<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟ้องพี่น้องจารวิจิต ฟอกเงิน797ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บูมพาพ่อแม่เข้ากองปราบฯ รับทราบข้อหาร่วมกันฟอกเงิน ให้การปฏิเสธ ยันเงิน 90 ล้านที่ลูกชายคนโตโอนให้ เป็นเงินที่ได้มาจากการทำธุรกิจของครอบครัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือบูม อดีตนักแสดง ผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน ได้พานายวิสิทธิ์ และนางเลิศฉัตรกมล จารวิจิต พ่อและแม่ เข้าพบ พ.ต.ท.สัณห์เพ็ชร หนูทอง รอง ผกก.สอบสวน กก.1 บก.ป. หลังถูกออกหมายเรียกในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน คดีหลอกนักลงทุนชาวฟินแลนด์ร่วมลงทุนในสกุลเงินบิตคอยน์ มูลค่ากว่า 797 ล้านบาท หลังตำรวจพบเส้นทางการเงินว่าพ่อและแม่ของบูมรับโอนเงินจากนายปริญญา จารวิจิต ลูกชายคนโต จำนวน 90 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ได้มาจากการหลอกลวงนายอาร์นี ออตตาวา ซาริมา นักธุรกิจชาวฟินแลนด์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการสอบปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมง นายจิรัชพิสิษฐ์เปิดเผยว่า พ่อและแม่ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมยืนยันความบริสุทธิ์ว่าเงินที่ได้รับโอนจากนายปริญญา จารวิจิต ลูกชายคนโต ได้มาจากการทำธุรกิจของครอบครัว และยืนยันไม่รู้จักกับนักธุรกิจชาวฟินแลนด์ โดยวันนี้ได้นำเอกสารเส้นทางการเงินมาชี้แจงกับตำรวจถึงที่มาของเงินที่ได้รับโอน และหลังจากนี้จะกลับไปรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารเกี่ยวกับรายรับ-รายจ่ายมาชี้แจงเพิ่มเติม ยอมรับรู้สึกโล่งใจที่วันนี้พ่อและแม่ได้รับการปล่อยตัว ทางครอบครัวพร้อมต่อสู้คดี ส่วนการยื่นประกันตัวของนายปริญญา เป็นเรื่องของทีมทนายดำเนินการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิสิทธิ์ และนางเลิศฉัตรกมล กล่าวว่า ขอความเป็นธรรมด้วย เนื่องจากไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.ท.สัณห์เพ็ชรกล่าวว่า เบื้องต้นได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับนายวิสิทธิ์ และนางเลิศฉัตรกมล ในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งทั้งคู่ได้ขอกลับไปรวบรวมหลักฐานเส้นทางการเงินต่างๆ ของครอบครัว เพื่อมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง เพื่อชี้แจงที่มาของเงินที่นายปริญญาโอนให้ ซึ่งจะต้องมอบให้เจ้าหน้าที่ไม่เกิน 15 วันหลังจากนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายปริญญา จารวิจิต อายุ 37 ปี (ตัวอยู่ในเรือนจำระหว่างฝากขัง), นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือบูม นักแสดงซีรีส์วัยรุ่นชื่อดัง อายุ 27 ปี, น.ส.สุพิชฌาย์ จารวิจิต อายุ 32 ปี ทั้งสามคนเป็นชาว จ.ชลบุรี ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัวและเป็นพี่น้องกัน เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้กระทำผิดฐานฟอกเงิน, ร่วมกันฟอกเงินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3, 5, 9, 60
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องบรรยายพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างต้นเดือน มิ.ย.-30 ธ.ค.2560 จำเลยทั้งสามกับพวกอีก 6 คนร่วมกันวางแผนและสมคบกันด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หลอกลวงชักชวนให้นายอาร์นี ออตตาวา ซาริมา ชาวฟินแลนด์ผู้เสียหาย ให้ร่วมลงทุนทำธุรกิจซื้อหุ้นของบริษัท เอ็กซ์เปย์ ซอร์ฟแวร์ จำกัด (Expay Software), ร่วมลงทุนประกอบธุรกิจสร้างเงินดิจิตอลสกุลดราก้อน คอยน์ กับบริษัท เอ็นเอ็กซ์ เชน อินคอร์ปอเรเต็ด (NX Chain Inc.) และซื้อหุ้นบริษัท ดีเอ็นเอ (2002) จำกัด (มหาชน) จำนวน 500 ล้านหุ้น ซึ่งผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินดิจิตอลสกุลบิตคอยน์ (Bitcoins) จำนวนหลายครั้งเข้าไปในกระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์ของจำเลยทั้งสามกับพวกที่เปิดรองรับไว้ แล้วพวกจำเลยได้นำเงินบิตคอยน์ดังกล่าวไปขายในระบบซื้อขายอินเทอร์เน็ต คิดเป็นเงินจำนวน 797,408,454.33 บาท และนำเงินที่ขายได้เข้าบัญชีธนาคารของจำเลยทั้งสามกับพวก ทั้งที่ความจริงแล้วไม่มีการลงทุนทำธุรกิจจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่จำนวนหุ้นของบริษัทดีเอ็นเอที่ผู้เสียหายได้ซื้อไปก็ไม่ได้ครบตามจำนวนที่ตกลงซื้อ ซึ่งภายหลังจำเลยทั้งสามกับพวกก็ได้ร่วมกันนำทรัพย์สินดังกล่าวที่ได้จากการกระทำผิดหลายครั้งนั้นไปเปลี่ยนสภาพเพื่อปกปิดแหล่งที่มา โดยเมื่อวันที่ 11 ต.ค.2560 จำเลยทั้งสามได้นำเงิน 20 ล้านบาท โดยนายปริญญา จำเลยที่ 1 เป็นผู้ซื้อและทำนิติกรรมซื้อที่ดิน 2 แปลง เนื้อที่ 2 งาน 7 ตารางวา แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม., วันที่ 12 ต.ค.2560 นายปริญญา จำเลยที่ 1 ได้นำเงิน 59 ล้านบาทไปซื้อที่ดิน 2 แปลง เนื้อที่ 3 งาน 143.5 ตารางวา แขวง-เขต ดินแดง กทม., วันที่ 19 ต.ค.2560 นายปริญญา จำเลยที่ 1 ได้นำเงิน 27,140,000 บาท ไปซื้อที่ดิน 2 แปลง เนื้อที่ 3 งาน 118.9 ตารางวา ใน จ.นนทบุรี, วันที่ 29 พ.ย.2560 นายปริญญา จำเลยที่ 1 ได้นำเงิน 18,450,000 บาทไปซื้อที่ดิน 1 แปลง เนื้อที่ 1 งาน 23 ตารางวา แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 6 ต.ค.2560 นายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม จำเลยที่ 2 นำเงิน 43,130,000 บาทไปซื้อที่ดิน 1 แปลง เนื้อที่ 3 งาน 80 ตารางวา แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม., วันที่ 6 ธ.ค.2560 น.ส.สุพิชฌาย์ จำเลยที่ 3 นำเงิน 8.5 ล้านบาทไปจดทะเบียนขายฝากที่ดิน 6 แปลง เนื้อที่ 94.5 ตารางวา แขวงจันทรเกษม, แขวงลาดยาว, แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุเกิดที่แขวงจันทรเกษม, แขวงลาดยาว, แขวงจอมพล เขตจตุจักร, แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา, แขวง-เขตดินแดง แขวง-เขตห้วยขวาง แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี, แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม., ต.บางกร่าง และ ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี, ต.บางพระ และ ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 9 ส.ค.2561 เจ้าพนักงานจับกุมสามารถจับกุมนายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม จำเลยที่ 2 ได้ ส่วน น.ส.สุพิชฌาย์ จำเลยที่ 3 จับกุมได้เมื่อวันที่ 15 ส.ค.2561 และจับกุมนายปริญญา จำเลยที่ 1 ได้เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา ในชั้นสอบสวนทั้งสามให้การปฏิเสธ ซึ่งท้ายคำฟ้อง อัยการก็ได้ระบุว่าหากจำเลยทั้งสามขอปล่อยชั่วคราวระหว่างการพิจารณาคดี ก็ให้เป็นดุลพินิจศาลในการสั่งประกันตัวไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลได้ประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ ฟย.50/2561 และนัดสอบคำให้การจำเลยทั้งสามในวันที่ 7 พ.ย. เวลา 09.00 น. โดยในส่วนของนายปริญญา จำเลยที่ 1 ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ในชั้นฝากขังตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา ศาลก็จะเบิกตัวจำเลยมาสอบคำให้การตามวัน-เวลาดังกล่าวต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม จำเลยที่ 2 กับ น.ส.สุพิชฌาย์ จำเลยที่ 3 ทั้งสองได้รับการประกันตัวตั้งแต่ชั้นฝากขังเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา คนละ 2 ล้านบาท ซึ่งศาลกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21180</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต, พ.ต.ท.สัณห์เพ็ชร หนูทอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลิศฉัตรกมล จารวิจิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181101/image_big_5bdb01149ef7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16283</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บูมพาพ่อแม่ เข้าให้ปากคำรับโอน90ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บูม&amp;quot; พาพ่อแม่เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบฯ หลังถูกออกหมายเรียกเพื่อสอบเส้นทางการเงิน จากการที่ลูกชายคนโตซึ่งยังหลบหนี โอนเงินเข้าบัญชีรวม 90 ล้าน ด้านผู้กองมนัสนัดให้ปากคำวันอังคาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) วันที่ 27 สิงหาคมนี้ นายสุวิทย์และนางเลิศฉัตรกมล จารวิจิต บิดา-มารดานายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม จารวิจิต ดารานักแสดง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาข้อหาร่วมกันฟอกเงิน เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน หลังจากเจ้าหน้าที่พบเส้นทางการเงินที่นายปริญญา จารวิจิต พี่ชายบูม ผู้ต้องหาคนสำคัญที่อยู่ระหว่างหลบหนี โอนเงินเข้าบัญชีเกือบ 100 ล้านบาท โดยวันนี้บูมได้พาบิดา-มารดาเข้าพบพนักงานสอบสวนด้วยตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายซึ่งเป็นชาวฟินแลนด์ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบปรามว่า ถูกนายปริญญา พร้อมกับพวก ร่วมกันหลอกลวงและร่วมกันวางแผนชักชวนให้ลงทุนประกอบธุรกิจซื้อขายสกุลเงินดิจิตอล ในชื่อ dragon coin (DRG) โดยหลอกลวงให้ซื้อหุ้นของบริษัท เอ็กซ์เปย์ ซอฟท์แวร์ จำกัด, NX Chain Inc. และหุ้นของบริษัท ดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน) ผู้เสียหายหลงเชื่อและร่วมลงทุนด้วยการโอนเหรียญบิตคอยน์ ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิตอล จำนวนหนึ่งเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ในบัญชีของกลุ่มผู้ต้องหา รวมเป็นเงิน 5,564.44650956 เหรียญบิตคอยน์ คิดเป็นสกุลเงินบาทไทย 797,408,454.33 บาท แต่เมื่อถึงกำหนดเวลานัดหมายที่จะได้รับส่วนแบ่งจากการลงทุน ผู้เสียหายกลับไม่ได้รับส่วนแบ่งหรือเงินปันผลแต่อย่างใด จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่กองปราบฯ ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับนายปริญญา นายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม และ น.ส.สุพิชย์ฌา พี่สาวบูม โดยนายปริญญาอยู่ระหว่างหลบหนี ส่วนพี่สาวได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ขณะที่บูมถูกจับกุม แต่บูมและพี่สาวได้ประกันตัวในชั้นศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า นายปริญญาได้โอนเงินเข้าบัญชีนายสุวิทย์ บิดา และบัญชีนางเลิศฉัตรกมล มารดา รวม 90 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวมาให้ปากคำในฐานะพยาน และในวันที่ 28 ส.ค. พนักงานสอบสวนได้เรียก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หรือผู้กองมนัส มาให้ปากคำที่ได้รับการโอนหุ้นจากนายปริญญา ว่าได้มาโดยชอบหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป กล่าวว่า วันนี้ครบกำหนดหมายเรียกครั้งที่ 1 ในส่วนของนายสุวิทย์และนางเลิศฉัตรกมล ที่จะต้องมาให้ปากคำเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน และการรับโอนเงินจากนายปริญญา ลูกชายคนโต หลังตรวจสอบพบมีเงินหมุนเวียนเข้าบัญชีจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;.วันที่ 29 สิงหาคมนี้ พนักงานสอบสวนได้เรียกบุคคล 5 คนเข้ารับทราบข้อกล่าวหาฉ้อโกง ประกอบด้วย นายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม นายปริญญาพี่ชายคนโต นายธนสิทธิ์ จารวิจิต พี่ชายคนรองของบูม นายชาคริส อาห์มัด ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท เอ็กเปย์ และนายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ เจ้าพ่อตลาดหุ้นเมืองไทย เนื่องจากพบข้อมูลว่าทั้งหมดเกี่ยวข้องกับการหลอกผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนบิตคอยน์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16283</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท เอ็กซ์เปย์ ซอฟท์แวร์ จำกัด, พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลิศฉัตรกมล จารวิจิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b83f9dd345d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
