<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2021 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2021 14:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมตัวไว้ปี 64 แล้งหนักจริง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สัญญาณภัยแล้งปีนี้น่าจะอยู่ในระดับรุนแรง เริ่มปรากฏให้เห็นตั้งแต่เดือนมกราคม 2564 บางพื้นที่ในหลายจังหวัด มีการขาดแคลนน้ำ ปริมาณน้ำที่เก็บไว้ในช่วงหน้าฝนมีไม่มากพอ แม้กระทั่งเมื่อน้ำเค็มทะลักเข้ามารุกล้ำคลองผลิตน้ำประปาในกรุงเทพฯ กรมชลประทานก็ยังมีน้ำไม่มากพอที่จะผลักดันน้ำเค็มออกไป ทำให้การประปานครหลวงได้แต่ป่าวประกาศเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการบริโภคน้ำประปาในช่วงหน้าแล้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามข้อมูลของกรมชลประทานระบุว่า ปัจจุบันมีพื้นที่เฝ้าระวังขาดแคลนน้ำ 44 จังหวัด เขื่อนต่างๆ ทั่วประเทศไทย มีปริมาณน้ำน้อยกว่าค่าเฉลี่ย การใช้น้ำปีนี้จึงต้องมีการวางแผนการจัดสรรระหว่างน้ำกิน น้ำใช้ น้ำทำการเกษตรให้ดี และต้องมีน้ำสำรองไว้รักษาสมดุลระบบนิเวศ รัฐบาล นำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำชับให้ทุกหน่วยงานเตรียมการรับมือภัยแล้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;เลิกแล้ง เลิกจน&amp;rdquo; เป็นโมเดลที่นำเสนอการแก้ปัญหาน้ำ จัดทำขึ้นโดยเอสซีจี ซึ่งร่วมมือมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.)&amp;nbsp; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และหอการค้าแห่งประเทศไทย โดย ดร.รอยล จิตรดอน ประธานกรรมการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ได้นำเสนอทางออกปัญหาน้ำในประเทศไทย โดยเฉพาะปัญหาภัยแล้งที่นับวันจะรุนแรงมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ดร.รอยล จิตรดอน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.รอยลกล่าวว่า ปีนี้ประเทศไทยแล้งหนักจริงๆ เพราะปริมาณฝนสะสมในปี 2563 มีค่าน้อยกว่าค่าปกติ ติดลบไป 12% ยิ่งกว่านั้นปี 2562 ฝนน้อยกว่าปกติถึง 17% ทำให้ปีที่แล้วเราใช้น้ำต้นทุนที่มีในอ่างเก็บน้ำเกือบหมด ฝนน้อยเกิดติดต่อกันสองปี น้ำไหลลงอ่างน้อย ส่งผลกระทบหลายภาคส่วน อย่างพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาน้ำไม่พอทำนาปรัง สาเหตุที่ทำให้แล้งมาจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศประมาณปี 2547-2548 ไทยเผชิญภัยแล้ง ปี 2549 ไทยเจอน้ำท่วม จนกระทั่งปี 2554 ปริมาณฝนสะสมประเทศเพิ่มถึง 24% จากปกติประมาณ 9% ปี 2560 เจอฝนเพิ่ม 25% ภาคกลางรอด เพราะฝนตกหนักในภาคอีสาน พื้นที่จมน้ำกว่าสองเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;วงรอบฝนเปลี่ยนจากเดิม 8 ปี เป็นเปลี่ยนทุก 3 ปี&amp;nbsp; แล้วเปลี่ยนหนักด้วย เปลี่ยนพื้นที่ไปตกท้ายอ่าง เวลาตกจะหนักในช่วงสั้นๆ พฤษภาคมตก กรกฎาคมฝนหาย กันยายนกลับมาตกเยอะอีก รูปแบบฝนเปลี่ยนไป พอเริ่มแก้แล้ง ท่วมมาแล้ว เพราะช่วงสั้น พอแก้ท่วม แล้งมาแล้ว ที่แล้วมาเราแก้แยก แก้น้ำท่วมอย่างนึง แก้น้ำแล้งอย่างนึง เรายังไม่ได้ทำเรื่องการบริหารความเสี่ยง พระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงรับสั่งการบริหารความเสี่ยงเยอะมาก ทั้งระดับประเทศและระดับชุมชน คือ เกษตรทฤษฎีใหม่ เศรษฐกิจพอเพียงล้วนมีรากฐานมาจากการบริหารความเสี่ยง&amp;quot; ดร.รอยลเน้นย้ำไทยต้องบริหารความเสี่ยง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาพรวมทั้งประเทศไทย ประธาน สสน.ให้ข้อมูลว่า เดิมไทยบริหารแค่น้ำต้นทุนอย่างเดียว แต่ไม่ได้บริหารความต้องการใช้น้ำ เพิ่งทำข้อมูลใช้เมื่อปี 2558 จากสถิติไทยมีความต้องการน้ำมากถึง 153,578 ล้าน ลบ.ม. และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก ในขณะที่ประเทศไทยมีความจุของอ่างรวม 76,067 ล้าน ลบ.ม. แต่มีน้ำไหลลงเขื่อนใหญ่และขนาดกลางเพียง 42,620 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี ปีที่แล้วมีน้ำไหลเข้าอ่างแค่ 20,000 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณฝนที่ลดลง 12% แต่ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างลดฮวบ ประเทศไทยจะเดินต่อไปอย่างไรเมื่อตอนนี้เหลือน้ำต้นทุนแค่สองหมื่นล้าน แต่ความต้องการใช้มากกว่าแสนห้าหมื่นล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พื้นที่กรุงเทพมหานครมีหลักฐานชัดว่าได้รับผลกระทบจากภัยแล้งหนักแล้ว ดร.รอยลบอกว่า น้ำเค็มรุกตัวเข้าถึงสำแล อำเภอเมืองปทุมธานี ซึ่งเป็นสถานีสูบน้ำดิบ ก่อนส่งเข้ากระบวนการผลิตน้ำประปาจ่ายให้คนกรุงเทพฯ นนทบุรีและสมุทรปราการ ปกติค่าความเค็มอยู่ที่ 0.5 กรัมต่อลิตร แต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา น้ำที่สำแลค่าความเค็มสูงถึง 2.6 กรัมต่อลิตร ถ้าเค็มมากไปไม่ดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ คนป่วย ต้องเลี่ยง ส่วนอีกแนวทางบรรเทาน้ำเค็มรุกเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือกันเพื่อหยุดโครงการขุดลอกปากแม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;น้ำเค็มรุก เพราะปริมาณน้ำต้นทุนที่ใช้จาก 4 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อย และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีน้ำในอ่างเหลือเพียง 3,000 กว่าล้าน ลบ.ม. น้ำที่เคยใช้ไล่น้ำเค็มโดยบริหารจากเขื่อนพระราม 6 เขื่อนเจ้าพระยา เคยระบายน้ำด้วยความเร็ว 120 ลบ.ม.ต่อวินาที ต้องเพิ่มเป็น 170 ลบ.ม.ต่อวินาที ถึงจะไล่น้ำเค็มได้ หมายถึงเราต้องปล่อยน้ำทิ้งทะเล 20 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน หรือ 600 ล้าน ลบ.ม. ต่อเดือน แล้วทุกวันเราต้องใช้น้ำผลิตน้ำประปา 5 ล้าน ลบ.ม. เดือนพฤษภาคมจะเริ่มฤดูกาลเพาะปลูก กรมชลประทานต้องเตรียมน้ำเพื่อการเกษตรภาคกลางอีก 2,000 ล้าน ลบ.ม. หนักจริงๆ ปีนี้&amp;quot; ดร.รอยลแสดงความหนักใจ&amp;nbsp; สถานการณ์ฝนในไทยปี 2564 เป็นอย่างไรนั้น ประธานกรรมการ สสน. บอกว่า คาดการณ์โดยใช้รูปแบบมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดียเป็นตัวชี้ พบว่าฝนปีนี้จะคล้ายคลึงกับปี 2539 เดือนเมษายนจะมีปริมาณฝนมากกว่าเกณฑ์เฉลี่ย เดือนพฤษภาคมเริ่มมีฝนในภาคกลาง และเดือนมิถุนายนฝนขยับไปภาคเหนือ เดือนกรกฎาคม สิงหาคม ฝนน้อย ทิ้งช่วง กลับมาโหมตกเดือนกันยายน ความแปรปรวนนี้คือ เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้ต้องบริหารความเสี่ยงภัยแล้งและท่วมไปพร้อมๆกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ดูเหมือนว่าภัยแล้งจะกระทบกับวิถีชีวิตของผู้คนในวงกว้างมากกว่าน้ำท่วม ดร.รอยลยอมรับว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นนี้ เพราะพื้นที่นอกเขตชลประทานที่มีมากถึงร้อยละ 80 ของประเทศ จะประสบกับปัญหาขาดแคลนน้ำรุนแรง โดยมีชุมชนที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอยู่ในขั้นวิกฤติกว่า 30,000 ชุมชน ในแถบภาคเหนือและอีสาน ดังนั้น การพึ่งพาน้ำในเขื่อนเพียงอย่างเดียวคงทำให้รอดพ้นภัยแล้งได้ยาก เกษตรกรจึงต้องร่วมมือกันซ่อมบำรุงฟื้นฟูแหล่งน้ำ หันมาเก็บกักน้ำและบริหารน้ำในพื้นที่ตัวเอง รวมถึงร่วมมือบริหารจัดการน้ำ เน้นการทำงานแนวราบ ไม่ใช่จากบนลงล่าง นอกจากนี้ ต้องเอาใจใส่กับการใช้น้ำซ้ำ หรือจากภาคเกษตร และน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงทำเกษตรแนวทฤษฎีใหม่ ปลูกพืชผสมผสาน เลิกปลูกพืชเชิงเดี่ยวได้แล้ว นอกจากนี้ สสน.ร่วมกับเอสซีจี ขยายผลโมเดล &amp;quot;เลิกแล้ง เลิกจน&amp;rdquo; เพราะช่วยให้รอดภัยแล้งซ้ำซาก ปลดหนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;บ้านสาแพะเหนือ จ.ลำปาง ทำอ่าง สร้างฝาย แก้ภัยแล้ง มีน้ำใช้ทั้งปี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า ตลอด 14 ปีที่ผ่านมาเอสซีจีร่วมกับเครือข่ายแก้ปัญหาภัยแล้ง สืบสาน รักษา ต่อยอดตามแนวพระราชดำริของในหลวง ร.9 เริ่มจากการสร้างฝายชะลอน้ำเพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าต้นน้ำให้อุดมสมบูรณ์กว่า 100,000 ฝาย ทำสระพวง แก้มลิง ควบคู่กับการบริหารจัดการน้ำชุมชน ต่อยอดสู่โครงการเอสซีจีร้อยใจ 108 ชุมชนรอดภัยแล้ง ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ช่วยพลิกชีวิตความเป็นอยู่ให้กับ 250 ชุมชน 47,500 ครัวเรือน ใน 30 จังหวัด มีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่า รวมถึงต่อยอดโครงการ &amp;ldquo;พลังชุมชน&amp;rdquo; อบรมให้สามารถแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าเพิ่ม เรียนรู้การตลาด และการค้าขาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; จากบทเรียนทำให้ชุมชนสามารถแก้ปัญหาภัยแล้งและความยากจน ได้นำมาสู่บทสรุป &amp;ldquo;เลิกแล้ง เลิกจน&amp;rdquo; โมเดล ที่มี 6 ขั้นตอน คือ 1.สามัคคี พึ่งตนเอง เรียนรู้ ลงมือทำ แก้ปัญหาด้วยความรู้คู่คุณธรรม 2.เรียนรู้จัดการน้ำ ด้วยเทคโนโลยี เรียนรู้การจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริ เข้าใจสภาพพื้นที่ รู้ความต้องการใช้น้ำของตนเองและชุมชน และใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทำแผนที่น้ำ ผังน้ำ วางแผนบริหารสมดุลน้ำ 3.หาน้ำได้ เก็บน้ำไว้ ใช้น้ำเป็น สร้างแหล่งกักเก็บน้ำ สำรองน้ำกิน น้ำใช้ และน้ำเกษตร ให้เพียงพอกับความต้องการใช้ของชุมชน ใช้น้ำซ้ำให้คุ้มค่าด้วยระบบน้ำหมุนเวียน ฟื้นฟูป่าต้นน้ำให้ชุ่มชื้นเพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4.ทำเกษตรผสมผสาน บริหารความเสี่ยง โดยปลูกพืชเพื่อกิน เพื่อใช้ เพื่อขาย สร้างรายได้ตลอดทั้งปี ตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ ทำเกษตรอัจฉริยะ ใช้เทคโนโลยี วางแผนเพาะปลูกให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และภูมิอากาศ เช่น ปลูกพืชใช้น้ำน้อยในพื้นที่แล้ง 5.เข้าใจตลาด ตรงใจลูกค้า ปลูกพืชที่เป็นความต้องการของตลาด แปรรูปผลผลิตให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการขายผ่านช่องทางตลาดที่เข้าถึงลูกค้า และ 6.เศรษฐกิจเพิ่มคุณค่า ชุมชนพัฒนาอย่างยั่งยืน การรวมกลุ่มชุมชนให้เข้มแข็ง จัดการผลผลิตเกษตร การตลาด การจัดการเงินและสวัสดิการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ชุมชนจะสามารถเลิกแล้ง เลิกจนได้ อย่าพร่ำเฉยๆ จะเดินตามรอยเท้าพ่อ หยุดพูดได้มั้ย &amp;quot;น้ำคือชีวิต&amp;quot; หยุดพูดได้มั้ย &amp;quot;เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา&amp;rdquo; แล้วก็นั่งเฉยๆ ผลสำเร็จจะเกิดขึ้นต้องลงมือทำ ทุกวันนี้มีตัวอย่างชุมชนพัฒนาอย่างยั่งยืน ลุกขึ้นมาพึ่งพาตนเอง ด้วยการน้อมนำแนวพระราชดำริการบริหารจัดการน้ำอย่างเข้มแข็ง เหมาะสมกับพื้นที่และวิถีชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; บ้านดงขี้เหล็ก จ.ปราจีนบุรี เคยขาดน้ำ มีหนี้สิน เมื่อลงมือทำ วันนี้มีเงินกองทุน 480 ล้านบาท จากเริ่มต้น 1,000 กว่าบาท ขณะที่บริษัทห้างร้านเจ๊งหมด เพราะโควิด สิ่งที่ชุมชนต้องสลัดให้ออกถ้าคิดจะพึ่งพาภาครัฐ หรือมุ่งใช้น้ำในเขื่อนอย่างเดียว จะรอดพ้นภัยแล้งได้ยาก วันนี้บ้านดงขี้เหล็กทุกแปลงมีสระน้ำของตนเอง มีน้ำปลูกพืชกินได้ ปลูกสมุนไพร ส่ง รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร รายจ่ายลดลง ลูกหลานกลับมาบ้าน เพราะมีน้ำ มีกิน เมื่อเลิกแล้ง เลิกจน และตั้งเป้าปลายปีนี้จะรวยแล้ว&amp;quot; ดร.สุเมธยกตัวอย่างชุมชนที่แก้ปัญหาน้ำสำเร็จ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ชุมชนตำบลดงขี้เหล็ก จ.ปราจีนบุรี สร้างพื้นที่เก็บกักน้ำเชื่อมโยงเส้นทางน้ำในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงปีนี้เจอวิกฤติภัยแล้งวนกลับมาอีกรอบ ดร.สุเมธ ทิ้งท้ายถึงทางออก และความหวังว่า ถึงจะแล้งหนัก ก็มีน้ำ แต่จะหาพื้นที่กักเก็บน้ำไว้ใช้หรือเปล่าเท่านั้น ชุมชนที่พบความสำเร็จเก็บน้ำทุกหยด รู้และเข้าใจคำว่า &amp;quot;น้ำคือชีวิต&amp;rdquo; เช่น ชุมชนบ้านทับคริสต์ อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี มีอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก มีสระพวง ทำให้มีน้ำกินน้ำใช้ตลอดปี ชุมชนบ้านปากซวด จ.สุราษฎ์ฯ เปลี่ยนเป็นป่ายาง เสริมเรื่องเกษตรผสมผสาน ขณะที่บ้านลิ่มทอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ใช้ถนนเป็นทางระบายน้ำ รับน้ำหลากและน้ำฝน เก็บเข้าสระหนองทองลิ่ม นี่คือส่วนหนึ่งจาก 1,773 หมู่บ้านที่รอดภัยแล้ง เพราะจัดการน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ พัฒนาอย่างยั่งยืน ไม่ใช่ยิ่งพัฒนายิ่งทุกข์ ขาดน้ำ ขาดแม้กระทั่งอากาศหายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; หน่วยงานหรือชุมชนที่สนใจฝ่าวิกฤติน้ำด้วย &amp;quot;เลิกแล้ง เลิกจน&amp;rdquo; โมเดล สามารถติดต่อได้ที่สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) โทร.08-6626-6233 หรืออีเมล agro@hii.or.th.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96879</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.รอยล จิตรดอน, ภัยแล้งปี 64, สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.), เลิกแล้ง เลิกจน โมเดล, เอสซีจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210322/image_big_60584c0185ab8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
