<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120323</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2026 14:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทนพิษโควิดไม่ไหว ประสบปัญหาภสภาพคล่อง &#039;รร.อำนวยศิลป์ธนบุรี &#039;แจ้งเลิกกิจการ เมื่อสิ้นสุดปีการศึกษา 2564  </HEADLINE>
                <CONTENT>
&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20ต.ค.64-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม โรงเรียนอำนวยศิลป์ธนบุรี&amp;rdquo; ได้ออกหนังสือประกาศสำคัญ แจ้งนักเรียน ผู้ปกครอง และศิษย์เก่าโรงเรียนอำนวยศิลป์ธนบุรี เรื่อง การปิดสถานศึกษา/เลิกกิจการโรงเรียน ณ สิ้นปีการศึกษา 2564 ระบุใจความตอนหนึ่งว่า โรงเรียนมีความเสียใจที่จะแจ้งให้ทราบว่าคณะกรรมการบริหารโรงเรียนอํานวยศิลป์ธนบุรี เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2564 ได้พิจารณาและมีมติที่จะปิดสถานศึกษา ณ สิ้นปีการศึกษา 2564 เนื่องจากโรงเรียนประสบการขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;


เว็บแทงบอล และยิ่งมาประสบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งยาวนานกว่าที่คาดคิด โรงเรียนจึงยิ่งประสบปัญหาสภาพคล่อง ถึงแม้จะได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากมูลนิธิอํานวยศิลป์มาตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ปกครองที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนโรงเรียนตลอดเวลาที่ผ่านมา&amp;nbsp;


สล็อตออนไลน์ โรงเรียนจึงพิจารณาคืนเงินค่าแรกเข้าที่จ่ายให้โรงเรียนและเงินบริจาคที่มอบให้แก่มูลนิธิอํานวยศิลป์ จิตร- เอิบ ทั้งสุบุตร ให้ตามที่ได้จ่ายจริง โดยจะทําการคิดเป็นส่วนลดของค่าเทอมของภาคเรียนที่ 2 ของปีการศึกษา 2564 นี้ เว้นแต่นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในการนี้ฝ่ายบัญชีจะทําหนังสือแจ้งรายละเอียดแก่ผู้ปกครองแต่ละ ท่านเป็นรายบุคคลอีกครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;


ซื้อหวยออนไลน์&amp;nbsp; โรงเรียนได้ทําการสํารวจข้อมูลเบื้องต้นของโรงเรียนในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อให้พิจารณา โรงเรียนพร้อมให้ความช่วยเหลือในการประสานงานกับโรงเรียนที่ผู้ปกครองสนใจ หรือหาข้อมูลของโรงเรียนอื่นเพิ่มเติมและในส่วนของหนังสือที่ประกาศถึงศิษย์เก่าโรงเรียนอำนวยศิลป์ธนบุรี ลงท้ายว่า หากท่านใดประสงค์ขอเอกสารจากทางโรงเรียน ขอให้ติดต่อได้ที่ฝ่ายธุรการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ โรงเรียนอำนวยศิลป์ธนบุรี ก่อตั้งเมื่อพ.ศ.2482&amp;nbsp; การมาเปิดที่ฝั่งธนบุรี เนื่องจาก&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง&amp;nbsp; มีผู้ปกครองนำนักเรียนมาขอสมัครเข้าเรียนที่โรงเรียนอำนวยศิลป์ ปากคลองตลาดจังหวัดพระนคร เป็นจำนวนมาก จนกระทั่งทางโรงเรียนไม่สามารถสนองความต้องการได้ เพราะสถานที่จำกัดขยายออกไปไม่ได้อีก ประจวบด้วยสมัยนั้นทางรัฐบาลมีโครงการตัดถนนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะเข้ามาในแนวโรงเรียนต้องเสียห้องเรียนไปจำนวน 12 ห้องเรียน&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์ จิตร&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทังสุบุตร เจ้าของและผู้จัดการโรงเรียนอำนวยศิลป์&amp;nbsp; จึงพิจารณาจัดหาสถานที่สร้างโรงเรียนแห่งใหม่ เพื่อให้นักเรียนมีสถานที่เล่าเรียนเป็นหลักฐาน&amp;nbsp; ประกอบกับช่วงนั้น โรงเรียนหวงหวน ตั้งอยู่ที่เลขที่ 2814 ฐ ถนนสมเด็ดเจ้าพระยาติดถนนท่าดินแดง ตำบลตรอกสารภี กิ่งอำเภอคลองสานของโรงเรียนเดิมและเช่าที่ดินติดกับบริษัท จันทบุรีพาณิชย์ จำกัด ซึ่งอยู่ในความดูแลของพระยามไหสวรรค์สมบัติศิริ เพื่อดำเนินการจัดตั้งโรงเรียนใหม่ โดยกระทรวงศึกษาธิการวางหลักเกณฑ์ไว้ว่าเจ้าของและผู้จัดการ ครู นักเรียนจะต้องเป็นชุดเดียวกันจากโรงเรียนอำนวยศิลป์ และอนุญาตให้เปิดสอนได้ตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั้งยังกำหนดคุณสมบัติของครูใหญ่ไว้เป็นพิเศษ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้ โรงเรียนอำนวยศิลป์ธนบุรี จึงได้รับการรองรับวิทยฐานะเทียบเท่าโรงเรียนรัฐบาล ทันทีที่เริ่มการเปิดสอน พร้อมกับโรงเรียนอำนวยศิลป์ที่ตั้งมาตั้งแต่ พ.ศ. 2469 และได้รับรองวิทยฐานะ เมื่อ พ.ศ. 2475 นับว่าเป็นโรงเรียนราษฏร์แห่งแรกในจังหวัดธนบุรีที่ได้รับการรับรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120323</URL_LINK>
                <HASHTAG>เลิกกิจการ, โรงเรียนอำนวยศิลป์ธนบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fd9e55275b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2020 17:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2020 17:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน!!!บอร์ดบริษัทสายการบินนกสกู๊ตมีมติเลิกกิจการ พนักงานตกงานทันที 425 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย.2563 รายงานข่าวจากสายการบินนกสกู๊ต แจ้งว่า คณะกรรมการของบริษัทได้มีมติเลิกกิจการ โดยผู้ถือหุ้นของนกสกู๊ตจะลงมติเป็นอย่างเดียวกันในที่ประชุมใหญ่ที่จะมีขึ้นในอีกประมาณ 14 วันหลังจากนกสกู๊ต สายการบินร่วมทุนราคาประหยัดระหว่างสายการบินนกแอร์ของคนไทย และสายการบินสกู๊ต จากประเทศสิงคโปร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2557 นกสกู๊ตได้ดำเนินธุรกิจท่ามกลางความท้าทายในสถานการณ์ต่างๆ รวมถึงข้อจำกัดในการขยายเครือข่ายการบินภายใต้สภาพแวดล้อมการแข่งขันที่รุนแรงและการระบาดของโควิด-19 ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงอย่างรุนแรง ด้วยเหตุนี้คณะกรรมการของบริษัท จึงไม่เห็นหนทางสู่การฟื้นตัวและการเติบโตที่ยั่งยืนของสายการบินอีกต่อไปจนถึงปัจจุบัน มีพนักงานนกสกู๊ตที่ถูกเลิกจ้างจำนวน 425 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สายการบินนกสกู๊ตได้ชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานอย่างถูกต้อง ทั้งนี้พนักงานจำนวนหนึ่งยังคงปฎิบัติหน้าที่ เพื่อดำเนินการกระบวนการชำระบัญชีให้เสร็จสมบูรณ์ และพนักงานกลุ่มนี้จะได้รับการชดเชยอย่างถูกต้องเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นกสกู๊ตจะชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้งเมื่อได้มีการแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี และจัดให้เจ้าหนี้ได้ยื่นข้อเรียกร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นกสกู๊ตขอขอบคุณ ลูกค้า ผู้โดยสาร &amp;nbsp;พันธมิตร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนสำหรับการสนันสนุนอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2557&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69808</URL_LINK>
                <HASHTAG>นกสกู๊ต, เลิกกิจการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200225/image_big_5e540aeb7cbac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2020 23:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2020 23:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดตำนาน &#039;อิเชตัน&#039; 28ปี เซ็นทรัลรีโนเวทใหญ่ ดึงแบรนด์ระดับโลกมาเสียบแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก บริษัท อิเซตัน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารห้างสรรพสินค้าอิเซตัน เผยว่า นายเซอิจิ อาโอยามา ประธานกรรมการ บริษัท อิเซตัน (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกหนังสือเวียนแจ้งยุติการดำเนินธุรกิจห้างสรรพสินค้าอิเซตัน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ อย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ส.ค.2563 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจาก บริษัท อิเซตัน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เนินธุรกิจห้างสรรพสินค้าอิเซตัน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ สิ้นสุดสัญญาเช่ากับ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ &amp;nbsp;โดยภัตตาคารต่างๆ บริเวณชั้น 6 นั้น การเปิดและปิดให้บริการ อาจแตกต่างกันไปตามประกาศของแต่ละร้าน ส่วนร้านคิโนะคุนิยะชั้น 6 ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ
พร้อมกันนี้ อิเซตัน ได้แจ้งข้อความสำคัญเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการ ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัตรกำนัล( Gift Voucher) บริษัทจะจัดจำหน่ายถึงวันที่ 31 พ.ค.2563 สามารถชำระสินค้าได้ตามปกติจนถึงวันที่ 31 ส.ค. 2563 ที่ห้างสรรพสินค้าอิเซตัน เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคะแนนสะสมของสมาชิก IPC (e-IPC) สามารถได้รับคะแนนสะสมจากการซื้อสินค้าตามเงื่อนไขปกติถึงวันที่ 8 เม.ย.2563 และสามารถใช้คะแนนสะสม(Redeem) จนถึงวันที่ 31 ส.ค.2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอให้ใช้บัตรกำนัล(Gift Voucher) และคะแนนสะสม(Redeem) ภายในระยะเวลาที่ห้างสรรพสินค้าอิเซตัน ยังเปิดให้บริการ คือภายในวันที่ 31 ส.ค. 2563 เท่านั้น หากเกินเวลาบริษัทจะขอสงวรสิทธิ์ในการแลกเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดทุกกรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับห้างสรรพสินค้าอิเซตัน เปิดกิจการในประเทศไทยมายาวนานกว่า 28 ปี ตั้งแต่ปี 2535 ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า &amp;ldquo;ห้างสรรพสินค้าอิเซตันเป็นพันธมิตรที่ดีกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์มาโดยตลอด โดยนับแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นกว่า 30 ปีที่ทั้งสองบริษัทฯ เปรียบเสมือนตัวแทนแห่งการ Co-creation ให้แก่ศูนย์การค้าของคนไทยและห้างสรรพสินค้าสัญชาติญี่ปุ่น เซ็นทรัลเวิลด์ ขอขอบคุณในมิตรภาพที่อิเซตันได้ร่วมกันสร้างสรรค์ความสุขให้กับคนไทยและนักท่องเที่ยวในทุกโอกาสและทุกสถานการณ์เคียงข้างกันมาเสมอ&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับแผนในอนาคต หลังจากที่สัญญาเช่ากับอิเซตันจะหมดลงในเดือนธันวาคม 2563 นั้น เซ็นทรัลเวิลด์ได้เตรียมแผนลงทุนรีโนเวทพื้นที่ดังกล่าวครั้งใหญ่ ซึ่งสอดคล้องเป็นไปตามแผนงานการรีโนเวทของศูนย์การค้าโดยรวม ซึ่งมีพื้นที่รวมกว่า 27,000 ตร.ม. จำนวน 6 ชั้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างรายได้ของศูนย์การค้าโดยใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และตอกย้ำความเป็น Global Lifestyle Destination โดยขณะนี้ เราจะดึงพันธมิตรรายใหม่ระดับนานาชาติหลายราย รวมถึง International Key Anchor ที่กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาและจะประกาศให้ทราบในเร็วๆ นี้ เพื่อเข้ามาเติมเต็มประสบการณ์ใหม่ในการช้อปปิ้งและไลฟ์สไตล์ให้กับย่านราชประสงค์ ใจกลางกรุงเทพฯ ให้มีสีสันแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน และตอบรับกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า&amp;rdquo; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาววัลยา กล่าวเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดยทางศูนย์ฯ จะทำการปิดรีโนเวททั้งอาคารครั้งใหญ่และจะกลับมาเปิดให้บริการใหม่ ประมาณไตรมาสที่ 3 ปี 2564 ซึ่งแผนการรีโนเวทดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อรายได้ของเซ็นทรัลเวิลด์ เนื่องจากสัญญาเช่ากับอิเซตันเป็นสัญญาเช่าระยะยาวเหมาจ่ายตั้งแต่สมัยเป็นเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ โดยทาง CPN ที่เข้ามาเป็นผู้บริหารศูนย์การค้าในภายหลัง ไม่มีการรับรู้รายได้ค่าเช่าของพื้นที่นี้แต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับร้านค้าและร้านอาหารเดิมบางร้านค้าในห้างอิเซตัน อาทิ โซนร้านอาหารสไตล์ Authentic Japanese ต้นตำรับอาหารญี่ปุ่นจากประเทศญี่ปุ่นแท้ๆ เราจะยังคงคอนเซ็ปต์เดิมไว้และจะเปิดให้บริการใหม่อีกครั้ง โดยอาจมีการปรับเปลี่ยน layout และเพิ่มเติมร้านค้าและบริการใหม่ๆ เข้ามาเพื่อตอบรับความต้องการของกลุ่มฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นซึ่งชื่นชอบไลฟ์สไตล์และอาหารแบบญี่ปุ่นแท้ โดยลูกค้ายังสามารถมาใช้บริการที่ห้างสรรพสินค้าอิเซตันได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2563&amp;rdquo; นางสาววัลยา กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59772</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, อิเซตัน, เลิกกิจการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200314/image_big_5e6d08ef89fa5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31189</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2019 21:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2019 21:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มหาเธร์&#039; แย้ม อาจขายทิ้งหรือเลิกกิจการ &#039;มาเลเซียแอร์ไลน์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกฯ มหาเธร์ โมฮัมหมัด ประกาศเมื่อวันอังคารว่า มาเลเซียแอร์ไลน์ สายการบินแห่งชาติที่ประสบปัญหารุมเร้าของมาเลเซีย อาจต้องถูกขายทิ้งหรือเลิกกิจการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เที่ยวบินเอ็มเอช 370 สูญหายขณะบินจากกัวลาลัมเปอร์ไปกรุงปักกิ่งเมื่อเดือนมีนาคม 2557 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 12 มีนาคมว่า สายการบินแห่งชาติที่มีอายุเก่าแก่ 71 ปีแห่งนี้อยู่ในภาวะหมิ่นเหม่จะล้มละลายมานับแต่ปี 2557 ที่เที่ยวบินเอ็มเอช 370 หายสาบสูญอย่างปริศนาพร้อมผู้โดยสารและลูกเรือรวม 239 คนเมื่อเดือนมีนาคม การค้นหาครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การบินของโลกยังคงคว้าน้ำเหลว แล้วไม่กี่เดือนหลังจากนั้น เที่ยวบินเอ็มเอช 17 ก็โดนมิสไซล์ที่ผลิตโดยรัสเซีย ยิงตกภายในเขตสู้รบทางภาคตะวันออกของยูเครน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงที่สายการบินนี้จวนเจียนจะล้มละลายเมื่อหลายปีก่อน กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ คาซานาห์ ของมาเลเซียได้เข้ามาควบคุมกิจการและดำเนินการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ ซึ่งรวมถึงการลดจำนวนพนักงานหลายพันตำแหน่ง แต่มาเลเซียแอร์ไลน์ยังคงมีผลการดำเนินการที่ย่ำแย่ และยังส่งผลไปถึงสถานะทางการเงินที่แย่ลงของคาซานาห์ที่เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีมาเลเซียตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่สภาเกี่ยวกับอนาคตของมาเลเซียแอร์ไลน์ว่า การจะปิดสายการบินแห่งชาตินั้นเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก &amp;quot;กระนั้น เราจะศึกษาและตรวจสอบว่าเราควรปิดสายการบินนี้หรือไม่ หรือเราจะขายมันทิ้ง หรือจะรีไฟแนนซ์&amp;quot; มหาเธร์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเบอร์นามารายงานว่า สัปดาห์ที่แล้ว คาซานาห์ประกาศผลประกอบการปี 2561 ก่อนหักภาษี ขาดทุน 6,300 ล้านริงกิต (1,540 ล้านดอลลาร์) เปรียบเทียบกับปีก่อนหน้านั้นซึ่งมีผลกำไรก่อนหักภาษี 2,900 ล้านริงกิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านมาเลเซียแอร์ไลน์เผยผ่านแถลงการณ์ว่า สายการบินได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับคาซานาห์มาตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้วเพื่อจัดทำแผนฟื้นฟู.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31189</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ, ขายทิ้ง, คาซานาห์, มหาเธร์ โมฮัมหมัด, มาเลเซีย, มาเลเซียแอร์ไลน์, สายการบินแห่งชาติ, เลิกกิจการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190312/image_big_5c87bc9b66936.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2018 08:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2018 08:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้น ก.ย.นี้เคาะปรับค่าโดยสาร “เจ๊เกียว” ขู่ถ้าไม่ขึ้นมีเลิกกิจการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลุ้น ก.ย.นี้ ปรับขึ้นราคาค่าโดยสารหรือไม่ ด้าน &amp;ldquo;เจ๊เกียว&amp;rdquo; เผยแนวโน้มดีน่าจะได้ปรับขึ้น คาดเริ่ม ต.ค.นี้ แต่จะปรับแบบครั้งเดียว หรือทยอยปรับ ต้องรอ รมว.คมนาคมพิจารณา โอดหากไม่ยอมให้ปรับ คงต้องเลิกกิจการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ ผู้ช่วย รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมปัญหาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการเดินรถว่า ผู้ประกอบการเดินรถได้มาติดตามเรื่องการปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้ชี้แจงว่า ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะให้มีการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารหรือไม่ ต้องรอผลการศึกษาโครงสร้างอัตราค่าโดยสารใหม่จากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ก่อน เบื้องต้นทราบว่าเวลานี้ผลการศึกษาเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาของ ขบ. ว่าเห็นชอบตามผลการศึกษาดังกล่าวหรือไม่ คาดว่าจะเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาได้ภายในเดือน ส.ค.61&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสุจินดา เชิดชัย หรือเจ๊เกียว นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารขนส่ง (รถร่วม บขส.) กล่าวว่า ในเมื่อขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะให้ปรับขึ้นราคาค่าโดยสารหรือไม่ ทางผู้ประกอบเดินรถก็คงต้องอดทนรอ และแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นกันต่อไป แต่อย่างไรก็ตามจากการพูดคุยกันในที่ประชุมได้มติเบื้องต้นว่า ภายในเดือน ก.ย.61 จะมีข้อสรุปที่ชัดเจนว่าจะได้ปรับราคาค่าโดยสารขึ้นหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คงต้องอดทนรอไปก่อน แต่ถ้าผลสรุปออกมาว่าไม่ให้มีการปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร คงต้องเลิกกิจการ โดยจะทยอยเลิกกิจการด้วยการเริ่มจากเส้นทางที่ขาดทุนก่อน ซึ่งเวลานี้มีหลายเส้นทางมาก แต่เส้นทางไหนที่ยังมีประชาชนใช้บริการอยู่ ก็คงต้องอดทนเดินรถเพื่อประชาชนต่อไป &amp;ldquo;นางสุจินดากล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15101</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, ธีระพงษ์ รอดประเสริฐ, ปรับค่าโดยสาร, สุจินดา เชิดชัย, เจ๊เกียว, เลิกกิจการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180521/image_big_5b02593e72c13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8483</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2018 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2018 10:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกษตรกรเลี้ยงหมูทุกข์หนัก ขาดทุนราคาขายตกต่ำ เลิกกิจการไปแล้วกว่า 20% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค. 2561 สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เผยประกาศปรับราคาขายหมูเป็นหน้าฟาร์มเพิ่ม เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงเท่านั้น แต่ราคาขายที่เกษตรกรได้รับยังคงตกต่ำ ชี้ 4 เดือนขาดทุนทั้งระบบกว่า 11,000ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันชัย อัศวพันธุ์นิมิต กรรมการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และประชาสัมพันธ์สมาคมฯ เปิดเผยว่า จากภาวะราคาหมูตกต่ำสะสมมากว่า 10 เดือน นับตั้งแต่ช่วงกลางปี 2560 ที่ผ่านมา ทำให้มีเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูที่ไม่สามารถแบกรับภาระขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง ต้องเลิกเลี้ยงไปแล้วประมาณ 20% จากจำนวนเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูทั้งประเทศรวม 195,000 ราย ทำให้สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของเกษตรกรทั่วประเทศ ต้องประกาศปรับขึ้นราคาขายหมูหน้าฟาร์มประจำสัปดาห์เพื่อสะท้อนต้นทุนการผลิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่สมาคมฯ ประกาศราคาขายหมูเป็นหน้าฟาร์มเพิ่มขึ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยประคับประคองและดูแลผู้เลี้ยงขนาดกลางและขนาดเล็ก เนื่องจากการซื้อขายจริงของกลุ่มผู้เลี้ยงหมูทั้งสองกลุ่มยังซื้อขายในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนอยู่มาก ทำให้ต้องประสบปัญหาขาดทุนสะสมมาอย่างยาวนาน โดยตลอดช่วง 4 เดือนของปี 2561 นี้ เกษตรกรขาดทุนเฉลี่ย 1,500-2,000 บาทต่อตัว ซึ่งสามารถประเมินได้เป็นตัวเลขความเสียหายทั้งระบบประมาณ 8,400 ล้าน - 11,200 ล้านบาท ทั้งจากตัวเลขขาดทุนและหนี้สินเกษตรกรผู้เลี้ยงที่เพิ่มขึ้น&amp;rdquo; นายวันชัย กล่าวและว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แม้จะมีการขยับราคาประกาศขึ้นมาร่วม 1 เดือนแล้วก็ตาม แต่ราคาขายจริงของเกษตรกรกลับไม่ได้เป็นไปตามที่ประกาศไว้ เนื่องจากพ่อค้าคนกลาง หรือโบรคเกอร์ที่มารับซื้อหมูจากเกษตรกร ยังคงกดราคารับซื้อ โดยอ้างปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดมีปริมาณมาก ทั้งๆที่ผ่านมาเกษตรกรทั่วประเทศต่างร่วมมือกันดำเนินการมาตรการลดปริมาณหมูในระบบเพื่อแก้ไขปัญหาราคาหมูตกต่ำ ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาหมูและผลิตภัณฑ์ หรือพิกบอร์ด (Pig Board) และมาตรการที่กรมปศุสัตว์ได้มีการผลักดันและสนับสนุนให้ตัดวงจรการผลิต ทั้งการนำลูกหมูไปทำหมูหัน การปลดระวางแม่พันธุ์หมูเป้าหมาย รวมถึงการจำหน่ายเนื้อหมูราคาถูกมาตั้งแต่พฤศจิกายน 2560 ถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8483</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดทุน, ปรับราคาขาย, ผู้เลี้ยงหมู, สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ, เกษตรกร, เลิกกิจการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180504/image_big_5aebd2d2bfca9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2018 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2018 11:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าของรถทัวร์มรณะ18ศพ ประกาศเลิกกิจการขายบัสทิ้งเกลี้ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค.61- &amp;nbsp;นายกฤษฎา มะลิซ้อน ขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดผยถึงการเอาผิดกับบริษัท กันเองทัวร์ เจ้าของรถทัวร์มรณะที่เกิดเหตุพลิกคว่ำจนมีผู้เสียชีวิต 18 ราย ว่า การเอาผิดกับ นางทัน เลิศสหพันธ์ เจ้าของกิจการกันเองทัวร์ ก่อนหน้านี้ได้ดำเนินการไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกทะเบียนรถที่เกิดเหตุ เนื่องจากใช้งานไม่ได้อีกแล้ว และการเพิกถอนใบขับขี่ของนายกฤษณะ จุฑาชื่น คนขับรถ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ล่าสุดนางทัน ได้เข้ามาขอยกเลิกการประกอบธุรกิจทัวร์ หรือยกเลิกการขออนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.2561 ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา&amp;quot;นายกฤษฎา กล่าวและว่า รถในบริษัททัวร์ มีจำนวน 3 คัน คือ คันที่ 1 คือคันเกิดเหตุ ส่วนคันที่ 2 ได้ขายให้กับบุคคลอื่นไปแล้ว และคันที่ 3 ทราบว่าได้นำไปขายให้กับผู้ประกอบการรายหนึ่งที่ จ.นครปฐม เพื่อยุติการประกอบธุรกิจรถทัวร์ เนื่องจากเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นการเลิกกิจการทัวร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในด้านการเอาผิดเกี่ยวกับกฎหมายขนส่งนั้น เนื่องจากรถที่เกิดเหตุไม่ได้มาตรวจสภาพรถจริงครั้งที่ 2 ตามกฎหมาย เพราะตามกฎหมายรถทัวร์คันดังกล่าวอยู่ในหมวดรถโดยสารสาธารณะไม่จำทาง หรือรถเหมาเช่า จะต้องนำมาตรวจสภาพกับขนส่งปีละ 2 ครั้ง เหมือนกับรถโดยสารประจำทางสาธารณะ ซึ่งตามกำหนดระยะเวลารถคันนี้ จะต้องนำมาตรวจสภาพครั้งที่ 2 ไม่เกินเดือน ม.ค.61 ซึ่งผู้ประกอบการยังคงต้องมาดำเนินการจ่ายค่าปรับ มีอัตราปรับสูงสุดถึง 50,000 บาท เพราะทำผิดเงื่อนไขของกรมขนส่งทางบก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5969</URL_LINK>
                <HASHTAG>18ศพ, ขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์, ทัน เลิศสหพันธ์, บริษัท กันเองทัวร์, รถทัวร์มรณะ, เลิกกิจการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180328/image_big_5abb192f5ada1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
