<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พัทลุง’ใช้สิทธิ์สูงสุด ‘ฉลอง’ค้านผล‘อบจ.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กกต.เผย &amp;ldquo;พัทลุง&amp;rdquo; ใช้สิทธิเลือกตั้ง อบจ.มากสุด&amp;nbsp; ส่วน &amp;ldquo;ปทุมธานี&amp;rdquo; บัตรเสียน้อยสุด พร้อมเปิดชื่อว่าที่ 76 นายก อบจ.แล้ว &amp;ldquo;ฉลอง&amp;rdquo; หอบคลิปร้องคัดค้านผลที่นนทบุรี อ้างซื้อสิทธิ์ขายเสียงโจ๋งครึ่มกว่ายุคเลือกตั้งใหญ่ปี 2554&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ที่ 25 ธ.ค. สำนักงานคณะกรรมการ?การ?เลือกตั้ง? (กกต.) ได้เผยแพร่ยอดผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และสมาชิกสภา อบจ. เมื่อวันอาทิตย์ 20 ธ.ค.ว่าจังหวัดที่มีจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดพัทลุง ผู้มาใช้สิทธิ์&amp;nbsp; 78.04%, ลำพูน 77.86%, นครนายก 75.79%, สตูล 74.29% และเชียงใหม่ 71.95% ส่วนจังหวัดที่มีจำนวนบัตรเสียน้อยที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ปทุมธานี บัตรเสีย 2.94%, นครปฐม 3.03%, ภูเก็ต 3.12%, พัทลุง 3.29% และร้อยเอ็ด 3.30%
สำนักงาน กกต.ยังได้เผยรายชื่อผู้ชนะการเลือกตั้งนายก อบจ. โดยผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดอย่างไม่เป็นทางการในการเลือกตั้งนายก อบจ. 76 จังหวัด ประกอบด้วย จ.กระบี่ นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล, กาญจนบุรี นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ, กาฬสินธุ์ นายชานุวัฒน์ วรามิตร, กำแพงเพชร นายสุนทร รัตนากร, ขอนแก่น นายพงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์, จันทบุรี นายธนภณ กิจกาญจน์, ฉะเชิงเทรา นายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์, ชลบุรี นายวิทยา คุณปลื้ม, ชัยนาท นายอนุสรณ์ นาคาศัย, ชัยภูมิ นายอร่าม โล่ห์วีระ, ชุมพร นายนพพร อุสิทธิ์, เชียงราย นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์, เชียงใหม่ นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร, ตรัง นายบุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ, ตราด นายวิเชียร ทรัพย์เจริญ, ตาก นายณัฐวุฒิ ทวีเกื้อกูลกิจ&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นครนายก นายจักรพันธ์ จินตนาพากานนท์, นครปฐม นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์, นครพนม น.ส.ศุภพานี โพธิ์สุ, นครราชสีมา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล, นครศรีธรรมราช นางกนกพร เดชเดโช, นครสวรรค์ พล.ต.อ.สมศักดิ์ จันทะพิงค์, นนทบุรี พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ, นราธิวาส นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน, น่าน นายนพรัตน์ ถาวงศ์, บึงกาฬ นางแว่นฟ้า ทองศรี, บุรีรัมย์ นายภูษิต เล็กอุดากร, ปทุมธานี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง, ประจวบคีรีขันธ์ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์, ปราจีนบุรี นายสุนทร วิลาวัลย์, ปัตตานี นายเศรษฐ์ อัลยุฟรี, พะเยา นายอัครา พรหมเผ่า,
พระนครศรีอยุธยา นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล, พังงา นายธราธิป ทองเจิม, พัทลุง นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร, พิจิตร พ.ต.อ.กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์, พิษณุโลก นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์, เพชรบุรี นายชัยยะ อังกินันทน์, เพชรบูรณ์ นายอัครเดช ทองใจสด, แพร่ นายอนุวัธ วงศ์วรรณ, ภูเก็ต นายเรวัติ อารีรอบ, มหาสารคาม นางคมคาย อุดรพิมพ์, มุกดาหาร พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์, แม่ฮ่องสอน นายอัครเดช วันไชยธนวงศ์, ยโสธร นายวิเชียร สมวงศ์, ยะลา นายมุขตาร์ มะทา, ร้อยเอ็ด นายเอกภาพ พลซื่อ,&amp;nbsp; ระนอง นายธนกร บริสุทธิญาณี, ระยอง นายปิยะ ปิตุเตชะ,&amp;nbsp;&amp;nbsp; ราชบุรี นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา, ลพบุรี นางอรพิน จิระพันธุ์วาณิช&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ลำปาง น.ส.ดวงรัตน์ โล่สุนทร, ลำพูน นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ, เลย นายธนาวุฒิ ทิมสุวรรณ, ศรีสะเกษ นายวิชิต ไตรสรณกุล, สกลนคร นายชูพงศ์ คำจวง, สงขลา นายไพเจน มากสุวรรณ์, สตูล นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์, สมุทรปราการ น.ส.นันทิดา แก้วบัวสาย, สมุทรสงคราม น.ส.สุกานดา ปานะสุทธะ, สมุทรสาคร นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์, สระแก้ว นางขวัญเรือน เทียนทอง, สระบุรี นายสัญญา บุญ-หลง, สิงห์บุรี นายศุภวัฒน์ เทียรถาวร, สุโขทัย นายมนู พุกประเสริฐ, สุพรรณบุรี นายบุญชู จันทร์สุวรรณ, สุราษฎร์ธานี นายพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว, สุรินทร์ นายพรชัย มุ่งเจริญพร และหนองคาย นายยุทธนา ศรีตะบุตร, หนองบัวลำภู นายวุฒิพงษ์ ศิริสถิต, อ่างทอง นายสุรเชษ นิ่มกุล, อำนาจเจริญ น.ส.วันเพ็ญ ตั้งสกุล, อุดรธานี นายวิเชียร ขาวขำ, อุตรดิตถ์ นายชัยศิริ&amp;nbsp; ศุภรักษ์จินดา, อุทัยธานี นายเผด็จ นุ้ยปรี และอุบลราชธานี นายกานต์ กัลป์ตินันท์ &amp;nbsp;
ทั้งนี้ ผลคะแนนการเลือกตั้งสมาชิกสภา อบจ.สามารถติดตามได้ที่สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัด หรือที่ อบจ.ทุกจังหวัด
วันเดียวกัน ที่สำนักงาน กกต. นายฉลอง เรี่ยวแรง ผู้สมัครนายก อบจ.หมายเลข 2 จากกลุ่มพลังนนท์ ได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องคัดค้าน และขอให้ กกต.ตรวจสอบการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งสมาชิกและนายก อบจ. โดยนายฉลองระบุว่ามีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงโดยหัวคะแนน โดยมีภาพวิดีโอเป็นหลักฐาน ซึ่งเป็นภาพหัวคะแนนที่นำเงินพร้อมเอกสารหาเสียงของผู้สมัครไปยื่นให้เจ้าของร้านขายของชำแห่งหนึ่ง พร้อมย้ำว่าให้เลือกผู้สมัครหมายเลขดังกล่าว ซึ่งเจ้าของร้านชำเกรงว่าจะมีความผิดฐานขายเสียง จึงได้ไปแจ้งความ และนำเรื่องดังกล่าวมาแจ้งให้ทราบ และพร้อมเป็นพยาน นอกจากนี้ยังพบพฤติกรรม อสม.ประจำอยู่ที่หน่วยเลือกตั้งมีพฤติกรรมชี้นำด้วยการเปิดเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครด้วย
&amp;ldquo;คะแนนการเลือกตั้งในครั้งนี้ผิดปกติ เมื่อเทียบกับการเลือกตั้ง ส.ส.สมัยปี 2554 จะเห็นได้ว่ามีการซื้อเสียงเพื่อพยายามตัดคะแนนผม ซึ่งหากไม่มีคลิปภาพเคลื่อนไหว ผมคงไม่มาร้อง แต่ครั้งนี้ชัดเจน มีพยาน มีคลิป มีโทรศัพท์มาขอเคลียร์และข่มขู่ หวังว่าจะได้รับความเป็นธรรมจาก กกต. การร้องครั้งนี้ผมไม่ต้องการกลั่นแกล้งใคร การเลือกตั้งจบก็คือจบ แต่ครั้งนี้มีหลักฐาน&amp;rdquo;
ส่วนที่สำนักงาน กกต.จังหวัดมุกดาหาร นายวิริยะ ทองผา บ้านเลขที่ 53 หมู่ 9 ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ผู้สมัครนายก อบจ.เบอร์ 4 ได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนคัดค้านการเลือกตั้งโดยระบุว่า แผ่นพับในการแนะนำการเลือกตั้งให้กับประชาชนและผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง จ.มุกดาหาร ที่แจกจ่ายและส่งทางไปรษณีย์ไปยังภูมิลำเนาของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกครัวเรือนใน จ.มุกดาหาร กับการไปเลือกตั้งจริง ทำให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกิดความเข้าใจผิด ลงคะแนนผิดในหลายเขต
น.ส.พิมล โพนทราย รองผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.จ.มุกดาหาร รักษาราชการในตำแหน่งผู้อำนวยการ กกต.มุกดาหารกล่าวว่า หากข้องใจการจัดการเลือกตั้ง เราก็พร้อมดำเนินการตามกฎหมายให้ โดยมีระเบียบขั้นตอน ซึ่ง กกต.จะส่งเรื่องไปยัง กกต.ให้พิจารณาต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88013</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือก อบจ., เลือกตั้ง, เลือกตั้งท้องถิ่น, ใช้สิทธิเลือกตั้ง อบจ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201225/image_big_5fe60742e3ef0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87932</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แห่ร้องเรียนกกต. เลือกอบจ.โกงอื้อ ‘พี่ศรี’ขยี้ก้าวหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; ให้ข้อมูล กกต.ตอกย้ำ &amp;quot;คณะก้าวหน้า&amp;quot;&amp;nbsp; กระทำการคล้ายพรรคการเมือง ยันแตกต่างจากกลุ่มการเมืองในจังหวัดที่เมื่อหาเสียงเสร็จก็สลายตัวไป &amp;quot;กลุ่มปทุมรักไทย&amp;quot; ร้อง กกต. &amp;quot;คำรณวิทย์&amp;quot; ใช้นโยบายหลอกลวง ปชช. อยู่นอกอำนาจหน้าที่อบจ. ผู้สมัคร ส.อบจ.มุกดาหารจี้นับคะแนนใหม่หลังแพ้แค่ 1 คะแนน กกต.พิจิตรเผยมีการร้องเรียนเพียบ ทั้งซื้อเสียง สัญญาว่าจะให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 25 ธันวาคม นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้าให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการไต่สวนของ กกต.กรณีที่ได้ยื่นคำร้องต่อ กกต. ขอให้ตรวจสอบการกระทำของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายปิยบุตร แสงกนกุล, น.ส.พรรณิการ์ วานิช และกลุ่มก้าวหน้า ว่ากระทำการคล้ายพรรคการเมืองเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 111 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองหรือไม่ โดยนายศรีสุวรรณกล่าวว่า ทาง กกต.ได้สอบถามว่าจะกล่าวหาใครบ้าง ก็ได้ยืนยันที่จะกล่าวหาบุคคลทั้ง 3 และกลุ่มก้าวหน้าว่ากระทำการในลักษณะคล้ายพรรคการเมือง เพราะมีการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง มีการใช้โลโก้กลุ่มคล้ายพรรคการเมืองและรูปของนายธนาธรในป้ายหาเสียงของผู้สมัคร อบจ. รวมทั้งบุคคลทั้ง 3 ยังมีการขึ้นรถปราศรัยตระเวนหาเสียงตามจังหวัดต่างๆ เช่นเดียวกับการดำเนินการของพรรคการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การกระทำของคณะก้าวหน้าแตกต่างจากกลุ่มการเมืองในจังหวัดที่มีการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง อบจ. เพราะกลุ่มการเมืองในจังหวัดจะหาเสียงแค่ในพื้นที่ เมื่อเสร็จเลือกตั้งก็จะสลายกลุ่มไป แต่คณะก้าวหน้าหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งไม่ได้สลายกลุ่ม และยังมีการประกาศจะส่งผู้สมัครท้องถิ่นในระดับอื่นๆ ต่อไป ซึ่งผมก็ได้แจ้งต่อคณะกรรมการไต่สวนฯ ขอที่จะไปรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม เช่น คำให้สัมภาษณ์ พฤติการณ์ในลักษณะคล้ายพรรคการเมือง และจะนำมามอบให้คณะกรรมการไต่สวนฯ ภายใน 2 สัปดาห์จากที่วันนี้ก็ได้ให้รูปป้ายหาเสียงและภาพถ่ายนายธนาธรและ น.ส.พรรณิการ์ได้ขึ้นรถแห่หาเสียงไปในจังหวัดต่างๆ กับทางคณะกรรมการไต่สวนฯ ไปแล้ว&amp;nbsp; โดยคณะกรรมการไต่สวนฯ ก็ระบุว่าจะมีการเชิญผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจงด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การยื่นคำร้องเหมือนจงใจเล่นงานแต่คณะก้าวหน้า นายศรีสุวรรณกล่าวปฏิเสธ โดยระบุว่า พรรคเพื่อไทย พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย เขามีสิทธิ์ที่จะไปช่วยผู้สมัครท้องถิ่นหาเสียง เพราะเป็นพรรคการเมืองกฎหมายไม่ได้ห้ามส่งผู้สมัคร แต่กลุ่มก้าวหน้าไม่ใช่พรรคการเมือง แต่มีพฤติการณ์คล้ายพรรคการเมือง นายธนาธรไปจังหวัดไหนก็บอกว่าจะเปลี่ยนจังหวัดให้เป็นแบบนั้นแบบนี้เช่นเดียวกับพรรคการเมืองที่มีนโยบายระดับประเทศ ส่วนกลุ่มอื่นๆ เขาหาเสียงในจังหวัด เสร็จเลือกตั้งก็สลายไป ทำให้ตนต้องมาร้องต่อ กกต.ให้ตรวจสอบ อย่าคิดมากเกินไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณกล่าวด้วยว่า วันนี้ยังได้นำหลักฐานการโพสต์ข้อความสนับสนุนผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ สังกัดพรรคเพื่อไทยของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มามอบเพิ่มให้กับ กกต. เนื่องจากเห็นว่าการคงข้อความดังกล่าวของนายทักษิณไว้จนถึงเวลาเลือกตั้ง เข้าข่ายเป็นการหาเสียงเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดถือเป็นความผิด ซึ่งประเด็นที่ตนร้องเป็นการเรื่องการครอบงำ ถ้า กกต.เห็นว่าผิดส่งศาลรัฐธรรมนูญแล้วมีคำวินิจฉัยยืนก็จะมีผลต้องยุบพรรคเพื่อไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายอนุสรณ์ แกหลิ่ง ผู้สมัคร ส.อบจ.บึงกาฬ เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อ กกต. เพื่อให้ตรวจสอบกรณีนายปรีชา กุมภิโร ผู้สมัคร ส.อบจ.บึงกาฬ และนายสุวรรณา กุมภิโร อดีตนายก อบต.ป่งไฮ น้องชายของนายปรีชา ในฐานะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ได้มีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอนุสรณ์กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นมี 3 ลักษณะ คือ 1.การที่นายปรีชาและนายสุวรรณาไปงานศพร่วมกัน และพบว่านายสุวรรณามีการมอบเงินช่วยเหลือในฐานะเป็นอดีตนายก อบต. แต่จะมีนายปรีชาร่วมอยู่ในภาพดังกล่าวด้วย 2.การที่นายปรีชาและนายสุวรรณาไปงานกิจกรรมกีฬาของโรงเรียนร่วมกัน โดยที่นายสุวรรณามีการมอบเงินให้ ผอ.โรงเรียน เพื่อสมทบเป็นเงินรางวัล และ 3.มีการมอบเสื้อให้ประธานสตรีตำบลน้ำจั้น รวม 13 หมู่บ้าน โดยเป็นการมอบเสื้อเบอร์ 3 ซึ่งตรงกับหมายเลขที่นายปรีชาสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ด้วย เรื่องที่เกิดขึ้นมีการนำรูปถ่ายทั้ง 3 ลักษณะ โพสต์ลงในเพจป่งไฮโพสต์ และมีการส่งต่อในไลน์กลุ่มสตรีน้ำจั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อว่าเรื่องที่ผมร้องเรียนมีหลักฐานชัดเจน ทั้งเสื้อ ทั้งภาพถ่าย รวมทั้งพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ โดยเคยร้องเรียนต่อ กกต.บึงกาฬแล้ว และได้รับคำตอบว่ากำลังตรวจสอบอยู่ แต่รู้สึกว่าในพื้นที่เงียบผิดปกติ จึงมายื่นเรื่องต่อสำนักงาน กกต. เพื่อให้ทำการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวต่อไป&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชาญ พวงเพ็ชร์ ผู้สมัครนายก อบจ.ปทุมธานี หมายเลข 1 และผู้สมัคร ส.อบจ.กลุ่มปทุมรักไทย ได้มอบให้นายไพศาล กล่ำสนอง ผู้สมัคร ส.อบจ.เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองฯ เป็นตัวแทนไปยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี และ ส.อบจ.ปทุมธานี โดยมีนายอมร รัชตังกูร รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดปทุมธานีเป็นผู้รับเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยยื่นคำร้องคัดค้านว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้สมัครนายก อบจ.ปทุมธานี หมายเลข 2 และผู้สมัครกลุ่มคนรักปทุม ว่ากระทำผิด พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5) และวรรคสอง ในการปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.2563 และนโยบายที่ใช้หาเสียงเลือกตั้งเป็นการหลอกลวงประชาชน อยู่นอกอำนาจหน้าที่ของ อบจ. และไม่สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประเด็นที่กระทำผิด เช่น ก่อใช้ สนับสนุน ให้นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกพรรคเพื่อไทยขึ้นปราศรัยหาเสียงให้ร้าย ใส่ความด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จว่า น้ำท่วมปทุมธานีปี 2554 เกิดจากผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ ปล่อยให้น้ำท่วมปทุมฯ เพราะนายก อบจ.ปทุมธานี ในขณะนั้นไม่มีความสามารถ และยังปราศรัยว่าขณะที่นายชาญ พวงเพ็ชร์ เป็นนายก อบจ.ปทุมธานี มีคดีทุจริตอยู่ในการสอบสวนของ ป.ป.ช.กว่า 40 คดี และหากินกับผู้รับเหมา และด่าว่าเป็นสัตว์เดรัจฉาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.มุกดาหาร ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนายขันเพ็ชร์ คำโพธิ์ อายุ 55 ปี บ้านเลขที่ 129 หมู่ 6 บ้านคำเม็ก ต.คำอาฮวน อ.เมืองฯ จ.มุกดาหาร ผู้สมัคร ส.อบจ.เขตเลือกตั้งที่ 2 อำเภอเมืองมุกดาหาร ว่าร้องขอความเป็นธรรมให้นับคะแนนใหม่ในการเลือกตั้ง ส.อบจ.มุกดาหาร เขต 2 โดยนายขันเพ็ชร์กล่าวว่า ได้ไปยื่นหนังสือถึง กกต.จังหวัดมุกดาหาร ว่าผลการนับคะแนนของตนแพ้ 1 คะแนน อยากให้นับคะแนนใหม่ หรือว่าเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งอาจจะนับคลาดเคลื่อนของแต่ละหน่วย เพราะมีลมแรง&amp;nbsp; หนาวและมืดด้วย บัตรเสียกว่า 900 ใบ อยากให้มีการนับคะแนนใหม่ ขอความเป็นธรรมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้สมัคร ส.อบจ.เขตการเลือกตั้งที่ 2 อำเภอเมืองมุกดาหาร มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 12,014 คน ผู้มาเลือกตั้งจำนวน 8,438 คน จำนวนบัตรดี 7,203 บัตร จำนวนบัตรเสีย 906 บัตร จำนวนบัตรประสงค์ไม่เลือกผู้สมัคร 329 บัตร ทั้งนี้ มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง 3 คน คือ หมายเลข 1 นางสาวสุธาสินี ผิวทอง ได้คะแนน 1,094 คะแนน, หมายเลข 2 นายขันเพ็ชร์ คำโพธิ์ ได้คะแนน 3,054, นายพนมชัย พันธ์พุทธ ได้คะแนน 3,055 คะแนน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งแพ้จำนวน 1 คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ร.ต.อ.สุชีพ จาดย่านขาด ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า หลังจากมีการเลือกตั้งทั้งนายก อบจ.พิจิตรและสมาชิก อบจ.พิจิตร มีเรื่องร้องเรียนเข้ามามากมาย ไม่ว่าก่อนเลือกตั้งหรือหลังเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างไต่สวนอยู่ ประกอบไปด้วยเรื่องซื้อเสียง สัญญาว่าจะให้ ใส่ร้ายป้ายสี เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีอีกกว่า 10 เรื่อง อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูล ส่วนเรื่องของการแจกเงินรับเงินซื้อเสียงไต่สวนหมดแล้ว นอกจากนี้วันนี้ได้มีชาวบ้านนำเบาะแสมามอบให้เพิ่มเติมอีก ซึ่ง กกต.กำลังดำเนินการ ต้องให้แล้วเสร็จภายใน 50 วัน ซึ่งทุกอย่างต้องใช้เวลา ซึ่งขอบอกทุกฝ่ายว่า กกต.ต้องทำ แต่เรื่องจริงไม่ต้องกลัวว่า กกต.จะไปฝักใฝ่ข้างใดข้างหนึ่ง เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87932</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทำการคล้ายพรรคการเมือง, คณะก้าวหน้า, ศรีสุวรรณ จรรยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือก อบจ., เลือกตั้ง, เลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201224/image_big_5fe4a48ba4d01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2020 22:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่ยินดีกับผู้ชนะทอนผิดหวังเสียใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มหาดไทยสรุปผลเลือกตั้ง &amp;ldquo;อบจ.&amp;rdquo; ไม่เป็นทางการ เจ้าของเดิมยึดเก้าอี้เหนียวแน่น 34 พื้นที่ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo;&amp;nbsp; แสดงความยินดี โยน กกต.กำหนดหย่อนบัตรงวดต่อไป&amp;nbsp; &amp;ldquo;บิ๊กป้อม-จุรินทร์&amp;rdquo; ปลื้มเสียงตอบรับผู้สมัคร &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; กัดฟันคุยได้ 40% ส่วน &amp;ldquo;ธนาธร&amp;rdquo; ฟุ้งคะแนนดิบได้เพิ่ม 17%&amp;nbsp; แม้ชวดเก้าอี้นายก อบจ.ทั้ง 76 จังหวัด แต่ได้ ส.จ. 57&amp;nbsp; เก้าอี้ปลอบใจ รับประเด็นปฏิรูปสถาบันกระทบ ไม่ท้อลุยศึก อบต.ต่อ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันจันทร์ที่ 21 ธ.ค. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย รายงานผลการเลือกตั้งผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) 76 จังหวัดอย่างไม่เป็นทางการ โดย&amp;nbsp; จังหวัดกระบี่-นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล, กาญจนบุรี-นายสุรพงษ์&amp;nbsp; ปิยะโชติ, กาฬสินธุ์-นายชานุวัฒน์ วรามิตร, กำแพงเพชร-นายสุนทร รัตนากร, ขอนแก่น-นายพงษ์ศักดิ์&amp;nbsp; ตั้งวานิชกพงษ์, จันทบุรี-นายธนภณ กิจกาญจน์, ฉะเชิงเทรา-นายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์, ชลบุรี-นายวิทยา&amp;nbsp; คุณปลี้ม, ชัยนาท-นายอนุสรณ์ นาคาศัย, ชัยภูมิ-นายอร่าม&amp;nbsp; โล่ห์วีระ, ชุมพร-นายนพพร อุสิทธิ์, เชียงราย-นางอทิตาธร&amp;nbsp; วันไชยธนวงศ์, เชียงใหม่-นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร, ตราด-นายวิเชียร ทรัพย์เจริญ, ตรัง-นายบุญเล้ง โล่สถาพรพิพิธ, ตาก-นายณัฐวุฒิ ทวีเกื้อกูลกิจ, นครนายก-นายจักรพันธ์&amp;nbsp; จินตนาพากานนท์, นครปฐม-นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์, นครพนม-น.ส.ศุภพานี โพธิ์สุ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา-นางยลดา หวังศุภกิจโกศล, นครศรีธรรมราช-นางกนกพร เดชเดโช, นครสวรรค์-พล.ต.อ.สมศักดิ์ จันทะพิงค์, นนทบุรี-พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ, นราธิวาส-นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน, น่าน-นายนพรัตน์ ถาวงศ์, บึงกาฬ-นางแว่นฟ้า ทองศรี, บุรีรัมย์-นายภูษิต เล็กอุกากร, ปทุมธานี-พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง, ประจวบคีรีขันธ์-นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์, ปราจีนบุรี-นายสุนทร วิลาวัลย์, ปัตตานี-นายเศรษฐ์ อัลยุฟรี, พระนครศรีอยุธยา-นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล, พะเยา-นายอัครา พรหมเผ่า, พิจิตร-พ.ต.อ.กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์, พิษณุโลก-นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์,&amp;nbsp; เพชรบูรณ์-นายอัครเดช ทองใจสด, เพชรบุรี-นายชัยยะ อังกินันทน์, แพร่-นายอนุวัธ วงศ์วรรณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
จังหวัดพังงา-นายธราธิป ทองเจิม, พัทลุง-นายวิสุทธิ์&amp;nbsp; ธรรมเพชร, ภูเก็ต-นายเรวัต อารีรอบ, มุกดาหาร-พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์, มหาสารคาม-ดร.คมคาย อุดรพิมพ์, แม่ฮ่องสอน-นายอัครเดช วันไชยธนวงศ์, ยะลา-นายมุขตาร์ มะทา, ยโสธร-นายวิเชียร สมวงศ์, ร้อยเอ็ด-นายเอกภาพ พลซื่อ, ระนอง-นายธนกร บริสุทธิญานี,&amp;nbsp; ระยอง-นายปิยะ ปิตุเตชะ, ราชบุรี-นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา, ลพบุรี-นางอรพิน จิระพันธุ์วาณิช, ลำปาง-น.ส.ตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร, ลำพูน-นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ, เลย-นายธนาวุฒิ ทิมสุวรรณ, ศรีสะเกษ-นายวิชิต ไตรสรณกุล,&amp;nbsp; สกลนคร-นายชูพงศ์ คำจวง, สงขลา-นายไพเจน มากสุวรรณ์, สตูล-นายสัมฤทธิ์ เลี้ยงประสิทธิ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร-นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์,&amp;nbsp; สมุทรสงคราม-นายพิสิฐ เสือสมิง, สมุทรปราการ-นางนันทิดา แก้วบัวสาย, สระแก้ว-นางขวัญเรือน เทียนทอง, สระบุรี-นายสัญญา บุญหลง, สิงห์บุรี-นายศุภวัฒน์ เทียนถาวร, สุโขทัย-นายมนู พุกประเสริฐ, สุพรรณบุรี-นายบุญชู&amp;nbsp; จันทร์สุวรรณ, สุราษฎร์ธานี-นายพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว, สุรินทร์-นายพรชัย มุ่งเจริญพร, หนองคาย-นายยุทธนา ศรีตะบุตร, หนองบัวลำภู-นายวุฒิพงษ์ ศิริสถิตย์, อ่างทอง-นายสุรเชษ นิ่มกุล, อุบลราชธานี-นายกานต์ กัลป์ตินันท์, อุทัยธานี-นายเผด็จ นุ้ยปรี, อุดรธานี-นายวิเชียร ขาวขำ,&amp;nbsp; อุตรดิตถ์-นายชัยศิริ ศุภรักษ์จินดา และอำนาจเจริญ-น.ส.วันเพ็ญ ตั้งสกุล &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้มีว่าที่นายก อบจ.หน้าใหม่ทั้งสิ้น 42 คน และเป็นอดีตนายก อบจ. 34 คน
ทำผิดแค่ 16 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวถึงภาพรวมการกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้งและกฎหมายอื่นๆ ว่ามีผู้กระทำผิด 16 ราย เป็นการฉีกบัตรเลือกตั้ง 12 ราย ซื้อเสียง 2&amp;nbsp; ราย ทิ้งบัตร 1 ราย ฉีกบัตรเกิน 1 ราย โดยมีการดำเนินคดี&amp;nbsp; 8 ราย เปรียบเทียบปรับ 5 ราย และไม่ดำเนินคดี 2 ราย&amp;nbsp; ในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเป็นที่น่าพอใจ
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงผลการเลือกตั้งนายกและสมาชิก อบจ.ว่า ขอแสดงความยินดีกับทุกคน เรื่องนี้รัฐบาลไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และประชาชน และนี่คือการใช้อำนาจตามระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นเมื่อการเลือกตั้งผลออกมาแล้วก็ต้องแสดงความยินดีกับทุกคน ก็ขอให้ทุกคนเตรียมบริหารท้องถิ่นของพวกท่านให้ดี ทั้งเรื่องของการพัฒนาและวิธีการบริหาร เรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ การจัดทำแผนให้สอดคล้องกับส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ซึ่งก็ต้องทำงานร่วมกันทั้งหมด ไม่มีใครทำงานอย่างอิสระได้อยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะเป็นการเลือกตั้งท้องถิ่นประเภทใด พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;quot;ตอนนี้ยังเหลือประเภทใดอีก ก็ยังเหลือองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.), กรุงเทพฯ, พัทยา ก็ว่ากันไป เดี๋ยว กกต.ก็จัดการเลือกตั้งกันเองนั่นแหละ กกต.เตรียมไว้อยู่แล้ว อย่าเพิ่งถาม ทำไมต้องรู้วันนี้ เขาก็มีการเตรียมการไว้อยู่แล้ว&amp;quot;
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงผลเลือกตั้งนายก อบจ.ที่พรรคสนับสนุนชนะในหลายจังหวัดว่า รอให้ กกต.ประกาศรับรองก่อน แต่เราเชื่อมั่นในพรรคของเราอยู่แล้วไม่ต้องห่วง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าเป็นการสะท้อนว่าประชาชนนิยมใน พปชร.มากขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวพร้อมอมยิ้มว่า&amp;nbsp; &amp;quot;ก็ไม่รู้สิ ต้องถามประชาชนดูนะครับ&amp;quot; และเมื่อถามว่าคณะก้าวหน้าแทบไม่ได้รับเลือกเป็นนายก อบจ. เป็นเพราะอะไร พล.อ.ประวิตรตอบทันทีว่า &amp;quot;ก็ประชาชนเขาไม่เลือก&amp;nbsp; ไม่รู้จะทำอย่างไร ต้องแล้วแต่ประชาชน ส่วนจะทำให้ม็อบลดลงหรือไม่นั้น-ไม่ทราบ ต้องไปถามประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)&amp;nbsp; กล่าวขอบคุณคนไทยทุกคนที่ได้ออกมาใช้สิทธิ์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคนไทยให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งท้องถิ่น&amp;nbsp; และการเลือกตั้ง อบจ.ก็สะท้อนว่าพี่น้องประชาชนอยากเห็นการเลือกตั้งท้องถิ่นในระดับอื่นๆ เกิดขึ้นโดยเร็วเป็นลำดับต่อไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ภาคใต้ในภาพรวมจากผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ต้องถือว่าได้รับการตอบรับอย่างมีนัยสำคัญ ผู้สมัครในนามพรรคและสมาชิกของพรรคได้รับการตอบรับเป็นอย่างดียิ่ง ไม่ว่าจะเป็นที่ จ.สงขลา, พัทลุง, นครศรีธรรมราช, ตรัง, ภูเก็ต, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, สตูล รวมไปถึงในภาคอื่น เช่น ประจวบคีรีขันธ์, ระยอง และชัยภูมิ เป็นต้น&amp;rdquo; หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าว
เพื่อไทยกัดฟันพอใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง&amp;nbsp; ส.ส.นครราชสีมา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.)&amp;nbsp; กล่าวว่า แม้ผลการเลือกตั้งนายก อบจ.ยังไม่เป็นทางการ&amp;nbsp; แต่พรรคก็พึงพอใจ ส่งผู้สมัคร 25 จังหวัดได้ 9 จังหวัด หรือ 40% โดยเฉพาะในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคกลางแม้ไม่ได้รับการเลือกตั้ง แต่เราก็พึงพอใจที่ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี &amp;nbsp;
ขณะเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทวีตข้อความบนทวิตเตอร์ว่า &amp;quot;ขอแสดงความยินดีกับนายก&amp;nbsp; อบจ.ใหม่ทุกท่านที่ได้รับเลือกตั้ง หลังถูกยึดอำนาจมานาน&amp;nbsp; โดยเฉพาะนายก อบจ.เจียงใหม่ ก็ต้องขอบคุณปี้น้องจาวเจียงใหม่ที่บ่ลืมเฮาสองปี้น้อง เฮาฮักไผเฮาก็ฮักตวยกั๋น เฮาเชียร์ไผเฮาก็เชียร์ตวยกั๋นเน้อเจ้า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)&amp;nbsp; เฟซบุ๊กไลฟ์ถึงผลการเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงใหม่ว่า &amp;quot;ยังเป็นนายจตุพรตามเดิม และได้ตัดสินใจถูกต้องแล้วที่มาช่วยนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ผู้สมัครนายก อบจ. ซึ่งถือว่าได้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาแล้ว ส่วนผลแพ้ชนะนั้นไม่ได้เป็นสาระหลัก เพราะเป็นการต่อสู้เพื่อความถูกต้อง&amp;nbsp; เพราะถ้าสังคมละเลยหรือไม่สนใจความยุติธรรมของคนจน&amp;nbsp; หรือทางกลับกัน หากสังคมรู้สึกไม่สนใจความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น เพราะไม่ได้เกิดกับตัวเอง เช่นกรณีดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ ดังนั้นจึงเชื่อว่า ผลการเลือกตั้งแพ้หรือชนะก็ไม่นำไปชำระล้างความชั่วร้ายการทำลายความยุติธรรมได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผลเลือกตั้งคือเข็มทิศที่ทรงพลังให้คนหนุ่มสาว เช่น คนกลุ่มคณะก้าวหน้า จะเดินอย่างมั่นใจไปสู่อนาคต เพราะแม้จะแพ้การเลือกตั้งนายก อบจ. แต่นั่นก็เป็นชัยชนะที่ได้สำแดงพลังออกมาแล้ว ผมไม่ใช่พวกขี้แพ้แล้วโจมตี แต่เป็นประเภทนักกีฬา แพ้คือแพ้ ชนะก็ชนะ แต่เชื่อในชีวิตของคนคนหนึ่งว่า มีทั้งแพ้และชนะหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามเงื่อนไขเวลาเท่านั้น เพียงรอดูแพ้จะมาช่วงไหน และชัยชนะจะมาอย่างไร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ไลฟ์สดแฟนเพจเฟซบุ๊กคณะก้าวหน้าว่า &amp;quot;ใน 42&amp;nbsp; จังหวัดที่ส่งตัวแทนเข้าแข่งขันในตำแหน่งนายก อบจ. ไม่สามารถช่วงชิงตำแหน่งมาได้เลยสักจังหวัด ถึงแม้มีปัจจัยอื่นมากมาย แต่ปัจจัยสำคัญที่สุด เพราะการทำงานพวกเราไม่หนักพอ ไม่มีประสิทธิภาพมากพอ ขอโทษพี่น้องประชาชนทุกคนด้วย พวกเราผิดหวังและเสียใจ แต่ในการเลือกตั้งทั้ง 42 จังหวัด เราได้รับคะแนนไว้วางใจ&amp;nbsp; 2,670,798 คะแนน ขอขอบคุณทุกคะแนนที่ไว้วางใจ ซึ่งพวกเรายังช่วงชิงตำแหน่งสมาชิกสภา อบจ.ได้ 55 คน 18&amp;nbsp; จังหวัด คือความภาคภูมิใจของเรา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อเอาผลการเลือกตั้ง อบจ.มาเทียบกับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ใน 42 จังหวัด เมื่อปี&amp;nbsp; 2562 พวกเราได้คะแนนดิบน้อยลง แต่ถ้าดูเปอร์เซ็นต์จะเห็นว่าปี 2563 เราได้เพิ่มเป็น 17% หนึ่งปีกว่าที่ผ่านมาคะแนนนิยมไม่ลดลงเลย และการเลือกตั้งรอบนี้เป็นที่รู้กันว่าไม่มีการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรและนอกเขต คะแนนที่เราได้รับมาภูมิใจยิ่ง เรายังรักษาคะแนนได้ถึง 17%&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว &amp;nbsp;
รับปฏิรูปสถาบันส่งผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานคณะก้าวหน้ายังกล่าวถึงการเคลื่อนไหวต่อไปในปี 2564 ว่า คณะก้าวหน้ารวมถึงผู้สมัครของพวกตนจะก้าวเดินต่อไปเพื่อสร้างประเทศไทยให้ดีกว่านี้ ไม่ย่อท้อ&amp;nbsp; หนักแน่น มีพลังเหมือนเดิม เราจะสนับสนุน เสนอแนะ ช่วยตรวจสอบการทำงานของ อบจ. ผ่านสมาชิกสภา อบจ.ที่เราได้รับเลือก เราจะทำงานพื้นฐานในระดับเทศบาล อบต.ต่อไป เชิญพี่น้องคนรุ่นใหม่ช่วงชิงวาระเลือกตั้งเทศบาล&amp;nbsp; อบต.ที่จะมาถึง เราตั้งใจจะนำนโยบายไปทำต่อในระดับเทศบาล อบต. เพื่อให้เห็นว่าท้องถิ่นมีศักยภาพที่จะพัฒนา&amp;nbsp; เราต้องการคนรุ่นใหม่ทำงานการเมือง ถ้าการเมืองไม่แข่งขันสังคมไม่พัฒนา ขอเชิญชวนทำงานต่อกับพวกเรา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงผลคะแนนการเลือกตั้งที่ออกมา อาจเป็นผลมาจากการพูดถึงเรื่องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์หรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า ปฏิเสธไม่ได้ที่สังคมไทยมีคนเจ็บปวดจากการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ แต่อีกด้านหนึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีคนเรียกร้องถึงเรื่องนี้เช่นกัน การปฏิรูปเท่านั้นจะฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันกษัตริย์กับประชาชน เป็นวิธีที่ทำให้สถาบันกษัตริย์อยู่คู่สังคมไทย&amp;nbsp; ประชาธิปไตยได้อย่างมั่นคงยั่งยืน ยอมรับว่าเรามีผลกระทบแน่นอน จะมากน้อยแค่ไหนต้องรอดูผลการเลือกตั้งรายหน่วย เราถูกใส่ความโจมตีอย่างไม่เป็นธรรม ถูกมัดมือชกฝ่ายเดียว เราขอโทษที่อธิบายกับสังคมได้ไม่กระจ่างชัด หลังจากนี้เราต้องทำงานเรื่องนี้ให้หนักขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าวของนายธนาธร ต่อมาเวลา 17.53 น. ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของคณะก้าวหน้าได้แจ้งเพิ่มเติมในกลุ่มไลน์ต่อสื่อมวลชนระบุว่า&amp;nbsp; สมาชิกสภา อบจ.หรือ ส.จ.ของคณะก้าวหน้า จากที่แถลงข่าวจำนวน 55 คน ได้มาเพิ่มอีก 2 คน คือ จังหวัดน่าน 1&amp;nbsp; คน และจังหวัดระยอง 1 คน รวมเป็น 57 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนการเลือกตั้งนายธนาธรเคยให้สัมภาษณ์ว่า&amp;nbsp; คณะก้าวหน้าจะชนะแบบแลนด์สไลด์ และเชื่อว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นจะส่งผลต่อการเมืองระดับชาติ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87630</URL_LINK>
                <HASHTAG>สรุปผลเลือกตั้ง, สรุปผลเลือกตั้ง อบจ., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือก อบจ., เลือกตั้ง, เลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201221/image_big_5fe0af3ecafc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.1.2แสนนายคุมเลือกอบจ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กปั๊ด&amp;quot; ส่งตำรวจ 1.2 แสนนายดูแลการเลือกตั้ง อบจ.ทั่วประเทศ จับตา 10 จว.พื้นที่แข่งขันดุเดือด กำชับ &amp;quot;บช.ภาค-สอบสวนกลาง&amp;quot; เสริมกำลังโรงพัก เผยไม่พบซุ้มมือปืนเคลื่อนไหว &amp;quot;กกต.&amp;quot; ลั่นพร้อมเลือกตั้ง 20 ธ.ค.แล้ว มั่นใจร้องเรียนทุจริตไม่กระทบการประกาศรับรองผล &amp;quot;บิ๊กบี้&amp;quot; สั่ง ผบ.หน่วยอย่าชี้นำลูกน้อง &amp;quot;หลายจังหวัด&amp;quot; คึกคักรอเวลาหย่อนบัตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงภาพรวมการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) ในวันที่ 20 ธ.ค.ว่า เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต้องดูแลอยู่แล้ว ตอนนี้ยังไม่มีการรายงานเกี่ยวกับปัญหาอะไรเข้ามา&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) และสมาชิกสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) ทั้ง 97,000 หน่วยเลือกตั้งว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งให้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 120,000 นาย ปฏิบัติภารกิจหน่วยเลือกตั้งและดูแลการจราจร รวมทั้งชุดเคลื่อนที่เร็วสืบสวนหาข่าวการทุจริตการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในช่วงโค้งสุดท้ายการหาเสียงเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตาพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะ จ.นนทบุรี ปทุมธานี นครราชสีมา สกลนคร เชียงใหม่ น่าน พิจิตร กาญจนบุรี นครศรีธรรมราช และตรัง ทั้งการเฝ้าระวังการซื้อสิทธิ์ขายเสียงคืนหมาหอน ซึ่งในพื้นที่มีความเสี่ยงสูง ได้กำชับให้ตำรวจภูธรภาคและกองบัญชาการสอบสวนกลางเข้าไปร่วมดูแล เพื่อช่วยเหลือตำรวจพื้นที่อีกส่วนหนึ่ง&amp;quot; พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการกระทำความผิดการเลือกตั้ง รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า พบที่ จ.ชุมพร เรื่องการโพสต์ผิด พ.ร.บ.คอมพ์ จูงใจให้เลือกผู้สมัคร และ จ.ตรัง มีการทำลายป้าย ซึ่งยังถือว่าเป็นความผิดเล็กน้อย แต่ที่เป็นห่วงคือการประทุษร้ายต่อร่างกายและชีวิต ดังนั้นในวันที่ 19-20 ธ.ค.นี้ ได้กำชับให้หัวหน้าสถานี ผู้การจังหวัด ให้ดูแลพื้นที่อย่าให้เกิดเหตุอันไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การร้องเรียนเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปมีส่วนในการจูงใจหรือวางตัวไม่เป็นกลางที่ชัดเจนยังไม่มี แต่มีเพียงข้อสงสัยนิดหน่อย ส่วนการร้องเรียนการกระทำผิดกฎหมายทั่วไปยังมีน้อยมาก เราได้เน้นให้ประสานกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างใกล้ชิด&amp;quot; รอง ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มมือปืนรับจ้าง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า ยังไม่มีการเคลื่อนไหว ซุ้มมือปืนทุกวันนี้แทบไม่มี ทางภาคใต้ที่เราเป็นห่วงแต่ตอนนี้น้ำท่วมทำให้ปัญหานี้ลดลง แต่ทราบว่าทางนครศรีธรรมราชมีการแข่งขันกันสูง และกองเชียร์พยายามร้องเรียนของแต่ละฝ่าย เช่นเดียวกันกับพื้นที่เชียงใหม่และปทุมธานี ได้มอบหมายให้กองบัญชาการภาคเข้าไปช่วยดูด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังจากการเลือกตั้งที่จะมีการร้องเรียนการกระทำความผิด ได้สั่งการให้แต่ละจังหวัดตั้งชุดพนักงานสอบสวนมาช่วยดูแลแต่ละโรงพัก เมื่อมีคดีเกิดขึ้นจะให้ชุดส่วนกลางของแต่ละจังหวัดเข้าไปก่อน ถ้ามีความซับซ้อนก็จะให้ตำรวจภูธรภาคเข้าไปช่วยตามลำดับขั้นตอน ใช้การข่าวนำ พื้นที่ไหนมีความเสี่ยงสูงก็จะให้ตำรวจลงพื้นที่ให้มากขึ้น&amp;quot; พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าว
คุมเข้มพื้นที่แข่งดุเดือด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ กกต. สำนักประชาสัมพันธ์ กกต.ออกเอกสารข่าวชี้แจงแนวทางการรายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้ง อบจ.หลังจากปิดหีบเลือกตั้งในวันที่ 20 ธ.ค. ระบุว่า เมื่อ กกต.ประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดได้รับรายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้ง สมาชิกและนายก อบจ.จากคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งแล้ว ให้ดำเนินการประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้งของแต่ละเขตเลือกตั้ง แล้วปิดประกาศไว้ที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัดและรายงานผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทราบโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีมีผู้สมัครได้คะแนนเลือกตั้งเท่ากัน อันเป็นเหตุให้มีสมาชิกและนายก อบจ.เกินจำนวนที่จะพึงมีในเขตเลือกตั้งนั้น ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่ผู้สมัครได้คะแนนเลือกตั้งเท่ากันจัดให้มีการจับสลากภายใน 3 วัน นับแต่วันประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้ง พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้สมัครทราบกำหนดวัน เวลา และสถานที่จับสลากดังกล่าว และเมื่อถึงกำหนดเวลาการจับสลากแล้ว หากผู้สมัครทราบวัน เวลา และสถานที่จับสลากแล้วไม่มา หรือมาแต่ไม่ยินยอมจับสลาก ให้ ผอ.เลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นผู้จับสลากแทน และให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดบันทึกเหตุการณ์ไว้ แล้วรายงาน ผอ.เลือกตั้งประจำจังหวัดและ กกต.โดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ร่วมกับ กกต.จังหวัดร้อยเอ็ดและหน่วยงานภาครัฐ ร่วมแสดงพลังออกรณรงค์ให้ชาวร้อยเอ็ดออกไปใช้สิทธิ์ในวันที่ 20 ธ.ค.2563 โดยระบุว่า ขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย กกต.มีการติวเข้มกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเสร็จแล้ว โดยตนก็ได้ร่วมสังเกตการณ์ด้วย พบว่ากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งทุกคนมีความกระตือรือร้นที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องการติดตามป้องกันการทุจริตเลือกตั้งนั้น กกต.ก็มีทั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยเคลื่อนที่เร็ว และเครือข่ายประชาชน จนถึงขณะนี้เชื่อว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โควิด-19 ที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อผู้มาใช้สิทธิ์ ซึ่งได้กำชับเรื่องการเลือกตั้งในยุคโควิดให้ระมัดระวังอยู่อย่างต่อเนื่อง เรามีตัวอย่างการเลือกตั้งในยุคโควิดมาแล้ว ในการเลือกตั้งซ่อมลำปางเป็นที่แรก เพราะฉะนั้น กกต.ก็มีประสบการณ์ มีการเตรียมการในระดับหนึ่ง มีการซักซ้อมความเข้าใจทั้งกับผู้มาใช้สิทธิ์และเจ้าหน้าที่ของเราว่าเกิดเหตุการณ์ที่ไหนก็มีการคุมเข้มมากขึ้น โดยรณรงค์ให้ประชาชนรักษาระยะห่าง การเปิดหน้าแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ ก็เป็นเรื่องที่เราต้องกำชับให้มีความเคร่งครัดมากยิ่งขึ้น&amp;quot; นายอิทธิพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน กกต.กล่าวถึงเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งว่า เรื่องยังมาไม่ถึง กกต. แต่เท่าที่ทราบขณะนี้ทั่วประเทศมี 114 เรื่อง เป็นเรื่องที่มีคำร้อง 107 เรื่อง ส่วนอีก 7 เรื่อง เป็นเรื่องความปรากฏต่อเจ้าหน้าที่ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าจะรับคำร้องหรือไม่ อย่างไร ถ้ารับคำร้องก็จะนำเสนอความเห็นมาสู่ กกต.กลาง เพื่อเสนอให้ที่ประชุม กกต.พิจารณา แต่ในชั้นนี้อยู่ในการดำเนินการของพนักงานสืบสวนสอบสวนของ กกต.จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า กกต.เตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกให้ประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกและนายก อบจ. ทั้งการจัดหน่วย อุปกรณ์ และบัตรเลือกตั้ง ขณะนี้ถึงช่วงโค้งสุดท้ายมีความเข้มข้มรุนแรง และมีเรื่องร้องเรียนเข้ามากว่า 100&amp;nbsp; เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการเตรียมการซื้อเสียง การทำลายป้ายหาเสียงใส่ร้ายผู้สมัคร รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐวางตัวไม่เป็นกลาง กกต.จะต้องตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ และหาข้อมูลว่ามีมูลเพียงพอที่จะรับไว้เป็นข้อร้องเรียนหรือไม่ จึงขอกำชับไปยังทุกฝ่ายให้ปฏิบัติตนอยู่ในกรอบของกฎหมาย อย่าซื้อเสียง อย่าสัญญาว่าจะให้หรือใส่ร้ายผู้สมัครคนอื่น เพราะมีกฎหมายควบคุม เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้หารือกับ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ เพื่อประสานดูแลความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้งเป็นพิเศษแล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ 5-6&amp;nbsp; จังหวัด ที่พบว่ามีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดเข้มข้น&amp;rdquo; พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าว
บิ๊กบี้สั่ง ผบ.หน่วยอย่าชี้นำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาฯ กกต.กล่าวว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง อบจ.&amp;nbsp; กกต.ได้ประสานไปยัง ผบ.ตร. เพื่อให้ช่วยจัดกำลังตำรวจอำนวยความสะดวกด้านการจราจร&amp;nbsp; พร้อมประสานไปยังกรมการขนส่งทางบก, การรถไฟแห่งประเทศไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่จะต้องเดินทางกลับภูมิลำเนาไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการร้องเรียนกรณีคณะก้าวหน้าปฏิบัติตัวเสมือนเป็นพรรคการเมือง เลขาฯ กกต.กล่าวว่า ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานข้อมูลของ กกต. คาดว่าจะใช้เวลาสักระยะในการพิจารณา เนื่องจากมีรายละเอียดของข้อกฎหมายใน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง และพระราชบัญญัติการเลือกตั้งท้องถิ่นที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง เพราะตามกฎหมายกำหนดไว้ว่าจะต้องประกาศรับรองผลภายใน 30 วัน เว้นแต่มีเรื่องร้องเรียน ก็สามารถประกาศรับรองผลภายใน 60 วันได้ ซึ่งหากในระยะเวลาภายหลังพบว่าในการชี้มูลความผิดเกิดขึ้น ผู้สมัครที่ชนะการเลือกตั้งจะได้รับผลกระทบหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยของศาลทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. แถลงภายหลังการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) วาระพิเศษ โดยมีผู้บังคับหน่วยตั้งแต่ระดับผู้บังคับกองทัพทั่วประเทศ จำนวน 731 นาย เข้าร่วมประชุม ว่าในการเลือกตั้ง อบจ. ขอให้กำลังพลทุกคนไปทำหน้าที่ในฐานะประชาชน เมื่อไม่ได้สวมเครื่องแบบก็ไปทำหน้าที่ประชาชนตามรัฐธรรมนูญ คือการไปเลือกตั้ง แต่ในการเลือกตั้งจะต้องเลือกตามที่ตนเองต้องการ ต้องไม่มีการชี้นำ ซึ่งตนได้เน้นย้ำผู้บังคับหน่วยไปว่าห้ามมีการชี้นำ เพียงแต่ถ้ากำลังพลมาถามว่าจะเลือกใครดี ก็สามารถอธิบายได้ว่าคนไหนเป็นอย่างไร คนไหนเหมาะสม หรือคนไหนมีคุณสมบัติดี ก็ว่ากันไป แต่การเลือกตั้งเป็นเรื่องของแต่ละคน เพราะเมื่ออยู่ในคูหา จะไปบังคับเขาไม่ได้ และเดี๋ยวนี้บังคับกันไม่ได้อยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอเตือนผู้บังคับบัญชาว่าอย่าไปชี้นำ เพราะบางทีฝั่งที่ไม่ปรารถนาดีก็จะนำไปจุดประเด็นว่าทหารชี้นำ ผมบอกแล้วว่าทหารไม่มีผลประโยชน์กับการเลือกตั้ง ทหารทั้งประเทศมีแค่ 3 แสนนาย รวมครอบครัวแล้วก็จะประมาณ 4-5 แสนคน แต่คนทั้งประเทศที่มีสิทธิเลือกตั้งมีกว่า 30 ล้านคน บางจังหวัดก็ไม่มีทหารอยู่เลย โดยเฉพาะการเลือกตั้งนายก อบจ.เป็นการเลือกตั้งทั้งจังหวัด ไม่ใช่การเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ยิ่งไม่มีผลต่อการเลือกตั้ง และไม่มีประโยชน์ที่จะไปชี้นำ ประสบการณ์ตรงนี้คือห้ามชี้นำ แต่ต้องเชิญชวนให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อทำหน้าที่พลเมืองของประเทศไทยตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในที่ประชุม นขต.ทบ.วาระพิเศษ ระดับผู้บังคับกองพันทั่วประเทศขึ้นไปครั้งนี้ ผบ.ทบ.ได้กำชับกำลังพลทุกระดับชั้น รวมถึงพลทหารที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัดให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งนายก อบจ.และสมาชิก อบจ.ทั่วประเทศที่จะมีขึ้นในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ โดยขอให้ทุกคนพิจารณาเลือกคนดี และคนที่มีความคิดดีเข้า มาทำหน้าที่เป็นตัวแทนพัฒนาภูมิลำเนาของตนเอง อย่างไรก็ตาม ผบ.ทบ.ยังได้กำชับห้ามไม่ให้ทหารทุกคนเข้าไปเกี่ยวข้องยุ่งเกี่ยวกับขั้นตอนการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยเฉพาะห้ามเข้าไปเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) หากใครได้รับการติดต่อหรือประสานให้เข้าร่วมเป็นกรรมการฯ ขอให้แจ้งมายังแม่ทัพภาคเพื่อให้ได้รับทราบและพิจารณาอนุญาตก่อน ห้ามไปร่วมโดยพลการอย่างเด็ดขาด
ทั่ว ปท.คึกเลือกตั้ง อบจ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา ได้ยื่นคำร้องต่อ กกต. ขอให้ตรวจสอบพรรคเพื่อไทย กรณีที่อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ได้เผยแพร่คลิปช่วยหาเสียงสนับสนุนนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร ผู้สมัครนายกอบจ.เชียงใหม่ เป็นการครอบงำหรือชี้นำกิจกรรมของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ และยังขอให้ยุบพรรคเพื่อไทยว่า เรื่องนี้ต้องแยกประเด็นเรื่องการเลือกตั้งกับการบริหารพรรคออกจากกัน เพราะการเลือกตั้งนั้นจะมีกฎหมายและระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดไว้ว่าอะไรทำได้-อะไรทำไม่ได้ อดีตนายกฯ ทักษิณได้ทำจดหมายและคลิปภาพและเสียงสนับสนุนนายพิชัยและโพสต์ลงเฟซบุ๊กของตนเอง ซึ่งในระเบียบของ กกต.สามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นอดีตนายกฯ ทักษิณหรือใครที่ต้องการเชียร์ผู้สมัครคนใดคนหนึ่ง ก็สามารถโพสต์สนับสนุนได้ เพียงแต่หากมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเกิน 5,000 บาท ก็แจ้งให้ผู้สมัครทราบ หากผู้สมัครยอมรับก็นำค่าใช้จ่ายดังกล่าวไปรวมเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับการที่นายทักษิณจะไปควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำการบริหารหรือการดำเนินกิจกรรมของพรรคเพื่อไทยเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยังเฟซบุ๊กไลฟ์ peace talk ว่า จุดยืนทางการเมืองยึดความจริง ความถูกต้องมาตลอดชีวิต ทำให้ต้องเลือกความชัดเจนและเด็ดขาด ชีวิตที่เหลืออยู่ของตนสามารถต่อสู้ได้อีกเพียงครั้งเดียว ซึ่งมีความหมายจึงไม่ต่อสู้แบบเอาความสะใจเป็นตัวตั้ง เหยื่ออธรรม โดยตนยืมชื่อวรรณกรรมแปลที่โด่งดังมาตั้งเป็นประเด็นการพูดถึงการเลือกตั้ง อบจ.เชียงใหม่ เพื่อจะบอกว่า ไม่เคยไปหาแกนนำเสื้อแดงในเชียงใหม่ให้มาช่วยหาเสียงเลย เพราะมีความเชื่อว่าการเติบโตของเสื้อแดงมาจากการต่อสู้ในเรื่องสองมาตรฐาน ต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย จนบาดเจ็บล้มตายอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมต่อสู้กับความอยุติธรรมมาทั้งชีวิต และในกรณีคดีบอสนั้น ถ้าผมเห็นด้วยกับคนต้องสงสัยเกี่ยวพันกับการทำลายกระบวนการยุติธรรมแล้ว ผมต้องเป็นพวกนักประชาธิปไตยอย่างนั้นหรือ? ถ้าเป็นเช่นนี้ ถามว่าไม่อายศพคนเสื้อแดงที่ต่อสู้กับความอยุติธรรมหรือ ดังนั้นจึงยืนยันจุดยืนเหมือนเดิม คือไม่เห็นด้วยกับคนทำลายกระบวนการยุติธรรม บอกว่าควรอับอายดวงวิญญาณวีรชน และเกียรติภูมิ เกียรติยศทั้งหมดของคนเสื้อแดงที่ต่อสู้จนบาดเจ็บล้มตายมากมายนั้น เพื่อลูกหลานกระทิงแดงหรือ ในหลักการประชาธิปไตยพรรคต้องเลือกคนดี ไม่ไช่เลือกคนชั่วแล้วมาฟอกให้เป็นคนดี แล้วต้องให้ผมไปยอมรับด้วยอย่างนั้นหรือไร&amp;quot; นายจตุพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.กาฬสินธุ์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วย ไข่มุก-น.ส.เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล ผู้สมัครนายก อบจ. ในนามพรรคเพื่อไทยปราศรัยหาเสียงที่อำเภอหนองกุงศรี ห้วยเม็ก กมลาไสย ยางตลาด และอำเภอเมืองฯ พร้อมทีมผู้สมัคร ส.อบจ. โดยเน้นเรื่องนโยบายข้าวและนโยบายการบริหารจัดการน้ำ เพื่อแก้ปัญหาปากท้องให้ประชาชนในจังหวัด รวมทั้งการเสริมประสิทธิภาพโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคให้เป็นออนไลน์ เข้าถึงได้ง่ายและสะดวกสบายขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สมุทรสาคร นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้วางมาตรการเข้มข้นในการเลือกตั้ง อบจ. โดยเน้นย้ำเรื่องของการสวมหน้ากากอนามัย ตามประกาศของจังหวัดสมุทรสาครที่เคยออกมา บังคับว่าหากไม่สวมหน้ากากอนามัยออกจากบ้านจะถูกจับปรับ 20,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.พิษณุโลก นางสีไพร โกธรรม ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก มอบหมายให้หัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งนำบัตรเลือกตั้งพร้อมคูหาเลือกตั้ง-วัสดุอุปกรณ์ และเอกสารที่ใช้ในการเลือกตั้งไปส่งมอบให้แก่ศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งประจำอำเภอทั้ง 9 อำเภอ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แต่ละหน่วยเลือกตั้ง จำนวนทั้งสิ้น 1,400 หน่วย รวม 30 เขตเลือกตั้ง เพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง อบจ.ครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ขอนแก่น นายอภินันท์ จันทร์อุปละ ผู้อำนวยการ กกต.ขอนแก่น ทำการทดสอบระบบการแจ้งเบาะแสการทุจริตเลือกตั้งผ่านแอปพลิเคชันตาสับปะรด ซึ่ง กกต.ได้นำมาใช้ในการจัดการเลือกตั้ง อบจ.ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยการทดสอบระบบดังกล่าวเริ่มจากการโหลดแอปพลิเคชันตาสับปะรดในโทรศัพท์มือถือ จากนั้นเข้าสู่การใช้ระบบด้วยการกรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก เพื่อแสดงตัวตนผู้แจ้ง จากนั้นระบบจะเข้าไปในส่วนของการแจ้งข้อมูลเบาะแสของการทุจริต ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการทดสอบการเชื่อมต่อและการลงบันทึกข้อมูล ซึ่งพบว่าระบบแอปพลิเคชันดังกล่าวสามารถที่จะใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87284</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดูแลการเลือกตั้ง อบจ., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือก อบจ., เลือกตั้ง, เลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201218/image_big_5fdcc0cb8af4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87198</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กตู่’เมิน‘แม้ว’ โยนกกต.จัดการ เตือนอย่าทำผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ปัดพูดถึง &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; โผล่เคลื่อนไหวช่วยผู้สมัคร อบจ.เชียงใหม่หาเสียง โยน กกต.พิจารณาตามหน้าที่ เตือนพรรคร่วมระวังอย่าทำผิด กม. &amp;quot;จตุพร&amp;quot; ซัดลิ่วล้อแม้วหากินบนเรือนขี้รดบนหลังคา ลั่นไม่ใช่ขี้ข้าที่พร้อมจะสนับสนุนความชั่ว &amp;quot;กกต.&amp;quot; เดินสายโค้งท้ายรณรงค์ใช้สิทธิเลือกตั้ง 20 ธ.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 17 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดทั่วประเทศ ในวันอาทิตย์ที่ 20 ธ.ค.นี้ ว่าคงไม่ต้องกำชับเจ้าหน้าที่อะไร เพราะเป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และหน่วยงานในแต่ละพื้นที่ ซึ่งอยู่ในคณะกรรมการฯ อยู่แล้ว แต่ก็ยอมรับว่ามีความกังวลอยู่เช่นกันว่าบางคนบางพวกจะทำผิดหรือไม่ในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะกฎหมายห้ามเข้าไปยุ่งเกี่ยว รวมทั้งตนก็ไปยุ่งเกี่ยวด้วยไม่ได้เช่นกัน โดยได้ย้ำไปกับพรรคร่วมรัฐบาลแล้วในการทำงานตรงนี้ ส่วนจะผิดหรือถูกก็อยู่ที่การตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จสมความตั้งใจ และขอให้ทำความดีเพื่อแผ่นดินด้วย อย่างไรก็ตาม ทุกเรื่องต้องมาจากท้องถิ่น จึงมาถึงรัฐบาลกลาง ดังนั้นในส่วนของกลไกท้องถิ่นนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นผู้ที่ต้องจัดทำแผนขึ้นมา ทั้งความพร้อมและรายละเอียดของแผนงบประมาณจะมาจากไหน ต้องคิดให้ละเอียด บางครั้งให้ทำให้โครงการไปแล้วก็ทำไม่ได้ เพราะทำแผนมาไม่ครบถ้วน จึงทำให้การดำเนินการช้าลง สิ่งที่สำคัญที่สุดอีกประการหนึ่งก็คือ ทุกวันนี้เราใช้งบประมาณเงินกู้อยู่ส่วนหนึ่ง งบประมาณแผ่นดินอีกส่วนหนึ่ง ก็มีความห่วงและกังวลในเรื่องของรายได้ และทุกคนก็ยอมรับว่าต้องมีผลกระทบอย่างแน่นอน&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังออกมาเคลื่อนไหวเพื่อสนับสนุนการเลือกตั้งนายกฯ และสมาชิก อบจ. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ต้องถาม เพราะตนก็ไม่ตอบอยู่แล้ว ใครจะพูดก็พูดไป กกต.จะเป็นผู้พิจารณาเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะผิดหรือถูกผมก็ไม่รู้ เรื่องนี้ไม่ได้ขู่ใคร แต่ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก็แล้วกัน มีคนทำงานเยอะแยะ มีเงินเดือนทุกคน แล้วนายกรัฐมนตรีจะไปทำงานเขาได้อย่างไร&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ peace talk ระบุว่า การทำหน้าที่บนหนทางประชาธิปไตย เมื่อเลือกเป็นนักต่อสู้มากกว่านักเลือกตั้ง แม้ไม่สมบูรณ์ แต่แนวทางการเมืองต้องมีอุดมคติ ซึ่งเป็นความแตกต่างจากนักเลือกตั้ง ดังนั้นการตัดสินใจต่อสู้กับการเลือกตั้ง อบจ.ในเชียงใหม่ จึงเป็นการเลือกในสิ่งที่ถูกต้องของชีวิตที่เหลืออยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่ต่อสู้มาตลอดชีวิต คือต่อต้านความไม่เป็นประชาธิปไตยและความอยุติธรรมสองมาตรฐาน ซึ่งเป็นวิถีทางที่ได้เลือก แม้จะเต็มไปด้วยปัญหาและมิตรต้องตัดขาด แต่ผลแพ้หรือชนะในการเลือกตั้ง อบจ.ในเชียงใหม่นั้นเป็นสิ่งเล็กน้อยในสิ่งที่เลือกต่อสู้เท่านั้น ดังนั้นด้วยการเลือกต่อสู้บนหนทางเช่นนี้ การสู้เพื่อประชาธิปไตยยังเป็นภาระหน้าที่ของคนเสื้อแดงต้องรักษาไว้ซึ่งความถูกต้อง&amp;quot; นายจตุพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวถึงกรณีมีการกล่าวหากินบนเรือนขี้รดบนหลังคาว่า ตนต่อสู้มาด้วยชีวิต เอาอิสรภาพแลกในการต่อสู้ และมีความตายเป็นเดิมพัน แต่ตนไม่ใช่ขี้ข้าที่พร้อมจะทำความชั่วหรือสนับสนุนความชั่ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเป็นของผมเช่นนี้ ดังนั้นใครพูดอะไรอย่างไร ต้องรับผิดชอบเป็นคดีความกันไป ความเป็นผม รักในสิ่งที่ถูกต้อง แล้วเราจะเดินมาทั้งชีวิตด้วยหนทางนี้ทำไม ดังนั้นการต่อสู้แต่ละขั้นตอนเป็นเรื่องการเอาชีวิตเข้าแลก ผมไม่มีทรัพย์ไปสละ แต่ผมมีชีวิตไปสละ ผมมีเดิมพัน ผมเอาชีวิตเป็นหุ้นในการต่อสู้ เพราะผมไม่มีเงินทอง ดังนั้นชีวิตถือเป็นการลงทุน อิสรภาพคือการลงทุนในการต่อสู้ ด้วยเหตุนี้ทรัพย์สินเงินทองจะไม่มีค่ามากกว่าชีวิตและอิสรภาพ&amp;quot; นายจตุพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน นปช.กล่าวว่า การพยายามอธิบายกล่าวหาใดๆ ก็ยิ่งเข้าตัว ตนยืนยันว่าเคารพอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ตามเดิม แต่พฤติกรรมขบวนการของเจ๊ทั้งหลายที่ไร้มาตรฐาน ยิ่งอธิบายก็ยิ่งผูกมัดตัวเอง อีกอย่างหากการต่อสู้เน้นเพียงแค่ชนะ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากของอดีตนายก อบจ.คนหนึ่ง และคนธรรมดาอย่างตน ย่อมหาหนทางไม่เจอ เพราะต่อสู้เพื่อให้บ้านเมืองถูกต้องดีงาม ไม่ให้คนชั่วได้ทำลายกระบวนการยุติธรรมได้ไปมีอำนาจ นั่นคือภารกิจหลักที่ทำให้ยืนหยัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นเรื่องทั้งหมดกับคดีบอสไม่ใช่เรื่องของนายจตุพร หรือนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ หรือใครก็ตาม แต่เป็นเรื่องความถูกต้องดีงามที่อยู่กับบ้านเมือง ซึ่งผมต้องแสดงจุดยืนแม้ว่าจะไม่เหลือใครเป็นพวกก็ตาม รวมทั้งการสู้กับพรรคการเมืองใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ผมเชื่อว่าสุจริตจะเป็นเกราะกำบัง เชื่อว่าความกลัวทำให้เสื่อม และเชื่อว่าการทำทั้งหมดไม่ใช่เรื่องตัวเอง แต่เป็นเรื่องการรักษาความถูกต้อง ดีงามของชาติบ้านเมืองเอาไว้ แม้วันหนึ่งการต่อสู้บนหนทางนี้ ผมไม่เลือกใครเลย แต่ผมก็ยังเป็นผมอย่างนี้ เพราะผมเกิดมาอย่างนี้ แล้วผมพร้อมที่จะตายแบบคนพันธุ์อย่างผมเช่นนี้ แน่นอนการพูดเอาใจคนมีอำนาจ คนให้ผลประโยชน์ได้อาจดูดี&amp;quot; ประธาน นปช.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงพื้นที่ จ.มหาสารคาม เป็นประธานเปิดการเดินรณรงค์เชิญชวนไปใช้สิทธิเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นิสิต นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมแสดงพลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายอิทธิพรได้ไปตรวจเยี่ยมการอบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการเลือกตั้ง โดยได้แนะนำให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งระมัดระวังในเรื่องของการแจ้งเตือนประชาชนไม่ให้มีการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง เช่น ห้ามถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ห้ามเซลฟีภายในหน่วยเลือกตั้ง ตลอดจนการฉีกบัตรเลือกตั้ง ซึ่งได้ให้กรรมการประจำหน่วยแต่ละหน่วยคอยสอดส่องดูแลและแจ้งเตือนประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ บริเวณโดมอเนกประสงค์ สวนรมย์บุรี 200 ปี เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมืองฯ จ.บุรีรัมย์ นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ เป็นประธานเปิดกิจกรรมเดินรณรงค์ และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ &amp;ldquo;20 ธันวา กลับบ้านใช้สิทธิเลือกตั้งท้องถิ่น อย่างสุจริตโปร่งใส&amp;rdquo; โดยมี น.ส.ปิยนาฏ กลางพนม ผู้อำนวยการสำนักงานการเลือกตั้งประจำจังหวัดบุรีรัมย์, พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ ในฐานะประธาน กกต.อบจ.บุรีรัมย์, นายเศรษฐพร เบญจศรีรักษ์ ปลัด อบจ.บุรีรัมย์ ในฐานะผู้อำนวยการ กกต.อบจ.บุรีรัมย์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ อบจ.บุรีรัมย์ เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ และนักศึกษาจากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์ รวมกว่า 500 คน ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87198</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ช่วยผู้สมัคร อบจ., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือก อบจ., เลือกตั้ง, เลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201217/image_big_5fdb6ac892143.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ดาหน้าปัด‘แม้ว’ครอบงำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เพื่อไทยมั่นใจ &amp;ldquo;แม้ว&amp;rdquo; เขียนจดหมายเชียร์ผู้สมัคร นายก อบจ.เชียงใหม่ ไม่เข้าข่ายครอบงำพรรค &amp;quot;เด็จพี่&amp;quot; ข้องใจ &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; มีเบื้องหลังหรือไม่ หลังประกาศจะร้อง กกต.ตรวจสอบ ขณะที่ &amp;quot;จตุพร&amp;quot; เดินหน้าลากไส้ &amp;quot;เจ๊เฮงซวย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.63 นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เตรียมยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อไต่สวนสอบสวนกรณีนายทักษิณ ชินวัตร&amp;nbsp; เขียนจดหมายถึงคนเชียงใหม่ให้สนับสนุนผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ ซึ่งสังกัดพรรคเพื่อไทย เป็นการควบคุมครอบงําพรรคการเมืองหรือไม่ ว่าการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติ ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิหาเสียง หรือแสดงเจตจำนงช่วยเหลือผู้สมัครได้ เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ อีกทั้งระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้ง อบจ. ก็เปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกช่วยผู้สมัครได้ เพียงแต่กำหนดว่าหากช่วยแล้วต้องใช้จ่ายเงินเกิน 5,000 บาท ก็ต้องแจ้ง กกต.จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นคิดว่าการช่วยเหลือผู้สมัคร การแสดงความเห็นสนับสนุนใครเป็นเสรีภาพที่ทำได้ ส่วนการที่จะบอกว่าเกี่ยวข้องกับกฎหมายพรรคการเมืองหรือไม่ว่ามีบุคคลภายนอกครอบงำพรรคเพื่อไทย ซึ่งบุคคลนั้นไม่เคยได้พูดถึงพรรคเพื่อไทยเลย และมีการแสดงเจตนาว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ได้บอกว่าให้พรรคเพื่อไทยไปช่วยสนับสนุนอะไร ดังนั้นโดยรวมผมยังสบายใจอยู่&amp;quot; นายชูศักดิ์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า โดยข้อกฎหมาย การครอบงำ ชี้นำพรรคการเมืองนั้น จะต้องครอบงำกรรมการบริหารพรรคด้วย กรรมการบริหารพรรคต้องรู้เห็นเป็นใจด้วย ส่วนการช่วยหาเสียงเป็นการมุ่งไปที่ตัวบุคคล ไม่ได้มาบังคับว่าพรรคเพื่อไทยต้องทำอย่างนั้น หรือให้กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยทำอย่างนั้น ดังนั้นประเด็นข้อกฎหมายอย่างนี้ชัดอยู่แล้ว หากจะไปร้องตีความเอาผิดก็คิดว่ามีเป้าหมายพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชัยเกษม นิติสิริ ประธานคณะกรรมการการเมือง พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องการเชียร์ใครในฐานะประชาชนคนไทย ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ย่อมเชียร์ได้ อาจจะไม่ได้เชียร์คนที่อยู่ในพรรคเพื่อไทย ไปเชียร์พรรคอื่นก็สามารถทำได้ ไม่มีอะไรห้ามเลย และในแต่ละถ้อยคำก็ไม่มีการเชียร์ในลักษณะของการครอบงำพรรคเพื่อไทย ดังนั้นจึงไม่มีอะไรน่าติดใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงของนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงใหม่ ในนามพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นนั้น ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง กำหนดให้บุคคลที่มิใช่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองหาเสียงสนับสนุนผู้สมัครคนใดทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ การที่ท่านอดีตนายกฯ ทักษิณได้เขียนจดหมายแล้วโพสต์ลงเฟซบุ๊ซในลักษณะสนับสนุนนายพิชัย จึงสามารถทำได้ตามกฎหมาย และท่านก็ได้ระบุเหตุผลไว้ในจดหมายดังกล่าว ว่าท่านเป็นคนเชียงใหม่ มีความเป็นห่วงประชาชน และต้องการเห็นจังหวัดเชียงใหม่มีการพัฒนา ประชาชนอยู่ดีกินดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับการดำเนินกิจการหรือการบริหารงานของพรรคเพื่อไทยเลย และไม่ใช่เป็นการเข้าไปควบคุมหรือครอบงำพรรคตามที่นายศรีสุวรรณจะไปยื่นคำร้องต่อ กกต. จึงขอให้พี่น้องประชาชนไม่ต้องเป็นห่วงและกังวลต่อเรื่องดังกล่าว เพราะจะไม่มีผลใดๆ ต่อการเลือกตั้งครั้งนี้แน่นอน ขณะนี้ทางผู้สมัครกำลังสืบหาข้อเท็จจริงว่ามีบุคคลใดอยู่เบื้องหลังการดำเนินการของนายศรีสุวรรณ เพื่อมีเป้าหมายในการทำลายชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของพรรค และต้องการให้เกิดความเข้าใจผิดในคะแนนนิยมของนายพิชัยหรือไม่ หากปรากฏว่าเป็นการร้องเท็จ ก็จะดำเนินการทางกฎหมายทั้งผู้ร้องและผู้ที่อยู่เบื้องหลัง โดยมีข้อสังเกตว่านายศรีสุวรรณอยู่นอกพื้นที่เลือกตั้ง และมาทำในช่วงที่ใกล้วันลงคะแนน จะมีเจตนาใดแอบแฝงหรือไม่&amp;quot; นายพร้อมพงศ์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ peace talk โดยย้ำว่า เจ๊ที่ใกล้ชิดนายบุญทรงนั้น ตลอดเวลากว่า 7 ปีได้ทำความเสียหายต่อบ้านเมือง และยังพังพรรคพินาศ พร้อมทำลายขบวนการต่อสู้ประชาชนย่อยยับมาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มีการถามว่าเจ๊เป็นใครนั้น จะสรุปความง่ายๆ ว่าเจ๊ที่ว่า ไม่ได้เป็นคุณหญิง ไม่เคยเป็นนายกฯ แต่เจ๊ที่ว่ายังมีสิทธิ์ใกล้ชิดบุญทรง ดังนั้นเจ๊อื่นๆ ไม่เข้าข่ายทั้งปวง ถ้าอธิบายว่าเจ๊ที่ใกล้ชิดบุญทรงนั้น คนทั้งบ้านทั้งเมืองจะเข้าใจ&amp;rdquo; นายจตุพรกล่าว และว่า ความจริง ถ้าไม่มีใครมาเล่นกับตนก่อน ด้วยการกล่าวหาให้เสียหาย ทั้งที่ตนต่อสู้ทางประชาธิปไตยมาค่อนชีวิต และไม่ได้เป็นคนลมเพลมพัดไปตามกาลเวลา ดังนั้นหากไม่ลุกขึ้นมาต่อสู้กับคนที่กล่าวหา เพื่อปกป้องจุดยืนทางการเมืองของตัวเองแล้ว ตนก็เป็นคนที่ใช้ไม่ได้เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวช่วงหนึ่งว่า &amp;ldquo;เมื่อเกิดกรณีเชียงใหม่ขึ้น พฤติกรรมของนักเลือกตั้งและของเจ๊เฮงซวยทั้งหลายนี่ เขาก็ใช้วิธียืมพร้าที่ใส่ด้ามไผ่มาฟาดฟันกอไผ่ คือยืมมือคนเสื้อแดงมากล่าวหาว่าผมไปพลังประชารัฐ ไปรับจ้างบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ มาแก้เกม เมื่อเล่นวิธีการโสมมแบบนี้ ผมก็ไม่ไว้หน้าเหมือนกัน ไม่ว่าหน้าเจ๊หรือหน้าใครก็ตาม เพราะเป็นวิธีที่สามานย์ชั่วช้าที่สุดที่รู้กันเต็มอก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งเรื่องราวมากมายนั้น คนที่ตนพูดถึงย่อมรู้ดีว่าเจ๊หมายถึงใคร พรรคเพื่อไทยถ้าไม่ไขสือกันก็รู้กันเต็มอก แต่มาไขสือกันแล้ว ตนขอถามหัวใจหน่อยว่ารับพฤติกรรมในคดีบอส กระทิงแดง ได้หรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องหลักที่ตนออกมาพูดถึงเจ๊ แต่ตนทนไม่ได้คือ กล่าวหาว่าไปร่วมกับเผด็จการ นั่นเป็นเรื่องสำคัญในอันดับรอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมถามพรรคการเมืองที่ส่ง กล้าการันตีหรือไม่ว่าคนที่ส่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ หากดูข่าวย้อนหลังไป โดยพิจารณาผลการสอบของชุดนายวิชา มหาคุณแล้ว ย่อมรู้กันทั้งนั้นว่า ส.ว.ชื่อ ช. หมายถึงใคร&amp;rdquo; นายจตุพรกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86982</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเพื่อไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อบจ.เชียงใหม่, เลือก อบจ., เลือกตั้ง, เลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201215/image_big_5fd8c4feee100.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86867</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ตั้งศูนย์คุมเลือกอบจ. พท.โวยพบกลโกงเพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กปั๊ด&amp;quot; ตั้งศูนย์ดูแลความสงบเรียบร้อยเลือกตั้ง อบจ.ทั่วประเทศ พร้อมส่ง ตร.ชุดเคลื่อนที่เร็วประสาน กกต.จับพวกทำผิด กม. &amp;quot;พท.&amp;quot; โวยพบกลโกงเลือกตั้งอื้อ อ้าง ปชช.ร้องเรียนโดนเก็บบัตรประชาชน&amp;nbsp; แถมขู่ไม่แจกเบี้ยคนชรา ปูด &amp;quot;นครพนม&amp;quot; คนต่อคิวปั๊มน้ำมันหัวคะแนนรับคูปองแลกเงินสดซื้อสินค้า &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ปลุกคนปากน้ำ-ชลบุรีล้มขั้วเก่าตระกูลเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 14 ธ.ค. พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงถึงการเตรียมความพร้อมการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด&amp;nbsp; (อบจ.) ว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.ลงไปดูแลการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสนับสนุนและรองรับภารกิจจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการเลือกตั้ง อบจ.ทั่วประเทศ โดยมีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้ง รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศในการรักษาความปลอดภัยประจำหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ในพื้นที่รับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะแบ่งเป็นชุดเคลื่อนที่เร็ว, ชุดป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้ง, ชุดรักษาความปลอดภัยหน่วยเลือกตั้ง สถานที่เลือกตั้ง สถานที่นับคะแนน, ชุดรักษาความปลอดภัยการพิมพ์ การขนส่ง การเก็บรักษาบัตร และอุปกรณ์ เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมาได้มีข้อสั่งการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ารับการฝึกอบรมในการปฏิบัติหน้าที่ สำหรับภารกิจการสนับสนุนการเลือกตั้งตามระเบียบ กฎหมาย การจัดทำแผนการปฏิบัติการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร แผนเผชิญเหตุ การซักซ้อมปฏิบัติภารกิจการเลือกตั้ง และกำชับการวางตัวเป็นกลางของเจ้าหน้าที่ และให้ศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับการเลือกตั้ง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558&amp;nbsp; ตลอดจนกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การปฏิบัติและการบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับตรวจสอบกำกับดูแลควบคุมการปฏิบัติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ โดยไม่ให้เกิดความบกพร่อง โดยให้มีการมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบให้ชัดเจน กำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัย แผนเผชิญเหตุ ขั้นตอนการปฏิบัติ รวมถึงมีวงรอบการตรวจสอบผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัดเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด&amp;quot; พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ตร.กล่าวว่า กกต.ประกาศให้วันอาทิตย์ที่ 20&amp;nbsp; ธ.ค.63 เป็นวันเลือกตั้ง ดังนั้นในวันที่ 19 ธ.ค. ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp; 18.00 น. ไปจนถึงเวลา 18.00 น.ของวันที่ 21 ธ.ค.63 จะไม่สามารถจำหน่ายหรือจัดเลี้ยงสุราได้ หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000&amp;nbsp; บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรคเพื่อไทย (พท.) น.ส.อรุณี กาสยานนท์&amp;nbsp; โฆษกพรรค พท.แถลงว่า พรรคให้ความสำคัญกับการเลือกตั้ง อบจ.เพราะเป็นการคืนอำนาจให้ประชาชนได้สามารถบริหารจัดการงบประมาณ เพื่อพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง ดังนั้นประชาชนต้องตื่นตัวในการออกมาใช้สิทธิ์&amp;nbsp; พรรคส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นจำนวน 25 เขต เพราะมุ่งหวังกระจายอำนาจให้ประชาชนแสดงพลังกำจัดอำนาจรัฐราชการ โดยในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ พรรคจะจัดงานเสวนาหัวข้อ &amp;quot;เพื่อไทย Forum&amp;quot; เรื่อง &amp;quot;คิดใหม่ ทำใหม่ อบจ. 2021 :&amp;nbsp; สร้างโอกาสใหม่ เพื่ออนาคตท้องถิ่นไทย&amp;quot; &amp;nbsp;
พท.โวย อบจ.ซื้อเสียงอื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้มีการร้องเรียนเข้ามาที่พรรคเพื่อไทย มีการซื้อเสียงในหลายพื้นที่ มีการเก็บบัตรประชาชน การข่มขู่ว่าจะไม่แจกเบี้ยคนชรา และตัดงบประมาณท้องถิ่นนั้นๆ&amp;nbsp; พรรคจึงขอเรียกร้องให้ กกต.ในฐานะองค์กรที่กำกับดูแลการเลือกตั้งท้องถิ่นทำหน้าที่ของตนเอง โดยการลงไปตรวจสอบและดำเนินการเอาผิดกับผู้กระทำผิดให้คุ้มกับภาษีของประชาชน&amp;quot; น.ส.อรุณีกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ระบุมีเจ๊คนหนึ่งที่อาจทำให้พรรคเพื่อไทยพัง เพราะเคยทำพังมาแล้วในสมัยนายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร&amp;nbsp; อดีตนายกฯ โฆษกพรรค พท.กล่าวว่าเป็นการกล่าวอ้างที่เลื่อนลอย ไม่ได้ระบุตัวตน หลายคนในพรรคเพื่อไทยก็ถูกตั้งฉายาว่าเป็นเจ๊ แม้แต่ตนเองก็ถูกเรียกว่าเจ๊ ดังนั้นขอให้ระบุชื่อออกมาว่าเป็นใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมภาพประชาชนหลายคนปิดบังใบหน้า ซึ่งมีลักษณะคล้ายกำลังรออะไรบางอย่างที่สถานที่แห่งหนึ่ง โดยระบุว่า &amp;quot;หยาม กกต.นครพนม และ กกต.กลางซึ่งหน้า 14 ธ.ค.63 เวลา 10.00 น. ขณะรอขึ้นเครื่องบินเข้า กทม.ได้รับภาพถ่ายที่ประชาชนกำลังทยอยเดินทางมาที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีทั้งนครพนมว่าเป็นหัวคะแนนใหญ่ของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น นายก อบจ.นครพนมคนหนึ่ง แจ้งให้ประชาชนมารับคูปองแลกเงินสดซื้อสินค้าในปั๊มแห่งนั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทำกันเอิกเกริก กลางวันแสกๆ ไม่อายฟ้าดิน ไม่เกรง&amp;nbsp; กกต. ไม่เกรงเจ้าหน้าที่บ้านเมืองแต่อย่างใด ผมเดินไปเดินมาชาวบ้านก็เข้ามาทัก มายกมือไหว้ เพราะเคยเป็นนายอำเภอเมืองนครพนมเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา ได้สอบถามว่ามาทำอะไรกันลุง รถเต็มปั๊มเลย ลุงก็ยิ้มอายๆ อ้อมแอ้มๆ&amp;nbsp; ตอบว่ามารอเพื่อน ก็เลยแนะนำไปว่าแบ่งไปซื้อของใส่บาตรบ้างนะ แล้วก็หัวเราะกันทั้งกลุ่มที่มาเข้าคิวรอคอย&amp;quot; นายชวลิตกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.นครพนม พรรค พท.ผู้นี้ระบุว่า โดยส่วนตัวเห็นว่าการหาคะแนนด้วยวิธีนี้เกินงาม เกินความสมควรไปมาก&amp;nbsp; เพราะเอิกเกริกกลางวันแสกๆ ไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม เหมือนบ้านนี้เมืองนี้เป็นของข้าที่ กกต.ต้องเกรงใจ&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่บ้านเมืองต้องเกรงใจ ทำอะไรข้าและพวกพ้องไม่ได้ อย่างไรก็ตามยังมั่นใจว่าคนนครพนมรักศักดิ์ศรี รักความยุติธรรม รักประชาธิปไตย ซึ่งบทเรียนในประวัติศาสตร์การเมืองเป็นอุทาหรณ์สอนใจมาทุกครั้ง มั่นใจว่าชาวนครพนมจะสอนบทเรียนประชาธิปไตยแก่ผู้ที่ขายอุดมการณ์ประชาธิปไตยอีกครั้งในวันที่ 20 ธ.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เดินทางไปยัง จ.สมุทรปราการเพื่อรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นช่วยนายธัชชัย เมตโต ผู้สมัครนายก&amp;nbsp; อบจ.สมุทรปราการ พร้อมทีมผู้สมัคร ส.อบจ.รณรงค์หาเสียง โดยเริ่มต้นที่บริเวณร้านลูกน้ำบุฟเฟต์หมูกระทะ ต.บางบ่อ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ขึ้นรถแห่หาเสียงผ่านตลาดแสงทอง ตลาดแสงตะวัน ตลาดนัดทอแสง ตลาดช้อนทอง ตลาดสดเคหะบางพลี ไปถึงจุดสุดท้ายที่บริเวณหมู่บ้านเคหะบางพลี
&amp;#39;ทอน&amp;#39; ปลุกปากน้ำล้มขั้วเก่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า จ.สมุทรปราการถูกผูกขาดทางการเมืองมาเป็นเวลานานมากกว่า 10 ปี นี่คือโอกาสดีที่จะเปลี่ยนแปลงให้ จ.สมุทรปราการพัฒนาไปไกลมากกว่านี้&amp;nbsp; สมุทรปราการต้องไม่ใช่สมบัติของตระกูลใดตระกูลหนึ่ง&amp;nbsp; สมุทรปราการต้องโปร่งใสและปราศจากอิทธิพล คุณธัชชัยคือโอกาสที่ดีที่สุดในการยุติการผูกขาดทางการเมือง และคือความหวังที่ดีที่สุดของคนสมุทรปราการที่จะเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากให้ประชาชนช่วยกันประชาสัมพันธ์ถึงการเลือกตั้งท้องถิ่นในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ โอกาสเปลี่ยนแปลงมาถึงแล้ว&amp;nbsp; อย่านอนหลับทับสิทธิ์ ขอให้ประชาชนชาวสมุทรปราการออกไปกำหนดอนาคตจังหวัดของท่านเอง นี่คือโค้งสุดท้ายของการตัดสินใจ พวกเราคณะก้าวหน้ายังต้องการแรงสนับสนุนจากพ่อแม่พี่น้องประชาชนมากในการต่อสู้กับการเมืองเก่า ถ้าพ่อแม่พี่น้องไม่ช่วยกันรณรงค์ ถ้าเราไม่ได้รับการสนับสนุนจากพ่อแม่พี่น้องประชาชน ลำพังเราต่อสู้กับการเมืองอิทธิพลที่ซื้อสิทธิ์ซื้อเสียงไม่ไหว หนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียงของทุกท่านมีความหมาย ถ้าท่านไม่ช่วยเราคณะก้าวหน้ารอบนี้ สมุทรปราการจะอยู่กับกลุ่มอิทธิพลการเมืองเดิมๆ ไปอีกสี่ปี&amp;quot; นายธนาธรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายธนาธรยังได้โพสต์เฟซบุ๊กหาเสียงให้ผู้สมัคร จ.ชลบุรี โดยระบุว่า &amp;quot;ตัดสินอนาคตชลบุรี : เลือกการเมืองเก่าหรือการเมืองใหม่ เลือกประชาธิปไตยหรือสนับสนุนอำนาจเดิม จ.ชลบุรี เป็นจังหวัดที่มีงบประมาณ อบจ. มากที่สุดในประเทศไทย คือ 3,500 ล้านบาทต่อปี หมายความว่าในหนึ่งวาระ (4 ปี) ของการดำรงตำแหน่งนายก&amp;nbsp; อบจ. บริหารงบประมาณทั้งสิ้น 14,000 ล้านบาท&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมาชลบุรีถูกผูกขาดทางการเมืองมาหลายปี ผู้มีอิทธิพลในจังหวัดนั้นก็เป็นตระกูลเดียวกับบุคคลที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในระดับประเทศ หรือเป็นผู้บริหารท้องถิ่นในระดับเทศบาล และที่สำคัญเป็นกลุ่มคนที่อุ้มชูการสืบทอดอำนาจของระบอบประยุทธ์มาตั้งแต่การรัฐประหาร 2557&amp;quot; นายธนาธรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.บุรีรัมย์ นายเศรษฐพร เบญจศรีรักษ์ ปลัดองค์การบริการส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำ อบจ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า กกต.ท้องถิ่นพร้อมแล้วที่จะจัดการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) บุรีรัมย์ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ โดยจัดเจ้าหน้าที่และคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งไว้รองรับเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นไปด้วยความโป่รงใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม พร้อมทั้งย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องวางตัวเป็นกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเศรษฐพรกล่าวว่า การเลือกตั้งนายก อบจ.และ&amp;nbsp; ส.อบจ.บุรีรัมย์ครั้งนี้ใช้เจ้าหน้าที่จัดการเลือกตั้งและดูแลความสงบเรียบร้อยทั้งหมดกว่า 42,000 คน ใน 23 อำเภอ&amp;nbsp; 2,880 หน่วยเลือกตั้ง จำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 1,244,619&amp;nbsp; คน ตั้งเป้าผู้มาใช้สิทธิ์ไม่น้อยกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ พร้อมเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่น่าจะมีความรุนแรง แม้จะมีการร้องเรียนเข้ามายัง กกต.จังหวัดบ้างแล้วก็ตาม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอแจ้งเตือนผู้สมัครที่จะลงพื้นที่หาเสียงให้ระมัดระวัง อาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งได้ พร้อมทั้งขณะนี้ กกต.กลางและ กกต.จังหวัดได้ส่งชุดสืบสวนหาข่าวลงพื้นที่ เพื่อไปเข้าไปสืบสวนหาข่าวในพื้นที่แล้ว หากมีการกระทำผิดก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเลือกตั้งได้&amp;quot;&amp;nbsp; ผอ.การเลือกตั้งประจำ อบจ.บุรีรัมย์กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86867</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งศูนย์ดูแลความสงบเรียบร้อยเลือกตั้ง อบจ., ศูนย์ดูแลความสงบเรียบร้อยเลือกตั้ง อบจ., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือก อบจ., เลือกตั้ง, เลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201214/image_big_5fd772a4e51bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
