<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43889</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลไม่ทบทวน จี้ปราบบุหรี่ไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระวังกันไว้ กฎหมายครอบครัวฉบับใหม่มีผลใช้บังคับแล้ว ขี้ยาสูบบุหรี่ในบ้านจนผู้ร่วมชายคาเจ็บป่วย มีความผิด นายกฯ ปิดประตูบุหรี่ไฟฟ้า ยันยังถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายห้ามนำเข้า ระบุต้องคำนึงถึงสุขภาพประชาชน ที่ผ่านมาเสียค่ารักษาผู้ป่วยจำนวนมาก กำชับเจ้าหน้าที่กวาดล้างตลาดมืด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล บ่ายวันที่ 20 สิงหาคมนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงนโยบายของรัฐบาลเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าจะแก้ไขกฎหมายให้เป็นสินค้าควบคุมหรือไม่ ว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการทบทวนเรื่องนี้ ยังคงยึดถือตามกฎหมายเดิม ที่เห็นว่าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายห้ามน้ำเข้า ห้ามจำหน่าย และครอบครอง ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขก็ต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าบุหรี่ไฟฟ้าอันตราย ส่งผลกระทบต่อสุขภาพผู้สูบ รวมทั้งเด็กและเยาวชนด้วย และตอนนี้มีการแพร่ระบาดในตลาดมืดจำนวนมาก ดังนั้นเจ้าหน้าที่ก็ต้องกำกับดูแลให้มากยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บางคนอยากให้นำสินค้าผิดกฎหมายในตลาดมืดเหล่านี้ ซึ่งมีมูลค่ามหาศาลมาทำให้ถูกกฎหมาย บางครั้งเรามองแค่รายได้ที่จะได้จากภาษีอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมองถึงสุขภาพด้วย ที่ผ่านมาเราเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยด้วยโรคถุงลมโป่งพองจำนวนมาก หรือหลายๆ โรคที่เรียกว่าโรคไม่ติดต่อ แต่เป็นโรคที่ทรมาน รักษานาน ค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นการประกันสุขภาพต่างๆ ก็มีปัญหาหมด ใช้เงินจำนวนมาก เราจึงต้องรักษาสุขภาพตัวเองให้ดีที่สุด&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ มีรายงานว่า ขณะนี้พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ.๒๕๖๒ ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2562 ให้มีผลบังคับใช้หลังประกาศ 90 วัน ได้มีผลบังคับใช้แล้วในวันที่ 20 สิงหาคม 2562 โดย พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้เน้นเรื่องการป้องกันความรุนแรงในครอบครัว ส่งเสริมครอบครัว และคุ้มครองสวัสดิภาพบุคคล ซึ่งการสูบบุหรี่ในบ้านอาจเข้าข่ายมีความผิดทางอาญา ฐานก่อความรุนแรงในครอบครัว เพราะทำลายสุขภาพคนในบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมาตรา ๔ บัญญัติว่า &amp;ldquo;ความรุนแรงในครอบครัว&amp;rdquo; หมายความว่า การกระทำใดๆ ที่บุคคลในครอบครัวได้กระทำต่อกันโดยเจตนาให้เกิดหรือในลักษณะที่น่าจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจ สุขภาพ เสรีภาพ หรือชื่อเสียง ของบุคคลในครอบครัว หรือบังคับหรือใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรมให้บุคคลในครอบครัวต้องกระทำการ ไม่กระทำการ หรือยอมรับการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดโดยมิชอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บุคคลในครอบครัว&amp;rdquo; หมายความว่า ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน คู่สมรส คู่สมรสเดิม ผู้ที่อยู่กินหรือเคยอยู่กินฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส บุตรบุญธรรม รวมทั้งบุคคลใด ๆ ที่ต้องพึ่งพาอาศัยและอยู่ในครัวเรือนเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ชี้แจงในเรื่องนี้ที่ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันในโลกโซเชียล ทั้งผู้ที่สูบบุหรี่และไม่สูบบุหรี่ ซึ่งก็มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็น หลายคนแสดงความคิดเห็นว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้จะเอาผิดกับผู้ที่สูบบุหรี่ในบ้านและห้ามไม่ให้มีการสูบบุหรี่ในบ้าน เกิดความไม่เป็นธรรมกับผู้ที่สูบบุหรี่ ขณะที่ส่วนหนึ่งคิดว่าเป็นการลิดรอนสิทธิส่วนบุคคล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดี สค. กล่าวว่า พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ.2562 ไม่ได้มีข้อบังคับหรือห้ามไม่ให้สูบบุหรี่ในบ้านอย่างที่เป็นข่าว โดยกฎหมายฉบับนี้มีเจตนารมณ์ที่ต้องการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีแก่บุคคลในครอบครัว ป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว กรณีของการสูบบุหรี่ภายในบ้านจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ ก็ต่อเมื่อควันบุหรี่ส่งผลกระทบให้คนในบ้านเกิดปัญหาสุขภาพ เช่น ป่วย และได้ผ่านกระบวนการตรวจสอบและพิสูจน์อย่างแน่ชัดจนสามารถยืนยันได้ว่าควันบุหรี่ทำให้คนในบ้านป่วยจริง จึงจะเข้าสู่กระบวนการปรับพฤติกรรม คือเข้ารับการบำบัดและเลิกบุหรี่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้การสูบบุหรี่ในบ้านยังอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ภายในครอบครัว นำไปสู่การทำความรุนแรงทั้งทางร่างกาย ทางจิตใจ หรือทางสุขภาพ ทั้งนี้ ผู้ที่สูบบุหรี่อาจจะหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ภายในบ้าน หรือถ้าจำเป็นต้องสูบก็ควรสูบในบริเวณที่จะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับคนในบ้านหรือบ้านใกล้เคียงกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชยนันท์ สิทธิบุศย์ ผอ.สำนักควบคุมการบริโภคยาสูบ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันกฎหมายมีการกระจายอำนาจให้ภูมิภาคสามารถดำเนินการเปรียบเทียบปรับกับผู้กระทำความผิดฝ่าฝืนสูบบุหรี่ในพื้นที่ห้ามสูบได้ โดยมอบอำนาจให้กับนายแพทย์สาธารณสุขเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งจากเดิมจะเป็นอำนาจของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดังนั้นขณะนี้ในส่วนภูมิภาคจึงอยู่ในช่วงรวบรวมข้อมูลว่า ในปี 2562 นี้ มีผู้ที่ฝ่าฝืนสูบบุหรี่ในพื้นที่ห้ามสูบทั้งหมดกี่ราย แต่ในส่วนของกรุงเทพฯ มีการปรับไปแล้วเกือบ 10 ราย เบื้องต้นปรับประมาณรายละ 1,000 บาท ซึ่งเป็นอัตราต่ำสุด เนื่องจากเป็นความผิดครั้งแรก แต่ครั้งต่อไปหากยังพบการกระทำผิดซ้ำอีกก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ว่าจะปรับในอัตรา 5,000 บาท ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดหรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชยนันท์กล่าวว่า กฎหมายกำหนดพื้นที่ห้ามสูบนั้น จริงๆ ต้องการให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎหมายมากกว่า ไม่ได้มุ่งหวังที่จะปรับ แต่เมื่อพบการกระทำความผิดก็จำเป็นต้องดำเนินการปรับเพื่อให้เกิดความหลาบจำ สำหรับสถานที่ห้ามสูบ อาทิ โรงพยาบาล สถานที่ราชการ สถานศึกษาที่ต่ำกว่าอุดมศึกษา วัด ป้ายรถประจำทาง เป็นต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43889</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยนันท์ สิทธิบุศย์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลิศปัญญา บูรณบัณฑิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5beae980f6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39177</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2019 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2019 11:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเข้าใจใหม่!&#039;อธิบดีสค.&#039;แจงชัดๆ&#039;สูบบหรี่ในบ้าน&#039;มีความผิดหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจาก&amp;nbsp;mgronline.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย.62 - &amp;nbsp;นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (อธิบดี สค.) กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)ชี้แจงกรณีที่มีการเสนอข่าวเรื่อง การสูบบุหรี่ในบ้าน จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ.2562 ซึ่งเตรียมจะบังคับใช้ 20 ส.ค.2562 นี้ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันในโลกโซเชียล ว่า พรบ.ฉบับนี้จะเอาผิดกับผู้ที่สูบบุหรี่ในบ้านและห้ามไม่ให้มีการสูบบุหรี่ในบ้าน เกิดความไม่เป็นธรรมกับผู้ที่สูบบุหรี่ ขณะที่ส่วนหนึ่งคิดว่าเป็นการลิดรอนสิทธิส่วนบุคคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดี สค. เปิดเผยว่า เกี่ยวกับความผิดเรื่องการสูบบุหรี่ในบ้านตามกฎหมายครอบครัวฉบับใหม่นี้ ขอเรียนให้ทราบว่า พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ.2562 ไม่ได้มีข้อบังคับหรือห้ามไม่ให้มีการสูบบุหรี่ในบ้านอย่างที่เป็นข่าวอยู่ขณะนี้ และหลายคนเข้าใจว่าสูบบุหรี่ในบ้านจะผิดกฎหมายทันทีเลย ซึ่งขอเรียนว่าไม่เป็นความจริง โดยกฎหมายฉบับนี้ มีเจตนารมณ์ที่ต้องการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีแก่บุคคลในครอบครัว ป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่ง &amp;ldquo;ความรุนแรงในครอบครัว&amp;rdquo; ตามกฎหมายฉบับนี้ หมายความว่า การกระทำใด ๆ ที่บุคคลในครอบครัวได้กระทำต่อกันโดยเจตนาให้เกิดหรือในลักษณะที่น่าจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจ สุขภาพ เสรีภาพ หรือชื่อเสียงของบุคคลในครอบครัว หรือบังคับหรือใช้อานาจครอบงำผิดคลองธรรมให้บุคคลในครอบครัวต้องกระทำการ ไม่กระทำการ หรือยอมรับการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดโดยมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีของการที่สูบบุหรี่ภายในบ้าน จะเข้าข่ายความผิดตาม พรบ.ฉบับนี้ ก็ต่อเมื่อ ควันบุหรี่ส่งผลกระทบให้คนในบ้านเกิดปัญหาสุขภาพ เช่นป่วย และได้ผ่านกระบวนการในการตรวจสอบและพิสูจน์อย่างแน่ชัดจนสามารถยืนยันได้ว่าควันบุหรี่ทำให้คนในบ้านป่วยจริง ถึงจะเข้าสู่กระบวนการปรับพฤติกรรม คือเข้ารับการบำบัดและเลิกบุหรี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การสูบบุหรี่ในบ้านยังอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ภายในครอบครัว นำไปสู่การทำความรุนแรงทั้งทางร่างกาย ทางจิตใจ หรือทางสุขภาพ ทั้งนี้ ผู้ที่สูบบุหรี่ อาจจะหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ภายในบ้าน หรือถ้าจำเป็นต้องสูบก็ควรสูบในบริเวณที่จะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับคนในบ้านหรือบ้านใกล้เคียงกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39177</URL_LINK>
                <HASHTAG>สูบบุหรี่ในบ้าน, เลิศปัญญา บูรณบัณฑิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190622/image_big_5d0da9ffe9003.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7056</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2018 16:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาดน้ำไร้แอลกอฮอล์ ลดอุบัติเหตุ-เสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เทศกาลสงกรานต์ถือเป็นประเพณีงดงามของชาวไทยที่สืบทอดกันมายาวนาน เพื่อแสดงออกถึงความรัก ความผูกพันของคนในครอบครัว ชุมชน และสังคม ผ่านกิจกรรมงานบุญต่างๆ รวมทั้งการละเล่นสร้างสรรค์ที่สนุกสนาน โดยเฉพาะการเล่นสาดน้ำ ที่สร้างชื่อเสียงทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไปทั่วโลก แต่ระยะหลังการเล่นสาดน้ำเริ่มผิดเพี้ยนไปจากประเพณีดั้งเดิม เนื่องจากมีการบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เข้าไปในพื้นที่จัดงาน นำมาซึ่งปัญหาต่างๆ มากมาย เช่น อุบัติเหตุบนท้องถนน ที่แต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก การทะเลาะวิวาท รวมทั้งการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้หญิง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยความตระหนักถึงปัญหานี้ เมื่อเร็วๆ นี้ ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว พม. พร้อมด้วยนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย (มท.) ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการแผนนโยบาย สาธารณะ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ตลอดจนผู้แทนกรุงเทพมหานคร และผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมกันแถลงข่าวรณรงค์ &amp;ldquo;สงกรานต์ปลอดเหล้า ปลอดภัย ไม่ลวนลาม&amp;rdquo; โดยภายในงานมีการแสดง แต่งไทยย้อนยุค และแรปเพลง&amp;nbsp; &amp;ldquo;สงกรานต์ ปลอดเหล้า ปลอดภัย ไม่ลวนลาม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เลิศปัญญา บูรณบัณฑิต)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายเลิศปัญญากล่าวว่า ในแต่ละปีปัญหาการล่วงละเมิดต่อผู้หญิงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งในบริเวณที่เป็นพื้นที่เล่นสงกรานต์และบริเวณใกล้เคียง แม้จะได้มีความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ รณรงค์ให้เกิดความตระหนัก แต่ปัญหาก็ยังคงมีอยู่ และที่สำคัญ เมื่อเกิดปัญหาขึ้นแล้วไม่ค่อยมีใครรู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไป โดยเฉพาะผู้ถูกกระทำมักไม่รู้สิทธิ์ของตนเอง แต่ถูกทำให้เข้าใจไขว้เขวว่าเป็นความผิดของตนเอง ส่งผลให้ตัดสินใจ ไม่แจ้งความ ไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทำให้ผู้กระทำผิดยังสามารถอยู่ได้ในสังคม ปัญหาจึงไม่หมดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การรณรงค์ สงกรานต์ ปลอดเหล้า ปลอดภัย ไม่ลวนลาม ที่ร่วมกันดำเนินการในครั้งนี้ มีทั้งการป้องกันและการแก้ไข เพื่อสร้างการรับรู้แก่หญิงชายทั่วไปว่า การล่วงละเมิดทางเพศนั้นเป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา จนทุกคนละเลย ไม่สนใจ ไม่ระแวดระวัง ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หากแต่เป็นพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์และผิดกฎหมาย และเพื่อสร้างความรู้ว่า เมื่อเรารับรู้ว่าเกิดการล่วงละเมิดทางเพศขึ้น ต้องตระหนักว่าเป็นเรื่องที่ต้องให้ความช่วยเหลือ และรู้ว่าการช่วยเหลือต้องเป็นเช่นไร ไปทางไหนก่อนหลัง เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถูกกระทำ&amp;rdquo; นายเลิศปัญญากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการ สสส. กล่าวว่า จากข้อมูลผลสำรวจความคิดเห็นต่อการจัดงานสงกรานต์ ปี 2560 โดยศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB) ระบุว่า มีสิ่งที่ประชาชนกังวลเมื่อมาเที่ยวสงกรานต์ 3 ประเด็น คือ การทะเลาะ วิวาท ร้อยละ 55.9 การเล่นน้ำที่รุนแรง ร้อยละ 40.9 และอุบัติเหตุ ร้อยละ 38.6 ทั้งนี้ คนมาเที่ยวงานสงกรานต์เห็นว่าการเล่นสงกรานต์แบบไร้แอลกอฮอล์จะช่วยลดอุบัติเหตุ การเสียชีวิต ลดปัญหาทะเลาะวิวาทได้ และเห็นว่าการจัดสงกรานต์ปลอดเหล้าไม่ได้ทำให้นักท่องเที่ยวลดลง โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 80.6 เห็นด้วยว่าการจัดงานสงกรานต์ควรจัดแบบปลอดเหล้า แต่อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 68.2 ยังเห็นว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงสงกรานต์เป็นเรื่องปกติธรรมดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ข้อมูลงานวิจัยชี้ชัดว่า การจัดงานสงกรานต์ปลอดเหล้า หรือกำหนดโซนนิงพื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้า มีส่วนช่วยกระตุ้นความสนใจให้คนมาเที่ยวงานมากขึ้น ซึ่งข้อมูลดังกล่าวสอดรับกับคนส่วนใหญ่ที่เห็นว่างานสงกรานต์ปลอดเหล้าไม่ได้ทำให้นักท่องเที่ยวลดลง ไม่ได้ทำให้บรรยากาศเงียบเหงา หรือไปกระทบก่อผลเสียต่อธุรกิจท่องเที่ยวและบริการกลับช่วยให้สงกรานต์เป็นเทศกาลแห่งความสุขปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เรื่องที่ยังน่าห่วงคือ การจัด Midnight สงกรานต์ หรือสงกรานต์เล่นน้ำกลางคืน ที่ถูกธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใช้เป็นเครื่องมือส่งเสริมการขายเหล้า-เบียร์ โดยจัดกิจกรรมเล่นน้ำตามผับ บาร์ ร้านเหล้า และลานหน้าห้างสรรพสินค้า มีคอนเสิร์ตพ่วงลานเบียร์ อาจกลายเป็นสาเหตุสำคัญของความสูญเสียได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ที่ผ่านมา สสส.และภาคี สสส.ได้ริเริ่มจัดพื้นที่โซนนิงปลอดเหล้า ไม่อนุญาตให้นำเหล้า-เบียร์เข้าพื้นที่ที่จัดไว้ให้เป็นพื้นที่เล่นน้ำ โดยถนนข้าวเหนียว จังหวัดขอนแก่น เป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรก กระทั่งขยายกลายเป็น 50 ถนน ตระกูลข้าวและ 100 พื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้า จากนั้นกระทรวงมหาดไทยได้ขยายเขตโซนนิงไปอีกกว่า 3,200 แห่งทั่วประเทศ และปีนี้ขยับสร้างพื้นที่เล่นน้ำปลอดภัยเข้มข้นในทุกอำเภอ ทุกจังหวัด รวมถึงสร้างมาตรการดูแลเรื่องความปลอดภัยทางถนน อาทิ รณรงค์สวมหมวกและคาดเข็มขัดนิรภัย การตั้งด่านชุมชน สร้างมาตรการและความร่วมมือระดับชุมชนศูนย์ถนนระดับอำเภอ การตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในผู้ขับขี่ ทั้งนี้ สสส.ได้สนับสนุนสื่อรณรงค์แบรนเนอร์ 5,000 ผืน และสติกเกอร์ 50,000 แผ่น เพื่อใช้รณรงค์สงกรานต์ปลอดภัยปีนี้ด้วย&amp;rdquo; ผู้จัดการ สสส.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางด้านนายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการแผนนโยบาย สาธารณะ สคล. กล่าวว่า สงกรานต์นี้สิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง คือปัญหาความสูญเสียจากอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง การเล่นน้ำที่รุนแรง ทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกาย รวมถึงพฤติกรรมเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว ไม่สวมหมวกนิรภัย ยิ่งหลังเที่ยงคืน เป็นช่วงเวลาที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแล เนื่องจากอ่อนล้าหลังปฏิบัติหน้าที่มาทั้งวัน หากพื้นที่ไหนไม่จัดงานปลอดเหล้า ส่งเสริมให้ดื่มหนักตั้งแต่หัวค่ำยันเที่ยงคืน ผู้มาร่วมงานส่วนใหญ่เป็นเยาวชน อยู่ในสภาพมึนเมา เมื่อเดินทางกลับบ้านโดยรถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกกันน็อก ขับรถเร็ว จึงเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ เจ็บ-ตายเพิ่มมากขึ้น รวมถึงพฤติกรรมการล่วงละเมิดคุกคามทางเพศก็ง่ายที่จะเกิดขึ้น ซึ่งน้ำเมาเป็นต้นเหตุของการลวนลาม อนาจาร มีผลลบต่อการท่องเที่ยว เพราะบางชาติเขาถือเรื่องนี้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ภาคีเครือข่ายฯ และ สสส.เคยนำร่องบทเรียนความสำเร็จจัดงาน Midnight สงกรานต์กลางคืนแบบปลอดเหล้า เช่น ถนนข้าวทิพย์ปลอดเหล้า จังหวัดจันทบุรี มีโครงการฝากเหล้าไว้กับตำรวจ งาน Hadyai Midnight Paradise ที่สงขลา จัดแบบสนุกได้ไร้แอลกอฮอล์ มีการตั้งคอนเสิร์ตและปาร์ตี้โฟม และงานสงกรานต์โนแอล ที่ห้าง Limelight Avenue ที่ภูเก็ต และการจัดงานที่หน้า CentralWorld กรุงเทพฯ ที่จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 7 ยืนยันผลสำเร็จของการควบคุมผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ได้อย่างมาก&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อรู้ปัจจัยความสูญเสียต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงสงกรานต์ ว่าล้วนมีบ่อเกิดจากเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ จึงถึงเวลาที่ทุกฝ่ายจะต้องตระหนักและเห็นแก่ส่วนรวมด้วยการหันมาเที่ยวสงกรานต์แบบปลอดเหล้า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7056</URL_LINK>
                <HASHTAG>Midnight, ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์, ทะเลาะวิวาท, ประเพณี, ปลอดภัย, ปลอดเหล้า, พม., มท., ล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้หญิง, สคล., สสส., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุบัติเหตุบนท้องถนน, เลิศปัญญา บูรณบัณฑิต, ไม่ลวนลาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180413/image_big_5ad079a1675d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
