<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38891</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2019 01:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2019 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.ทำตาม กบง. พร้อมยกเลิกอุ้มเอ็นจีวีกลุ่มรถสาธารณะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิ.ย. 2562 นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าจากกรณีที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติให้ปรับราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยน์(เอ็นจีวี) สำหรับกลุ่มรถสาธารณะ เช่น รถแท็กซี่ รถตุ๊กตุ๊ก รถตู้และรถขนส่งสาธารณะ ให้มีราคาเท่ากับผู้ใช้ทั่วไป และมีผลตั้งแต่เดือน ก.ค. 2562 นี้ นั้น ปตท.พร้อมที่จะดำเนินการตามมติของ กบง. ไม่ว่าจะยึดมติเดิมหรือเปลี่ยนให้มีการต่ออายุก็ตาม แต่เห็นว่าราคาเอ็นจีวีที่เหมาะสมควรอยู่ที่ประมาณ 16 บาทกว่าต่อกิโลกรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราพร้อมทำตามมติกบง.อยู่แล้ว ขณะที่น้ำมันนั้นราคาเปลี่ยนบ่อยมาก แต่ก๊าซเปลี่ยนไม่บ่อยและปัจจุบันรัฐบาลก็เห็นแล้วว่าควรปรับราคาเอ็นจีวีขึ้นเป็นครึ่งหนึ่งของราคาน้ำมันดีเซล ทำให้เราอุดหนุนน้อยลงเหลือประมาณ 3 บาทบวกลบ ซึ่งเป็นอัตราที่ยังรับได้และเหมาะสม แต่เราอยากให้รัฐบาลเห็นว่าเชื้อเพลิงในประเทศควรปล่อยให้เสรี และมีการแข่งขันกันให้ผู้บริโภคได้เลือกจะดีที่สุด ถึงจะอยู่ได้อย่างยั่งยืน ในช่วงที่ราคาถูกคนก็มาใช้เอ็นจีวี แต่ในช่วงที่ราคาแพงก็ผู้บริโภคก็มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนไปใช้น้ำมันได้&amp;quot;นายชาญศิลป์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ ปตท. มีการอุดหนุนเอ็นจีวีให้ราคาถูกมากหลายปี เนื่องจากช่วงนั้นราคาน้ำมันแพง รัฐบาลจึงมีคำสั่งให้คุมราคาเอ็นจีวีน้อยกว่าครึ่งของราคาดีเซล เพื่อให้ผู้บริโภคมาใช้เอ็นจีวีแทนน้ำมัน แต่ปัจจุบันราคาน้ำมันนั้นถูกลงมามาก จึงไม่จำเป็นจะต้องกดราคาเอ็นจีวีให้ต่ำลงแล้ว ขณะเดียวกันเห็นว่าการดำเนินธุรกิจเอ็นจีวีในอนาคตนั้น ควรจะเป็นการทำสถานีบริการ(ปั๊ม)ตามแนวท่อดีที่สุด เนื่องจากปัจจุบันแนวท่อนั้นครอบคลุมหลายพื้นที่ของประเทศแล้ว และการขนส่งก็ง่ายไม่ต้องเสียเงินเยอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญศิลป์ กล่าวว่าขณะที่การเตรียมตัวปิดซ่อมแหล่งก๊าซเจดีเอ ในมาเลเซียของปีนี้นั้น เป็นไปตามกำหนดการ และมั่นใจว่าจะไม่กระทบต่อก๊าซในประเทศเรื่องจากมีก๊าซธรรมชาติเหลว(เอลเอ็นจี)อยู่ประมาณ 11.5 ล้านตัน รองรับได้ 140 &amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งาน แต่ก็อาจจีมีผลกระทบบ้างกับเอ็นจีวีเนื่องจากการก่อสร้างท่อก๊าซเส้นที่ 5 ยังไม่แล้วเสร็จก็อาจจะทำให้บางพื้นที่ไม่ได้รับก๊าซเต็มที่ แต่ก็มีการแก้ไขไปแล้วหลายจุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในวันที่ 20 มิ.ย. นี้จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหาร(บอร์ด ปตท.) โดยคาดว่าจะมีการหารือถึงเรื่องงบลงทุนของบริษัทในช่วง 5 ปีด้วย ซึ่งมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นในบางส่วน ขณะเดียวกันก็จะมีการแต่งตั้งโยกย้ายผู้ดำเนินงานในองค์กรบางตำแหน่งตามความเหมาะสม แต่ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะเป็นอย่างไร ต้องผ่านการพิจารณาจากบอร์ดให้เรียบร้อยก่อน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38891</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบง., ชาญศิลป์ ตรีนุชกร, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), เลิกอุ้มเอ็นจีวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180316/image_big_5aab812f7dcd0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
