกัน โดยล่าสุด ครม.ได้อนุมัติให้กรมควบคุมโรคลงนามในสัญญาซื้อไฟเซอร์จำนวน 20 ล้านโดส และมีมติให้รับคำแนะนำของอัยการสูงสุดไปเจรจากับบริษัทไฟเซอร์ว่าสัญญาส่วนไหนที่จะสามารถปรับปรุงได้บ้าง ซึ่งกรมควบคุมโรคมีการนัดหมายกับไฟเซอร์วันที่ 8 ก.ค.นี้ และจะลงนามสัญญาภายในสัปดาห์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนที่สหรัฐจะบริจาคไฟเซอร์ให้ประเทศไทย 1.5 ล้านโดสนั้น มีการลงนามแล้วจะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป โดยวัคซีนจะเข้าสู่ประเทศไทยเร็วๆ นี้&amp;quot; นพ.โอภาสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงประสิทธิภาพวัคซีนซิโนแวคป้องกันโรคต่ำที่สุด แต่ทำไมรัฐบาลจึงยังมีมติสั่งซื้อเข้ามาเพิ่ม อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า การใช้วัคซีนต้องมอง 2 ส่วน คือเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัย ขณะนี้ประเทศไทยมีแผนการสั่งซื้อวัคซีนทั้งซิโนแวค แอสตร้าเซนเนก้าและไฟเซอร์ วันนี้มีการทบทวนข้อมูลก็ต้องชี้แจงว่าประสิทธิภาพของวัคซีนจะมีการตรวจ คือ 1.เจาะเลือดตรวจดูว่าภูมิคุ้มกันขึ้นเป็นตัวเลขเท่าไหร่ 2.การทดสอบในมนุษย์จำนวนมาก แต่ในความเป็นจริง เวลาฉีดวัคซีนในแต่ละประเทศนั้น จะมีการทดสอบวัคประสิทธิภาพจากการใช้จริงว่าป้องกันโรคได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้ง 3 ตัวที่ประเทศไทยใช้และมีแผนนำมาใช้นั้น ไม่มีตัวใดป้องกันการติดเชื้อได้ 100% แต่ยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันได้อยู่ บางตัวกันได้ 80%, &amp;nbsp;90% หรือ 60% ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่ยืนยันว่าทุกตัวที่เราเอามาใช้นั้นมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรค ถ้าเทียบกับการไม่ฉีดวัคซีนเลยนั้น สามารถลดการติดเชื้อได้ ซึ่งวัคซีนทั้ง 3 ชนิด องค์การอนามัยโลกและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)รับรองแล้วว่าสามารถลดการป่วยหนัก ลดการนอนโรงพยาบาล ลดการใช้ไอซียูและสามารถป้องกันการเสียชีวิตได้เกือบ 90%&amp;quot; อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงวิป 3 ฝ่ายหารือกรณีอยากให้รัฐบาลจัดหาวัคซีนเข็มที่ 3 ให้สภาว่า ไม่ทราบ เพราะไม่ได้เข้าประชุมด้วย คงเป็นเพียงข้อเสนอยังไม่ได้มีการตกลงอะไรกัน แต่จะให้สวอบ
เท่านั้น ยืนยันว่าตอนนี้ยังไม่มีการฉีดเข็มที่ 3 เพราะต้องฉีดให้กับบุคลากรทางแพทย์ที่ควรได้รับการดูแลก่อน ซึ่งขณะเดียวกันส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นด้วย เนื่องจากที่เรามีประชุมได้ เพราะเรามีมาตรการที่เข้มงวด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวเช่นกันว่า ส่วนตัวคิดว่า ส.ส.มีเงินเดือนแสนกว่าบาท หากจะฉีดเข็มที่ 3 ให้ใช้เงินเดือนตัวเองไปจองวัคซีนทางเลือก ซึ่งส่วนตัวได้ไปจองวัคซีนทางเลือกเข็มที่ 3 เรียบร้อยแล้ว เพราะถือว่าต้องเสียสละให้ประชาชน เพราะประชาชนจำนวนมากยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเลย ซึ่งตนคิดว่าต้องไปดูแลประชาชนให้ฉีดวัคซีนครบทั้งประเทศก่อน อย่างไรก็ดี เห็นด้วยที่จะฉีดวัคซีนเข็ม 3 ให้แพทย์ เพราะถือเป็นด่านแรก และเป็นบุคคลที่เสียสละมาตลอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่าน นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้ลงนามในหนังสือถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ขอความอนุเคราะห์จัดสรรวัคซีนเจ้าหน้าที่มูลนิธิ สัปเหร่อ และผู้ทำหน้าที่ในการจัดการศพของผู้ติดเชื้อโควิดและครอบครัวด้วย&amp;nbsp;
ม็อบจี้นำเข้าวัคซีน mRNA
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กลุ่มหมอไม่ทนและภาคีบุคลากรสาธารณสุข นำโดย นพ.สันติ กิจวัฒนาไพบูลย์ ยื่นหนังสือถึงประธานรัฐสภา เรียกร้องให้เร่งรัดการนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA เพื่อเป็นวัคซีนหลักเพื่อป้องกันการเสียชีวิตและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สันติกล่าวว่า กลุ่มหมอไม่ทนและภาคีบุคลากรสาธารณสุข มีข้อเรียกร้อง 2 ข้อ 1.เร่งรัดการนำเข้าวัคซีน mRNA เช่น วัคซีนไฟเซอร์และโมเดอร์นา โดยลดขั้นตอนการดำเนินการให้กระชับ และรวดเร็วที่สุด รวมทั้งพิจารณาเลือกใช้วัคซีน mRNA เป็นวัคซีนหลักในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยมาบริการฉีดให้แก่ประชาชนทุกคนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เนื่องจากมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ยืนยันว่าวัคซีน mRNA เป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ได้ครอบคลุมหลากหลายสายพันธุ์ อีกทั้งยังสามารถลดอัตราการป่วยหนักและเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ 2.เผยแพร่ข้อมูลกระบวนการในการจัดหาและกระจายวัคซีนโควิด-19 ให้เป็นปัจจุบัน โปร่งใส สม่ำเสมอ และตรวจสอบได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น กลุ่มหมอไม่ทนและภาคีบุคลากรสาธารณสุข ยังเดินทางไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องให้เร่งรัดการนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA มาใช้เป็นวัคซีนหลัก เพื่อป้องกันการเสียชีวิตและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิค-19 ในประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายไชยา พรหมา ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ และ ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี ครม.มีมติอนุมัติให้นำเข้าวัคซีนโมเดอร์นาเป็นวาระลับที่สุด โดยให้ความเห็นชอบให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ทำความตกลงตามข้อกำหนดและเงื่อนไขในสัญญาว่า ในฐานะประธานคณะ กมธ.ติดตามงบฯ ขอเรียกร้องรัฐบาลเปิดเผยสัญญาการสั่งซื้อวัคซีนโมเดอร์นาต่อสาธารณะ เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ทั้งตัวเลขจำนวนยอดสั่งซื้อ ราคาต่อหน่วย ตลอดจนเงื่อนไขและข้อกำหนดในสัญญา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องนี้ไม่สมควรเป็นเรื่องลับที่สุด ประชาชนมีสิทธิ์ที่จะต้องรู้ว่าจะมีวัคซีนเข้ามาเท่าไหร่ ราคาต้นทุนเท่าไหร่ ประชาชนจะต้องจ่ายเท่าไหร่สำหรับวัคซีนทางเลือก ทั้งที่โดยข้อเท็จจริงแล้ว ประชาชนต้องได้รับสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลโดยรัฐอย่างมีคุณภาพและเท่าเทียม ไทยอาจจะเป็นประเทศเดียวในโลกที่ประชาชนไม่เชื่อมั่นในวัคซีนที่รัฐบาลจัดหา จนต้องยอมควักเงินจ่ายค่าวัคซีนเอง&amp;quot; ปธ.กมธ.ติดตามการบริหารงบฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพรรคไทยสร้างไทยออกแถลงการณ์เรื่อง มติ ครม.อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 47 วรรคสาม ซึ่งระบุ บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เนื้อหาตอนหนึ่ง
ระบุว่า การที่ ครม.จัดซื้อวัคซีนซิโนแวคเพิ่มอีก 10.9 ล้านโดส วงเงิน 6,100 ล้านบาท เมื่อวัคซีนดังกล่าวไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ที่กำลังแพร่ระบาดได้ การจัดซื้อวัคซีนดังกล่าวจึงขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 47 และมาตรา 55 ผู้ที่สั่งซื้อและคณะรัฐมนตรีอาจมีความผิดฐานจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย อันถือเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคไทยสร้างไทยจึงเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและ ครม. ได้ทบทวนการสั่งซื้อวัคซีนที่ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 อันเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และเร่งจัดหาวัคซีนที่สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสดังกล่าวให้กับประชาชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย&amp;quot; แถลงการณ์พรรคไทยสร้างไทยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข กลุ่มไพร่พลและกลุ่มเด็กปากแจ๋ว หอบศพจำลอง พร้อมช่อดอกไม้จันทน์ ติดชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว. บุกกระทรวงทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ &amp;quot;บุกกระทรวงทวงวัคซีน&amp;quot; เรียกร้องให้มีการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 และวัคซีนทางเลือกให้กับเด็ก ประชาชน และบุคลากรทางการแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ชี้แจงว่า ตอนนี้วัคซีนที่จะนำมาให้ใช้กับเด็กต้องเป็นวัคซีนที่ขึ้นทะเบียน และอย่างที่เราพูดมาตลอดคือต้องดูเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัย ทั้งนี้ การติดเชื้อโควิดในเด็กแล้วโอกาสที่โรคจะรุนแรงและเสียชีวิตมีน้อย อย่างไรก็ตาม เราก็พยายามดูวัคซีนที่มีความปลอดภัยในเด็ก ซึ่งตอนนี้ในส่วนของไฟเซอร์และโมเดอร์นามีรายงานว่าทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจในเด็กค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะผู้ชายวัยรุ่น สาเหตุเกิดจากภูมิคุ้มกันที่อาจจะมากเกินไป อันนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้น เพราะฉะนั้นการให้วัคซีนในเด็กต้องมีความระมัดระวังสูง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109000</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มหมอไม่ทน, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์, วัคซีนซิโนแวค, ศบค.-สธ., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลขาฯสมช., ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210707/image_big_60e50fb9c7364.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108647</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 11:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 11:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รอฟังสธ.แถลงเรื่องสำคัญ! ศบค.ถกผู้ว่าฯกทม.เร่งจัดระบบรักษาตัวที่บ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค. 64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ให้สัมภาษณ์ถึงการอนุมัติในหลักการอนุญาตโครงการก่อสร้าง 4 ประเภท ให้ดำเนินการต่อได้ และการเคลื่อนย้ายแรงงานในกรณีที่มีความจำเป็นว่า เป็นไปตามคำขอของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านวิศวกรรมเสนอมา โดยศปก.ศบค. หารือแล้วเห็นว่าเหมาะสมและให้ผ่อนคลาย เพราะบางกิจการถ้าปิดไซต์ก่อสร้างไปนานๆ อาจจะส่งผลกระทบได้ และได้เรียนให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค. ทราบ ซึ่งเห็นชอบตามนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจะมีการผ่อนคลายหรือเข้มงวดมาตรการใดเพิ่มเติมหรือไม่ ต้องรอฟังจากกระทรวงสาธารณสุขที่กำลังพิจารณาอยู่ โดยจะประเมินสถานการณ์ก่อนจะพิจารณามาตรการว่าถ้าเข้มงวดขึ้นจะทำให้การแพร่เชื้อลดลงหรือไม่ เราต้องดูรายละเอียดให้รอบคอบ เพราะเป็นห่วงผลกระทบด้านเศรษฐกิจเช่นกัน เนื่องจากประชาชนที่เป็นผู้ประกอบการบางส่วนเดือดร้อน ทั้งนี้ หากกระทบด้านเศรษฐกิจ แต่ถ้าทางสาธารณสุขยืนยันก็ต้องว่าตามสาธารณสุข มิเช่นนั้นในระยะยาวอาจจะกระทบกับเศรษฐกิจมากกว่าเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า การผ่อนคลายกิจการก่อสร้างให้มีผลย้อนหลัง 28 มิ.ย.นั้น ในข้อเท็จจริง ข้อกำหนดได้ให้อำนาจ ศปก.ศบค. ไว้แล้ว ไม่ใช่นายกฯ มาอนุมัติให้ย้อนหลัง เพราะในการประชุมเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้แจ้ง พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยวาจาและนายกฯ ได้เห็นชอบแล้ว แต่ในการเขียนอนุมัติหลักการจะต้องรอบคอบ สำหรับการปรับยุทธศาสตร์ดูแลผู้ติดเชื้อได้หารือกับที่ประชุมอีโอซีกระทรวงสาธารณสุข กำลังพิจารณาเรื่องนี้ ปัจจุบันสิงคโปร์และมาเลเซียก็ปรับแล้ว แต่เราไม่ได้ปรับตาม 2 ประเทศนี้ เพราะจะต้องดูเงื่อนไขและสภาพแวดล้อมของเรา รวมถึงฝ่ายวิชาการสาธารณสุข&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่ นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่าควรจัดยาให้คนไข้โดยเร็ว และให้คำนึงถึงการรักษาคนที่ติดเชื้อก่อนจำนวนผู้ติดเชื้อนั้น พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เรารับฟังมา 2 เรื่องคือ 1.ยาฟาวิพิราเวียร์ ที่จะแจกจ่ายเร็วขึ้น ขณะที่บางพื้นที่ใช้ยาฟ้าทะลายโจรช่วยในผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรืออาการเบาบาง และ 2.การรักษาตัวที่บ้าน ได้เชิญผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) มาหารือเพื่อขอให้ กทม. เร่งรัดจัดระบบรักษาตัวที่บ้านให้มีมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับได้ ส่วนโรงพยาบาลสนามในชุมชน จะให้ผู้ติดเชื้อในเบื้องต้น ได้รับการรักษาก่อนจะไปเข้าโรงพยาบาลสนาม โดยกทม. ต้องพยายามนำผู้ติดเชื้อเข้าระบบให้ได้ และประสานโรงพยาบาลเอกชนรับตัวไปรักษา เพราะเงื่อนไขเดิมเมื่อตรวจแล้วถ้าพบติดเชื้อต้องรับรักษา เมื่อจำนวนเตียงจำกัด จะทำให้หนักใจที่จะรับตรวจหาเชื้อ ซึ่งประชาชนที่กังวลก็ต้องเปิดช่องทางให้ได้รับการตรวจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันผู้ติดเชื้อมาจาก 3 ส่วนหลัก คือ 1.คนเดินเข้าไปตรวจ 2.จุดบริหารตรวจหาเชื้อของกทม. 6 จุด ในพื้นที่ 6 กลุ่มเขต และ3.การตรวจเชิงรุก โดยต้องพยายามนำ 3 กลุ่มนี้เข้าระบบให้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งระบบการกักตัวที่บ้าน ที่โรงพยาบาลสนามชุมนชน หรือที่ศูนย์พักคอย โดยผู้ว่าฯ กทม. จะดำเนินการให้ได้ 20 จุด ใน 50 เขต ซึ่งกลุ่มนี้เป็นคนไข้สีเขียวใกล้ระดับเหลือง ที่ต้องคัดกรองไปสถานที่ที่สูงกว่า และที่โรงพยาบาลสนามหลักให้มากที่สุด เพื่อความปลอดภัยของประชาชน หากใครจะเข้ารักษาในระบบใดต้องดูความเหมาะสมทั้งสภาพแวดล้อม บ้านพัก และที่อยู่อาศัย ถ้าไม่รุนแรงโรงพยาบาลเอกชนจะต้องจัดตั้งวอร์รูม ประสานคนที่รักษาตัวอยู่ที่บ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่ยังคงมีการฝ่าฝืนและลักลอบเปิดสถานบันเทิงแบบส่วนตัวในย่านเอกมัย จะเข้าไปควบคุมอย่างไร พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า นายกฯ เน้นย้ำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และฝ่ายความมั่นคงให้ช่วยกำกับดูแลในเรื่องดังกล่าว และจะมีบทลงโทษ โดยสัปดาห์ที่แล้วได้จับกุมในบางพื้นที่ ส่วนกรณีที่ลักลอบเปิดอาจจะยากในการตรวจพบ ดังนั้น ถ้าประชาชนมีเบาะแสให้แจ้งมาที่ ศบค. เพื่อดำเนินการต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่โรงพยาบาลเอกชนระบุว่าที่ได้วัคซีนทางเลือกช้า เป็นเพราะติดขัดขั้นตอนของรัฐบาลนั้น พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า วันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา หน่วยงานที่รับผิดชอบได้หารือเรื่องการนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์ และวัคซีนโมเดอร์นา ให้ศปก.ศบค. รับทราบถึงขั้นตอน เห็นว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบพยายามเร่งดำเนินการ แต่ต้องขออภัยเพราะมาตรการดำเนินการจะต้องทำอย่างระมัดระวัง และให้ความสำคัญเรื่องกฎหมายด้วย หากทำไปแล้วมีข้อผิดพลาดด้านกฎหมายหน่วยงานก็ต้องรับผิดชอบ กรณีวัคซีนไฟเซอร์ กรมควบคุมโรคได้เร่งรัดจัดหาเป็นวัคซีนหลัก ส่วนโมเดอร์นา ทางองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้เร่งรัดเป็นวัคซีนทางเลือก คาดว่าวันนี้ (5 ก.ค.) ถ้าอัยการสูงสุดตอบกลับมา ในวันที่ 6 ก.ค.จะสามารถนำเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ เพื่อเดินหน้าต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า แพทย์บางส่วนเรียกร้องวัคซีนไฟเซอร์ เป็นเข็มที่ 3 ให้แก่บุคลากรด่านหน้ามีแนวโน้มจะเกิดขึ้นหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ต้องฟังจากกระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก เพราะข้อคิดเห็นของแพทย์ในกระทรวงสาธารณสุข ก็ยังมีความเห็นที่ต่างกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีแพทย์ระบุว่า หากฉีดไฟเซอร์เป็นเข็ม 3 ให้บุคลากรด่านหน้าแล้วป้องกันได้ผล จะแก้ตัวว่าวัคซีนซิโนแวคไม่สามารถป้องกันโควิดได้นั้น พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ขอให้ถามกระทรวงสาธารณสุขที่จะแถลงเรื่องสำคัญในช่วงบ่ายโมงวันเดียวกัน (5 ก.ค.) ตนจะไปตอบแทนไม่ได้ สำหรับวัคซีนที่ได้รับบริจาคมา เช่น วัคซีนไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดสจากสหรัฐอเมริกานั้น เบื้องต้นอาจจะพิจารณาฉีดให้กับชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยบางส่วน หรือประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108647</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ณัฏฐพล นาคพาณิชย์, ศปก.ศบค., สธ., เลขาฯสมช., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e286e8e78b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107054</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2021 11:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2021 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผอ.ศปก.ศบค.&#039;เคลียร์ปมเอกชนขอฉีดวัคซีน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย. 64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล​ พล.อ.ณัฐพล​ นาคพาณิชย์​ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ​ (สมช.)​ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.)​ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ภาคเอกชนขอรับการสนับสนุนวัคซีนจากกระทรวงมหาดไทยให้กับบุคลากรในองค์กรว่า ความจริงหากจำได้เมื่อช่วงกลางเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา เรามีแนวทางการขอรับวัคซีน คือทางแอปพลิเคชันหมอพร้อม หรือแอปพลิเคชันอื่น​ ผ่านอาสาสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน​ (อสม.)​ หรือฝ่ายปกครอง หรือผ่านองค์กร หรือแนวทางลงทะเบียน​ ณ​ จุดฉีดวัคซีน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการขอรับวัคซีนในรูปแบบองค์กรก็มีหลายหน่วยงาน ทั้งรัฐและเอกชนขอมา บางทีขอไปที่กระทรวงมหาดไทยหรือขอไปที่กระทรวงสาธารณสุข แต่หลักเกณฑ์ที่ออกไปเป็นรูปแบบของการขอลงทะเบียน โดยศบค. ได้กำกับเรื่องความเร่งด่วนเข้าไปด้วย​ ดังนี้​ 1.บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขด่านหน้า อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) 2.เจ้าหน้าที่อื่นด่านหน้า หรืออาชีพเสี่ยง 3.ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้มีโรคประจำตัว 4.ประชาชนทั่วไป ฉะนั้นขั้นตอนปฏิบัติต้องดูตามลำดับเหล่านี้ เราต้องพิจารณารูปแบบการลงทะเบียนและความเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า​ การขอสนับสนุนฉีดวัคซีนให้องค์กรสามารถทำได้ แต่ต้องดูความเร่งด่วนใช่หรือไม่​ พล.อ.ณัฐพล​ กล่าวว่า ใช่​ เพราะช่วงที่ผ่านมาจะพบว่าการระบาดจะเกิดในสถานประกอบการ โรงงาน แคมป์คนงาน​ ​ไซต์ก่อสร้าง เป็นธรรมดาที่สถานประกอบการมีความห่วงใยว่าจะเกิดการแพร่เชื้อในหน่วยงาน จึงขอรับการสนับสนุนมา​ แต่การขอรับการสนับสนุนจะไม่รวมถึงบุคคลในครอบครัว​ และในทางปฏิบัติในแต่ละพื้นที่ ต้องดูความเร่งด่วนที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการขอในรูปแบบองค์กรอาจมีการใช้เส้น หรือมีข้อกำหนดพิเศษยกเว้นเฉพาะบางองค์กรหรือไม่ ถึงติดต่อมาที่ ศบค. และกระทรวงมหาดไทย​ ไม่ได้ติดต่อทางช่องทางปกตินั้น พล.อ.ณัฐพล​ กล่าวว่า อย่าไปมองอย่างนั้น ยกตัวอย่างหน่วยงานหนึ่งมีคนประมาณ 2-3 พันคน การจะให้แต่ละคนมาลงทะเบียนขอฉีดเอง กับการที่เราไปฉีดให้ทั้งองค์กรทีเดียวก็จะสะดวกกว่า ขอย้ำว่า ไม่ใช่หน่วยงานไหนขอมาแล้วขอก่อนได้ก่อน เพราะสาธารณสุขในพื้นที่จะดูความเร่งด่วนตามที่ศบค.ได้กำหนดหลักเกณฑ์เอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ได้มีการกำหนดกรอบปริมาณที่จะสนับสนุนวัคซีนให้แต่ละองค์กรหรือไม่​ พล.อ.ณัฐพล​ กล่าวว่า​ ไม่มี เพราะหน่วยงานก็ขอตามจำนวนคนที่มีอยู่ แต่ขึ้นอยู่กับจำนวนวัคซีนที่เรามี หากเรามีก็สามารถให้ได้ แต่หากวัคซีนมีจำกัดก็ยังให้ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์​ และที่จะเดินทางไปดูความพร้อมในวันที่ 25 มิ.ย.ก่อนจะมีการเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ก.ค.นี้ ทางศบค.จะลงไปสังเกตการณ์หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล​ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้มีผู้แทนจาก ศบค. ร่วมคณะไปด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107054</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ณัฐพล  นาคพาณิชย์, มท., วัคซีน, ศปก.ศบค., เลขาฯสมช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d00c74809e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83965</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2020 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2020 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.ชุดเล็กถกต่อพรก.ฉุกเฉินอีก1เดือน ลุ้นลดกักตัวเหลือ10วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ย. 63 - รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล​ แจ้งว่า​ ในการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ชุดเล็ก ที่มี​ พล.อ.ณัฐพล​ นาคพาณิชย์​ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ​ (สมช.)​ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด​ - 19 (ศปก.ศบค.)​ เป็นประธาน ในช่วงเช้าวันที่​ 16​ พ.ย. มีวาระการพิจารณาเรื่องการขอขยายเวลาการบังคับใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน​ พ.ศ.2548 หรือ​ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีก 1 เดือน​ หลังจากของเดิมจะหมดอายุในวันที่ 30 พ.ย.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการต่อ​ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง​ แต่เป็นไปเพื่อมาตรการป้องกันโควิด​ -19 เท่านั้น นอกจากนี้​ จะมีการเสนอให้พิจารณาเรื่องลดวันกักตัวจาก 14 วันเหลือ 10 วัน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว​ ซึ่งหากที่ประชุม​ศบค.ชุดเล็กเห็นชอบ​ ก็จะนำเสนอขอความเห็นชอบจากที่ประชุม​ ศบค.ชุดใหญ่ในวันพุธที่ 18 พ.ย.นี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83965</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์, ลดวันกักตัว, ศบค.ชุดเล็ก, เลขาฯสมช., โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200714/image_big_5f0d230b1345a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2020 19:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2020 19:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯสมช. เผยไทยเลื่อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติล็อตแรก เลี่ยงชนเทศกาลกินเจที่ภูเก็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.63 - พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบศ. ว่า เรื่องการเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้าไทยล็อตแรกนั้นจะเลื่อนไปเป็นหลังวันที่ 25 ต.ค.63 โดยจะยังคงมาตรการเดิมที่ได้มีการหารือในวง ศบค.ไปแล้ว เนื่องจากได้รับการประสานจากพื้นที่ภูเก็ตว่าช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลกินเจ 16 -25 ต.ค.ที่จะมีคนไทยเดินทางไปเที่ยวยังพื้นที่จ.ภูเก็ตจำนวนมาก จึงอยากให้ชะลอการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างประเทศไปก่อน เนื่องจากนักท่องเที่ยวไทยมีความกังวลเนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางไปยังพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการเปิดให้นักธุรกิจเดินทางเข้าไทย พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการอนุญาตให้เดินทางเข้าไทยอยู่แล้ว เพียงแต่เข้ามาต้องมีใบขออนุญาตการทำงาน โดยในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบศ. ได้มีการหารือถึงประเด็นนักธุรกิจจะไปขอเข้ากักกันโรค 14 วัน โดยจะต้องหารือกันอีกครั้งในที่ประชุม ศบค.&amp;nbsp;ซึ่งจะมีโมเดลเช่นเดียวกับเมื่อครั้งที่ผบ.ทบ.สหรัฐอเมริกา หรืออาจจะปรับลดความเข้มข้นลงเล็กน้อย เนื่องจากมีนักธุรกิจบางส่วนค่อนข้างละเอียดอ่อนกับมาตรการแล้วไม่มา แต่จะยอมผ่อนคลายมาตรการเกินไปไม่ได้ เนื่องจากห่วงประชาชนในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงสถานการณ์การลักลอบเข้าประเทศตามชายแดน พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ขณะนี้มีการลักลอบเข้าไทยบ้างแต่สามารถจับกุมดำเนินคดีได้ทั้งหมด ซึ่งสถานการณ์การติดเชื้อภายประเทศเมียนมาแม้จะลดลง แต่ยังคงอยู่ในระดับที่สูง จึงมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เราไม่ได้ประมาท ยังคงดำรงความเข้มข้นในการตรวจโรค เราได้มีการเตรียมความพร้อมรองรับการแพร่ระบาดในระลอกที่ 2 แต่ตนค่อนข้างมั่นใจว่าไม่เกิดการแพร่ระบาดในระลอก 2 เชื่อว่า อย่างมากก็อาจมีการติดเชื้อบ้างเท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79787</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์, เลขาฯสมช., โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200714/image_big_5f0d230b1345a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
