<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เขี่ยก๊วนวรงค์พ้น‘กก.บห.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สาย &amp;quot;มาร์ค&amp;quot; คุม ปชป.ยกแผง หลังคัมแบ็กหัวหน้าพรรคสีฟ้าพร้อมเลขาฯ คู่ใจ &amp;quot;จุติ&amp;quot; นั่งแม่บ้านพรรคอีกสมัย เลือกกรรมการบริหารพรรคไร้ชื่อ ก๊วน &amp;quot;วรงค์-ถาวร&amp;quot; แต่อลงกรณ์สมใจ ได้รอง หน.พรรคสายอำนาจเก่าสุเทพ ปีก กปปส. ยังเข้าวิน &amp;quot;แม่เลี้ยงติ๊ก-วิทูร-ชินวรณ์-อิสระ&amp;quot; แต่วิทยาแห้ว &amp;quot;ตั๊น-จิตรภัสร์-เอกนัฏฐ์&amp;quot; ควงคู่ เป็นรองเลขาฯ &amp;quot;อภิสิทธิ์&amp;quot; ลั่น ปชป.ต้องชนะการเลือกตั้งและเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการประชุมใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ได้มีการเลือกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ชนะการหยั่งเสียงจากสมาชิกพรรคทั่วประเทศ ให้กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อีกหนึ่งสมัย หลังจากก่อนหน้านี้เคยเป็นหัวหน้าพรรค ปชป.มาร่วม 13 ปี นับตั้งแต่ปี 2548&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวหลังได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรค ปชป.ว่า ขอบคุณสมาชิกพรรคและ กกต.พรรคทั้ง 2 ชุด ว่า ทุกคนเหนื่อยกับการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคนั่นเป็นแค่ตีนภูเขา แต่ยอดเขาที่แท้จริงคือ การนำพาประเทศและฟื้นเศรษฐกิจของประเทศที่ไม่ใช่แค่วัดจีดีพี หรือดีเฉพาะคนบางกลุ่ม ที่สำคัญต้องมีส่วนร่วมสร้างคนดีเข้าสู่การเมือง เราต้องเข้มแข็งสามัคคี อีก 2 วันจะมีคนรุ่นใหม่ของพรรคที่ท้าทายทั้งหมดจะถึงยอดเขาได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องชนะการเลือกตั้งและมีบทบาทที่ชัดเจน เป็นแกนนำในการตั้งรัฐบาล เราไม่เล่นเกมแตกพรรค หรือเกมต่อรอง เราจะเป็นผู้คืนการเมืองให้ประชาชน และร่วมพาคนไทยไปสู่ยอดเขาด้วยกัน&amp;quot; หัวหน้าพรรค ปชป.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การเลือกกรรมการบริหารพรรคตำแหน่งอื่นๆ มีดังนี้ รองหัวหน้าพรรคที่ดูแลภาคต่างๆ ในที่ประชุมมีการเสนอชื่อนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู อดีตรองหัวหน้าพรรค ชิงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคภาคเหนือเพียงชื่อเดียว ซึ่งผลปรากฏว่า นางศิริวรรณได้คะแนน 93.48 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนผู้ลงคะแนนทั้งหมด ขณะที่การเลือกตั้งรองหัวหน้าพรรค ภาคอีสาน ซึ่งมีการเสนอชื่อนายศุภชัย ศรีหล้า อดีต ส.ส.อุบลราชธานี จากสาย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม และนายวิฑูรย์ นามบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคที่ใกล้ชิดกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรค ปชป. ชิงตำแหน่งนี้ แต่นายศุภชัยขอถอนตัว จึงเหลือเพียงนายวิฑูรย์ โดยนายวิฑูรย์ได้คะแนน 90.66 เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนรองหัวหน้าพรรคภาคกลาง มีการเสนอชื่อนายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคชุดเก่า ซึ่งผลออกมาได้รับคะแนน 87.97 เปอร์เซ็นต์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรองหัวหน้าพรรคภาคใต้ มีผู้แข่งขัน 2 คน คือ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค และนายวิทยา แก้วภราดัย อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช อดีตแกนนำ กปปส. ซึ่งปรากฏว่านายนิพิฏฐ์ได้รับเลือกให้เป็นรองหัวหน้าพรรคดูแลภาคใต้อีกสมัย ด้วยคะแนน 61.02 เปอร์เซ็นต์ ด้านนายวิทยาได้ 38.5 เปอร์เซ็นต์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรองหัวหน้าพรรค ภาค กทม.มีผู้แข่งขัน 2 คน คือ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคชุดเก่า และนายสรรเสริญ สมะลาภา อดีต ส.ส.กทม. ปรากฏว่านายสรรเสริญได้รับเลือกเป็นรองหัวหน้าพรรค ภาค กทม. ด้วยคะแนน 53.06 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่นายองอาจได้คะแนน 45.55%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรองหัวหน้าพรรคอีก 8 คน ตามภารกิจพรรค ประกอบด้วย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นายนิพนธ์ บุญญามณี นายอิสสระ สมชัย นายกรณ์ จาติกวนิช นายชินวรณ์ &amp;nbsp;บุณยเกียรติ นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ นายอลงกรณ์ พลบุตร และนายอัศวิน วิภูศิริ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับตำแหน่งเลขาธิการพรรค นายอภิสิทธิ์ได้เสนอชื่อนายจุติ ไกรฤกษ์ เป็นเลขาธิการ โดยนายจุติได้ผ่านการลงคะแนนได้เป็นเลขาธิการพรรค ด้วยคะแนน 94.6 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนายจุติได้เสนอชื่อรองเลขาธิการพรรค 9 คน คือ 1.นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ 2.น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร 3.นายเอกนัฏฐ์ พร้อมพันธุ์ 4.นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ 5.นายนราพัฒน์ แก้วทอง 6.นายมนตรี ปาน้อยนนท์ 7.นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ 8.นายอนุชา บูรพชัยศรี และ 9.นายบุญยอด สุขถิ่นไทย จากนั้นให้ที่ประชุมลงมติเลือกรองเลขาธิการพรรค จำนวน 6 คน ซึ่งผู้ที่ได้รับตำแหน่งโดยเรียงจากคะแนนมากไปหาน้อย ได้แก่ 1.นายเอกนัฏฐ์ 2.นายนราพัฒน์ 3.นายอิสสระ 4.นายมนตรี 5.น.ส.จิตรภัสร์ และ 6.นายอภิชาต &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ดำรงตำแหน่งเหรัญญิกพรรค, น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ ดำรงตำแหน่งนายทะเบียนพรรค และนายธนา ชีรวินิจ ดำรงตำแหน่งโฆษกพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กรรมการบริการพรรคที่มาจากสายสมาชิกสภาท้องถิ่น ประกอบด้วย 1.นายนิพนธ์ บุญทองซุ่น 2.นายณัฐพงษกร คุ้มตะกั่ว ส่วนตำแหน่งผู้แทนผู้บริหารท้องถิ่น คือ 1.นายไพร พัฒโน และ 2.นายขยัน วิพรหมชัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กรรมการบริหารพรรคอีกจำนวน 8 คน ได้แก่ 1.นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ 2.นายราเมศ รัตนเชวง 3.น.ส.รัชดา ธนาดิเรก 4.นางฮูวัยดีย๊ะ พิศสุวรรณ อุเซ็ง 5.น.ส.นริศา อดิเทพวรพันธุ์ 6.นายวิรัช ร่มเย็น 7.นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ และ 8.นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ตามข้อบังคับพรรคกำหนดให้มีกรรมการบริหารพรรค จำนวน 41 คน ดังนั้นในส่วน 5 คนที่เหลือ ซึ่งเป็นสัดส่วนมาจากตัวแทนประธานสาขาพรรค จะมีการนัดประชุมอีกครั้งเพื่อทำการคัดเลือกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้มีการเลือกคณะกรรมการผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ของพรรค ปชป. จำนวน 11 คน ได้แก่ 1.นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ประธาน 2.นางอัญชลี วานิชเทพบุตร รองประธาน 3.นายจุติ ไกรฤกษ์ กรรมการและเลขานุการ 4.น.ต.สุธรรม ระหงษ์ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ 5.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน กรรมการ 6.นายเทพไท เสนพงศ์ กรรมการ 7.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กรรมการ 8.นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรรมการ 9.นายอิสสระ สมชัย กรรมการ 10.นายอัศวิน วิภูศิริ กรรมการ และ 11.นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมการ นอกจากนี้ยังมีการตั้งที่ปรึกษา 5 คน ประกอบด้วย 1.นายบัญญัติ บรรทัดฐาน 2.นายเทอดพงษ์ ชัยนันทน์ 3.นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ 4.นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ และ 5.นายสามารถ มะลูลีม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21777</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ประชุมใหญ่พรรคประชาธิปัตย์, หนังสือพิมพ์, หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, เลือกกรรมการบริหารพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181111/image_big_5be83ff541332.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11056</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2018 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2018 15:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รักตู่ไม่เปลี่ยนแปลง ไพบูลย์ หนุน ประยุทธ์ เป็นนายกฯต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รักตู่ไม่เปลี่ยนแปลง ไพบูลย์ หนุน ประยุทธ์ เป็นนายกฯต่อ ไม่สนสังกัดพรรคหรือไม่ การันตี คนดีไม่กินเมือง เชลียร์ รื้อใหญ่ วงการสงฆ์ วอน คสช. คงกฎห้ามพรรคเคลื่อนไหวจัดชุมนุม ยันหลังเลือกตั้ง หวั่น ทำวุ่นวาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา10.00น. วันที่ 10 มิ.ย. ที่อาคารเดอะโคลสต์ พลาซ่า ย่านบางนา ที่ทำการพรรคประชาชนปฏิรูป(ปชช.)นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป (ปชช.) พร้อมด้วยผู้ร่วมจัดตั้งพรรค จัดการประชุมเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคเพิ่มเติม พร้อมทั้งประกาศถึงนโยบายของพรรค &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพบูลย์ กล่าวว่า การจัดการประชุมครั้งนี้เป็นไปตามกฎหมาย ได้ขออนุญาตคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรียบร้อยแล้ว อุดมการณ์ของพรรคต้องยึดมั่นในหลักธรรมาธิปไตยเพื่อถ่วงดุลกับฝ่ายประชาธิปไตยสุดโต่ง เพิ่มอำนาจให้กับประชาชนในการปฏิรูป และตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ รวมถึงพรรคต้องเป็นพรรคที่เป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ระดับชาติ ต่างจากพรรคการเมืองใหม่ที่มีระบบการเมืองแบบเก่า ที่มุ่งเน้นแต่การแสวงหาผลประโยชน์กับพรรคร่วม หรือนายทุน แต่พรรคประชาชนปฏิรูป จะเป็นพรรคที่มองผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก ปราศจากอามิสสินจ้าง ทุกอย่างจะต้องตรวจสอบได้ นโยบายหลักของพรรคคือการผลักดันให้มีสภาประชาชนปฏิรูปในแต่ละจังหวัด เพื่อถ่วงดุลและเพิ่มอำนาจให้กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนโยบายของพรรคในระยะ 5 ปีแรก คือ 1.ปฏิรูปเพิ่มอำนาจให้ประชาชน ตรวจสอบ และถ่วงดุลอำนาจรัฐ ใช้หลักประชาธิปไตยทางตรง ซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญที่ทางพรรคมองว่าจะต้องเกิดขึ้นให้ได้ โดยยืนยันว่าพรรคจะดำเนินการทันทีเมื่อได้รับการจดตั้งพรรคเรียบร้อยแล้ว โดยที่เราจะไม่รอทำหลังได้รับการเลือกตั้งแต่จะพร้อมเดินหน้าให้เป็นรูปธรรมภายในสิ้นปีนี้ &amp;nbsp; 2.ปฏิรูปการปกครองคณะสงฆ์ การจัดการทรัพย์สินวัด และพระภิกษุให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย เช่น เสนอร่างพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ฉบับธรรมาธิปไตย ส่งเสริมพุทธศาสนิกชนให้น้อมนำหลักธรรมที่แท้จริงของพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติ เพื่อให้เกิดการพัฒนาจิตใจและปัญญา พร้อมทั้งส่งเสริมการฟื้นฟูวัดที่ร้างในแต่ละจังหวัดให้เป็นสวนพุทธธรรม 3. ปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปพรรคการเมืองให้เป็นเครื่องมือของประชาชน ส่งเสริมระบบคุณธรรมเพื่อให้คนดีมีความสามารถได้เข้าดำรงตำแหน่งสำคัญต่างๆ เช่น ในรัฐสภาชุดแรก ให้การสนับสนุนบุคคลที่มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความสามารถในการบริหารประเทศให้เป็นนายกฯคนกลาง ไม่จำกัดว่าบุคคลนั้นตะต้องเป็นส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นมีการเลือกกรรมการบริหารพรรคเพิ่มเติม รวมทั้งสิ้น32 คน โดยตำแหน่งที่สำคัญอาทิ นายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นหัวหน้าพรรค พล.อ.ลือพงศ์ โชติวิทยกาญจน์ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพไทย และนายเทพสิทฐิ์ ปะวาหะนาวิน เจ้าของบริษัทเอกชน เป็นรองหัวหน้าพรรค นพ.มโน เลาหวณิช เป็นเลขาธิการพรรค พล.อ.จิรศักดิ์ บุตรเนียม และนายชัยภัฏ จันทร์วิไล เป็นรองเลขาธิการพรรค นายธนพัฒน์ สุขเกษม เป็นโฆษกพรรค น.ส.ณฐวรางณ์ เนียมวณิชกุลและอังสณา เนียมวณิชกุล เป็นรองโฆษกพรรค นายกันติพจน์ สิริภักดิสกุล เป็นนายทะเบียนพรรค สำหรับพรรคประชาชนปฏิรูป มีชื่อย่อ ปชช. ที่หมายถึงประชาชน แสดงถึงว่าประชาชนเป็นใหญ่ ส่วนภาพเครื่องหมายพรรคนั้น ใช้ตัวย่อพรรคและชื่อเต็มพรรคเป็นสัญลักษณ์ในกรอบ6เหลี่ยม ตัวอักษรสีเหลืองพื้นสีน้ำเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพบูลย์ แถลงหลังประชุมพรรคว่า อุดมการณ์ของพรรคต้องเป็นเครื่องมือประชาชน ดำเนินการโดยประชาชน เพื่อประชาชน พรรคปฏิเสธเรื่องอามิสสินจ้าง มุ่งทำงานให้ประชาชน จากนี้จะมีการจัดตั้งสภาประชาชนปฏิรูปทั้ง77จังหวัด ส่งเสริมประชาชนมีบทบาทในการตรวจสอบโดยตรง ถ่วงดุลอำนาจรัฐ ใช้วิธีการประชาธิปไตยโดยตรง ให้ประชาชนดำเนินการได้โดยตรง ลดรูปแบบประชาธิปไตยผ่านตัวแทน ผ่านการกำกับในหลักการ ธรรมมาธิปไตย เราจะเป็นพรรคของประชาชนอย่างแท้จริงจากการกระทำ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ชื่อ ส่วนตัวยังสนับสนุนระบบไพรมารี่โหวต แม้จะมีแนวคิดคัดค้านจากบางพรรค ระบบดังกล่าวไม่ได้เป็นปัญหา แต่กลับเป็นการกระจายอำนาจออกไป ไม่ใช่การรวมศูนย์อำนาจแบบเดิม ในอนาคตถึงแม้จะมีกฎหมายหรือคำสั่งคสช.ให้ยกเลิกการทำไพรมารีโหวต แต่ทางพรรคประชาชนปฏิรูปจะยังทำต่อไป เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี
เมื่อถามว่าบางพรรคมีความกังวลการที่คสช.ยังไม่ปลดล็อกพรรคการเมือง อาจทำให้การเลือกตั้ง ต้องเลื่อนออกไปอีก นายไพบูลย์กล่าวว่า เห็นด้วยหากจะมีการปลดล็อกตามขั้นตอน 1-2-3 ไม่เห็นด้วยที่จะให้ปลดล็อกหมดทุกอย่าง ไม่อย่างนั้นจะกลับไปสู่แบบเดิม ถ้าปลดล็อกควรปลดเพียงแค่ให้พรรคการเมืองจัดประชุมได้ตามกรอบกำหนดเวลาเดิมได้ แต่ไม่ใช่ปลดเพื่อให้ พรรคการเมืองได้เคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมือง คสช.ควรคงคำสั่งนี้ไว้ให้ไปถึงหลังเลือกตั้งเลย เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อยอย่างที่ประชาชนหวังเอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่ายังสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยหรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีความสามารถ ที่สนับสนุนไม่ใช่เพียงเพราะ รู้จักกันดี เป็นญาติ เป็นเพื่อน หรืออยู่พรรคเดียวกัน หากเป็นเช่นนั้นจะเป็นระบบอุปถัมภ์ แต่เราสนับสนุนในระบบคุณธรรม ท่านไม่จำเป็นต้องเป็นส.ส.ก็ได้เพื่อให้ได้มาเป็นนายกฯคนกลาง การเป็นส.ส.ไม่ได้สะท้อนว่าจะเป็นบุคคลที่มีคุณธรรม ในวันนี้ยังเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีความเหมาะสมที่สุด มีความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักาษ์ ทั้งตัวท่านและครอบครัวไม่มีเสียงติฉินนินทาเรื่อง คอรัปชั่น ที่พูดตนรับรองท่านเพียงคนเดียว ไม่รวมถึงคนอื่นในครม. ยังเห็นว่าควรสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะคนกลาง ไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรคการเมืองใดก็ได้ แต่ถ้าวันข้างหน้าไปสังกัดพรรคการเมืองใด ค่อยมาว่ากันอีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11056</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พรรคประชาชนปฏิรูป, เลือกกรรมการบริหารพรรค, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180405/image_big_5ac5a0512abef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
