<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2025 18:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ประชาสังคม’ ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากความพยายามผลักดัน &amp;lsquo;ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม พ.ศ. ....&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;ร่างฯองค์กรภาคประชาสังคม&amp;rsquo; ของเอ็นจีโอและประชาสังคมจำนวนหนึ่ง ทำให้ได้ทบทวนความรู้สึกนึกคิดว่า ที่ทางนิยาม ความหมายของ &amp;lsquo;ประชาสังคม&amp;rsquo; ในสังคมไทยเป็นอย่างไรบ้างแล้วในปัจจุบันที่คาดว่าจะส่งผลต่อไปในอนาคต
ในความแตกต่างและหลากหลายของสภาพแวดล้อมของสังคมและการเมืองไทยได้ก่อให้เกิดประชาสังคมที่แตกต่างและหลากหลายประเภทอยู่ร่วมกัน และแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่ความแตกต่างและหลากหลายของสภาพแวดล้อมของสังคมและการเมืองไทยจะทำให้เกิดประชาสังคมเพียงประเภทเดียวขึ้นมาโดยไม่สามารถก่อให้เกิดประชาสังคมประเภทอื่นๆ ได้ &amp;nbsp;ถ้าสังคมและการเมืองไทยมีประชาสังคมอยู่เพียงประเภทเดียวก็ไม่น่าจะเรียกองคาพยพนั้นว่าเป็นประชาสังคมได้ ซึ่งก็คล้ายๆ กับความหลากหลายทางชีวภาพที่เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งของวิวัฒนาการทางธรรมชาติ ประชาสังคมที่แตกต่างและหลากหลายประเภทก็เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งของวิวัฒนาการทางสังคมและการเมืองไทย
ในความแตกต่างและหลากหลายประเภทนั้นก็มีทั้งความแตกต่างและหลากหลายใน &amp;lsquo;แนวราบ&amp;rsquo; และ &amp;lsquo;ซ้อนเป็นชั้น&amp;rsquo; คละเคล้าอยู่ร่วมกัน ซึ่งก็มีทั้งรูปแบบ แนวทาง ความชอบ &amp;nbsp;ความถนัด วิธีการและอุดมการณ์เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความแตกต่างและหลากหลายในแนวราบขึ้น เช่น บางประชาสังคมก็ทำงานหรือสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวกับเด็ก เยาวชน นักเรียนนักศึกษาในระบบและนอกระบบ คนจนเมือง คนจนชนบท ผู้ยากไร้ คนไร้บ้าน ผู้ด้อยโอกาส กลุ่มเปราะบาง คนชรา คนพิการ ผู้หญิง กลุ่มความหลากหลายทางเพศ ฯลฯ &amp;nbsp;
บ้างก็ทำงานหรือสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเฉพาะในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศ &amp;nbsp;ภาวะโลกร้อน บ้างก็ทำงานหรือสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเฉพาะในประเด็นด้านสิทธิผู้บริโภค บ้างก็ทำงานหรือสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวกับสวัสดิการสังคม บ้างก็ทำงานหรือสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวกับสังคมสงเคราะห์ บ้างก็ทำงานหรือสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเฉพาะในประเด็นนโยบายสาธารณะ บ้างก็ทำงานหรือสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเฉพาะในประเด็นการพึ่งพาตนเองทางเศรษฐกิจในระดับบุคคล ครอบครัวและชุมชนท้องถิ่น เป็นต้น
ในส่วนของความแตกต่างและหลากหลายที่ซ้อนเป็นชั้นนั้น เมื่อมองในแง่ของความแตกต่างและหลากหลายในแนวราบด้วยกันเอง จะเห็นได้ว่าประชาสังคมที่ทำงานหรือสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเฉพาะในประเด็นนั้นๆ ทั้งในระดับกลุ่ม/องค์กรหรือตัวบุคคลก็อาจมีความสนใจทำงานหรือเข้าร่วมกิจกรรมในประเด็นอื่นๆ ด้วย และเมื่อมองในแง่ของความสัมพันธ์เชิงอำนาจและความคิดทางการเมืองแล้ว ได้ทำให้ประชาสังคมที่แตกต่างและหลากหลายในแนวราบ ไม่ว่าจะทำงานหรือสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเฉพาะในประเด็นเดียวกันหรือต่างประเด็นกันหรือทับซ้อนกัน &amp;nbsp;
ทั้งในระดับกลุ่ม/องค์กรหรือตัวบุคคล เลือกที่จะสังกัดกลุ่มก้อนที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์เชิงอำนาจและความคิดทางการเมืองแตกต่างกันไป เช่น ประชาสังคมที่แตกต่างและหลากหลายในแนวราบเหล่านั้นอาจชอบทำงานหรือสนใจเข้าร่วมกิจกรรมแบบเป็นหุ้นส่วนกับรัฐ หรือแบบไม่เป็นหุ้นส่วนกับรัฐ (ยิ่งถ้าเอาความเป็น/ไม่เป็นหุ้นส่วนกับภาคธุรกิจเอกชนมาร่วมพิจารณาด้วย (เนื่องจากรัฐกับทุนไม่สามารถแยกขาดจากกันได้อย่างชัดเจน) ยิ่งมีความแตกต่างและหลากหลายมากขึ้น &amp;nbsp;เช่น ประชาสังคมแบบเป็นหุ้นส่วนกับรัฐและภาคธุรกิจเอกชน &amp;nbsp;หรือแบบเป็นหุ้นส่วนกับรัฐแต่ไม่เป็นหุ้นส่วนกับภาคธุรกิจเอกชน หรือแบบเป็นหุ้นส่วนกับภาคธุรกิจเอกชนแต่ไม่เป็นหุ้นส่วนกับรัฐ หรือแบบไม่เป็นหุ้นส่วนทั้งกับรัฐและภาคธุรกิจเอกชน), &amp;nbsp;
หรือประชาสังคมที่แตกต่างและหลากหลายในแนวราบ &amp;nbsp;ไม่ว่าจะทำงานหรือสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเฉพาะในประเด็นเดียวกันหรือต่างประเด็นกันหรือทับซ้อนกัน ทั้งในระดับกลุ่ม/องค์กรหรือตัวบุคคล อาจเลือกอย่างชัดเจนว่ามีความคิดและจุดยืนทางการเมืองอย่างไร เช่น แบบประชาธิปไตย หรือแบบเผด็จการอำนาจนิยม หรือแบบอื่นๆ เป็นต้น
แต่ประชาสังคมที่เกิดขึ้นจากร่างฯ องค์กรภาคประชาสังคมมีแนวทางชัดเจนที่จะรวบรวมประชาสังคมที่มีความแตกต่างและหลากหลายในแนวราบให้ยังคงความแตกต่างและหลากหลายในแนวราบอยู่ได้ แต่ขจัดความแตกต่างและหลากหลายที่ซ้อนเป็นชั้นในแง่ความสัมพันธ์เชิงอำนาจและความคิดทางการเมืองให้เป็นประชาสังคมที่มีความสัมพันธ์เชิงอำนาจและความคิดทางการเมืองประเภทเดียว นั่นคือประชาสังคมแบบที่ต้องเป็นหุ้นส่วนกับรัฐเพื่อขับเคลื่อนประเทศตามที่กำหนดในยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศและอยู่ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
จากข้อสังเกต ธรรมชาติอย่างหนึ่งของประชาสังคมไม่ว่าจะมีความแตกต่างและหลากหลายแบบใด ทั้งในแนวราบและซ้อนเป็นชั้น และไม่ว่าจะมีความคิดและจุดยืนทางการเมืองแบบใด คือการแลกเปลี่ยนและถกเถียงอย่างกว้างขวางและลึกซึ้ง ซึ่งบรรยากาศของสังคมและการเมืองที่เอื้อประโยชน์ที่สุดในการแลกเปลี่ยนและถกเถียงของประชาสังคมก็คือบรรยากาศแบบประชาธิปไตย แต่ร่างฯ องค์กรภาคประชาสังคมทั้งฉบับมีคำว่า &amp;lsquo;ประชาธิปไตย&amp;rsquo; อยู่เพียงคำเดียว &amp;nbsp;ปรากฏอยู่ในบันทึกหลักการและเหตุผลประกอบร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยมีสาระเพียงแค่ว่าเพื่อส่งเสริมให้ประชาชน/ประชาสังคมมีบทบาทและมีส่วนร่วมในทางการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข &amp;nbsp;ส่วนประชาธิปไตยในความหมายอื่นๆ เช่น ประชาธิปไตยอันยึดโยงกับอำนาจอธิปไตยของประชาชน ที่มีความหมายกว้างขวางและลึกซึ้งกว่า ไม่ปรากฏอยู่ในร่างกฎหมายฉบับนี้สักคำเดียว
ถึงแม้ร่างกฎหมายฉบับนี้มิอาจทำลายความแตกต่างและหลากหลายของประชาสังคมประเภทอื่นๆ ลงไปได้ เนื่องจากเปิดให้ประชาสังคมประเภทอื่นๆ ที่ต้องการได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนและปัจจัยดำเนินงานอื่นๆ จากรัฐต้องจดทะเบียนตามที่กฎหมายกำหนดด้วยความสมัครใจ ไม่ได้บังคับและมีบทลงโทษประชาสังคมทุกประเภทเหมือนกับ &amp;lsquo;ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน พ.ศ. ....&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;ร่างฯ องค์กรไม่แสวงหารายได้&amp;rsquo; หากไม่จดทะเบียนตามที่กฎหมายกำหนดก็ตาม หากร่างกฎหมายฉบับนี้ถูกประกาศใช้บังคับก็ยังคงมีประชาสังคมอยู่อีกจำนวนมากปฏิเสธการมีอยู่ของยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศที่มีกระบวนการได้มาโดยไม่ชอบธรรมจากการทำรัฐประหาร โดยตั้งกรรมการและสมาชิกสภาปฏิรูปขึ้นมาจำนวนหนึ่ง ซึ่งไม่สามารถเป็นตัวแทนอันชอบธรรมเพราะไม่มีความยึดโยงใดๆ กับประชาชนเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;ซึ่งผลที่ได้ออกมาก็ชัดเจนว่าเป็นการวางยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศระยะยาวที่เอื้อประโยชน์ต่อนายทุนมากกว่าการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างความอยู่ดีมีสุขแก่ประชาชน และยังคงมีประชาสังคมอยู่อีกจำนวนมากที่ตั้งคำถามต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขว่าเป็นระบอบที่เปิดโอกาสให้สถาบันกษัตริย์อยู่เหนือรัฐธรรมนูญมากเกินไป ซึ่งไม่สอดคล้องและเหมาะสมต่อความต้องการของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยตัวจริงหรือไม่ อย่างไร แต่ร่างกฎหมายฉบับนี้ก็ทำให้ได้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของเอ็นจีโอและประชาสังคมจำนวนหนึ่ง (โดยเฉพาะพวกที่อยู่วงในที่เป็นแกนหลักในการล็อบบี้และเจรจาปรึกษาหารือกับรัฐ) ที่ค่อนข้างล้าหลัง คับแคบ อนุรักษนิยมและตามไม่ทันความเป็นไปของประชาสังคมโลก ไม่สอดคล้องกับประสบการณ์ บทเรียนและวัยของชีวิตแต่ละคนที่สมควรให้คนรุ่นหลังเอาเป็นแบบอย่างเพราะได้ทำงานอย่างมุ่งมั่นเข้มแข็งเพื่อ &amp;lsquo;ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน&amp;rsquo; มาตลอด 20&amp;ndash;40 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นข้อผิดพลาดสำคัญประการหนึ่งที่ได้สร้างบรรทัดฐานให้ประชาสังคมโลกทำความรู้จักประชาสังคมไทยผ่านเพียงแค่ร่างกฎหมายฉบับนี้
อีกหนึ่งข้อผิดพลาดที่เกี่ยวเนื่องตามประเด็นที่กล่าวมาคือการนิยาม &amp;lsquo;องค์กรภาคประชาสังคม&amp;rsquo; ว่า &amp;ldquo;องค์กรที่ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรธุรกิจ ไม่ว่าจะมีสถานะเป็นนิติบุคคลหรือไม่ก็ตาม จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ของชุมชน ท้องถิ่น สังคมหรือส่วนรวมโดยไม่แสวงหากําไรมาแบ่งปันกัน แต่ไม่รวมถึงนิติบุคคล องค์กรหรือคณะบุคคลที่จัดตั้งและดําเนินการเพื่อเอื้อประโยชน์ให้พรรคการเมือง องค์กรธุรกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ ทั้งโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม &amp;nbsp;ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด&amp;rdquo; ซึ่งเป็นการนิยามโดยจัดวางตำแหน่งแห่งที่ของประชาสังคมไม่สอดคล้องและเหมาะสมตามบริบทสังคมและการเมืองไทยเลย&amp;nbsp;กล่าวคือ เป็นนิยามที่เห็นแต่ &amp;#39;ลักษณะ&amp;#39; แต่ไม่เห็น &amp;#39;เนื้อหา&amp;#39; ว่าประชาสังคมนั้นทำงานหรือดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับอะไร หรืออาจจะเป็นนิยามที่เห็นแต่ความแตกต่างและหลากหลายในแนวระนาบ แต่ไม่เห็นความแตกต่างและหลากหลายที่ซ้อนเป็นชั้น ซึ่งเป็นการสร้างภาพลักษณ์ ตัวตนและวาทกรรมของประชาสังคมแบบไม่ครบถ้วนและบิดเบี้ยว&amp;nbsp;&amp;nbsp;
หากร่างกฎหมายฉบับนี้ถูกประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายขึ้นมาก็อาจมีการนำนิยามองค์กรภาคประชาสังคมที่อยู่ในตัวบทกฎหมายถูกนำไปใช้ตีความ ให้ความหมายหรือทำความเข้าใจประชาสังคมที่อยู่นอกบังคับของกฎหมายนี้ได้&amp;nbsp;หรือในกรณีที่เลวร้ายยิ่งขึ้นอาจมีการนำนิยามองค์กรภาคประชาสังคมที่อยู่ในตัวบทกฎหมายถูกนำไปใช้พิจารณาคดีต่อประชาสังคมที่อยู่นอกบังคับของกฎหมายนี้ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ดังเช่นกรณีตัวอย่างของ &amp;#39;พื้นที่แหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึม&amp;#39; ที่เป็นคำที่อยู่ในมาตรา 17 วรรคสี่ ของกฎหมายแร่ฉบับใหม่ (พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2560)&amp;nbsp;แต่ไม่มีนิยามใดๆ ของคำนี้อยู่ในตัวบทกฎหมายดังกล่าว&amp;nbsp;เมื่อประชาชนในพื้นที่ลุกขึ้นมาคัดค้านการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ชนิดหนึ่ง&amp;nbsp;แล้วพบว่าพื้นที่ในและโดยรอบเขตคำขอประทานบัตรมีทางน้ำไหลจนไหลรวมกันเป็นร่องน้ำ&amp;nbsp;จากร่องน้ำก็ไหลรวมกันเป็นลำห้วย&amp;nbsp;จากลำห้วยก็ไหลรวมกันเป็นลำน้ำและแม่น้ำในลำดับต่อๆ ไป&amp;nbsp;หรือตรงขอบเขตในและโดยรอบพื้นที่คำขอประทานบัตรพบร่องน้ำลำธารไหลลอดภูเขาขึ้นมาเป็นตาน้ำซับน้ำซึมอันเป็นต้นทางของลำห้วย ลำธาร ลำน้ำและแม่น้ำในลำดับต่อๆ ไป &amp;nbsp;
ประชาชนในพื้นที่ก็หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาคัดค้านการดำเนินการเพื่อขอประทานบัตรทำเหมืองในพื้นที่นั้นๆ ได้อย่างมีน้ำหนักของเหตุและผล จนเป็นเหตุให้พื้นที่คำขอประทานบัตรหลายแห่งมิอาจดำเนินการเพื่อขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ชนิดต่างๆ ต่อไปได้&amp;nbsp;เพราะกฎหมายแร่ฉบับใหม่ระบุไว้ชัดเจนว่าพื้นที่ใดก็ตามหากเป็นพื้นที่แหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึมจะต้องถูกกันออกจาก &amp;#39;เขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมือง&amp;#39; ซึ่งจะนำพื้นที่เหล่านั้นไปดำเนินการเพื่อขอประทานบัตรทำเหมืองมิได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;
สิ่งที่เป็นประโยชน์เมื่อไม่มีนิยามของคำว่าแหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึมอยู่ในกฎหมายแร่ฉบับใหม่ก็ทำให้ฝ่ายประชาชนเองนิยามคำนี้ได้กว้างขวางอย่างสอดคล้องต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตในการทำมาหากินในพื้นที่นั้นๆ แม้ว่ารัฐได้พยายามนำนิยามความหมายของ &amp;#39;ต้นน้ำ&amp;#39;,&amp;nbsp;&amp;#39;ป่าต้นน้ำ&amp;#39;,&amp;nbsp;&amp;#39;พื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำ&amp;#39; ที่ปรากฏอยู่ในกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ กฎหมายอื่นๆ &amp;nbsp;และมติคณะรัฐมนตรีฉบับต่างๆ มาเทียบเคียงแหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึมเพื่อสร้างความชอบธรรมในการดำเนินการขอประทานบัตรพื้นที่นั้นๆ ต่อไปให้ได้ แต่ก็ไม่สามารถนำมาโต้แย้งและทำลายความชอบธรรมที่ฝ่ายประชาชนให้นิยามความหมายได้อย่างราบรื่นนัก เพราะเป็นคนละนิยามที่มีรายละเอียดในนิยามแตกต่างกันพอสมควร &amp;nbsp;
ในทำนองเดียวกัน เมื่อร่างฯ องค์กรประชาสังคมได้นิยามองค์กรภาคประชาสังคมเช่นนั้นแล้ว&amp;nbsp;และหากร่างกฎหมายฉบับนี้ถูกประกาศบังคับใช้ขึ้นมา หากมีกรณีพิพาทใดๆ เกี่ยวกับประชาสังคม ก็อาจจะมีการหยิบยกนิยามองค์กรภาคประชาสังคมในกฎหมายนี้ขึ้นมาเป็นคุณหรือโทษต่อการพิจารณาคดีได้
นี่จึงเป็นเหตุอันไม่สมควรที่ร่างกฎหมายฉบับนี้จะนิยามองค์กรภาคประชาสังคมไว้ในกฎหมาย&amp;nbsp;ปล่อยให้นิยามความหมายของประชาสังคม/องค์กรภาคประชาสังคมร่องรอยอยู่ในความรู้สึกนึกคิดของผู้คนที่มากไปกว่านิยามในกฎหมายดีกว่า&amp;nbsp;เพราะคำคำนี้ได้ขยับขยายที่ทาง ความหมายและตัวตนอย่างกว้างขวางในระดับสากลโลกไปแล้ว&amp;nbsp;เป็นทั้งแนวคิดและปรัชญา&amp;nbsp;ไม่ควรเขียนกฎหมายเพื่อนิยามความหมายของคำคำนี้ให้อึดอัดคับแคบไม่สอดคล้องกับความเข้าใจของผู้คนในสากลโลกน่าจะดีกว่า
ท้ายที่สุดแล้ว&amp;nbsp;การขอความร่วมมือให้เอ็นจีโอและประชาสังคมร่วมกันแสดงพลังคัดค้าน &amp;lsquo;ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน พ.ศ. ....&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;ร่างฯ องค์กรไม่แสวงหารายได้&amp;rsquo; เพราะเป็นกฎหมายที่เลวร้ายกว่า โดยยังผลักดัน &amp;lsquo;ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม พ.ศ. ....&amp;rsquo; &amp;nbsp;หรือ &amp;lsquo;ร่างฯ องค์กรภาคประชาสังคม&amp;rsquo; ต่อไป เพราะเห็นว่าเป็นร่างกฎหมายที่มีเนื้อหาดีกว่า ซึ่งมีประชาชนเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายนี้กว่าหมื่นคนนั้น ไม่น่าจะเป็นแนวทางที่ดี เพราะแนวทางที่ดีกว่าคือการคัดค้านปัดตกร่างกฎหมายทั้งสองฉบับนี้ไปพร้อมๆ กัน เพราะร่างกฎหมายทั้งสองฉบับนี้มีลักษณะที่ค่อนข้างล้าหลัง คับแคบ อนุรักษนิยมและตามไม่ทันความเป็นไปของประชาสังคมโลก
และท้ายของท้ายที่สุด หากเอ็นจีโอและประชาสังคมจำนวนหนึ่งยังต้องการผลักดันร่างกฎหมายนี้ต่อไป&amp;nbsp;มีข้อแนะนำสองข้อโดยให้ทำทั้งสองข้อไปด้วยกัน&amp;nbsp;ไม่ทำเพียงข้อใดข้อหนึ่งเท่านั้น&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;หนึ่ง-ให้เอานิยาม &amp;#39;องค์กรภาคประชาสังคม&amp;#39; หรือคำใดก็ตามที่เกี่ยวเนื่องกับประชาสังคมออกจากร่างกฎหมายนี้เสีย&amp;nbsp;ปล่อยให้ประชาสังคมทำงานในระดับปรัชญาความคิดของผู้คนที่อยู่นอกการจำกัดกรอบความคิดของกฎหมายที่อึดอัดคับแคบ&amp;nbsp;สอง-เปลี่ยนชื่อร่างกฎหมายฉบับนี้ ที่มีชื่อเต็มว่า &amp;lsquo;ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม พ.ศ. ....&amp;rsquo; โดยตัดคำว่า &amp;lsquo;ประชาสังคม&amp;rsquo; ออกเสีย. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์&lt;/p&gt;
faz123
gembet99
lucabet168
joker999
123auto
123vega
369superslot
bitbet69
ezcasino
fox88
g2g24time
goodbet711
huc99
fafa888
918kissauto
akbet
asia999
g2g789t
gcwon99
goal123
kingkongxo
lava168
luk666
g2gbet
1ufa
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120120</URL_LINK>
                <HASHTAG>เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์, ‘ประชาสังคม’ ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d987f4a1f9c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78781</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2020 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2020 15:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อรื้อคดีสังหารนักสู้เหมืองหินดงมะไฟ หัวหน้าพรรคสามัญชนชี้2คดียังไม่หมดอายุความ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.63- ภายหลังจากช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีกระแสข่าวการขู่ฆ่านายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ หัวหน้าพรรคสามัญชนในฐานะที่ปรึกษากลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ล่าสุดที่สถานีตำรวจภูธร สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู นายเลิศศักดิ์ &amp;nbsp;ได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวัน กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในกรณีที่ถูกข่มขู่คุกคามจะเอาชีวิต โดยนายเลิศศักดิ์ กล่าวว่า ตนเองเดินทางมาลงบันทึกประจำวันในวันนี้ เผื่อในอนาคตหากเกิดการสังหารตนเองขึ้นจริงจะทำให้เจ้าหน้าที่ หาตัวคนผิดมาลงโทษได้ &amp;nbsp;ซึ่งการลงบันทึกประจำวันจะทำให้พนักงานสอบสวนทำงานได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้จากการวิเคราะห์เหตุการณ์การคุกคามในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่ามีความคล้ายคลึงกับนักปกป้องสิทธิฯ ที่ถูกลอบสังหาร 4 ศพก่อนหน้านี้ ถ้าหากสังหารตนเองได้ก็จะเป็นศพที่ 5 เชื่อว่าผู้ที่ก่อเหตุจะต้องเป็นคนกลุ่มเดียวกันและยังมีชีวิตอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเลิศศักดิ์ ระบุด้วยว่า หลังจากนี้จะได้มีการปรึกษาหารือกับทีมกฎหมาย เพื่อที่จะพยายามหาหลักฐานเพิ่มเติม รื้อฟื้นคดี 4 ศพแกนนำที่ถูกลอบสังหารก่อนหน้านี้ ซึ่งขณะนี้เข้าใจว่ายังมี 2 คดี ยังไม่หมดอายุความ &amp;nbsp;ที่ผ่านมาตนเองได้เป็นที่ปรึกษาให้กับชาวบ้านที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านเหมืองแร่ในหลายกลุ่ม เช่น เหมืองแร่โพแทสที่ จ.อุดรธานี &amp;nbsp;หรือว่า เหมืองทองที่ จ.เลย ถึงแม้จะมีการข่มขู่คุกคาม แต่ไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนว่าจะเอาชีวิตชัดเจนเท่าครั้งนี้ แม้ผมจะถูกคุกคามขู่เอาชีวิต แต่ผมจะไม่หยุดเคลื่อนไหว เป้าหมายในการเคลื่อนไหวยังคงเหมือนเดิม จะยังยืนหยัดต่อสู้เคียงข้างกับชาวบ้านเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายถนอมศักดิ์ ระวาดชัย ทนายความของนายเลิศศักดิ์ กล่าวว่า การเดินทางมาในครั้งนี้เป็นการลงบันทึกประจำวันไม่ใช่การแจ้งความ เพื่อบันทึกว่ามีสิ่งที่โดนคุกคามเกิดเหตุการณ์ที่ไหนอย่างไร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการขอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการข่มขู่คุกคาม เพื่อที่จะเป็นประโยชน์กับการสอบสวนเพิ่มเติม และเราจะมีการส่งรายละเอียดเพิ่มเติมจากทีมกฎหมายไปให้ตำรวจ ส่วนการรื้อฟื้นการสังหาร 4 แกนนำที่ผ่าน พนักงานสอบสวนรับปากว่าจะดำเนินการให้แต่ให้ทางกลุ่มทำหนังสือร้องขอมาอย่างเป็นทางการเป็นอีกฉบับที่แยกกันก็จะทำการรื้อฟืนคดีให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ น.ส.ปรานม สมวงศ์ ตัวแทนจากองค์กร Protection International กล่าวว่า ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งในส่วนการรับลงบันทึกการแจ้งความและการดูแลอำนวยความสะดวกในการดูแลความปลอดภัยโดยเฉพาะในพื้นที่ อ.สุวรรณคูหา อย่างไรก็ตามสิ่งที่เราอยากให้เกิดขั้นก็คือ อยากให้เจ้าหน้าที่พิจารณาวิเคราะห์ภัยคุกคามที่เกิดขึ้นกับนายเลิศศักดิ์และความเกี่ยวข้องกับการสังหาร4นักปกป้องสิทธิฯที่ผ่านมา &amp;nbsp;เพราะจากสภาวะแวดล้อมและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและมีการบันทึกอย่างเป็นระบบ มีความเป็นไปได้อย่างสูงว่าน่าจะเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับการสังหารนักปกป้องสิทธิ 4 &amp;nbsp;คนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ปรานม ระบุว่า&amp;nbsp;ดังนั้นจึงขออยากเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้นำข้อมูลในคดีและถ้าเป็นไปได้เราอยากให้นำข้อมูลข้อเท็จจริงมาเชื่อมโยงกับการที่เรามาลงบันทึกประจำวันในวันนี้ในกรณีของคุณเลิศศักดิ์ ซึ่งในวันนี้คุณเลิศศักดิ์ได้แสดงเจตนารมณ์ว่าการลงบันทึกประจำวันในวันนี้ก็เพื่อที่จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนและหามาตรการในการป้องกันไม่ให้มีการสังหารศพที่ &amp;nbsp;5 หรือศพที่ 6 อีกต่อไป &amp;nbsp;รวมถึงเรียกร้องเจ้าหน้าที่คืนความยุติธรรมให้กับแกนนำ 4 ศพที่ถูกสังหารก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเดินทางเข้าลงบันทึกประจำวันในครั้งนี้ชาวบ้านจากกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได และเครือข่ายผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนได้เดินทางมาให้กำลังใจนายเลิศศักดิ์พร้อมทั้งมอบดอกพุทธรักษาสีเหลืองที่ชาวบ้านบอกว่า พุทธรักษาหมายถึงการรักษาและปกป้องและคุ้มครองนายเลิศศักดิ์ให้ปลอดภัย นอกจากนี้หลังจากลงบันทึกประจำวันเสร็จนายเลิศศักดิ์ได้เดินทางเข้าไปพบปะกับชาวบ้านในสถานที่ชุมนุมและยืนยันกับชาวบ้านว่าจะต่อสู้เคียงข้างกับชาวบ้านแม้ว่าจะถูกข่มขู่คุกคามเอาชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พล.ต.ต.สมประสงค์ พิมพิลา ผบก.ภ.จว.หนองบัวลำภูกล่าวว่า กรณีนายเลิศศักดิ์ ไปลงบันทึกประจำวันไว้ แต่ไม่ได้มีการร้องทุกข์ ซึ่งขณะนี้ก็มีการดำเนินการกันทั้งสองฝ่าย ตำรวจอยู่ตรงกลาง ที่จะรักษาความสงบเรียบร้อย และขอให้สบายใจว่าจะไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรง เพราะเจ้าหน้าที่ได้ชุดเฉพาะกิจปราบปรามผู้มีอิทธิพล และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ดูแลอยู่ ขณะเดียวกัน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) ก็มีการลงพื้นที่ซึ่งทางตำรวจก็ได้มีการชี้แจงและให้ความร่วมมือทุกอย่าง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตนเองเป็นห่วงคือกลุ่มผู้ที่ชุมนุมเองก็ต้องระมัดระวังอย่าไปบุกรุกทำสิ่งผิดกฎหมาย ส่วนเรื่องการคุกคามข่มขู่ในพื้นที่นั้นขอให้คลายความกังวล เพราะมีเจ้าหน้าที่ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78781</URL_LINK>
                <HASHTAG>Protection International, กสม., ต้านเหมืองหินดงมะไฟ, สตช., หนองบัวลำภู, เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200927/image_big_5f704b043d8ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78364</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 14:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 14:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ส่งชุดปราบผู้มีอิทธิพลสแกนพื้นที่ต้านเหมืองดงมะไฟหลังลือสังหารหัวหน้าพรรคสามัญชน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.63- พล.ต.ต.สมประสงค์ พิมพิลา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวถึง &amp;nbsp;สถานการณ์ในพื้นที่การคัดค้านเหมืองหินดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา &amp;nbsp;ที่มีกระแสข่าวข่มขู่ คุกคาม สังหารแกนนำต้านเหมืองหินปูน และโรงโม่หินโดยเฉพาะนายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ หัวหน้าพรรคสามัญชนและผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ซึ่งเป็นที่ปรึกษากลุ่ม เพื่อทำให้กระบวนการเคลื่อนไหวคัดค้านสะดุดหยุดลงในพื้นที่ ว่า ได้มอบหมายให้ ผภภ.สภ.สุวรรณคูหา เข้าไปตรวจตราดูแลตลอด ซึ่งเชื่อว่าไม่น่าจะเกิดความรุนแรง &amp;nbsp;สำหรับบริษัททำเหมืองหินเมื่อเหมืองหินหมดประทานบัตรตามกฎหมาย เขาก็ต้องจบเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สมประสงค์ กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้มีการจัดเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง ชุดปราบปรามผู้มีอิทธิพลไปติดตามสถานการณ์ ความเคลื่อนไหวในพื้นที่ ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าจะได้รับความปลอดภัย ซึ่งทางเราได้มีการติดตามประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ ขณะเดียวกันในช่วงสถานการณ์วันสองวันนี้ก็จะมีการส่งกองร้อยควบคุมฝูงชนเข้าไปเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุใดๆ และประชาชนจะได้สบายใจ และมั่นใจ หรือ หากมีปัญหาอะไรสามารถติดต่อกับตนเองได้โดยตรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า ข้อเสนอเบื้องต้นคือหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องรีบเร่งในการประสานงานกับหน่วยงาน และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เพื่อให้ความคุ้มครองนายเลิศศักดิ์และประชาชนที่ออกมาคัดค้านและแสดงเจตจำนงที่จะปกป้องทรัพยากรจากการทำเหมืองหินในทันที ในระยะต่อไปต้องมีสืบสวนสิบสวนและการนำตัวผู้ที่กระทำการคุกคามประชาชนมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะกรณีนี้ถือว่าเป็นการท้าทายกระบวนการยุติธรรมอย่างยิ่ง อีกทั้งชาวบ้านเองก็รู้ว่าใครเป็นผู้กระทำการคุกคามนายเลิศศักดิ์ ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องให้ความคุ้มครองกับนายเลิศศักดิ์ และชาวบ้านทุกคนที่ให้การในฐานะพยาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กลุ่มชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชน-เขาเหล่าใหญ่ผาจันได อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู ได้จัดชุมนุมเพื่อปิดเหมืองหินในพื้นที่มากว่า 40 วันแล้ว โดยเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2563 ที่ผ่านมาชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯได้ดำเนินการเข้าทวงคืนพื้นที่เขตเหมืองแร่ เนื้อที่ 175 ไร่ เป็นเขตป่าชุมชนดังเดิมแล้ว แต่ทว่ายังเหลือพื้นที่ในเขตโรงโม่หินอีก 50 ไร่ ที่ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯจะเข้ายึดคืนพื้นที่โรงโม่หินให้กลับคืนมาอีกครั้ง ในวันที่ 25 กันยายน 2563 หนึ่งวันหลังจากอายุใบอนุญาตประทานบัตรทำเหมืองสิ้นสุดลงและทำให้ใบอนุญาตโรงโม่หินสิ้นสุดอายุลงตามไปด้วย &amp;nbsp;ซึ่งในพื้นทีต้องเผชิญกับสถานการณ์ข่มขู่คุกคามชี้เป้าสังหารกลุ่มคัดค้าน โดยเฉพาะนายเลิศศักดิ์ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า คนที่อยู่เบื้องหลังความรุนแรงที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นกลุ่มคนเดียวกันกับเมื่อปี 2538 และปี 2542 ที่ลอบสังหารนักต่อสู้ชาวบ้านดงมะไฟมาแล้วถึง 4 ศพ และอาจจะเกี่ยวข้องกับหน่วยงานความมั่นคงของรัฐ.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78364</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้านเหมืองดงมะไฟ, พรรคสามัญชน, หนองบัวลำภู, เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์, เหมืองหิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6afec3e5d53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2019 21:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2019 21:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไกลแค่ไหนก็ไปถึง!&#039;สามัญชน&#039;ลุยหาเพื่อนสร้างพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.62- โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง พรรคสามัญชนซึ่งส่งผู้สมัครผู้สมัคร แบบแบ่งเขต จำนวน 16 เขต จาก 9 จังหวัด ประกอบด้วย สกลนคร ขอนแก่น หนองบัวลำภู เลย สุรินทร์ กาฬสินธุ์ เชียงราย ลำปาง กรุงเทพฯและ 6 บัญชีรายชื่อ ยังคงเดินหน้าหาเสียงในพื้นที่ที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งเดือนทีมกรรมการบริหารพรรคได้ลงพื้นที่เพื่อช่วยผู้สมัครหาเสียงในแต่ละจังหวัดโดยเฉพาะภาคอีสานและล่าสุดคือพื้นที่จ.ภาคเหนือ คือ จ.ลำปาง เขต 2 ในพื้นที่ หมู่บ้านขวัญคีรี อ.งาว พื้นที่ของ&amp;nbsp;น.ส.ชุทิมา ชื่นหัวใจ เบอร์ 19 &amp;nbsp; (อำเภองาว, อำเภอวังเหนือ, อำเภอแจ้ห่ม และ อำเภอเมืองปาน) &amp;nbsp;และจ. เชียงราย &amp;nbsp;เขต 2 &amp;nbsp; นายวรวุธ ตามี่ ผู้สมัครพรรคสามัญชน &amp;nbsp;เบอร์ 29 (อำเภอแม่ลาว, อำเภอแม่สรวย และอำเภอเวียงป่าเป้า) และผู้สมัคร เขต 4 &amp;nbsp;นายศุภนันท์ แสงบุญเรือง เบอร์ 29 (อำเภอเทิง, อำเภอป่าแดด, อำเภอเวียงชัย และอำเภอเวียงเชียงรุ้ง) เพื่อเปิดเวทีปราศรัย ที่บ้านดอยล้าน อ.แม่สรวย &amp;nbsp; ซึ่งทั้งสองพื้นที่ ทั้งหมู่บ้านขวัญคีรี จ.ลำปาง และ บ้านดอยล้าน จ.เชียงราย &amp;nbsp;ถือเป็นพื้นที่เข้าถึงลำบาก ไม่มีผู้สมัครส.ส.พรรคการเมืองใดเข้าไปหาเสียง หรือพบปะประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคสามัญชน กล่าวว่า การลงพื้นที่ของพรรคสามัญชน มีผลตอบรับที่ดีซึ่งชาวบ้านค่อนข้างสนใจและระบุด้วยว่า ไม่เคยมีผู้สมัคร ส.ส.คนไหนมาเดินด้วยตนเอง หรือไม่มีหัวหน้าพรรคการเมืองคนไหนมาหาด้วยตนเองในพื้นที่บ้านเขา ซึ่งทำให้ทราบว่าสำหรับชาวบ้านเรื่องนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญมากสำหรับผู้สมัคร ส.ส. หัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค ที่ลงไปพบปะพวกเขา ซึ่งหลายๆพื้นที่ พรรคการเมืองที่เข้าไม่ถึง กับพรรคการเมืองที่เข้าถึง พวกเขามีใจให้มากกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเลิศศักดิ์ &amp;nbsp;ระบุด้วยว่า ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาสิ่งที่พรรคสามัญชนแต่ละเขตลงไปในพื้นที่ เหมือนไม่ได้มาหาเสียงแต่มาหาคนสร้างพรรคให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป ซึ่งแนวทางสำคัญของพรรคคือ มวลชนชี้นำพรรค ไม่ใช่พรรคชี้นำมวลชน ซึ่งนี้คือแนวทางสำคัญของพรรคสามัญชนที่เราจะเดินไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กรรมการบริหารพรรคสามัญชน จะลงพื้นที่โค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้งในพื้นที่ กรุงเทพฯ เขตสายไหม บางกอกใหญ่ พญาไท ปิดท้ายก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.นี้.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31579</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคสามัญชน, ลำปาง, เชียงราย, เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190317/image_big_5c8e56ac1d106.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27729</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; storage.thaipost.net ไทยโพสต์ &amp;ldquo;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;rdquo; Line ID:@thaipost การต่อสู้ของชาวบ้าน ณ วันจันทร์ที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา คงเดินหน้าต่อไปในสองเหตุการณ์ โดยเหตุการณ์แรก เป็นการชุมนุมของชาวบ้านเครือข่ายปกป้องดิน น้ำ ป่า นครศรีธรรมราช-พัทลุง ที่ชุมนุมหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกโครงการสร้างเขื่อนและคลองผันน้ำ อันประกอบด้วย เขื่อนวังหีบ, เขื่อนคลองสังข์, เขื่อนเหมืองตะกั่ว, ประตูระบายน้ำคลองปากประ และคลองผันน้ำนครศรีธรรมราช ซึ่งชุมนุมตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา ยังไม่ได้รับการตอบสนองข้อเรียกร้องจนยุติได้ ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กับอีกเหตุการณ์อันเป็นหนึ่งในการต่อสู้ระยะยาวของ &amp;ldquo;พรรคสามัญชน&amp;rdquo; ในฐานะพรรคการเมืองของชาวบ้าน ที่ได้จัดกิจกรรมแถลงวิสัยทัศน์ นโยบายของพรรคในวันเดียวกัน ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลาฯ ถ.ราชดำเนิน มี &amp;ldquo;เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคพร้อมเพื่อนสมาชิกร่วมงานอย่างคึกคัก ชูนโยบายขจัดความเหลื่อมล้ำ 4 ด้าน ประกอบด้วยการเมือง, เศรษฐกิจและแรงงาน, สังคม วัฒนธรรม และความรู้, สิ่งแวดล้อม เบื้องต้นคาดส่งผู้สมัคร ส.ส. ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ได้ 17 เขต ในภาคเหนือและอีสาน เป็นพรรคเล็กที่ควรค่าแก่การจับตา เพราะหวังจะพาสามัญชนคนธรรมดาเข้าสภาฯ ไม่ใช่ทั้งทหารและนายทุน ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การต่อสู้ของชาวบ้านแต่ละอย่าง ช่างยากเย็นแสนเข็ญในการที่จะบรรลุเป้าหมาย ทั้งที่เป้าหมายนั้นไม่ใช่เพื่อประโยชน์ตัวเองเท่านั้น แต่มันคือประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ ที่จะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมั่นคงเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำให้น้อยที่สุด รักษาทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมไว้ให้ลูกหลาน ต่างกับคนร่ำรวยด้วยเงินทองและอำนาจ ที่มักเห็นประโยชน์ตัวเองใหญ่กว่าด้วยความคุ้นเคย การต่อสู้นอกจากทางตรงแล้ว ยังมีทางอ้อมผ่านการเลือกตั้งที่จะถึง 24 มี.ค.นี้ ประชาชนจะได้ใช้อำนาจทางอ้อมอีกครั้ง เป็นเวลาอันควรเลือกผู้แทนเพื่อประโยชน์ประชาชนส่วนใหญ่ ไปเปลี่ยนแปลงประเทศ ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานะของพรรคการเมืองที่มีสิทธิส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งตามกฎหมายนั้น &amp;ldquo;แสวง บุญมี&amp;rdquo; รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยข้อมูล ณ วันที่ 25 ม.ค. มีพรรคการเมืองที่พร้อมส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแล้วจำนวน 36 พรรค แยกเป็นพรรคการเมืองที่จดทะเบียนตามกฎหมายพรรคการเมือง 2550 จำนวน 14 พรรค และพรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นใหม่ตามกฎหมายพรรคการเมือง 2560 จำนวน 22 พรรค จากที่ท่านรองเลขาฯ กกต. ระบุมาถือว่ายังไม่มาก เมื่อเทียบกับพรรคการเมืองทั้งหมดที่มีอยู่กว่า 100 พรรค พรรคไหนยังขาดเรื่องใด ขออวยพรให้ทำตามกฎหมายได้สำเร็จโดยเร็ววัน ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังโดนล้อมานานกับเพลง &amp;ldquo;คืนความสุขให้คนในชาติ&amp;rdquo; เพลงแรกของ &amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;rdquo; นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. หลังการรัฐประหารใหม่ๆ อันมีท่อนหนึ่งที่ร้องว่า &amp;ldquo;ขอเวลาอีกไม่นาน&amp;rdquo; ปรากฏรัฐบาล คสช.อยู่ยาวกว่า 4 ปี ล่าสุด &amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์&amp;rdquo; ก็กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า &amp;ldquo;วันนี้ผมทำตามสัญญาแล้วหรือยัง ทำแล้วใช่ไหมตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นานใช่ไหม ดูกันแค่เพลงแรกเพลงเดียว ผมก็ให้ไปแล้ว ยังมาทวงอีก&amp;rdquo; เอ้า! ได้วันเลือกตั้งแล้วใครทวงอะไรอีกล่ะ ถ้าทำตามสัญญาแล้วก็คงไม่มีใครว่า แต่ 4 ปีที่ผ่านมาใครว่าไม่นานครับท่าน ...0&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27729</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชาติสังคม, บันทึกหน้า4, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์, แสวง บุญมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27703</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2019 17:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2019 17:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สามัญชน&#039; ส่งสมัครส.ส. 17 เขต ชูนโยบายเปลี่ยนรัฐเผด็จการ เป็นรัฐสวัสดิการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28&amp;nbsp;ม.ค. 62 - ที่ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ตุลา สี่แยกคอกวัว ถ.ราชดำเนิน พรรคสามัญชน นำโดยนายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ หัวหน้าพรรค, น.ส.ชุมาพร แต่งเกลี้ยง รองหัวหน้าพรรค พร้อมคณะผู้บริหารและสมาชิกพรรค จัดกิจกรรมแถลงวิสัยทัศน์พรรคสามัญชน ตามอุดมการณ์ของพรรค&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ข้อ คือ ประชาธิปไตยฐานราก สิทธิมนุษยชน และเท่าเทียมเป็นธรรม โดยมุ่งขจัดความเหลื่อมล้ำ 4 ด้าน คือ 1.ขจัดความเหลื่อมล้ำทางการเมือง &amp;quot;กระจายอำนาจ สร้างพื้นที่ประชาชน ตัดสิอนาคตด้วยตนเอง&amp;quot; 2.ขจัดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและแรงงาน &amp;quot;กระจายอำนาจการผลิต หลักประกันทางเศรษฐกิจ ปกป้องพื้นที่ทำกิน&amp;quot; 3.ขจัดความเหลื่อมล้ำทางสังคม วัฒนธรรม และความรู้ &amp;quot;เปลี่ยนรัฐเผด็จการ เป็นรัฐสวัสดิการ&amp;quot; 4.ขจัดความเหลื่อมล้ำทางสิ่งแวดล้อม &amp;quot;อากาศที่เราหายใจ อาหารที่เรากิน และน้ำเท่าที่เราดื่ม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเลิศศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่มีพรรคการเมืองของประชาชนเลย เพราะทุกครั้งที่ร่างกฎหมายของประชาชนเข้าสภามักจะถูกแก้ไขจนจำของเดิมไม่ได้ ที่ผ่านมากฎหมายจึงไม่เคยถูกเขียนโดยสามัญชน การตั้งพรรคสามัญชนมีจุดประสงค์เพื่อไปเขียนกฎหมาย กู้คืนประชาธิปไตยทางตรงนอกสภาและประชาธิปไตยตัวแทนผ่านการเลือกตั้ง และมุ่งประเด็นแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ที่ทุกพรรคพูดแต่การพัฒนา แต่ไม่พูดปัญหาของการพัฒนา ที่คนส่วนน้อยได้ประโยชน์ขโมยความมั่งคั่งไปจากแรงงานและทรัพยากรธรรมชาติ สามัญชนต้องลุกมาทำการเมืองด้วยตนเอง อีก&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ปี จะต้องมีพรรคนี้อยู่ พรรคจะเติบโตเรียนรู้คู่ประชาชน ร่วมมือกับประชาชนขับเคลื่อนโดยสันติวิธี แม้รู้ว่าไม่ง่ายมีอุปสรรค แต่อุดมการณ์เราเต็มเปี่ยมด้วยอุดมคติ สดใสร่าเริงและมีความหวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเลิศศักดิ์ กล่าวถึงนโยบายพรรคด้านการเมืองว่า จะยกเลิกการปกครองส่วนภูมิภาค รวมถึงนายอำเภอผู้ใหญ่บ้าน เพื่อปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นให้จังหวัดจัดการตนเองได้, ลดระบบราชการส่วนกลางให้เล็กที่สุด กำหนดทิศทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยชุมชนท้องถิ่น, ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปของ คสช. ที่ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน, ส่งเสริมให้หน่วยงานรัฐเปิดเผยข้อมูลข่าวสารโดยไม่ต้องร้องขอ, ลดขนาดกองทัพ ปรับโครงสร้างให้คำนึงประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก รวมถึงยุบ กอ.รมน., ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญใหม่, รับรองอนุสัญญาสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศให้เป็นกฎหมายภายใน, ให้สัตยาบันต่อธรรมนูญกรุงโรมแห่งศาลอาญาระหว่างประเทศ และยกเลิกคำสั่ง คสช. เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ชุมาพร กล่าวถึงนโยบายด้านแรงงาน อาทิเช่น ความเหลื่อมล้ำมาจากระบบกฎหมาย นโยบายที่ไม่เท่าเทียม หยาดเหงื่อแรงงานหลั่งไหลเพื่อนายทุน ปัญหาแรงงานถูกเลิกจ้างไม่ได้รับความเป็นธรรม เราจะรวบรวมสร้างประมวลกฎหมายแรงงานให้บังคับใช้อย่างเป็นธรรมกับแรงงานทุกคน เข้าถึงได้ง่าย ให้มีการจัดตั้งสหภาพแรงงานทั้งในและนอกระบบเพื่อสวัสดิภาพแรงงาน สามารถลาคลอดบุตรได้&amp;nbsp;365&amp;nbsp;วัน โดยได้รับค่าจ้าง และลาหยุดต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;21&amp;nbsp;วัน โดยได้รับค่าจ้าง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสมาชิกคนอื่น เช่น พักตร์วิไล สหุนาฬุ รองเลขาธิการพรรค กล่าวถึงนโยบายสิ่งแวดล้อม เช่น การผลักดันกฎหมายอากาศบริสุทธิ์ ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ยกเลิกสร้างเขื่อนที่กระทบต่อระบบนิเวศ ใช้พลังงานทางเลือก ส่วนนายนิมิตร์ เทียนอุดม สมาชิกพรรค กล่าวถึงนโยบายทางสังคมว่า จะสร้างรัฐสวัสดิการให้ประชาชน ซึ่งพรรคการเมืองเก่าไม่พูดถึง ต่างจากการสงเคราะห์บางกลุ่มเช่นบัตรคนจนที่เป็นเครื่องมือแบ่งแยก การมีรัฐสวัสดิการเป็นหลักประกันรายได้บนเส้นความยากจนที่&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;บาท เกิดทันทีได้รับเงิน&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;บาท เมื่อทำงานจนเกษียณก็เปลี่ยนเบี้ยยังชีพเป็นบำนาญถ้วนหน้า รัฐสวัสดิการต้องสร้างด้วยประชาชนเอง เกิดไม่ได้ถ้ามีแต่พรรคนายทุนกับพรรคทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงความกังวลต่อคะแนนเสียงจะได้รับเพียงพอต่อการเป็น ส.ส. หรือไม่ และจะลงเลือกตั้งได้กี่เขต นายเลิศศักดิ์ ระบุว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่ากันว่าคะแนน 9 หมื่นเสียงจะได้ ส.ส. 1 คน พรรคพร้อมส่งผู้สมัคร ส.ส.เขต 17 เขต ใน จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ จ.ลำปาง จ.เลย จ.สกลนคร จ.สุรินทร์ จ.กาฬสินธุ์ จ.หนองบัวลำภู เป็นต้น โดยจากการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 หมู่บ้านซึ่งได้รับผลกระทบจากเหมืองทองคำ จ.เลย 6 แห่ง มีเสียงโหวตโนชนะถึง 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นความสะใจของชาวบ้านที่ไม่รู้สึกพ่ายแพ้ แม้ผลรวมระดับประเทศเสียงส่วนใหญ่จะเห็นชอบรัฐธรรมนูญก็ตาม ต่อให้เราแพ้เลือกตั้งครั้งหน้าต้องมีต่อ ทุกคะแนนที่เลือกมีคุณค่า ในการคัดค้านกฎหมายและนโยบายที่ไม่เป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ชุมาพร กล่าวตอบเสริมว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา เสียงของเราสูญเสียไปมากกว่า แม้การเลือกตั้งเราจะได้เพียง&amp;nbsp;200-300&amp;nbsp;เสียง ก็เป็นความก้าวหน้าที่เกิดขึ้น ส่วน ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อคาดว่าจะส่งได้&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเลิศศักดิ์ กล่าวตอบคำถามถึงจุดยืนพรรคหากได้รับเลือกตั้ง และนโยบายเรื่องกัญชาว่า สามัญชนสามารถจับมือกับทุกพรรคได้ แต่ไม่จับมือกับพรรคที่เอาทหารทุกพรรค ไม่ใช่เฉพาะพรรคพลังประชารัฐ นโยบายกัญชาเราสนใจไม่ใช่แค่การแพทย์ แต่ควรปลูกเพื่อความยั่งยืนของครัวเรือน สามารถปลูกหลังบ้านได้ต้นสองต้น ส่วนการใช้กัญชาอย่างเสรีนั้น ก็ควรต้องเป็นเรื่องการจัดโซนนิ่งดูตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกำหนดการเดิมที่พรรคสามัญชนจะเดินขบวนจาก จ.ขอนแก่น สู่กรุงเทพฯ เนื่องจากมีการเลื่อนการเลือกตั้ง ขณะนี้ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ประกาศในราชกิจจาฯ และกำหนดวันเลือกตั้งแล้ว จะยังเดินต่อหรือไม่ นายเลิศศักดิ์ ระบุว่า ขณะนั้นเราห่วงกังวลว่าจะมีการล้มการเลือกตั้ง จึงประกาศเดินขบวนเพื่อปกป้องการเลือกตั้ง ซึ่งไม่คาดคิดว่าจะมีการประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งและวันเลือกตั้ง ดังนั้นการเดินจะต้องเปลี่ยนเจตนารมณ์ โดยจัดคาราวานสามัญชนเดินไปในเขตที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแทน ไม่เดินเข้ากรุงเทพฯ แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27703</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคสามัญชน, พรรคเอ็นจีโอ, องค์กรพัฒนาเอกชน, เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์, เลือกตั้ง, เลือกตั้ง24มีนาคม2562</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190128/image_big_5c4ed366893a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2018 17:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2018 17:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พรรคสามัญชน&#039; ชูปลดอาวุธคสช. -ร่างรธน.ใหม่ เลิกพ.ร.บ.ชุมนุมฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5&amp;nbsp;พ.ย. 61 - ที่&amp;nbsp;Mirror Caf&amp;eacute;&amp;nbsp;มูลนิธิกระจกเงา ถ.แจ้งวัฒนะ พรรคสามัญชนจัดงานเปิดตัวพรรคในชื่อกิจกรรม &amp;ldquo;งานเปิดบ้านสามัญชน สามัญชนเดินหน้า&amp;nbsp;WE WALK TO WE VOTE&amp;rdquo; เพื่อแถลงแนวคิดและจุดยืนของพรรค พร้อมการอภิปรายจากสมาชิกพรรค ที่มาจากเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ต่างๆ โดยมีนายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ว่าที่หัวหน้าพรรค, นายกิตติชัย งามชัยพิสิษฐ์ ว่าที่เลขาธิการพรรค, น.ส.ชุมาพร แต่งเกลี้ยง ว่าที่รองหัวหน้าพรรค, นายปกรณ์ อารีกุล ว่าที่โฆษกพรรค และมีสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งพรรค อาทิเช่น นายจอน อึ๊งภากรณ์, นายนิมิตร เทียนอุดม เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเลิศศักดิ์ กล่าวว่า พรรคสามัญชนเสนอหลักการคือ การพัฒนาประชาธิปไตยจากฐานราก สิทธิมนุษยชนเท่าเทียม เป็นธรรม คัดค้านโครงการพัฒนาที่เอารัดเอาเปรียบ ปัจจุบันรัฐบาล คสช. อยากทำให้โลกเห็นว่ารัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารสามารถพัฒนาเศรษฐกิจให้โตได้ แต่สิ่งที่สวนทางคือสิทธิเสรีภาพถูกกดปราบ ซึ่งพรรคสามัญชนเห็นว่าการพัฒนาและสิทธิเสรีภาพต้องไปด้วยกัน เราไม่ต้องการนโยบายที่ชนชั้นนำมากำหนดอย่างยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี โดยทิศทางภารกิจของพรรคคือจะปลดอาวุธ คสช. เข้าชื่อยกเลิกคำสั่ง คสช. ต่อรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ยกเลิก พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ที่ปิดกั้นเสรีภาพการชุมนุม เสนอให้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่คืนอำนาจให้ประชาชน ลดขนาดกองทัพ คืนทรัพยากรของกองทัพเช่น คลื่นวิทยุโทรทัศน์ ที่ดินให้ประชาชน และกระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่น เป็นประชาธิปไตยทางตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายกิตติชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐสภาเคยมีแต่คนที่มีเงินกับมีปืนสลับกันเข้าไป เราจะนำสามัญชนเข้าสภาเพื่อให้คนเบื้องล่างร่วมตัดสินใจ ต้องมีรัฐธรรมนูญ กฎหมายที่เป็นประชาธิปไตย ให้ชุมชนจัดการทรัพยากรของตน เราเป็นหนึ่งในขบวนการเคลื่อนไหวภาคประชาชนบนท้องถนน ที่จะประสานประชาธิปไตยในสภาร่วมกับภาคประชาชน ยินดีต้อนรับประชาชนทุกอัตลักษณ์ เราจะไม่เพียงรับฟังปัญหา แต่ไปรวบรวมความฝันจากประชาชนมาเป็นนโยบายที่จะมาจากการตัดสินใจแบบมีส่วนร่วม เป็นโรงเรียนสามัญชนเรียนรู้ร่วมกัน ถึงเวลาสามัญชนก้าวเดินสู่รัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายจอน กล่าวว่า ประเทศไทยขาดวัฒนธรรมประชาธิปไตย ประชาธิปไตยไม่ใช่แค่การเลือกตั้ง แต่ต้องอยู่ในทุกส่วน พรรคสามัญชนจะผสานวัฒนธรรมประชาธิปไตยให้ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศอย่างแท้จริง ควบคุมตรวจสอบผู้มีอำนาจทุกระดับ กำหนดนโยบายด้วยความพยายามจะเป็นพรรคของประชาชนให้ทุกระดับมีส่วนร่วมเท่าเทียมกัน แม้จะเป็นพรรคเล็ก แต่สิ่งสำคัญคือพรรคนี้ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ซึ่งต่างจากพรรคการเมืองส่วนใหญ่ที่เราจะรู้ว่าใครเป็นเจ้าของ เป็นนายทุน เราไม่เป็นแบบนั้น เราพยายามดึงประชาชนร่วมกันเป็นสมาชิกกำหนดทิศทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในช่วงท้าย นายเลิศศักดิ์ ว่าที่หัวหน้าพรรค เปิดเผยถึงกิจกรรมของพรรคสามัญชนว่า ในวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;พ.ย.นี้ เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น. นัดรวมตัวสมาชิกพรรคที่สถานีรถไฟหลักสี่ เพื่อเดินไปยื่นเอกสารสมาชิกพรรค&amp;nbsp;500&amp;nbsp;คน กับทุนประเดิมตั้งพรรค&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านบาท ตามที่กฎหมายกำหนด ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งการเดินไปหา กกต. นั้นเป็นการทำตามกฎหมายพรรคการเมือง ไม่ใช่ พ.ร.บ.ชุมนุมฯ เป็นการ&amp;nbsp;Exercise&amp;nbsp;เล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงจุดยืนทางการเมืองของพรรค นายเลิศศักดิ์ ระบุว่า เราเป็นพันธมิตรกับทุกพรรคที่ไม่เอานายกคนนอก ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ส่วนพรรคไหนที่เสนอนายกฯ จากการเลือกตั้ง เราสนับสนุน สำหรับนโยบายเร่งด่วนของพรรคคือปลดอาวุธ คสช. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ ยกเลิก พ.ร.บ.ชุมนุมฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความพร้อมในการเลือกตั้ง นายเลิศศักดิ์ให้สัมภาษณ์ว่า สามารถส่งลงสมัคร ส.ส.ได้อย่างน้อย&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เขต ซึ่งเราอาจจะไม่ได้ ส.ส. จากการแข่งขันสูงและใช้เงิน อีกทั้งในการเลือกตั้งใช้บัตรใบเดียว ถ้าอยากได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ก็ต้องลงสมัครในเขตให้มาก ดังนั้นในเขตที่เราส่งผู้สมัครจะทำกิจกรรมคาราวานสามัญชนให้ได้เสียงมากที่สุด หวังว่านโยบายจะได้นำไปใช้ ทั้งนี้ ควรมีการแก้ไขยกเลิกกฎหมายพรรคการเมืองและการเลือกตั้งที่เป็นอุปสรรคด้วย ประชาชนต้องมีส่วนร่วมเชิงลึกกว่าการเลือกตั้ง เพื่อให้คนเล็กคนน้อยได้เข้าสภา หลักการของเราเป็นตัวแทนประชาชนได้ทุกกลุ่ม และเราเสนอการพัฒนาที่มีทางเลือก ยั่งยืน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21385</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติชัย งามชัยพิสิษฐ์, เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181105/image_big_5be0208373c72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
