<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35635</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2019 15:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2019 15:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลิก6พฤติกรรม &quot;ติดเค็ม&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12พ.ค.62-&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์สาขาวิชาโรคไต คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และ ประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็ม เผยว่าคนไทยกินเค็มกว่าความต้องการของร่างกายถึง 2 เท่า โดยกินเค็ม (โซเดียม) ประมาณ 4,000 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ความต้องการของโซเดียมในร่างกายของคนเราที่ได้รับและไม่ทำให้เกิดอันตราย คือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;2,000 มิลลิกรัมต่อวัน ส่งผลทำให้คนไทยโดยส่วนใหญ่มีภาวะเสี่ยงเป็นโรคที่ไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ&amp;nbsp;NCDS&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;โรคความดัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไต&amp;nbsp;&amp;nbsp;หัวใจและอัมพาต โดยเราพบว่าคนไทยที่เป็นวัยรุ่น และมีภาวะความดันโลหิตสูงมีเพิ่มจำนวนมากขึ้นและอายุน้อยลงเรื่อย ๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยปัจจุบันเราพบผู้ป่วยเบาหวานและความดัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;อายุเพียง 20 กว่าปี เพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;พอเริ่มทำงานอายุประมาณ 30 กว่าปี เริ่มป่วยเป็นโรคไต ทั้งนี้เกิดจากการบริโภคอาหารไม่ถูกต้อง และจากการสำรวจล่าสุดพบว่าเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี มีการบริโภคเค็ม เกินปริมาณ&amp;nbsp;2-5&amp;nbsp;เท่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนั้นจึงมีวิธีการลดเค็มง่าย ๆ ด้วยการหยุด&amp;nbsp;!&amp;nbsp;&amp;nbsp;6&amp;nbsp;พฤติกรรมติดเค็ม ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ปรุงรสชาติอาหารโดยไม่ชิม&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาหารส่วนใหญ่ที่ปรุงมานั้นมีรสชาติความเค็มอยู่แล้ว หรือมีโซเดียมสูงอยู่แล้ว แต่พอไม่ชิมแล้วปรุงเพิ่มไปอีก ก็ยิ่งทำให้ได้รับโซเดียมเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ติดการกินอาหารแปรรูป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาหารแปรรูปนั้นมีโซเดียมในตัวอยู่แล้ว จากการถนอมอาหารและมีโซเดียมแฝงเข้ามาอีกจากการเติมสารปรุงแต่งต่าง ๆ จึงทำให้ร่างกายได้รับโซเดียมคูณสองเข้าไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.จับน้ำจิ้ม แบบไม่บันยะบันยัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;อีกหนึ่งนิสัยของคนไทยคือ ชอบราดน้ำจิ้มแบบเยอะ ๆ ซึ่งตัวอาหารบางอย่างก็มีโซเดียมอยู่แล้ว พอจิ้มน้ำจิ้มเพิ่มเข้าไปก็ยิ่งได้รับโซเดียมเพิ่มเข้าไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ซดน้ำซุปแทบหมดชาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาหารกลุ่มก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ สุกี้ต่าง ๆ ที่มีความเข้มข้นมาก เพราะมีการเติมซอสปรุงรส ซุปก้อน ผงปรุงรสต่าง ๆ ลงไป ซึ่งถือว่ามีโซเดียมปริมาณสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.เสพติดน้ำยำ ส้มตำต่าง ๆ ในน้ำยำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;น้ำส้มตำเหล่านี้มีการเติมผงปรุงรสที่มีโซเดียมสูง โดยสารปรุงรสเหล่านี้มักไม่ค่อยเค็ม จึงต้องมีการเติมลงไปมาก ๆ เพื่อให้ได้รสชาติที่ต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.กินอาหารที่มีไตปลา ปลาร้า พริกแกงและกะปิ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เนื่องจากวิธีการทำอาหารทั้ง 4 อย่างนี้ โดยธรรมชาตินั้น มีโซเดียมผสมอยู่แล้วและหากมีการปรุงรสเพิ่มเข้าไปอีก ก็ยิ่งทำให้ผู้ทานได้โซเดียมจากสารปรุงรสเข้าไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้อ่านท่านใดหากเกิดปัญหาในเรื่องของการลดการบริโภคเค็ม หรือต้องการช่วยรณรงค์การลดบริโภคเค็มเพื่อช่วยเหลือหรือแนะนำตัวเอง เพื่อน หรือผู้ใกล้ชิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เพจเว็บไซต์&amp;nbsp;www.lowsaltthai.com&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;@&amp;nbsp;ไลน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้ที่&amp;nbsp;@lowsaltthailand&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35635</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ, เลิก6พฤติกรรมลดเค็ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190512/image_big_5cd7d63edc9ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
