<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89317</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.จี้อย่าลืม บัญชี‘รับ-จ่าย’ ผู้สมัคร‘อบจ.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครเงียบโดนแน่! กกต.เตือนผู้สมัครรับเลือกตั้ง อบจ. ต้องยื่นบัญชีรายรับ-รายจ่ายภายใน 22 มี.ค. ขู่หากไม่ยื่นมีโทษคุก 2 ปี เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2564 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารตามที่สำนักงาน กกต.ได้แจ้งว่าภายหลังจากการเลือกตั้งสมาชิกและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 ธ.ค.2563 แล้วนั้น ผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกคน (ที่ได้รับเลือกตั้งและไม่ได้รับเลือกตั้ง) ต้องยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้งพร้อมหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายใน 90 วันนับจากวันเลือกตั้งพร้อมทั้งหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน ตามความจริงต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภายในวันเสาร์ที่ 20 มี.ค.2564 แต่เนื่องจากเป็นวันหยุดทำการ จึงนับวันจันทร์ที่ 22 มี.ค.2564 ซึ่งเป็นวันทำการแรกต่อจากวันหยุดทำการเป็นวันสุดท้ายของระยะเวลาการยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการนี้ หากผู้สมัครไม่ยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้งภายในระยะเวลาที่กำหนดข้างต้น หรือยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วน ต้องรับโทษดังนี้ ผู้สมัครผู้ใดไม่ยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภายในระยะเวลาที่กำหนดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 5 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ผู้สมัครผู้ใดจงใจยื่นเอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 5 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม กรณีผู้สมัครยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายเป็นเท็จ ผู้สมัครต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-&amp;nbsp; 100,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 10 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือบริการสายด่วน 1444.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89317</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ยื่นบัญชีรายรับ-รายจ่าย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือกตั้ง อบจ., ไม่ยื่นมีโทษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201220/image_big_5fdf54b9aa430.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2020 20:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2020 20:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.พอใจภาพรวมเลือกตั้ง อบจ.ทั่วปท.ฟุ้งเรื่องร้องเรียนน้อยกว่าครั้งก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ธ.ค.63-ที่สำนักงาน​คณะกรรมการ​การ​เลือกตั้ง​ (กกต.) ​พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. สรุปภาพรวมการเลือกตั้ง​นายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ทั่วประเทศว่า พอใจภาพรวมการจัดการเลือกตั้งนายกและส.อบจ. โดยจากรายงานไม่มีจังหวัดใดที่มีปัญหา มีที่จ.สมุทรสาครที่พบผู้มาใช้สิทธิอาจจะเบาบางไปบ้างเท่านั้น และขณะนี้ทุกหน่วยเลือกตั้งอยู่ระหว่างการนับคะแนนซึ่งจากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่อหน่วยที่เหลือราว 600 คน การนับคะแนนจะเสร็จสิ้นและกรรมการประจำหน่วยสามารถติดประกาศผลคะแนนที่หน้าหน่วยเลือกตั้งได้ ก่อนที่จะมีการส่งผลคะแนนมารวมที่จังหวัดซึ่งจะมีการติดป้ายเพื่อประกาศผู้ได้รับคะแนนสูงสุดอย่างไม่เป็นทางการ คาดว่าทุกจังหวัดจะทราบผลได้ไม่เกิน 24.00 น.สำหรับผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งที่กกต.ตั้งเป้าไม่น้อยกว่าร้อยละ 70คาดว่าจะทราบในวันที่ 21ธ.ค.​ว่าจะถึงหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการประกาศรับรองผล ตามมาตรา 17 พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่น กำหนดว่าหากการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตไม่มีเรื่องร้องเรียน กกต.สามารถประกาศรับรองผลได้ภายใน 30 วันนับแต่วันเลือกตั้ง แต่หากพบว่าการเลือกตั้งไม่สุจริต มีเรื่องร้องเรียนร้องคัดค้านก็ให้พิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็วภายในไม่เกิน 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าพบการฉีกบัตรเลือกตั้งใน 8 จังหวัด คือ ปทุมธานี พัทลุง ราชบุรี สงขลา อุตรดิตถ์ บึงกาฬ อุดรธานี และอุบลราชธานี ซึ่งมีในบางจังหวัดคาดว่าเป็นการกระทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เนื่องจากเป็นการใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรกของผู้มีสิทธิเลือกตั้งอายุ 18 ปี ที่เข้าใจว่าเมื่อกาบัตรแล้วต้องฉีกส่วนที่กาไปหย่อนในหีบบัตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถิติที่ประชาชนใช้บริการสอบถามเกี่ยวกับการเลือกตั้งอบจ.ผ่านแฟนเพจ สำนักงานกกต.จำนวน 266 ครั้ง และช่องทางสายด่วน 1444 &amp;nbsp;ระหว่างวันที่ 1 -20 ธ.ค. จำนวน 9,318 ครั้ง &amp;nbsp;ส่วนใหญ่จะสอบถามเกี่ยวกับที่ตั้งของหน่วยเลือกตั้ง &amp;nbsp;ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งต้องทำอย่างไร หย่อนบัตรผิดหีบทำอย่างไร และถ้าลืมบัตรประชาชนทำอย่างไร ทำไมใช้สิทธิเลือกตั้งนายกอบจ.ไม่ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าการมาใช้สิทธิน้อยจะมีผลต่อการรับรองผลการเลือกตั้งหรือไม่ เลขาธิการกกต. กล่าวว่า ไม่น่าจะเกี่ยว กรณีจะมีผลต้องเป็นเป็นเขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัครเพียงคนเดียว กฎหมายกำหนดให้ต้องได้คะแนนเกินร้อยละ 10 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง &amp;nbsp;ทั้งนี้ในเรื่องการร้องเรียนล่าสุดกกต.ได้รับเรื่องร้องเรียนทั้งหมด 140 เรื่อง มีทั้งที่รับเป็นคำร้องคัดค้านแล้วและที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ &amp;nbsp;ซึ่งจำนวนเรื่องร้องเรียน140 เรื่องถือว่าไม่มากเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งอบจ.ที่ผ่านมา แต่อาจจะมีเพิ่มเติมในภายหลังได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87481</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, เลือกตั้ง อบจ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201220/image_big_5fdf54b9aa430.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87462</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2020 18:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2020 18:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นับคะแนน&#039;นายก อบจ.หนองคาย&#039;แชมป์เก่าเบียดเพื่อไทยสูสี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ธ.ค.63- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังปิดหีบบัตรเลือกตั้ง นายก และ สมาชิกสภา อบจ.หนองคาย ในเวลา 17.00 น. คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้เริ่มทำการนับคะแนนประจำหน่วย โดยแยกกระดานนับคะแนนของนายก อบจ. และสมาชิกคนละกระดาน ซึ่งเป็นการชิงชัยเก้าอี้นายก อบจ.หนองคาย ระหว่าง เบอร์ 1 นายยุทธนา ศรีตะบุตร อดีตนายก อบจ.หนองคาย หลาย 4 สมัย หัวหน้ากลุ่มรักหนองคาย มีคู่แข่ง เบอร์ 2 นายธนพล ไลละวิทย์มงคล จากพรรคเพื่อไทย เบอร์ 3 นายกฤศภณ หล้าวงศา คณะก้าวหน้าหนองคาย และ เบอร์ 4 นายสมคิด บาลไธสง อดีต ส.ส.หนองคาย ผู้สมัครอิสระ การนับคะแนนเป็นไปอย่างสูสี คะแนนเบียดไล่บี้กันระหว่าง เบอร์ 1 กับ เบอร์ 2 ในเกือบทุกหน่วยเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อนับคะแนนถึงเวลา 18.20 น. หรือประมาณ ร้อยละ 12 ผลการนับคะแนน เบอร์ 1 นายยุทธนา ได้ 14,235 คะแนน &amp;nbsp;เบอร์ 2 นายธนพล ได้ 14,141 คะแนน เบอร์ 3 ได้ 9,082 &amp;nbsp;คะแนน และ เบอร์ 4 ได้ 461 &amp;nbsp;คะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมนตรี หมวกไสว ปลัด อบจ.หนองคาย กล่าวว่า ภาพรวมในการเลือกตั้ง นายกและสมาชิกสภา อบจ.หนองคาย ในวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทุกหน่วยเลือกตั้งไม่มีเรื่องร้องเรียน ไม่มีการก่อเหตุวุ่นวายในหน่วยเลือกตั้งและคาดว่าจะสามารถทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการได้ประมาณ 22.00 น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจังหวัดหนองคาย มี 9 อำเภอ 30 เขตเลือกตั้ง มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 408,148 คน จำนวน 904 หน่วยเลือกตั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87462</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.หนองคาย, นับคะแนน, เลือกตั้ง อบจ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201220/image_big_5fdf3bb06c7ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2020 15:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2020 15:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ระบุพบผู้กระทำผิดฉีกบัตรเลือกตั้ง อบจ.แล้ว 3 ราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ธ.ค.63-พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวถึงภาพรวมการดูแลรักษาความปลอดภัยในการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)ว่า ภาพรวมช่วงเช้าพบการกระทำความผิดฉีกบัตรเลือกตั้ง 3 ราย ใน 3 จังหวัด ได้แก่จังหวัดราชบุรี อุดรธานี และอุตรดิตถ์ โดยสาเหตุมาจากมึนเมา 2 ราย และอีก 1 รายคือเข้าใจผิด ฟังผิดจากเจ้าหน้าที่บอกให้ขีดบัตรเป็นฉีกบัตร จึงนำไม้บรรทัดที่วางอยู่บนโต๊ะมาใช้ฉีกบัตร ส่วนการทุจริตหรือซื้อเสียงเลือกตั้งขณะนี้ยังไม่ได้รายงาน แต่หากพบการกระทำความผิดก็จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เข้ามาตรวจสอบและพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วนการรักษาความปลอดภัยการเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ก็ได้กำชับให้ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ระมัดระวังตนเอง สวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน และกวดขันมาตรการเว้นระยะห่างอย่างเคร่งครัด โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้จัดเตรียมอุปกรณ์ หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ลงไปยังพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง ส่วนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ใกล้จุดเสี่ยงมากๆ จะให้ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้พิจารณาว่าหลังเสร็จสิ้นภารกิจรักษาความปลอดภัยการเลือกตั้งในวันนี้แล้ว เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานจะต้องกักตัวตามมาตรการ 14 วันหรือไม่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87435</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีกบัตรเลือกตั้ง, ตำรวจ, พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, รองผบ.ตร., เลือกตั้ง อบจ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201220/image_big_5fdf094937c11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87391</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2020 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2020 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.มั่นใจประชาชนตื่นตัวใช้สิทธิ์เลือกตั้งอบจ.แม้มีโควิดกระทบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20 ธ.ค. 63 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่เขตเลือกตั้งที่7 อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และตรวจติดตามสั่งเกตการณ์การเลือกตั้งสมาชิกและนายก อบจ.
ทั้งนี้​ นายเลิศวิโรจน์​ กล่าวถึงกรณีที่ประชาชนแสดงความกังวลเรื่องการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งครั้งนี้หรือไม่ ว่า สถานการณ์ โควิด-19 อยู่กับเรามานานแล้ว ซึ่งกกต.เอง ก็ได้เตรียมการรับมือมานานตั้งแต่ครั้งที่มีการเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดขอนแก่น จังหวัดลำปาง โดยใช้มาตรการการเลือกตั้งในระหว่างสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 และการเลือกตั้งครั้งนี้ก็ใช้มาตรการเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเลิศวิโรจน์ กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์โควิด-19 ที่จังหวัดสมุทรสาครคิดว่าอาจจะทำให้ประชาชนความกังวลแต่อย่างไรก็ตามหน่วยเลือกตั้งในแต่ละหน่วยนั้นความหนาแน่นของผู้มาใช้สิทธิ์มีน้อย เนื่องจากเราเพิ่มหน่วยเลือกตั้งให้มากขึ้น อีกทั้งเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางกกต. จึงคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่เพียงอาจจะทำให้บางคนชั่งใจที่จะออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เชื่อว่าน่าจะมาจากสาเหตุนี้ส่วนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเลิศวิโรจน์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีการทุจริตเลือกตั้งครั้งนี้ได้มีการรายงานจากทางสำนักงานกกต. ว่ามีการจับกุมผู้นำเงินมาซื้อสิทธิ์ ในหลายจังหวัด แต่เรื่องเหล่านี้หน่วยงานที่รับผิดชอบที่จะดำเนินการต่อผู้กระทำผิดต่อพระราชบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นกับนายกฯครั้งนี้ประชาชนก็สามารถไปแจ้งความร้องทุกข์กับทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยตรงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงผลกระทบจากโควิด-19 ครั้งนี้จะทำให้เปอร์เซ็นต์ของผู้มาใช้สิทธิ์ลดลงหรือไม่ นายเลิศวิโรจน์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าโควิด-19 น่าจะมีส่วนที่ทำให้ผู้มาใช้สิทธิ์น้อยกว่าที่คาดการณ์แต่อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้ถือเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกหลังจากที่ไม่มีมานานหลายปี แต่เชื่อว่าการประชาสัมพันธ์ของกกต. ที่ดำเนินการในวันดีเดย์นั้นน่าจะส่งผล ให้ประชาชนมีความตื่นตัวโดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ส่วนคนที่ไปทำงานนอกพื้นที่ตัวเองแล้วกลับไปใช้สิทธิ์คิดว่าคงได้รับข้อมูลข่าวสารล่วงหน้าพอสมควร เพราะการประชาสัมพันธ์ของกกต. ทำได้ดีในการที่ให้ประชาชนกลับมาใช้สิทธิ์ที่บ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ประเมินว่าครั้งนี้จะมีผู้มาใช้สิทธิ์กี่เปอร์เซ็นต์ นายเลิศวิโรจน์ กล่าวว่า &amp;nbsp;ตน ไม่แน่ใจว่าควรประเมินหรือไม่ แต่โดยปกติการเลือกตั้งทั่วไปที่เปรียบเทียบกันนั้นอยู่ในระดับประมาณ 70%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87391</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)​, นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ, อำเภอเมืองนนทบุรี, เลือกตั้ง อบจ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201220/image_big_5fdec71be7304.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2020 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2020 16:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เชียงใหม่ไฟลุก!&#039;จตุพร&#039;รัก&#039;ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์&#039;แตกหัก&#039;เจ๊&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:เพจPeace News&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ธ.ค.63-เพจ Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์ แชร์ข่าวจาก Peace News เรื่อง เดือดเชียงใหม่! &amp;ldquo;ผมรับเจ๊ไม่ได้จริงๆ&amp;rdquo; ถามพท.ส่ง&amp;ldquo;ช&amp;rdquo;ชิงนายก อบจ.หรือไม่ ระบุว่า เมื่อ 13 ธ.ค. 2563 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ปราศรัยหาเสียงช่วยนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) เชียงใหม่ ที่ อ.สันกำแพง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของสองอดีตนายกรัฐมนตรีพี่น้อง คือ ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และยังเป็นบ้านเกิดของนายบุญเลิศ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า ตนรู้จักอดีตนายกฯ ทักษิณ ครั้งเป็นหัวหน้าพรรคพลังธรรม เมื่อปี 2538 และติดตามมาต่อเนื่องทั้งในพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และมาถึงพรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน แต่ทุกพรรคดังกล่าวตนไม่เคยลาออกเลย โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยตนถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปีเนื่องจากถูกขังคุก จึงพ้นสมาชิกพรรคการเมืองโดยปริยายตามกฎหมายบังคับไว้ อย่างไรก็ตาม ในทางการเมืองของตน ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาตลอดตั้งการร่วมชุมนุมในเหตุการณ์พฤษภา 2535 แล้วมาสังกัดพรรคการเมือง และผลการต่อสู้ทำให้ชีวิตเข้าออกคุก 4 ครั้ง มีคดีการเมืองอีกมากต้องขึ้นศาลต่อสู้กันในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงการทำงานทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยนั้น ตนอดทนมาตลอด ไม่เคยขัดขวางพรรคจะเอาใครมาสังกัดด้วย โดยเฉพาะต้องหวานอมขมกลืนกับการเอานายชัยเกษม นิติศิริ อดีตอัยการสูงสุดที่สั่งฟ้องพวกตน 15 คนในคดีชุมนุมหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์เมื่อปี 2550 ทั้งที่คณะทำงานอัยการได้พิจารณาสำนวนคดีและสั่งไม่ฟ้องแกนนำ นปช. แล้ว ในคดีชุมนุมหน้าบ้านสี่เสาฯ ถูกแยกฟ้องจำเลย 15 คนออกเป็น 2 สำนวน โดยตนไม่ได้ร้องขอให้แยก และตนถูกฟ้องอยู่ในสำนวนที่ 2 ส่วนนายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ อยู่ในสำนวนที่ 1 และถูกศาลฎีกาตัดสินจำคุก 2 ปี 8 เดือน ซึ่งจะได้รับการพักโทษในไม่ช้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า ตนยึดมั่นเสมอว่า ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับชาติบ้านเมืองก็จะอดทนเหมือนอดทนกับนายชัยเกษม เข้ามาอยู่พรรคเพื่อไทย แต่กรณีของนายบุญเลิศ ตนไม่อดทน เพราะเห็นว่า ไม่ได้รับความยุติธรรมจากพรรค เนื่องจากไม่ได้รับพิจารณาให้ลงสมัครนายก อบจ.ในสังกัดพรรค นายบุญเลิศ และตระกูลบูรณุปกรณ์ อยู่ในสนามการเมืองทั้งระดับชาติและท้องถิ่นเชียงใหม่ โดยตั้งกลุ่มเชียงใหม่คุณธรรมมานานกว่า 25 ปี นายปกรณ์ เป็น ส.ส.ไทยรักไทย น.ส.ทัศนีย์ เป็น ส.ส.เพื่อไทย และนายบุญเลิศ เป็น นายก อบจ.เชียงใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ตระกูลนี้จึงแนบสนิททางการเมืองกับอดีตนายกฯทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ กระทั่งนายบุญเลิศ บอกว่า การลงเลือกตั้ง นายก อบจ.เชียงใหม่ครั้งนี้ ถ้าอดีตนายกฯทักษิณ บอกไม่ให้ลงแล้ว เขาก็ไม่ลง แต่ไม่มีบอก เขาจึงต้องสมัครในนามกลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม ส่วนพรรคเพื่อไทย กลับไปเอาคนเชียงรายมาลงในนามพรรคแทน
อีกอย่าง จุดเริ่มต้นพรรคเพื่อไทย ไม่เอานายบุญเลิศนั้น เริ่มจากเหตุการณ์รณรงค์ไม่รับร่าง รธน. 60 ซึ่งพรรคเพื่อไทยมีนโยบายไม่รับ จึงมอบหมายให้อดีต ส.ส. และเครือข่ายการเมืองท้องถิ่นทั่วประเทศไม่รับด้วย ส่วนที่เชียงใหม่เมื่อรณรงค์ประชามติไม่รับร่าง รธน.ตามนโยบายพรรคแล้ว ตระกูลบูรณุปกรณ์ ก็ถูกจับหมด ทั้งนายบุญเลิศ น.ส.ทัศนีย์ รวมทั้งหลานสาว และพรรคพวก นายบุญเลิศและ น.ส.ทัศนีย์ ถูกคุมขังที่คุกทหาร มทบ.11 แล้วถูกย้ายมาเรือนจำเชียงใหม่ ไม่เพียงเท่านั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกคำสั่งมาตรา 44 สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ 2 ปี เมื่อใกล้ถึง 2 ปีก็ได้กลับมาทำงาน นายก อบจ.ตามเดิมได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อบุญเลิศถูกขัง เจ๊ๆๆ ก็ไปชูมืออีกคนหนึ่งให้มาลงนายก อบจ.แทน ทั้งๆที่บุญเลิศติดคุกจากการรณรงค์ไม่รับ ร่าง รธน. ผมจึงเชื่อว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมทั้งที่ทำตามนโยบายพรรค&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า ในช่วงที่นายบุญเลิศ ได้รับตำแหน่ง นายก อบจ.คืน จึงถูกกล่าวหาว่า เป็นคนพลังประชารัฐ แต่ตอนถูกสั่งติดคุกกลับไม่กล่าวหา อีกทั้งเมื่อมาสมัคร นายก อบจ. ก็ใส่ร้ายว่าไปอยู่พลังประชารัฐอีก โดยเอารูปถ่ายกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มาบิดเบือนซึ่งเป็นรูปแสดงความยินดีการตั้งสาขาพรรค และนายบุญเลิศก็ยินดีถ่ายรูปกับ อ.ชำนาญ จันทร์เรือง พรรคอนาคตใหม่เช่นกัน กลับไม่เอามาแสดง หรือพูดถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร ยกกรณี นายก อบจ.นครพนม ซึ่งเป็นคนของพรรคพลังประชารัฐชัดเจน แต่เมื่อมาอยู่ที่พรรคเพื่อไทย กลับยกย่องเชิดชูว่าเป็นนักประชาธิปไตย ดังนั้น ถ้าเปรียบเทียบกับเชียงใหม่แล้ว นายบุญเลิศจึงเจ็บปวดขมขื่นที่สุด นอกจากนี้ ยังมีให้พี่น้องเสื้อแดงเชียงใหม่คือ นายแก้ว มาแถลงข่าวว่า ตนถูกจ้างให้มาแก้เกมช่วยบุญเลิศ ซึ่งเป็นการบิดเบือน และไม่เป็นความจริงใดๆทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมมาช่วยบุญเลิศด้วยเหตุผลที่กระทบกับชาติบ้านเมือง นอกจากใส่ร้าย กล่าวหาบุญเลิศจนไม่ได้รับความเป็นธรรมแล้ว ที่สำคัญพรรคเพื่อไทยเอาใครมาแข่งบุญเลิศ เมื่อเขี่ยนายบุญเลิศออกว่า เป็นพลังประชารัฐ แล้วเอาคนอื่นมาแทน แต่คนนั้นต้องเป็นคนที่ดี และกรณีคดีบอส กระทิงแดง เป็นเครื่องสะท้อนถึงการทำลายกระบวนการยุติธรรมของประเทศจึงเป็นความอยุติธรรมที่ทนไม่ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในคดีบอสนั้น เป็นเหตุการณ์ลูกเศรษฐีขับรถเฟอร์รารี่ชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ แล้วลากร่างตำรวจไปไกลถึง 60 ม.จนเสียชีวิต คดีนี้มีการซื้อกระบวนการยุติธรรม และสาระสำคัญเกี่ยวพันกับการ เลือกตั้ง อบจ.เชียงใหม่ คือ มีพยานฝ่ายผู้ต้องหาชื่อนายจารุชาติ มาดทอง คนสนิท ส.ว.เชียงใหม่ ไปให้ปากพนักงานสอบสวน
โดยนายจารุชาติ บอกเห็นเหตุการณ์ว่า รถผู้ต้องหาวิ่งด้วยความเร็ว 50- 60 กม.ต่อชั่วโมง ทั้งที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบยืนยันว่ารถผู้ต้องามีความเร็ว 177 กม.ชั่วโมง จึงเป็นขบวนการทำลายความยุติธรรม แล้วยังใช้ช่องทาง กมธ.สภามาเป็นเหตุผลให้อัยการสั่งยกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นายวิชา มาหาคุณ อดีตหัวหน้าคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งขึ้นนั้น เมื่อวานนี้ (12 ธ.ค.) ให้สัมภาษณ์ว่า พยานชื่อนายจารุชาติ มาดทอง อยู่ดีๆก็ขับรถมอเตอร์ไซด์ตายยังมีข้อสงสัยที่เชื่อว่า อาจเป็นการฆ่าตัดตอน ต้องสอบสวนให้ชัดเจน และขณะนี้ ปปง.กำลังสอบสวนเส้นทางการเงินว่าเกี่ยวข้องคดีบอส หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกอย่างในสำนวนสอบสวนของนายวิชานั้น ได้เผยถึงบุคคลที่น่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีบอส โดยระบุถึงนาย ช. ซึ่งมีลูกน้องชื่อ จ. วัน จ.ตายโทรศัพท์หายอีก ซึ่งเป็นสิ่งมีพิรุธ ดังนั้น พรรคเพื่อไทยไม่อธิบายความ แต่มาพูดที่เชียงใหม่ ว่า คัดเลือกผู้สมัครเชียงใหม่เป็นคนสุดท้าย พิจารณาอย่างรอบคอบ ได้คนดีที่สุดเป็นคนนี้ และต่อมามีการเปลี่ยนชื่อจริงและเล่นก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นาย ช. ที่ว่านี้ คือคนลงสมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงใหม่เป็นคนเดียวกันหรือไม่ และถ้าผลสอบสวนดำเนินคดีไปถึงที่สุดแล้วว่า ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.สังกัดพรรคเพื่อไทยไปเกี่ยวข้องกับคดีบอส กระทิงแดง พรรคเพื่อไทยจะรับผิดชอบกับคนเชียงใหม่อย่างไร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร ย้ำว่า ตนเคารพอดีตนายกฯทักษิณ เอานายชัยเกษม นิติศิริ ที่สั่งพวกตนเข้าคุก พวกตนก็ไม่โกรธ กรณีบุญเลิศ ไม่ได้ทรยศอะไรเลย ยังรักภักดีก็ผลักไปอยู่พลังประชารัฐ ซึ่งเขาไม่ได้ไป แล้วไปเอาคนที่มีข้อสงสัย คนไม่สบายใจและรู้กันทั้งบ้านทั้งเมือง โดยเอาพรรคมาเสี่ยงกับความรู้สึกของคนไทยได้อย่างไร เพราะคดีนี้ ได้สะท้อนถึงการทำลายกระบวนการยุติธรรมของประเทศนี้โดยสิ้นเชิง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รักเคารพอดีตนายกฯทักษิณและยิ่งลักษณ์ แต่ผมรับกับเจ๊ ไม่ได้จริงๆ แต่ละรัฐบาลที่ผ่านมา พังกับเจ๊มาโดยตลอด และกรณีนี้จำปากผมไว้ พรรคก็จะพังอีก เพราะไปเอาคนที่คนสงสัยมากที่สุด เรื่องเป็นคนเชียงรายเจ๊เอามา ถ้าคนเชียงใหม่พร้อมใจเอาคนเชียงรายมาปกครองคนเชียงใหม่ได้ ผมก็ไม่ว่าอะไร&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร ย้ำว่า แต่กรณีไปเกี่ยวข้องกับการทำลายความยุติธรรม ตนเข้าคุกออกคุกมาแล้ว 4 รอบ เพื่อต่อสู้กับความอยุติธรรม สองมาตรฐาน แต่เมื่อต่อสู้กับอธรรม กับอยุติธรรม พอมาวันนี้กลับเอาคนที่ทำลายกระบวนการยุติธรรม แล้วเขี่ยคนซื่อสัตย์ภักดีออกไป แล้วเอาคนทำลายความยุติธรรมเข้ามา ดังนั้น ความยุติธรรมอยู่ตรงไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกอย่าง ตนขอบอกว่า จำเป็นต้องเสี่ยงอะไรขนาดนี้หรือ เขามีคุณูปการอะไรกับบ้านเมืองนี้บ้าง มีคุณูปการกับจังหวัดเชียงใหม่อย่างไรบ้าง ถ้าเขาไม่มีมลทินมัวหมอง ไม่เกี่ยวข้องกับคดีบอส ตนก็มาด้วยความยุติธรรมกับนายบุญเลิศเพียงอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้อเดียวก็หนักแล้ว แต่พอข้อสองเอาคนที่เป็นตัวการสำคัญที่สร้างการสะเทือนขวัญให้ประชาชน ผมไม่อาจรับได้ ผมรับไม่ได้กับคนทำลายกระบวนการยุติธรรม และรับไม่ได้ที่ไม่ให้ความเป็นธรรมกับบุญเลิศ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า ตนกับนายบุญเลิศ ถูกกล่าวหาว่าไปอยู่พลังประชารัฐ มีบางคนมองว่าตนต้องหักกับอดีตนายกฯทักษิณ แต่ตนจะบอกด้วยใจจริงว่า รักเคารพอดีตนายกฯทักษิณและยิ่งลักษณ์ แต่รับไม่ได้กับเจ๊จริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คนเขาด่าเจ๊ทั้งประเทศไทย เจ๊จะทำอะไรก็ได้ พรบ.สุดซอย ถ้าไม่ลักหลับ และฟังกันเสียบ้างเรื่องก็คงไม่เกิด มีเรื่องผมกลับไปช่วยอีก เราพังเพราะเจ๊กันมามากแล้ว ดังนั้น การเลือกตั้งนายก อบจ.ครั้งนี้ อย่าให้เจ๊มาพังเชียงใหม่อีก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86742</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ทักษิณ ชินวัตร, เชียงใหม่, เพจPeace News, เลือกตั้ง อบจ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201213/image_big_5fd5d9962d9e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86722</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2020 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2020 13:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลพวงโควิด-19&#039;กกต.&#039;เลิกจัดกิจกรรมบิ๊กเดย์ 6 จังหวัดภาคเหนือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ธ.ค.63-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังสำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการ​การ​เลือกตั้ง​ (กกต.)​แจ้งการจัดกิจกรรมเดินรณรงค์ช่วงโค้งสุดท้ายพร้อมกันกับกิจกรรมบิ๊กเดย์ เชิญชวนประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)​ &amp;nbsp;ของสำนักงานกกต.ที่จะจัดในวันที่ 16 ธ.ค. &amp;nbsp;พร้อมกันทั่วประเทศ &amp;nbsp;ล่าสุดยกเว้น 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน จังหวัดพะเยา จังหวัดลำปาง จังหวัดเชียงราย และจังหวัดพิจิตร ซึ่งอยู่ในช่วงเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86722</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ภาคเหนือ, เลือกตั้ง อบจ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190213/image_big_5c63afba388d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
