<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2021 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2021 16:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จำคุก 4 ปี 5 เดือน 2 นายพรานพ่อลูกยิง &#039;เลียงผา&#039; ป่าสลักพระ ฟันจนท.บาดเจ็บขณะจับกุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
4 พ.ค.64 - นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส. และนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้ให้ความสนใจในคดีพรานล่าสัตว์ป่า และมีการทำร้ายเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จนได้รับบาดเจ็บ จึงได้สั่งการให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง)ติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 เม.ย.2563 นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ นำกำลังเจ้าหน้าที่ ออกลาดตระเวนไปถึงบริเวณกลางป่าหุบข่อย หมู่ 1 ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ พบกลุ่มนายพรานจำนวน 4 คน กำลังแบกซากสัตว์ออกมาจากป่า เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้นระหว่างเข้าทำการจับกุม กลุ่มนายพรานทั้ง 4 คนได้พยายามวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงวิ่งไล่ติดตาม ระหว่างนั้นนายพราน 1 ใน 4 คน ได้ใช้อาวุธมีดที่นำติดตัวมา ฟันนายอัฐพล เฉียบแหลม พนักงานพิทักษ์ป่า จนได้รับบาดเจ็บที่แขนขวา โดยจนท.จับกุมตัวได้จำนวน 1 คน คือนายวศิน กากี อายุ 28 ปี ชาวตำบลหนองเป็ด อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี พร้อมของกลาง ซากเลียงผา หนัก 14 กิโลกรัม ซากตะกวด 1 ซาก น้ำผึ้งป่า หนัก 1 กิโลกรัม และอุปกรณ์เดินป่าหลายรายการ โดยกลุ่มนายพรานวิ่งหลบหนีไปได้ จำนวน 3 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อวันที่ 10 เม.ย.63 นายสมเดช กากี อายุ 57 ปี พ่อของนายวศิน 1 ใน 3 นายพรานที่หลบหนีการจับกุม และเป็นผู้ใช้อาวุธมีดก่อเหตุทำร้ายนายอัฐพล เฉียบแหลม พนักงานพิทักษ์ป่าได้รับบาดเจ็บ ได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.ด่านแม่แฉลบ โดยมี&amp;nbsp;พล.ต.ต.วรณัน สุขเจริญ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี เดินทางไปติดตามความคืบหน้าคดีด้วยตนเอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยต่อว่า ในที่สุดคดีก็เข้าสู่กระบวนการของชั้นศาล มีพนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นโจทก์ มีนายวศิน กากี และนายสมเดช กากี สองพ่อลูกเป็นจำเลยที่ 1 และ 2 ตามลำดับ ซึ่งศาลจังหวัดกาญจนบุรี ได้ประทับรับฟ้องในข้อหา &amp;ldquo;ความผิดต่อเจ้าพนักงาน ความผิดต่อรางกาย ความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ความผิดต่อพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ลหุโทษ&amp;rdquo; สำหรับคดีดังกล่าวมีผู้ร่วมก่อเหตุ จำนวน 4 คน โดยนายนิติกรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) และนายวิทวัส (ขอสงวนนามสกุล) เยาวชน 2 ใน 4 ไม่ได้เข้ามอบตัว และอยู่ระหว่างการหลบหนีอยู่ในเวลานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลจังหวัดกาญจนบุรี ได้มีคำพิพากษาให้จำคุกนายวศิน กากี จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 2 ปี 23 เดือน แต่ปรากฏว่า นายวศินเคยก่อเหตุและถูกดำเนินคดีในลักษณะเดียวกันมาก่อน ซึ่งครั้งนั้นศาลพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 6 เดือน โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี แต่ระหว่างรอลงอาญา นายวศิน กากี จำเลยที่ 1 ก็ได้กระทำความผิดซ้ำอีก ศาลจึงเพิ่มโทษจำคุกอีก 6 เดือน เป็นจำคุก 2 ปี 29 เดือน (4 ปี 5 ดือน) ส่วนนายสมเดช กากี จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพ่อของนายวศิน จำเลยที่ 1 ศาลได้พิพากษา จำคุกเป็นเวลา 2 ปี 29 เดือน (4 ปี 5 เดือน) โดยไม่รอลงอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผอ.สบอ.3(บ้านโป่ง) เผยท้ายสุดว่า สำหรับคดีและบทลงโทษในกรณีนี้ ขอให้เป็นอุทาหรณ์กับประชาชนทั่วไป รวมทั้งกลุ่มนายพรานที่ชอบเข้าป่าล่าสัตว์&amp;nbsp;หากถูกจับกุมตัวก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดเหมือนพรานสองพ่อลูกนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101739</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, จับนายพราน, นิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์, ล่าสัตว์ป่า, ศาลจังหวัดกาญจนบุรี, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ, เลียงผา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210504/image_big_60910f894c934.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91895</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดภาพ &#039;เลียงผา&#039; เดินหากินริมไร่อ้อยเขาพระพุทธบาทน้อย เผยพบเห็นบ่อยขึ้นหลังทุกฝ่ายร่วมอนุรักษ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.64 -เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;อนุรักษ์เลียงผาป่าชุมชนพระพุทธบาทน้อยสระบุรี&amp;quot; โพสต์รูปภาพเลียงผาพร้อมระบุว่า ริมไร่อ้อย ชายสวนมะม่วง พระพุทธบาทน้อย เมื่อวานนี้ครับ แต่ก่อนมันแปลก &amp;nbsp;มันตื่นเต้น
เราก็แปลกและเราก็ตื่นเต้น ที่ได้เห็นเลียงผาตัวเป็นๆ แต่ทุกวันนี้ต่างฝ่ายต่างเฉย ต่างคน ต่างตัว ต่างใช้ชีวิตกันไป แต่ก็อดคิดไม่ได้ ร่วม 20 ปี ที่เลียงผา คือสัตว์ป่าสวนใกล้สูญพันธุ์ที่พบเห็นได้ยากและเราเจอลูกเลียงผาตัวแรก ที่นี่ มาถึงวันนี้เราพบเห็นบ่อยขึ้น ก็ด้วยแนวทางการอนุรักษ์ที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งชมชุน ภาครัฐ และเครือข่าย ที่เล็งเห็นคุณค่าของสิ่งเหล่านี้ครับ&amp;nbsp;ช่วงหน้าแล้งแบบนี้ ถ้าขับรถไปรอบๆเขาพระพุทธบาทน้อย ก็ระมัดระวังกันนิดนะครับ เพราะอาจจะชนกับเลียงผาได้ ภูมิใจและขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91895</URL_LINK>
                <HASHTAG>สระบุรี, สัตว์ป่าสงวน, สัตว์ป่าสงวนใกล้สูญพันธุ์, เลียงผา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601a75ca2108a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทยานฯล่าตีนผี ชนเลียงผาแล้วหนี คุก15ปีปรับ1.5ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุทยานฯ แจ้งความตามล่าตีนผีชน &amp;quot;เลียงผา&amp;quot; ตายแล้วหนี ชี้โทษหนักคุก 3-15 ปี ปรับ 3 แสนถึง 1.5&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เตือนนักท่องเที่ยวผ่านเขตป่าสงวน-อุทยานฯ ขับรถระวังลดความเร็ว ถ้าสุดวิสัยไม่ผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 31 มกราคม นายนิพนธ์ จำนงศิริศักดิ์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารอนุรักษ์ที่&amp;nbsp;3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้ติดตามตรวจสอบการลักลอบล่าค้าสัตว์ป่าอย่างเด็ดขาด&amp;nbsp;ทั้งนี้ นายสิขกพงษ์ กระแจะจันทร์ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.3 (บ้านโป่ง) ได้รับรายงานจากนายอนันท์ ศรีผุดผ่อง หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่า อุทยานสมเด็จพระศรีนครินทร์ ว่าพบเลียงผา สัตว์ป่าสงวนหายากถูกรถยนต์ชน บริเวณเขาเรดาร์ ถนนสายไทรโยค-บ้านเก่า ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี เดินทางไปตรวจสอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบเลียงผาเคราะห์ร้ายเพศผู้ มีสภาพขาหลังหัก ซี่โครงหัก สะโพกมีบาดแผล คางมีบาดแผล แต่ยังมีชีวิต จึงนำไปพยาบาลเบื้องต้นที่หน่วยพิทักษ์ป่าพุเลียบ เพื่อเตรียมนำส่งไปรักษาที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าประทับช้าง แต่ในระหว่างนำส่ง เลียงผาตัวดังกล่าวได้เสียชีวิตลง&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;นายนิพนธ์ได้มอบหมายให้นายอนันท์เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ขับรถยนต์ชนเลียงผาแล้วหนีไป โดยขอให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี สืบสวนสอบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำผิดที่ขับรถยนต์ชนเลียงผามาลงโทษ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สงวนคุ้มครองสัตว์ป่า&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;มาตรา 12&amp;nbsp;ในข้อหาล่าหรือทำอันตรายแก่เลียงผา สัตว์ป่าสงวนถึงแก่ความตาย โดยการขับรถยนต์ชนแล้วหนี ระวางโทษจำคุก 3-15&amp;nbsp;ปี ปรับตั้งแต่&amp;nbsp;300,000-1,500,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเพื่อเป็นไปตามข้อสั่งการของ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ จึงขอให้ผู้ขับรถยนต์ทุกคันโปรดใช้ความระมัดระวังในการขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เมื่อผ่านบริเวณเขตป่าสงวนหรือเขตอุทยานฯ หากใช้ ความระมัดระวังอย่างเพียงพอ และขับรถโดยความเร็วไม่เกินตามอัตราที่กำหนดกฎหมายแล้ว หากมีสัตว์ป่าวิ่งตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด ทำให้ถูกรถยนต์ชนทำให้บาดเจ็บหรือตายเป็นเหตุสุดวิสัย ผู้ขับรถยนต์ก็ไม่มีความผิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนั้น ผู้ใดขับรถยนต์หากสุดวิสัยชนสัตว์ป่า หากได้ใช้ความระมัดระวังอย่างเพียงพอ และไม่ขับรถเร็วเกินอัตราที่ราชการกำหนดแล้ว ผู้ขับรถยนต์ที่ชนสัตว์ป่านั้นไม่ต้องหนี ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่อยู่ใกล้เคียง หรือเบอร์โทร.กรมอุทยานฯ&amp;nbsp;1362&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ถูกรถยนต์ชนโดยทันที ผู้ขับรถยนต์ดังกล่าวจะไม่มีความผิด&amp;nbsp;นอกจากจะเป็นการช่วยชีวิตสัตว์ป่าได้ทันแล้ว ยังเป็นบุญกุศลในการช่วยเหลือต่อชีวิตสัตว์ป่า และต่อความสมบูรณ์ของสัตว์ป่าของประเทศไทยด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91578</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร บุรุษพัฒน์, ธัญญา เนติธรรมกุล, นิพนธ์ จำนงศิริศักดิ์, สิขกพงษ์ กระแจะจันทร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุทยานสมเด็จพระศรีนครินทร์, เลียงผา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210131/image_big_6016ad536d101.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2021 16:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2021 16:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจ้งจับกระบะตีนผีชนเลียงผาแล้วหนี จ่อโทษหนักคุก15ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ม.ค.64 - นายนิพนธ์ จำนงศิริศักดิ์ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารอนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) กล่าวว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;ให้ติดตามตรวจสอบ การลักลอบล่า ค้าสัตว์ป่า อย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ นายสิขกพงษ์ กระแจะจันทร์ ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.3 (บ้านโป่ง) ได้รับรายงานจาก นาย อนันท์ ศรีผุดผ่อง หัวหน้าเขตห้ามล่า อุทยานสมเด็จพระศรีนครินทร์ ว่า พบเลียงผาสัตว์ป่าสงวนหายาก ถูกรถยนต์ชน บริเวณเขาเรด้าร์ ถนนสายไทรโยค-บ้านเก่า ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี &amp;nbsp;จึงร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี เดินทางไปตรวจสอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ พบเลียงผาเคราะห์ร้าย เพศผู้ มีสภาพขาหลังหัก ซี่โครงหัก สะโพกมีบาดแผล คางมีบาดแผล แต่ยังมีชีวิต จึงนำไปพยาบาลเบื้องต้นที่หน่วยพิทักษ์ป่าพุเลียบ เพื่อเตรียมนำส่งไปรักษาที่ ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า ประทับช้าง แต่ในระหว่างนำส่ง เลียงผาตัวดังกล่าวก็ได้เสียชีวิตลง ทั้งนี้นายอนันท์ &amp;nbsp;ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี กับผู้ขับรถยนต์ชนเลียงผาแล้วหนีไป โดยขอให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี สืบสวนสอบสวน &amp;nbsp;เพื่อหาตัวผู้กระทำผิด ที่ขับรถยนต์ชนเลียงผามาลงโทษ &amp;nbsp;ตามพรบ.สงวนคุ้มครองสัตว์ป่า 2562 มาตรา12 ในข้อหาล่าหรือทำอันตรายแก่เลียงผาสัตว์ป่าสงวนถึงแก่ความตาย โดยการขับรถยนต์ชนแล้วหนี ระวางโทษจำคุก3ปี-15 ปี ปรับตั้งแต่ 3 แสน-1ล้าน 5 แสนบาท หรือทั้งจำและปรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ ระบุด้วยว่า เพื่อเป็นไปตามข้อสั่งการ ของนายวราวุธ &amp;nbsp;จึงขอให้ผู้ขับรถยนต์ทุกคัน โปรดใช้ความระมัดระวัง ในการขับขี่รถยนต์รถจักรยานยนต์ เมื่อผ่านบริเวณเขตป่าสงวน หรือเขตอุทยาน ฯ หากใช้ ความระมัดระวังอย่างเพียงพอและขับรถโดยความเร็ว ไม่เกินตามอัตราที่กำหนดกฎหมายแล้ว หากมีสัตว์ป่าวิ่งตัดหน้าในระยะกระชั้นกระชิด ทำให้ถูกรถยนต์ชนทำให้บาดเจ็บ หรือตาย ก็เป็นเหตุสุดวิสัยผู้ขับรถยนต์ ก็ไม่มีความผิด &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ ระบุว่า ดังนั้น ผู้ใดขับรถยนต์หากสุดวิสัย ชนสัตว์ป่าแล้ว หากได้ใช้ความระมัดระวัง อย่างเพียงพอ และไม่ขับรถเร็วเกินอัตราที่ราชการกำหนดแล้ว ผู้ขับรถยนต์ที่ชนสัตว์ป่านั้น ไม่ต้องหนี ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ &amp;nbsp;ที่อยู่ใกล้เคียง หรือเบอร์โทรกรมอุทยานฯ 1362 &amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือสัตว์ป่า ที่ถูกรถยนต์ชนโดยทันที ผู้ขับรถยนต์ดังกล่าวก็จะไม่มีความผิด &amp;nbsp;นอกจากจะเป็นการช่วยชีวิตสัตว์ป่าได้ทันแล้ว ยังเป็นบุญกุศลในการช่วยเหลือต่อชีวิตสัตว์ป่า และต่อความสมบูรณ์ของสัตว์ป่าของประเทศไทยด้วย. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91551</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนบุรี, เลียงผา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210131/image_big_601675e9833f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36943</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2019 19:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2019 19:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เลียงผา&#039; รอดตาย! ดิ้นหนีจนตกรถแก๊งค้าสัตว์ป่า ชาวบ้านพบกลางถนนแจ้งจนท.ช่วยเหลือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แก๊งค้าสัตว์ป่าเหิมลักลอบขนย้ายเลียงผา 1 ใน 15 ชนิด สัตว์ป่าสงวน กลางวันแสกๆดิ้นตกกลางถนนบาดเจ็บสาหัส ชาวบ้านเห็นแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือจนอาการปลอดภัย พร้อมตั้งชื่อ &amp;ldquo;เจ้าบุญรอด&amp;rdquo;&amp;nbsp;ก่อนส่งต่อให้สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า จ.พังงา ดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.62 - นายไพศาล หนูพันธุ์ขาว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ตำบลบางลึก อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร&amp;nbsp;ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่ามีชาวบ้านพบเลียงผา สัตว์ป่าสงวนใกล้สูญพันธุ์ตกจากรถยนต์ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนคนขับรถยนต์ได้หลบหนีไปแล้ว ที่บริเวณเชิงสะพานถนนตัดใหม่ใกล้สี่แยกไฟแดงวัดวิหาร หมู่ 6 ตำบลบางลึก จึงไปตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุบนถนนช่องทางขาล่องเข้าตัวเมืองชุมพร ใกล้กับเชิงสะพานข้ามคลองพบเลียงผาเพศเมียสีดำมีบาดแผลหลายจุด นอนแน่นิ่งหายใจรวยรินอยู่ใกล้กองเลือด จึงได้ช่วยกันเคลื่อนย้ายเข้าไปไว้ในสวนปาล์มของชาวบ้านเพื่อความปลอดภัย พร้อมกับประสานไปยังนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมารักษาอาการช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน นำโดย นายพรชัย สิทธิเกษร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรมหลวงชุมพร ด้านทิศใต้ จ.ชุมพร&amp;nbsp;นายพิชัย โพธิ์กระสังข์ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชุมพร นายนรินทร์ สหสันติเวช ปศุสัตว์อำเภอเมืองชุมพร นายสามารถ เลาห์ปะเสริฐ ปศุสัตว์อำเภอพะโต๊ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเป็นเลียงผาเพศเมียอายุประมาณ 4-5 ปี น้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม มีบาดแผลบริเวณปาก คาง หัว และขาหน้าซ้าย ลักษณะเหนื่อยอ่อนแรงหายในทางปาก อุณหภูมิในตัวขึ้นสูง ต้องใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดลำตัวใต้ท้องเพื่อลดอุณหภูมิ พร้อมกับให้น้ำเกลือ 1 ถุง และฉีดวิตามินบำรุง ฉีดยาแก้ปวด เจ้าหน้าที่ใช้เวลาดูแลอาการนานกว่า 1 ชั่วโมงจนอาการเริ่มดีขึ้นและจะลุกขึ้นวิ่งและพยายามจะลุกขึ้น จึงต้องใช้สก๊อตเทปพันขาหน้าและขาหลังไว้ จากนั้นได้นำขึ้นรถยนต์พาไปรักษาพักฟื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรมหลวงชุมพร ด้านทิศใต้ จ.ชุมพร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามชาวบ้านทราบว่า ช่วงเกิดเหตุได้มีรถยนต์กระบะสีขาวไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ยังไม่ทราบว่าเป็นของแก๊งค้าสัตว์ป่าสงวนหรือผู้ที่เลี้ยงไว้ขับมาจากทางอำเภอท่าแซะมุ่งหน้าเข้าอำเภอเมืองชุมพร เมื่อถึงที่เกิดเหตุเป็นสะพานข้ามคลองเลียงผาตัวดังกล่าวซึ่งคาดว่าถูกวางยาสลบระหว่างขนย้ายและยาได้หมดฤทธิ์จึงพยายามดิ้นลุกขึ้นและตกลงจากรถยนต์กระบะ โดยมีชาวบ้านที่ขับรถยนต์และรถเก๋งตามหลังมาเห็นเข้าพอดีจึงจอดช่วยเหลือทำให้รถยนต์ที่ลักลอบขนย้ายเลียงผาไม่กล้าจอดได้ขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องมาตรวจสอบและรักษาอาการจนดีขึ้น พร้อมกับตั้งชื่อเลียงผาว่า &amp;ldquo;เจ้าบุญรอด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวว่า ตรวจบาดแผลโดยทั่วไปถือว่าบาดเจ็บไม่มากนัก แต่อุณหภูมิในตัวขึ้นสูง ต้องหายใจทางปาก อ่อนเพลีย อาจเป็นเพราะระบบภายในมีปัญหาอยู่บ้าง แต่หลังจากรักษาอาการให้น้ำเกลือ เช็ดตัว และฉีดยาบำรุง ยาแก้ปวด อาการดีขึ้น หายใจได้ตามปกติ อย่างไรก็ตามตอนนี้เป็นเพียงการรักษาอาการเบื้องต้นจึงต้องรอดูอาการต่อไปว่าปลอดภัยหรือไม่อย่างไร ซึ่งเลียงผาตัวนี้คาดว่าน่าจะมีผู้เลี้ยงไว้เพราะมีอาการค่อนข้างเชื่อง ส่วนใครจะเลี้ยงหรือขนย้ายจากไหนอย่างไรเป็นหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องที่จะดำเนินการ เพราะเลียงผาเป็นสัตว์สงวนที่ไม่สามารถขออนุญาตเลี้ยงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพรชัย กล่าวว่า&amp;nbsp;เลียงผาถือเป็นสัตว์ป่าสงวน 1 ใน 15 ชนิดตาม พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ห้ามผู้ใดเลี้ยงหรือมีไว้ในความครอบครองอย่างเด็ดขาด กรณีนี้จะต้องไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุเพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกำหมายต่อไป เนื่องจากเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ และถือเป็นครั้งแรกที่มีเหตุการณ์แบบเกิดขึ้นใน จ.ชุมพร หลังจากนี้จะมอบเลียงผาให้สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า จ.พังงา นำไปเลี้ยงซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างเดินทางมารับแล้ว
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36943</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชุมพร, ช่วยเลียงผาบาดเจ็บ, พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535, สัตว์ป่าสงวน, สัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรมหลวงชุมพร, เจ้าบุญรอด, เลียงผา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190527/image_big_5cebcb5b095b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
