<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2020 11:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2020 11:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯพท.บี้รัฐบาลโชว์จริงใจแก้รธน. เจรจาม็อบนศ.ชักฟืนออกจากกองไฟ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค. 63 - นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาอีก 30 วัน ก่อนที่จะมีการลงมตินั้น เป็นการรอสัญญาณจากผู้มีอำนาจว่าจะตัดสินใจอย่างไรมากกว่า เชื่อว่ารัฐบาลประเมินสถานการณ์ทางการเมืองก่อนตัดสินใจ รัฐบาลต้องแสดงความจริงใจในการต้องการแก้ปัญหาประเทศมากกว่านี้ ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม&amp;nbsp; ส่งสัญญาณให้พรรคร่วมรัฐบาลและสมาชิกวุฒิสภา รับหลักการญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถือเป็นสัญญาณที่ดี หากรัฐบาลมีความชัดเจนจริงใจที่จะเดินไปข้างหน้า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะสามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากรัฐบาลที่ไม่ฟังเสียงประชาชน&amp;nbsp; ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง&amp;nbsp; ที่ผ่านมารัฐบาลไม่พยายามพูดคุยหรือให้ความสนใจในข้อเรียกร้องว่ามีอะไรที่ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่รัฐบาลใช้การโจมตีการจัดกิจกรรมของเยาวชน ว่าผิดกฎหมาย หรือไม่เคารพกฎหมาย&amp;nbsp; หากรัฐเปลี่ยนแนวคิดจากโจมตีมาเป็นการเจรจาหรือพูดคุยกับกลุ่มเยาวชน จะเป็นการชักฟืนออกจากกองไฟ ด้วยการเจรจาเป็นการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด แต่รัฐบาลกลับเลือกที่จะราดน้ำมันเข้ากองไฟ ส่งผลให้ความขัดแย้งขยายใหญ่ขึ้น&amp;quot; เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79517</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเสริฐ จันทรรวงทอง, ม็อบนศ., รัฐบาล, เลขาฯเพื่อไทย, แก้รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190717/image_big_5d2f3faa439be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
