<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114126</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คำนูณ&#039; ตั้งข้อสังเกต 13 ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเปลี่ยนระบบเลือกตั้งส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 ส.ค. 2564 &amp;nbsp;นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว Kamnoon Sidhisamarn ระบุว่า 13 ข้อสังเกตเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเปลี่ยนระบบเลือกตั้งส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา 24-25 สิงหาคม 2564 นี้มีระเบียบวาระสำคัญเป็นการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมชั้นวาระ 2 พิจารณารายมาตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีข้อสังเกต 13 ประการมาเล่าสู่กันฟังโดยสังเขปครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับของพรรคประชาธิปัตย์ที่รัฐสภามีมติรับหลักการในวาระ 1 มาเพียงร่างเดียว ไม่ได้เขียนเรื่องหรือประเด็นไว้ใน &amp;lsquo;หลักการ&amp;rsquo; เหมือนร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมหรือร่างพระราชบัญญัติอื่น ๆ ส่วนใหญ่ โดยเขียนแต่เพียงว่า &amp;ldquo;แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91&amp;rdquo; แต่เมื่ออ่าน &amp;lsquo;เหตุผล&amp;rsquo; และเนื้อหาในทั้ง 2 มาตราที่ขอแก้ไขรวมทั้งการนำเสนอในรัฐสภาชั้นวาระ 1 ประกอบแล้วสามารถเข้าใจได้ว่าเป็นเรื่องหรือประเด็นการขอแก้ไขระบบเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากระบบจัดสรรปันส่วนผสม (MMA : Mixed member apportionment)-บัตรใบเดียว 350 : 150 ไปเป็นระบบคู่ขนาน (MMM : Mixed member majoritarian)-บัตร 2 ใบ 400 : 100 ที่เคยใช้ในรัฐธรรมนูญ 2540&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ร่างตาม 1 เสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2560 เพียง 2 มาตราเท่านั้น คือ มาตรา 83 และ 91&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ทำให้เกิดประเด็นขึ้นตั้งแต่ต้นว่าหากคณะกรรมาธิการที่รัฐสภาตั้งขึ้นเพื่อพิจารณาในวาระ 2 ดำเนินการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมได้เพียง 2 มาตราที่เสนอมาเท่านั้น ไม่แตะต้องรัฐธรรมนูญมาตราอื่นเลย จะเกิดปัญหาในการบังคับใช้หรือไม่ เพราะมีรัฐธรรมนูญอีกหลายมาตราที่สมควรแก้ไขให้สอดคล้องกัน อย่างน้อยที่สุดก็มาตรา 86 ที่ยังคงบัญญัติให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรระบบเขต 350 คนอยู่ สมควรแก้ไขให้เป็น 400 คน เพื่อมิให้การบังคับใช้รัฐธรรมนูญเกิดปัญหาขัดแย้งกัน คำถามคือคณะกรรมาธิการมีหน้าที่และอำนาจกระทำได้หรือไม่ โดยอาศัยข้อบังคับใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. คณะกรรมาธิการมีความเห็นต่างกันเป็นอย่างน้อย 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าแก้ไขขัดแย้งหรือเกินกว่าหลักการที่เสนอมาและรัฐสภามีมติรับหลักการวาระ 1 ไม่ได้ เมื่อหลักการเขียนเพียงว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 83 และ 91 ก็ต้องพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมได้เพียง 2 มาตราแค่นั้น อีกฝ่ายหนึ่งเห็นว่าข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 ข้อ 124 วรรคสามอนุญาตให้ทำได้หากรัฐธรรมนูญมาตราอื่นที่จะแก้ไขเพิ่มเติมนั้นเป็นประเด็นที่ &amp;lsquo;เกี่ยวเนื่องกับหลักการ&amp;rsquo; ความเห็นฝ่ายหลังเป็นเสียงข้างมากในคณะกรรมาธิการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. เฉพาะในความเห็นของฝ่ายที่เป็นเสียงข้างมากในคณะกรรมาธิการตาม 4 ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันอีกในประเด็น &amp;lsquo;มาตราที่เกี่ยวเนื่องกับหลักการ&amp;rsquo; ตามข้อบังคับข้อ 124 วรรคสาม คือจะแก้ไขเพิ่มเติมขัดแย้งหรือเกินกว่าหลักการได้แค่ไหน เพียงใด มีกรอบใดเป็นหลักในการพิจารณา การลงมติในแต่ละมาตราที่แก้ไขขัดแย้งหรือเกินกว่าหลักการรวม 7 จุดจึงแตกต่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. สรุปแล้ว คณะกรรมาธิการใช้ข้อบังคับข้อ 124 วรรคสาม แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 นอกเหนือจากมาตรา 83 และ 91 รวมแล้วอีก 5 มาตรา คือ มาตรา 85, 86, 92, 94, 105 และเพิ่มบทเฉพาะกาลอีก 2 มาตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. บทเฉพาะกาลที่สำคัญอยู่ที่มาตรา 4/5 ที่กำหนดให้รัฐสภาดำเนินการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วันนับแต่วันที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับใหม่ ในกรณีที่ยังไม่เสร็จ หากมีความจำเป็นต้องเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อใช้กับการเลือกตั้งทั่วไปนั้นไปพลางก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. นั่นหมายความว่าหากรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ผ่านวาระ 2 และ 3 และประกาศให้มีผลบังคับใช้ได้เมื่อใด โดยมีบทเฉพาะกาลตาม 7 หากมีความจำเป็นต้องมีการเลือกตั้งทั่วไป ก็สามารถทำได้แม้การแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะยังไม่แล้วเสร็จ เพราะให้อำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการสำหรับการเลือกตั้งทั่วไปนั้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. ความเห็นส่วนตัวของผมในฐานะกรรมาธิการ เห็นว่าข้อบังคับข้อ 124 วรรคสามเป็นข้อยกเว้น ไม่ใช่หลัก จึงต้องตีความอย่างเคร่งครัดและอย่างแคบ &amp;ldquo;แม้คณะกรรมาธิการจะสามารถแก้ไขขัดแย้งหรือเกินกว่าหลักการได้ แต่จะต้องดำเนินการเฉพาะเท่าที่จำเป็นเท่านั้น โดยเฉพาะในประเด็นที่จะขัดหรือแย้งกัน หรือไม่สอดคล้องกัน ซึ่งหากไม่ดำเนินการแก้ไขไปพร้อมกัน จะส่งผลกระทบกับการใช้บังคับรัฐธรรมนูญขึ้นได้ในภายหลัง&amp;rdquo; ผมจึงลงมติเห็นด้วยกับการแก้ไขขัดแย้งหรือเกินกว่าหลักการเฉพาะในมาตรา 86 แก้ไขตัวเลขจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรระบบเขต 350 คนเป็น 400 คนเท่านั้น มาตราอื่นยกเว้นบทเฉพาะกาลที่จำเป็นต้องเพิ่มเข้ามาผมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข ซึ่งกรรมาธิการเสียงข้างมากมีทั้งที่เห็นด้วยและเห็นต่าง มาตราใดที่ผมแพ้มติ ก็ได้สงวนความเห็นไว้เกือบทุกมาตราตามสิทธิเพื่อมาอภิปรายชี้แจงเหตุผลในรัฐสภาเพื่อให้รัฐสภาลงมติตัดสินในวาระ 2 ชั้นพิจารณารายมาตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. กรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล ได้ขอแก้ไขมาตรา 83 และมาตรา 91 ให้เป็นระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม (MMP : Mixed member proportional)-บัตร 2 ใบ 350 : 150 ที่สารัตถะเคยปรากฎอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับท่านอาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณเมื่อปี 2558 แต่กรรมาธิการเสียงข้างมากไม่เห็นด้วย พรรคก้าวไกลจึงสงวนความเห็นและสงวนคำแปรญัตติไว้ต่อสู้ในรัฐสภาวาระ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11. นอกจากนั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกลยังได้ยื่นญัตติด่วนในรัฐสภาพิจารณาตีความข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 ข้อ 124 วรรคสาม และข้อ 114 วรรคสอง เนื่องจากเห็นว่าการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการไม่อาจแก้ไขขัดแย้งกับหลักการหรือเกินหลักการได้ จนถึงนาทีนี้เชื่อว่าจะมีผู้เสนอเลื่อนระเบียบวาระญัตติด่วนนี้ขึ้นมาพิจารณาก่อนระเบียบวาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมวาระ 2 และเชื่อว่าจะใช้เวลาพิจารณากันนานพอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12. ในการพิจารณาชั้นกรรมาธิการสังเกตุได้ว่าในส่วนของกรรมาธิการจากสภาผู้แทนราษฏร ไม่ได้แบ่งฟากความคิดเห็นเป็นฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน หากเป็นไปในลักษณะที่ &amp;nbsp;3 พรรคใหญ่ คือ พรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ขณะที่ในอีกฟากหนึ่งมี 2 พรรคคือพรรคก้าวไกล และพรรคภูมิใจไทยมีความเห็นค่อนไปในทิศทางเดียวกัน และมีแนวโน้มในช่วงหลังว่าพรรคชาติไทยพัฒนาเริ่มเห็นด้วยกับฟากฝั่งหลังนี้ในบางประเด็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13. ไม่ว่าผลการพิจารณาญัตติด่วนตาม 11 และการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมวาระ 2 จะมีผลอย่างไร และสมมติว่าถ้าผ่านวาระ 2 ภายในสัปดาห์หน้าและมีการลงมติเห็นชอบในวาระ 3 ที่วางตารางเวลาไว้ภายในสมัยประชุมนี้คือก่อนวันที่ 18 กันยายน คาดหมายกันว่าการบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมแก้ไขระบบเลือกตั้งก็อาจจะยืดเยื้อออกไป เพราะคาดว่าอาจจะมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนหนึ่งใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 (7) ประกอบมาตรา 81 มาตรา 145 และมาตรา 148 (1) ให้วินิจฉัยว่าร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ขัดรัฐธรรมนูญหรือกระบวนการตราไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ในประเด็นที่กล่าวมาตาม 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นหลัก ๆ โดยสังเขปมีเพียงนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขออภัยที่อาจถ่ายทอดได้ไม่ดีเท่าใจนึก เพราะเป็นเรื่องเชิงเทคนิคและประเพณีปฏิบัติในการพิจารณาร่างกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจะขอใช้สิทธิอภิปรายในรัฐสภาตามสมควรทั้งในวาระญัตติด่วนตีความข้อบังคับ และวาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในมาตราที่สงวนความเห็นไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบพระคุณครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำนูณ สิทธิสมาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกวุฒิสภา
22 สิงหาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114126</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำนูณ สิทธิสมาน, เลือกตั้ง ส.ส., แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d238c4bd25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37192</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2019 08:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2019 08:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039; ปรามสังคมอย่าก่นด่า &#039;ผู้แทน&#039; แนะดูการเมืองให้สนุก รัฐสภาไทยจะเอามาตรฐานแบบอังกฤษไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.62 - นายนิพิฏฐ์&amp;nbsp;อินทรสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวว่า&amp;nbsp;ประชาชนเป็นอย่างไร นักการเมืองเป็นอย่างนั้น ผมนี่ไม่ได้เป็นส.ส.กับเขาหรอก แต่เห็นประชาชนก่นด่า ส.ส.แล้วอดไม่ได้ ต้องออกมาอธิบายปกป้องท่าน ส.ส.เขาหน่อย ก็อยากจะบอกว่าอย่าโทษผู้แทน หรือ ส.ส.เลยครับ ระบบมันเป็นอย่างนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความเป็นจริงคือ &amp;quot;ประชาชนเป็นอย่างไร ผู้แทนเป็นอย่างนั้น&amp;quot; เหมือนเราส่องกระจกมันก็จะเจอหน้าที่เหมือนเราอยู่ในกระจกมันก็คือหน้าของเรานี่แหละ จะหล่อหรือไม่หล่อ สวยหรือไม่สวย มันก็คือหน้าเรานั่นแหละ อย่าไปด่าหน้าที่เห็นอยู่ในกระจกเลย ปัญหาคือ เรามักคิดว่าเราเหนือกว่า หรือเราดีกว่า ส.ส.หรือดีกว่าผู้แทน หากคิดอย่างนี้เราก็จะดูถูก ส.ส.หรือ ผู้แทนอยู่ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอาเป็นว่า ส.ส.หรือผู้แทนสะท้อนตัวตนส่วนใหญ่ของประชาชน เพราะเวลาเลือกผู้แทนเรามักจะเลือกคนที่เหมือนเราหรือจริตจะก้านคล้ายตัวเรามากที่สุดเป็นผู้แทน นี่เป็นหลักธรรมดาครับ (หมายถึงเลือกอย่างอิสระไม่มีอามิส,เงิน,หรือสิ่งอื่นมาเจือปน) เพราะงั้น เวลาเห็นการกระทำบางอย่างของผู้แทน เช่น ผู้แทนที่เป็นผู้หญิงเรียกผู้แทนที่เป็นผู้หญิงด้วยกันว่า&amp;quot;อี&amp;quot; ก็อย่าไปพิโรธโกรธเคืองท่านเลย เพราะท่านคือตัวแทนของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังที่รัฐธรรมนูญมาตรา 114 บัญญัติว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย....แต่ถ้าด่าแล้วรู้สึกดีขึ้นก็ด่าไปเถอะ แต่ผมว่าอย่าด่าเลย ดูให้สนุกๆไปดีกว่า คนไทยเลือกผู้แทนไทย ได้รัฐสภาไทย มาตรฐานมันก็ไทยๆแบบนี้แหละ จะเอามาตรฐานแบบอังกฤษคงไม่ได้หรอก คนที่พูดว่าเบื่อการเมือง ก็เพราะคุณดูข่าวการเมืองมากไป เขาจะตั้งรัฐบาลได้หรือเปล่าก็ดูตั้งแต่เช้ายันเย็น มันก็น่าเบื่อสิครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37192</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, ผู้แทนปวงชนชาวไทย, พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.), เลือกตั้ง ส.ส., เลือกตั้งผู้แทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180916/image_big_5b9e59df1260c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2019 10:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2019 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลรธน. ถก จะรับคำร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ปมกฎหมายคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อไว้พิจารณาหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;2 พ.ค.62 - มีรายงานว่า ในวันนี้ เวลา 10.30 น.คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมเพื่อพิจารณาคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 ซึ่งกำหนดเกี่ยวกับวิธีการคำนวณหาส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 หรือไม่ โดยการประชุมครั้งนี้ศาลจะพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินไว้พิจารณา คาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงเที่ยงของวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ทั้งนี้ สำหรับคำร้องดังกล่าวเป็นคำร้องที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ และนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ผู้สมัครส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย หลังจากที่ก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับวินิจฉัยคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ขอให้วินิจฉัยว่าสามารถจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อตามวิธีการของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้หรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34920</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ตรวจการแผ่นดิน, พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส., ศาลรัฐธรรมนูญ, เลือกตั้ง ส.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180328/image_big_5abb87d973a7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2019 10:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2019 10:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039; เตรียมส่งผู้สมัครภท.350เขต ลั่นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ม.ค.62 -&amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) &amp;nbsp;กล่าวถึงความพร้อมของพรรคต่อการเลือกตั้งตามโรดแมปวันที่ 24 ก.พ.62 &amp;nbsp;ว่า เราพร้อมมานานแล้วเพราะคิดว่าการเลือกตั้งควรจะเกิดขึ้นมาสักระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งเราไม่ได้เป็นผู้กำหนดการเลือกตั้ง ดังนั้นสิ่งที่เราจะทำได้คือเรื่องความพร้อมของเรา ตอนนี้พรรคภูมิใจไทยมีความพร้อม จะเลือกตั้งเมื่อไหร่เราก็พร้อม ตอนนี้พรรคภูมิใจไทยได้เคาะผู้สมัครส.ส.ไว้หมดแล้ว รอเพียงการประกาศพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.)เลือกตั้งส.ส. เท่านั้น อาจเหลือเพียงการปรับนิดหน่อย ซึ่งตรงนี้ไม่ใช่นัยยะสำคัญ เนื่องจากผู้ที่มีคุณสมบัติตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มีพื้นที่ชัดเจน และผ่านเกณฑ์การคัดเลือกของพรรคแล้ว ก็ค่อนข้างที่จะได้รับการเสนอ ตอนนี้ก็รอคณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครส.ส.ทำการเคาะครั้งสุดท้ายก่อนเสนอให้ตนในฐานะหัวหน้าพรรคลงนามต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในเบื้องต้นทางพรรคจะส่งผู้สมัครส.ส. ครบ 350 เขตและส่งคนที่เหมาะสมที่สุด จะไม่ส่งคนที่ไปเก็บกวาดคะแนนหยิบเล็กหยิบน้อยมาแล้วให้มีจำนวนมาเพื่อที่จะมาอ้างว่าเอามาคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เราจะไม่หลอกประชาชน ส่วนที่มีคนพยายามบอกว่า พรรคภูมิใจไทยจะไปจับมือกับฝ่ายโน้นฝ่ายนี้ แต่ผมคิดว่าเราอาจจะเป็นแกนนำก็ได้เพราะเราส่ง 350 เขต มันพิสูจน์แล้วว่าเรามีความพร้อมพอสมควร&amp;rdquo;นายอนุทิน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า สถานการณ์วันนี้ประเมินว่าพรรคจะได้ ส.ส.เท่าไหร่ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตอบว่า ไม่ประเมิน เพราะประเมินไปก็เท่ากับเราไปตีกรอบและไม่เคารพเสียงของประชาชน ได้เท่าไหร่ก็คือคำตัดสินใจของท่านเหล่านั้น พรรคภูมิใจไทยน้อมรับทุกๆคะแนน จะแปรการตัดสินใจของพี่น้องประชาชนที่ผ่านออกมาในรูปแบบของคะแนนที่มอบความไว้วางใจให้กับพรรคภูมิใจไทย และรับรองว่าตนแปรถูกและก็จะเดินไปในทิศทางที่ท่านเหล่านั้นต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน ยังกล่าวถึงสถานการณ์การเมืองปี 62 ว่า คิดว่าการเมืองในปีนี้จะมีความชัดเจนขึ้นทำให้ประเทศไทยเป็นที่น่าเชื่อถือเป็นที่มั่นใจของประชาคมโลก หากมีการเลือกตั้งทั่วไปเกิดขึ้นภายในระยะเวลาตามโรดแมป&amp;nbsp;ซึ่งก็ว่ากันตามแฟร์ๆ ตนก็เห็นทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)และผู้ที่เกี่ยวข้องพยายามทำให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นตามตารางเวลาที่ได้วางแผนเอาไว้ ดังนั้นต้องขอขอบคุณท่านเหล่านั้น การเลือกตั้งเที่ยวนี้ต้องถือว่าในทางการแข่งขันไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบใคร ไม่ได้เลือกตั้งท่ามกลางความขัดแย้งขั้วใดขั้วหนึ่ง เป็นการเลือกครั้งที่ทุกคนอาสาสมัครลงมาต่อสู้ไม่มีพรรคไหนถอนตัวจากการเลือกตั้ง ไม่มีพรรคไหนที่บอกว่าไม่พอใจในบทบัญญัติต่างๆตามกฎหมายและก็ถอนตัว ก็ถือว่าการเลือกตั้งเที่ยวนี้ทุกคนอาสาเข้ามาแข่งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นก็ต้องยอมรับผลลัพท์ที่จะออกมาบนความตัดสินใจของประชาชน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะถ้าเราไม่ยอมรับผลการตัดสินใจของพี่น้องประชาชน ก็เท่ากับว่าเราไม่เล่นตามกติกา และเราไม่เชื่อประชาชน ซึ่งเป็นผู้ตัดสินอนาคตทุกเรื่องของเรา ตรงนี้มันทำไม่ได้ เราต้องยอมรับว่าการตัดสินใจของพี่น้องประชาชนนั้นคือเสียงสวรรค์ เสียงสูงสุดเป็นทิศทางที่พวกเราจะเดินไปทางไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในเมื่อทุกคนยอมรับกติกาเหล่านี้ได้ไม่มีใครได้เปรียบใคร ไม่มีความขัดแย้งแล้วลงมาเลือกตั้งแข่งขันกันแบบแฟร์ๆ ผมก็เชื่อว่าบ้านเมืองหลังการเลือกตั้งก็น่าเข้าสู่ความสงบสุข &amp;nbsp;และพรรคภูมิใจไทยยืนยันได้เลยว่าด้วยอำนาจของหัวหน้าพรรคจะไม่เป็นอุปสรรค และทำให้บ้านเมืองเจริญไปข้างหน้า แก้ปัญหาปากท้องให้ชาวบ้านได้สำเร็จ และไม่เป็นพรรคที่ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ในทางกลับกันก็พร้อมทำหน้าที่เป็นทางออกให้บ้านเมืองไปสู่ความสงบเรียบร้อยมากที่สุด&amp;quot;หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25649</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเลือกตั้ง, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, พรรคภูมิใจไทย, เลือกตั้ง ส.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190103/image_big_5c2d7fa34f958.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อิทธิพร”นำทัพ คุมหางเสือ7กกต. จัดเลือกตั้ง62 ภารกิจพิสูจน์ ของจริง-ปลอม?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เข้าสู่ช่วงเตรียมนับหนึ่งการทำหน้าที่ของ 5 เสือกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหม่แล้ว หลังมีการเปิดเผยจาก พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่า ได้นำรายชื่อนายอิทธิพร บุญประคอง ว่าที่ประธาน กกต.คนใหม่ และว่าที่ กกต.ใหม่อีก 4 คน ขึ้นทูลเกล้าฯ เรียบร้อยเมื่อวันศุกร์ที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ว่าที่ กกต.ใหม่อีก 2 คนที่ต้องสรรหา-เห็นชอบกันใหม่เพื่อให้ครบ 7 ชื่อ ทางนายพรเพชร ในฐานะหนึ่งในกรรมการสรรหาฯ กกต. ก็เปิดเผยว่า นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานกรรมการสรรหาฯ กกต. ได้เรียกประชุมนัดแรกในวันที่ 8 ส.ค. เพื่อหารือเรื่องกระบวนการขั้นตอนการสรรหาฯ ในส่วนของกรรมการ ก่อนที่จะส่งชื่อไปให้ที่ประชุม สนช.โหวตเห็นชอบ-ไม่เห็นชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เท่ากับว่า หลังจากนี้ก็รอ 5 เสือ กกต.ชุดใหม่ อันประกอบด้วย อิทธิพร บุญประคอง อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย และอดีตเอกอัคราชทูตไทยประจำ เคนยา และกรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ ในฐานะว่าที่ประธาน กกต. และอีก 4 ว่าที่ กกต. คือ สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ นักวิชาการจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, ธวัชชัย เทิดเผ่าไทย อดีตผู้ว่าฯ หลายจังหวัด และอดีตสมาชิก สปท., ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และปกรณ์ มหรรณพ อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา เข้าทำหน้าที่กันได้แล้ว ส่วน กกต.ชุดปัจจุบันที่มีศุภชัย สมเจริญ เป็นประธาน ก็เตรียมนับถอยหลัง เก็บของออกจากห้องทำงาน เพื่อให้ กกต.ชุดใหม่เข้ามารับไม้ต่อ เข้าทำนอง เก่าไป-ใหม่มา ภายใต้การส่งมอบงานต่างๆ ที่ค้างคาไว้ ที่จะไม่เกิดสภาวะมีรอยต่อ-สุญญากาศแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ เมื่อดูตามวงงานของว่าที่ กกต.ชุดใหม่ที่รออยู่ จะพบว่าภารกิจใหญ่ที่รออยู่ก็คงไม่พ้น 3 เรื่องหลักที่เป็นอำนาจหน้าที่หลักของ กกต. ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายว่าด้วย กกต. อันประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.การจัดการเลือกตั้ง ส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ถือเป็นภารกิจใหญ่สุดของ กกต. และเป็นด่านหินในการพิสูจน์ฝีมือของ กกต.ชุดใหม่ว่าเป็นของจริงหรือของปลอมกับงานใหญ่ครั้งนี้ เพราะหากมีการเลือกตั้งในปี 2562 ก็จะเป็นการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 8 ปี หลังคนไทยได้เลือกตั้ง ส.ส.ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2554 ส่วนการเลือกตั้งเมื่อปี 2557 หลังยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยุบสภา ตอนม็อบ กปปส.ไม่นับ เพราะศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยกระบวนการทำงานของ กกต.จะเกิดขึ้นหลังมีการโปรดเกล้าฯ ร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.ฯ ที่ก็จะต้องมีการดำเนินไปตามขั้นตอนต่างๆ เพียงแต่เนื่องจากบทเฉพาะกาลของร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.มีการเขียนไว้ให้มีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว 90 วัน แต่ฝ่าย กกต.ก็ได้เสนอต่อฝ่ายรัฐบาล-คสช.ไปแล้วว่า ในช่วงการรอ 90 วันดังกล่าว ควรต้องมีการดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ไปพลางก่อน เช่น การใช้มาตรา 44 เพื่อให้อำนาจ กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งได้ โดยไม่ต้องรอหลังกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.บังคับใช้ ที่ต้องรอไปอีก 90 วัน เพื่อที่จะได้ให้ กกต.ไปดำเนินการเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้นก่อน ไม่เช่นนั้นอาจเกิดปัญหาในทางปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เพราะการแบ่งเขตเลือกตั้ง กกต.ต้องใช้เวลาประมาณ 55 วัน เนื่องจากต้องทำหลายขั้นตอน เช่น แบ่งเขตเลือกตั้งเสร็จก็ต้องมีการไปรับฟังความเห็นประชาชนในพื้นที่ โดยหากมีการคัดค้านก็จะต้องใช้เวลาอีกพอสมควร กว่าจะส่งเรื่องให้ กกต.ชี้ขาด ขณะเดียวกัน หากแบ่งเขตช้าก็จะทำให้พรรคการเมืองเตรียมตัวในการทำ ไพรมารีโหวต ไม่ทันการณ์ ซึ่งแนวทางการให้อำนาจ กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งได้ดังกล่าว ก็ดูเหมือนฝ่ายรัฐบาลและ คสช.จะเอาด้วย โดยแลกกับการไม่ต้อง ปลดล็อกพรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นดังกล่าว ที่ล่าสุดสำนักงาน กกต.ได้รับแจ้งจากรัฐบาลว่าจะอนุมัติงบประมาณในการจัดการเลือกตั้งให้ จำนวนเงิน 4,000 ล้านบาท จากที่สำนักงาน กกต.ขอไป 5,500 ล้านบาท แต่ดูแล้วสำนักงาน กกต.คงมีการขอรัฐบาลให้เพิ่มงบประมาณให้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เลือกตั้ง 4,000 ล้านบาทที่จะมีขึ้นบนเดิมพันความคาดหวังของคนไทยทั้งประเทศ ที่ต้องการเห็นการเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่มีการซื้อเสียงหรือมีก็ต้องไม่รุนแรง และคนทำผิดต้องถูกลงโทษ ทำให้ภารกิจการจัดเลือกตั้งดังกล่าว จึงเป็นงานหินของ กกต.ชุดใหม่แน่นอน ซึ่งหากฝ่าด่านนี้ไปได้ ทำผลงานออกมาได้ดีระดับหนึ่ง เช่น บริหารจัดการเลือกตั้งโดยราบรื่น ให้ความเป็นธรรมกับทุกพรรคการเมืองไม่ว่าจะเป็นพรรคใหญ่-พรรคเล็ก อีกทั้งสำนักงาน กกต.สามารถรณรงค์จนทำให้เป็นการเลือกตั้งที่ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์กันจำนวนมากในระดับไม่ต่ำกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกันกลไกต่างๆ ของ กกต.เช่น ผู้ตรวจการเลือกตั้ง ที่เป็นเรื่องใหม่ของการเมืองไทย ที่มาแทน กกต.จังหวัด สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการตรวจจับการทุจริตการเลือกตั้ง จนได้คนผิดมาลงโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หาก กกต.ชุดใหม่ทำผลงานได้ตามเป้าข้างต้น แบบนี้ก็สอบผ่าน ได้รับการยอมรับแน่นอน แต่หากตรงกันข้าม ถ้า กกต.บริหารจัดการเลือกตั้งโดยมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมาย หรือจัดเลือกตั้งโดยประชาชนไม่ยอมรับ มองว่า มีการเลือกปฏิบัติ จัดเลือกตั้งไม่โปร่งใส ไปเอื้อหรือช่วยเหลือผู้สมัครบางพรรคการเมืองให้ชนะการเลือกตั้ง แบบนี้ กกต.ชุดใหม่นอกจากสอบไม่ผ่านแล้ว ยังอาจอยู่โดยไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชนก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;2.เรื่องการให้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาชุดใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;คือเป็นภารกิจในลักษณะการอำนวยการให้มีการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาให้เป็นไปตามร่าง พ.ร.บ.การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ที่อยู่ระหว่างการรอโปรดเกล้าฯ ซึ่งเมื่อได้รายชื่อครบถ้วนแล้วในส่วนของ ส.ว.ที่มาจากการสมัครและคัดเลือกกันเองของผู้สมัครในสาขาวิชาชีพต่างๆ ทาง กกต.ก็จะส่งไปให้ คสช.คัดเลือกให้เหลือไม่เกิน 50 ชื่อ ส่วน ส.ว.อีก 200 ชื่อจะมาจากขั้นตอนที่คณะกรรมการสรรหาฯ จะพิจารณารายชื่อส่งไปให้ คสช.เอง รวมเป็น ส.ว. 250 ชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.การจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องดังกล่าว แม้ฝ่ายรัฐบาลจะเปิดเผยว่าอาจจะมีการส่งร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการจัดเลือกตั้งท้องถิ่น ที่รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยมีการแก้ไขให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ที่มีประมาณ 6 ฉบับ ไปให้ สนช.พิจารณาได้ภายในเดือน ส.ค.นี้ แต่หากดูจากท่าทีของรัฐบาลผ่านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ก็เคยแสดงท่าทีไว้ชัดเจนว่าต้องการให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง ส.ส. เช่นเดียวกับที่ทาง กกต.ก็เคยเสนอความเห็นแบบไม่เป็นทางการไปยังนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ มือกฎหมายรัฐบาล ว่า ต้องการให้การเลือกตั้ง ส.ส. กับการเลือกตั้งท้องถิ่นห่างกันประมาณ 3 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่การเลือกตั้งท้องถิ่นจะเกิดหลังการเลือกตั้ง ส.ส. โดยหากมีการเลือกตั้ง ส.ส.ในเดือน ก.พ.ปีหน้า ก็อาจได้เห็นการเลือกตั้งท้องถิ่นช่วงเดือน พ.ค. ปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม เรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่น กฎหมายว่าด้วย กกต.เปิดช่องให้ กกต. ไม่ต้องเป็นเจ้าภาพหลักก็ได้ในการจัดการเลือกตั้ง สามารถให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานอื่นของรัฐเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการเลือกตั้งได้ตามที่กฎหมายว่าด้วย กกต. มาตรา 27วรรคสอง บัญญัติไว้ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ให้คณะกรรมการมีอํานาจดําเนินการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานอื่นของรัฐเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการเลือกตั้งภายใต้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;การควบคุมดูแลของคณะกรรมการ กับให้มีอํานาจแต่งตั้งบุคคลหรือคณะบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการจัดการเลือกตั้ง แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติงานในการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ในการดําเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอํานาจควบคุมดูแลการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามหน้าที่และอํานาจที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ และกฎหมายอื่น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;การเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศ มีข้อมูลออกมาก่อนหน้านี้ว่า ท้องถิ่นที่ครบวาระตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งยังไม่มีการเลือกตั้งสมาชิกและผู้บริหารท้องถิ่นจำนวน 8,410 อัตรา ที่แยกเป็น เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ดังนั้น สนามเลือกตั้งท้องถิ่นก็มีความสำคัญไม่น้อย ยิ่งที่ผ่านมาพบว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นความดุเดือดในการแข่งขัน โดยเฉพาะ การซื้อเสียง หนักหน่วงไม่แพ้การเลือกตั้งใหญ่ เผลอๆ บางพื้นที่อาจรุนแรงหนักกว่าด้วย เนื่องจากการเมืองท้องถิ่นปัจจุบัน จะมีอำนาจในการบริหารงบประมาณ โดยเฉพาะงบโครงการต่างๆ ในพื้นที่และจังหวัด ที่มีเม็ดเงินจำนวนมาก จนทำให้นักการเมืองสนามใหญ่ ระดับอดีตรัฐมนตรี อดีต ส.ส.หลายสมัย ยังหันเหไปลงการเมืองท้องถิ่น เพื่อหวังไปคุมงบประมาณและฐานเสียงในพื้นที่ ผนวกกับการเลือกตั้งท้องถิ่นจะไม่ค่อยถูกจับตามองมากเหมือนการเลือกตั้งใหญ่ ทำให้การแข่งขันมีการใช้ทั้งเงิน-อิทธิพล-กระสุนดินดำ อัดกันเต็มที่ เพื่อให้ได้รับชัยชนะ ดังนั้นหากสุดท้ายถ้า กกต.จะไม่ลงมาคุมการเลือกตั้งท้องถิ่นเต็มตัว แต่ก็ต้องคอยดูแลไม่ให้มีการกระทำผิดกฎหมายกันอย่างโจ๋งครึ๋มแล้วเข้าไปถอนทุนกันภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ซึ่งสนามเลือกตั้งท้องถิ่นที่ถูกจับตามองมากสุดก็คงไม่พ้น สนามเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. หลังคนกรุงเทพฯ ว่างเว้นจากการเลือกผู้ว่าฯ กทม.มาร่วม 5 ปี เพราะเลือกครั้งสุดท้าย ก็ตอนปี 2556 ที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ชนะการเลือกตั้ง รวมถึงการเลือกตั้ง นายกฯ อบจ. ทั่วประเทศ ก็ถูกจับตามองว่าจะมีความเข้มข้นดุเดือดเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;3 ภารกิจสำคัญข้างต้นทั้งการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.-การอำนวยการในการคัดเลือก ส.ว.ชุดใหม่-การจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น ล้วนเป็นงานสำคัญที่รอ กกต.ชุดใหม่ ภายใต้การคุมหางเสือของ อิทธิพร บุญประคอง-ว่าที่ประธาน กกต.คนใหม่ ที่ถูกมองว่าเป็น ม้ามืดนั่งประธาน กกต. จึงเป็นภารกิจสำคัญที่ กกต.ชุดใหม่จะทำพลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทีมข่าวการเมือง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14708</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กกต.ชุดใหม่, กรองสถานการณ์, ปลดล็อกพรรคการเมือง, สมาชิกวุฒิสภาชุดใหม่, เลือกตั้ง ส.ส., เลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180804/image_big_5b65b402b041c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
