<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88796</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 17:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2021 17:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สื่อมะกันแฉเทปเสียง &#039;ทรัมป์&#039;บีบรัฐจอร์เจียหาคะแนนมาพลิกผลเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เล่นงี้เลย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อเรื่องฉาวอีก โดนปล่อยเทปเสียงแฉว่าโทรศัพท์บีบเลขาธิการรัฐจอร์เจียให้ &amp;quot;หา&amp;quot; คะแนนมาพลิกผลการเลือกตั้งที่เขาแพ้โจ ไบเดน ไม่ถึง 12,000 คะแนน ไม่กี่วันก่อนหน้ารัฐจอร์เจียเลือก ส.ว.รอบชี้ขาด และคองเกรสเตรียมลงมติรับรองผลคะแนนจากคณะผู้เลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การโทรศัพท์พูดคุยกับแบรด ราฟเฟนสเปอร์เกอร์ เลขาธิการรัฐจอร์เจียซึ่งเป็นรีพับลิกัน เมื่อวันเสาร์ที่่ผ่านมา เป็นการดันทุรังครั้งล่าสุดของทรัมป์ที่ยืนกรานมาตลอดว่าที่เขาแพ้เลือกตั้งต่อโจ ไบเดน เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนนั้นเป็นเพราะการโกงคะแนนอย่างกว้างขวาง ซึ่งเป็นคำกล่าวอ้างที่เจ้าหน้าที่การเลือกตั้งระดับรัฐและรัฐประเทศ รวมถึงศาลต่างๆ ปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์พ่ายแพ้ต่อไบเดนด้วยคะแนนมหาชนทั่วประเทศมากกว่า 7 ล้านคะแนน ส่วนคะแนนคณะผู้เลือกตั้งจากรัฐต่างๆ นั้น ไบเดนชนะทรัมป์ 306 ต่อ 232 คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชาวจอร์เจียโกรธ คนในประเทศนี้ก็โกรธ&amp;quot; เสียงในเทปที่วอชิงตันโพสต์ได้มาเผยแพร่เป็นรายแรกเมื่อวันอาทิตย์ และถูกแพร่กระจายโดยสื่ออื่นๆ หลังจากนั้น ที่ทรัมป์กดดันราฟเฟนสเบอร์เกอร์ระหว่างการคุยโทรศัพท์นานร่วมชั่วโมง เพื่อให้ประกาศว่า ตัวเขาคือผู้ชนะการเลือกตั้งรัฐจอร์เจีย มิเช่นนั้นราฟเฟนสเปอร์เกอร์และที่ปรึกษาของเขาจะเสี่ยงครั้งใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งหมดที่ผมอยากให้ทำก็คือ ผมแค่ต้องการให้หาคะแนน 11,780 คะแนน ซึ่งมากกว่าที่เรามี 1 คะแนน&amp;quot; เสียงทรัมป์กล่าวถึงคะแนนเลือกตั้งรัฐจอร์เจียที่เขาแพ้ไบเดน 11,779 คะแนน &amp;quot;ไม่ใช่เรื่องผิดรู้มั้ย ที่จะบอกว่าคุณแค่คำนวณใหม่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเทปนั้นมีเสียงของราฟเฟนสเปอร์เกอร์ตอบว่า &amp;quot;ท่านประธานาธิบดี การท้าทายที่ท่านมีนั้น ข้อมูลที่ท่านมีนั้นไม่ถูกต้อง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ว่า การเผยแพร่เทปเสียงนี้เกิดก่อนหน้าที่รัฐจอร์เจียจะจัดการเลือกตั้งชี้ขาด ส.ว.ของรัฐในวันอังคารที่ 5 มกราคม ซึ่งจะตัดสินว่าพรรคใดจะได้ครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา แล้ววันถัดไปคองเกรสก็มีกำหนดให้การรับรองผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ โดยมี ส.ว.รีพับลิกันประมาณ 1 โหลที่แสดงท่าทีว่าจะคัดค้านผลการเลือกตั้ง แต่หลังจากมีเทปนี้เผยแพร่ ส.ส.อดัม คินซิงเกอร์ พรรครีพับลิกัน เรียกร้องให้ ส.ว.เหล่านี้คิดทบทวนเสียใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิวยอร์กไทมส์กล่าวว่า ผู้ช่วยของราฟเฟนสเปอร์เกอร์บันทึกเสียงการคุยโทรศัพท์ครั้งนี้ไว้ แต่ไม่ได้นำออกเผยแพร่ทันที เว้นแต่ทรัมป์จะโจมตีเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือถ่ายทอดเรื่องการสนทนาครั้งนี้อย่างผิดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันอาทิตย์ ก่อนหน้าที่เทปบันทึกเสียงนี้จะเผยแพร่ ทรัมป์ทวีตเกี่ยวกับการคุยโทรศัพท์ครั้งนี้ โจมตีราฟเฟนสเปอร์เกอร์ว่า ไม่เต็มใจหรือไม่สามารถตอบคำถามเช่นเรื่องการโกงคะแนน, การทำลายบัตรเลือกตั้ง, ผู้ใช้สิทธิจากต่างรัฐ, การสวมสิทธิ์คนตาย และอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราฟเฟนสเปอร์เกอร์ทวีตตอกกลับก่อนหน้าที่เทปนี้จะถูกเปิดเผย ว่า &amp;quot;ด้วยความเคารพ ประธานาธิบดีทรัมป์ สิ่งที่คุณพูดนั้นไม่จริง ความจริงจะปรากฏออกมา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการเผยแพร่เทปนี้ ทำเนียบขาวปฏิเสธจะให้ความคิดเห็น ส่วนพรรคเดโมแครตกล่าวประณามทันที ทั้งนี้ ตามกฎหมายของจอร์เจีย ราฟเฟนสเปอร์เกอร์สามารถบันทึกคำสนทนาได้อย่างถูกกฎหมายโดยไม่จำเป็นต้องขอความยินยอมจากทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.อดัม ชิฟฟ์ ทวีตว่า การดูถูกประชาธิปไตยของทรัมป์นั้นเปิดเผยล่อนจ้อนอีกครั้งผ่านเทปนี้ &amp;quot;การกดดันให้เจ้าหน้าที่การเลือกตั้ง &amp;#39;หา&amp;#39; คะแนนเสียง เพื่อที่เขาจะชนะนั้น อาจมีความผิดทางอาญา และการใช้อำนาจโดยมิชอบอย่างโจ่งแจ้งอีกครั้งของคนทุจริต ที่จะเป็นเผด็จการถ้าเรายอมให้เขา ซึ่งเราจะไม่ทำ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิจารณ์ทางการเมืองบางคนเปรียบเทียบการโทรศัพท์ครั้งนี้กับเทปวอเตอร์เกตที่ทำให้ริชาร์ด นิกสัน กระเด็นจากเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์พยายามดิ้นรนทุกทางเพื่อพลิกผลคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดี แต่การนับคะแนนใหม่และการฟ้องร้องต่อศาลหลายสิบคดี รวมถึงการตรวจสอบโดยกระทรวงยุติธรรม ก็ไม่สนับสนุนคำกล่าวอ้างของทรัมป์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งหนึ่งทรัมป์ถึงขั้นเชิญเจ้าหน้าที่การเลือกตั้งพรรครีพับลิกันจากรัฐมิชิแกนมายังทำเนียบขาว เพื่อพยายามกดดันให้เจ้าหน้าที่เปลี่ยนการรับรองผลคะแนนในรัฐนั้นมาให้ตัวเขา ทรัมป์ยังโทรศัพท์กดดันไบรอัน เคมป์ ผู้ว่าการรัฐจอร์เจีย มาก่อนหน้านี้ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราฟเฟนสเปอร์เกอร์ และเจ้าหน้าที่การเลือกตั้งคนอื่นๆ ที่ปฏิเสธทำตามคำขอของทรัมป์ ในรัฐจอร์เจียและรัฐอื่นๆ พากันโดนผู้สนับสนุนทรัมป์ขู่ฆ่า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88796</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัฐจอร์เจีย, เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ, แบรด ราฟเฟนสเปอร์เกอร์, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20201127/image_mid_5fc0ecc5180bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83032</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นไบเดนคว่ำทรัมป์ ยังเหลือนับคะแนนอีก4รัฐโวยโดนขโมยการเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ลุ้นเหงื่อตก ผลคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในรัฐสมรภูมิที่เหลือ 4 รัฐยังเอาแน่ไม่ได้ &amp;quot;โจ ไบเดน&amp;quot; พลิกกลับมามีคะแนนนำในรัฐจอร์เจียเป็นครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ ส่วนช่องว่างที่ &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; เคยนำห่างในรัฐอื่นหดแคบลง เจ้าตัวยังพ่นคาถาโดนโกงเลือกตั้ง สื่อโทรทัศน์เหลือทนตัดสัญญาณถ่ายทอดคำแถลงบิดเบือนของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเมื่อวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ยังคงไม่สามารถสรุปผลได้ว่าระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วัย 74 ปี จากพรรครีพับลิกัน กับอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน วัย 77 ปี จากพรรคเดโมแครต ใครคือผู้ชนะ โดยการนับคะแนนในรัฐสมรภูมิที่ยังไม่รู้ผลเด็ดขาดถึงวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ แต่น่าวิตกสำหรับฝั่งรีพับลิกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รายงานของสื่อต่างประเทศส่วนใหญ่ระบุว่า ไบเดนมีคะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งนำทรัมป์อยู่ 253 เสียงต่อ 214 เสียง โดยที่ผู้ชนะนั้นจะต้องได้คะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งซึ่งเป็นตัวแทนจาก 50 รัฐ เกินครึ่งหนึ่งของ 538 เสียง หรือเท่ากับ 270 เสียง แต่มีรายงานของสำนักข่าวเอพีและฟ็อกซ์นิวส์ที่ให้ไบเดนชนะรัฐแอริโซนาอีก 1 รัฐ ซึ่งหากเป็นจริง ไบเดนจะมีคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 264 เสียง ต่อ 214
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกเหนือจากแอริโซนา ยังเหลือรัฐสมรภูมิที่สามารถชี้ขาดผลการเลือกตั้งอีก 3 รัฐ ที่คะแนนยังสามารถออกได้ 2 ทางเนื่องจากยังเหลือบัตรเลือกตั้งเพียงพอต่อการเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ ได้แก่ จอร์เจีย, เนวาดา และเพนซิลเวเนีย หากนับคะแนนคณะผู้เลือกตั้งของไบเดนที่ 253 เสียง ขอเพียงไบเดนชนะในรัฐเพนซิลเวเนียซึ่งมีผู้เลือกตั้ง 20 คน เขาก็จะเป็นผู้ชนะเลือกตั้งทันที หรือขอเพียงชนะ 2 ใน 3 รัฐระหว่างจอร์เจีย, เนวาดา และแอริโซนา ไบเดนก็จะชนะทรัมป์เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในวันศุกร์ เอเอฟพีอ้างรายงานข่าวของซีเอ็นเอ็น, ฟ็อกซ์นิวส์ และนิวยอร์กไทมส์ ว่าไบเดนพลิกแซงนำทรัมป์เป็นครั้งแรกที่รัฐจอร์เจีย แม้จะเพียงเล็กน้อยที่ 817 คะแนน รัฐแดนใต้แห่งนี้มีผู้เลือกตั้ง 16 คน และผู้สมัครประธานาธิบดีจากเดโมแครตไม่ชนะรัฐนี้มาตั้งแต่ปี 2535 หากทรัมป์แพ้ที่รัฐนี้เขาจะหมดโอกาสชนะเลือกตั้งทันที แม้จะชนะรัฐอื่นที่เหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักงานเลขาธิการรัฐจอร์เจียกล่าวเมื่อช่วงดึกวันพฤหัสบดีว่า ยังมีบัตรเลือกตั้งอีกประมาณ 14,000 ใบที่ยังไม่ได้ตรวจนับ นอกจากนี้ยังมีบัตรเลือกตั้งจากทหารและผู้พำนักในต่างแดน รวมถึงบัตรเลือกตั้งเฉพาะกาลของผู้มีสิทธิ์ ที่มีปัญหาในการลงทะเบียนหรือระบุตัวตน ซึ่งมาลงคะแนนไว้ในวันเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่รัฐเพนซิลเวเนีย ช่องว่างที่ทรัมป์นำหดแคบลงเหลือ 18,000 คะแนนในช่วงเช้าวันศุกร์ และคาดว่าจะหดแคบลงอีกเนื่องจากยังไม่ได้นับบัตรจากเขตเลือกตั้งที่เป็นฐานที่มั่นของเดโมแครตอย่างฟิลาเดลเฟีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ข่าวรอยเตอร์กล่าวว่า ไบเดนยังคงรักษาคะแนนนำทรัมป์เล็กน้อยในรัฐแอริโซนาและเนวาดาไว้ได้ ที่แอริโซนานั้นไบเดนนำทรัมป์ราว 47,000 คะแนน ส่วนเนวาดาเขานำอยู่ประมาณ 11,500 คะแนน เจ้าหน้าที่ในรัฐจอร์เจียและเพนซิลเวเนียคาดหวังว่าจะนับคะแนนเสร็จสิ้นภายในวันศุกร์ (ตามเวลาสหรัฐ) ส่วนแอริโซนาและเนวาดาอาจต้องใช้เวลาอีกหลายวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าที่คะแนนไบเดนจะพลิกกลับมานำทรัมป์ที่รัฐจอร์เจีย ทรัมป์เพิ่งจัดแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อค่ำวันพฤหัสบดี ตอกย้ำคำกล่าวหาของเขาที่ว่า เขาโดนขโมยการเลือกตั้ง แต่ไม่ได้แสดงหลักฐานยืนยันคำกล่าวหานี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในคำแถลงที่ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ทรัมป์กล่าวหาพรรคเดโมแครตว่าใช้การลงคะแนนที่ผิดกฎหมาย เพื่อ &amp;quot;ขโมยการเลือกตั้งไปจากพวกเรา&amp;quot; และอ้างว่า &amp;quot;หากพวกคุณนับคะแนนที่ถูกกฎหมาย ผมชนะอย่างง่ายดาย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;พวกนั้นกำลังพยายามโกงการเลือกตั้ง และเราไม่อาจปล่อยให้มันเกิดขึ้น&amp;quot; ทรัมป์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครือข่ายสถานีโทรทัศน์หลายแห่งตัดสัญญาณถ่ายทอดสดคำแถลงของทรัมป์กลางคัน เช่น สถานีเอ็มเอสเอ็นบีซี, เอ็นบีซี และเอบีซีนิวส์ โดยผู้ประกาศข่าวให้เหตุผลว่าผู้นำสหรัฐกำลังเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไบรอัน วิลเลียมส์ ผู้ประกาศข่าวของเอ็มเอสเอ็นบีซี กล่าวถึงการตัดสัญญาณถ่ายทอดสดจากการแถลงของทรัมป์ว่า &amp;quot;เอาล่ะ เราอยู่ในสถานะผิดปกติอีกครั้ง ไม่เพียงเราขัดจังหวะประธานาธิบดีสหรัฐเท่านั้น เรายังต้องแก้ไขข้อมูลของประธานาธิบดีสหรัฐให้ถูกต้องด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เจค แทปเปอร์ จากสถานีซีเอ็นเอ็น กล่าวว่า เป็นคืนน่าเศร้าของสหรัฐอเมริกาที่ต้องฟังประธานาธิบดีพูดแบบนั้น เพื่อกล่าวหาคนอื่นแบบผิดๆ ว่ากำลังพยายามขโมยการเลือกตั้ง เป็นการโกหกครั้งแล้วครั้งเล่าแบบไม่มีหลักฐานว่าการเลือกตั้งโดนขโมย ซึ่งเป็นแค่การใส่ร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คะแนนเลือกตั้งที่ทรัมป์ใช้เป็นข้ออ้างโจมตีคือบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ ไม่ใช่คะแนนที่ประชาชนมากาในคูหาวันเลือกตั้ง ปีนี้คนอเมริกันใช้วิธีลงคะแนนล่วงหน้าไปรษณีย์มากเป็นประวัติการณ์เพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่คร่าชีวิตคนอเมริกันแล้วมากกว่า 235,000 คน บัตรเหล่านี้บางส่วนถูกส่งมาถึงหลังวันเลือกตั้ง และส่งผลให้แนวโน้มของผลคะแนนเปลี่ยนแปลง เนื่องจากผู้ที่ลงคะแนนทางไปรษณีย์นั้นเป็นผู้สนับสนุนเดโมแครตเสียส่วนมาก อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาหลายรัฐก็มีประวัติใช้เวลานับบัตรเลือกตั้งหลายวันอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เช้าวันศุกร์ ทรัมป์ทวีตข้อความอีกชุดใหญ่ ย้ำคำกล่าวหาเดิมๆ ของเขา &amp;quot;ผมชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างง่ายดายด้วยการลงคะแนนที่ถูกกฎหมาย&amp;quot; ทรัมป์ทวีต โดยไม่ได้อ้างอิงหลักฐานตามเคย ต่อมาทวิตเตอร์เตือนทวีตนี้ของทรัมป์ว่าเป็นข้อความที่อาจบิดเบือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทีมงานของทรัมป์ได้กระจายกันยื่นคำร้องต่อศาลในหลายรัฐ ขณะที่ผู้สนับสนุนเขาพากันมารวมตัวที่ด้านนอกสำนักงานเลือกตั้งในหลายเมือง ที่จอร์เจียและเพนซิลเวเนียซึ่งเวลานั้นทรัมป์นำอยู่ไม่มาก พวกเขาเรียกร้องให้หยุดนับคะแนน แต่ที่แอริโซนาและเนวาดาที่ทรัมป์มีคะแนนตามหลัง ทีมงานและผู้สนับสนุนทรัมป์ยืนกรานให้นับคะแนนต่อไป อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายกล่าวกันว่า คำร้องเหล่านี้มีโอกาสน้อยมากที่จะเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ของการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ด้านนอกสำนักงานเลือกตั้งในเมืองฟินิกซ์ รัฐแอริโซนา อเล็กซ์ โจนส์ นักทฤษฎีสมคบคิดหัวขวาจัด ปลุกเร้าฝูงชนที่หลายคนพกพาอาวุธปืน โดยร้องตะโกนผ่านโทรโข่งเกี่ยวกับศัตรูของทรัมป์ว่า พวกนั้นจะถูกทำลายเพราะอเมริกากำลังจะผงาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ลาสเวกัส ผู้สนับสนุนทรัมป์ที่ต่างสวมหมวกสีแดงมีคำขวัญว่า &amp;quot;ทำให้อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง&amp;quot; เรียกร้องขอดูบัตรลงคะแนนที่กำลังตรวจนับ เพื่อดูว่าไม่ใช่บัตรสวมสิทธิ์ของเหยื่อโควิด พวกที่อยู่นอกประเทศ หรือพวกที่ไม่มีเอกสาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในวันศุกร์ มีรายงานด้วยว่า ตำรวจฟิลาเดลเฟียกำลังสอบสวนแผนการโจมตีสำนักงานเลือกตั้งที่กำลังตรวจนับคะแนน โดยตำรวจจับกุมชายต้องสงสัย 2 คนที่ด้านนอกศูนย์การประชุมฟิลาเดลเฟียเมื่อเวลา 4 ทุ่มเศษของวันพฤหัสบดี หนังสือพิมพ์ฟิลาเดลเฟียอินไควเรอร์กล่าวว่า ตำรวจจับกุมทั้งคู่ภายหลังได้รับเบาะแสว่ากลุ่มติดอาวุธกำลังมุ่งหน้ามาที่ศูนย์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ข่าวรอยเตอร์กล่าวว่า ตำรวจฟิลาเดลเฟียได้รับเบาะแสเกี่ยวกับรถฮัมเมอร์คันหนึ่งพร้อมกับกลุ่มคนติดอาวุธขับมาจากรัฐเวอร์จิเนีย พร้อมกับแผนโจมตีศูนย์การประชุมแห่งนี้ ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ก่อนหน้านั้นในวันพฤหัสบดี ผู้สนับสนุนทั้งของทรัมป์และของไบเดนชุมนุมประชันกันที่เมืองนี้ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ค่อยๆ ตรวจนับบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ นักเคลื่อนไหวฝ่ายทรัมป์พากันโบกธงและชูป้ายว่า &amp;quot;การลงคะแนนยุติลงในวันเลือกตั้ง&amp;quot; และ &amp;quot;เสียใจด้วย คูหาปิดแล้ว&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83032</URL_LINK>
                <HASHTAG>คะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ, ประธานาธิบดีสหรัฐ, ผลคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201106/image_big_5fa55a8fd36f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82945</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลือกตั้งสหรัฐป่วน! 2ฝ่ายชุมนุมในหลายเมือง‘ไบเดน’มั่นใจชนะ‘ทรัมป์’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่จบง่ายๆ การนับคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐผ่านมา 2 คืนแล้วยังสรุปไม่ได้ &amp;quot;โจ ไบเดน&amp;quot; มั่นใจเป็นผู้ชนะหลังได้รัฐมิชิแกนและวิสคอนซินเพิ่มยอดคณะผู้เลือกตั้งใกล้ 270 คน ขณะ &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; ดิ้นรนทุกทาง ยื่นศาลขอให้นับคะแนนใหม่หรือหยุดนับคะแนน ผู้สนับสนุน 2 ฝ่ายเริ่มเคลื่อนไหวชุมนุมในหลายเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผลการนับคะแนนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐล่วงผ่านคืนที่ 2 นับจากปิดหีบเมื่อวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน โดยในรัฐสมรภูมิช่วงชิงระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งรีพับลิกัน กับโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต หลายรัฐยังไม่ได้บทสรุปและผลเลือกตั้งยังสามารถออกได้ทั้งสองทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีและเอพีในวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน อ้างผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการว่า ไบเดนเข้าใกล้ชัยชนะมากกว่า โดยเขาน่าจะได้จำนวนคณะผู้เลือกตั้งแล้ว 264 คะแนน เขาต้องการอีก 6 คะแนนก็จะบรรลุเป้าหมาย 270 คะแนนเพื่อชนะเลือกตั้ง ส่วนทรัมป์ซึ่งได้ 214 คะแนน จำเป็นต้องชนะรัฐสมรภูมิเหล่านี้ทั้งหมด ได้แก่ เพนซิลเวเนีย (มี 20 ผู้เลือกตั้ง), นอร์ทแคโรไลนา (15), จอร์เจีย (16) และเนวาดา (6)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปีนี้เป็นปีที่คนอเมริกันออกมาใช้สิทธิ์มากเป็นประวัติการณ์โดยยูเอสอีเล็กชันโปรเจ็กต์ประเมินว่า มีผู้ใช้สิทธิ์ 160 ล้านคน ซึ่งรวมถึงการใช้สิทธิ์ล่วงหน้าถึง 101.1 ล้านคน อันทำให้การนับคะแนนของหลายรัฐมีความล่าช้า แต่คะแนนที่นับถึงวันพฤหัสบดีของไทย ไบเดนได้คะแนนดิบจากประชาชนทั้งประเทศมากกว่า 71 ล้านคะแนน มากที่สุดในประวัติศาสตร์ และมากกว่าทรัมป์แล้ว 3.5 ล้านคะแนน อย่างไรก็ดี คะแนนจากมหาชนไม่ใช่ตัวชี้วัดผู้ชนะ ในปี 2559 ทรัมป์เคยแพ้คะแนนดิบจากทั่วประเทศต่อนางฮิลลารี คลินตัน ราว 3 ล้านคะแนน แต่เขายังคงเป็นผู้ชนะเพราะคว้าชัยในรัฐสมรภูมิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า รัฐสมรภูมิที่ไบเดนชิงมาได้จากที่ทรัมป์เคยชนะเมื่อปี 2559 ได้แก่ มิชิแกนและวิสคอนซินในภาคเหนือ และรวมถึงรัฐแอริโซนา ฐานที่มั่นของรีพับลิกันด้วย และชัยชนะที่รัฐเนวาดาก็เพียงพอทำให้เขาได้เป็นประธานาธิบดีแล้ว หรือให้ดีกว่านั้นคือชนะรัฐจอร์เจียหรือเพนซิลเวเนีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแถลงทางโทรทัศน์จากเมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ ช่วงบ่ายวันพุธ ไบเดนกล่าวว่า &amp;quot;เมื่อการนับคะแนนเสร็จสิ้น เราเชื่อว่าเราจะเป็นผู้ชนะ&amp;quot; แม้จะยังไม่ได้ประกาศชัยชนะในแบบเดียวกับที่ทรัมป์ประกาศก่อนหน้านี้ แต่ไบเดนเปิดเว็บไซต์สำหรับการถ่ายโอนอำนาจจากทำเนียบขาวแล้ว และให้คำมั่นว่าเขาจะบริหารประเทศในฐานะผู้นำที่สร้างเอกภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่ไบเดนพยายามสร้างความปรองดอง ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้เวลาในวันพุธกล่าวหาว่ามีการโกงเลือกตั้ง โดยไม่ได้แสดงหลักฐานใดๆ สนับสนุนคำกล่าวหาของเขา คณะทำงานของทรัมป์ประกาศยื่นคำร้องต่อศาลในรัฐมิชิแกน, เพนซิลเวเนีย และจอร์เจีย ให้หยุดการนับคะแนน และเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ที่รัฐวิสคอนซิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐมิชิแกน ทีมงานของทรัมป์ยื่นคำร้องให้ระงับการนับคะแนน โดยอ้างว่า &amp;quot;ผู้สังเกตการณ์&amp;quot; ของพวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ดูการตรวจนับคะแนนในระยะที่ใกล้พอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะผู้สังเกตการณ์จากองค์การว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (โอเอสซีอี) ซึ่งเฝ้าติดตามการเลือกตั้งทั่วซีกโลกตะวันตกและในอดีตสหภาพโซเวียต กล่าวว่า พวกเขาไม่พบหลักฐานการโกงเลือกตั้งในสหรัฐ และว่า &amp;quot;คำกล่าวหาอย่างไม่มีมูลความจริง&amp;quot; ของทรัมป์กัดกร่อนความไว้วางใจในระบอบประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความพยายามของทรัมป์ในการบ่อนทำลายความเชื่อมั่นต่อกระบวนการการเลือกตั้งทำให้เกิดความวิตกว่าจะปลุกปั่นการประท้วงและความวุ่นวายในสหรัฐ แต่ถึงวันพุธยังไม่เกิดเหตุการณ์วุ่นวายถึงขั้นจลาจล แม้ว่าผู้สนับสนุนของทั้งสองฝ่ายเริ่มออกมาชุมนุมประท้วงกันในหลายเมือง เอเอฟพีกล่าวว่า ที่เมืองดีทรอยต์ ที่มั่นของเดโมแครตซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นคนผิวดำ มีผู้สนับสนุนทรัมป์หลายสิบคน ที่ส่วนใหญ่เป็นคนผิวขาว รวมตัวกันร้องตะโกน &amp;quot;หยุดนับคะแนน&amp;quot; แต่ในเมืองอื่นๆ ทั่วสหรัฐ ผู้ประท้วงต่อต้านทรัมป์พากันเรียกร้องให้นับคะแนนให้ครบทุกใบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีข่าวของสหรัฐหลายแห่งเผยแพร่ภาพที่กลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์ที่เกรี้ยวกราดชุมนุมกันด้านนอกสำนักงานนับคะแนนในเทศมณฑลแมริโคปาของรัฐแอริโซนา ที่รวมถึงเมืองฟินิกซ์ด้วย ผู้ประท้วงบางคนถืออาวุธปืนอย่างเปิดเผยซึ่งเป็นสิ่งถูกกฎหมายในรัฐนี้ และเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ ผลทำนายของสื่อระบุว่าไบเดนคือผู้ชนะที่แอริโซนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การชุมนุมประท้วง ซึ่งมีทั้งเกี่ยวกับการเลือกตั้งและประท้วงการเหยียดผิว ยังเกิดขึ้นในอีกหลายเมือง รวมถึงลอสแองเจลิส, ซีแอตเติล, ฮุสตัน, พิตส์เบิร์ก, มินนีแอโพลิส และซานดีเอโก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ว่า ตอนนี้ผลคะแนนเลือกตั้งยังไม่ชัดเจน คงต้องรอดูอีกสักนิด รอดูว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่เป็นใคร ซึ่งไทยพร้อมอยู่แล้ว เรามีความพร้อมและปรับตัวในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นคนไหนที่จะมาเป็นประธานาธิบดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ประเมินท่าทีของไทยไว้หรือไม่ โดยไม่ว่าจะเป็นคนใดคนหนึ่งชนะ นายอนุชากล่าวว่า รอให้ประกาศผลเลือกตั้งชัดเจนก่อนว่าใครได้เป็นประธานาธิบดี แล้วถึงประเมินว่าจะมีการปรับท่าทีอย่างไรบ้าง ตนคิดว่าไม่ต้องเพิ่มเติมอะไร เพราะสิ่งที่ดำเนินการไว้แล้วอย่างไรก็ต้องดำเนินการต่อไปตามขีดความสามารถของเรา ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ถามเพียงว่าคะแนนถึง 270 แล้วหรือยัง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82945</URL_LINK>
                <HASHTAG>การนับคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ, ประธานาธิบดีสหรัฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201105/image_big_5fa40b9f026fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชิงประกาศชัยชนะ ‘ทรัมป์-ไบเดน’มั่นใจนั่งปธน.สหรัฐ/นับคะแนนไม่จบส่อวุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เค้าลางแห่งความวุ่นวาย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รีบประกาศชัยชนะแต่ไก่โห่ แถมอ้างมีการโกงเลือกตั้งและขู่จะให้ศาลสูงสุดแทรกแซงสั่งหยุดนับคะแนน หลังจาก &amp;quot;โจ ไบเดน&amp;quot; แสดงความมั่นใจในชัยชนะ ขณะจำนวนคณะผู้เลือกตั้งสูสีเกินคาด และการนับคะแนนอาจยืดเยื้อนานหลายวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ปรากฏเค้าลางแห่งปัญหาขึ้นแล้ว และเป็นไปตามที่นักวิเคราะห์เคยเตือนไว้ เมื่อมีความเป็นไปได้ที่ผลคะแนนไม่สามารถชี้ขาดโดยเร็ว และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะก่อความสับสนด้วยการตั้งข้อกังขาต่อกระบวนการลงคะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพี ซึ่งอ้างอิงการรวบรวมคะแนนของสื่ออเมริกันหลายสำนักกล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์สามารถหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ขาดลอยตามที่โพลระดับชาติบางสำนักทำนายไว้ แต่ยังต้องรอผลคะแนนจากรัฐสมรภูมิหลายรัฐ โดยจำนวนคณะผู้เลือกตั้งถึงช่วงค่ำวันพุธ ไบเดนมีคะแนนนำทรัมป์ที่ 238 คะแนนต่อ 213 คะแนน ผู้สมัครที่จะชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐจะต้องได้คณะผู้เลือกตั้งเกินครึ่ง หรือ 270 คะแนนเป็นอย่างน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาว ทรัมป์กล่าวหาว่ามีการโกงครั้งใหญ่ และอ้างว่าเขาเป็นผู้ชนะ &amp;quot;เรากำลังเตรียมตัวชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ ว่ากันตามตรง เราชนะการเลือกตั้งครั้งนี้แล้ว&amp;quot; ทรัมป์กล่าวกับผู้สนับสนุนซึ่งไม่กี่คนสวมหน้ากากอนามัย &amp;quot;นี่เป็นการโกงครั้งใหญ่ในประเทศของเรา เราต้องการให้กฎหมายถูกนำมาใช้อย่างถูกต้อง ดังนั้น เราจะไปศาลฎีกา เราต้องการให้หยุดการลงคะแนนทั้งหมด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงคะแนนเลือกตั้งของสหรัฐยุติลงตั้งแต่ก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะแถลง แต่ดูเหมือนทรัมป์จะกล่าวถึงการนับคะแนน กฎหมายเลือกตั้งของสหรัฐบัญญัติให้นับบัตรลงคะแนนทั้งหมด และมีหลายรัฐที่มักจะใช้เวลานับคะแนนหลายวันจึงจะเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะในปีนี้ซึ่งมีผู้ลงคะแนนล่วงหน้ามากกว่า 100 ล้านคน ทั้งโดยการลงคะแนนด้วยตนเองและส่งบัตรทางไปรษณีย์ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่คร่าชีวิตผู้ป่วยในสหรัฐแล้วมากกว่า 232,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่นานก่อนหน้านั้น อดีตรองประธานาธิบดีไบเดนเพิ่งประกาศต่อผู้สนับสนุนของเขาที่รัฐเดลาแวร์ว่า เขาเชื่อว่ากำลังอยู่บนเส้นทางที่จะผู้ชนะ และขอให้ผู้สนับสนุนเขาอดทนรอการนับคะแนน แต่ทรัมป์ทวีตตอบโต้ว่าตัวเขากำลังจะชนะขาดลอย และกล่าวหาพรรคเดโมแครตว่าพยายามขโมยการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝั่งของไบเดนประณามคำขู่ของทรัมป์ที่จะขอให้หยุดนับคะแนนว่าอุกอาจและไม่เคยพบไม่เคยเห็น ทีมกฎหมายของพวกเขาพร้อมจะต่อสู้กับทรัมป์ในศาล &amp;quot;การนับคะแนนจะไม่หยุด แต่จะดำเนินต่อไปจนกว่าจะนับบัตรเลือกตั้งครบทุกใบ&amp;quot; คำแถลงของฝ่ายไบเดนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญหลายคนเคยเตือนว่า ผลการเลือกตั้งของสหรัฐปีนี้อาจต้องใช้เวลา และหวั่นว่าทรัมป์จะสร้างความโกลาหลวุ่นวายหรือแม้แต่กระตุ้นให้เกิดความรุนแรงด้วยการตั้งคำถามถึงกระบวนการนับคะแนน แม้จะยังไม่มีรายงานการก่อจลาจลหรือความวุ่นวายเกิดขึ้น แต่อาคารร้านค้าทั่วกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. พากันนำแผ่นไม้มาปิดบังกระจกหน้าต่าง และรัฐบาลของหลายประเทศเรียกร้องให้การเลือกตั้งของสหรัฐปลอดจากความรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังทรัมป์ชิงประกาศชัยชนะล่วงหน้า อันเนเกรต ครัมป์?คาร์เรนบาวเออร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเยอรมนี กล่าวเตือนว่า สหรัฐกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่เสี่ยงอันตรายมาก และมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดวิกฤติรัฐธรรมนูญในสหรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลคะแนนถึงช่วงค่ำวันพุธของไทย ยังมีอีก 7 รัฐที่ผลคะแนนยังไม่ชัดเจน ซึ่งรวมถึงรัฐใหญ่ๆ ที่มีจำนวนผู้เลือกตั้งมาก อย่างเพนซิลเวเนียและวิสคอนซิน ซึ่งหมายความว่า ถึงแม้ไบเดนจะนำทรัมป์อยู่ด้วยคะแนน 238 ต่อ 213 แต่ทรัมป์ก็สามารถแซงได้หากชนะรัฐสมรภูมิสำคัญที่เหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อของสหรัฐทำนายกันว่า ทรัมป์ชนะ 23 รัฐ ซึ่งรวมถึงรัฐใหญ่อย่างฟลอริดาและเทกซัส นอกจากนี้เขายังชนะรัฐเดิมที่เคยคว้าชัยในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วได้ ทั้งอินดีแอนา, เคนทักกี, มิสซูรี และโอไฮโอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนไบเดนชนะ 20 รัฐ รวมถึงรัฐแดลาแวร์บ้านของเขา และรัฐใหญ่ทั้งแคลิฟอร์เนียและนิวยอร์ก ไปจนถึงดิสตริกต์ออฟโคลัมเบีย เมืองหลวง และเป็นเช่นเดียวกับของทรัมป์ที่รัฐทั้งหมดที่ไบเดนคว้าชัยชนะได้นั้นเป็นรัฐที่นางฮิลลารี คลินตัน ของพรรคเดโมแครตเคยชนะได้ในปี 2559 นอกจากนี้ ไบเดนยังดึงรัฐแอริโซนาที่เคยเป็นของทรัมป์ในปี 2559 มาได้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายชื่อรัฐที่ผู้สมัครทั้งสองชนะ ในวงเล็บคือจำนวนคณะผู้เลือกตั้ง โดยเอเอฟพีอ้างอิงจากการทำนายผลของสื่ออเมริกัน ได้แก่ ซีเอ็นเอ็น, ฟ็อกซ์นิวส์, เอ็มเอสเอ็นบีซี/เอ็นบีซีนิวส์, เอบีซี, ซีบีเอส, เอพี และนิวยอร์กไทมส์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ได้แล้ว 213 คะแนน ได้แก่ แอละแบมา (9), อาร์คันซอ (6), ฟลอริดา (29), ไอดาโฮ (4), อินดีแอนา (11), ไอโอวา (6), แคนซัส (6), เคนทักกี (8), ลุยเซียนา (8), มิสซิสซิปปี (6), มิสซูรี (10), มอนแทนา (3), เนแบรสกา (4), นอร์ทดาโคตา (3), โอไฮโอ (18), โอคลาโฮมา (7), เซาท์แคโรไลนา (9), เซาท์ดาโคตา (3), เทนเนสซี (11), เทกซัส (38), ยูทาห์ (6), เวสต์เวอร์จิเนีย (5) และไวโอมิง (3)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนได้ 238 คะแนน ได้แก่ แอริโซนา (11), แคลิฟอร์เนีย (55), โคโลราโด (9), คอนเนตทิคัต (7), เดลาแวร์ (3), ดิสตริกต์ออฟโคลัมเบีย (3), ฮาวาย (4), อิลลินอยส์ (20), เมน (3), แมริแลนด์ (10), แมสซาชูเซตส์ (11), มินนิโซตา (10), เนแบรสกา (1), นิวแฮมป์เชียร์ (4), นิวเจอร์ซีย์ (14), นิวเม็กซิโก (5), นิวยอร์ก (29), ออริกอน (7), โรดไอแลนด์ (4), เวอร์มอนต์ (3), เวอร์จิเนีย (13) และวอชิงตัน (12)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลคะแนนเหล่านี้ยังไม่รวมรัฐอะแลสกา, จอร์เจีย, มิชิแกน, เนวาดา, นอร์ทแคโรไลนา, เพนซิลเวเนีย และวิสคอนซิน และการนับคะแนนจากรัฐเนแบรสกานั้นแบ่งจำนวนผู้เลือกตั้งตามเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาคองเกรส ส่วนรัฐเมนแบ่งจำนวนผู้เลือกตั้งตามสัดส่วน โดยไบเดนได้แล้ว 3 คะแนน ที่เหลืออีก 1 คะแนนยังไม่สรุป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82832</URL_LINK>
                <HASHTAG>วอชิงตัน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือกตั้งประธานาธิบดี, เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ, เลือกตั้งสหรัฐอเมริกา, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201104/image_big_5fa2ba6b0b12d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82730</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ทรัมป์’ร่อแร่‘ไบเดน’แรงชิงปธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สหรัฐอเมริกาเลือกตั้งชี้ชะตา &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; เมื่อวันอังคาร โพลส่วนใหญ่ชี้ &amp;quot;โจ ไบเดน&amp;quot; มีคะแนนนำห่าง แต่ทรัมป์ยังได้ลุ้นในรัฐสมรภูมิชี้ขาดที่เคยทำให้ชนะเลือกตั้งปี 2559 มาแล้ว คนอเมริกันแห่ใช้สิทธิ์ล่วงหน้าเกือบ 100 ล้านคน หมู่บ้านเล็กๆ ในนิวแฮมป์เชียร์ประเดิมก่อน เทคะแนนให้ไบเดน 5-0 รอลุ้นการนับคะแนนทั้งประเทศที่อาจยืดเยื้อ หลายเมืองเตรียมพร้อมรับเหตุจลาจล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน 2563 เป็นการต่อสู้ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งพรรครีพับลิกัน และโจ ไบเดน แห่งพรรคเดโมแครต ที่เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่คร่าชีวิตผู้ป่วยในสหรัฐแล้วมากกว่า 231,000 ราย จากผู้ติดเชื้อเกือบ 9.3 ล้านราย และยังเกิดในบรรยากาศของความแตกแยก ความขัดแย้งในสังคมจากความอยุติธรรมต่อคนอเมริกันผิวดำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวต่างประเทศกล่าวว่า ผลสำรวจส่วนใหญ่ยกให้ไบเดน วัย 77 ปี มีคะแนนนำทรัมป์มาโดยตลอดในคะแนนรวมระดับประเทศ แต่การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐนั้นวัดจากจำนวนคณะผู้เลือกตั้งจากรัฐต่างๆ ที่ผู้สมัครที่จะชนะต้องได้คะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งอย่างน้อย 270 คน และโพลชี้ว่าทรัมป์มีคะแนนสูสีกับไบเดนในรัฐสมรภูมิชี้ขาดที่ยังระบุไม่ได้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ชนะ โดยในการเลือกตั้งปี 2559 นั้น ทรัมป์เคยโค่นนางฮิลลารี คลินตัน ได้เพราะคว้าชัยชนะในรัฐเหล่านี้ ทั้งที่คะแนนเสียงในระดับประเทศนั้นเขาได้น้อยกว่านางคลินตันราว 3 ล้านคะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความกระตือรือร้นสนใจการเลือกตั้งและความวิตกเรื่องโรคระบาดทำให้คนอเมริกันใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าทั้งด้วยตนเองและผ่านทางไปรษณีย์แล้วมากกว่า 99 ล้านคน นับถึงคืนวันจันทร์ที่เป็นคืนสุกดิบ ข่าวรอยเตอร์ระบุว่า จำนวนดังกล่าวเทียบเท่ากับ 72.3% ของจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมดในครั้งที่แล้ว และคิดเป็นราว 40% ของชาวอเมริกันที่มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดน ผู้คร่ำหวอดในวงการเมืองสหรัฐมานาน 5 ทศวรรษ รวมถึงการเป็นรองประธานาธิบดีของประธานาธิบดีบารัก โอบามา 2 สมัย ให้คำมั่นว่าเขารื้อฟื้นความพยายามต่อสู้กับวิกฤติโควิด-19 ใหม่ โดยโจมตีทรัมป์ว่ายอมจำนนกับโรคระบาดนี้ ทั้งยังจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสมานความแตกแยกทางการเมืองในประเทศ &amp;quot;ผมมีความรู้สึกว่า เรามาร่วมกันเพื่อชัยชนะครั้งใหญ่ในวันพรุ่งนี้&amp;quot; ไบเดนกล่าวที่รัฐเพนซิลเวเนียเมื่อวันจันทร์ &amp;quot;ถึงเวลายืนหยัดและเอาประชาธิปไตยของเรากลับคืนมา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์วัย 74 ปี ซึ่งต้องการหลีกเลี่ยงการเป็นประธานาธิบดีคนแรกนับจากประธานาธิบดีจอร์จ บุช เมื่อปี 2535 ที่พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งสมัยที่ 2 ปลูกฝังความไม่เชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งมาตลอดหลายเดือน ด้วยการกล่าวอ้างโดยไร้หลักฐานสนับสนุนว่าการลงคะแนนทางไปรษณีย์นั้นทำให้โกงคะแนนกันเกลื่อน และว่าควรนับเฉพาะการลงคะแนนในวันเลือกตั้งจริงเท่านั้น ในการปราศรัยต่อกลุ่มผู้สนับสนุนในรัฐมิชิแกนที่ไม่ใส่ใจมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ทรัมป์ยังเชื่อมั่นว่าเขาจะชนะการเลือกตั้งได้ &amp;quot;เราจะสร้างประวัติศาสตร์กันอีกครั้ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ปฏิเสธการให้คำมั่นว่าจะถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติหากเขาแพ้เลือกตั้ง ซึ่งทำให้เกิดความหวั่นวิตกว่า หากผลคะแนนสูสีกันมาก และมีการต่อสู้ทางกฎหมายที่ยืดเยื้อ อาจนำไปสู่ความโกลาหลและอาจเกิดการก่อความวุ่นวายอย่างที่ทรัมป์กล่าวเตือนไว้ล่วงหน้า ในการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย ทรัมป์ยังคงตั้งแง่กับการลงคะแนนทางไปรษณีย์ที่เปิดช่องให้มีการโกงอย่างกลาดเกลื่อนโดยไม่ถูกตรวจสอบ โดยเฉพาะที่รัฐเพนซิลเวเนียซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐสมรภูมิ ซึ่งอนุญาตให้นับบัตรลงคะแนนทางไปรษณีย์ที่ส่งมาภายใน 3 วันหลังการเลือกตั้งวันอังคาร &amp;quot;มันจะชักนำให้เกิดความรุนแรงบนท้องถนน ต้องทำอะไรสักอย่าง&amp;quot; ทรัมป์ทวีต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความวิตกต่อความไม่แน่นอนของผลการเลือกตั้งและความวุ่นวายที่อาจเกิดตามมา ทำให้หลายเมืองเตรียมตัวเสริมความปลอดภัยรับมือการประท้วงที่อาจเกิดขึ้น อาทิที่ทำเนียบขาวและในนครนิวยอร์ก ตำรวจแคลิฟอร์เนียกล่าวว่า ถนนโรดีโอไดรฟ์แหล่งช็อปปิ้งอันโด่งดังในย่านเบเวอร์ลีฮิลส์จะปิดในวันอังคารด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คู่แข่งทั้งสองเน้นการหาเสียงช่วงสุดท้ายที่รัฐสมรภูมิราว 12 รัฐ ซึ่งทรัมป์เคยชนะได้เกือบทั้งหมดในการเลือกตั้งปี 2559 แต่รัฐที่ได้รับการจับตาเป็นพิเศษคือ รัฐเพนซิลเวเนีย, มิชิแกน และวิสคอนซิน ที่มีจำนวนคณะผู้เลือกตั้ง 20 คน, 16 คน และ 10 คนตามลำดับและเคยเป็นรัฐที่มั่นของพรรคเดโมแครต แต่ทรัมป์กลับชนะได้อย่างฉิวเฉียดในครั้งที่แล้วและทำให้เขาโค่นนางคลินตันลงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากไบเดนสามารถชนะทุกรัฐที่นางคลินตันพ่ายแพ้ และชนะในรัฐสมรภูมิ 3 รัฐข้างต้น เขาจะได้จำนวนคณะผู้เลือกตั้งเพียงพอต่อการเป็นประธานาธิบดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ผลสำรวจชี้ว่า เขาและทรัมป์ยังมีคะแนนสูสีกันในรัฐฟลอริดา, นอร์ทแคโรไลนา และแอริโซนา โดยฟลอริดานั้นมีคณะผู้เลือกตั้งถึง 29 คน และเป็นรัฐที่ทรัมป์ต้องชนะให้ได้ แต่โพลของรอยเตอร์/อิปซอสล่าสุดเผยว่า ไบเดนมีคะแนนนำทรัมป์ที่ 50% ต่อ 46% จากเดิมที่เคยเสมอกันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดว่าการนับคะแนนของฟลอริดา ซึ่งสามารถนับบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ได้ก่อนวันเลือกตั้ง จะเริ่มต้นได้ในคืนวันอังคารเลย แต่เพนซิลเวเนีย, มิชิแกน และวิสคอนซิน นั้นไม่ได้เริ่มนับบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์จนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง จึงมีความเป็นไปได้ว่าการนับบัตรลงคะแนนจำนวนมหาศาลนี้จะต้องใช้เวลาหลายวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งครั้งนี้ยังจะเป็นการเลือกสมาชิกสภาคองเกรสบางส่วน ที่จะชี้วัดว่าพรรคใดจะครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐไปอีก 2 ปีข้างหน้า โดยเดโมแครตหวังจะครองเสียงข้างมากในสภาสูง และรักษาเสียงข้างมากในสภาล่างไว้ให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า รัฐแรกๆ ที่เปิดให้ลงคะแนนนั้นอยู่ที่รัฐทางฝั่งตะวันออกเวลา 06.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นที่ตรงกับ 18.00 น.วันอังคารของไทย ได้แก่ รัฐนิวยอร์ก, นิวเจอร์ซีย์, เวอร์จิเนีย, คอนเนตทิคัต และเมน แต่หน่วยเลือกตั้งแห่งแรกที่เปิดให้ประชาชนมาใช้สิทธิ์นั้นคือหมู่บ้านเล็กๆ 2 แห่งในรัฐนิวแฮมป์เชียร์ คือ หมู่บ้านดิกซ์วิลล์นอตช์และมิลส์ฟีลด์ ที่เริ่มเปิดหีบในเวลาเที่ยงคืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดิกซ์วิลล์นอตช์ หมู่บ้านกลางป่าใกล้ชายแดนแคนาดา ซึ่งมีประชากรเพียง 12 คน เป็น &amp;quot;แห่งแรกของประเทศ&amp;quot; ที่ลงคะแนนเลือกตั้งมานับแต่ปี 2503 การลงคะแนนใช้เวลาไม่กี่นาทีแล้วนับคะแนนทันที ผลปรากฏว่า ไบเดนได้ 5 คะแนน โดยไม่มีใครเลือกทรัมป์เลย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82730</URL_LINK>
                <HASHTAG>วอชิงตัน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือกตั้งประธานาธิบดี, เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ, เลือกตั้งสหรัฐอเมริกา, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์, ใช้สิทธิ์ล่วงหน้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201103/image_big_5fa172c255501.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2020 22:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2020 22:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บลูมเบิร์ก&#039;พร้อมทุ่ม100ล้าน$ ช่วย&#039;ไบเดน&#039;คว้าชัยฟลอริดา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สื่อสหรัฐรายงานว่า ไมเคิล บลูมเบิร์ก อดีตนายกเทศมนตรีนิวยอร์ก จะทุ่มเงินไม่ต่ำกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3,127 ล้านบาท) เพื่อช่วยให้โจ ไบเดน ตัวแทนจากพรรคเดโมแครต คว้าชัยในรัฐฟลอริดาที่อาจเป็นรัฐชี้ขาดการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของวอชิงตันโพต์อ้างที่ปรึกษาหลายรายของมหาเศรษฐีรายนี้เมื่อวันอาทิตย์ว่า บลูมเบิร์กตัดสินใจใช้เงินส่วนตัวช่วยหาเสียงให้อดีตรองประธานาธิบดีไบเดน ภายหลังทรัมป์ ซึ่งเคยชนะรัฐฟลอริดาเมื่อปี 2559 ประกาศเมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้วว่าเขาเตรียมจะใช้เงินส่วนตัวในการหาเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เควิน ชีคีย์ กล่าวกับวอชิงตันโพสต์ว่า การลงคะแนนที่ฟลอริดาเริ่มต้นวันที่ 24 กันยายน ฉะนั้นการอัดฉีดเงินทุนเข้าไปในรัฐนี้โดยเร็วจึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วน บลูมเบิร์กเชื่อว่าการลงทุนในฟลอริดาจะเปิดทางให้เดโมแครตทุ่มเทพทรัพยากรหาเสียงไปยังรัฐอื่นๆ โดยเฉพาะรัฐเพนซิลเวเนีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐสมรภูมิสำคัญๆ ที่จะเป็นตัวชี้ขาดผลการเลือกตั้งในปีนี้ทั้งหมด ตั้งแต่ฟลอริดา, เพนซิลเวเนีย, มิชิแกน, นอร์ทแคโรไลนา, วิสคอนซิน และแอริโซนา ล้วนตกเป็นของทรัมป์ในปี 2559 ซึ่งรวมถึง 4 รัฐที่เคยเลือกบารัค โอบามา เป็นประธานาธิบดีเมื่อปี 2555&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่าเฉลี่ยผลสำรวจล่าสุดโดยเรียลเคลียร์โพลิทิกส์ชี้ว่า ไบเดนมีคะแนนนำทรัมป์เพียงเล็กน้อยเท่านั้นในรัฐฟลอริดา ที่ 48.2% เมื่อเทียบกับทรัมป์ที่ได้ 47%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า นับแต่เริ่มต้นปี 2562 การหาเสียงของทรัมป์ใช้เงินไปแล้วราว 800 ล้านดอลลาร์ มากกว่าของไบเดนเกิน 2 เท่า แต่ไบเดนก็สร้างความประหลาดใจเมื่อเขาสามารถระดมทุนได้ถึง 365 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนสิงหาคม ทำลายสถิติเงินบริจาคที่โอบามาเคยได้รับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77454</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุ่มเงิน100ล้าน$, เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์, ไมเคิล บลูมเบิร์ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4d40c798c7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2020 22:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2020 22:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039;แนะผู้สนับสนุนใช้สิทธิเลือกตั้งซ้ำ2รอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ผู้สนับสนุนเขาพยายามใช้สิทธิเลือกตั้ง 2 ครั้ง โดยอ้างว่าเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้มั่นใจว่าบัตรลงเลือกตั้งทางไปรษณีย์ถูกนับคะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์แนะนำเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า ชาวอเมริกันควรพยายามใช้สิทธิลงคะแนนทางไปรษณีย์ก่อนเป็นอันดับแรก ถ้ารัฐของพวกเขาเปิดให้ลงคะแนนแบบนี้ด้วย แล้วพอถึงวันเลือกตั้ง ก็ให้ไปที่คูหาเพื่อตรวจดูว่าบัตรของพวกเขาถูกนับแล้วหรือไม่ ถ้าไม่ ก็ให้ลงคะแนนซ้ำอีกรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้คุณก็มั่นใจได้ว่าเสียงอันมีค่าของคุณถูกนับแล้ว&amp;quot; ทรัมป์ทวีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตามกฎหมายนั้นการจงใจลงคะแนนเลือกตั้งซ้ำเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ ซึ่งกำลังถูกกดดันมากขึ้นไม่ให้อนุญาตการเผยแพร่ข้อมูลผิดๆ ก่อนหน้าการเลือกตั้งสหรัฐ ได้แปะคำเตือนบนโพสต์ของทรัมป์หลายข้อความเพราะเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเคย์ลีห์ แม็กอีนานี โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า ทัศนะของทรัมป์ถูกตีความเกินเลยบริบท ทรัมป์เพียงต้องการให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตรวจสอบว่าการลงคะแนนครั้งแรกได้รับการบันทึก ทรัมป์ไม่ได้เห็นงามกับการใช้สิทธิอย่างผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน มีรายงานของนิตยสารดิแอตแลนติกว่า ทรัมป์เคยกล่าวดูถูกนาวิกโยธินอเมริกันที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งร่างของทหารเหล่านี้ถูกฝังไว้ที่สุสานอเมริกันใกล้กรุงปารีส ว่าเป็นพวก &amp;quot;ขี้แพ้&amp;quot; และทรัมป์ปฏิเสธการไปเยือนสุสานแห่งนี้เมื่อปี 2561 เพราะกลัวว่าฝนตกในวันนั้นจะทำให้ผมของเขาเสียทรง แม้ผู้ช่วยของเขาแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ว่าสภาพอากาศทำให้เฮลิคอปเตอร์ไม่สามารถขึ้นบินได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทรัมป์ประณามรายงานของนิตยสารฉบับนี้่เป็นเรื่องข่าวปลอมที่กุขึ้นและน่าอัปยศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีนาวิกโยธินอเมริกันราว 1,800 นายเสียชีวิตในการรบที่เบลโลวู้ด เพื่อพยายามหยุดยั้งการรุกคืบของกองทัพเยอรมนีเข้าสู่กรุงปารีสเมื่อปี 2461 บทความของแอตแลนติกที่อ้างแหล่งข่าวนิรนามเผยว่า ทรัมป์ถามคนสนิทในคณะเยือนฝรั่งเศสว่า สงครามโลกครั้งนี้ใครเป็นฝ่ายดี และทรัมป์ไม่เข้าใจว่าทำไมสหรัฐต้องไปช่วยฝ่ายสัมพันธมิตรด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76535</URL_LINK>
                <HASHTAG>เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ, โดนัลด์ ทรัมป์, ใช้สิทธิเลือกตั้ง 2 รอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200430/image_big_5eaacd1f42a9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
