<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 22:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 22:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซีเรียเลือกตั้งประธานาธิบดี &#039;อัสซาด&#039;จ่อครองเก้าอี้สมัยที่4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ซีเรียจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งที่ 2 ในรอบทศวรรษแห่งสงครามกลางเมือง ประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด จ่อชนะสมัยที่ 4 ในการเลือกตั้งที่ฝ่ายค้านและโลกตะวันตกปรามาสว่าเป็นแค่ละครตลกเพื่อรับรองอำนาจของอัสซาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวซีเรียประท้วงการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่เมืองอิดลิบ เมื่อวันพุธที่ 26 พฤษภาคม 2564 (Photo by Izzeddin Idilbi/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด วัย 55 ปี ไปลงคะแนนที่เขตดูมาของกรุงดามัสกัสพร้อมกับแอสมา ภริยาของเขา โดยกล่าวปฏิเสธเสียงวิจารณ์ของโลกตะวันตกที่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ทั้งไม่เสรีและไม่ยุติธรรม &amp;quot;ความคิดเห็นของพวกคุณไม่มีค่าอะไรเลย&amp;quot; เขากล่าวภายหลังใช้สิทธิเลือกตั้งเมื่อวันพุธที่ 26 พฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าวันเลือกตั้ง รัฐบาลสหรัฐ, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมนี และอิตาลี กล่าวกันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ &amp;quot;ไม่เสรีและไม่ยุติธรรม&amp;quot; ส่วนฝ่ายค้านของซีเรียบอกว่าเป็น &amp;quot;ละครตลก&amp;quot; แต่เสียงวิจารณ์เหล่านี้ไม่ส่งผลอะไรต่อการเลือกตั้ง ที่ค่อนข้างแน่นอนว่าอัสซาดจะชนะเป็นสมัยที่ 4 เนื่องจากคู่แข่งของเขาอีก 2 คนแทบไม่มีชื่อเสียงเรียงนาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่จัดขึ้นในภาวะสงครามกลางเมืองที่ยาวนาน 10 ปี ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 388,000 คน และทำให้ไร้ถิ่นที่อยู่อีกครึ่งหนึ่งของประชากรยุคก่อนสงคราม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัสซาดขึ้นสู่อำนาจเมื่อปี 2543 ภายหลังอสัญกรรมของฮาเฟซ อัสซาด พ่อของเขาที่ปกครองซีเรียนาน 30 ปี โปสเตอร์หาเสียงที่ยกย่องเขาดารดาษทั่วพื้นที่ 2 ใน 3 ของซีเรียที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล โทรทัศน์ของทางการแพร่ภาพที่ผู้ใช้สิทธิต่อแถวยาวเหยียดด้านนอกคูหาเลือกตั้งที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คีนัน อัลคาติบ หนึ่งในนักศึกษาหลายร้อยคนที่ใช้สิทธิที่ด้านนอกมหาวิทยาลัยดามัสกัส บอกว่า เขาเลือกอัสซาด เพราะอัสซาดคือคนเดียวที่ยืนหยัดอยู่ได้ในช่วง 10 ปีของสงคราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการนับคะแนนน่าจะประกาศได้อย่างเร็วช่วงค่ำวันศุกร์ หรือ 48 ชั่วโมงภายหลังปิดหีบ การเลือกตั้งที่มีผู้สมัครหลายคนในครั้งที่แล้วเมื่อปี 2557 นั้น อัสซาดได้คะแนนถึง 88%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดในช่วงเวลาที่ความรุนแรงลดน้อยลงสู่ระดับต่ำที่สุดนับแต่ปี 2554 แต่เศรษฐกิจของซีเรียก็ดิ่งลงเช่นกัน ปัจจุบันประชากรมากกว่า 80% อยู่ใต้เส้นแบ่งความยากจน และเงินปอนด์ซีเรียก็ตกต่ำเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เงินเฟ้อพุ่งทะยาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวซีเรียในบางประเทศได้เลือกตั้งล่วงหน้าที่สถานทูตเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยจำกัดเฉพาะผู้ที่มีเอกสารและตัดสิทธิ์ฝ่ายค้านที่หนีออกนอกประเทศอย่างผิดกฎหมาย หลายประเทศที่ต่อต้านอัสซาดไม่อนุญาตให้จัดการเลือกตั้งล่วงหน้า รวมถึงตุรกีและเยอรมนีที่มีผู้ลี้ภัยชาวซีเรียจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฌ็อง-อีฟส์ เลอ ดรียอง รัฐมนตรีต่างประเทศของฝรั่งเศส กล่าวว่า การลงคะแนนครั้งนี้ไม่ใช่การเลือกตั้งที่แท้จริง ด้วยข้อเท็จจริงที่ว่าชาวซีเรียจำนวนมากในประเทศและต่างประเทศไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรียที่ผู้คน 3 ล้านคนอยู่ภายใต้การควบคุมของกบฏ มีชาวซีเรียนับพันคนเดินขบวนประท้วงการเลือกตั้ง หรือแม้แต่ที่เมืองดาราอา ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวที่ทหารของอัสซาดควบคุมได้ ชาวเมืองบางคนเรียกร้องให้คว่ำบาตรการเลือกตั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104313</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครองอำนาจสมัยที่ 4, ซีเรีย, บาชาร์ อัลอัสซาด, เลือกตั้งประธานาธิบดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60ae698e50191.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชิงประกาศชัยชนะ ‘ทรัมป์-ไบเดน’มั่นใจนั่งปธน.สหรัฐ/นับคะแนนไม่จบส่อวุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เค้าลางแห่งความวุ่นวาย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รีบประกาศชัยชนะแต่ไก่โห่ แถมอ้างมีการโกงเลือกตั้งและขู่จะให้ศาลสูงสุดแทรกแซงสั่งหยุดนับคะแนน หลังจาก &amp;quot;โจ ไบเดน&amp;quot; แสดงความมั่นใจในชัยชนะ ขณะจำนวนคณะผู้เลือกตั้งสูสีเกินคาด และการนับคะแนนอาจยืดเยื้อนานหลายวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ปรากฏเค้าลางแห่งปัญหาขึ้นแล้ว และเป็นไปตามที่นักวิเคราะห์เคยเตือนไว้ เมื่อมีความเป็นไปได้ที่ผลคะแนนไม่สามารถชี้ขาดโดยเร็ว และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะก่อความสับสนด้วยการตั้งข้อกังขาต่อกระบวนการลงคะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพี ซึ่งอ้างอิงการรวบรวมคะแนนของสื่ออเมริกันหลายสำนักกล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์สามารถหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ขาดลอยตามที่โพลระดับชาติบางสำนักทำนายไว้ แต่ยังต้องรอผลคะแนนจากรัฐสมรภูมิหลายรัฐ โดยจำนวนคณะผู้เลือกตั้งถึงช่วงค่ำวันพุธ ไบเดนมีคะแนนนำทรัมป์ที่ 238 คะแนนต่อ 213 คะแนน ผู้สมัครที่จะชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐจะต้องได้คณะผู้เลือกตั้งเกินครึ่ง หรือ 270 คะแนนเป็นอย่างน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาว ทรัมป์กล่าวหาว่ามีการโกงครั้งใหญ่ และอ้างว่าเขาเป็นผู้ชนะ &amp;quot;เรากำลังเตรียมตัวชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ ว่ากันตามตรง เราชนะการเลือกตั้งครั้งนี้แล้ว&amp;quot; ทรัมป์กล่าวกับผู้สนับสนุนซึ่งไม่กี่คนสวมหน้ากากอนามัย &amp;quot;นี่เป็นการโกงครั้งใหญ่ในประเทศของเรา เราต้องการให้กฎหมายถูกนำมาใช้อย่างถูกต้อง ดังนั้น เราจะไปศาลฎีกา เราต้องการให้หยุดการลงคะแนนทั้งหมด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงคะแนนเลือกตั้งของสหรัฐยุติลงตั้งแต่ก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะแถลง แต่ดูเหมือนทรัมป์จะกล่าวถึงการนับคะแนน กฎหมายเลือกตั้งของสหรัฐบัญญัติให้นับบัตรลงคะแนนทั้งหมด และมีหลายรัฐที่มักจะใช้เวลานับคะแนนหลายวันจึงจะเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะในปีนี้ซึ่งมีผู้ลงคะแนนล่วงหน้ามากกว่า 100 ล้านคน ทั้งโดยการลงคะแนนด้วยตนเองและส่งบัตรทางไปรษณีย์ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่คร่าชีวิตผู้ป่วยในสหรัฐแล้วมากกว่า 232,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่นานก่อนหน้านั้น อดีตรองประธานาธิบดีไบเดนเพิ่งประกาศต่อผู้สนับสนุนของเขาที่รัฐเดลาแวร์ว่า เขาเชื่อว่ากำลังอยู่บนเส้นทางที่จะผู้ชนะ และขอให้ผู้สนับสนุนเขาอดทนรอการนับคะแนน แต่ทรัมป์ทวีตตอบโต้ว่าตัวเขากำลังจะชนะขาดลอย และกล่าวหาพรรคเดโมแครตว่าพยายามขโมยการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝั่งของไบเดนประณามคำขู่ของทรัมป์ที่จะขอให้หยุดนับคะแนนว่าอุกอาจและไม่เคยพบไม่เคยเห็น ทีมกฎหมายของพวกเขาพร้อมจะต่อสู้กับทรัมป์ในศาล &amp;quot;การนับคะแนนจะไม่หยุด แต่จะดำเนินต่อไปจนกว่าจะนับบัตรเลือกตั้งครบทุกใบ&amp;quot; คำแถลงของฝ่ายไบเดนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญหลายคนเคยเตือนว่า ผลการเลือกตั้งของสหรัฐปีนี้อาจต้องใช้เวลา และหวั่นว่าทรัมป์จะสร้างความโกลาหลวุ่นวายหรือแม้แต่กระตุ้นให้เกิดความรุนแรงด้วยการตั้งคำถามถึงกระบวนการนับคะแนน แม้จะยังไม่มีรายงานการก่อจลาจลหรือความวุ่นวายเกิดขึ้น แต่อาคารร้านค้าทั่วกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. พากันนำแผ่นไม้มาปิดบังกระจกหน้าต่าง และรัฐบาลของหลายประเทศเรียกร้องให้การเลือกตั้งของสหรัฐปลอดจากความรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังทรัมป์ชิงประกาศชัยชนะล่วงหน้า อันเนเกรต ครัมป์?คาร์เรนบาวเออร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเยอรมนี กล่าวเตือนว่า สหรัฐกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่เสี่ยงอันตรายมาก และมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดวิกฤติรัฐธรรมนูญในสหรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลคะแนนถึงช่วงค่ำวันพุธของไทย ยังมีอีก 7 รัฐที่ผลคะแนนยังไม่ชัดเจน ซึ่งรวมถึงรัฐใหญ่ๆ ที่มีจำนวนผู้เลือกตั้งมาก อย่างเพนซิลเวเนียและวิสคอนซิน ซึ่งหมายความว่า ถึงแม้ไบเดนจะนำทรัมป์อยู่ด้วยคะแนน 238 ต่อ 213 แต่ทรัมป์ก็สามารถแซงได้หากชนะรัฐสมรภูมิสำคัญที่เหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อของสหรัฐทำนายกันว่า ทรัมป์ชนะ 23 รัฐ ซึ่งรวมถึงรัฐใหญ่อย่างฟลอริดาและเทกซัส นอกจากนี้เขายังชนะรัฐเดิมที่เคยคว้าชัยในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วได้ ทั้งอินดีแอนา, เคนทักกี, มิสซูรี และโอไฮโอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนไบเดนชนะ 20 รัฐ รวมถึงรัฐแดลาแวร์บ้านของเขา และรัฐใหญ่ทั้งแคลิฟอร์เนียและนิวยอร์ก ไปจนถึงดิสตริกต์ออฟโคลัมเบีย เมืองหลวง และเป็นเช่นเดียวกับของทรัมป์ที่รัฐทั้งหมดที่ไบเดนคว้าชัยชนะได้นั้นเป็นรัฐที่นางฮิลลารี คลินตัน ของพรรคเดโมแครตเคยชนะได้ในปี 2559 นอกจากนี้ ไบเดนยังดึงรัฐแอริโซนาที่เคยเป็นของทรัมป์ในปี 2559 มาได้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายชื่อรัฐที่ผู้สมัครทั้งสองชนะ ในวงเล็บคือจำนวนคณะผู้เลือกตั้ง โดยเอเอฟพีอ้างอิงจากการทำนายผลของสื่ออเมริกัน ได้แก่ ซีเอ็นเอ็น, ฟ็อกซ์นิวส์, เอ็มเอสเอ็นบีซี/เอ็นบีซีนิวส์, เอบีซี, ซีบีเอส, เอพี และนิวยอร์กไทมส์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ได้แล้ว 213 คะแนน ได้แก่ แอละแบมา (9), อาร์คันซอ (6), ฟลอริดา (29), ไอดาโฮ (4), อินดีแอนา (11), ไอโอวา (6), แคนซัส (6), เคนทักกี (8), ลุยเซียนา (8), มิสซิสซิปปี (6), มิสซูรี (10), มอนแทนา (3), เนแบรสกา (4), นอร์ทดาโคตา (3), โอไฮโอ (18), โอคลาโฮมา (7), เซาท์แคโรไลนา (9), เซาท์ดาโคตา (3), เทนเนสซี (11), เทกซัส (38), ยูทาห์ (6), เวสต์เวอร์จิเนีย (5) และไวโอมิง (3)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนได้ 238 คะแนน ได้แก่ แอริโซนา (11), แคลิฟอร์เนีย (55), โคโลราโด (9), คอนเนตทิคัต (7), เดลาแวร์ (3), ดิสตริกต์ออฟโคลัมเบีย (3), ฮาวาย (4), อิลลินอยส์ (20), เมน (3), แมริแลนด์ (10), แมสซาชูเซตส์ (11), มินนิโซตา (10), เนแบรสกา (1), นิวแฮมป์เชียร์ (4), นิวเจอร์ซีย์ (14), นิวเม็กซิโก (5), นิวยอร์ก (29), ออริกอน (7), โรดไอแลนด์ (4), เวอร์มอนต์ (3), เวอร์จิเนีย (13) และวอชิงตัน (12)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลคะแนนเหล่านี้ยังไม่รวมรัฐอะแลสกา, จอร์เจีย, มิชิแกน, เนวาดา, นอร์ทแคโรไลนา, เพนซิลเวเนีย และวิสคอนซิน และการนับคะแนนจากรัฐเนแบรสกานั้นแบ่งจำนวนผู้เลือกตั้งตามเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาคองเกรส ส่วนรัฐเมนแบ่งจำนวนผู้เลือกตั้งตามสัดส่วน โดยไบเดนได้แล้ว 3 คะแนน ที่เหลืออีก 1 คะแนนยังไม่สรุป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82832</URL_LINK>
                <HASHTAG>วอชิงตัน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือกตั้งประธานาธิบดี, เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ, เลือกตั้งสหรัฐอเมริกา, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201104/image_big_5fa2ba6b0b12d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2020 11:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2020 11:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039; วอนเครือข่ายบิ๊กตู่ เลิกโจมตีสหรัฐ เพราะมีบุญคุณช่วยปราบคอมมิวนิสต์!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ย. 63 -&amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) กับไทยเป็นครั้งที่สองในปีนี้ ส่งผลกระทบต่อสินค้าไทยอีก 231 รายการมูลค่ากว่า 25,000 ล้านบาท มีผลวันที่ 30 ธันวาคม ปีนี้ &amp;nbsp;หลังจากที่เพิ่งประกาศตัดสิทธิทางภาษีศุลกากร สำหรับสินค้าไทย 573 รายการมูลค่าเกือบ 40,000 ล้านบาท มีผลตั้งแต่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา การถูกประกาศตัดจีเอสพี สองครั้งติดกันในปีเดียว อีกทั้ง ประกาศก่อนจะมีการเลือกตั้งประธานาธิปดีเพียงอีกไม่กี่วัน น่าจะเป็นสัญญาณเตือนให้รัฐบาลไทยทราบว่า สหรัฐมีความไม่พอใจกับรัฐบาลไทยอย่างมาก ซึ่งพลเอกประยุทธ์ น่าจะพอทราบดีว่ามาจากสาเหตุใดบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้สหรัฐจะอ้างสาเหตุต่างๆ แต่สาเหตุส่วนหนึ่งน่าจะมาจาก การปฏิบัติการข่าวสาร (ไอโอ) ของฝั่งรัฐบาล และ เครือข่ายพลเอกประยุทธ์ที่พยายามกล่าวหาว่าสหรัฐอยู่เบื้องหลังและเป็นผู้สนับสนุนการชุมนุมของประชาชนจำนวนมากที่ต้องการขับไล่พลเอกประยุทธ์ที่ประกอบด้วยนักเรียน นักศึกษาเป็นส่วนใหญ่ และพยายามสร้างความเกลียดชังสหรัฐ ขนาดมีมวลชนที่สนับสนุนรัฐบาลไปประท้วงที่หน้าสถานทูตสหรัฐหลายหน อีกทั้งให้คนในเครือข่ายออกมาวิจารณ์ต่อว่าสหรัฐแบบเสียหาย ซึ่งไม่น่าจะเป็นการกระทำที่ฉลาดนัก แม้ว่าโดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่เชื่อว่าจะเป็นความจริง และยืนยันจากการได้พูดคุยกับนักการทูตสหรัฐ แต่ถ้าหากเป็นจริงแล้วมีการทำไอโอแบบนี้จะเป็นผลเสียทำลายความมั่นคงของพลเอกประยุทธ์เอง เพราะพลเอกประยุทธ์จะเอาอะไรไปสู้กับสหรัฐได้ ไม่ว่าจะในด้านไหน เพราะขนาดประเทศจีนที่แข็งแกร่งยังต้องวุ่นวายอย่างหนักในการรับมือกับสหรัฐในหลายรูปแบบ&lt;/p&gt;


	แซ่บ!ว่อนเน็ตครบทีม &amp;#39;ทอน-ฟ้าเดียวกัน-3 นิ้ว&amp;#39; ซดเหล้ากับดิบรับ &amp;#39;อานนท์&amp;#39; พ้นคุก
	&amp;#39;อุ๊&amp;#39; อบรม &amp;#39;แอมมี่&amp;#39; หลังคุยคำโตถ้าพวกเราชนะจะเช็คบิลทุกคนที่เป็นขี้ข้าเผด็จการ!
	ผอ.ซูเปอร์โพล ออกบทความ ลากไส้หมดพุงเบื้องหลังม็อบ 3 นิ้ว
	&amp;#39;อังคณา&amp;#39;นำขึ้นศาลแพ่งฟ้องเรียกเงินล้าน สำนักนายกฯ-ทบ.


&lt;p&gt;นายพิชัยกล่าวว่า การทำไอโอดังกล่าวเหมือนเป็นการประกาศความเป็นศัตรูกลายๆกับสหรัฐ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าห่วงอย่างมากในการวางตำแหน่งที่เหมาะสมของประเทศไทย ซึ่งพลเอกประยุทธ์ควรจะต้องกลับไปทบทวนแนวคิดนี้ เพราะจะเป็นผลเสียต่อประเทศไทยอย่างมาก อย่าให้ประชาชนคิดกันได้ว่า พลเอกประยุทธ์ เพียงเพื่อจะพยายามทำลายเครดิตของผู้ชุมนุมและเพื่อเอาตัวรอด จึงเอาความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐมาเสี่ยงเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งจะส่งผลเสียกับประเทศไทยในระยะยาว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากมองย้อนประวัติศาสตร์จะพบว่าไทยได้รับประโยชน์จากความสัมพันธ์ที่ดีกับสหรัฐมาตลอด ตั้งแต่สมัยสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐก็ช่วยไทยไม่ให้เป็นประเทศแพ้สงครามโดยอ้างเสรีไทยในสหรัฐ ทำให้ไทยไม่ต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามจำนวนมหาศาล ต่อมาในการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ก็ได้สหรัฐมาช่วยเหลือเช่นกันทำให้ไทยรอดพ้นจากการเป็นประเทศคอมมิวนิสต์และทำให้การค้าการลงทุนหลั่งไหลเข้าไทย จนประเทศไทยพัฒนาก้าวหน้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นคอมมิวนิสต์มาก ซึ่งตรงข้ามกับปัจจุบันที่การค้าและการลงทุนหลั่งไหลไปประเทศเพื่อนบ้านหมดแต่ไม่เข้าไทยเลยหลังจากที่มีการปฏิวัติรัฐประหารในปี 2557 จนถึงปัจจุบันที่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ถูกประชาคมโลกมองว่าเป็นรัฐบาลสืบทอดระบอบเผด็จการ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ไทยโดนสหรัฐตัดจีเอสพี ถึง 2 หนในปีเดียว จะยิ่งทำให้การส่งออกไทยที่ย่ำแย่อยู่แล้ว โดยคาดว่าปีนี้อาจจะติดลบถึง -10% จะยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก นอกจากนี้ยังจะทำให้การลงทุนหายไปด้วย เพราะนักลงทุนจะไม่ลงทุนในการผลิตสินค้าที่ถูกตัดจีเอสพี เพราะจะต้องจ่ายภาษีศุลกากรซึ่งจะทำให้แข่งขันยาก และ อาจห่วงว่าจะมีการตัดจีเอสพีในสินค้าอื่นเพิ่มเติมอีกหรือไม่ นักลงทุนคงย้ายการลงทุนไปประเทศอื่นที่เขามั่นใจมากกว่าว่าจะไม่โดนตัดจีเอสพีแน่ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นได้ยากมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า แม้จะอ้างเหตุผลต่างๆที่สหรัฐตัดจีเอสพีไทย แต่เรื่องหนึ่งที่ต้องยอมรับคือรัฐบาลไทยไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีที่จะเจรจาต่อรองกับสหรัฐในเรื่องนี้ได้เลย และพลเอกประยุทธ์ที่อ้างว่าสนิทแนบแน่นกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ไม่น่าจะเป็นความจริง และ ก็ต้องเชื่อได้ว่ารัฐบาลสหรัฐจะต้องมีความไม่พอใจรัฐบาลไทยในหลายเรื่อง และน่าจะรวมเรื่องการสร้างความเกลียดชังสหรัฐให้เกิดขึ้นในหมู่คนไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ว่าผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐจะออกมาเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็น นายโดนัลด์ ทรัมป์ หรือ นายโจ ไบเดน จะชนะการเลือกตั้ง หากสหรัฐเห็นว่ารัฐบาลพลเอกประยุทธ์สร้างความเกลียดชังและเป็นภัยต่อประเทศสหรัฐ สหรัฐก็คงไม่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศไทยแน่ ตราบเท่าที่พลเอกประยุทธ์ยังคงเป็นผู้นำของประเทศนี้ &amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้การค้าการลงทุนของไทยที่แย่อยู่แล้ว ยิ่งจะแย่ลงไปอีก โดยไม่มีโอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะฟื้นได้เลย ยิ่งตอกย้ำที่เคยบอกไว้แล้วว่า ยิ่งพลเอกประยุทธ์อยู่นาน ยิ่งจะถ่วงความเจริญของประเทศ ดังนั้นหากพลเอกประยุทธ์รักประเทศจริงตามที่เคยประกาศไว้ พลเอกประยุทธ์ก็ควรจะต้องรีบลาออกไปก่อนที่ปัญหาจะเพิ่มมากขึ้น.&lt;/p&gt;


	&amp;#39;ไพศาล&amp;#39; ชี้เป้าหัวโจกล้มสถาบัน กบฏมีโทษถึงประหารชีวิต!
	กระจ่าง! ทำไม &amp;#39;สถาบันพระมหากษัตริย์ไทย&amp;#39; จึงมีคนจงรักภักดีมากกว่านายกฯที่มาจากการเลือกตั้ง
	&amp;#39;พุทธะอิสระ&amp;#39; ปูดข่าวอัปมงคล!
	&amp;#39;จตุพร&amp;#39; เผยเสื้อแดงหวิดโกลาหลเหยียบกันตาย!
	&amp;nbsp;&amp;#39;วรงค์&amp;#39; แฉ &amp;#39;ไอลอว์&amp;#39; รับเงินต่างชาติถึง 6 หน่วยงาน!

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82757</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พิชัย นริพทะพันธุ์, สหรัฐ, เพื่อไทย, เลือกตั้งประธานาธิบดี, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191231/image_big_5e0b57c82f475.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82730</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ทรัมป์’ร่อแร่‘ไบเดน’แรงชิงปธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สหรัฐอเมริกาเลือกตั้งชี้ชะตา &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; เมื่อวันอังคาร โพลส่วนใหญ่ชี้ &amp;quot;โจ ไบเดน&amp;quot; มีคะแนนนำห่าง แต่ทรัมป์ยังได้ลุ้นในรัฐสมรภูมิชี้ขาดที่เคยทำให้ชนะเลือกตั้งปี 2559 มาแล้ว คนอเมริกันแห่ใช้สิทธิ์ล่วงหน้าเกือบ 100 ล้านคน หมู่บ้านเล็กๆ ในนิวแฮมป์เชียร์ประเดิมก่อน เทคะแนนให้ไบเดน 5-0 รอลุ้นการนับคะแนนทั้งประเทศที่อาจยืดเยื้อ หลายเมืองเตรียมพร้อมรับเหตุจลาจล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน 2563 เป็นการต่อสู้ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งพรรครีพับลิกัน และโจ ไบเดน แห่งพรรคเดโมแครต ที่เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่คร่าชีวิตผู้ป่วยในสหรัฐแล้วมากกว่า 231,000 ราย จากผู้ติดเชื้อเกือบ 9.3 ล้านราย และยังเกิดในบรรยากาศของความแตกแยก ความขัดแย้งในสังคมจากความอยุติธรรมต่อคนอเมริกันผิวดำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวต่างประเทศกล่าวว่า ผลสำรวจส่วนใหญ่ยกให้ไบเดน วัย 77 ปี มีคะแนนนำทรัมป์มาโดยตลอดในคะแนนรวมระดับประเทศ แต่การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐนั้นวัดจากจำนวนคณะผู้เลือกตั้งจากรัฐต่างๆ ที่ผู้สมัครที่จะชนะต้องได้คะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งอย่างน้อย 270 คน และโพลชี้ว่าทรัมป์มีคะแนนสูสีกับไบเดนในรัฐสมรภูมิชี้ขาดที่ยังระบุไม่ได้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ชนะ โดยในการเลือกตั้งปี 2559 นั้น ทรัมป์เคยโค่นนางฮิลลารี คลินตัน ได้เพราะคว้าชัยชนะในรัฐเหล่านี้ ทั้งที่คะแนนเสียงในระดับประเทศนั้นเขาได้น้อยกว่านางคลินตันราว 3 ล้านคะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความกระตือรือร้นสนใจการเลือกตั้งและความวิตกเรื่องโรคระบาดทำให้คนอเมริกันใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าทั้งด้วยตนเองและผ่านทางไปรษณีย์แล้วมากกว่า 99 ล้านคน นับถึงคืนวันจันทร์ที่เป็นคืนสุกดิบ ข่าวรอยเตอร์ระบุว่า จำนวนดังกล่าวเทียบเท่ากับ 72.3% ของจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมดในครั้งที่แล้ว และคิดเป็นราว 40% ของชาวอเมริกันที่มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดน ผู้คร่ำหวอดในวงการเมืองสหรัฐมานาน 5 ทศวรรษ รวมถึงการเป็นรองประธานาธิบดีของประธานาธิบดีบารัก โอบามา 2 สมัย ให้คำมั่นว่าเขารื้อฟื้นความพยายามต่อสู้กับวิกฤติโควิด-19 ใหม่ โดยโจมตีทรัมป์ว่ายอมจำนนกับโรคระบาดนี้ ทั้งยังจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสมานความแตกแยกทางการเมืองในประเทศ &amp;quot;ผมมีความรู้สึกว่า เรามาร่วมกันเพื่อชัยชนะครั้งใหญ่ในวันพรุ่งนี้&amp;quot; ไบเดนกล่าวที่รัฐเพนซิลเวเนียเมื่อวันจันทร์ &amp;quot;ถึงเวลายืนหยัดและเอาประชาธิปไตยของเรากลับคืนมา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์วัย 74 ปี ซึ่งต้องการหลีกเลี่ยงการเป็นประธานาธิบดีคนแรกนับจากประธานาธิบดีจอร์จ บุช เมื่อปี 2535 ที่พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งสมัยที่ 2 ปลูกฝังความไม่เชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งมาตลอดหลายเดือน ด้วยการกล่าวอ้างโดยไร้หลักฐานสนับสนุนว่าการลงคะแนนทางไปรษณีย์นั้นทำให้โกงคะแนนกันเกลื่อน และว่าควรนับเฉพาะการลงคะแนนในวันเลือกตั้งจริงเท่านั้น ในการปราศรัยต่อกลุ่มผู้สนับสนุนในรัฐมิชิแกนที่ไม่ใส่ใจมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ทรัมป์ยังเชื่อมั่นว่าเขาจะชนะการเลือกตั้งได้ &amp;quot;เราจะสร้างประวัติศาสตร์กันอีกครั้ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ปฏิเสธการให้คำมั่นว่าจะถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติหากเขาแพ้เลือกตั้ง ซึ่งทำให้เกิดความหวั่นวิตกว่า หากผลคะแนนสูสีกันมาก และมีการต่อสู้ทางกฎหมายที่ยืดเยื้อ อาจนำไปสู่ความโกลาหลและอาจเกิดการก่อความวุ่นวายอย่างที่ทรัมป์กล่าวเตือนไว้ล่วงหน้า ในการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย ทรัมป์ยังคงตั้งแง่กับการลงคะแนนทางไปรษณีย์ที่เปิดช่องให้มีการโกงอย่างกลาดเกลื่อนโดยไม่ถูกตรวจสอบ โดยเฉพาะที่รัฐเพนซิลเวเนียซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐสมรภูมิ ซึ่งอนุญาตให้นับบัตรลงคะแนนทางไปรษณีย์ที่ส่งมาภายใน 3 วันหลังการเลือกตั้งวันอังคาร &amp;quot;มันจะชักนำให้เกิดความรุนแรงบนท้องถนน ต้องทำอะไรสักอย่าง&amp;quot; ทรัมป์ทวีต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความวิตกต่อความไม่แน่นอนของผลการเลือกตั้งและความวุ่นวายที่อาจเกิดตามมา ทำให้หลายเมืองเตรียมตัวเสริมความปลอดภัยรับมือการประท้วงที่อาจเกิดขึ้น อาทิที่ทำเนียบขาวและในนครนิวยอร์ก ตำรวจแคลิฟอร์เนียกล่าวว่า ถนนโรดีโอไดรฟ์แหล่งช็อปปิ้งอันโด่งดังในย่านเบเวอร์ลีฮิลส์จะปิดในวันอังคารด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คู่แข่งทั้งสองเน้นการหาเสียงช่วงสุดท้ายที่รัฐสมรภูมิราว 12 รัฐ ซึ่งทรัมป์เคยชนะได้เกือบทั้งหมดในการเลือกตั้งปี 2559 แต่รัฐที่ได้รับการจับตาเป็นพิเศษคือ รัฐเพนซิลเวเนีย, มิชิแกน และวิสคอนซิน ที่มีจำนวนคณะผู้เลือกตั้ง 20 คน, 16 คน และ 10 คนตามลำดับและเคยเป็นรัฐที่มั่นของพรรคเดโมแครต แต่ทรัมป์กลับชนะได้อย่างฉิวเฉียดในครั้งที่แล้วและทำให้เขาโค่นนางคลินตันลงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากไบเดนสามารถชนะทุกรัฐที่นางคลินตันพ่ายแพ้ และชนะในรัฐสมรภูมิ 3 รัฐข้างต้น เขาจะได้จำนวนคณะผู้เลือกตั้งเพียงพอต่อการเป็นประธานาธิบดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ผลสำรวจชี้ว่า เขาและทรัมป์ยังมีคะแนนสูสีกันในรัฐฟลอริดา, นอร์ทแคโรไลนา และแอริโซนา โดยฟลอริดานั้นมีคณะผู้เลือกตั้งถึง 29 คน และเป็นรัฐที่ทรัมป์ต้องชนะให้ได้ แต่โพลของรอยเตอร์/อิปซอสล่าสุดเผยว่า ไบเดนมีคะแนนนำทรัมป์ที่ 50% ต่อ 46% จากเดิมที่เคยเสมอกันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดว่าการนับคะแนนของฟลอริดา ซึ่งสามารถนับบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ได้ก่อนวันเลือกตั้ง จะเริ่มต้นได้ในคืนวันอังคารเลย แต่เพนซิลเวเนีย, มิชิแกน และวิสคอนซิน นั้นไม่ได้เริ่มนับบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์จนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง จึงมีความเป็นไปได้ว่าการนับบัตรลงคะแนนจำนวนมหาศาลนี้จะต้องใช้เวลาหลายวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งครั้งนี้ยังจะเป็นการเลือกสมาชิกสภาคองเกรสบางส่วน ที่จะชี้วัดว่าพรรคใดจะครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐไปอีก 2 ปีข้างหน้า โดยเดโมแครตหวังจะครองเสียงข้างมากในสภาสูง และรักษาเสียงข้างมากในสภาล่างไว้ให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า รัฐแรกๆ ที่เปิดให้ลงคะแนนนั้นอยู่ที่รัฐทางฝั่งตะวันออกเวลา 06.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นที่ตรงกับ 18.00 น.วันอังคารของไทย ได้แก่ รัฐนิวยอร์ก, นิวเจอร์ซีย์, เวอร์จิเนีย, คอนเนตทิคัต และเมน แต่หน่วยเลือกตั้งแห่งแรกที่เปิดให้ประชาชนมาใช้สิทธิ์นั้นคือหมู่บ้านเล็กๆ 2 แห่งในรัฐนิวแฮมป์เชียร์ คือ หมู่บ้านดิกซ์วิลล์นอตช์และมิลส์ฟีลด์ ที่เริ่มเปิดหีบในเวลาเที่ยงคืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดิกซ์วิลล์นอตช์ หมู่บ้านกลางป่าใกล้ชายแดนแคนาดา ซึ่งมีประชากรเพียง 12 คน เป็น &amp;quot;แห่งแรกของประเทศ&amp;quot; ที่ลงคะแนนเลือกตั้งมานับแต่ปี 2503 การลงคะแนนใช้เวลาไม่กี่นาทีแล้วนับคะแนนทันที ผลปรากฏว่า ไบเดนได้ 5 คะแนน โดยไม่มีใครเลือกทรัมป์เลย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82730</URL_LINK>
                <HASHTAG>วอชิงตัน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือกตั้งประธานาธิบดี, เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ, เลือกตั้งสหรัฐอเมริกา, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์, ใช้สิทธิ์ล่วงหน้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201103/image_big_5fa172c255501.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2020 21:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2020 21:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เบลารุสประท้วงเดือด ประณามประธานาธิบดีโกงเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เบลารุสเดือด ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสมัยที่ 6 อย่างถล่มทลาย ท่ามกลางครหาโกงเลือกตั้ง ประชาชนชุมนุมประท้วงปะทะตำรวจในหลายเมืองเมื่อคืนวันอาทิตย์ มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย โดนจับกุมกว่า 3,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจปราบจลาจลควบคุมตัวผู้ประท้วงที่กรุงมินสก์เมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการการเลือกตั้งกลางของเบลารุสประกาศผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคมว่า ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ได้คะแนน 80.23% ในการเลือกตั้งที่มีขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้ผู้นำที่ครองอำนาจตั้งแต่ปี 2537 ได้อยู่ในตำแหน่งต่อเป็นสมัยที่ 6 ส่วนคู่แข่งของเขา คือ สเวตลานา ทิคานอฟสกายา ได้แค่ 9.9% และผู้สมัครอีก 3 คนได้ไม่ถึง 2%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเอ็กซิตโพลออกมาว่าลูคาเชนโกชนะการเลือกตั้งอีกครั้ง ทำให้ประชาชนที่ประณามว่ามีการโกงเลือกตั้งพากันออกมาชุมนุมประท้วงบนท้องถนนในกรุงมินสก์และในอีกหลายเมืองเมื่อคืนวันอาทิตย์ล่วงถึงวันจันทร์ ผู้ชุมนุมปะทะตำรวจปราบจลาจล ตำรวจกล่าวว่ามีผู้ประท้วงถูกจับกุมราว 3,000 คน โดย 1,000 คน ถูกจับกุมที่กรุงมินสก์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพจากสื่อสนับสนุนฝ่ายต่อต้านรัฐบาลและภาพที่โพสต์ทางโซเชียลมีเดีย เผยให้เห็นตำรวจยิงระเบิดแสง, แก๊สน้ำตา และกระสุนยาง สลายการชุมนุม และรถตู้ของตำรวจคันหนึ่งพุ่งเข้าชนกลุ่มผู้ชุมนุมและแล่นทับร่างผู้ชุมนุมรายหนึ่ง ภาพผู้ชุมนุมร่างชุ่มเลือดนอนหมดสติอยู่บนพื้น บางคนโดนตำรวจลากตัวไป กลุ่มสิทธิมนุษยชนเวียสนาเผยว่า มีผู้ชุมนุมเสียชีวิต 1 ราย เนื่องจากได้รับบาดเจ็บร้ายแรงที่ศีรษะจากยานพาหนะของตำรวจแล่นทับ และยังมีคนบาดเจ็บอีกหลายสิบรายจากการปะทะ โดยอย่างน้อย 10 รายต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเวตลานา วัย 37 ปี เคยเป็นครู ปัจจุบันเป็นแม่บ้าน ลงเลือกตั้งหลังเซอร์เกย์ สามีของเธอ โดนคุมขังและถูกห้ามลงเลือกตั้ง เธอแถลงหลังปิดหน่วยเลือกตั้งว่าไม่ไว้ใจผลการเลือกตั้ง แต่เชื่อสายตาที่ประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุนเธอ แต่เราชนะแล้ว เพราะเราชนะความกลัวและความไม่ใส่ใจทางการเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74033</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก, สเวตลานา ทิคานอฟสกายา, เบลารุส, เลือกตั้งประธานาธิบดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200810/image_big_5f315be603c41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69983</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2020 22:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2020 22:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปแลนด์เลือกตั้งประธานาธิบดี &#039;ดูดา&#039;ลุ้นนั่งเก้าอี้อีกสมัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวโปแลนด์ใช้สิทธิเลือกตั้งประธานาธิบดีแบบเว้นระยะห่างทางสังคมเมื่อวันอาทิตย์ หลังจากถูกเลื่อนมา 7 สัปดาห์เพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 &amp;quot;อันด์เซจ์ ดูดา&amp;quot; หวังกลับมาสานต่อนโยบายชาตินิยมฝ่ายขวา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีอันด์เซจ์ ดูดา และภริยา หย่อนบัตรที่เมืองคราคุฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีอันด์เซจ์ ดูดา วัย 48 ปี หาเสียงเพื่อรักษาเก้าอี้สมัยที่ 2 วาระ 5 ปี โดยยืนยันว่าจะคงโครงการเศรษฐกิจของพรรคกฎหมายและความยุติธรรม (PiS) พรรครัฐบาลนิยมขวาที่หนุนหลังเขา ซึ่งรวมถึงการทุ่มงบประมาณใช้จ่ายเชิงสังคมและการปกป้องค่านิยมครอบครัวในประเทศคาทอลิกแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้สมัครลงชิงชัยกับเขา 10 คน แต่ผลสำรวจความคิดเห็นเผยว่า มีเพียงราฟัล ชัสคอฟสกี นายกเทศมนตีกรุงวอร์ซอหัวเสรีนิยมจากพรรคฝ่ายซ้ายแนวนโยบายพลเมือง (PO) ที่สามารถขับเคี่ยวกับดูดาอย่างสูสีและจะต้องไปเลือกตั้งชี้ขาดในรอบที่ 2 วันที่ 12 กรกฎาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากชัสคอฟสกี ซึ่งอายุ 48 ปีเช่นกัน ชนะดูดาได้ ก็จะส่งผลสะเทือนถึงรัฐบาลนิยมขวาของนายกฯ มาเตอุซ มอราวีสกี ซึ่งต้องพึ่งการสนับสนุนของดูดาในการผ่านกฎหมายที่สร้างความขัดแย้งในประเทศ โดยเฉพาะการปฏิรูปฝ่ายตุลาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดิมการเลือกตั้งประธานาธิบดีโปแลนด์กำหนดไว้ในเดือนพฤษภาคม แต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ต้องเลื่อนมาลงคะแนนกันในวันอาทิตย์ พร้อมกับการปรับเปลี่ยนไปใช้การลงคะแนนทางไปรษณีย์ปนกับการใช้สิทธิที่คูหาเลือกตั้งเพื่อควบคุมการแพร่เชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการเลือกตั้งแถลงขอโทษเมื่อวันอาทิตย์ที่ต้องใช้มาตรการควบคุมโรค เช่นให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย, เว้นระยะห่างทางสังคม และขอให้นำปากกามาเอง ซึ่งทำให้การใช้สิทธิล่าช้ากว่าปกติ ขณะที่ชาวโปแลนด์ในต่างแดนที่ใช้สิทธิทางไปรษณีย์แจ้งว่าได้รับบัตรล่าช้าทำให้โหวตไม่ทัน โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าเป็นผลกระทบของโควิด-19.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69983</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราฟัล ชัสคอฟสกี, อันด์เซจ์ ดูดา, เลือกตั้งประธานาธิบดี, โปแลนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200628/image_big_5ef8b80780611.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2020 21:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2020 21:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตที่ปรึกษาแฉ &#039;ทรัมป์&#039; อ้อน &#039;สี จิ้นผิง&#039; ช่วยให้ชนะเลือกตั้งสมัย2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จอห์น โบลตัน อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงทำเนียบขาว สาวไส้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยในหนังสือเล่มใหม่ว่าทรัมป์เคยขอประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ช่วยให้เขาชนะการเลือกตั้งสมัยที่ 2 ปลายปีนี้ ทำเนียบขาวดิ้นฟ้องศาลสกัดการวางแผง ขณะจีนยืนกรานไม่แทรกแซงการเมืองชาติอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ จอห์น โบลตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เนื้อหาส่วนหนึ่งของหนังสือชื่อ &amp;quot;The Room Where It Happened: A White House Memoir&amp;quot; เขียนโดยโบลตัน และหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์, นิวยอร์กไทมส์ และวอลล์สตรีทเจอร์นัล เผยแพร่เมื่อวันพุธ ยังเปิดเผยด้วยว่า ทรัมป์แสดงท่าทีหลายครั้งว่าเขาพร้อมจะมองข้ามการละเมิดสิทธิมนุษยชนของจีน ซึ่งรวมถึงการกล่าวกับประธานาธิบดีสีในการพบกันครั้งหนึ่งว่า การสร้างค่ายกักกันชาวมุสลิมอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยที่เป็นมุสลิมในเขตซินเจียงกว่า 1 ล้านคนนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตทูตสหรัฐประจำองค์การสหประชาชาติผู้นี้รับตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของทรัมป์อยู่นาน 17 เดือน ก่อนจะลาออกหรือที่ทรัมป์อ้างว่าเป็นการไล่ออก เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว เขาเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่สุดที่เขียนหนังสือเปิดโปงทรัมป์ ไม่กี่วันก่อนหน้านี้จิม แมททิส อดีตรัฐมนตรีกลาโหม เคยกล่าวหาทรัมป์ว่าพยายามทำให้อเมริกาแตกแยก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือหนา 577 หน้าเล่มนี้มีกำหนดวางแผงวันที่ 23 มิถุนายน รัฐบาลสหรัฐพยายามยื่นฟ้องต่อศาลให้ระงับการเผยแพร่โดยอ้างความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติ ส่วนทรัมป์ให้สัมภาษณ์ฟอกซ์นิวส์กล่าวหาโบลตันว่าทำผิดกฎหมายโดยการเปิดเผยข้อมูลลับ ขณะที่บริษัทไซมอนแอนด์ชุสเตอร์ผู้พิมพ์หนังสือกล่าวว่า ได้แจกจ่ายหนังสือไปทั่วโลกนับแสนเล่มแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในหนังสือเล่มนี้ โบลตันกล่าวว่า ระหว่างการพบปะกับประธานาธิบดีสีระหว่างซัมมิตจี 20 ที่ญี่ปุ่นเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ทรัมป์สร้างความประหลาดใจเปลี่ยนการสนทนาไปเป็นเรื่องการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปี 2563 โดยพูดเป็นนัยถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจของจีนและวิงวอนประธานาธิบดีสี เพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะชนะการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลตันเผยอีกว่า ทรัมป์ย้ำความสำคัญของเกษตรกรสหรัฐ และว่า การซื้อถั่วเหลืองและข้าวสาลีเพิ่มขึ้นของจีนจะส่งผลต่อผลการเลือกตั้งของสหรัฐ ทั้งนี้เกษตรกรเป็นกลุ่มฐานเสียงสำคัญซึ่งส่วนใหญ่เลือกทรัมป์ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วเมื่อปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน จ้าว ลี่เจียน ตอบคำถามเกี่ยวกับเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้เมื่อวันพฤหัสบดีว่า จีนดำเนินนโยบายไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น และไม่มีความตั้งใจเข้าไปแทรกแซงการเลือกตั้งและการเมืองภายในของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรเบิร์ต ไลธีเซอร์ ผู้แทนการค้าของสหรัฐ ปฏิเสธคำกล่าวอ้างของโบลตัน โดยบอกว่าเขาอยู่ในการพบปะครั้งนั้นด้วย และทรัมป์ไม่เคยขอร้องให้ผู้นำจีนช่วยให้เขาชนะการเลือกตั้งอีกสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในหนังสือบันทึกความทรงจำทำเนียบขาว อดีตกุนซือสายเหยี่ยวผู้นี้ยังเปิดโปงทรัมป์ในเรื่องอื่นๆ ด้วย โดยบอกว่าทรัมป์แสดงถึงความเต็มใจจะช่วยเหลือผู้นำเผด็จการที่เขาชื่นชอบเป็นการส่วนตัวด้วยการยุติการสอบสวนทางอาญา, ทรัมป์คิดว่าประเทศฟินแลนด์เป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย, เวเนซุเอลาเป็นส่วนหนึ่งหนึ่งของสหรัฐและการบุกรุกเวเนซุเอลาจะเป็นเรื่องเจ๋ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69103</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอห์น โบลตัน, จีน, สี จิ้นผิง, เลือกตั้งประธานาธิบดี, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200618/image_big_5eeb70fa3d364.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
