<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98382</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 14:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 14:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แอลจี&#039;ยกธงขาว โบกมือลาตลาดสมาร์ทโฟน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ ของเกาหลีใต้ ประกาศในวันจันทร์ว่า บริษัทจะยุบแผนกโทรศัพท์มือถือที่ขาดทุนมโหฬารอย่างต่อเนื่องมาเกือบ 6 ปี ถือเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่เจ้าแรกของโลกที่ถอนตัวออกจากตลาดมือถืออย่างสิ้นเชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้ร่วมงานทดสอบสมาร์ทโฟน LG8 Thin Q ที่งานโมไบล์เวิลด์คองเกรสในเมืองบาร์เซโลนาของสเปน เมื่อปี 2562 (Photo by Joan Cros/NurPhoto via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่อันดับสองของเกาหลีใต้รองจากซัมซุงแห่งนี้ เคยประกาศไว้เมื่อเดือนมกราคมว่า บริษัทกำลังพิจารณาทางเลือกทั้งหมดสำหรับแผนกโทรศัพท์มือถือ หลังจากแผนกนี้ทำให้แอลจี อีเลคทรอนิคส์ ขาดทุนสะสมประมาณ 4,500 ล้านดอลลาร์ มาเกือบ 6 ปีหรือ 23 ไตรมาสติดต่อกันนับแต่ปี 2558 จนถึงสิ้นปีที่ผ่านมา แผนกสมาร์ทโฟนนี้เป็นแผนกที่เล็กที่สุดจาก 5 แผนกของแอลจี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงเมื่อวันจันทร์กล่าวว่า การตัดสินใจยุบแผนกสมาร์ทโฟนที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด จะช่วยให้แอลจีหันไปมุ่งเน้นในภาคที่เจริญเติบโต เช่น ส่วนประกอบของรถยนต์ไฟฟ้า, อุปกรณ์เชื่อมต่อ และบ้านอัจฉริยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจถอนตัวจากตลาดมือถือทำให้แอลจีทิ้งส่วนแบ่งตลาด 10% ในภูมิภาคอเมริกาเหนือ ซึ่งแอลจีเป็นสมาร์ทโฟนอันดับ 3 ไว้ให้สองยักษ์ทั้งแอปเปิลและซัมซุงอีเล็กทรอนิกส์แย่งชิงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์กล่าวว่า ช่วงเวลาที่รุ่งเรือง แอลจีเป็นรายแรกในตลาดที่สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในตลาดมือถือ รวมถึงกล้องมุมกว้างพิเศษ และในปี 2556 แอลจีเคยเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่อันดับที่ 3 รองจากซัมซุงและแอปเปิล ทว่า สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงของแอลจีกลับเจอปัญหาทั้งด้านซอฟท์แวร์และฮาร์ดแวร์ บวกกับความล่าช้าในการอัพเดทซอฟท์แวร์ทำให้แบรนด์นี้เสื่อมความนิยมลงอย่างรวดเร็ว นักวิเคราะห์หลายคนยังโทษเรื่องการขาดความชำนาญในการทำตลาดเมื่อเทียบกับคู่แข่งจากจีนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบัน แอลจีมีส่วนแบ่งในตลาดแค่ประมาณ 2% เท่านั้นตามข้อมูลของสำนักวิจัย เคาเตอร์พอยต์&amp;nbsp; โดยขายมือถือได้ 23 ล้านเครื่องเมื่อปีที่แล้ว เปรียบเทียบกับ 256 ล้านเครื่องของซัมซุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่โทรศัพท์มือถือแบรนด์ที่รู้จักกันดีแบรนด์อื่นๆ เช่น โนเกีย, เอชทีซี และแบล็คเบอร์รี ต่างร่วงลงจากที่เคยอยู่ระดับบนของตลาด แต่แบรนด์เหล่านี้ยังไม่ได้หายไปอย่างสิ้นเชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของแอลจีกล่าวว่า ลูกจ้างของแผนกสมาร์ทโฟนในเกาหลีใต้จะถูกโอนย้ายไปยังธุรกิจอื่นๆ และบริษัทในเครือของแอลจี อีเลคทรอนิคส์ ส่วนลูกจ้างของแผนกนี้ในประเทศอื่นๆ จะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท้องถิ่น แอลจีจะยังให้การสนับสนุนด้านบริการและอัพเดตซอฟต์แวร์แก่ลูกค้าผลิตภัณฑ์มือถือของบริษัทต่อไปในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานของสื่อท้องถิ่นด้วยว่า แอลจีเคยเจรจากับวินกรุ๊ปของเวียดนามเพื่อขายธุรกิจบางส่วน แต่การเจรจาล้มเหลวเนื่องจากตกลงเรื่องราคากันไม่ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98382</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอนตัวจากตลาด, มือถือแอลจี, เลิกผลิตสมาร์ทโฟน, แอลจี, แอลจี อีเลคทรอนิคส์, โทรศัพท์แอลจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606ab8f960d4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
